๒. สุปฺปิยตฺเถรคาถาวณฺณนา

อชรํ ชีรมาเนนาติ อายสฺมโต สุปฺปิยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อรญฺญายตเน วสนฺโต ตตฺถ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ผลาผลํ อทาสิ, ตถา ภิกฺขุสงฺฆสฺส. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส กาเล ขตฺติยกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อนุกฺกเมน วิญฺญุตํ ปตฺโต กลฺยาณมิตฺตสนฺนิสฺสเยน ลทฺธสํเวโค สาสเน ปพฺพชิตฺวา พหุสฺสุโต อโหสิ. ชาติมเทน สุตมเทน จ อตฺตานํ อุกฺกํเสนฺโต ปเร จ วมฺเภนฺโต วิหาสิ. โส อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน สาวตฺถิยํ ปริภูตรูเป สุสานโคปกกุเล นิพฺพตฺติ. สุปฺปิโยติสฺส นามํ อโหสิ. อถ วิญฺญุตํ ปตฺโต อตฺตโน สหายภูตํ โสปากตฺเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ตสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสํเวโค ปพฺพชิตฺวา สมฺมาปฏิปตฺตึ ปูเรตฺวา ‘‘อชรํ ชีรมาเนนา’’ติ คาถํ อภาสิ.

๓๒. ตตฺถ อชรนฺติ ชรารหิตํ, นิพฺพานํ สนฺธายาห. ตญฺหิ อชาตตฺตา นตฺถิ เอตฺถ ชรา, เอตสฺมึ วา อธิคเต ปุคฺคลสฺส สา นตฺถีติ ชราภาวเหตุโตปิ อชรํ นาม. ชีรมาเนนาติ ชีรนฺเตน, ขเณ ขเณ ชรํ ปาปุณนฺเตน. ตปฺปมาเนนาติ สนฺตปฺปมาเนน, ราคาทีหิ เอกาทสหิ อคฺคีหิ ทยฺหมาเนน. นิพฺพุตินฺติ ยถาวุตฺตสนฺตาปาภาวโต นิพฺพุตสภาวํ นิพฺพานํ. นิมิยนฺติ ปริวตฺเตยฺยํ เจตาเปยฺยํ. ปรมํ สนฺตินฺติ อนวเสสกิเลสาภิสงฺขารปริฬาหวูปสมธมฺมตาย อุตฺตมํ สนฺตึ. จตูหิ โยเคหิ อนนุพนฺธตฺตา โยคกฺเขมํ. อตฺตโน อุตฺตริตรสฺส กสฺสจิ อภาวโต อนุตฺตรํ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ขเณ ขเณ ชราย อภิภุยฺยมานตฺตา ชีรมาเนน, ตถา ราคคฺคิอาทีหิ สนฺตปฺปมาเนน คโต เอวํ อนิจฺเจน ทุกฺเขน อสาเรน สพฺพถาปิ อนุปสนฺตสภาเวน สอุปทฺทเวน, ตปฺปฏิปกฺขภาวโต อชรํ ปรมุปสมภูตํ เกนจิ อนุปทฺทุตํ อนุตฺตรํ นิพฺพานํ นิมิยํ ปริวตฺเตยฺยํ ‘‘มหา วต เม ลาโภ มหา อุทโย หตฺถคโต’’ติ. ยถา หิ มนุสฺสา ยํ กิญฺจิ ภณฺฑํ ปริวตฺเตนฺตา นิรเปกฺขา คยฺหมาเนน สมฺพหุมานา โหนฺติ, เอวมยํ เถโร ปหิตตฺโต วิหรนฺโต อตฺตโน กาเย จ ชีวิเต จ นิรเปกฺขตํ, นิพฺพานํ ปฏิเปสิตตฺตญฺจ ปกาเสนฺโต ‘‘นิมิยํ ปรมํ สนฺตึ, โยคกฺเขมํ อนุตฺตร’’นฺติ วตฺวา ตเมว ปฏิปตฺตึ ปริพฺรูหยนฺโต วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๒.๕๑-๗๗) –

‘‘วรุโณ นาม นาเมน, พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู;

ฉฑฺเฑตฺวา ทส ปุตฺตานิ, วนมชฺโฌคหึ ตทา.

‘‘อสฺสมํ สุกตํ กตฺวา, สุวิภตฺตํ มโนรมํ;

ปณฺณสาลํ กริตฺวาน, วสามิ วิปิเน อหํ.

‘‘ปทุมุตฺตโร โลกวิทู, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห;

มมุทฺธริตุกาโม โส, อาคจฺฉิ มม อสฺสมํ.

‘‘ยาวตา วนสณฺฑมฺหิ, โอภาโส วิปุโล อหุ;

พุทฺธสฺส อานุภาเวน, ปชฺชลี วิปินํ ตทา.

‘‘ทิสฺวาน ตํ ปาฏิหีรํ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส ตาทิโน;

ปตฺตปุฏํ คเหตฺวาน, ผเลน ปูชยึ อหํ.

‘‘อุปคนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ, สหขาริมทาสหํ;

อนุกมฺปาย เม พุทฺโธ, อิทํ วจนมพฺรวิ.

‘‘ขาริภารํ คเหตฺวาน, ปจฺฉโต เอหิ เม ตุวํ;

ปริภุตฺเต จ สงฺฆมฺหิ, ปุญฺญํ ตว ภวิสฺสติ.

‘‘ปุฏกํ ตํ คเหตฺวาน, ภิกฺขุสงฺฆสฺสทาสหํ;

ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, ตุสิตํ อุปปชฺชหํ.

‘‘ตตฺถ ทิพฺเพหิ นจฺเจหิ, คีเตหิ วาทิเตหิ จ;

ปุญฺญกมฺเมน สํยุตฺตํ, อนุโภมิ สทา สุขํ.

‘‘ยํ ยํ โยนุปปชฺชามิ, เทวตฺตํ อถ มานุสํ;

โภเค เม อูนตา นตฺถิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘ยาวตา จตุโร ทีปา, สสมุทฺทา สปพฺพตา;

ผลํ พุทฺธสฺส ทตฺวาน, อิสฺสรํ การยามหํ.

‘‘ยาวตา เย ปกฺขิคณา, อากาเส อุปฺปตนฺติ เจ;

เตปิ เม วสมเนฺวนฺติ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘ยาวตา วนสณฺฑมฺหิ, ยกฺขา ภูตา จ รกฺขสา;

กุมฺภณฺฑา ครุฬา จาปิ, ปาริจริยํ อุเปนฺติ เม.

‘‘กุมฺมา โสณา มธุการา, ฑํสา จ มกสา อุโภ;

เตปิ มํ วสมเนฺวนฺติ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘สุปณฺณา นาม สกุณา, ปกฺขิชาตา มหพฺพลา;

เตปิ มํ สรณํ ยนฺติ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘เยปิ ทีฆายุกา นาคา, อิทฺธิมนฺโต มหายสา;

เตปิ มํ วสมเนฺวนฺติ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘สีหา พฺยคฺฆา จ ทีปี จ, อจฺฉโกกตรจฺฉกา;

เตปิ มํ วสมเนฺวนฺติ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘โอสธี ติณวาสี จ, เย จ อากาสวาสิโน;

สพฺเพ มํ สรณํ ยนฺติ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘สุทุทฺทสํ สุนิปุณํ, คมฺภีรํ สุปฺปกาสิตํ;

ผสฺสยิตฺวา วิหรามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘วิโมกฺเข อฏฺฐ ผุสิตฺวา, วิหรามิ อนาสโว;

อาตาปี นิปโก จาหํ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘เย ผลฏฺฐา พุทฺธปุตฺตา, ขีณโทสา มหายสา;

อหมญฺญตโร เตสํ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘อภิญฺญาปารมึ คนฺตฺวา, สุกฺกมูเลน โจทิโต;

สพฺพาสเว ปริญฺญาย, วิหรามิ อนาสโว.

‘‘เตวิชฺชา อิทฺธิปตฺตา จ, พุทฺธปุตฺตา มหายสา;

ทิพฺพโสตํ สมาปนฺนา, เตสํ อญฺญตโร อหํ.

‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ ผลํ อททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวาปิ ตเมว คาถํ อญฺญาพฺยากรณวเสน อภาสิ.

สุปฺปิยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.