๔. จตุตฺถวคฺโค
๑. คหฺวรตีริยตฺเถรคาถาวณฺณนา
ผุฏฺโฐ ฑํเสหีติ อายสฺมโต คหฺวรตีริยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร อิโต เอกตึเส กปฺเป สิขิสฺส ภควโต กาเล มิคลุทฺโท หุตฺวา อรญฺเญ วิจรนฺโต อทฺทส สิขึ ภควนฺตํ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล เทวนาคยกฺขานํ ธมฺมํ เทเสนฺตํ, ทิสฺวา ปน ปสนฺนมานโส ‘‘ธมฺโม เอส วุจฺจตี’’ติ สเร นิมิตฺตํ อคฺคเหสิ. โส เตน จิตฺตปฺปสาเทน เทวโลเก อุปฺปนฺโน ปุน อปราปรํ สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ‘‘อคฺคิทตฺโต’’ติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต ภควโต ยมกปาฏิหาริยํ ทิสฺวา สญฺชาตปฺปสาโท สาสเน ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา คหฺวรตีเร นาม อรญฺญฏฺฐาเน วสติ. เตนสฺส คหฺวรตีรโยติ สมญฺญา อโหสิ. โส วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๒.๔๔-๕๐) –
‘‘มิคลุทฺโท ปุเร อาสิ, อรญฺเญ วิปิเน อหํ;
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, เทวสงฺฆปุรกฺขตํ.
‘‘จตุสจฺจํ ปกาเสนฺตํ, เทเสนฺตํ, อมตํ ปทํ;
อสฺโสสึ มธุรํ ธมฺมํ, สิขิโน โลกพนฺธุโน.
‘‘โฆเส จิตฺตํ ปสาเทสึ, อสมปฺปฏิปุคฺคเล;
ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, อุตฺตรึ ทุตฺตรํ ภวํ.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ สญฺญมลภึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, โฆสสญฺญายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา สาวตฺถิยํ อคมาสิ. ตสฺส อาคตภาวํ สุตฺวา ญาตกา อุปคนฺตฺวา มหาทานํ ปวตฺเตสุํ. โส กติปยทิวเส วสิตฺวา อรญฺญเมว คนฺตุกาโม อโหสิ. ตํ ญาตกา, ‘‘ภนฺเต, อรญฺญํ นาม ฑํสมกสาทิวเสน พหุปริสฺสยํ, อิเธว วสถา’’ติ อาหํสุ. ตํ สุตฺวา เถโร ‘‘อรญฺญวาโสเยว มยฺหํ รุจฺจตี’’ติ วิเวกาภิรติกิตฺตนมุเขน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ‘‘ผุฏฺโฐ ฑํเสหี’’ติ คาถํ อภาสิ.
๓๑. ตตฺถ ผุฏฺโฐ ฑํเสหิ มกเสหีติ ฑํสนสีลตาย ‘‘ฑํสา’’ติ ลทฺธนามาหิ อนฺธกมกฺขิกาหิ, มกสนญฺญิเตหิ จ สูจิมุขปาเณหิ ผุสฺสิโต ทฏฺโฐติ อตฺโถ. อรญฺญสฺมินฺติ ‘‘ปญฺจธนุสติกํ ปจฺฉิม’’นฺติ (ปารา. ๖๕๔) วุตฺตอรญฺญลกฺขณโยคโต อรญฺเญ. พฺรหาวเนติ มหารุกฺขคจฺฉคหนตาย มหาวเน อรญฺญานิยํ. นาโค สงฺคามสีเสวาติ สงฺคามาวจโร หตฺถินาโค วิย สงฺคามมุทฺธนิ ปรเสนาสมฺปหารํ. ‘‘อรญฺญวาโส นาม พุทฺธาทีหิ วณฺณิโต โถมิโต’’ติ อุสฺสาหชาโต สโต สติมา หุตฺวา ตตฺร ตสฺมึ อรญฺเญ, ตสฺมึ วา ฑํสาทิสมฺผสฺเส อุปฏฺฐิเต อธิวาสเย อธิวาเสยฺย สเหยฺย, ‘‘ฑํสาทโย มํ อาพาเธนฺตี’’ติ อรญฺญวาสํ น ชเหยฺยาติ อตฺโถ.
คหฺวรตีริยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. สุปฺปิยตฺเถรคาถาวณฺณนา
อชรํ ชีรมาเนนาติ อายสฺมโต สุปฺปิยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อรญฺญายตเน วสนฺโต ตตฺถ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ผลาผลํ อทาสิ, ตถา ภิกฺขุสงฺฆสฺส. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส กาเล ขตฺติยกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อนุกฺกเมน วิญฺญุตํ ปตฺโต กลฺยาณมิตฺตสนฺนิสฺสเยน ลทฺธสํเวโค สาสเน ปพฺพชิตฺวา พหุสฺสุโต อโหสิ. ชาติมเทน สุตมเทน จ อตฺตานํ อุกฺกํเสนฺโต ปเร จ วมฺเภนฺโต วิหาสิ. โส อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน สาวตฺถิยํ ปริภูตรูเป สุสานโคปกกุเล นิพฺพตฺติ. สุปฺปิโยติสฺส นามํ อโหสิ. อถ วิญฺญุตํ ปตฺโต อตฺตโน สหายภูตํ โสปากตฺเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ตสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสํเวโค ปพฺพชิตฺวา สมฺมาปฏิปตฺตึ ปูเรตฺวา ‘‘อชรํ ชีรมาเนนา’’ติ คาถํ อภาสิ.
๓๒. ตตฺถ อชรนฺติ ชรารหิตํ, นิพฺพานํ สนฺธายาห. ตญฺหิ อชาตตฺตา นตฺถิ เอตฺถ ชรา, เอตสฺมึ วา อธิคเต ปุคฺคลสฺส สา นตฺถีติ ชราภาวเหตุโตปิ อชรํ นาม. ชีรมาเนนาติ ชีรนฺเตน, ขเณ ขเณ ชรํ ปาปุณนฺเตน. ตปฺปมาเนนาติ สนฺตปฺปมาเนน, ราคาทีหิ เอกาทสหิ อคฺคีหิ ทยฺหมาเนน. นิพฺพุตินฺติ ยถาวุตฺตสนฺตาปาภาวโต นิพฺพุตสภาวํ นิพฺพานํ. นิมิยนฺติ ปริวตฺเตยฺยํ เจตาเปยฺยํ. ปรมํ สนฺตินฺติ อนวเสสกิเลสาภิสงฺขารปริฬาหวูปสมธมฺมตาย อุตฺตมํ สนฺตึ. จตูหิ โยเคหิ อนนุพนฺธตฺตา โยคกฺเขมํ. อตฺตโน อุตฺตริตรสฺส กสฺสจิ อภาวโต อนุตฺตรํ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ขเณ ขเณ ชราย อภิภุยฺยมานตฺตา ชีรมาเนน, ตถา ราคคฺคิอาทีหิ สนฺตปฺปมาเนน คโต เอวํ อนิจฺเจน ทุกฺเขน อสาเรน สพฺพถาปิ อนุปสนฺตสภาเวน สอุปทฺทเวน, ตปฺปฏิปกฺขภาวโต อชรํ ปรมุปสมภูตํ เกนจิ อนุปทฺทุตํ อนุตฺตรํ นิพฺพานํ นิมิยํ ปริวตฺเตยฺยํ ‘‘มหา วต เม ลาโภ มหา อุทโย หตฺถคโต’’ติ. ยถา หิ มนุสฺสา ยํ กิญฺจิ ภณฺฑํ ปริวตฺเตนฺตา นิรเปกฺขา คยฺหมาเนน สมฺพหุมานา โหนฺติ, เอวมยํ เถโร ปหิตตฺโต วิหรนฺโต อตฺตโน กาเย จ ชีวิเต จ นิรเปกฺขตํ, นิพฺพานํ ปฏิเปสิตตฺตญฺจ ปกาเสนฺโต ‘‘นิมิยํ ปรมํ สนฺตึ, โยคกฺเขมํ อนุตฺตร’’นฺติ วตฺวา ตเมว ปฏิปตฺตึ ปริพฺรูหยนฺโต วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๒.๕๑-๗๗) –
‘‘วรุโณ นาม นาเมน, พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู;
ฉฑฺเฑตฺวา ทส ปุตฺตานิ, วนมชฺโฌคหึ ตทา.
‘‘อสฺสมํ สุกตํ กตฺวา, สุวิภตฺตํ มโนรมํ;
ปณฺณสาลํ กริตฺวาน, วสามิ วิปิเน อหํ.
‘‘ปทุมุตฺตโร โลกวิทู, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห;
มมุทฺธริตุกาโม โส, อาคจฺฉิ มม อสฺสมํ.
‘‘ยาวตา วนสณฺฑมฺหิ, โอภาโส วิปุโล อหุ;
พุทฺธสฺส อานุภาเวน, ปชฺชลี วิปินํ ตทา.
‘‘ทิสฺวาน ตํ ปาฏิหีรํ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส ตาทิโน;
ปตฺตปุฏํ คเหตฺวาน, ผเลน ปูชยึ อหํ.
‘‘อุปคนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ, สหขาริมทาสหํ;
อนุกมฺปาย เม พุทฺโธ, อิทํ วจนมพฺรวิ.
‘‘ขาริภารํ คเหตฺวาน, ปจฺฉโต เอหิ เม ตุวํ;
ปริภุตฺเต จ สงฺฆมฺหิ, ปุญฺญํ ตว ภวิสฺสติ.
‘‘ปุฏกํ ตํ คเหตฺวาน, ภิกฺขุสงฺฆสฺสทาสหํ;
ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, ตุสิตํ อุปปชฺชหํ.
‘‘ตตฺถ ทิพฺเพหิ นจฺเจหิ, คีเตหิ วาทิเตหิ จ;
ปุญฺญกมฺเมน สํยุตฺตํ, อนุโภมิ สทา สุขํ.
‘‘ยํ ยํ โยนุปปชฺชามิ, เทวตฺตํ อถ มานุสํ;
โภเค เม อูนตา นตฺถิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘ยาวตา จตุโร ทีปา, สสมุทฺทา สปพฺพตา;
ผลํ พุทฺธสฺส ทตฺวาน, อิสฺสรํ การยามหํ.
‘‘ยาวตา เย ปกฺขิคณา, อากาเส อุปฺปตนฺติ เจ;
เตปิ เม วสมเนฺวนฺติ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘ยาวตา วนสณฺฑมฺหิ, ยกฺขา ภูตา จ รกฺขสา;
กุมฺภณฺฑา ครุฬา จาปิ, ปาริจริยํ อุเปนฺติ เม.
‘‘กุมฺมา โสณา มธุการา, ฑํสา จ มกสา อุโภ;
เตปิ มํ วสมเนฺวนฺติ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘สุปณฺณา นาม สกุณา, ปกฺขิชาตา มหพฺพลา;
เตปิ มํ สรณํ ยนฺติ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘เยปิ ทีฆายุกา นาคา, อิทฺธิมนฺโต มหายสา;
เตปิ มํ วสมเนฺวนฺติ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘สีหา พฺยคฺฆา จ ทีปี จ, อจฺฉโกกตรจฺฉกา;
เตปิ มํ วสมเนฺวนฺติ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘โอสธี ติณวาสี จ, เย จ อากาสวาสิโน;
สพฺเพ มํ สรณํ ยนฺติ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘สุทุทฺทสํ สุนิปุณํ, คมฺภีรํ สุปฺปกาสิตํ;
ผสฺสยิตฺวา วิหรามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘วิโมกฺเข อฏฺฐ ผุสิตฺวา, วิหรามิ อนาสโว;
อาตาปี นิปโก จาหํ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘เย ผลฏฺฐา พุทฺธปุตฺตา, ขีณโทสา มหายสา;
อหมญฺญตโร เตสํ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘อภิญฺญาปารมึ คนฺตฺวา, สุกฺกมูเลน โจทิโต;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย, วิหรามิ อนาสโว.
‘‘เตวิชฺชา อิทฺธิปตฺตา จ, พุทฺธปุตฺตา มหายสา;
ทิพฺพโสตํ สมาปนฺนา, เตสํ อญฺญตโร อหํ.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ ผลํ อททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวาปิ ตเมว คาถํ อญฺญาพฺยากรณวเสน อภาสิ.
สุปฺปิยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. โสปากตฺเถรคาถาวณฺณนา
ยถาปิ เอกปุตฺตสฺมินฺติ อายสฺมโต โสปากตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร หุตฺวา ตตฺถ ตตฺถ วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺโต กกุสนฺธสฺส ภควโต กาเล อญฺญตรสฺส กุฏุมฺพิกสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺโต เอกทิวสํ สตฺถารํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต พีชปูรผลานิ สตฺถุ อุปเนสิ. ปฏิคฺคเหสิ ภควา อนุกมฺปํ อุปาทาย. โส ภิกฺขุสงฺเฆ จ อภิปฺปสนฺโน สลากภตฺตํ ปฏฺฐเปตฺวา สงฺฆุทฺเทสวเสน ติณฺณํ ภิกฺขูนํ ยาวตายุกํ ขีรภตฺตํ อทาสิ. โส เตหิ ปุญฺญกมฺเมหิ อปราปรํ เทวมนุสฺเสสุ สมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต เอกทา มนุสฺสโยนิยํ นิพฺพตฺโต เอกสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส ขีรภตฺตํ อทาสิ. เอวํ ตตฺถ ตตฺถ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุ เอว ปริพฺภมนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ปุริมกมฺมนิสฺสนฺเทน สาวตฺถิยํ อญฺญตราย ทุคฺคติตฺถิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตสฺส มาตา ทส มาเส กุจฺฉินา ปริหริตฺวา ปริปกฺเก คพฺเภ วิชายนกาเล วิชายิตุํ อสกฺโกนฺตี มุจฺฉํ อาปชฺชิตฺวา พหุเวลํ มตา วิย นิปชฺชิ. ตํ ญาตกา ‘‘มตา’’ติ สญฺญาย สุสานํ เนตฺวา จิตกํ อาโรเปตฺวา เทวตานุภาเวน วาตวุฏฺฐิยา อุฏฺฐิตาย อคฺคึ อทตฺวา ปกฺกมึสุ. ทารโก ปจฺฉิมภาวิกตฺตา เทวตานุภาเวน มาตุกุจฺฉิโต อโรโค นิกฺขมิ. มาตา ปน กาลมกาสิ. เทวตา ตํ คเหตฺวา มนุสฺสรูเปน สุสานโคปกสฺส เคเห ฐเปตฺวา กติปยกาลํ ปติรูเปน อาหาเรน โปเสสิ. ตโต ปรํ สุสานโคปโก จ นํ อตฺตโน ปุตฺตํ กตฺวา วฑฺเฒติ. โส ตถา วฑฺเฒนฺโต ตสฺส ปุตฺเตน สุปิเยน นาม ทารเกน สทฺธึ กีฬนฺโต วิจรติ. ตสฺส สุสาเน ชาตสํวฑฺฒภาวโต โสปาโกติ สมญฺญา อโหสิ.
อเถกทิวสํ สตฺตวสฺสิกํ ตํ ภควา ปจฺจูสเวลาย ญาณชาลํ ปตฺถริตฺวา เวเนยฺยพนฺธเว โอโลเกตฺวา ญาณชลนฺโตคธํ ทิสฺวา สุสานฏฺฐานํ อคมาสิ. ทารโก ปุพฺพเหตุนา โจทิยมาโน ปสนฺนมานโส สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. สตฺถา ตสฺส ธมฺมํ กเถสิ. โส ธมฺมํ สุตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา ‘‘ปิตรา อนุญฺญาโตสี’’ติ วุตฺโต ปิตรํ สตฺถุ สนฺติกํ เนสิ. ตสฺส ปิตา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, อิมํ ทารกํ ปพฺพาเชถา’’ติ อนุชานิ. สตฺถา ตํ ปพฺพาเชตฺวา เมตฺตาภาวนาย นิโยเชสิ. โส เมตฺตากมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา สุสาเน วิหรนฺโต จ จิรสฺเสว เมตฺตาฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๕.๑-๗) –
‘‘กกุสนฺโธ มหาวีโร, สพฺพธมฺมาน ปารคู;
คณมฺหา วูปกฏฺโฐ โส, อคมาสิ วนนฺตรํ.
‘‘พีชมิญฺชํ คเหตฺวาน, ลตาย อาวุณึ อหํ;
ภควา ตมฺหิ สมเย, ฌายเต ปพฺพตนฺตเร.
‘‘ทิสฺวานหํ เทวเทวํ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;
ทกฺขิเณยฺยสฺส วีรสฺส, พีชมิญฺชมทาสหํ.
‘‘อิมสฺมึเยว กปฺปมฺหิ, ยํ มิญฺชมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พีชมิญฺชสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหา หุตฺวา ปน อญฺเญสํ โสสานิกภิกฺขูนํ เมตฺตาภาวนาวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถาปิ เอกปุตฺตสฺมิ’’นฺติ คาถํ อภาสิ.
๓๓. ตตฺถ ยถาติ โอปมฺมตฺเถ นิปาโต. เอกปุตฺตสฺมินฺติ ปุนาติ จ กุลวํสํ ตายติ จาติ ปุตฺโต, อตฺรชาทิเภโท ปุตฺโต. เอโก ปุตฺโต เอกปุตฺโต, ตสฺมึ เอกปุตฺตสฺมึ. วิสเย เจตํ ภุมฺมวจนํ. ปิยสฺมินฺติ ปิยายิตพฺพตาย เจว เอกปุตฺตตาย จ รูปสีลาจาราทีหิ จ เปมกรณฏฺฐานภูเต. กุสลีติ กุสลํ วุจฺจติ เขมํ โสตฺถิภาโว, ตํ ลภิตพฺพํ เอตสฺส อตฺถีติ กุสลี, สตฺตานํ หิเตสี เมตฺตชฺฌาสโย. สพฺเพสุ ปาเณสูติ สพฺเพสุ สตฺเตสุ. สพฺพตฺถาติ สพฺพาสุ ทิสาสุ สพฺเพสุ วา ภวาทีสุ, สพฺพาสุ วา อวตฺถาสุ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา เอกปุตฺตเก ปิเย มนาเป มาตาปิตา กุสลี เอกนฺตหิเตสี ภเวยฺย, เอวํ ปุรตฺถิมาทิเภทาสุ สพฺพาสุ ทิสาสุ, กามภวาทิเภเทสุ สพฺเพสุ ภเวสุ ทหราทิเภทาสุ สพฺพาสุ อวตฺถาสุ จ ฐิเตสุ สพฺเพสุ สตฺเตสุ เอกนฺตหิเตสิตาย กุสลี ภเวยฺย, ‘‘มิตฺโต อุทาสีโน ปญฺจตฺถิโก’’ติ สีมํ อกตฺวา สีมาสมฺเภทวเสน สพฺพตฺถ เอกรสํ เมตฺตํ ภาเวยฺยาติ. อิมํ ปน คาถํ วตฺวา ‘‘สเจ ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอวํ เมตฺตาภาวนํ อนุยุญฺเชยฺยาถ, เย เต ภควตา ‘สุขํ สุปตี’ติอาทินา (อ. นิ. ๑๑.๑๕) เอกาทส เมตฺตานิสํสา วุตฺตา, เอกํเสน เตสํ ภาคิโน ภวถา’’ติ โอวาทมทาสิ.
โสปากตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. โปสิยตฺเถรคาถาวณฺณนา
อนาสนฺนวราติ อายสฺมโต โปสิยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ พหุํ กุสลํ อุปจินิตฺวา สุคตีสุ เอว สํสรนฺโต อิโต เทฺวนวุเต กปฺเป ติสฺสสฺส ภควโต กาเล มิคลุทฺโท หุตฺวา อรญฺเญ วิจรติ. อถ ภควา ตสฺส อนุคฺคหํ กาตุํ อรญฺญํ คนฺตฺวา ตสฺส จกฺขุปเถ อตฺตานํ ทสฺเสสิ. โส ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต อาวุธํ นิกฺขิปิตฺวา อุปสงฺกมิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ. ภควา นิสีทิตุกามตํ ทสฺเสสิ. โส ตาวเทว ติณมุฏฺฐิโย คเหตฺวา สเม ภูมิภาเค สกฺกจฺจํ สนฺถริตฺวา อทาสิ. นิสีทิ ตตฺถ ภควา อนุกมฺปํ อุปาทาย. นิสินฺเน ปน ภควติ อนปฺปกํ ปีติโสมนสฺสํ ปฏิสํเวเทนฺโต ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา สยมฺปิ เอกมนฺตํ นิสีทิ. อถ ภควา ‘‘เอตฺตกํ วฏฺฏติ อิมสฺส กุสลพีช’’นฺติ อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ. อจิรปกฺกนฺเต ภควติ ตํ สีโห มิคราชา ฆาเตสิ. โส กาลงฺกโต เทวโลเก นิพฺพตฺติ. ‘‘โส กิร ภควติ อนุปคจฺฉนฺเต สีเหน ฆาติโต นิรเย นิพฺพตฺติสฺสตี’’ติ ตํ ทิสฺวา ภควา สุคติยํ นิพฺพตฺตนตฺถํ กุสลพีชโรปนตฺถญฺจ อุปสงฺกมิ.
โส ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ตโต เทวโลกโต จวิตฺวา สุคตีสุเยว ปริวตฺเตนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺส มหาวิภวสฺส เสฏฺฐิโน ปุตฺโต สงฺคามชิตตฺเถรสฺส กนิฏฺฐภาตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. โปสิโยติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต ทารปริคฺคหํ กตฺวา เอกํ ปุตฺตํ ลภิตฺวา อนฺติมภวิกตาย ธมฺมตาย โจทิยมาโน ชาติอาทึ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนสํเวโค ปพฺพชิตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา วูปกฏฺโฐ หุตฺวา จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานภาวนํ อนุยุญฺชนฺโต นจิรสฺเสว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๓.๑-๑๒) –
‘‘หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, ลมฺพโก นาม ปพฺพโต;
ตตฺเถว ติสฺโส สมฺพุทฺโธ, อพฺโภกาสมฺหิ จงฺกมิ.
‘‘มิคลุทฺโท ตทา อาสึ, อรญฺเญ กานเน อหํ;
ทิสฺวาน ตํ เทวเทวํ, ติณมุฏฺฐิมทาสหํ.
‘‘นิสีทนตฺถํ พุทฺธสฺส, ทตฺวา จิตฺตํ ปสาทยึ;
สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา, ปกฺกามึ อุตฺตรามุโข.
‘‘อจิรํ คตมตฺตสฺส, มิคราชา อโปถยิ;
โสเหน โปถิโต, สนฺโต ตตฺถ กาลงฺกโต อหํ.
‘‘อาสนฺเน เม กตํ กมฺมํ, พุทฺธเสฏฺเฐ อนาสเว;
สุมุตฺโต สรเวโคว, เทวโลกมคจฺฉหํ.
‘‘ยูโป ตตฺถ สุโภ อาสิ, ปุญฺญกมฺมาภินิมฺมิโต;
สหสฺสกณฺโฑ สตเภณฺฑุ, ธชาลุ หริตามโย.
‘‘ปภา นิทฺธาวเต ตสฺส, สตรํสีว อุคฺคโต;
อากิณฺโณ เทวกญฺญาหิ, อาโมทึ กามกามิหํ.
‘‘เทวโลกา จวิตฺวาน, สุกฺกมูเลน โจทิโต;
อาคนฺตฺวาน มนุสฺสตฺตํ, ปตฺโตมฺหิ อาสวกฺขยํ.
‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, นิสีทนมทาสหํ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ติณมุฏฺเฐ อิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตุํ สาวตฺถึ อาคโต ญาตึ อนุกมฺปาย ญาติเคหํ อคมาสิ. ตตฺถ นํ ปุราณทุติยิกา วนฺทิตฺวา อาสนทานาทินา ปฐมํ อุปาสิกา วิย วตฺตํ ทสฺเสตฺวา เถรสฺส อชฺฌาสยํ อชานนฺตี ปจฺฉา อิตฺถิกุตฺตาทีหิ ปโลเภตุกามา อโหสิ. เถโร ‘‘อโห อนฺธพาลา มาทิเสปิ นาม เอวํ ปฏิปชฺชตี’’ติ จินฺเตตฺวา กิญฺจิ อวตฺวา อุฏฺฐายาสนา อรญฺญเมว คโต. ตํ อารญฺญกา ภิกฺขู ‘‘กึ, อาวุโส, อติลหุํ, นิวตฺโตสิ, ญาตเกหิ น ทิฏฺโฐสี’’ติ ปุจฺฉึสุ. เถโร ตตฺถ ปวตฺตึ อาจิกฺขนฺโต ‘‘อนาสนฺนวรา เอตา’’ติ คาถํ อภาสิ.
๓๔. ตตฺถ อนาสนฺนวราติ เอตา อิตฺถิโย น อาสนฺนา อนุปคตา, ทูเร เอว วา ฐิตา หุตฺวา วรา ปุริสสฺส เสฏฺฐา หิตาวหา, ตญฺจ โข นิจฺจเมว สพฺพกาลเมว, น รตฺติเมว, น ทิวาปิ, น รโหเวลายปิ. วิชานตาติ วิชานนฺเตน. ‘‘อนาสนฺนปรา’’ติปิ ปาฬิ, โส เอวตฺโถ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – จณฺฑหตฺถิอสฺสมหึสสีหพฺยคฺฆยกฺขรกฺขสปิสาจาปิ มนุสฺสานํ อนุปสงฺกมนฺโต วรา เสฏฺฐา, น อนตฺถาวหา, เต ปน อุปสงฺกมนฺตา ทิฏฺฐธมฺมิกํเยว อนตฺถํ กเรยฺยุํ. อิตฺถิโย ปน อุปสงฺกมิตฺวา ทิฏฺฐธมฺมิกํ สมฺปรายิกํ วิโมกฺขนิสฺสิตมฺปิ อตฺถํ วินาเสตฺวา มหนฺตํ อนตฺถํ อาปาเทนฺติ, ตสฺมา อนาสนฺนวรา เอตา นิจฺจเมว วิชานตาติ. อิทานิ ตมตฺถํ อตฺตูปนายิกํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘คามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ คามาติ คามํ. อุปโยคตฺเถ หิ เอตํ นิสฺสกฺกวจนํ. อรญฺญมาคมฺมาติ อรญฺญโต อาคนฺตฺวา. ม-กาโร ปทสนฺธิกโร, นิสฺสกฺเก เจตํ อุปโยควจนํ. ตโตติ มญฺจกโต. อนามนฺเตตฺวาติ อนาลปิตฺวา ปุราณทุติยิกํ ‘‘อปฺปมตฺตา โหหี’’ติ เอตฺตกมฺปิ อวตฺวา. โปสิโยติ อตฺตานเมว ปรํ วิย วทติ. เย ปน ‘‘ปกฺกามิ’’นฺติ ปฐนฺติ, เตสํ อหํ โปสิโย ปกฺกามินฺติ โยชนา. เย ปน ‘‘สา อิตฺถี เถรํ ฆรํ อุปคตํ โภเชตฺวา ปโลเภตุกามา ชาตา, ตํ ทิสฺวา เถโร ตาวเทว เคหโต นิกฺขมิตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐาเน มญฺจเก นิสีทิ. สาปิ โข อิตฺถี ปจฺฉาภตฺตํ อลงฺกตปฏิยตฺตา วิหาเร เถรสฺส วสนฏฺฐานํ อุปสงฺกมิ. ตํ ทิสฺวา เถโร กิญฺจิ อวตฺวา อุฏฺฐาย ทิวาฏฺฐานเมว คโต’’ติ วทนฺติ, เตสํ ‘‘คามา อรญฺญมาคมฺมา’’ติ คาถาปทสฺส อตฺโถ ยถารุตวเสเนว นิยฺยติ. วิหาโร หิ อิธ ‘‘อรญฺญ’’นฺติ อธิปฺเปโต.
โปสิยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. สามญฺญกานิตฺเถรคาถาวณฺณนา
สุขํ สุขตฺโถติ อายสฺมโต สามญฺญกานิตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร หุตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ภเว กุสลํ อุปจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล มนุสฺสโยนิยํ นิพฺพตฺโต วิปสฺสึ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส เอกํ มญฺจํ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท อญฺญตรสฺส ปริพฺพาชกสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. สามญฺญกานีติสฺส นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต สตฺถุ ยมกปาฏิหาริยํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส สาสเน ปพฺพชิตฺวา จริยานุกูลํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๓๖.๓๐-๓๓) –
‘‘วิปสฺสิโน ภควโต, โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน;
เอกํ มญฺจํ มยา ทินฺนํ, ปสนฺเนน สปาณินา.
‘‘หตฺถิยานํ อสฺสยานํ, ทิพฺพยานํ สมชฺฌคํ;
เตน มญฺจก ทาเนน, ปตฺโตมฺหิ อาสวกฺขยํ.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ มญฺจมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, มญฺจทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
เถรสฺส ปน คิหิสหายโก กาติยาโน นาม ปริพฺพาชโก พุทฺธุปฺปาทโต ปฏฺฐาย ติตฺถิยานํ หตลาภสกฺการตาย ฆาสจฺฉาทนมตฺตมฺปิ อลภนฺโต อาชีวกาปกโต เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ตุเมฺห สากิยปุตฺติยา นาม มหาลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺตา สุเขน ชีวถ, มยํ ปน ทุกฺขิตา กิจฺฉชีวิกา, กถํ นุ โข ปฏิปชฺชมานสฺส ทิฏฺฐธมฺมิกญฺเจว สมฺปรายิกญฺจ สุขํ สมฺปชฺชตี’’ติ ปุจฺฉิ. อถสฺส เถโร ‘‘นิปฺปริยายโต สุขํ นาม โลกุตฺตรสุขเมว, ตญฺจ ตทนุรูปํ ปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชนฺตสฺเสวา’’ติ อตฺตนา ตสฺส อธิคตภาวํ ปริยาเยน วิภาเวนฺโต ‘‘สุขํ สุขตฺโถ ลภเต ตทาจร’’นฺติ คาถํ อภาสิ.
๓๕. ตตฺถ สุขนฺติ นิรามิสํ สุขํ อิธาธิปฺเปตํ. ตญฺจ ผลสมาปตฺติ เจว นิพฺพานญฺจ. ตถา หิ ‘‘อยํ สมาธิ ปจฺจุปฺปนฺนสุโข เจว อายติญฺจ สุขวิปาโก’’ (ที. นิ. ๓.๓๕๕; อ. นิ. ๕.๒๗; วิภ. ๘๐๔) ‘‘นิพฺพานํ ปรมํ สุข’’นฺติ (ธ. ป. ๒๐๓-๒๐๔) จ วุตฺตํ. สุขตฺโถติ สุขปฺปโยชโน, ยถาวุตฺเตน สุเขน อตฺถิโก. ลภเตติ ปาปุณาติ, อตฺถิกสฺเสเวทํ สุขํ, น อิตรสฺส. โก ปน อตฺถิโกติ อาห ‘‘ตทาจร’’นฺติ ตทตฺถํ อาจรนฺโต, ยาย ปฏิปตฺติยา ตํ ปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชนฺโตติ อตฺโถ. น เกวลํ ตทาจรํ สุขเมว ลภเต, อถ โข กิตฺติญฺจ ปปฺโปติ ‘‘อิติปิ สีลวา สุปริสุทฺธกายวจีกมฺมนฺโต สุปริสุทฺธาชีโว ฌายี ฌานยุตฺโต’’ติอาทินา กิตฺตึ ปรมฺมุขา ปตฺถฏยสตํ ปาปุณาติ. ยสสฺส วฑฺฒตีติ สมฺมุเข คุณาภิตฺถวสงฺขาโต ปริวารสมฺปทาสงฺขาโต จ ยโส อสฺส ปริพฺรูหติ. อิทานิ ‘‘ตทาจร’’นฺติ สามญฺญโต วุตฺตมตฺถํ สรูปโต ทสฺเสนฺโต – ‘‘โย อริยมฏฺฐงฺคิกมญฺชสํ อุชุํ, ภาเวติ มคฺคํ อมตสฺส ปตฺติยา’’ติ อาห. ตสฺสตฺโถ โย ปุคฺคโล กิเลเสหิ อารกตฺตา ปริสุทฺธฏฺเฐน ปฏิปชฺชนฺตานํ อริยภาวกรณฏฺเฐน อริยํ, สมฺมาทิฏฺฐิอาทิอฏฺฐงฺคสมุทายตาย อฏฺฐงฺคิกํ, อนฺตทฺวยรหิตมชฺฌิมปฏิปตฺติภาวโต อกุฏิลฏฺเฐน อญฺชสํ, กายวงฺกาทิปฺปหานโต อุชุํ, นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคนิยฏฺเฐน กิเลเส มาเรนฺโต คมนฏฺเฐน จ ‘‘มคฺค’’นฺติ ลทฺธนามํ ทุกฺขนิโรธคามินิปฏิปทํ อมตสฺส อสงฺขตาย ธาตุยา ปตฺติยา อธิคมาย ภาเวติ อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปาเทติ วฑฺเฒติ จ, โส นิปฺปริยาเยน ‘‘สุขตฺโถ ตทาจร’’นฺติ วุจฺจติ, ตสฺมา ยถาวุตฺตํ สุขํ ลภติ. ตํ สุตฺวา ปริพฺพาชโก ปสนฺนมานโส ปพฺพชิตฺวา สมฺมา ปฏิปชฺชนฺโต นจิรสฺเสว วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. อิทเมว เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณํ อโหสิ.
สามญฺญกานิตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. กุมาปุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา
สาธุ สุตนฺติ อายสฺมโต กุมาปุตฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปติ? โส กิร ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร อิโต เอกนวุเต กปฺเป อชินจมฺมวสโน ตาปโส หุตฺวา พนฺธุมตีนคเร ราชุยฺยาเน วสนฺโต วิปสฺสึ ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา ปสนฺนมานโส ปาทพฺภญฺชนเตลํ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺโต. ตโต ปฏฺฐาย สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท อวนฺติรฏฺเฐ เวฬุกณฺฏกนคเร คหปติกุเล นิพฺพตฺโต. ‘‘นนฺโท’’ติสฺส นามํ อกํสุ. มาตา ปนสฺส กุมา นาม, เตน กุมาปุตฺโตติ ปญฺญายิตฺถ. โส อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ลทฺธปฺปสาโท ปพฺพชิตฺวา กตปุพฺพกิจฺโจ ปริยนฺตปพฺพตปสฺเส สมณธมฺมํ กโรนฺโต วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ อสกฺโกนฺโต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา กมฺมฏฺฐานํ โสเธตฺวา สปฺปายฏฺฐาเน วสนฺโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๓.๒๔-๓๐) –
‘‘นคเร พนฺธุมติยา, ราชุยฺยาเน วสามหํ;
จมฺมวาสี ตทา อาสึ, กมณฺฑลุธโร อหํ.
‘‘อทฺทสํ วิมลํ พุทฺธํ, สยมฺภุํ อปราชิตํ;
ปธานํ ปหิตตฺตํ ตํ, ฌายึ ฌานรตํ วสึ.
‘‘สพฺพกามสมิทฺธญฺจ, โอฆติณฺณมนาสวํ;
ทิสฺวา ปสนฺนสุมโน, อพฺภญฺชนมทาสหํ.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, อพฺภญฺชนมทาสหํ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, อพฺภญฺชนสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อรญฺเญ กายทฬฺหิพหุเล ภิกฺขู, ทิสฺวา เต โอวทนฺโต สาสนสฺส นิยฺยานิกภาวํ ปกาเสนฺโต ‘‘สาธุ สุตํ สาธุ จริตก’’นฺติ คาถํ อภาสิ.
๓๖. ตตฺถ สาธูติ สุนฺทรํ. สุตนฺติ สวนํ. ตญฺจ โข วิวฏฺฏูปนิสฺสิตํ วิเสสโต อปฺปิจฺฉตาทิปฏิสํยุตฺตํ ทสกถาวตฺถุสวนํ อิธาธิปฺเปตํ. สาธุ จริตกนฺติ ตเทว อปฺปิจฺฉตาทิจริตํ จิณฺณํ, สาธุจริตเมว หิ ‘‘จริตก’’นฺติ วุตฺตํ. ปททฺวเยนาปิ พาหุสจฺจํ ตทนุรูปํ ปฏิปตฺติญฺจ ‘‘สุนฺทร’’นฺติ ทสฺเสติ. สทาติ สพฺพกาเล นวกมชฺฌิมเถรกาเล, สพฺเพสุ วา อิริยาปถกฺขเณสุ. อนิเกตวิหาโรติ กิเลสานํ นิวาสนฏฺฐานฏฺเฐน ปญฺจกามคุณา นิเกตา นาม, โลกิยา วา ฉฬารมฺมณธมฺมา. ยถาห – ‘‘รูปนิมิตฺตนิเกตวิสารวินิพนฺธา โข, คหปติ, ‘นิเกตสารี’ติ วุจฺจตี’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๓.๓). เตสํ นิเกตานํ ปหานตฺถาย ปฏิปทา อนิเกตวิหาโร. อตฺถปุจฺฉนนฺติ ตํ อาชานิตุกามสฺส กลฺยาณมิตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถปเภทสฺส ปุจฺฉนํ, กุสลาทิเภทสฺส วา อตฺถสฺส สภาวธมฺมสฺส ‘‘กึ, ภนฺเต, กุสลํ, กึ อกุสลํ, กึ สาวชฺชํ, กึ อนวชฺช’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๓.๒๙๖) ปุจฺฉนํ อตฺถปุจฺฉนํ. ปทกฺขิณกมฺมนฺติ ตํ ปน ปุจฺฉิตฺวา ปทกฺขิณคฺคาหิภาเวน ตสฺส โอวาเท อธิฏฺฐานํ สมฺมาปฏิปตฺติ. อิธาปิ ‘‘สาธู’’ติ ปทํ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. เอตํ สามญฺญนฺติ ‘‘สาธุ สุต’’นฺติอาทินา วุตฺตํ ยํ สุตํ, ยญฺจ จริตํ, โย จ อนิเกตวิหาโร, ยญฺจ อตฺถปุจฺฉนํ, ยญฺจ ปทกฺขิณกมฺมํ, เอตํ สามญฺญํ เอโส สมณภาโว. ยสฺมา อิมาย เอว ปฏิปทาย สมณภาโว, น อญฺญถา, ตสฺมา ‘‘สามญฺญ’’นฺติ นิปฺปริยายโต มคฺคผลสฺส อธิวจนํ. ตสฺส วา ปน อยํ อปณฺณกปฏิปทา, ตํ ปเนตํ สามญฺญํ ยาทิสสฺส สมฺภวาติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อกิญฺจนสฺสา’’ติ วุตฺตํ. อปริคฺคาหกสฺส, เขตฺตวตฺถุหิรญฺญสุวณฺณทาสิทาสาทิปริคฺคหปฏิคฺคหณรหิตสฺสาติ อตฺโถ.
กุมาปุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. กุมาปุตฺตสหายตฺเถรคาถาวณฺณนา
นานาชนปทํ ยนฺตีติ อายสฺมโต กุมาปุตฺตสหายตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺโต อิโต จตุนวุเต กปฺเป สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต อรญฺญํ ปวิสิตฺวา พหุํ รุกฺขทณฺฑํ ฉินฺทิตฺวา กตฺตรยฏฺฐึ กตฺวา สงฺฆสฺส อทาสิ. อญฺญญฺจ ยถาวิภวํ ปุญฺญํ กตฺวา เทเวสุ นิพฺพตฺติตฺวา ตโต ปฏฺฐาย สุคตีสุเยว ปริวตฺเตนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เวฬุกณฺฏกนคเร อิทฺเธ กุเล นิพฺพตฺติ. สุทนฺโตติสฺส นามํ อโหสิ. ‘‘วาสุโล’’ติ เกจิ วทนฺติ. โส กุมาปุตฺตสฺส ปิยสหาโย หุตฺวา วิจรนฺโต ‘‘กุมาปุตฺโต ปพฺพชิโต’’ติ สุตฺวา ‘‘น หิ นูน โส โอรโก ธมฺมวินโย, ยตฺถ กุมาปุตฺโต ปพฺพชิโต’’ติ ตทนุพนฺเธน สยมฺปิ ปพฺพชิตุกาโม หุตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อุปสงฺกมิ. ตสฺส สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. โส ภิยฺโยโสมตฺตาย ปพฺพชฺชาย สญฺชาตฉนฺโท ปพฺพชิตฺวา กุมาปุตฺเตเนว สทฺธึ ปริยนฺตปพฺพเต ภาวนานุยุตฺโต วิหรติ. เตน จ สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู นานาชนปเทสุ ชนปทจาริกํ จรนฺตาปิ คจฺฉนฺตาปิ อาคจฺฉนฺตาปิ ตํ ฐานํ อุปคจฺฉนฺติ. เตน ตตฺถ โกลาหลํ โหติ. ตํ ทิสฺวา สุทนฺตตฺเถโร ‘‘อิเม ภิกฺขู นิยฺยานิกสาสเน ปพฺพชิตฺวา ชนปทวิตกฺกํ อนุวตฺเตนฺตา จิตฺตสมาธึ วิราเธนฺตี’’ติ สํเวคชาโต ตเมว สํเวคํ อตฺตโน จิตฺตทมนสฺส องฺกุสํ กโรนฺโต ‘‘นานาชนปทํ ยนฺตี’’ติ คาถํ อภาสิ.
๓๗. ตตฺถ นานาชนปทนฺติ วิสุํ วิสุํ นานาวิธํ ชนปทํ, กาสิโกสลาทิอเนกรฏฺฐนฺติ อตฺโถ. ยนฺตีติ คจฺฉนฺติ. วิจรนฺตาติ ‘‘อสุโก ชนปโท สุภิกฺโข สุลภปิณฺโฑ, อสุโก เขโม อโรโค’’ติอาทิวิตกฺกวเสน ชนปทจาริกํ จรนฺตา. อสญฺญตาติ ตสฺเสว ชนปทวิตกฺกสฺส อปฺปหีนตาย จิตฺเตน อสํยตา. สมาธิญฺจ วิราเธนฺตีติ สพฺพสฺสปิ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส มูลภูตํ อุปจารปฺปนาเภทํ สมาธิญฺจ นาม วิราเธนฺติ. จ-สทฺโท สมฺภาวเน. เทสนฺตรจรเณน ฌายิตุํ โอกาสาภาเวน อนธิคตํ สมาธึ นาธิคจฺฉนฺตา, อธิคตญฺจ วสีภาวานาปาทเนน ชีรนฺตา วีราเธนฺติ นาม. กึสุ รฏฺฐจริยา กริสฺสตีติ สูติ นิปาตมตฺตํ. ‘‘เอวํภูตานํ รฏฺฐจริยา ชนปทจาริกา กึ กริสฺสติ, กึ นาม อตฺถํ สาเธสฺสติ, นิรตฺถกาวา’’ติ ครหนฺโต วทติ. ตสฺมาติ ยสฺมา อีทิสี เทสนฺตรจริยา ภิกฺขุสฺส น อตฺถาวหา, อปิ จ โข อนตฺถาวหา สมฺปตฺตีนํ วิราธนโต, ตสฺมา. วิเนยฺย สารมฺภนฺติ วสนปเทเส อรติวเสน อุปฺปนฺนํ สารมฺภํ จิตฺตสํกิเลสํ ตทนุรูเปน ปฏิสงฺขาเนน วิเนตฺวา วูปสเมตฺวา. ฌาเยยฺยาติ อารมฺมณูปนิชฺฌาเนน ลกฺขณูปนิชฺฌาเนน จาติ ทุวิเธนปิ ฌาเนน ฌาเยยฺย. อปุรกฺขโตติ มิจฺฉาวิตกฺเกหิ ตณฺหาทีหิ วา น ปุรกฺขโตติ เตสํ วสํ อนุปคจฺฉนฺโต กมฺมฏฺฐานเมว มนสิ กเรยฺยาติ อตฺโถ. เอวํ ปน วตฺวา เถโร ตเมว สํเวคํ องฺกุสํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๓.๓๖-๔๑) –
‘‘กานนํ วนโมคฺคยฺห, เวฬุํ เฉตฺวานหํ ตทา;
อาลมฺพนํ กริตฺวาน, สงฺฆสฺส อททึ พหุํ.
‘‘เตน จิตฺตปฺปสาเทน, สุพฺพเต อภิวาทิย;
อาลมฺพทณฺฑํ ทตฺวาน, ปกฺกามึ อุตฺตรามุโข.
‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ ทณฺฑมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ทณฺฑทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ยํ ปนตฺถํ องฺกุสํ กตฺวา อยํ เถโร อรหตฺตํ ปตฺโต, ตเมวตฺถํ หทเย ฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโตปิ ‘‘นานาชนปทํ ยนฺติ’’ติ อิทเมว คาถํ อภาสิ. ตสฺมา ตเทวสฺส อญฺญาพฺยากรณํ อโหสีติ.
กุมาปุตฺตสหายตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ควมฺปติตฺเถรคาถาวณฺณนา
โย อิทฺธิยา สรภุนฺติ อายสฺมโต ควมฺปติตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร อิโต เอกตึเส กปฺเป สิขึ ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา ปสนฺนมานโส ปุปฺเผหิ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก อุปฺปนฺโน อปราปรํ ปุญฺญานิ กโรนฺโต โกณาคมนสฺส ภควโต เจติเย ฉตฺตญฺจ เวทิกญฺจ กาเรสิ. กสฺสปสฺส ปน ภควโต กาเล อญฺญตรสฺมึ กุลเคเห นิพฺพตฺโต. ตสฺมิญฺจ กุเล พหุํ โคมณฺฑลํ อโหสิ. ตํ โคปาลกา รกฺขนฺติ. อยํ ตตฺถ อนฺตรนฺตรา ยุตฺตปฺปยุตฺตํ วิจาเรนฺโต วิจรติ. โส เอกํ ขีณาสวตฺเถรํ คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา พหิคาเม เทวสิกํ เอกสฺมึ ปเทเส ภตฺตกิจฺจํ กโรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยฺโย สูริยาตเปน กิลมิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา จตฺตาโร สิรีสทณฺเฑ อุสฺสาเปตฺวา เตสํ อุปริ สิรีสสาขาโย ฐเปตฺวา สาขามณฺฑปํ กตฺวา อทาสิ. ‘‘มณฺฑปสฺส สมีเป สิรีสรุกฺขํ โรเปสี’’ติ จ วทนฺติ. ตสฺส อนุกมฺปาย เทวสิกํ เถโร ตตฺถ นิสีทิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน ตโต จวิตฺวา จาตุมหาราชิเกสุ นิพฺพตฺติ. ตสฺส ปุริมกมฺมสํสูจกํ วิมานทฺวาเร มหนฺตํ สิรีสวนํ นิพฺพตฺติ วณฺณคนฺธสมฺปนฺเนหิ อญฺเญหิ ปุปฺเผหิ สพฺพกาเล อุปโสภยมานํ, เตน ตํ วิมานํ ‘‘เสรีสก’’นฺติ ปญฺญายิตฺถ. โส เทวปุตฺโต เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ยสตฺเถรสฺส จตูสุ คิหิสหาเยสุ ควมฺปติ นาม หุตฺวา อายสฺมโต ยสสฺส ปพฺพชิตภาวํ สุตฺวา อตฺตโน สหาเยหิ สทฺธึ ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. สตฺถา ตสฺส ธมฺมํ เทเสสิ. โส เทสนาวสาเน สหาเยหิ สทฺธึ อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๓.๔๒-๔๗) –
‘‘มิคลุทฺโท ปุเร อาสึ, วิปิเน วิจรํ อหํ;