๖. อภยตฺเถรคาถาวณฺณนา

สุตฺวา สุภาสิตํ วาจนฺติ อายสฺมโต อภยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิตฺวา ธมฺมกถิโก หุตฺวา ธมฺมกถนกาเล ปฐมํ จตูหิ คาถาหิ ภควนฺตํ อภิตฺถวิตฺวา ปจฺฉา ธมฺมํ กเถสิ. เตนสฺส ปุญฺญกมฺมพเลน กปฺปานํ สตสหสฺสํ อปายปฏิสนฺธิ นาม นาโหสิ. ตถา หิ วุตฺตํ –

‘‘อภิตฺถวิตฺวา ปทุมุตฺตรํ ชินํ, ปสนฺนจิตฺโต อภโย สยมฺภุํ;

น คจฺฉิ กปฺปานิ อปายภูมึ, สตสหสฺสานิ อุฬารสทฺโธ’’ติ. (อป. เถร ๒.๕๕.๒๒๑)

เขตฺตสมฺปตฺติยาทีหิ ตสฺส จ ปุพฺพปจฺฉิมสนฺนิฏฺฐานเจตนานํ อติวิย อุฬารภาเวน โส อปริเมยฺโย ปุญฺญาภิสนฺโท กุสลาภิสนฺโท ตาทิโส อโหสิ. ‘‘อจินฺติเย ปสนฺนานํ, วิปาโก โหติ อจินฺติโย’’ติ (อป. เถร ๑.๑.๘๒) หิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตตฺถ หิ ภเว อุปจิตํ ปุญฺญํ ตสฺส อุปตฺถมฺภกมโหสิ. ตถา หิ โส วิปสฺสิสฺส ภควโต เกตกปุปฺเผหิ ปูชมกาสิ. เอวํ อุฬาเรหิ ปุญฺญวิเสเสหิ สุคตีสุ เอว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท รญฺโญ พิมฺพิสารสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. อภโยติสฺส นามํ อโหสิ. ตสฺส อุปฺปตฺติ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ. โส นิคณฺเฐน นาฏปุตฺเตน อุภโตโกฏิกํ ปญฺหํ สิกฺขาเปตฺวา ‘‘อิมํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ อาโรเปหี’’ติ วิสฺสชฺชิโต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ตสฺส ปญฺหสฺส อเนกํสพฺยากรณภาเว ภควตา กถิเต นิคณฺฐานํ ปราชยํ, สตฺถุ จ สมฺมาสมฺพุทฺธภาวํ วิทิตฺวา อุปาสกตฺตํ ปฏิเวเทสิ. ตโต รญฺเญ พิมฺพิสาเร กาลงฺกเต สญฺชาตสํเวโค สาสเน ปพฺพชิตฺวา ตาลจฺฉิคฺคฬูปมสุตฺตเทสนาย โสตาปนฺโน หุตฺวา ปุน วิปสฺสนํ อารภิตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๒.๑๗-๒๒) –

‘‘วินตานทิยา ตีเร, วิหาสิ ปุริสุตฺตโม;

อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, เอกคฺคํ สุสมาหิตํ.

‘‘มธุคนฺธสฺส ปุปฺเผน, เกตกสฺส อหํ ตทา;

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, พุทฺธเสฏฺฐมปูชยึ.

‘‘เอกนวุเต อิโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺติกิตฺตเนน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ‘‘สุตฺวา สุภาสิตํ วาจ’’นฺติ คาถํ อภาสิ.

๒๖. ตตฺถ สุตฺวาติ โสตํ โอทหิตฺวา, โสตทฺวารานุสาเรน อุปธาเรตฺวา. สุภาสิตนฺติ สุฏฺฐุ ภาสิตํ, สมฺมเทว ภาสิตํ, สมฺมาสมฺพุทฺธภาวโต มหาการุณิกตาย จ กิญฺจิ อวิสํวาเทตฺวา ยถาธิปฺเปตสฺส อตฺถสฺส เอกนฺตโต สาธนวเสน ภาสิตํ จตุสจฺจวิภาวนียธมฺมกถํ. น หิ สจฺจวินิมุตฺตา ภควโต ธมฺมเทสนา อตฺถิ. พุทฺธสฺสาติ สพฺพญฺญุพุทฺธสฺส. อาทิจฺจพนฺธุโนติ อาทิจฺจวํเส สมฺภูตตฺตา อาทิจฺโจ พนฺธุ เอตสฺสาติ อาทิจฺจพนฺธุ, ภควา. ตสฺส อาทิจฺจพนฺธุโน. อาทิจฺจสฺส วา พนฺธูติ อาทิจฺจพนฺธุ, ภควา. ตสฺส ภควโต โอรสปุตฺตภาวโต. เตนาห ภควา –

‘‘โย อนฺธกาเร ตมสี ปภงฺกโร, เวโรจโน มณฺฑลี อุคฺคเตโช;

มา ราหุ คิลี จรมนฺตลิกฺเข, ปชํ มมํ ราหุ ปมุญฺจ สูริย’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๙๑);

ปจฺจพฺยธินฺติ ปฏิวิชฺฌึ. หี-ติ นิปาตมตฺตํ. นิปุณนฺติ สณฺหํ ปรมสุขุมํ, นิโรธสจฺจํ, จตุสจฺจเมว วา. หี-ติ วา เหตุอตฺเถ นิปาโต. ยสฺมา ปจฺจพฺยธึ นิปุณํ จตุสจฺจํ, ตสฺมา น ทานิ กิญฺจิ ปฏิวิชฺฌิตพฺพํ อตฺถีติ อตฺโถ. ยถา กึ ปฏิวิชฺฌีติ อาห ‘‘วาลคฺคํ อุสุนา ยถา’’ติ. ยถา สตฺตธา ภินฺนสฺส วาลสฺส โกฏึ สุสิกฺขิโต กุสโล อิสฺสาโส อุสุนา กณฺเฑน อวิรชฺฌนฺโต วิชฺเฌยฺย, เอวํ ปจฺจพฺยธึ นิปุณํ อริยสจฺจนฺติ โยชนา.

อภยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.