๓. ตติยวคฺโค
๑. นิโคฺรธตฺเถรคาถาวณฺณนา
นาหํ ภยสฺส ภายามีติ อายสฺมโต นิโคฺรธตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร อิโต อฏฺฐารเส กปฺปสเต พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ ทิสฺวา ฆรพนฺธนํ ปหาย อรญฺญายตนํ ปวิสิตฺวา อญฺญตรสฺมึ สาลวเน ปณฺณสาลํ กตฺวา ตาปสปพฺพชํ ปพฺพชิตฺวา วนมูลผลาหาโร วสติ. เตน สมเยน ปิยทสฺสี นาม สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา สเทวกสฺส โลกสฺส ธมฺมามตวสฺเสน กิเลสสนฺตาปํ นิพฺพาเปนฺโต เอกทิวสํ ตาปเส อนุกมฺปาย ตํ สาลวนํ ปวิสิตฺวา นิโรธสมาปตฺตึ สมาปนฺโน. ตาปโส วนมูลผลตฺถาย คจฺฉนฺโต ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ปุปฺผิตสาลทณฺฑสาขาโย คเหตฺวา สาลมณฺฑปํ กตฺวา ตํ สพฺพตฺถกเมว สาลปุปฺเผหิ สญฺฉาเทตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปีติโสมนสฺสวเสเนว อาหารตฺถายปิ อคนฺตฺวา นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ. สตฺถา นิโรธโต วุฏฺฐาย ตสฺส อนุกมฺปาย ‘‘ภิกฺขุสงฺโฆ อาคจฺฉตู’’ติ จินฺเตสิ, ‘‘ภิกฺขุสงฺเฆปิ จิตฺตํ ปสาเทสฺสตี’’ติ. ตาวเทว ภิกฺขุสงฺโฆ อาคโต. โส ภิกฺขุสงฺฆมฺปิ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ. สตฺถา สิตสฺส ปาตุกรณาปเทเสน ตสฺส ภาวินึ สมฺปตฺตึ ปกาเสนฺโต ธมฺมํ กเถตฺวา ปกฺกามิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุเยว สํสรนฺโต วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ พหุํ กุสลํ อุปจินิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, นิโคฺรโธติสฺส นามํ อโหสิ. โส เชตวนปฏิคฺคหณทิวเส พุทฺธานุภาวทสฺสเนน สญฺชาตปฺปสาโท ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ อารภิตฺวา นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๙.๑๙๐-๒๒๐) –
‘‘อชฺโฌคาเหตฺวา สาลวนํ, สุกโต อสฺสโม มม;
สาลปุปฺเผหิ สญฺฉนฺโน, วสามิ วิปิเน ตทา.
‘‘ปิยทสฺสี จ ภควา, สยมฺภู อคฺคปุคฺคโล;
วิเวกกาโม สมฺพุทฺโธ, สาลวนมุปาคมิ.
‘‘อสฺสมา อภินิกฺขมฺม, ปวนํ อคมาสหํ;
มูลผลํ คเวสนฺโต, อาหินฺทามิ วเน ตทา.
‘‘ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ, ปิยทสฺสึ มหายสํ;
สุนิสินฺนํ สมาปนฺนํ, วิโรจนฺตํ มหาวเน.
‘‘จตุทณฺเฑ ฐเปตฺวาน, พุทฺธสฺส อุปรี อหํ;
มณฺฑปํ สุกตํ กตฺวา, สาลปุปฺเผหิ ฉาทยึ.
‘‘สตฺตาหํ ธารยิตฺวาน, มณฺฑปํ สาลฉาทิตํ;
ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, พุทฺธเสฏฺฐมวนฺทหํ.
‘‘ภควา ตมฺหิ สมเย, วุฏฺฐหิตฺวา สมาธิโต;
ยุคมตฺตํ เปกฺขมาโน, นิสีทิ ปุริสุตฺตโม.
‘‘สาวโก วรุโณ นาม, ปิยทสฺสิสฺส สตฺถุโน;
วสีสตสหสฺเสหิ, อุปคจฺฉิ วินายกํ.
‘‘ปิยทสฺสี จ ภควา, โลกเชฏฺโฐ นราสโภ;
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา, สิตํ ปาตุกรี ชิโน.
‘‘อนุรุทฺโธ อุปฏฺฐาโก, ปิยทสฺสิสฺส สตฺถุโน;
เอกํสํ จีวรํ กตฺวา, อปุจฺฉิตฺถ มหามุนึ.
‘‘โก นุ โข ภควา เหตุ, สิตกมฺมสฺส สตฺถุโน;
การเณ วิชฺชมานมฺหิ, สตฺถา ปาตุกเร สิตํ.
‘‘สตฺตาหํ สาลจฺฉทนํ, โย เม ธาเรสิ มาณโว;
ตสฺส กมฺมํ สริตฺวาน, สิตํ ปาตุกรึ อหํ.
‘‘อโนกาสํ น ปสฺสามิ, ยตฺถ ปุญฺญํ วิปจฺจติ;
เทวโลเก มนุสฺเส วา, โอกาโสว น สมฺมติ.
‘‘เทวโลเก วสนฺตสฺส, ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน;
ยาวตา ปริสา ตสฺส, สาลจฺฉนฺนา ภวิสฺสติ.
‘‘ตตฺถ ทิพฺเพหิ นจฺเจหิ, คีเตหิ วาทิเตหิ จ;
รมิสฺสติ สทา สนฺโต, ปุญฺญกมฺมสมาหิโต.
‘‘ยาวตา ปริสา ตสฺส, คนฺธคนฺธี ภวิสฺสติ;
สาลสฺส ปุปฺผวสฺโส จ, ปวสฺสิสฺสติ ตาวเท.
‘‘ตโต จุโตยํ มนุโช, มานุสํ อาคมิสฺสติ;
อิธาปิ สาลจฺฉทนํ, สพฺพกาลํ ธริสฺสติ.
‘‘อิธ นจฺจญฺจ คีตญฺจ, สมฺมตาฬสมาหิตํ;
ปริวาเรสฺสนฺติ มํ นิจฺจํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘อุคฺคจฺฉนฺเต จ สูริเย, สาลวสฺสํ ปวสฺสเต;
ปุญฺญกมฺเมน สํยุตฺตํ, วสฺสเต สพฺพกาลิกํ.
‘‘อฏฺฐารเส กปฺปสเต, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม นาเมน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘ตสฺส ธมฺเม สุทายาโท, โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย, นิพฺพายิสฺสตินาสโว.
‘‘ธมฺมํ อภิสเมนฺตสฺส, สาลจฺฉนฺนํ ภวิสฺสติ;
จิตเก ฌายมานสฺส, ฉทนํ ตตฺถ เหสฺสติ.
‘‘วิปากํ กิตฺตยิตฺวาน, ปิยทสฺสี มหามุนิ;
ปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ, ตปฺเปนฺโต ธมฺมวุฏฺฐิยา.
‘‘ตึสกปฺปานิ เทเวสุ, เทวรชฺชมการยึ;
สฏฺฐิ จ สตฺตกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี อโหสหํ.
‘‘เทวโลกา อิธาคนฺตฺวา, ลภามิ วิปุลํ สุขํ;
อิธาปิ สาลจฺฉทนํ, มณฺฑปสฺส อิทํ ผลํ.
‘‘อยํ ปจฺฉิมโก มยฺหํ, จริโม วตฺตเต ภโว;
อิธาปิ สาลจฺฉทนํ, เหสฺสติ สพฺพกาลิกํ.
‘‘มหามุนึ โตสยิตฺวา, โคตมํ สกฺยปุงฺควํ;
ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ, หิตฺวา ชยปราชยํ.
‘‘อฏฺฐารเส กปฺปสเต, ยํ พุทฺธมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา, วิหรามิ อนาสโว.
‘‘สฺวาคตํ วต เม อาสิ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส, วิโมกฺขาปิ จ อฏฺฐิเม;
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
เอวํ ปน ฉฬภิญฺโญ หุตฺวา ผลสุเขน วีตินาเมนฺโต สาสนสฺส นิยฺยานิกภาววิภาวนตฺถํ อญฺญาพฺยากรณวเสน ‘‘นาหํ ภยสฺส ภายามี’’ติ คาถํ อภาสิ.
๒๑. ตตฺถ ภายนฺติ เอตสฺมาติ ภยํ, ชาติชราทิ. ภยสฺสาติ นิสฺสกฺเก สามิวจนํ, ภยโต ภายิตพฺพนิมิตฺตํ ชาติชรามรณาทินา เหตุนา นาหํ ภายามีติ อตฺโถ. ตตฺถ การณมาห ‘‘สตฺถา โน อมตสฺส โกวิโท’’ติ. อมฺหากํ สตฺถา อมเต กุสโล เวเนยฺยานํ อมตทาเน เฉโก. ยตฺถ ภยํ นาวติฏฺฐตีติ ยสฺมึ นิพฺพาเน ยถาวุตฺตํ ภยํ น ติฏฺฐติ โอกาสํ น ลภติ. เตนาติ ตโต นิพฺพานโต. วชนฺตีติ อภยฏฺฐานเมว คจฺฉนฺติ. นิพฺพานญฺหิ อภยฏฺฐานํ นาม. เกน ปน วชนฺตีติ อาห ‘‘มคฺเคน วชนฺติ ภิกฺขโว’’ติ, อฏฺฐงฺคิเกน อริยมคฺเคน สตฺถุ โอวาทกรณา ภิกฺขู สํสาเร ภยสฺส อิกฺขนกาติ อตฺโถ. ยตฺถาติ วา ยํ นิมิตฺตํ ยสฺส อริยมคฺคสฺส อธิคมเหตุ อตฺตานุวาทาทิกํ ปญฺจวีสติวิธมฺปิ ภยํ นาวติฏฺฐติ ปติฏฺฐํ น ลภติ, เตน อริเยน มคฺเคน วชนฺติ อภยฏฺฐานํ สตฺถุ สาสเน ภิกฺขู, เตน มคฺเคน อหมฺปิ คโต, ตสฺมา นาหํ ภยสฺส ภายามีติ เถโร อญฺญํ พฺยากาสิ.
นิโคฺรธตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. จิตฺตกตฺเถรคาถาวณฺณนา
นีลาสุคีวาติ อายสฺมโต จิตฺตกตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาลโต ปฏฺฐาย วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อาจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป มนุสฺสโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตฺตํ ปตฺโต วิปสฺสึ ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา ปสนฺนมานโส ปุปฺเผหิ ปูชํ กตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘สนฺตธมฺเมน นาม เอตฺถ ภวิตพฺพ’’นฺติ สตฺถริ นิพฺพาเน จ อธิมุจฺจิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน ตโต จุโต ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺโต อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห วิภวสมฺปนฺนสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ จิตฺตโก นาม นาเมน. โส ภควติ ราชคหํ คนฺตฺวา เวฬุวเน วิหรนฺเต สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา จริยานุกูลํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺญายตนํ ปวิสิตฺวา ภาวนานุยุตฺโต ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานปาทกํ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา นจิเรเนว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๑-๗) –
‘‘กณิการํว โชตนฺตํ, นิสินฺนํ ปพฺพตนฺตเร;
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, วิปสฺสึ โลกนายกํ.
‘‘ตีณิ กิงฺกณิปุปฺผานิ, ปคฺคยฺห อภิโรปยึ;
สมฺพุทฺธํ อภิปูเชตฺวา, คจฺฉามิ ทกฺขิณามุโข.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสํ อคจฺฉหํ.
‘‘เอกนวุเต อิโต กปฺเป, ยํ พุทฺธมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตุํ ราชคหํ อุปคโต ตตฺถ ภิกฺขูหิ ‘‘กึ, อาวุโส, อรญฺเญ อปฺปมตฺโต วิหาสี’’ติ ปุฏฺโฐ อตฺตโน อปฺปมาทวิหารนิเวทเนน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ‘‘นีลาสุคีวา’’ติ คาถํ อภาสิ.
๒๒. ตตฺถ นีลาสุคีวาติ นีลสุคีวา, คาถาสุขตฺถเญฺหตฺถ ทีโฆ กโต, ราชิวนฺตตาย สุนฺทราย คีวาย สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. เต เยภุยฺเยน จ นีลวณฺณตาย นีลา. โสภนกณฺฐตาย สุคีวา. สิขิโนติ มตฺถเก ชาตาย สิขาย สสฺสิริกภาเวน สิขิโน. โมราติ มยูรา. การมฺภิยนฺติ การมฺพรุกฺเข. การมฺภิยนฺติ วา ตสฺส วนสฺส นามํ. ตสฺมา การมฺภิยนฺติ การมฺภนามเก วเนติ อตฺโถ. อภินทนฺตีติ ปาวุสฺสกาเล เมฆคชฺชิตํ สุตฺวา เกกาสทฺทํ กโรนฺตา อุตุสมฺปทาสิทฺเธน สเรน หํสาทิเก อภิภวนฺตา วิย นทนฺติ. เตติ เต โมรา. สีตวาตกีฬิตาติ สีเตน เมฆวาเตน สญฺชาตกีฬิตา มธุรวสฺสิตํ วสฺสนฺตา. สุตฺตนฺติ ภตฺตสมฺมทวิโนทนตฺถํ สยิตํ, กายกิลมถปฏิปสฺสมฺภนาย วา อนุญฺญาตเวลายํ สุปนฺตํ. ฌายนฺติ สมถวิปสฺสนาฌาเนหิ ฌายนสีลํ ภาวนานุยุตฺตํ. นิโพเธนฺตีติ ปโพเธนฺติ. ‘‘อิเมปิ นาม นิทฺทํ อนุปคนฺตฺวา ชาครนฺตา อตฺตนา กตฺตพฺพํ กโรนฺติ, กิมงฺคํ ปนาห’’นฺติ เอวํ สมฺปชญฺญุปฺปาทเนน สยนโต วุฏฺฐาเปนฺตีติ อธิปฺปาโย.
จิตฺตกตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. โคสาลตฺเถรคาถาวณฺณนา
อหํ โข เวฬุคุมฺพสฺมินฺติ อายสฺมโต โคสาลตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อาจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป อญฺญตรสฺมึ ปพฺพเต รุกฺขสาขายํ โอลมฺพมานํ ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปํสุกูลจีวรํ ทิสฺวา ‘‘อรหทฺธโช วตาย’’นฺติ ปสนฺนจิตฺโต ปุปฺเผหิ ปูเชหิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺโต. ตโต ปฏฺฐาย เทวมนุสฺเสสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธรฏฺเฐ อิพฺภกุเล นิพฺพตฺโต โคสาโล นาม นาเมน. โสเณน ปน โกฏิกณฺเณน กตปริจยตฺตา ตสฺส ปพฺพชิตภาวํ สุตฺวา ‘‘โสปิ นาม มหาวิภโว ปพฺพชิสฺสติ, กิมงฺคํ ปนาห’’นฺติ สญฺชาตสํเวโค ภควโต สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา จริยานุกูลํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา สปฺปายํ วสนฏฺฐานํ คเวสนฺโต อตฺตโน ชาตคามสฺส อวิทูเร เอกสฺมึ สานุปพฺพเต วิหาสิ. ตสฺส มาตา ทิวเส ทิวเส ภิกฺขํ เทติ. อเถกทิวสํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐสฺส มาตา มธุสกฺขราภิสงฺขตํ ปายาสํ อทาสิ. โส ตํ คเหตฺวา ตสฺส ปพฺพตสฺส ฉายายํ อญฺญตรสฺส เวฬุคุมฺพสฺส มูเล นิสีทิตฺวา ปริภุญฺชิตฺวา โธวิตปตฺตปาณี วิปสฺสนํ อารภิ. โภชนสปฺปายลาเภน กายจิตฺตานํ กลฺลตาย สมาหิโต อุทยพฺพยญาณาทิเก ติกฺเข สูเร วหนฺเต อปฺปกสิเรเนว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา ภาวนํ มตฺถกํ ปาเปนฺโต สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๘-๑๔) –
‘‘หิมวนฺตสฺส อวิทูเร, อุทงฺคโณ นาม ปพฺพโต;
ตตฺถทฺทสํ ปํสุกูลํ, ทุมคฺคมฺหิ วิลมฺพิตํ.
‘‘ตีณิ กิงฺกณิปุปฺผานิ, โอจินิตฺวานหํ ตทา;
เหฏฺฐา ปหฏฺเฐน จิตฺเตน, ปํสุกูลํ อปูชยึ.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสํ อคจฺฉหํ.
‘‘เอกนวุเต อิโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปูชิตฺวา อรหทฺธชํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน อธิคนฺตฺวา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถํ ปพฺพตสานุเมว คนฺตุกาโม อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปเวเทนฺโต ‘‘อหํ โข เวฬุคุมฺพสฺมิ’’นฺติ คาถํ อภาสิ.
๒๓. ตตฺถ เวฬุคุมฺพสฺมินฺติ เวฬุคจฺฉสฺส สมีเป, ตสฺส ฉายายํ. ภุตฺวาน มธุปายสนฺติ มธุปสิตฺตปายาสํ ภุญฺชิตฺวา. ปทกฺขิณนฺติ ปทกฺขิณคฺคาเหน, สตฺถุ โอวาทสฺส สมฺมา สมฺปฏิจฺฉเนนาติ อตฺโถ. สมฺมสนฺโต ขนฺธานํ อุทยพฺพยนฺติ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อุทยพฺพยญฺจ วิปสฺสนฺโต, ยทิปิ อิทานิ กตกิจฺโจ, ผลสมาปตฺตึ ปน สมาปชฺชิตุํ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปนฺโตติ อธิปฺปาโย. สานุํ ปฏิคมิสฺสามีติ ปุพฺเพ มยา วุตฺถปพฺพตสานุเมว อุทฺทิสฺส คจฺฉิสฺสามิ. วิเวกมนุพฺรูหยนฺติ ปฏิปสฺสทฺธิวิเวกํ ผลสมาปตฺติกายวิเวกญฺจ ปริพฺรูหยนฺโต, ตสฺส วา ปริพฺรูหนเหตุ คมิสฺสามีติ. เอวํ ปน วตฺวา เถโร ตตฺเถว คโต, อยเมว จ อิมสฺส เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณคาถา อโหสิ.
โคสาลตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. สุคนฺธตฺเถรคาถาวณฺณนา
อนุวสฺสิโก ปพฺพชิโตติ อายสฺมโต สุคนฺธตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร อิโต ทฺวานวุเต กปฺเป ติสฺสสฺส นาม สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส กาเล มนุสฺสโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต มิคพฺยธเนน อรญฺเญ วิจรติ. สตฺถา ตสฺส อนุกมฺปาย ปทวฬญฺชํ ทสฺเสตฺวา คโต. โส สตฺถุ ปทเจติยานิ ทิสฺวา ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการตาย ‘‘สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคลสฺส อิมานิ ปทานี’’ติ ปีติโสมนสฺสชาโต โกรณฺฑกปุปฺผานิ คเหตฺวา ปูชํ กตฺวา จิตฺตํ ปสาเทสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา ตโต จุโต อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต กาเล กุฏุมฺพิโก หุตฺวา สตฺถุ ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา คนฺธกุฏึ มหคฺฆโคสิตจนฺทนํ ปิสิตฺวา เตน ปริภณฺฑํ กตฺวา ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ – ‘‘นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน มยฺหํ สรีรํ เอวํสุคนฺธํ โหตู’’ติ. เอวํ อญฺญานิปิ ตตฺถ ตตฺถ ภเว พหูนิ ปุญฺญกมฺมานิ กตฺวา สุคตีสุ เอว ปริวตฺตมาโน อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ วิภวสมฺปนฺนสฺส พฺราหฺมณสฺส เคเห นิพฺพตฺติ. นิพฺพตฺตสฺส จ ตสฺส มาตุกุจฺฉิคตกาลโต ปฏฺฐาย มาตุ สรีรํ สกลมฺปิ เคหํ สุรภิคนฺธํ วายติ. ชาตทิวเส ปน วิเสสโต ปรมสุคนฺธํ สามนฺตเคเหสุปิ วายเตว. ตสฺส มาตาปิตโร ‘‘อมฺหากํ ปุตฺโต อตฺตนาว อตฺตโน นามํ คเหตฺวา อาคโต’’ติ สุคนฺโธเตฺวว นามํ อกํสุ. โส อนุปุพฺเพน วยปฺปตฺโต มหาเสลตฺเถรํ ทิสฺวา ตสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต สตฺตาหพฺภนฺตเร เอว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๑๕-๒๔) –
‘‘วนกมฺมิโก ปุเร อาสึ, ปิตุมาตุมเตนหํ;
ปสุมาเรน ชีวามิ, กุสลํ เม น วิชฺชติ.
‘‘มม อาสยสามนฺตา, ติสฺโส โลกคฺคนายโก;
ปทานิ ตีณิ ทสฺเสสิ, อนุกมฺปาย จกฺขุมา.
‘‘อกฺกนฺเต จ ปเท ทิสฺวา, ติสฺสนามสฺส สตฺถุโน;
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน, ปเท จิตฺตํ ปสาทยึ.
‘‘โกรณฺฑํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา, ปาทปํ ธรณีรุหํ;
สโกสกํ คเหตฺวาน, ปทเสฏฺฐํ อปูชยึ.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘ยํ ยํ โยนุปปชฺชามิ, เทวตฺตํ อถ มานุสํ;
โกรณฺฑกฉวี โหมิ, สุปฺปภาโส ภวามหํ.
‘‘เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปทปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ‘‘อนุวสฺสิโก ปพฺพชิโต’’ติ อิมํ คาถํ อภาสิ.
๒๔. ตตฺถ อนุวสฺสิโกติ อนุคโต อุปคโต วสฺสํ อนุวสฺโส, อนุวสฺโสว อนุวสฺสิโก. ปพฺพชิโตติ ปพฺพชฺชํ อุปคโต, ปพฺพชิโต หุตฺวา อุปคตวสฺสมตฺโต เอกวสฺสิโกติ อตฺโถ. อถ วา อนุคตํ ปจฺฉาคตํ อปคตํ วสฺสํ อนุวสฺสํ, ตํ อสฺส อตฺถีติ อนุวสฺสิโก. ยสฺส ปพฺพชิตสฺส วสฺสํ อปริปุณฺณตาย น คณนูปคตํ, โส เอวํ วุตฺโต, ตสฺมา อวสฺสิโกติ วุตฺตํ โหติ. ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตนฺติ ตว สตฺถุ ธมฺมสฺส สุธมฺมภาวํ สฺวากฺขาตตํ เอกนฺตนิยฺยานิกตํ ปสฺส, ยตฺถ อนุวสฺสิโก ตุวํ ปพฺพชิโต. ปุพฺเพนิวาสญาณํ ทิพฺพจกฺขุญาณํ อาสวกฺขยญาณนฺติ ติสฺโส วิชฺชา ตยา อนุปฺปตฺตา สจฺฉิกตา, ตโต เอว กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สาสนํ อนุสิฏฺฐิ โอวาโท อนุสิกฺขิโตติ กตกิจฺจตํ นิสฺสาย ปีติโสมนสฺสชาโต เถโร อตฺตานํ ปรํ วิย กตฺวา วทตีติ.
สุคนฺธตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. นนฺทิยตฺเถรคาถาวณฺณนา
โอภาสชาตนฺติ อายสฺมโต นนฺทิยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล สตฺถริ ปรินิพฺพุเต เจติเย จนฺทนสาเรน เวทิกํ กาเรตฺวา อุฬารํ ปูชาสกฺการํ ปวตฺเตสิ. ตโต ปฏฺฐาย อชฺฌาสยสมฺปนฺโน หุตฺวา ตตฺถ ตตฺถ วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ พหุํ ปุญฺญกมฺมํ อาจินิตฺวา เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กปิลวตฺถุสฺมึ สกฺยราชกุเล นิพฺพตฺติ. ตสฺส มาตาปิตโร นนฺทึ ชเนนฺโต ชาโตติ นนฺทิโยติ นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต อนุรุทฺธาทีสุ สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชนฺเตสุ สยมฺปิ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต กตาธิการตาย นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๕.๑๕-๒๐) –
‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, โลกเชฏฺโฐ นราสโภ;
ชลิตฺวา อคฺคิขนฺโธว, สมฺพุทฺโธ ปรินิพฺพุโต.
‘‘นิพฺพุเต จ มหาวีเร, ถูโป วิตฺถาริโก อหุ;
ทูรโตว อุปฏฺเฐนฺติ, ธาตุเคหวรุตฺตเม.
‘‘ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, อกํ จนฺทนเวทิกํ;
ทิสฺสติ ถูปขนฺโธ จ, ถูปานุจฺฉวิโก ตทา.
‘‘ภเว นิพฺพตฺตมานมฺหิ, เทวตฺเต อถ มานุเส.
โอมตฺตํ เม น ปสฺสามิ, ปุพฺพกมฺมสฺสิทํ ผลํ.
‘‘ปญฺจทสกปฺปสเต, อิโต อฏฺฐ ชนา อหุํ;
สพฺเพ สมตฺตนามา เต จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อนุรุทฺธตฺเถราทีหิ สทฺธึ ปาจีนวํสมิคทาเย วิหรนฺเต อิมสฺมึ เถเร เอกทิวสํ มาโร ปาปิมา ภึสาเปตุกาโม ตสฺส เภรวรูปํ ทสฺเสติ. เถโร ตํ ‘‘มาโร อย’’นฺติ ญตฺวา ‘‘ปาปิม, เย มารเธยฺยํ วีติวตฺตา, เตสํ ตว กิริยา กึ กริสฺสติ, ตโตนิทานํ ปน ตฺวํ เอว วิฆาตํ อนตฺถํ ปาปุณิสฺสสี’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โอภาสชาตํ ผลค’’นฺติ คาถํ อภาสิ.
๒๕. ตตฺถ โอภาสชาตนฺติ ญาโณภาเสน ชาโตภาสํ อคฺคมคฺคญาณสฺส อธิคตตฺตา. เตน อนวเสสโต กิเลสนฺธการสฺส วิหตวิทฺธํสิตภาวโต อติวิย ปภสฺสรนฺติ อตฺโถ. ผลคนฺติ ผลํ คตํ อุปคตํ, อคฺคผลญาณสหิตนฺติ อธิปฺปาโย. จิตฺตนฺติ ขีณาสวสฺส จิตฺตํ สามญฺเญน วทติ. เตนาห ‘‘อภิณฺหโส’’ติ. ตญฺหิ นิโรธนินฺนตาย ขีณาสวานํ นิจฺจกปฺปํ อรหตฺตผลสมาปตฺติสมาปชฺชนโต ‘‘ผเลน สหิต’’นฺติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. ตาทิสนฺติ ตถารูปํ, อรหนฺตนฺติ อตฺโถ. อาสชฺชาติ วิโสเธตฺวา ปริภุยฺย. กณฺหาติ มารํ อาลปติ, โส หิ กณฺหกมฺมตฺตา กณฺหาภิชาติตาย จ ‘‘กโณฺห’’ติ วุจฺจติ. ทุกฺขํ นิคจฺฉสีติ อิธ กุจฺฉิอนุปฺปเวสาทินา นิรตฺถกํ กายปริสฺสมํ ทุกฺขํ, สมฺปราเย จ อปฺปติการํ อปายทุกฺขํ อุปคมิสฺสสิ ปาปุณิสฺสสิ. ตํ สุตฺวา มาโร ‘‘ชานาติ มํ สมโณ’’ติ ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
นนฺทิยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อภยตฺเถรคาถาวณฺณนา
สุตฺวา สุภาสิตํ วาจนฺติ อายสฺมโต อภยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิตฺวา ธมฺมกถิโก หุตฺวา ธมฺมกถนกาเล ปฐมํ จตูหิ คาถาหิ ภควนฺตํ อภิตฺถวิตฺวา ปจฺฉา ธมฺมํ กเถสิ. เตนสฺส ปุญฺญกมฺมพเลน กปฺปานํ สตสหสฺสํ อปายปฏิสนฺธิ นาม นาโหสิ. ตถา หิ วุตฺตํ –
‘‘อภิตฺถวิตฺวา ปทุมุตฺตรํ ชินํ, ปสนฺนจิตฺโต อภโย สยมฺภุํ;
น คจฺฉิ กปฺปานิ อปายภูมึ, สตสหสฺสานิ อุฬารสทฺโธ’’ติ. (อป. เถร ๒.๕๕.๒๒๑)
เขตฺตสมฺปตฺติยาทีหิ ตสฺส จ ปุพฺพปจฺฉิมสนฺนิฏฺฐานเจตนานํ อติวิย อุฬารภาเวน โส อปริเมยฺโย ปุญฺญาภิสนฺโท กุสลาภิสนฺโท ตาทิโส อโหสิ. ‘‘อจินฺติเย ปสนฺนานํ, วิปาโก โหติ อจินฺติโย’’ติ (อป. เถร ๑.๑.๘๒) หิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตตฺถ หิ ภเว อุปจิตํ ปุญฺญํ ตสฺส อุปตฺถมฺภกมโหสิ. ตถา หิ โส วิปสฺสิสฺส ภควโต เกตกปุปฺเผหิ ปูชมกาสิ. เอวํ อุฬาเรหิ ปุญฺญวิเสเสหิ สุคตีสุ เอว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท รญฺโญ พิมฺพิสารสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. อภโยติสฺส นามํ อโหสิ. ตสฺส อุปฺปตฺติ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ. โส นิคณฺเฐน นาฏปุตฺเตน อุภโตโกฏิกํ ปญฺหํ สิกฺขาเปตฺวา ‘‘อิมํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ อาโรเปหี’’ติ วิสฺสชฺชิโต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ตสฺส ปญฺหสฺส อเนกํสพฺยากรณภาเว ภควตา กถิเต นิคณฺฐานํ ปราชยํ, สตฺถุ จ สมฺมาสมฺพุทฺธภาวํ วิทิตฺวา อุปาสกตฺตํ ปฏิเวเทสิ. ตโต รญฺเญ พิมฺพิสาเร กาลงฺกเต สญฺชาตสํเวโค สาสเน ปพฺพชิตฺวา ตาลจฺฉิคฺคฬูปมสุตฺตเทสนาย โสตาปนฺโน หุตฺวา ปุน วิปสฺสนํ อารภิตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๒.๑๗-๒๒) –
‘‘วินตานทิยา ตีเร, วิหาสิ ปุริสุตฺตโม;
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, เอกคฺคํ สุสมาหิตํ.
‘‘มธุคนฺธสฺส ปุปฺเผน, เกตกสฺส อหํ ตทา;
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, พุทฺธเสฏฺฐมปูชยึ.
‘‘เอกนวุเต อิโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺติกิตฺตเนน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ‘‘สุตฺวา สุภาสิตํ วาจ’’นฺติ คาถํ อภาสิ.
๒๖. ตตฺถ สุตฺวาติ โสตํ โอทหิตฺวา, โสตทฺวารานุสาเรน อุปธาเรตฺวา. สุภาสิตนฺติ สุฏฺฐุ ภาสิตํ, สมฺมเทว ภาสิตํ, สมฺมาสมฺพุทฺธภาวโต มหาการุณิกตาย จ กิญฺจิ อวิสํวาเทตฺวา ยถาธิปฺเปตสฺส อตฺถสฺส เอกนฺตโต สาธนวเสน ภาสิตํ จตุสจฺจวิภาวนียธมฺมกถํ. น หิ สจฺจวินิมุตฺตา ภควโต ธมฺมเทสนา อตฺถิ. พุทฺธสฺสาติ สพฺพญฺญุพุทฺธสฺส. อาทิจฺจพนฺธุโนติ อาทิจฺจวํเส สมฺภูตตฺตา อาทิจฺโจ พนฺธุ เอตสฺสาติ อาทิจฺจพนฺธุ, ภควา. ตสฺส อาทิจฺจพนฺธุโน. อาทิจฺจสฺส วา พนฺธูติ อาทิจฺจพนฺธุ, ภควา. ตสฺส ภควโต โอรสปุตฺตภาวโต. เตนาห ภควา –
‘‘โย อนฺธกาเร ตมสี ปภงฺกโร, เวโรจโน มณฺฑลี อุคฺคเตโช;
มา ราหุ คิลี จรมนฺตลิกฺเข, ปชํ มมํ ราหุ ปมุญฺจ สูริย’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๙๑);
ปจฺจพฺยธินฺติ ปฏิวิชฺฌึ. หี-ติ นิปาตมตฺตํ. นิปุณนฺติ สณฺหํ ปรมสุขุมํ, นิโรธสจฺจํ, จตุสจฺจเมว วา. หี-ติ วา เหตุอตฺเถ นิปาโต. ยสฺมา ปจฺจพฺยธึ นิปุณํ จตุสจฺจํ, ตสฺมา น ทานิ กิญฺจิ ปฏิวิชฺฌิตพฺพํ อตฺถีติ อตฺโถ. ยถา กึ ปฏิวิชฺฌีติ อาห ‘‘วาลคฺคํ อุสุนา ยถา’’ติ. ยถา สตฺตธา ภินฺนสฺส วาลสฺส โกฏึ สุสิกฺขิโต กุสโล อิสฺสาโส อุสุนา กณฺเฑน อวิรชฺฌนฺโต วิชฺเฌยฺย, เอวํ ปจฺจพฺยธึ นิปุณํ อริยสจฺจนฺติ โยชนา.
อภยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.