๑. นิโคฺรธตฺเถรคาถาวณฺณนา
นาหํ ภยสฺส ภายามีติ อายสฺมโต นิโคฺรธตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร อิโต อฏฺฐารเส กปฺปสเต พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ ทิสฺวา ฆรพนฺธนํ ปหาย อรญฺญายตนํ ปวิสิตฺวา อญฺญตรสฺมึ สาลวเน ปณฺณสาลํ กตฺวา ตาปสปพฺพชํ ปพฺพชิตฺวา วนมูลผลาหาโร วสติ. เตน สมเยน ปิยทสฺสี นาม สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา สเทวกสฺส โลกสฺส ธมฺมามตวสฺเสน กิเลสสนฺตาปํ นิพฺพาเปนฺโต เอกทิวสํ ตาปเส อนุกมฺปาย ตํ สาลวนํ ปวิสิตฺวา นิโรธสมาปตฺตึ สมาปนฺโน. ตาปโส วนมูลผลตฺถาย คจฺฉนฺโต ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ปุปฺผิตสาลทณฺฑสาขาโย คเหตฺวา สาลมณฺฑปํ กตฺวา ตํ สพฺพตฺถกเมว สาลปุปฺเผหิ สญฺฉาเทตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปีติโสมนสฺสวเสเนว อาหารตฺถายปิ อคนฺตฺวา นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ. สตฺถา นิโรธโต วุฏฺฐาย ตสฺส อนุกมฺปาย ‘‘ภิกฺขุสงฺโฆ อาคจฺฉตู’’ติ จินฺเตสิ, ‘‘ภิกฺขุสงฺเฆปิ จิตฺตํ ปสาเทสฺสตี’’ติ. ตาวเทว ภิกฺขุสงฺโฆ อาคโต. โส ภิกฺขุสงฺฆมฺปิ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ. สตฺถา สิตสฺส ปาตุกรณาปเทเสน ตสฺส ภาวินึ สมฺปตฺตึ ปกาเสนฺโต ธมฺมํ กเถตฺวา ปกฺกามิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุเยว สํสรนฺโต วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ พหุํ กุสลํ อุปจินิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, นิโคฺรโธติสฺส นามํ อโหสิ. โส เชตวนปฏิคฺคหณทิวเส พุทฺธานุภาวทสฺสเนน สญฺชาตปฺปสาโท ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ อารภิตฺวา นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๙.๑๙๐-๒๒๐) –
‘‘อชฺโฌคาเหตฺวา สาลวนํ, สุกโต อสฺสโม มม;
สาลปุปฺเผหิ สญฺฉนฺโน, วสามิ วิปิเน ตทา.
‘‘ปิยทสฺสี จ ภควา, สยมฺภู อคฺคปุคฺคโล;
วิเวกกาโม สมฺพุทฺโธ, สาลวนมุปาคมิ.
‘‘อสฺสมา อภินิกฺขมฺม, ปวนํ อคมาสหํ;
มูลผลํ คเวสนฺโต, อาหินฺทามิ วเน ตทา.
‘‘ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ, ปิยทสฺสึ มหายสํ;
สุนิสินฺนํ สมาปนฺนํ, วิโรจนฺตํ มหาวเน.
‘‘จตุทณฺเฑ ฐเปตฺวาน, พุทฺธสฺส อุปรี อหํ;
มณฺฑปํ สุกตํ กตฺวา, สาลปุปฺเผหิ ฉาทยึ.
‘‘สตฺตาหํ ธารยิตฺวาน, มณฺฑปํ สาลฉาทิตํ;
ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, พุทฺธเสฏฺฐมวนฺทหํ.
‘‘ภควา ตมฺหิ สมเย, วุฏฺฐหิตฺวา สมาธิโต;
ยุคมตฺตํ เปกฺขมาโน, นิสีทิ ปุริสุตฺตโม.
‘‘สาวโก วรุโณ นาม, ปิยทสฺสิสฺส สตฺถุโน;
วสีสตสหสฺเสหิ, อุปคจฺฉิ วินายกํ.
‘‘ปิยทสฺสี จ ภควา, โลกเชฏฺโฐ นราสโภ;
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา, สิตํ ปาตุกรี ชิโน.
‘‘อนุรุทฺโธ อุปฏฺฐาโก, ปิยทสฺสิสฺส สตฺถุโน;
เอกํสํ จีวรํ กตฺวา, อปุจฺฉิตฺถ มหามุนึ.
‘‘โก นุ โข ภควา เหตุ, สิตกมฺมสฺส สตฺถุโน;
การเณ วิชฺชมานมฺหิ, สตฺถา ปาตุกเร สิตํ.
‘‘สตฺตาหํ สาลจฺฉทนํ, โย เม ธาเรสิ มาณโว;
ตสฺส กมฺมํ สริตฺวาน, สิตํ ปาตุกรึ อหํ.
‘‘อโนกาสํ น ปสฺสามิ, ยตฺถ ปุญฺญํ วิปจฺจติ;
เทวโลเก มนุสฺเส วา, โอกาโสว น สมฺมติ.
‘‘เทวโลเก วสนฺตสฺส, ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน;
ยาวตา ปริสา ตสฺส, สาลจฺฉนฺนา ภวิสฺสติ.
‘‘ตตฺถ ทิพฺเพหิ นจฺเจหิ, คีเตหิ วาทิเตหิ จ;
รมิสฺสติ สทา สนฺโต, ปุญฺญกมฺมสมาหิโต.
‘‘ยาวตา ปริสา ตสฺส, คนฺธคนฺธี ภวิสฺสติ;
สาลสฺส ปุปฺผวสฺโส จ, ปวสฺสิสฺสติ ตาวเท.
‘‘ตโต จุโตยํ มนุโช, มานุสํ อาคมิสฺสติ;
อิธาปิ สาลจฺฉทนํ, สพฺพกาลํ ธริสฺสติ.
‘‘อิธ นจฺจญฺจ คีตญฺจ, สมฺมตาฬสมาหิตํ;
ปริวาเรสฺสนฺติ มํ นิจฺจํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘อุคฺคจฺฉนฺเต จ สูริเย, สาลวสฺสํ ปวสฺสเต;
ปุญฺญกมฺเมน สํยุตฺตํ, วสฺสเต สพฺพกาลิกํ.
‘‘อฏฺฐารเส กปฺปสเต, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม นาเมน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘ตสฺส ธมฺเม สุทายาโท, โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย, นิพฺพายิสฺสตินาสโว.
‘‘ธมฺมํ อภิสเมนฺตสฺส, สาลจฺฉนฺนํ ภวิสฺสติ;
จิตเก ฌายมานสฺส, ฉทนํ ตตฺถ เหสฺสติ.
‘‘วิปากํ กิตฺตยิตฺวาน, ปิยทสฺสี มหามุนิ;
ปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ, ตปฺเปนฺโต ธมฺมวุฏฺฐิยา.
‘‘ตึสกปฺปานิ เทเวสุ, เทวรชฺชมการยึ;
สฏฺฐิ จ สตฺตกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี อโหสหํ.
‘‘เทวโลกา อิธาคนฺตฺวา, ลภามิ วิปุลํ สุขํ;
อิธาปิ สาลจฺฉทนํ, มณฺฑปสฺส อิทํ ผลํ.
‘‘อยํ ปจฺฉิมโก มยฺหํ, จริโม วตฺตเต ภโว;
อิธาปิ สาลจฺฉทนํ, เหสฺสติ สพฺพกาลิกํ.
‘‘มหามุนึ โตสยิตฺวา, โคตมํ สกฺยปุงฺควํ;
ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ, หิตฺวา ชยปราชยํ.
‘‘อฏฺฐารเส กปฺปสเต, ยํ พุทฺธมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา, วิหรามิ อนาสโว.
‘‘สฺวาคตํ วต เม อาสิ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส, วิโมกฺขาปิ จ อฏฺฐิเม;
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
เอวํ ปน ฉฬภิญฺโญ หุตฺวา ผลสุเขน วีตินาเมนฺโต สาสนสฺส นิยฺยานิกภาววิภาวนตฺถํ อญฺญาพฺยากรณวเสน ‘‘นาหํ ภยสฺส ภายามี’’ติ คาถํ อภาสิ.
๒๑. ตตฺถ ภายนฺติ เอตสฺมาติ ภยํ, ชาติชราทิ. ภยสฺสาติ นิสฺสกฺเก สามิวจนํ, ภยโต ภายิตพฺพนิมิตฺตํ ชาติชรามรณาทินา เหตุนา นาหํ ภายามีติ อตฺโถ. ตตฺถ การณมาห ‘‘สตฺถา โน อมตสฺส โกวิโท’’ติ. อมฺหากํ สตฺถา อมเต กุสโล เวเนยฺยานํ อมตทาเน เฉโก. ยตฺถ ภยํ นาวติฏฺฐตีติ ยสฺมึ นิพฺพาเน ยถาวุตฺตํ ภยํ น ติฏฺฐติ โอกาสํ น ลภติ. เตนาติ ตโต นิพฺพานโต. วชนฺตีติ อภยฏฺฐานเมว คจฺฉนฺติ. นิพฺพานญฺหิ อภยฏฺฐานํ นาม. เกน ปน วชนฺตีติ อาห ‘‘มคฺเคน วชนฺติ ภิกฺขโว’’ติ, อฏฺฐงฺคิเกน อริยมคฺเคน สตฺถุ โอวาทกรณา ภิกฺขู สํสาเร ภยสฺส อิกฺขนกาติ อตฺโถ. ยตฺถาติ วา ยํ นิมิตฺตํ ยสฺส อริยมคฺคสฺส อธิคมเหตุ อตฺตานุวาทาทิกํ ปญฺจวีสติวิธมฺปิ ภยํ นาวติฏฺฐติ ปติฏฺฐํ น ลภติ, เตน อริเยน มคฺเคน วชนฺติ อภยฏฺฐานํ สตฺถุ สาสเน ภิกฺขู, เตน มคฺเคน อหมฺปิ คโต, ตสฺมา นาหํ ภยสฺส ภายามีติ เถโร อญฺญํ พฺยากาสิ.
นิโคฺรธตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.