๘. สิงฺคาลปิตุตฺเถรคาถาวณฺณนา

อหุ พุทฺธสฺส ทายาโทติ สิงฺคาลกปิตุตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร อิโต จตุนวุเต กปฺเป สตรํสึ นาม ปจฺเจกสมฺพุทฺธํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส วนฺทิตฺวา อตฺตโน หตฺถคตํ ตาลผลํ อทาสิ. เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺโต อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต กาเล มนุสฺสโยนิยํ นิพฺพตฺโต สาสเน ปฏิลทฺธสทฺโธ หุตฺวา ปพฺพชิตฺวา อฏฺฐิกสญฺญํ ภาเวสิ. ปุน อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ทารปริคฺคหํ กตฺวา เอกํ ปุตฺตํ ลภิตฺวา ตสฺส ‘‘สิงฺคาลโก’’ติ นามํ อกาสิ. เตน นํ สิงฺคาลกปิตาติ โวหรนฺติ. โส อปรภาเค ฆรพนฺธนํ ปหาย สาสเน ปพฺพชิ. ตสฺส ภควา อชฺฌาสยํ โอโลเกนฺโต อฏฺฐิกสญฺญากมฺมฏฺฐานํ อทาสิ. โส ตํ คเหตฺวา ภคฺเคสุ วิหรติ สุสุมารคิเร เภสกฬาวเน, อถสฺส ตสฺมึ วเน อธิวตฺถา เทวตา อุสฺสาหชนนตฺถํ ‘‘ภาวนาผลํ นจิรสฺเสว หตฺถคตํ กริสฺสตี’’ติ อิมมตฺถํ อญฺญาปเทเสน วิภาเวนฺตี ‘‘อหุ พุทฺธสฺส ทายาโท’’ติ คาถํ อภาสิ.

๑๘. ตตฺถ อหูติ โหติ, วตฺตมานตฺเถ หิ อิทํ อตีตกาลวจนํ. พุทฺธสฺสาติ สพฺพญฺญุพุทฺธสฺส. ทายาโทติ ธมฺมทายาโท นววิธสฺส โลกุตฺตรธมฺมทายสฺส อตฺตโน สมฺมาปฏิปตฺติยา อาทายโก คณฺหนโก. อถ วา อหูติ อโหสิ. เอวํนามสฺส พุทฺธสฺส ทายาทภาเว โกจิ วิพนฺโธ อิทาเนว ภวิสฺสตีติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘มญฺเญหํ กามราคํ โส, ขิปฺปเมว วหิสฺสตี’’ติ. เภสกฬาวเนติ เภสเกน นาม ยกฺเขน ลภิตตฺตา ปริคฺคหิตตฺตา, เภสกฬานํ วา กฏฺฐาทีนํ พหุลตาย ‘‘เภสกฬาวน’’นฺติ ลทฺธนาเม อรญฺเญ. ตสฺส ภิกฺขุโน พุทฺธสฺส ทายาทภาเว การณํ วทนฺโต ‘‘เกวลํ อฏฺฐิสญฺญาย, อผรี ปถวึ อิม’’นฺติ อาห. ตตฺถ เกวลนฺติ สกลํ อนวเสสํ. อฏฺฐิสญฺญายาติ อฏฺฐิกภาวนาย. อผรีติ ‘‘อฏฺฐี’’ติ อธิมุจฺจนวเสน ปตฺถริ. ปถวินฺติ อตฺตภาวปถวึ. อตฺตภาโว หิ อิธ ‘‘ปถวี’’ติ วุตฺโต ‘‘โก อิมํ ปถวึ วิจฺเจสฺสตี’’ติอาทีสุ วิย. มญฺเญหนฺติ มญฺเญ อหํ. ‘‘มญฺญาห’’นฺติปิ ปาโฐ. โสติ โส ภิกฺขุ. ขิปฺปเมว นจิรสฺเสว กามราคํ ปหิสฺสติ ปชหิสฺสตีติ มญฺเญ. กสฺมา? อฏฺฐิกสญฺญาย กามราคสฺส อุชุปฏิปกฺขภาวโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โย เอกสฺมึ ปเทเส ลทฺธาย อตฺถิกสญฺญาย สกลํ อตฺตโน สพฺเพสํ วา อตฺตภาวํ ‘‘อฏฺฐี’’เตฺวว ผริตฺวา ฐิโต, โส ภิกฺขุ ตํ อฏฺฐิกฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนฺโต นจิเรเนว อนาคามิมคฺเคน กามราคํ, สพฺพํ วา กามนฏฺเฐน ‘‘กาโม’’, รญฺชนฏฺเฐน ‘‘ราโค’’ติ จ ลทฺธนามํ ตณฺหํ อคฺคมคฺเคน ปชหิสฺสตีติ. อิมํ คาถํ สุตฺวา โส เถโร ‘‘อยํ เทวตา มยฺหํ อุสฺสาหชนนตฺถํ เอวมาหา’’ติ อปฺปฏิวานวีริยํ อธิฏฺฐาย วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๑.๘๕-๙๐) –

‘‘สตรํสี นาม ภควา, สยมฺภู อปราชิโต;

วิเวกา อุฏฺฐหิตฺวาน, โคจรายาภินิกฺขมิ.

‘‘ผลหตฺโถ อหํ ทิสฺวา, อุปคจฺฉึ นราสภํ;

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, ตาลผลมทาสหํ.

‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ ผลํ อททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ตาย เทวตาย วุตฺตวจนํ ปติมาเนนฺโต ตเมว คาถํ อุทานวเสน อภาสิ. ตเทวสฺส เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณํ อโหสีติ.

สิงฺคาลปิตุตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.