๒. ทุติยวคฺโค

๑. จูฬวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา

ปาโมชฺชพหุโลติ อายสฺมโต จูฬวจฺฉตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล ทลิทฺทกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ปเรสํ ภติยา ชีวิกํ กปฺเปนฺโต ภควโต สาวกํ สุชาตํ นาม เถรํ ปํสุกูลํ ปริเยสนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส อุปสงฺกมิตฺวา วตฺถํ ทตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เตตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวรชฺชํ กาเรสิ. สตฺตสตฺตติกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺตี ราชา อโหสิ. อเนกวารํ ปเทสราชา. เอวํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน โอสกฺกมาเน ปพฺพชิตฺวา สมณธมฺมํ กตฺวา เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวมนุสฺสคตีสุ อปราปรํ ปริวตฺตนฺโต อมฺหากํ ภควโต กาเล โกสมฺพิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ. จูฬวจฺโฉติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต พฺราหฺมณสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คโต พุทฺธคุเณ สุตฺวา ปสนฺนมานโส ภควนฺตํ อุปสงฺกมิ, ตสฺส ภควา ธมฺมํ กเถสิ. โส ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปโท กตปุพฺพกิจฺโจ จริตานุกูลํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ภาเวนฺโต วิหริ. เตน จ สมเยน โกสมฺพิกา ภิกฺขู ภณฺฑนชาตา อเหสุํ. ตทา จูฬวจฺฉตฺเถโร อุภเยสํ ภิกฺขูนํ ลทฺธึ อนาทาย ภควตา ทินฺโนวาเท ฐตฺวา วิปสฺสนํ พฺรูเหตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๓๑-๔๐) –

‘‘ปทุมุตฺตรภควโต, สุชาโต นาม สาวโก;

ปํสุกูลํ คเวสนฺโต, สงฺกาเร จรตี ตทา.

‘‘นคเร หํสวติยา, ปเรสํ ภตโก อหํ;

อุปฑฺฒุทุสฺสํ ทตฺวาน, สิรสา อภิวาทยึ.

‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘เตตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท, เทวรชฺชมการยึ;

สตฺตสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี อโหสหํ.

‘‘ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ;

อุปฑฺฒทุสฺสทาเนน, โมทามิ อกุโตภโย.

‘‘อิจฺฉมาโน จหํ อชฺช, สกานนํ สปพฺพตํ;

โขมทุสฺเสหิ ฉาเทยฺยํ, อฑฺฒุทุสฺสสฺสิทํ ผลํ.

‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ ทานมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, อฑฺฒุทุสฺสสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อถ จูฬวจฺฉตฺเถโร อรหตฺตํ ปตฺวา เตสํ ภิกฺขูนํ กลหาภิรติยา สกตฺถวินาสํ ทิสฺวา ธมฺมสํเวคปฺปตฺโต, อตฺตโน จ ปตฺตวิเสสํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปีติโสมนสฺสวเสน ‘‘ปาโมชฺชพหุโล’’ติ คาถํ อภาสิ.

๑๑. ตตฺถ ปาโมชฺชพหุโลติ สุปริสุทฺธสีลตาย วิปฺปฏิสาราภาวโต อธิกุสเลสุ ธมฺเมสุ อภิรติวเสน ปโมทพหุโล. เตเนวาห ‘‘ธมฺเม พุทฺธปฺปเวทิเต’’ติ. ตตฺถ ธมฺเมติ. สตฺตตึสาย โพธิปกฺขิยธมฺเม นววิเธ วา โลกุตฺตรธมฺเม. โส หิ สพฺพญฺญุพุทฺเธน สามุกฺกํสิกาย เทสนาย ปกาสิตตฺตา สาติสยํ พุทฺธปฺปเวทิโต นาม. ตสฺส ปน อธิคมูปายภาวโต เทสนาธมฺโมปิ อิธ ลพฺภเตว. ปทํ สนฺตนฺติ นิพฺพานํ สนฺธาย วทติ. เอวรูโป หิ ภิกฺขุ สนฺตํ ปทํ สนฺตํ โกฏฺฐาสํ สพฺพสงฺขารานํ อุปสมภาวโต สงฺขารูปสมํ ปรมสุขตาย สุขํ นิพฺพานํ อธิคจฺฉติ วินฺทติเยว. ปริสุทฺธสีโล หิ ภิกฺขุ วิปฺปฏิสาราภาเวน ปาโมชฺชพหุโล สทฺธมฺเม ยุตฺตปฺปยุตฺโต วิมุตฺติปริโยสานา สพฺพสมฺปตฺติโย ปาปุณาติ. ยถาห – ‘‘อวิปฺปฏิสารตฺถานิ โข, อานนฺท, กุสลานิ สีลานิ, อวิปฺปฏิสาโร ปาโมชฺชตฺถายา’’ติอาทิ (อ. นิ. ๑๐.๑). อถ วา ปาโมชฺชพหุโลติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, สฺวากฺขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆติ รตนตฺตยํ สนฺธาย ปโมทพหุโล. ตตฺถ ปน โส ปโมทพหุโล กึ วา กโรตีติ อาห ‘‘ธมฺเม พุทฺธปฺปเวทิเต’’ติอาทิ. สทฺธาสมฺปนฺนสฺส หิ สปฺปุริสสํเสวนสทฺธมฺมสฺสวนโยนิโสมนสิการธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺตีนํ สุเขเนว สมฺภวโต สมฺปตฺติโย หตฺถคตา เอว โหนฺติ, ยถาห – ‘‘สทฺธาชาโต อุปสงฺกมติ, อุปสงฺกมนฺโต ปยิรุปาสตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๒.๑๘๓).

จูฬวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. มหาวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา

ปญฺญาพลีติ อายสฺมโต มหาวจฺฉตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ปานียทานมทาสิ. ปุน สิขิสฺส ภควโต กาเล อุปาสโก หุตฺวา วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ พหุํ ปุญฺญกมฺมํ อกาสิ, โส เตหิ ปุญฺญกมฺเมหิ ตตฺถ ตตฺถ สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธรฏฺเฐ นาฬกคาเม สมิทฺธิสฺส นาม พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตสฺส มหาวจฺโฉติ นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ภควโต สาวกภาวํ สุตฺวา ‘‘โสปิ นาม มหาปญฺโญ. ยสฺส สาวกตฺตํ อุปาคโต, โส เอว มญฺเญ อิมสฺมึ โลเก อคฺคปุคฺคโล’’ติ ภควติ สทฺธํ อุปฺปาเทตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชนฺโต นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๕๑-๕๖) –

‘‘ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส, ภิกฺขุสงฺเฆ อนุตฺตเร;

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, ปานียฆฏมปูรยึ.

‘‘ปพฺพตคฺเค ทุมคฺเค วา, อากาเส วาถ ภูมิยํ;

ยทา ปานียมิจฺฉามิ, ขิปฺปํ นิพฺพตฺตเต มม.

‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ ทานมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ทกทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… ภวา สพฺเพ สมูหตา;

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

เอวํ ปน อรหตฺตํ ปตฺวา วิมุตฺติสุขํ อนุภวนฺโต สาสนสฺส นิยฺยานิกภาววิภาวเนน สพฺรหฺมจารีนํ อุสฺสาหชนนตฺถํ ‘‘ปญฺญาพลี’’ติ คาถํ อภาสิ.

๑๒. ตตฺถ ปญฺญาพลีติ ปาริหาริยปญฺญาย วิปสฺสนาปญฺญาย จ วเสน อภิณฺหโส สาติสเยน ปญฺญาพเลน สมนฺนาคโต. สีลวตูปปนฺโนติ อุกฺกํสคเตน จตุปาริสุทฺธิสีเลน, ธุตธมฺมสงฺขาเตหิ วเตหิ จ อุปปนฺโน สมนฺนาคโต. สมาหิโตติ อุปจารปฺปนาเภเทน สมาธินา สมาหิโต. ฌานรโตติ ตโต เอว อารมฺมณูปนิชฺฌาเน ลกฺขณูปนิชฺฌาเน จ รโต สตตาภิยุตฺโต. สพฺพกาลํ สติยา อวิปฺปวาสวเสน สติมา. ยทตฺถิยนฺติ อตฺถโต อนเปตํ อตฺถิยํ, เยน อตฺถิยํ ยทตฺถิยํ. ยถา ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺตสฺส ปริภุญฺชนํ อตฺถิยํ โหติ, ตถา โภชนํ ภุญฺชมาโน. สามิปริโภเคน หิ ตํ อตฺถิยํ โหติ ทายชฺชปริโภเคน วา, น อญฺญถา โภชนนฺติ จ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. ภุญฺชิยติ ปริภุญฺชิยตีติ วา โภชนํ, จตฺตาโร ปจฺจยา. ‘‘ยทตฺถิก’’นฺติ วา ปาโฐ. ยทตฺถํ ยสฺสตฺถาย สตฺถารา ปจฺจยา อนุญฺญาตา, ตทตฺถํ กายสฺส ฐิติอาทิอตฺถํ, ตญฺจ อนุปาทิเสสนิพฺพานตฺถํ. ตสฺมา อนุปาทาปรินิพฺพานตฺถํ โภชนปจฺจเย ภุญฺชมาโน ตโต เอว กงฺเขถ กาลํ อตฺตโน อนุปาทาปรินิพฺพานกาลํ อาคเมยฺย. อิธ อิมสฺมึ สาสเน วีตราโค. พาหิรกสฺส ปน กาเมสุ วีตราคสฺส อิทํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย.

มหาวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. วนวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา

นีลพฺภวณฺณาติ อายสฺมโต วนวจฺฉตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร อตฺถทสฺสิโน ภควโต กาเล กจฺฉปโยนิยํ นิพฺพตฺโต วินตาย นาม นทิยา วสติ. ตสฺส ขุทฺทกนาวปฺปมาโณ อตฺตภาโว อโหสิ. โส กิร เอกทิวสํ ภควนฺตํ นทิยา ตีเร ฐิตํ ทิสฺวา, ‘‘ปารํ คนฺตุกาโม มญฺเญ ภควา’’ติ อตฺตโน ปิฏฺฐิยํ อาโรเปตฺวา เนตุกาโม ปาทมูเล นิปชฺชิ. ภควา ตสฺส อชฺฌาสยํ ญตฺวา ตํ อนุกมฺปนฺโต อารุหิ. โส ปีติโสมนสฺสชาโต โสตํ ฉินฺทนฺโต ชิยาย เวเคน ขิตฺตสโร วิย ตาวเทว ปรตีรํ ปาเปสิ. ภควา ตสฺส ปุญฺญสฺส ผลํ เอตรหิ นิพฺพตฺตนกสมฺปตฺติญฺจ พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อเนกสตกฺขตฺตุํ ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อรญฺญวาสีเยว อโหสิ. ปุน กสฺสปพุทฺธกาเล กโปตโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺตํ เมตฺตาวิหารึ เอกํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา จิตฺตํ ปสาเทสิ.

ตโต ปน จุโต พาราณสิยํ กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต สํเวคชาโต ปพฺพชิตฺวา วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ พหุํ ปุญฺญกมฺมํ อุปจินิ. เอวํ ตตฺถ ตตฺถ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กปิลวตฺถุนคเร วจฺฉโคตฺตสฺส นาม พฺราหฺมณสฺส เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตสฺส มาตา ปริปกฺกคพฺภา อรญฺญํ ทสฺสนตฺถาย สญฺชาตโทหฬา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา วิจรติ, ตาวเทวสฺสา กมฺมชวาตา จลึสุ, ติโรกรณึ ปริกฺขิปิตฺวา อทํสุ. สา ธญฺญปุญฺญลกฺขณํ ปุตฺตํ วิชายิ. โส โพธิสตฺเตน สห ปํสุกีฬิกสหาโย อโหสิ. ‘‘วจฺโฉ’’ติสฺส นามญฺจ อโหสิ. วนาภิรติยา วเสน วนวจฺโฉติ ปญฺญายิตฺถ. อปรภาเค มหาสตฺเต มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา มหาปธานํ ปทหนฺเต, ‘‘อหมฺปิ สิทฺธตฺถกุมาเรน สห อรญฺเญ วิหริสฺสามี’’ติ นิกฺขมิตฺวา ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺเต วสนฺโต อภิสมฺพุทฺธภาวํ สุตฺวา ภควโต สนฺติกํ อุปคนฺตฺวา ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺเญ วสมาโน นจิรสฺเสว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๙-๑๔๘-๑๖๓) –

‘‘อตฺถทสฺสี ตุ ภควา, สยมฺภู โลกนายโก;

วินตานทิยา ตีรํ, อุปคจฺฉิ ตถาคโต.

‘‘อุทกา อภินิกฺขมฺม, กจฺฉโป วาริโคจโร;

พุทฺธํ ตาเรตุกาโมหํ, อุเปสึ โลกนายกํ.

‘‘อภิรูหตุ มํ พุทฺโธ, อตฺถทสฺสี มหามุนิ;

อหํ ตํ ตารยิสฺสามิ, ทุกฺขสฺสนฺตกโร ตุวํ.

‘‘มม สงฺกปฺปมญฺญาย, อตฺถทสฺสี มหายโส;

อภิรูหิตฺวา เม ปิฏฺฐึ, อฏฺฐาสิ โลกนายโก.

‘‘ยโต สรามิ อตฺตานํ, ยโต ปตฺโตสฺมิ วิญฺญุตํ;

สุขํ เม ตาทิสํ นตฺถิ, ผุฏฺเฐ ปาทตเล ยถา.

‘‘อุตฺตริตฺวาน สมฺพุทฺโธ, อตฺถทสฺสี มหายโส;

นทิตีรมฺหิ ฐตฺวาน, อิมา คาถา อภาสถ.

‘‘ยาวตา วตฺตเต จิตฺตํ, คงฺคาโสตํ ตรามหํ;

อยญฺจ กจฺฉโป ราชา, ตาเรสิ มม ปญฺญวา.

‘‘อิมินา พุทฺธตรเณน, เมตฺตจิตฺตวตาย จ;

อฏฺฐารเส กปฺปสเต, เทวโลเก รมิสฺสติ.

‘‘เทวโลกา อิธาคนฺตฺวา, สุกฺกมูเลน โจทิโต;

เอกาสเน นิสีทิตฺวา, กงฺขาโสตํ ตริสฺสติ.

‘‘ยถาปิ ภทฺทเก เขตฺเต, พีชํ อปฺปมฺปิ โรปิตํ;

สมฺมาธาเร ปเวจฺฉนฺเต, ผลํ โตเสติ กสฺสกํ.

‘‘ตเถวิทํ พุทฺธเขตฺตํ, สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ;

สมฺมาธาเร ปเวจฺฉนฺเต, ผลํ มํ โตสยิสฺสติ.

‘‘ปธานปหิตตฺโตมฺหิ, อุปสนฺโต นิรูปธิ;

สพฺพาสเว ปริญฺญาย, วิหรามิ อนาสโว.

‘‘อฏฺฐารเส กปฺปสเต, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ตรณาย อิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

เอวํ ปน อรหตฺตํ ปตฺวา ภควติ กปิลวตฺถุสฺมึ วิหรนฺเต ตตฺถ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ภิกฺขูหิ สมาคโต ปฏิสนฺถารวเสน ‘‘กึ, อาวุโส, อรญฺเญ ผาสุวิหาโร ลทฺโธ’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘รมณียา, อาวุโส, อรญฺเญ ปพฺพตา’’ติ อตฺตนา วุฏฺฐปพฺพเต วณฺเณนฺโต ‘‘นีลพฺภวณฺณา’’ติ คาถํ อภาสิ.

๑๓. ตตฺถ นีลพฺภวณฺณาติ นีลวลาหกนิภา นีลวลาหกสณฺฐานา จ. รุจิราติ รุจิยา สกิรณา ปภสฺสรา จ. สีตวารีติ สีตลสลิลา. สุจินฺธราติ สุจิสุทฺธภูมิภาคตาย สุทฺธจิตฺตานํ วา อริยานํ นิวาสนฏฺฐานตาย สุจินฺธรา. คาถาสุขตฺถญฺหิ สานุนาสิกํ กตฺวา นิทฺเทโส. ‘‘สีตวาริสุจินฺธรา’’ติปิ ปาโฐ, สีตสุจิวาริธรา สีตลวิมลสลิลาสยวนฺโตติ อตฺโถ. อินฺทโคปกสญฺฉนฺนาติ อินฺทโคปกนามเกหิ ปวาฬวณฺเณหิ รตฺตกิมีหิ สญฺฉาทิตา ปาวุสฺสกาลวเสน เอวมาห. เกจิ ปน ‘‘อินฺทโคปกนามานิ รตฺตติณานี’’ติ วทนฺติ. อปเร ‘‘กณิการรุกฺขา’’ติ. เสลาติ สิลามยา ปพฺพตา, น ปํสุปพฺพตาติ อตฺโถ. เตนาห – ‘‘ยถาปิ ปพฺพโต เสโล’’ติ (อุทา. ๒๔). รมยนฺติ มนฺติ มํ รมาเปนฺติ, มยฺหํ วิเวกาภิรตฺตึ ปริพฺรูเหนฺติ. เอวํ เถโร อตฺตโน จิรกาลปริภาวิตํ อรญฺญาภิรตึ ปเวเทนฺโต ติวิธํ วิเวกาภิรติเมว ทีเปติ. ตตฺถ อุปธิวิเวเกน อญฺญาพฺยากรณํ ทีปิตเมว โหตีติ.

วนวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. สิวกสามเณรคาถาวณฺณนา

อุปชฺฌาโยติ สิวกสฺส สามเณรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร อิโต เอกตึเส กปฺเป เวสฺสภุสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺโต เอกทิวสํ เกนจิเทว กรณีเยน อรญฺญํ ปวิฏฺโฐ ตตฺถ ปพฺพตนฺตเร นิสินฺนํ เวสฺสภุํ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ. ปุน ตตฺถ มโนหรานิ กาสุมาริกผลานิ ทิสฺวา ตานิ คเหตฺวา ภควโต อุปเนสิ, ปฏิคฺคเหสิ ภควา อนุกมฺปํ อุปาทาย. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน มาตุเล ปพฺพชนฺเต เตน สทฺธึ ปพฺพชิตฺวา พหุํ วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท วนวจฺฉตฺเถรสฺส ภาคิเนยฺโย หุตฺวา นิพฺพตฺโต, สิวโกติสฺส นามํ อโหสิ. ตสฺส มาตา อตฺตโน เชฏฺฐภาติเก วนวจฺเฉ สาสเน ปพฺพชิตฺวา ปพฺพชิตกิจฺจํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺเต ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ปุตฺตํ อาห – ‘‘ตาต สิวก, เถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา เถรํ อุปฏฺฐห, มหลฺลโก ทานิ เถโร’’ติ. โส มาตุ เอกวจเนเนว จ ปุพฺเพ กตาธิการตาย จ มาตุลตฺเถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปพฺพชิตฺวา ตํ อุปฏฺฐหนฺโต อรญฺเญ วสติ.

ตสฺส เอกทิวสํ เกนจิเทว กรณีเยน คามนฺตํ คตสฺส ขโร อาพาโธ อุปฺปชฺชิ. มนุสฺเสสุ เภสชฺชํ กโรนฺเตสุปิ น ปฏิปฺปสฺสมฺภิ. ตสฺมึ จิรายนฺเต เถโร ‘‘สามเณโร จิรายติ, กึ นุ โข การณ’’นฺติ ตตฺถ คนฺตฺวา ตํ คิลานํ ทิสฺวา ตสฺส ตํ ตํ กตฺตพฺพยุตฺตกํ กโรนฺโต ทิวสภาคํ วีตินาเมตฺวา รตฺติภาเค พลวปจฺจูสเวลายํ อาห – ‘‘สิวก, น มยา ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย คาเม วสิตปุพฺพํ, อิโต อรญฺญเมว คจฺฉามา’’ติ. ตํ สุตฺวา สิวโก ‘‘ยทิปิ เม, ภนฺเต, อิทานิ กาโย คามนฺเต ฐิโต, จิตฺตํ ปน อรญฺเญ, ตสฺมา สยาโนปิ อรญฺญเมว คมิสฺสามี’’ติ, ตํ สุตฺวา เถโร ตํ พาหายํ คเหตฺวา อรญฺญเมว เนตฺวา โอวาทํ อทาสิ. โส เถรสฺส โอวาเท ฐตฺวา วิปสฺสิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๓๘.๕๓-๕๘) –

‘‘กณิการํว โชตนฺตํ, นิสินฺนํ ปพฺพตนฺตเร;

อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, โลกเชฏฺฐํ นราสภํ.

‘‘ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, กิเร กตฺวาน อญฺชลึ;

กาสุมาริกมาทาย, พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ.

‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ ผลํ อททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

โส อรหตฺตํ ปตฺวา อุปชฺฌาเยน อตฺตนา จ วุตฺตมตฺถํ สํสนฺทิตฺวา อตฺตโน วิเวกาภิรติกตํ กตกิจฺจตญฺจ ปเวเทนฺโต ‘‘อุปชฺฌาโย มํ อวจา’’ติ คาถํ อภาสิ.

๑๔. ตตฺถ อุปชฺฌาโยติ วชฺชาวชฺชํ อุปนิชฺฌายติ หิเตสิตํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ญาณจกฺขุนา เปกฺขตีติ อุปชฺฌาโย. มนฺติ อตฺตานํ วทติ. อวจาติ อภาสิ. อิโต คจฺฉาม สีวกาติ วุตฺตาการทสฺสนํ, สิวก, อิโต คามนฺตโต อรญฺญฏฺฐานเมว เอหิ คจฺฉาม, ตเทว อมฺหากํ วสนโยคฺคนฺติ อธิปฺปาโย. เอวํ ปน อุปชฺฌาเยน วุตฺโต สิวโก ภโทฺร อสฺสาชานีโย วิย กสาภิหโต สญฺชาตสํเวโค หุตฺวา อรญฺญเมว คนฺตุกามตํ ปเวเทนฺโต –

‘‘คาเม เม วสติ กาโย, อรญฺญํ เม คตํ มโน;

เสมานโกปิ คจฺฉามิ, นตฺถิ สงฺโค วิชานต’’นฺติ. –อาห;

ตสฺสตฺโถ – ยสฺมา อิทานิ ยทิปิ เม อิทํ สรีรํ คามนฺเต ฐิตํ, อชฺฌาสโย ปน อรญฺญเมว คโต, ตสฺมา เสมานโกปิ คจฺฉามิ เคลญฺเญน ฐานนิสชฺชาคมเนสุ อสมตฺถตาย สยาโนปิ อิมินา สยิตากาเรน สรีสโป วิย สรีสปนฺโต, เอถ, ภนฺเต, อรญฺญเมว คจฺฉาม, กสฺมา? นตฺถิ สงฺโค วิชานตนฺติ, ยสฺมา ธมฺมสภาวา กาเมสุ สํสาเร จ อาทีนวํ, เนกฺขมฺเม นิพฺพาเน จ อานิสํสํ ยาถาวโต ชานนฺตสฺส น กตฺถจิ สงฺโค, ตสฺมา เอกปเทเนว อุปชฺฌายสฺส อาณา อนุฐิตาติ, ตทปเทเสน อญฺญํ พฺยากาสิ.

สิวกสามเณรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. กุณฺฑธานตฺเถรคาถาวณฺณนา

ปญฺจ ฉินฺเท ปญฺจ ชเหติ อายสฺมโต กุณฺฑธานตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห อุปฺปนฺโน วยปฺปตฺโต เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารา เอกํ ภิกฺขุํ ปฐมํ สลากํ คณฺหนฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐปิยมานํ ทิสฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา ตทนุรูปํ ปุญฺญํ กโรนฺโต วิจริ. โส เอกทิวสํ ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต นิโรธสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย นิสินฺนสฺส มโนสิลาจุณฺณปิญฺชรํ มหนฺตํ กทลิผลกณฺณิกํ อุปเนสิ, ตํ ภควา ปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เอกาทสกฺขตฺตุํ เทเวสุ เทวรชฺชํ กาเรสิ. จตุวีสติวาเร ราชา อโหสิ จกฺกวตฺตี. เอวํ โส ปุนปฺปุนํ ปุญฺญานิ กตฺวา อปราปรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปพุทฺธกาเล ภุมฺมเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ทีฆายุกพุทฺธานญฺจ นาม น อนฺวทฺธมาสิโก อุโปสโถ โหติ. ตถา หิ วิปสฺสิสฺส ภควโต ฉพฺพสฺสนฺตเร ฉพฺพสฺสนฺตเร อุโปสโถ อโหสิ. กสฺสปทสพโล ปน ฉฏฺเฐ ฉฏฺเฐ มาเส ปาติโมกฺขํ โอสาเรสิ. ตสฺส ปาติโมกฺขสฺส โอสารณกาเล ทิสาวาสิกา เทฺว สหายกา ภิกฺขู ‘‘อุโปสถํ กริสฺสามา’’ติ คจฺฉนฺติ.

อยํ ภุมฺมเทวตา จินฺเตสิ – ‘‘อิเมสํ ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ เมตฺติ อติวิย ทฬฺหา, กึ นุ โข, เภทเก สติ ภิชฺเชยฺย, น ภิชฺเชยฺยา’’ติ, สา เตสํ โอกาสํ โอโลกยมานา เตสํ อวิทูเรเนว คจฺฉติ. อเถโก เถโร เอกสฺส หตฺเถ ปตฺตจีวรํ ทตฺวา สรีรวฬญฺชนตฺถํ อุทกผาสุกฏฺฐานํ คนฺตฺวา โธตหตฺถปาโท หุตฺวา คุมฺพสมีปโต นิกฺขมติ ภุมฺมเทวตา ตสฺส เถรสฺส ปจฺฉโต อุตฺตมรูปา อิตฺถี หุตฺวา เกเส วิธุนิตฺวา สํวิธาย สมฺพนฺธนฺตี วิย ปิฏฺฐิยํ ปํสุํ ปุญฺฉมานา วิย สาฏกํ สํวิธาย นิวาสยมานา วิย จ หุตฺวา เถรสฺส ปทานุปทิกา หุตฺวา คุมฺพโต นิกฺขนฺตา. เอกมนฺเต ฐิโต สหายกตฺเถโร ตํ การณํ ทิสฺวาว โทมนสฺสชาโต ‘‘นฏฺโฐ ทานิ เม อิมินา ภิกฺขุนา สทฺธึ ทีฆรตฺตานุคโต สิเนโห, สจาหํ เอวํวิธภาวํ ชาเนยฺยํ, เอตฺตกํ อทฺธานํ อิมินา สทฺธึ วิสฺสาสํ น กเรยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา อาคจฺฉนฺตสฺเสวสฺส, ‘‘หนฺทาวุโส, ตุยฺหํ ปตฺตจีวรํ, ตาทิเสน ปาเปน สทฺธึ เอกมคฺคํ นาคจฺฉามี’’ติ อาห. ตํ กถํ สุตฺวา ตสฺส ลชฺชิภิกฺขุโน หทยํ ติขิณสตฺตึ คเหตฺวา วิทฺธํ วิย อโหสิ. ตโต นํ อาห – ‘‘อาวุโส, กึ นาเมตํ วทสิ, อหํ เอตฺตกํ กาลํ ทุกฺกฏมตฺตมฺปิ อาปตฺตึ น ชานามิ. ตฺวํ ปน มํ อชฺช ‘ปาโป’ติ วทสิ, กึ เต ทิฏฺฐ’’นฺติ. ‘‘กึ อญฺเญน ทิฏฺเฐน, กึ ตฺวํ เอวํวิเธน อลงฺกตปฏิยตฺเตน มาตุคาเมน สทฺธึ เอกฏฺฐาเน หุตฺวา นิกฺขนฺโต’’ติ. ‘‘นตฺเถตํ, อาวุโส, มยฺหํ, นาหํ เอวรูปํ มาตุคามํ ปสฺสามี’’ติ. ตสฺส ยาวตติยํ กเถนฺตสฺสาปิ อิตโร เถโร กถํ อสทฺทหิตฺวา อตฺตนา ทิฏฺฐการณํเยว ภูตตฺตํ กตฺวา คณฺหนฺโต เตน สทฺธึ เอกมคฺเคน อคนฺตฺวา อญฺเญน มคฺเคน สตฺถุ สนฺติกํ คโต. อิตโรปิ ภิกฺขุ อญฺเญน มคฺเคน สตฺถุ สนฺติกํเยว คโต.

ตโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส อุโปสถาคารํ ปวิสนเวลาย โส ภิกฺขุ ตํ ภิกฺขุํ อุโปสถคฺเค สญฺชานิตฺวา, ‘‘อิมสฺมึ อุโปสถคฺเค เอวรูโป นาม ปาปภิกฺขุ อตฺถิ, นาหํ เตน สทฺธึ อุโปสถํ กริสฺสามี’’ติ นิกฺขมิตฺวา พหิ อฏฺฐาสิ. อถ ภุมฺมเทวตา ‘‘ภาริยํ มยา กมฺมํ กต’’นฺติ มหลฺลกอุปาสกวณฺเณน ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กสฺมา, ภนฺเต, อยฺโย อิมสฺมึ ฐาเน ฐิโต’’ติ อาห. ‘‘อุปาสก, อิมํ อุโปสถคฺคํ เอโก ปาปภิกฺขุ ปวิฏฺโฐ, ‘นาหํ เตน สทฺธึ อุโปสถํ กโรมี’ติ พหิ ฐิโตมฺหี’’ติ. ‘‘ภนฺเต, มา เอวํ คณฺหถ, ปริสุทฺธสีโล เอส ภิกฺขุ. ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐมาตุคาโม นาม อหํ, มยา ตุมฺหากํ วีมํสนตฺถาย ‘ทฬฺหา นุ โข อิเมสํ เถรานํ เมตฺติ, โน ทฬฺหา’ติ ภิชฺชนาภิชฺชนภาวํ โอโลเกนฺเตน ตํ กมฺมํ กต’’นฺติ. ‘‘โก ปน, ตฺวํ สปฺปุริสา’’ติ? ‘‘อหํ เอกา ภุมฺมเทวตา, ภนฺเต’’ติ เทวปุตฺโต กเถนฺโต ทิพฺพานุภาเวน ฐตฺวา เถรสฺส ปาเทสุ นิปติตฺวา ‘‘มยฺหํ, ภนฺเต, ขมถ, เอตํ โทสํ เถโร น ชานาติ, อุโปสถํ กโรถา’’ติ เถรํ ยาจิตฺวา อุโปสถคฺคํ ปเวเสสิ. โส เถโร อุโปสถํ ตาว เอกฏฺฐาเน อกาสิ, มิตฺตสนฺถววเสน ปน ปุน เตน สทฺธึ น เอกฏฺฐาเน อโหสีติ. อิมสฺส เถรสฺส กมฺมํ น กถียติ, จุทิตกตฺเถโร ปน อปราปรํ วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณิ.

ภุมฺมเทวตา ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน เอกํ พุทฺธนฺตรํ อปายภยโต น มุจฺจิตฺถ. สเจ ปน กิสฺมิญฺจิ กาเล มนุสฺสตฺตํ อาคจฺฉติ, อญฺเญน เยน เกนจิ กโต โทโส ตสฺเสว อุปริ ปตติ. โส อมฺหากํ ภควโต กาเล สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ. ‘‘ธานมาณโว’’ติสฺส นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต ตโย เวเท อุคฺคณฺหิตฺวา มหลฺลกกาเล สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิ, ตสฺส อุปสมฺปนฺนทิวสโต ปฏฺฐาย เอกา อลงฺกตปฏิยตฺตา อิตฺถี ตสฺมึ คามํ ปวิสนฺเต สทฺธึเยว คามํ ปวิสติ, นิกฺขมนฺเต นิกฺขมติ. วิหารํ ปวิสนฺเตปิ สทฺธึ ปวิสติ, ติฏฺฐนฺเตปิ ติฏฺฐตีติ เอวํ นิจฺจานุพนฺธา ปญฺญายติ. เถโร ตํ น ปสฺสติ. ตสฺส ปุน ปุริมกมฺมนิสฺสนฺเทน สา อญฺเญสํ อุปฏฺฐาติ. คาเม ยาคุํ ภิกฺขญฺจ ททมานา อิตฺถิโย ‘‘ภนฺเต, อยํ เอโก ยาคุอุฬุงฺโก ตุมฺหากํ, เอโก อิมิสฺสา อมฺหากํ สหายิกายา’’ติ ปริหาสํ กโรนฺติ. เถรสฺส มหตี วิเหสา โหติ. วิหารคตมฺปิ นํ สามเณรา เจว ทหรา ภิกฺขู จ ปริวาเรตฺวา ‘‘ธาโน โกณฺโฑ ชาโต’’ติ ปริหาสํ กโรนฺติ. อถสฺส เตเนว การเณน กุณฺฑธานตฺเถโรติ นามํ ชาตํ. โส อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย เตหิ กริยมานํ เกฬึ สหิตุํ อสกฺโกนฺโต อุมฺมาทํ คเหตฺวา ‘‘ตุเมฺห โกณฺฑา, ตุมฺหากํ อุปชฺฌาโย โกณฺโฑ, อาจริโย โกณฺโฑ’’ติ วทติ. อถ นํ สตฺถุ อาโรเจสุํ ‘‘กุณฺฑธาโน, ภนฺเต, ทหรสามเณเรหิ สทฺธึ เอวํ ผรุสวาจํ วทตี’’ติ. สตฺถา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, ธาน, สามเณเรหิ สทฺธึ ผรุสวาจํ วทสี’’ติ วตฺวา เตน ‘‘สจฺจํ ภควา’’ติ วุตฺเต ‘‘กสฺมา เอวํ วเทสี’’ติ อาห. ‘‘ภนฺเต, นิพทฺธํ วิเหสํ อสหนฺโต เอวํ กเถมี’’ติ. ‘‘ตฺวํ ปุพฺเพ กตกมฺมํ ยาวชฺชทิวสา ชีราเปตุํ น สกฺโกสิ, ปุน เอวรูปํ ผรุสํ มาวที ภิกฺขู’’ติ วตฺวา อาห –

‘‘มาโวจ ผรุสํ กญฺจิ, วุตฺตา ปฏิวเทยฺยุ ตํ;

ทุกฺขา หิ สารมฺภกถา, ปฏิทณฺฑา ผุเสยฺยุ ตํ.

‘‘สเจ เนเรสิ อตฺตานํ, กํโส อุปหโต ยถา;

เอส ปตฺโตสิ นิพฺพานํ, สารมฺโภ เต น วิชฺชตี’’ติ. (ธ. ป. ๑๓๓-๑๓๔);

อิมญฺจ ปน ตสฺส เถรสฺส มาตุคาเมน สทฺธึ วิจรณภาวํ โกสลรญฺโญปิ กถยึสุ. ราชา ‘‘คจฺฉถ, ภเณ, วีมํสถา’’ติ เปเสตฺวา สยมฺปิ มนฺเทเนว ปริวาเรน เถรสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา เอกมนฺเต โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ ขเณ เถโร สูจิกมฺมํ กโรนฺโต นิสินฺโน โหติ, สาปิ อิตฺถี อวิทูเร ฐาเน ฐิตา วิย ปญฺญายติ. ราชา ทิสฺวา ‘‘อตฺถิทํ การณ’’นฺติ ตสฺสา ฐิตฏฺฐานํ อคมาสิ. สา ตสฺมึ อาคจฺฉนฺเต เถรสฺส วสนปณฺณสาลํ ปวิฏฺฐา วิย อโหสิ. ราชาปิ ตาย สทฺธึ ตเมว ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา สพฺพตฺถ โอโลเกนฺโต อทิสฺวา ‘‘นายํ มาตุคาโม, เถรสฺส เอโก กมฺมวิปาโก’’ติ สญฺญํ กตฺวา ปฐมํ เถรสฺส สมีเปน คจฺฉนฺโตปิ เถรํ อวนฺทิตฺวา ตสฺส การณสฺส อภูตภาวํ ญตฺวา อาคมฺม เถรํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ‘‘กจฺจิ, ภนฺเต, ปิณฺฑเกน น กิลมถา’’ติ ปุจฺฉิ. เถโร ‘‘วฏฺฏติ, มหาราชา’’ติ อาห. ‘‘ชานามหํ, ภนฺเต, อยฺยสฺส กถํ, เอวรูเปน ปริกฺกิเลเสน สทฺธึ จรนฺตานํ ตุมฺหากํ เก นาม ปสีทิสฺสนฺติ, อิโต ปฏฺฐาย โว กตฺถจิ คมนกิจฺจํ นตฺถิ, อหํ จตูหิ ปจฺจเยหิ ตุเมฺห อุปฏฺฐหิสฺสามิ, ตุเมฺห โยนิโส มนสิกาเร มา ปมชฺชิตฺถา’’ติ นิพทฺธภิกฺขํ ปฏฺฐเปสิ. เถโร ราชานํ อุปตฺถมฺภกํ ลภิตฺวา โภชนสปฺปาเยน เอกคฺคจิตฺโต หุตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตโต ปฏฺฐาย สา อิตฺถี อนฺตรธายิ.

ตทา มหาสุภทฺทา อุคฺคนคเร มิจฺฉาทิฏฺฐิกกุเล วสมานา ‘‘สตฺถา มํ อนุกมฺปตู’’ติ อุโปสถํ อธิฏฺฐาย นิรามคนฺธา หุตฺวา อุปริปาสาทตเล ฐิตา ‘‘อิมานิ ปุปฺผานิ อนฺตเร อฏฺฐตฺวา ทสพลสฺส มตฺถเก วิตานํ หุตฺวา ติฏฺฐนฺตุ, ทสพโล อิมาย สญฺญาย เสฺว ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหตู’’ติ สจฺจกิริยํ กตฺวา อฏฺฐ สุมนปุปฺผมุฏฺฐิโย วิสฺสชฺเชสิ. ปุปฺผานิ คนฺตฺวา ธมฺมเทสนาเวลาย สตฺถุ มตฺถเก วิตานํ หุตฺวา อฏฺฐํสุ. สตฺถา ตํ สุมนปุปฺผวิตานํ ทิสฺวา จิตฺเตเนว สุภทฺทาย ภิกฺขํ อธิวาเสตฺวา ปุนทิวเส อรุเณ อุฏฺฐิเต อานนฺทตฺเถรํ อาห – ‘‘อานนฺท, มยํ อชฺช ทูรํ ภิกฺขาจารํ คมิสฺสาม, ปุถุชฺชนานํ อทตฺวา อริยานํเยว สลากํ เทหี’’ติ. เถโร ภิกฺขูนํ อาโรเจสิ – ‘‘อาวุโส, สตฺถา อชฺช ทูรํ ภิกฺขาจารํ คมิสฺสติ, ปุถุชฺชนา มา คณฺหนฺตุ, อริยาว สลากํ คณฺหนฺตู’’ติ. กุณฺฑธานตฺเถโร ‘‘อาหร, อาวุโส สลาก’’นฺติ ปฐมํเยว หตฺถํ ปสาเรสิ. อานนฺโท ‘‘สตฺถา ตาทิสานํ ภิกฺขูนํ สลากํ น ทาเปติ, อริยานํเยว ทาเปตี’’ติ วิตกฺกํ อุปฺปาเทตฺวา คนฺตฺวา สตฺถุ อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘อาหราเปนฺตสฺส สลากํ เทหี’’ติ อาห. เถโร จินฺเตสิ – ‘‘สเจ กุณฺฑธานสฺส สลากา ทาตุํ น ยุตฺตา, อถ สตฺถา ปฏิพาเหยฺย, ภวิสฺสติ เอตฺถ การณ’’นฺติ ‘‘กุณฺฑธานสฺส สลากํ ทสฺสามี’’ติ คมนํ อภินีหริ. กุณฺฑธาโน ตสฺส ปุเร อาคมนา เอว อภิญฺญาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา อิทฺธิยา อากาเส ฐตฺวา ‘‘อาหราวุโส, อานนฺท, สตฺถา มํ ชานาติ, มาทิสํ ภิกฺขุํ ปฐมํ สลากํ คณฺหนฺตํ น สตฺถา นิวาเรตี’’ติ หตฺถํ ปสาเรตฺวา สลากํ คณฺหิ. สตฺถา ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา เถรํ อิมสฺมึ สาสเน ปฐมํ สลากํ คณฺหนฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ. ยสฺมา อยํ เถโร ราชานํ อุปตฺถมฺภกํ ลภิตฺวา สปฺปายาหารลาเภน สมาหิตจิตฺโต วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต อุปนิสฺสยสมฺปนฺนตาย ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๔.๑-๑๖) –

‘‘สตฺตาหํ ปฏิสลฺลีนํ, สยมฺภุํ อคฺคปุคฺคลํ;

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, พุทฺธเสฏฺฐํ อุปฏฺฐหึ.

‘‘วุฏฺฐิตํ กาลมญฺญาย, ปทุมุตฺตรํ มหามุนึ;

มหนฺตึ กทลีกณฺณึ, คเหตฺวา อุปคจฺฉหํ.

‘‘ปฏิคฺคเหตฺวา ภควา, สพฺพญฺญู โลกนายโก;

มม จิตฺตํ ปสาเทนฺโต, ปริภุญฺชิ มหามุนิ.

‘‘ปริภุญฺชิตฺวา สมฺพุทฺโธ, สตฺถวาโห อนุตฺตโร;

สกาสเน นิสีทิตฺวา, อิมา คาถา อภาสถ.

‘‘เย จ สนฺติ สมิตาโร, ยกฺขา อิมมฺหิ ปพฺพเต;

อรญฺเญ ภูตภพฺยานิ, สุณนฺตุ วจนํ มม.

‘‘โย โส พุทฺธํ อุปฏฺฐาสิ, มิคราชํว เกสรึ;

ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ, สุณาถ มม ภาสโต.

‘‘เอกาทสญฺจกฺขตฺตุํ โส, เทวราชา ภวิสฺสติ;

จตุวีสติกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ.

‘‘กปฺปสตสหสฺสมฺหิ, โอกฺกากกุลสมฺภโว;

โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.

‘‘อกฺโกสิตฺวาน สมเณ, สีลวนฺเต อนาสเว;

ปาปกมฺมวิปาเกน, นามเธยฺยํ ลภิสฺสติ.

‘‘ตสฺส ธมฺเม สุทายาโท, โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต;

กุณฺฑธาโนติ นาเมน, สาวโก โส ภวิสฺสติ.

‘‘ปวิเวกมนุยุตฺโต, ฌายี ฌานรโต อหํ;

โตสยิตฺวาน สตฺถารํ, วิหรามิ อนาสโว.

‘‘สาวเกหิ ปริวุโต, ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขโต;

ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา, สลากํ คาหยี ชิโน.

‘‘เอกํสํ จีวรํ กตฺวา, วนฺทิตฺวา โลกนายกํ;

วทตํ วรสฺส ปุรโต, ปฐมํ อคฺคเหสหํ.

‘‘เตน กมฺเมน ภควา, ทสสหสฺสิกมฺปโก;

ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา, อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ มํ.

‘‘วีริยํ เม ธุรโธรยฺหํ, โยคกฺเขมาธิวาหนํ;

ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ, สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

เอวํภูตสฺสปิ อิมสฺส เถรสฺส คุเณ อชานนฺตา เย ปุถุชฺชนา ภิกฺขู ตทา ปฐมํ สลากคฺคหเณ ‘‘กึ นุ โข เอต’’นฺติ สมจินฺเตสุํ. เตสํ วิมติวิธมนตฺถํ เถโร อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺเสตฺวา อญฺญาปเทเสน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ‘‘ปญฺจ ฉินฺเท’’ติ คาถํ อภาสิ.

๑๕. ตตฺถ ปญฺจ ฉินฺเทติ อปายูปปตฺตินิพฺพตฺตนกานิ ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ ปาเท พนฺธนรชฺชุกํ วิย ปุริโส สตฺเถน เหฏฺฐิมมคฺคตฺตเยน ฉินฺเทยฺย ปชเหยฺย. ปญฺจ ชเหติ อุปริเทวโลกูปปตฺติเหตุภูตานิ ปญฺจุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานิ ปุริโส คีวาย พนฺธนรชฺชุกํ วิย อรหตฺตมคฺเคน ชเหยฺย, ฉินฺเทยฺย วาติ อตฺโถ. ปญฺจ จุตฺตริ ภาวเยติ เตสํเยว อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานํ ปหานาย สทฺธาทีนิ ปญฺจินฺทฺริยานิ อุตฺตริ อนาคามิมคฺคาธิคมโต อุปริ ภาเวยฺย อคฺคมคฺคาธิคมวเสน วฑฺเฒยฺย. ปญฺจสงฺคาติโคติ เอวํภูโต ปน ปญฺจนฺนํ ราคโทสโมหมานทิฏฺฐิสงฺคานํ อติกฺกมเนน ปหาเนน ปญฺจสงฺคาติโค หุตฺวา. ภิกฺขุ โอฆติณฺโณติ วุจฺจตีติ สพฺพถา ภินฺนกิเลสตาย ภิกฺขูติ, กามภวทิฏฺฐิอวิชฺโชเฆ ตริตฺวา เตสํ ปารภูเต นิพฺพาเน ฐิโตติ จ วุจฺจตีติ อตฺโถ.

กุณฺฑธานตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. เพลฏฺฐสีสตฺเถรคาถาวณฺณนา

ยถาปิ ภทฺโท อาชญฺโญติ อายสฺมโต เพลฏฺฐสีสตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺโต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโต อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา อภาเวน วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขิ. วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปน พหุํ กุสลํ อุปจินิตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิโต เอกตึเส กปฺเป เวสฺสภุํ ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา ปสนฺนจิตฺโต มาตุลุงฺคผลํ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทเวสุ นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคติโต สุคตึ อุปคจฺฉนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺโต ภควโต อภิสมฺโพธิยา ปุเรตรเมว อุรุเวลกสฺสปสฺส สนฺติเก ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อคฺคึ ปริจรนฺโต อุรุเวลกสฺสปทมเน อาทิตฺตปริยายเทสนาย (มหาว. ๕๔; สํ. นิ. ๔.๒๘) ปุราณชฏิลสหสฺเสน สทฺธึ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๑.๖๘-๗๓) –

‘‘กณิการํว โชตนฺตํ, ปุณฺณมาเยว จนฺทิมํ;

ชลนฺตํ ทีปรุกฺขํว, อทฺทสํ โลกนายกํ.

‘‘มาตุลุงฺคผลํ คยฺห, อทาสึ สตฺถุโน อหํ;

ทกฺขิเณยฺยสฺส วีรสฺส, ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ.

‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ ผลํ อททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

เอวํ อธิคตารหตฺโต อายสฺมโต ธมฺมภณฺฑาคาริกสฺส อุปชฺฌาโย อยํ เถโร เอกทิวสํ ผลสมาปตฺติโต อุฏฺฐาย ตํ สนฺตํ ปณีตํ นิรามิสํ สุขํ อตฺตโน ปุพฺพโยคญฺจ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปีติเวควเสน ‘‘ยถาปิ ภทฺโท อาชญฺโญ’’ติ คาถํ อภาสิ.

๑๖. ตตฺถ ยถาปีติ โอปมฺมปฏิปาทนตฺเถ นิปาโต. ภทฺโทติ สุนฺทโร ถามพลสมตฺถชวปรกฺกมาทิสมฺปนฺโน. อาชญฺโญติ อาชานีโย ชาติมา การณาการณานํ อาชานนโก. โส ติวิโธ อุสภาชญฺโญ อสฺสาชญฺโญ หตฺถาชญฺโญติ. เตสุ อุสภาชญฺโญ อิธาธิปฺเปโต. โส จ โข เฉกกสนกิจฺเจ นิยุตฺโต, เตนาห ‘‘นงฺคลาวตฺตนี’’ติ. นงฺคลสฺส ผาลสฺส อาวตฺตนโก, นงฺคลํ อิโต จิโต จ อาวตฺเตตฺวา เขตฺเต กสนโกติ อตฺโถ. นงฺคลํ วา อาวตฺตยติ เอตฺถาติ นงฺคลาวตฺตํ, เขตฺเต นงฺคลปโถ, ตสฺมึ นงฺคลาวตฺตนิ. คาถาสุขตฺถเญฺหตฺถ ‘‘วตฺตนี’’ติ ทีฆํ กตฺวา วุตฺตํ. สิขีติ มตฺถเก อวฏฺฐานโต สิขาสทิสตาย สิขา, สิงฺคํ. ตทสฺส อตฺถีติ สิขี. อปเร ปน ‘‘กกุธํ อิธ ‘สิขา’ติ อธิปฺเปต’’นฺติ วทนฺติ, อุภยถาปิ ปธานงฺคกิตฺตนเมตํ ‘‘สิขี’’ติ. อปฺปกสิเรนาติ อปฺปกิลมเถน. รตฺตินฺทิวาติ รตฺติโย ทิวา จ, เอวํ มมํ อปฺปกสิเรน คจฺฉนฺตีติ โยชนา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา ‘‘ภทฺโท อุสภาชานีโย กสเน นิยุตฺโต ฆนติณมูลาทิเกปิ นงฺคลปเถ ตํ อคเณนฺโต อปฺปกสิเรน อิโต จิโต จ ปริวตฺเตนฺโต คจฺฉติ, ยาว กสนติณานํ ปริสฺสมํ ทสฺเสติ, เอวํ มมํ รตฺตินฺทิวาปิ อปฺปกสิเรเนว คจฺฉนฺติ อติกฺกมนฺตี’’ติ. ตตฺถ การณมาห ‘‘สุเข ลทฺเธ นิรามิเส’’ติ. ยสฺมา กามามิสโลกามิสวฏฺฏามิเสหิ อสมฺมิสฺสํ สนฺตํ ปณีตํ ผลสมาปตฺติสุขํ ลทฺธํ, ตสฺมาติ อตฺโถ. ปจฺจตฺเต เจตํ ภุมฺมวจนํ ยถา ‘‘วนปฺปคุมฺเพ’’ (ขุ. ปา. ๖.๑๓; สุ. นิ. ๒๓๖) ‘‘เตน วต เร วตฺตพฺเพ’’ติ (กถา. ๑) จ. อถ วา ตโต ปภุติ รตฺตินฺทิวา อปฺปกสิเรน คจฺฉนฺตีติ วิจารณาย อาห – ‘‘สุเข ลทฺเธ นิรามิเส’’ติ, นิรามิเส สุเข ลทฺเธ สติ ตสฺส ลทฺธกาลโต ปฏฺฐายาติ อตฺโถ.

เพลฏฺฐสีสตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ทาสกตฺเถรคาถาวณฺณนา

มิทฺธี ยทาติ อายสฺมโต ทาสกตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร อิโต เอกนวุเต กปฺเป อนุปฺปนฺเน ตถาคเต อชิตสฺส นาม ปจฺเจกพุทฺธสฺส คนฺธมาทนโต มนุสฺสปถํ โอตริตฺวา อญฺญตรสฺมึ คาเม ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส มโนรมานิ อมฺพผลานิ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต กาเล สาสเน ปพฺพชิตฺวา วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ พหุํ ปุญฺญํ อกาสิ. เอวํ กุสลกมฺมปฺปสุโต หุตฺวา สุคติโต สุคตึ อุปคจฺฉนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ กุลเคเห นิพฺพตฺติ. ทาสโกติสฺส นามํ อโหสิ. โส อนาถปิณฺฑิเกน คหปตินา วิหารปฏิชคฺคนกมฺเม ฐปิโต สกฺกจฺจํ วิหารํ ปฏิชคฺคนฺโต อภิณฺหํ พุทฺธทสฺสเนน ธมฺมสฺสวเนน จ ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิ. เกจิ ปน ภณนฺติ – ‘‘อยํ กสฺสปสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต อญฺญตรํ ขีณาสวตฺเถรํ อุปฏฺฐหนฺโต กิญฺจิ กมฺมํ การาเปตุกาโม เถรํ อาณาเปสิ. โส เตน กมฺเมน อมฺหากํ ภควโต กาเล สาวตฺถิยํ อนาถปิณฺฑิกสฺส ทาสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺโต วยปฺปตฺโต เสฏฺฐินา วิหารปฏิชคฺคเน ฐปิโต วุตฺตนเยเนว ปฏิลทฺธสทฺโธ อโหสิ. มหาเสฏฺฐิ ตสฺส สีลาจารํ อชฺฌาสยญฺจ ญตฺวา ภุชิสฺสํ กตฺวา ‘ยถาสุขํ ปพฺพชา’ติ อาห. ตํ ภิกฺขู ปพฺพาเชสุ’’นฺติ. โส ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย กุสีโต หีนวีริโย หุตฺวา น กิญฺจิ วตฺตปฏิวตฺตํ กโรติ, กุโต สมณธมฺมํ, เกวลํ ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตฺวา นิทฺทาพหุโล วิหรติ. ธมฺมสฺสวนกาเลปิ เอกํ โกณํ ปวิสิตฺวา ปริสปริยนฺเต นิสินฺโน ฆุรุฆุรุปสฺสาสี นิทฺทายเตว. อถสฺส ภควา ปุพฺพูปนิสฺสยํ โอโลเกตฺวา สํเวคชนนตฺถํ ‘‘มิทฺธี ยทา โหติ มหคฺฆโส จา’’ติ คาถํ อภาสิ.

๑๗. ตตฺถ มิทฺธีติ ถินมิทฺธาภิภูโต, ยญฺหิ มิทฺธํ อภิภวติ, ตํ ถินมฺปิ อภิภวเตว. ยทาติ ยสฺมึ กาเล. มหคฺฆโสติ มหาโภชโน, อาหรหตฺถกอลํสาฏกตตฺถวฏฺฏกกากมาสกภุตฺตวมิตกานํ อญฺญตโร วิย. นิทฺทายิตาติ สุปนสีโล. สมฺปริวตฺตสายีติ สมฺปริวตฺตกํ สมฺปริวตฺตกํ นิปชฺชิตฺวา อุภเยนปิ เสยฺยสุขํ ปสฺสสุขํ มิทฺธสุขํ อนุยุตฺโตติ ทสฺเสติ. นิวาปปุฏฺโฐติ กุณฺฑกาทินา สูกรภตฺเตน ปุฏฺโฐ ภริโต. ฆรสูกโร หิ พาลกาลโต ปฏฺฐาย โปสิยมาโน ถูลสรีรกาเล เคหา พหิ นิกฺขมิตุํ อลภนฺโต เหฏฺฐามญฺจาทีสุ สมฺปริวตฺเตตฺวา สมฺปริวตฺเตตฺวา สยเตว. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยทา ปุริโส มิทฺธี จ โหติ มหคฺฆโส จ นิวาปปุฏฺโฐ มหาวราโห วิย อญฺเญน อิริยาปเถน ยาเปตุํ อสกฺโกนฺโต นิทฺทายนสีโล สมฺปริวตฺตสายี, ตทา โส ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’’ติ ตีณิ ลกฺขณานิ มนสิกาตุํ น สกฺโกติ. เตสํ อมนสิการา มนฺทปญฺโญ ปุนปฺปุนํ คพฺภํ อุเปติ, คพฺภาวาสโต น ปริมุจฺจเตวาติ. ตํ สุตฺวา ทาสกตฺเถโร สํเวคชาโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๑.๗๔, ๘๐-๘๔) –

‘‘อชิโต นาม สมฺพุทฺโธ, หิมวนฺเต วสี ตทา;

จรเณน จ สมฺปนฺโน, สมาธิกุสโล มุนิ.

‘‘สุวณฺณวณฺเณ สมฺพุทฺเธ, อาหุตีนํ ปฏิคฺคเห;

รถิยํ ปฏิปชฺชนฺเต, อมฺพผลมทาสหํ.

‘‘เอกนวุเต อิโต กปฺเป, ยํ ผลํ อททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.