๖. เพลฏฺฐสีสตฺเถรคาถาวณฺณนา

ยถาปิ ภทฺโท อาชญฺโญติ อายสฺมโต เพลฏฺฐสีสตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺโต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโต อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา อภาเวน วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขิ. วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปน พหุํ กุสลํ อุปจินิตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิโต เอกตึเส กปฺเป เวสฺสภุํ ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา ปสนฺนจิตฺโต มาตุลุงฺคผลํ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทเวสุ นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคติโต สุคตึ อุปคจฺฉนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺโต ภควโต อภิสมฺโพธิยา ปุเรตรเมว อุรุเวลกสฺสปสฺส สนฺติเก ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อคฺคึ ปริจรนฺโต อุรุเวลกสฺสปทมเน อาทิตฺตปริยายเทสนาย (มหาว. ๕๔; สํ. นิ. ๔.๒๘) ปุราณชฏิลสหสฺเสน สทฺธึ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๑.๖๘-๗๓) –

‘‘กณิการํว โชตนฺตํ, ปุณฺณมาเยว จนฺทิมํ;

ชลนฺตํ ทีปรุกฺขํว, อทฺทสํ โลกนายกํ.

‘‘มาตุลุงฺคผลํ คยฺห, อทาสึ สตฺถุโน อหํ;

ทกฺขิเณยฺยสฺส วีรสฺส, ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ.

‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ ผลํ อททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

เอวํ อธิคตารหตฺโต อายสฺมโต ธมฺมภณฺฑาคาริกสฺส อุปชฺฌาโย อยํ เถโร เอกทิวสํ ผลสมาปตฺติโต อุฏฺฐาย ตํ สนฺตํ ปณีตํ นิรามิสํ สุขํ อตฺตโน ปุพฺพโยคญฺจ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปีติเวควเสน ‘‘ยถาปิ ภทฺโท อาชญฺโญ’’ติ คาถํ อภาสิ.

๑๖. ตตฺถ ยถาปีติ โอปมฺมปฏิปาทนตฺเถ นิปาโต. ภทฺโทติ สุนฺทโร ถามพลสมตฺถชวปรกฺกมาทิสมฺปนฺโน. อาชญฺโญติ อาชานีโย ชาติมา การณาการณานํ อาชานนโก. โส ติวิโธ อุสภาชญฺโญ อสฺสาชญฺโญ หตฺถาชญฺโญติ. เตสุ อุสภาชญฺโญ อิธาธิปฺเปโต. โส จ โข เฉกกสนกิจฺเจ นิยุตฺโต, เตนาห ‘‘นงฺคลาวตฺตนี’’ติ. นงฺคลสฺส ผาลสฺส อาวตฺตนโก, นงฺคลํ อิโต จิโต จ อาวตฺเตตฺวา เขตฺเต กสนโกติ อตฺโถ. นงฺคลํ วา อาวตฺตยติ เอตฺถาติ นงฺคลาวตฺตํ, เขตฺเต นงฺคลปโถ, ตสฺมึ นงฺคลาวตฺตนิ. คาถาสุขตฺถเญฺหตฺถ ‘‘วตฺตนี’’ติ ทีฆํ กตฺวา วุตฺตํ. สิขีติ มตฺถเก อวฏฺฐานโต สิขาสทิสตาย สิขา, สิงฺคํ. ตทสฺส อตฺถีติ สิขี. อปเร ปน ‘‘กกุธํ อิธ ‘สิขา’ติ อธิปฺเปต’’นฺติ วทนฺติ, อุภยถาปิ ปธานงฺคกิตฺตนเมตํ ‘‘สิขี’’ติ. อปฺปกสิเรนาติ อปฺปกิลมเถน. รตฺตินฺทิวาติ รตฺติโย ทิวา จ, เอวํ มมํ อปฺปกสิเรน คจฺฉนฺตีติ โยชนา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา ‘‘ภทฺโท อุสภาชานีโย กสเน นิยุตฺโต ฆนติณมูลาทิเกปิ นงฺคลปเถ ตํ อคเณนฺโต อปฺปกสิเรน อิโต จิโต จ ปริวตฺเตนฺโต คจฺฉติ, ยาว กสนติณานํ ปริสฺสมํ ทสฺเสติ, เอวํ มมํ รตฺตินฺทิวาปิ อปฺปกสิเรเนว คจฺฉนฺติ อติกฺกมนฺตี’’ติ. ตตฺถ การณมาห ‘‘สุเข ลทฺเธ นิรามิเส’’ติ. ยสฺมา กามามิสโลกามิสวฏฺฏามิเสหิ อสมฺมิสฺสํ สนฺตํ ปณีตํ ผลสมาปตฺติสุขํ ลทฺธํ, ตสฺมาติ อตฺโถ. ปจฺจตฺเต เจตํ ภุมฺมวจนํ ยถา ‘‘วนปฺปคุมฺเพ’’ (ขุ. ปา. ๖.๑๓; สุ. นิ. ๒๓๖) ‘‘เตน วต เร วตฺตพฺเพ’’ติ (กถา. ๑) จ. อถ วา ตโต ปภุติ รตฺตินฺทิวา อปฺปกสิเรน คจฺฉนฺตีติ วิจารณาย อาห – ‘‘สุเข ลทฺเธ นิรามิเส’’ติ, นิรามิเส สุเข ลทฺเธ สติ ตสฺส ลทฺธกาลโต ปฏฺฐายาติ อตฺโถ.

เพลฏฺฐสีสตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.