๓. วนวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา
นีลพฺภวณฺณาติ อายสฺมโต วนวจฺฉตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร อตฺถทสฺสิโน ภควโต กาเล กจฺฉปโยนิยํ นิพฺพตฺโต วินตาย นาม นทิยา วสติ. ตสฺส ขุทฺทกนาวปฺปมาโณ อตฺตภาโว อโหสิ. โส กิร เอกทิวสํ ภควนฺตํ นทิยา ตีเร ฐิตํ ทิสฺวา, ‘‘ปารํ คนฺตุกาโม มญฺเญ ภควา’’ติ อตฺตโน ปิฏฺฐิยํ อาโรเปตฺวา เนตุกาโม ปาทมูเล นิปชฺชิ. ภควา ตสฺส อชฺฌาสยํ ญตฺวา ตํ อนุกมฺปนฺโต อารุหิ. โส ปีติโสมนสฺสชาโต โสตํ ฉินฺทนฺโต ชิยาย เวเคน ขิตฺตสโร วิย ตาวเทว ปรตีรํ ปาเปสิ. ภควา ตสฺส ปุญฺญสฺส ผลํ เอตรหิ นิพฺพตฺตนกสมฺปตฺติญฺจ พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อเนกสตกฺขตฺตุํ ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อรญฺญวาสีเยว อโหสิ. ปุน กสฺสปพุทฺธกาเล กโปตโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺตํ เมตฺตาวิหารึ เอกํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา จิตฺตํ ปสาเทสิ.
ตโต ปน จุโต พาราณสิยํ กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต สํเวคชาโต ปพฺพชิตฺวา วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ พหุํ ปุญฺญกมฺมํ อุปจินิ. เอวํ ตตฺถ ตตฺถ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กปิลวตฺถุนคเร วจฺฉโคตฺตสฺส นาม พฺราหฺมณสฺส เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตสฺส มาตา ปริปกฺกคพฺภา อรญฺญํ ทสฺสนตฺถาย สญฺชาตโทหฬา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา วิจรติ, ตาวเทวสฺสา กมฺมชวาตา จลึสุ, ติโรกรณึ ปริกฺขิปิตฺวา อทํสุ. สา ธญฺญปุญฺญลกฺขณํ ปุตฺตํ วิชายิ. โส โพธิสตฺเตน สห ปํสุกีฬิกสหาโย อโหสิ. ‘‘วจฺโฉ’’ติสฺส นามญฺจ อโหสิ. วนาภิรติยา วเสน วนวจฺโฉติ ปญฺญายิตฺถ. อปรภาเค มหาสตฺเต มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา มหาปธานํ ปทหนฺเต, ‘‘อหมฺปิ สิทฺธตฺถกุมาเรน สห อรญฺเญ วิหริสฺสามี’’ติ นิกฺขมิตฺวา ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺเต วสนฺโต อภิสมฺพุทฺธภาวํ สุตฺวา ภควโต สนฺติกํ อุปคนฺตฺวา ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺเญ วสมาโน นจิรสฺเสว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๙-๑๔๘-๑๖๓) –
‘‘อตฺถทสฺสี ตุ ภควา, สยมฺภู โลกนายโก;
วินตานทิยา ตีรํ, อุปคจฺฉิ ตถาคโต.
‘‘อุทกา อภินิกฺขมฺม, กจฺฉโป วาริโคจโร;
พุทฺธํ ตาเรตุกาโมหํ, อุเปสึ โลกนายกํ.
‘‘อภิรูหตุ มํ พุทฺโธ, อตฺถทสฺสี มหามุนิ;
อหํ ตํ ตารยิสฺสามิ, ทุกฺขสฺสนฺตกโร ตุวํ.
‘‘มม สงฺกปฺปมญฺญาย, อตฺถทสฺสี มหายโส;
อภิรูหิตฺวา เม ปิฏฺฐึ, อฏฺฐาสิ โลกนายโก.
‘‘ยโต สรามิ อตฺตานํ, ยโต ปตฺโตสฺมิ วิญฺญุตํ;
สุขํ เม ตาทิสํ นตฺถิ, ผุฏฺเฐ ปาทตเล ยถา.
‘‘อุตฺตริตฺวาน สมฺพุทฺโธ, อตฺถทสฺสี มหายโส;
นทิตีรมฺหิ ฐตฺวาน, อิมา คาถา อภาสถ.
‘‘ยาวตา วตฺตเต จิตฺตํ, คงฺคาโสตํ ตรามหํ;
อยญฺจ กจฺฉโป ราชา, ตาเรสิ มม ปญฺญวา.
‘‘อิมินา พุทฺธตรเณน, เมตฺตจิตฺตวตาย จ;
อฏฺฐารเส กปฺปสเต, เทวโลเก รมิสฺสติ.
‘‘เทวโลกา อิธาคนฺตฺวา, สุกฺกมูเลน โจทิโต;
เอกาสเน นิสีทิตฺวา, กงฺขาโสตํ ตริสฺสติ.
‘‘ยถาปิ ภทฺทเก เขตฺเต, พีชํ อปฺปมฺปิ โรปิตํ;
สมฺมาธาเร ปเวจฺฉนฺเต, ผลํ โตเสติ กสฺสกํ.
‘‘ตเถวิทํ พุทฺธเขตฺตํ, สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ;
สมฺมาธาเร ปเวจฺฉนฺเต, ผลํ มํ โตสยิสฺสติ.
‘‘ปธานปหิตตฺโตมฺหิ, อุปสนฺโต นิรูปธิ;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย, วิหรามิ อนาสโว.
‘‘อฏฺฐารเส กปฺปสเต, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ตรณาย อิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
เอวํ ปน อรหตฺตํ ปตฺวา ภควติ กปิลวตฺถุสฺมึ วิหรนฺเต ตตฺถ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ภิกฺขูหิ สมาคโต ปฏิสนฺถารวเสน ‘‘กึ, อาวุโส, อรญฺเญ ผาสุวิหาโร ลทฺโธ’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘รมณียา, อาวุโส, อรญฺเญ ปพฺพตา’’ติ อตฺตนา วุฏฺฐปพฺพเต วณฺเณนฺโต ‘‘นีลพฺภวณฺณา’’ติ คาถํ อภาสิ.
๑๓. ตตฺถ นีลพฺภวณฺณาติ นีลวลาหกนิภา นีลวลาหกสณฺฐานา จ. รุจิราติ รุจิยา สกิรณา ปภสฺสรา จ. สีตวารีติ สีตลสลิลา. สุจินฺธราติ สุจิสุทฺธภูมิภาคตาย สุทฺธจิตฺตานํ วา อริยานํ นิวาสนฏฺฐานตาย สุจินฺธรา. คาถาสุขตฺถญฺหิ สานุนาสิกํ กตฺวา นิทฺเทโส. ‘‘สีตวาริสุจินฺธรา’’ติปิ ปาโฐ, สีตสุจิวาริธรา สีตลวิมลสลิลาสยวนฺโตติ อตฺโถ. อินฺทโคปกสญฺฉนฺนาติ อินฺทโคปกนามเกหิ ปวาฬวณฺเณหิ รตฺตกิมีหิ สญฺฉาทิตา ปาวุสฺสกาลวเสน เอวมาห. เกจิ ปน ‘‘อินฺทโคปกนามานิ รตฺตติณานี’’ติ วทนฺติ. อปเร ‘‘กณิการรุกฺขา’’ติ. เสลาติ สิลามยา ปพฺพตา, น ปํสุปพฺพตาติ อตฺโถ. เตนาห – ‘‘ยถาปิ ปพฺพโต เสโล’’ติ (อุทา. ๒๔). รมยนฺติ มนฺติ มํ รมาเปนฺติ, มยฺหํ วิเวกาภิรตฺตึ ปริพฺรูเหนฺติ. เอวํ เถโร อตฺตโน จิรกาลปริภาวิตํ อรญฺญาภิรตึ ปเวเทนฺโต ติวิธํ วิเวกาภิรติเมว ทีเปติ. ตตฺถ อุปธิวิเวเกน อญฺญาพฺยากรณํ ทีปิตเมว โหตีติ.
วนวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.