๑. จูฬวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา

ปาโมชฺชพหุโลติ อายสฺมโต จูฬวจฺฉตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล ทลิทฺทกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ปเรสํ ภติยา ชีวิกํ กปฺเปนฺโต ภควโต สาวกํ สุชาตํ นาม เถรํ ปํสุกูลํ ปริเยสนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส อุปสงฺกมิตฺวา วตฺถํ ทตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เตตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวรชฺชํ กาเรสิ. สตฺตสตฺตติกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺตี ราชา อโหสิ. อเนกวารํ ปเทสราชา. เอวํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน โอสกฺกมาเน ปพฺพชิตฺวา สมณธมฺมํ กตฺวา เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวมนุสฺสคตีสุ อปราปรํ ปริวตฺตนฺโต อมฺหากํ ภควโต กาเล โกสมฺพิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ. จูฬวจฺโฉติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต พฺราหฺมณสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คโต พุทฺธคุเณ สุตฺวา ปสนฺนมานโส ภควนฺตํ อุปสงฺกมิ, ตสฺส ภควา ธมฺมํ กเถสิ. โส ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปโท กตปุพฺพกิจฺโจ จริตานุกูลํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ภาเวนฺโต วิหริ. เตน จ สมเยน โกสมฺพิกา ภิกฺขู ภณฺฑนชาตา อเหสุํ. ตทา จูฬวจฺฉตฺเถโร อุภเยสํ ภิกฺขูนํ ลทฺธึ อนาทาย ภควตา ทินฺโนวาเท ฐตฺวา วิปสฺสนํ พฺรูเหตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๓๑-๔๐) –

‘‘ปทุมุตฺตรภควโต, สุชาโต นาม สาวโก;

ปํสุกูลํ คเวสนฺโต, สงฺกาเร จรตี ตทา.

‘‘นคเร หํสวติยา, ปเรสํ ภตโก อหํ;

อุปฑฺฒุทุสฺสํ ทตฺวาน, สิรสา อภิวาทยึ.

‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘เตตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท, เทวรชฺชมการยึ;

สตฺตสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี อโหสหํ.

‘‘ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ;

อุปฑฺฒทุสฺสทาเนน, โมทามิ อกุโตภโย.

‘‘อิจฺฉมาโน จหํ อชฺช, สกานนํ สปพฺพตํ;

โขมทุสฺเสหิ ฉาเทยฺยํ, อฑฺฒุทุสฺสสฺสิทํ ผลํ.

‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ ทานมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, อฑฺฒุทุสฺสสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อถ จูฬวจฺฉตฺเถโร อรหตฺตํ ปตฺวา เตสํ ภิกฺขูนํ กลหาภิรติยา สกตฺถวินาสํ ทิสฺวา ธมฺมสํเวคปฺปตฺโต, อตฺตโน จ ปตฺตวิเสสํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปีติโสมนสฺสวเสน ‘‘ปาโมชฺชพหุโล’’ติ คาถํ อภาสิ.

๑๑. ตตฺถ ปาโมชฺชพหุโลติ สุปริสุทฺธสีลตาย วิปฺปฏิสาราภาวโต อธิกุสเลสุ ธมฺเมสุ อภิรติวเสน ปโมทพหุโล. เตเนวาห ‘‘ธมฺเม พุทฺธปฺปเวทิเต’’ติ. ตตฺถ ธมฺเมติ. สตฺตตึสาย โพธิปกฺขิยธมฺเม นววิเธ วา โลกุตฺตรธมฺเม. โส หิ สพฺพญฺญุพุทฺเธน สามุกฺกํสิกาย เทสนาย ปกาสิตตฺตา สาติสยํ พุทฺธปฺปเวทิโต นาม. ตสฺส ปน อธิคมูปายภาวโต เทสนาธมฺโมปิ อิธ ลพฺภเตว. ปทํ สนฺตนฺติ นิพฺพานํ สนฺธาย วทติ. เอวรูโป หิ ภิกฺขุ สนฺตํ ปทํ สนฺตํ โกฏฺฐาสํ สพฺพสงฺขารานํ อุปสมภาวโต สงฺขารูปสมํ ปรมสุขตาย สุขํ นิพฺพานํ อธิคจฺฉติ วินฺทติเยว. ปริสุทฺธสีโล หิ ภิกฺขุ วิปฺปฏิสาราภาเวน ปาโมชฺชพหุโล สทฺธมฺเม ยุตฺตปฺปยุตฺโต วิมุตฺติปริโยสานา สพฺพสมฺปตฺติโย ปาปุณาติ. ยถาห – ‘‘อวิปฺปฏิสารตฺถานิ โข, อานนฺท, กุสลานิ สีลานิ, อวิปฺปฏิสาโร ปาโมชฺชตฺถายา’’ติอาทิ (อ. นิ. ๑๐.๑). อถ วา ปาโมชฺชพหุโลติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, สฺวากฺขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆติ รตนตฺตยํ สนฺธาย ปโมทพหุโล. ตตฺถ ปน โส ปโมทพหุโล กึ วา กโรตีติ อาห ‘‘ธมฺเม พุทฺธปฺปเวทิเต’’ติอาทิ. สทฺธาสมฺปนฺนสฺส หิ สปฺปุริสสํเสวนสทฺธมฺมสฺสวนโยนิโสมนสิการธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺตีนํ สุเขเนว สมฺภวโต สมฺปตฺติโย หตฺถคตา เอว โหนฺติ, ยถาห – ‘‘สทฺธาชาโต อุปสงฺกมติ, อุปสงฺกมนฺโต ปยิรุปาสตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๒.๑๘๓).

จูฬวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.