๔. อธิมุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา

กายทุฏฺฐุลฺลครุโนติ อายสฺมโต อธิมุตฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต พฺราหฺมณวิชฺชาสุ นิปฺผตฺตึ คโต กาเมสุ อาทีนวํ ทิสฺวา ฆราวาสํ ปหาย ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺโต พุทฺธุปฺปาทํ สุตฺวา มนุสฺสูปจารํ อุปคนฺตฺวา สตฺถารํ ภิกฺขุสงฺฆปริวุตํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส อตฺตโน วากจีรํ สตฺถุ ปาทมูเล ปตฺถริ. สตฺถา ตสฺส อชฺฌาสยํ ญตฺวา ตสฺมึ อฏฺฐาสิ. ตตฺถ ฐิตํ ภควนฺตํ กาฬานุสาเรน คนฺเธน ปูเชตฺวา ‘‘สมุทฺธรสิมํ โลก’’นฺติอาทิกาหิ ทสหิ คาถาหิ อภิตฺถวิ. ตํ สตฺถา ‘‘อนาคเต อิโต สตสหสฺสกปฺปมตฺถเก โคตมสฺส นาม สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา ฉฬภิญฺโญ ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา ตโต ยาวายํ พุทฺธุปฺปาโท, ตาว เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อธิมุตฺโตติ ลทฺธนาโม วิญฺญุตํ ปตฺโต พฺราหฺมณวิชฺชาสุ นิปฺผตฺตึ คนฺตฺวา ตตฺถ สารํ อปสฺสนฺโต ปจฺฉิมภวิกตฺตา นิสฺสรณํ คเวสนฺโต เชตวนปฏิคฺคหเณ พุทฺธานุภาวํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๔๐.๓๐๔-๓๓๒) –

‘‘กณิการํว ชลิตํ, ทีปรุกฺขํว อุชฺชลํ;

โอสธึว วิโรจนฺตํ, วิชฺชุตํ คคเน ยถา.

‘‘อสมฺภีตํ อนุตฺตาสึ, มิคราชํว เกสรึ;

ญาณาโลกํ ปกาเสนฺตํ, มทฺทนฺตํ ติตฺถิเย คเณ.

‘‘อุทฺธรนฺตํ อิมํ โลกํ, ฉินฺทนฺตํ สพฺพสํสยํ;

คชฺชนฺตํ มิคราชํว, อทฺทสํ โลกนายกํ.

‘‘ชฏาชินธโร อาสึ, พฺรหา อุชุ ปตาปวา;

วากจีรํ คเหตฺวาน, ปาทมูเล อปตฺถรึ.

‘‘กาฬานุสาริยํ คยฺหํ, อนุลิมฺปึ ตถาคตํ;

สมฺพุทฺธมนุลิมฺเปตฺวา, สนฺถวึ โลกนายกํ.

‘‘สมุทฺธรสิมํ โลกํ, โอฆติณฺณ มหามุนิ;

ญาณาโลเกน โชเตสิ, นาวฏํ ญาณมุตฺตมํ.

‘‘ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสิ, มทฺทเส ปรติตฺถิเย;

อุสโภ ชิตสงฺคาโม, สมฺปกมฺเปสิ เมทนึ.

‘‘มหาสมุทฺเท อูมิโย, เวลนฺตมฺหิ ปภิชฺชเร;

ตเถว ตว ญาณมฺหิ, สพฺพทิฏฺฐี ปภิชฺชเร.

‘‘สุขุมจฺฉิกชาเลน, สรมฺหิ สมฺปตานิเต;

อนฺโตชาลีกตา ปาณา, ปีฬิตา โหนฺติ ตาวเท.

‘‘ตเถว ติตฺถิยา โลเก, ปุถุปาสณฺฑนิสฺสิตา;

อนฺโตญาณวเร ตุยฺหํ, ปริวตฺตนฺติ มาริส.

‘‘ปติฏฺฐา วุยฺหตํ โอเฆ, ตฺวญฺหิ นาโถ อพนฺธุนํ;

ภยฏฺฏิตานํ สรณํ, มุตฺติตฺถีนํ ปรายณํ.

‘‘เอกวีโร อสทิโส, เมตฺตากรุณสญฺจโย;

อสโม สุสโม สนฺโต, วสี ตาที ชิตญฺชโย.

‘‘ธีโร วิคตสมฺโมโห, อเนโช อกถํกถี;

ตุสิโต วนฺตโทโสสิ, นิมฺมโล สํยโต สุจิ.

‘‘สงฺคาติโค หตมโท, เตวิชฺโช ติภวนฺตโค;

สีมาติโค ธมฺมครุ, คตตฺโถ หิตวพฺภุโต.

‘‘ตารโก ตฺวํ ยถา นาวา, นิธีวสฺสาสการโก;

อสมฺภีโต ยถา สีโห, คชราชาว ทปฺปิโต.

‘‘โถเมตฺวา ทสคาถาหิ, ปทุมุตฺตรํ มหายสํ;

วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท, ตุณฺหี อฏฺฐาสหํ ตทา.

‘‘ปทุมุตฺตโร โลกวิทู, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห;

ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา, อิมา คาถา อภาสถ.

‘‘โย เม สีลญฺจ ญาณญฺจ, สทฺธมฺมญฺจาปิ วณฺณยิ;

ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ, สุณาถ มม ภาสโต.

‘‘สฏฺฐิ กปฺปสหสฺสานิ, เทวโลเก รมิสฺสติ;

อญฺเญ เทเวภิภวิตฺวา, อิสฺสรํ การยิสฺสติ.

‘‘โส ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวาน, สุกฺกมูเลน โจทิโต;

โคตมสฺส ภควโต, สาสเน ปพฺพชิสฺสติ.

‘‘ปพฺพชิตฺวาน กาเยน, ปาปกมฺมํ วิวชฺชิย;

สพฺพาสเว ปริญฺญาย, นิพฺพายิสฺสตินาสโว.

‘‘ยถาปิ เมโฆ ถนยํ, ตปฺเปติ เมทนึ อิมํ;

ตเถว ตฺวํ มหาวีร, ธมฺเมน ตปฺปยี มมํ.

‘‘สีลํ ปญฺญญฺจ ธมฺมญฺจ, ถวิตฺวา โลกนายกํ;

ปตฺโตมฺหิ ปรมํ สนฺตึ, นิพฺพานํ ปทมจฺจุตํ.

‘‘อโห นูน ส ภควา, จิรํ ติฏฺเฐยฺย จกฺขุมา;

อญฺญาตญฺจ วิชาเนยฺยุํ, ผุเสยฺยุํ อมตํ ปทํ.

‘‘อยํ เม ปจฺฉิมา ชาติ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;

สพฺพาสเว ปริญฺญาย, วิหรามิ อนาสโว.

‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ พุทฺธมภิโถมยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, กิตฺตนาย อิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตนา สห วสนฺเต กายทฬฺหิพหุเล ภิกฺขู โอวทนฺโต –

๑๑๔. ‘‘กายทุฏฺฐุลฺลครุโน, หิยฺยมานมฺหิ ชีวิเต;

สรีรสุขคิทฺธสฺส, กุโต สมณสาธุตา’’ติ. – คาถํ อภาสิ;

ตตฺถ กายทุฏฺฐุลฺลครุโนติ ทุฏฺฐุลฺลํ อสุภโยคฺยตา, กายสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ กายทุฏฺฐุลฺลํ, กายทุฏฺฐุลฺลํ ครุ สมฺภาวิตํ ยสฺส โส กายทุฏฺฐุลฺลครุ, อนิสฺสรณปฺปญฺโญ หุตฺวา กายโปสนปฺปสุโต กายทฬฺหิพหุโลติ อตฺโถ, ตสฺส กายทุฏฺฐุลฺลครุโน. หิยฺยมานมฺหิ ชีวิเตติ กุนฺนทีนํ อุทกํ วิย ชีวิตสงฺขาเร ลหุโส ขียมาเน. สรีรสุขคิทฺธสฺสาติ ปณีตาหาราทีหิ อตฺตโน กายสฺส สุเขน เคธํ อาปนฺนสฺส. กุโต สมณสาธุตาติ เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส สมณภาเวน สาธุตา สุสมณตา กุโต เกน การเณน สิยา, เอกํสโต ปน กาเย ชีวิเต จ นิรเปกฺขสฺส อิตรีตรสนฺโตเสน สนฺตุฏฺฐสฺส อารทฺธวีริยสฺเสว สมณสาธุตาติ อธิปฺปาโย.

อธิมุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.