๑. ปริปุณฺณกตฺเถรคาถาวณฺณนา

น ตถา มตํ สตรสนฺติ อายสฺมโต ปริปุณฺณกตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ธมฺมทสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต สตฺถริ ปรินิพฺพุเต สตฺถุ เจติเย ปุปฺผาทีหิ อุฬารํ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทเวสุ นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กปิลวตฺถุสฺมึ สกฺยราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต ปริปุณฺณวิภวตาย ปริปุณฺณโกติ ปญฺญายิตฺถ. โส วิภวสมฺปนฺนตาย สพฺพกาลํ สตรสํ นาม อาหารํ ปริภุญฺชนฺโต สตฺถุ มิสฺสกาหารปริโภคํ สุตฺวา ‘‘ตาว สุขุมาโลปิ ภควา นิพฺพานสุขํ อเปกฺขิตฺวา ยถา ตถา ยาเปติ, กสฺมา มยํ อาหารคิทฺธา หุตฺวา อาหารสุทฺธิกา ภวิสฺสาม, นิพฺพานสุขเมว ปน อเมฺหหิ ปริเยสิตพฺพ’’นฺติ สํสาเร ชาตสํเวโค ฆราวาสํ ปหาย สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ภควตา กายคตาสติกมฺมฏฺฐาเน นิโยชิโต ตตฺถ ปติฏฺฐาย ปฏิลทฺธฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๕.๕-๙) –

‘‘นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ, ธมฺมทสฺสีนราสเภ;

อาโรเปสึ ธชตฺถมฺภํ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส เจติเย.

‘‘นิสฺเสณึ มาปยิตฺวาน, ถูปเสฏฺฐํ สมารุหึ;

ชาติปุปฺผํ คเหตฺวาน, ถูปมฺหิ อภิโรปยึ.

‘‘อโห พุทฺโธ อโห ธมฺโม, อโห โน สตฺถุ สมฺปทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ถูปปูชายิทํ ผลํ.

‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ถูปสีขสนามกา;

โสฬสาสึสุ ราชาโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ธมฺเม คารวพหุมาเนน ปีติเวควิสฺสฏฺฐํ อุทานํ อุทาเนนฺโต ‘‘น ตถา มตํ สตรส’’นฺติ คาถํ อภาสิ.

๙๑. ตตฺถ น ตถา มตํ สตรสํ, สุธนฺนํ ยํ มยชฺช ปริภุตฺตนฺติ ตถาติ เตน ปกาเรน. มตนฺติ อภิมตํ. สตรสนฺติ สตรสโภชนํ ‘‘สตรสโภชนํ นาม สตปากสปฺปิอาทีหิ อภิสงฺขตํ โภชน’’นฺติ วทนฺติ. อถ วา อเนกตฺโถ สตสทฺโท ‘‘สตโส สหสฺสโส’’ติอาทีสุ วิย. ตสฺมา ยํ โภชนํ อเนกสูปํ อเนกพฺยญฺชนํ, ตํ อเนกรสตาย ‘‘สตรส’’นฺติ วุจฺจติ, นานารสโภชนนฺติ อตฺโถ. สุธา เอว อนฺนํ สุธาโภชนํ เทวานํ อาหาโร. ยํ มยชฺช ปริภุตฺตนฺติ ยํ มยา อชฺช อนุภุตฺตํ. ‘‘ยํ มยา ปริภุตฺต’’นฺติ จ อิทํ ‘‘สตรสํ สุธนฺน’’นฺติ เอตฺถาปิ โยเชตพฺพํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ มยา อชฺช เอตรหิ นิโรธสมาปตฺติสมาปชฺชนวเสน ผลสมาปตฺติสมาปชฺชนวเสน จ อจฺจนฺตเมว สนฺตํ ปณีตํ นิพฺพานสุขํ ปริภุญฺชิยมานํ, ตํ ยถา มตํ อภิมตํ สมฺภาวิตํ ตถา ราชกาเล มยา ปริภุตฺตํ สตรสโภชนํ เทวตฺตภาเว ปริภุตฺตํ สุธนฺนญฺจ น มตํ นาภิมตํ. กสฺมา? อิทญฺหิ อริยนิเสวิตํ นิรามิสํ กิเลสานํ อวตฺถุภูตํ, ตํ ปน ปุถุชฺชนเสวิตํ สามิสํ กิเลสานํ วตฺถุภูตํ, ตํ อิมสฺส สงฺขมฺปิ กลมฺปิ กลภาคมฺปิ น อุเปตีติ. อิทานิ ‘‘ยํ มยชฺช ปริภุตฺต’’นฺติ วุตฺตธมฺมํ เทเสนฺโต อปริมิตทสฺสินา โคตเมน, พุทฺเธน สุเทสิโต ธมฺโม’’ติ อาห. ตสฺสตฺโถ – อปริมิตํ อปริจฺฉินฺนํ อุปฺปาทวยาภาวโต สนฺตํ อสงฺขตธาตุํ สยมฺภูญาเณน ปสฺสี, อปริมิตสฺส อนนฺตาปริเมยฺยสฺส เญยฺยสฺส ทสฺสาวีติ เตน อปริมิตทสฺสินา โคตมโคตฺเตน สมฺมาสมฺพุทฺเธน ‘‘ขยํ วิราคํ อมตํ ปณีต’’นฺติ (ขุ. ปา. ๖.๔; สุ. นิ. ๒๒๗) จ ‘‘มทนิมฺมทโน ปิปาสวินโย’’ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) ‘‘สพฺพสงฺขารสมโถ’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๔๐; ๑๐.๖) จ อาทินา สุฏฺฐุ เทสิโต ธมฺโม, นิพฺพานํ มยา อชฺช ปริภุตฺตนฺติ โยชนา.

ปริปุณฺณกตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.