๑๖. ปิงฺคิยสุตฺตวณฺณนา
๑๑๒๗. ชิณฺโณหมสฺมีติ ปิงฺคิยสุตฺตํ. ตตฺถ ชิณฺโณหมสฺมิ อพโล วีตวณฺโณติ โส กิร พฺราหฺมโณ ชราภิภูโต วีสวสฺสสติโก ชาติยา, ทุพฺพโล จ ‘‘อิธ ปทํ กริสฺสามี’’ติ อญฺญตฺเถว กโรติ, วินฏฺฐปุริมจฺฉวิวณฺโณ จ. เตนาห – ‘‘ชิณฺโณหมสฺมิ อพโล วีตวณฺโณ’’ติ. มาหํ นสฺสํ โมมุโห อนฺตราวาติ มาหํ ตุยฺหํ ธมฺมํ อสจฺฉิกตฺวา อนฺตราเยว อวิทฺวา หุตฺวา อนสฺสึ. ชาติชราย อิธ วิปฺปหานนฺติ อิเธว ตว ปาทมูเล ปาสาณเก วา เจติย ชาติชราย วิปฺปหานํ นิพฺพานธมฺมํ ยมหํ วิชญฺญํ, ตํ เม อาจิกฺข.
๑๑๒๘. อิทานิ ยสฺมา ปิงฺคิโย กาเย สาเปกฺขตาย ‘‘ชิณฺโณหมสฺมี’’ติ คาถมาห เตนสฺส ภควา กาเย สิเนหปฺปหานตฺถํ ‘‘ทิสฺวาน รูเปสุ วิหญฺญมาเน’’ติ คาถมาห. ตตฺถ รูเปสูติ รูปเหตุ รูปปจฺจยา. วิหญฺญมาเนติ กมฺมการณาทีหิ อุปหญฺญมาเน. รุปฺปนฺติ รูเปสูติ จกฺขุโรคาทีหิ จ รูปเหตุเยว ชนา รุปฺปนฺติ พาธียนฺติ.
๑๑๒๙-๓๐. เอวํ ภควตา ยาว อรหตฺตํ ตาว กถิตํ ปฏิปตฺตึ สุตฺวาปิ ปิงฺคิโย ชราทุพฺพลตาย วิเสสํ อนธิคนฺตฺวาว ปุน ‘‘ทิสา จตสฺโส’’ติ อิมาย คาถาย ภควนฺตํ โถเมนฺโต เทสนํ ยาจติ. อถสฺส ภควา ปุนปิ ยาว อรหตฺตํ, ตาว ปฏิปทํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตณฺหาธิปนฺเน’’ติ คาถมาห. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมว.
อิมมฺปิ สุตฺตํ ภควา อรหตฺตนิกูเฏเนว เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน จ ปิงฺคิโย อนาคามิผเล ปติฏฺฐาสิ. โส กิร อนฺตรนฺตรา จินฺเตสิ – ‘‘เอวํ วิจิตฺรปฏิภานํ นาม เทสนํ น ลภิ มยฺหํ มาตุโล พาวรี สวนายา’’ติ. เตน สิเนหวิกฺเขเปน อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ นาสกฺขิ. อนฺเตวาสิโน ปนสฺส สหสฺสชฏิลา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. สพฺเพว อิทฺธิมยปตฺตจีวรธรา เอหิภิกฺขโว อเหสุนฺติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ปิงฺคิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปารายนตฺถุติคาถาวณฺณนา
อิโต ปรํ สงฺคีติการา เทสนํ โถเมนฺตา ‘‘อิทมโวจ ภควา’’ติอาทิมาหํสุ. ตตฺถ อิทมโวจาติ อิทํ ปรายนํ อโวจ. ปริจารกโสฬสานนฺติ พาวริสฺส ปริจารเกน ปิงฺคิเยน สห โสฬสนฺนํ พุทฺธสฺส วา ภควโต ปริจารกานํ โสฬสนฺนนฺติ ปริจารกโสฬสนฺนํ. เต เอว จ พฺราหฺมณา. ตตฺถ โสฬสปริสา ปน ปุรโต จ ปจฺฉโต จ วามปสฺสโต จ ทกฺขิณปสฺสโต จ ฉ ฉ โยชนานิ นิสินฺนา อุชุเกน ทฺวาทสโยชนิกา อโหสิ. อชฺฌิฏฺโฐติ ยาจิโต อตฺถมญฺญายาติ ปาฬิอตฺถมญฺญาย. ธมฺมมญฺญายาติ ปาฬิมญฺญาย. ปารายนนฺติ เอวํ อิมสฺส ธมฺมปริยายสฺส อธิวจนํ อาโรเปตฺวา เตสํ พฺราหฺมณานํ นามานิ กิตฺตยนฺตา ‘‘อชิโต ติสฺสเมตฺเตยฺโย…เป… พุทฺธเสฏฺฐํ อุปาคมุ’’นฺติ อาหํสุ.
๑๑๓๑-๗. ตตฺถ สมฺปนฺนจรณนฺติ นิพฺพานปทฏฺฐานภูเตน ปาติโมกฺขสีลาทินา สมฺปนฺนํ. อิสินฺติ มเหสึ. เสสํ ปากฏเมว. ตโต ปรํ พฺรหฺมจริยมจรึสูติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ อจรึสุ. ตสฺมา ปารายนนฺติ ตสฺส ปารภูตสฺส นิพฺพานสฺส อยนนฺติ วุตฺตํ โหติ.
ปารายนานุคีติคาถาวณฺณนา
๑๑๓๘. ปารายนมนุคายิสฺสนฺติ อสฺส อยํ สมฺพนฺโธ – ภควตา หิ ปารายเน เทสิเต โสฬสสหสฺสา ชฏิลา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ, อวเสสานญฺจ จุทฺทสโกฏิสงฺขานํ เทวมนุสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. วุตฺตเญฺหตํ โปราเณหิ –
‘‘ตโต ปาสาณเก รมฺเม, ปารายนสมาคเม;
อมตํ ปาปยี พุทฺโธ, จุทฺทส ปาณโกฏิโย’’ติ.
นิฏฺฐิตาย ปน ธมฺมเทสนาย ตโต ตโต อาคตา มนุสฺสา ภควโต อานุภาเวน อตฺตโน อตฺตโน คามนิคมาทีเสฺวว ปาตุรเหสุํ. ภควาปิ สาวตฺถิเมว อคมาสิ ปริจารกโสฬสาทีหิ อเนเกหิ ภิกฺขุสหสฺเสหิ ปริวุโต. ตตฺถ ปิงฺคิโย ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘คจฺฉามหํ, ภนฺเต, พาวริสฺส พุทฺธุปฺปาทํ อาโรเจตุํ, ปฏิสฺสุตญฺหิ ตสฺส มยา’’ติ. อถ ภควตา อนุญฺญาโต ญาณคมเนเนว โคธาวรีตีรํ คนฺตฺวา ปาทคมเนน อสฺสมาภิมุโข อคมาสิ. ตเมนํ พาวรี พฺราหฺมโณ มคฺคํ โอโลเกนฺโต นิสินฺโน ทูรโตว ขาริชฏาทิวิรหิตํ ภิกฺขุเวเสน อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน’’ติ นิฏฺฐํ อคมาสิ. สมฺปตฺตญฺจาปิ นํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ, ปิงฺคิย, พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน’’ติ. ‘‘อาม, พฺราหฺมณ, อุปฺปนฺโน, ปาสาณเก เจติเย นิสินฺโน อมฺหากํ ธมฺมํ เทเสสิ, ตมหํ ตุยฺหํ เทเสสฺสามี’’ติ. ตโต พาวรี มหตา สกฺกาเรน สปริโส ตํ ปูเชตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปสิ. ตตฺถ นิสีทิตฺวา ปิงฺคิโย ‘‘ปารายนมนุคายิสฺส’’นฺติอาทิมาห.
ตตฺถ อนุคายิสฺสนฺติ ภควตา คีตํ อนุคายิสฺสํ. ยถาทฺทกฺขีติ ยถา สามํ สจฺจาภิสมฺโพเธน อสาธารณญาเณน จ อทฺทกฺขิ. นิกฺกาโมติ ปหีนกาโม. ‘‘นิกฺกโม’’ติปิ ปาโฐ, วีริยวาติ อตฺโถ นิกฺขนฺโต วา อกุสลปกฺขา. นิพฺพโนติ กิเลสวนวิรหิโต, ตณฺหาวิรหิโต เอว วา. กิสฺส เหตุ มุสา ภเณติ เยหิ กิเลเสหิ มุสา ภเณยฺย, เอเต ตสฺส ปหีนาติ ทสฺเสติ. เอเตน พฺราหฺมณสฺส สวเน อุสฺสาหํ ชเนติ.
๑๑๓๙-๔๑. วณฺณูปสญฺหิตนฺติ คุณูปสญฺหิตํ. สจฺจวฺหโยติ ‘‘พุทฺโธ’’ติ สจฺเจเนว อวฺหาเนน นาเมน ยุตฺโต. พฺรเหฺมติ ตํ พฺราหฺมณํ อาลปติ. กุพฺพนกนฺติ ปริตฺตวนํ. พหุปฺผลํ กานนมาวเสยฺยาติ อเนกผลาทิวิกติภริตํ กานนํ อาคมฺม วเสยฺย. อปฺปทสฺเสติ พาวริปภุติเก ปริตฺตปญฺเญ. มโหทธินฺติ อโนตตฺตาทึ มหนฺตํ อุทกราสึ.
๑๑๔๒-๔. เยเม ปุพฺเพติ เย อิเม ปุพฺเพ. ตมนุทาสิโนติ ตโมนุโท อาสิโน. ภูริปญฺญาโณติ ญาณธโช. ภูริเมธโสติ วิปุลปญฺโญ. สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกนฺติ สามํ ปสฺสิตพฺพผลํ, น จ กาลนฺตเร ปตฺตพฺพผลํ. อนีติกนฺติ กิเลสอีติวิรหิตํ.
๑๑๔๕-๕๐. อถ นํ พาวรี อาห ‘‘กึ นุ ตมฺหา’’ติ เทฺว คาถา. ตโต ปิงฺคิโย ภควโต สนฺติกา อวิปฺปวาสเมว ทีเปนฺโต ‘‘นาหํ ตมฺหา’’ติอาทิมาห. ปสฺสามิ นํ มนสา จกฺขุนาวาติ ตํ พุทฺธํ อหํ จกฺขุนา วิย มนสา ปสฺสามิ. นมสฺสมาโน วิวเสมิ รตฺตินฺติ นมสฺสมาโนว รตฺตึ อตินาเมมิ. เตน เตเนว นโตติ เยน ทิสาภาเคน พุทฺโธ, เตน เตเนวาหมฺปิ นโต ตนฺนินฺโน ตปฺโปโณติ ทสฺเสติ.
๑๑๕๑. ทุพฺพลถามกสฺสาติ อปฺปถามกสฺส, อถ วา ทุพฺพลสฺส ทุตฺถามกสฺส จ พลวีริยหีนสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. เตเนว กาโย น ปเลตีติ เตเนว ทุพฺพลถามกตฺเตน กาโย น คจฺฉติ, เยน วา พุทฺโธ, เตน น คจฺฉติ. ‘‘น ปเรตี’’ติปิ ปาโฐ, โส เอวตฺโถ. ตตฺถาติ พุทฺธสฺส สนฺติเก. สงฺกปฺปยนฺตายาติ สงฺกปฺปคมเนน. เตน ยุตฺโตติ เยน พุทฺโธ, เตน ยุตฺโต ปยุตฺโต อนุยุตฺโตติ ทสฺเสติ.
๑๑๕๒. ปงฺเก สยาโนติ กามกทฺทเม สยมาโน. ทีปา ทีปํ อุปปฺลวินฺติ สตฺถาราทิโต สตฺถาราทึ อภิคจฺฉึ. อถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธนฺติ โสหํ เอวํ ทุทฺทิฏฺฐึ คเหตฺวา อนฺวาหิณฺฑนฺโต อถ ปาสาณเก เจติเย พุทฺธมทฺทกฺขึ.
๑๑๕๓. อิมิสฺสา คาถาย อวสาเน ปิงฺคิยสฺส จ พาวริสฺส จ อินฺทฺริยปริปากํ วิทิตฺวา ภควา สาวตฺถิยํ ฐิโตเยว สุวณฺโณภาสํ มุญฺจิ. ปิงฺคิโย พาวริสฺส พุทฺธคุเณ วณฺณยนฺโต นิสินฺโน เอว ตํ โอภาสํ ทิสฺวา ‘‘กึ อิท’’นฺติ วิโลเกนฺโต ภควนฺตํ อตฺตโน ปุรโต ฐิตํ วิย ทิสฺวา พาวริพฺราหฺมณสฺส ‘‘พุทฺโธ อาคโต’’ติ อาโรเจสิ, พฺราหฺมโณ อุฏฺฐายาสนา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา อฏฺฐาสิ. ภควาปิ โอภาสํ ผริตฺวา พฺราหฺมณสฺส อตฺตานํ ทสฺเสนฺโต อุภินฺนมฺปิ สปฺปายํ วิทิตฺวา ปิงฺคิยเมว อาลปมาโน ‘‘ยถา อหู วกฺกลี’’ติ อิมํ คาถมภาสิ.
ตสฺสตฺโถ – ยถา วกฺกลิตฺเถโร สทฺธาธิมุตฺโต อโหสิ, สทฺธาธุเรน จ อรหตฺตํ ปาปุณิ. ยถา จ โสฬสนฺนํ เอโก ภทฺราวุโธ นาม ยถา จ อาฬวิ โคตโม, เอวเมว ตฺวมฺปิ ปมุญฺจสฺสุ สทฺธํ. ตโต สทฺธาย อธิมุจฺจนฺโต ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติอาทินา นเยน วิปสฺสนํ อารภิตฺวา มจฺจุเธยฺยสฺส ปารํ นิพฺพานํ คมิสฺสสีติ อรหตฺตนิกูเฏเนว เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. เทสนาปริโยสาเน ปิงฺคิโย อรหตฺเต พาวรี อนาคามิผเล ปติฏฺฐหิ. พาวริพฺราหฺมณสฺส สิสฺสา ปน ปญฺจสตา โสตาปนฺนา อเหสุํ.
๑๑๕๔-๕. อิทานิ ปิงฺคิโย อตฺตโน ปสาทํ ปเวเทนฺโต ‘‘เอส ภิยฺโย’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปฏิภานวาติ ปฏิภานปฏิสมฺภิทาย อุเปโต. อธิเทเว อภิญฺญายาติ อธิเทวกเร ธมฺเม ญตฺวา. ปโรวรนฺติ หีนปณีตํ, อตฺตโน จ ปรสฺส จ อธิเทวตฺตกรํ สพฺพํ ธมฺมชาตํ เวทีติ วุตฺตํ โหติ. กงฺขีนํ ปฏิชานตนฺติ กงฺขีนํเยว สตํ ‘‘นิกฺกงฺขมฺหา’’ติ ปฏิชานนฺตานํ.
๑๑๕๖. อสํหีรนฺติ ราคาทีหิ อสํหาริยํ. อสํกุปฺปนฺติ อกุปฺปํ อวิปริณามธมฺมํ. ทฺวีหิปิ ปเทหิ นิพฺพานํ ภณติ. อทฺธา คมิสฺสามีติ เอกํเสเนว ตํ อนุปาทิเสสํ นิพฺพานธาตุํ คมิสฺสามิ. น เมตฺถ กงฺขาติ นตฺถิ เม เอตฺถ นิพฺพาเน กงฺขา. เอวํ มํ ธาเรหิ อธิมุตฺตจิตฺตนฺติ ปิงฺคิโย ‘‘เอวเมว ตฺวมฺปิ ปมุญฺจสฺสุ สทฺธ’’นฺติ. อิมินา ภควโต โอวาเทน อตฺตนิ สทฺธํ อุปฺปาเทตฺวา สทฺธาธุเรเนว จ วิมุญฺจิตฺวา ตํ สทฺธาธิมุตฺตตํ ปกาเสนฺโต ภควนฺตํ อาห – ‘‘เอวํ มํ ธาเรหิ อธิมุตฺตจิตฺต’’นฺติ. อยเมตฺถ อธิปฺปาโย ‘‘ยถา มํ ตฺวํ อวจ, เอวเมว อธิมุตฺตํ ธาเรหี’’ติ.
อิติ ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย โสฬสพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิฏฺฐิโต จ ปญฺจโม วคฺโค อตฺถวณฺณนานยโต, นาเมน
ปารายนวคฺโคติ.
นิคมนกถา
เอตฺตาวตา จ ยํ วุตฺตํ –
‘‘อุตฺตมํ วนฺทเนยฺยานํ, วนฺทิตฺวา รตนตฺตยํ;
โย ขุทฺทกนิกายมฺหิ, ขุทฺทาจารปฺปหายินา.
‘‘เทสิโต โลกนาเถน, โลกนิตฺถรเณสินา;
ตสฺส สุตฺตนิปาตสฺส, กริสฺสามตฺถวณฺณน’’นฺติ.
เอตฺถ อุรควคฺคาทิปญฺจวคฺคสงฺคหิตสฺส อุรคสุตฺตาทิสตฺตติสุตฺตปฺปเภทสฺส สุตฺตนิปาตสฺส อตฺถวณฺณนา กตา โหติ. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘อิมํ สุตฺตนิปาตสฺส, กโรนฺเตนตฺถวณฺณนํ;
สทฺธมฺมฏฺฐิติกาเมน, ยํ ปตฺตํ กุสลํ มยา.
‘‘ตสฺสานุภาวโต ขิปฺปํ, ธมฺเม อริยปฺปเวทิเต;
วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ, ปาปุณาตุ อยํ ชโน’’ติ.
(ปริยตฺติปฺปมาณโต จตุจตฺตาลีสมตฺตา ภาณวารา.)
ปรมวิสุทฺธสทฺธาพุทฺธิวีริยปฺปฏิมณฺฑิเตน สีลาจารชฺชวมทฺทวาทิคุณสมุทยสมุทิเตน สกสมยสมยนฺตรคหนชฺโฌคาหณสมตฺเถน ปญฺญาเวยฺยตฺติยสมนฺนาคเตน ติปิฏกปริยตฺติปฺปเภเท สาฏฺฐกเถ สตฺถุสาสเน อปฺปฏิหตญาณปฺปภาเวน มหาเวยฺยากรเณน กรณสมฺปตฺติชนิตสุขวินิคฺคตมธุโรทารวจนลาวณฺณยุตฺเตน ยุตฺตมุตฺตวาทินา วาทีวเรน มหากวินา ฉฬภิญฺญาปฏิสมฺภิทาทิปฺปเภทคุณปฏิมณฺฑิเต อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม สุปฺปติฏฺฐิตพุทฺธีนํ เถรวํสปฺปทีปานํ เถรานํ มหาวิหารวาสีนํ วํสาลงฺการภูเตน วิปุลวิสุทฺธพุทฺธินา พุทฺธโฆโสติ ครูหิ คหิตนามเธยฺเยน เถเรน กตา อยํ ปรมตฺถโชติกา นาม สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถา –
ตาว ติฏฺฐตุ โลกสฺมึ, โลกนิตฺถรเณสินํ;
ทสฺเสนฺตี กุลปุตฺตานํ, นยํ ปญฺญาวิสุทฺธิยา.
ยาว พุทฺโธติ นามมฺปิ, สุทฺธจิตฺตสฺส ตาทิโน;
โลกมฺหิ โลกเชฏฺฐสฺส, ปวตฺตติ มเหสิโนติ.
สุตฺตนิปาต-อตฺถวณฺณนา นิฏฺฐิตา.