๘. ปสูรสุตฺตวณฺณนา

๘๓๑. อิเธว สุทฺธีติ ปสูรสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ภควติ กิร สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต ปสูโร นาม ปริพฺพาชโก มหาวาที, โส ‘‘อหมสฺมิ สกลชมฺพุทีเป วาเทน อคฺโค, ตสฺมา ยถา ชมฺพุทีปสฺส ชมฺพุปญฺญาณํ, เอวํ มมาปิ ภวิตุํ อรหตี’’ติ ชมฺพุสาขํ ธชํ กตฺวา สกลชมฺพุทีเป ปฏิวาทํ อนาสาเทนฺโต อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ อาคนฺตฺวา นครทฺวาเร วาลิกตฺถลํ กตฺวา ตตฺถ สาขํ อุสฺสาเปตฺวา ‘‘โย มยา สทฺธึ วาทํ กาตุํ สมตฺโถ, โส อิมํ สาขํ ภญฺชตู’’ติ วตฺวา นครํ ปาวิสิ. ตํ ฐานํ มหาชโน ปริวาเรตฺวา อฏฺฐาสิ. เตน จ สมเยน อายสฺมา สาริปุตฺโต ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา สาวตฺถิโต นิกฺขมติ. โส ตํ ทิสฺวา สมฺพหุเล คามทารเก ปุจฺฉิ – ‘‘กึ เอตํ ทารกา’’ติ, เต สพฺพํ อาจิกฺขึสุ. ‘‘เตน หิ นํ ตุเมฺห อุทฺธริตฺวา ปาเทหิ ภญฺชถ, ‘วาทตฺถิโก วิหารํ อาคจฺฉตู’ติ จ ภณถา’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ.

ปริพฺพาชโก ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ อาคนฺตฺวา อุทฺธริตฺวา ภคฺคํ สาขํ ทิสฺวา ‘‘เกนิทํ การิต’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘พุทฺธสาวเกน สาริปุตฺเตนา’’ติ จ วุตฺเต ปมุทิโต หุตฺวา ‘‘อชฺช มม ชยํ สมณสฺส จ ปราชยํ ปณฺฑิตา ปสฺสนฺตู’’ติ ปญฺหวีมํสเก การณิเก อาเนตุํ สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา วีถิสิงฺฆาฏกจจฺจเรสุ วิจรนฺโต ‘‘สมณสฺส โคตมสฺส อคฺคสาวเกน สห วาเท ปญฺญาปฏิภานํ โสตุกามา โภนฺโต นิกฺขมนฺตู’’ติ อุคฺโฆเสสิ. ‘‘ปณฺฑิตานํ วจนํ โสสฺสามา’’ติ สาสเน ปสนฺนาปิ อปฺปสนฺนาปิ พหู มนุสฺสา นิกฺขมึสุ. ตโต ปสูโร มหาชนปริวุโต ‘‘เอวํ วุตฺเต เอวํ ภณิสฺสามี’’ติอาทีนิ วิตกฺเกนฺโต วิหารํ อคมาสิ. เถโร ‘‘วิหาเร อุจฺจาสทฺทมหาสทฺโท ชนพฺยากุลญฺจ มา อโหสี’’ติ เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา นิสีทิ.

ปริพฺพาชโก เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ตฺวํ, โภ, ปพฺพชิต, มยฺหํ ชมฺพุธชํ ภญฺชาเปสี’’ติ อาห. ‘‘อาม ปริพฺพาชกา’’ติ จ วุตฺเต ‘‘โหตุ โน, โภ, กาจิ กถาปวตฺตี’’ติ อาห. ‘‘โหตุ ปริพฺพาชกา’’ติ จ เถเรน สมฺปฏิจฺฉิเต ‘‘ตฺวํ, สมณ, ปุจฺฉ, อหํ วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ อาห. ตโต นํ เถโร อวจ ‘‘กึ, ปริพฺพาชก, ทุกฺกรํ ปุจฺฉา, อุทาหุ วิสฺสชฺชน’’นฺติ. วิสฺสชฺชนํ โภ, ปพฺพชิต, ปุจฺฉาย กึ ทุกฺกรํ. ตํ โย หิ โกจิ ยํกิญฺจิ ปุจฺฉตีติ. ‘‘เตน หิ, ปริพฺพาชก, ตฺวํ ปุจฺฉ, อหํ วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ เอวํ วุตฺเต ปริพฺพาชโก ‘‘สาธุรูโป ภิกฺขุ ฐาเน สาขํ ภญฺชาเปสี’’ติ วิมฺหิตจิตฺโต หุตฺวา เถรํ ปุจฺฉิ – ‘‘โก ปุริสสฺส กาโม’’ติ. ‘‘สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม’’ติ (อ. นิ. ๖.๖๓) เถโร อาห. โส ตํ สุตฺวา เถเร วิรุทฺธสญฺญี หุตฺวา ปราชยํ อาโรเปตุกาโม อาห – ‘‘จิตฺรวิจิตฺรารมฺมณํ ปน โภ, ปพฺพชิต, ปุริสสฺส กามํ น วเทสี’’ติ? ‘‘อาม, ปริพฺพาชก, น วเทมี’’ติ. ตโต นํ ปริพฺพาชโก ยาว ติกฺขตฺตุํ ปฏิญฺญํ การาเปตฺวา ‘‘สุณนฺตุ โภนฺโต สมณสฺส วาเท โทส’’นฺติ ปญฺหวีมํสเก อาลปิตฺวา อาห – ‘‘โภ, ปพฺพชิต, ตุมฺหากํ สพฺรหฺมจาริโน อรญฺเญ วิหรนฺตี’’ติ? ‘‘อาม, ปริพฺพาชก, วิหรนฺตี’’ติ. ‘‘เต ตตฺถ วิหรนฺตา กามวิตกฺกาทโย วิตกฺเก วิตกฺเกนฺตี’’ติ? ‘‘อาม, ปริพฺพาชก, ปุถุชฺชนา สหสา วิตกฺเกนฺตี’’ติ. ‘‘ยทิ เอวํ เตสํ สมณภาโว กุโต? นนุ เต อคาริกา กามโภคิโน โหนฺตี’’ติ เอวญฺจ ปน วตฺวา อถาปรํ เอตทโวจ –

‘‘น เต เว กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเก,

สงฺกปฺปราคญฺจ วเทสิ กามํ;

สงฺกปฺปยํ อกุสเล วิตกฺเก,

ภิกฺขุปิ เต เหสฺสติ กามโภคี’’ติ. (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๓๔);

อถ เถโร ปริพฺพาชกสฺส วาเท โทสํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘กึ, ปริพฺพาชก, สงฺกปฺปราคํ ปุริสสฺส กามํ น วเทสิ, จิตฺรวิจิตฺรารมฺมณํ วเทสี’’ติ? ‘‘อาม, โภ, ปพฺพชิตา’’ติ. ตโต นํ เถโร ยาว ติกฺขตฺตุํ ปฏิญฺญํ การาเปตฺวา ‘‘สุณาถ, อาวุโส, ปริพฺพาชกสฺส วาเท โทส’’นฺติ ปญฺหวีมํสเก อาลปิตฺวา อาห – ‘‘อาวุโส ปสูร, ตว สตฺถา อตฺถี’’ติ? ‘‘อาม, ปพฺพชิต, อตฺถี’’ติ. ‘‘โส จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปารมฺมณํ ปสฺสติ สทฺทารมฺมณาทีนิ วา เสวตี’’ติ? ‘‘อาม, ปพฺพชิต, เสวตี’’ติ. ‘‘ยทิ เอวํ ตสฺส สตฺถุภาโว กุโต, นนุ โส อคาริโก กามโภคี โหตี’’ติ เอวญฺจ ปน วตฺวา อถาปรํ เอตทโวจ –

‘‘เต เว กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเก,

สงฺกปฺปราคํ น วเทสิ กามํ;

ปสฺสนฺโต รูปานิ มโนรมานิ,

สุณนฺโต สทฺทานิ มโนรมานิ.

‘‘ฆายนฺโต คนฺธานิ มโนรมานิ,

สายนฺโต รสานิ มโนรมานิ;

ผุสนฺโต ผสฺสานิ มโนรมานิ,

สตฺถาปิ เต เหสฺสติ กามโภคี’’ติ.

เอวํ วุตฺเต นิปฺปฏิภาโน ปริพฺพาชโก ‘‘อยํ ปพฺพชิโต มหาวาที, อิมสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา วาทสตฺถํ สิกฺขิสฺสามี’’ติ สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา ปตฺตจีวรํ ปริเยสิตฺวา เชตวนํ ปวิฏฺโฐ ตตฺถ ลาลุทายึ สุวณฺณวณฺณํ กายูปปนฺนํ สรีราการากปฺเปสุ สมนฺตปาสาทิกํ ทิสฺวา ‘‘อยํ ภิกฺขุ มหาปญฺโญ มหาวาที’’ติ มนฺตฺวา ตสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ตํ วาเทน นิคฺคเหตฺวา สลิงฺเคน ตํเยว ติตฺถายตนํ ปกฺกมิตฺวา ปุน ‘‘สมเณน โคตเมน สทฺธึ วาทํ กริสฺสามี’’ติ สาวตฺถิยํ ปุริมนเยเนว อุคฺโฆเสตฺวา มหาชนปริวุโต ‘‘เอวํ สมณํ โคตมํ นิคฺคเหสฺสามี’’ติอาทีนิ วทนฺโต เชตวนํ อคมาสิ. เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก อธิวตฺถา เทวตา ‘‘อยํ อภาชนภูโต’’ติ มุขพนฺธมสฺส อกาสิ. โส ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา มูโค วิย นิสีทิ. มนุสฺสา ‘‘อิทานิ ปุจฺฉิสฺสติ, อิทานิ ปุจฺฉิสฺสตี’’ติ ตสฺส มุขํ อุลฺโลเกตฺวา ‘‘วเทหิ, โภ ปสูร, วเทหิ, โภ ปสูรา’’ติ อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทา อเหสุํ. อถ ภควา ‘‘กึ ปสูโร วทิสฺสตี’’ติ วตฺวา ตตฺถ สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ สุตฺตํ อภาสิ.

ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาว อยํ สงฺเขโป – อิเม ทิฏฺฐิคติกา อตฺตโน ทิฏฺฐึ สนฺธาย อิเธว สุทฺธี อิติ วาทยนฺติ นาญฺเญสุ ธมฺเมสุ วิสุทฺธิมาหุ. เอวํ สนฺเต อตฺตโน สตฺถาราทีนิ นิสฺสิตา ตตฺเถว ‘‘เอส วาโท สุโภ’’ติ เอวํ สุภํ วทานา หุตฺวา ปุถู สมณพฺราหฺมณา ‘‘สสฺสโต โลโก’’ติอาทีสุ ปจฺเจกสจฺเจสุ นิวิฏฺฐา.

๘๓๒. เอวํ นิวิฏฺฐา จ – เต วาทกามาติ คาถา. ตตฺถ พาลํ ทหนฺตี มิถุ อญฺญมญฺญนฺติ ‘‘อยํ พาโล อยํ พาโล’’ติ เอวํ เทฺวปิ ชนา อญฺญมญฺญํ พาลํ ทหนฺติ, พาลโต ปสฺสนฺติ. วทนฺติ เต อญฺญสิตา กโถชฺชนฺติ เต อญฺญมญฺญํ สตฺถาราทึ นิสฺสิตา กลหํ วทนฺติ. ปสํสกามา กุสลา วทานาติ ปสํสตฺถิกา อุโภปิ ‘‘มยํ กุสลวาทา ปณฺฑิตวาทา’’ติ เอวํสญฺญิโน หุตฺวา.

๘๓๓. เอวํ วทาเนสุ จ เตสุ เอโก นิยมโต เอว – ยุตฺโต กถายนฺติ คาถา. ตตฺถ ยุตฺโต กถายนฺติ วิวาทกถาย อุสฺสุกฺโก. ปสํสมิจฺฉํ วินิฆาติ โหตีติ อตฺตโน ปสํสํ อิจฺฉนฺโต ‘‘กถํ นุ โข นิคฺคเหสฺสามี’’ติอาทินา นเยน ปุพฺเพว สลฺลาปา กถํกถี วินิฆาตี โหติ. อปาหตสฺมินฺติ ปญฺหวีมํสเกหิ ‘‘อตฺถาปคตํ เต ภณิตํ, พฺยญฺชนาปคตํ เต ภณิต’’นฺติอาทินา นเยน อปหาริเต วาเท. นินฺทาย โส กุปฺปตีติ เอวํ อปาหตสฺมิญฺจ วาเท อุปฺปนฺนาย นินฺทาย โส กุปฺปติ. รนฺธเมสีติ ปรสฺส รนฺธเมว คเวสนฺโต.

๘๓๔. น เกวลญฺจ กุปฺปติ, อปิจ โข ปน ยมสฺส วาทนฺติ คาถา. ตตฺถ ปริหีนมาหุ อปาหตนฺติ อตฺถพฺยญฺชนาทิโต อปาหตํ ปริหีนํ วทนฺติ. ปริเทวตีติ ตโต นิมิตฺตํ โส ‘‘อญฺญํ มยา อาวชฺชิต’’นฺติอาทีหิ วิปฺปลปติ. โสจตีติ ‘‘ตสฺส ชโย’’ติอาทีนิ อารพฺภ โสจติ. อุปจฺจคา มนฺติ อนุตฺถุนาตีติ ‘‘โส มํ วาเทน วาทํ อติกฺกนฺโต’’ติอาทินา นเยน สุฏฺฐุตรํ วิปฺปลปติ.

๘๓๕. เอเต วิวาทา สมเณสูติ เอตฺถ ปน สมณา วุจฺจนฺติ พาหิรปริพฺพาชกา. เอเตสุ อุคฺฆาติ นิฆาติ โหตีติ เอเตสุ วาเทสุ ชยปราชยาทิวเสน จิตฺตสฺส อุคฺฆาตํ นิฆาตญฺจ ปาปุณนฺโต อุคฺฆาตี นิฆาตี จ โหติ. วิรเม กโถชฺชนฺติ ปชเหยฺย กลหํ. น หญฺญทตฺถตฺถิ ปสํสลาภาติ น หิ เอตฺถ ปสํสลาภโต อญฺโญ อตฺโถ อตฺถิ.

๘๓๖-๗. ฉฏฺฐคาถาย อตฺโถ – ยสฺมา จ น หญฺญทตฺถตฺถิ ปสํสลาภา, ตสฺมา ปรมํ ลาภํ ลภนฺโตปิ ‘‘สุนฺทโร อย’’นฺติ ตตฺถ ทิฏฺฐิยา ปสํสิโต วา ปน โหติ ตํ วาทํ ปริสาย มชฺเฌ ทีเปตฺวา, ตโต โส เตน ชยตฺเถน ตุฏฺฐึ วา ทนฺตวิทํสกํ วา อาปชฺชนฺโต หสติ, มาเนน จ อุณฺณมติ. กึ การณํ? ยสฺมา ตํ ชยตฺถํ ปปฺปุยฺย ยถามาโน ชาโต, เอวํ อุณฺณมโต จ ยา อุณฺณตีติ คาถา. ตตฺถ มานาติมานํ วทเต ปเนโสติ เอโส ปน ตํ อุณฺณตึ ‘‘วิฆาตภูมี’’ติ อพุชฺฌมาโน มานญฺจ อติมานญฺจ วทติเยว.

๘๓๘. เอวํ วาเท โทสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตสฺส วาทํ อสมฺปฏิจฺฉนฺโต ‘‘สูโร’’ติ คาถมาห. ตตฺถ ราชขาทายาติ ราชขาทนีเยน, ภตฺตเวตเนนาติ วุตฺตํ โหติ. อภิคชฺชเมติ ปฏิสูรมิจฺฉนฺติ ยถา โส ปฏิสูรํ อิจฺฉนฺโต อภิคชฺชนฺโต เอติ, เอวํ ทิฏฺฐิคติโก ทิฏฺฐิคติกนฺติ ทสฺเสติ. เยเนว โส, เตน ปเลหีติ เยน โส ตุยฺหํ ปฏิสูโร, เตน คจฺฉ. ปุพฺเพว นตฺถิ ยทิทํ ยุธายาติ ยํ ปน อิทํ กิเลสชาตํ ยุทฺธาย สิยา, ตํ เอตํ ปุพฺเพว นตฺถิ, โพธิมูเลเยว ปหีนนฺติ ทสฺเสติ. เสสคาถา ปากฏสมฺพนฺธาเยว.

๘๓๙-๔๐. ตตฺถ วิวาทยนฺตีติ วิวทนฺติ. ปฏิเสนิกตฺตาติ ปฏิโลมการโก. วิเสนิกตฺวาติ กิเลสเสนํ วินาเสตฺวา. กึ ลเภโถติ ปฏิมลฺลํ กึ ลภิสฺสสิ. ปสูราติ ตํ ปริพฺพาชกํ อาลปติ. เยสีธ นตฺถีติ เยสํ อิธ นตฺถิ.

๘๔๑. ปวิตกฺกนฺติ ‘‘ชโย นุ โข เม ภวิสฺสตี’’ติ อาทีนิ วิตกฺเกนฺโต. โธเนน ยุคํ สมาคมาติ ธุตกิเลเสน พุทฺเธน สทฺธึ ยุคคฺคาหํ สมาปนฺโน. น หิ ตฺวํ สกฺขสิ สมฺปยาตเวติ โกตฺถุกาทโย วิย สีหาทีหิ, โธเนน สห ยุคํ คเหตฺวา เอกปทมฺปิ สมฺปยาตุํ ยุคคฺคาหเมว วา สมฺปาเทตุํ น สกฺขิสฺสสีติ. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมวาติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ปสูรสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.