๔. สุทฺธฏฺฐกสุตฺตวณฺณนา
๗๙๕. ปสฺสามิ สุทฺธนฺติ สุทฺธฏฺฐกสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อตีเต กิร กสฺสปสฺส ภควโต กาเล พาราณสิวาสี อญฺญตโร กุฏุมฺพิโก ปญฺจหิ สกฏสเตหิ ปจฺจนฺตชนปทํ อคมาสิ ภณฺฑคฺคหณตฺถํ. ตตฺถ วนจรเกน สทฺธึ มิตฺตํ กตฺวา ตสฺส ปณฺณาการํ ทตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘กจฺจิ, เต สมฺม, จนฺทนสารํ ทิฏฺฐปุพฺพ’’นฺติ? ‘‘อาม สามี’’ติ จ วุตฺเต เตเนว สทฺธึ จนฺทนวนํ ปวิสิตฺวา สพฺพสกฏานิ จนฺทนสารสฺส ปูเรตฺวา ตมฺปิ วนจรกํ ‘‘ยทา, สมฺม, พาราณสึ อาคจฺฉสิ, ตทา จนฺทนสารํ คเหตฺวา อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ วตฺวา พาราณสึเยว อคมาสิ. อถาปเรน สมเยน โสปิ วนจรโก จนฺทนสารํ คเหตฺวา ตสฺส ฆรํ อคมาสิ. โส ตํ ทิสฺวา สพฺพํ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา สายนฺหสมเย จนฺทนสารํ ปิสาเปตฺวา สมุคฺคํ ปูเรตฺวา ‘‘คจฺฉ, สมฺม, นฺหายิตฺวา อาคจฺฉา’’ติ อตฺตโน ปุริเสน สทฺธึ นฺหานติตฺถํ เปเสสิ. เตน จ สมเยน พาราณสิยํ อุสฺสโว โหติ. อถ พาราณสิวาสิโน ปาโตว ทานํ ทตฺวา สายํ สุทฺธวตฺถนิวตฺถา มาลาคนฺธาทีนิ คเหตฺวา กสฺสปสฺส ภควโต มหาเจติยํ วนฺทิตุํ คจฺฉนฺติ. โส วนจรโก เต ทิสฺวา ‘‘มหาชโน กุหึ คจฺฉตี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘วิหารํ เจติยวนฺทนตฺถายา’’ติ จ สุตฺวา สยมฺปิ อคมาสิ. ตตฺถ มนุสฺเส หริตาลมโนสิลาทีหิ นานปฺปกาเรหิ เจติเย ปูชํ กโรนฺเต ทิสฺวา กิญฺจิ จิตฺรํ กาตุํ อชานนฺโต ตํ จนฺทนํ คเหตฺวา มหาเจติเย สุวณฺณิฏฺฐกานํ. อุปริ กํสปาติมตฺตํ มณฺฑลํ อกาสิ. อถ ตตฺถ สูริยุคฺคมนเวลายํ สูริยรสฺมิโย อุฏฺฐหึสุ. โส ตํ ทิสฺวา ปสีทิ, ปตฺถนญฺจ อกาสิ ‘‘ยตฺถ ยตฺถ นิพฺพตฺตามิ, อีทิสา เม รสฺมิโย อุเร อุฏฺฐหนฺตู’’ติ. โส กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺติ. ตสฺส อุเร รสฺมิโย อุฏฺฐหึสุ, จนฺทมณฺฑลํ วิยสฺส อุรมณฺฑลํ วิโรจติ, ‘‘จนฺทาโภ เทวปุตฺโต’’เตฺวว จ นํ สญฺชานึสุ.
โส ตาย สมฺปตฺติยา ฉสุ เทวโลเกสุ อนุโลมปฏิโลมโต เอกํ พุทฺธนฺตรํ เขเปตฺวา อมฺหากํ ภควติ อุปฺปนฺเน สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, ตเถวสฺส อุเร จนฺทมณฺฑลสทิสํ รสฺมิมณฺฑลํ อโหสิ. นามกรณทิวเส จสฺส มงฺคลํ กตฺวา พฺราหฺมณา ตํ มณฺฑลํ ทิสฺวา ‘‘ธญฺญปุญฺญลกฺขโณ อยํ กุมาโร’’ติ วิมฺหิตา ‘‘จนฺทาโภ’’ เตฺวว นามํ อกํสุ. ตํ วยปฺปตฺตํ พฺราหฺมณา คเหตฺวา อลงฺกริตฺวา รตฺตกญฺจุกํ ปารุปาเปตฺวา รเถ อาโรเปตฺวา ‘‘มหาพฺรหฺมา อย’’นฺติ ปูเชตฺวา ‘‘โย จนฺทาภํ ปสฺสติ, โส ยสธนาทีนิ ลภติ, สมฺปรายญฺจ สคฺคํ คจฺฉตี’’ติ อุคฺโฆเสนฺตา คามนิคมราชธานีสุ อาหิณฺฑนฺติ. คตคตฏฺฐาเน มนุสฺสา ‘‘เอส กิร โภ จนฺทาโภ นาม, โย เอตํ ปสฺสติ, โส ยสธนสคฺคาทีนิ ลภตี’’ติ อุปรูปริ อาคจฺฉนฺติ, สกลชมฺพุทีโป จลิ. พฺราหฺมณา ตุจฺฉหตฺถกานํ อาคตานํ น ทสฺเสนฺติ, สตํ วา สหสฺสํ วา คเหตฺวา อาคตานเมว ทสฺเสนฺติ. เอวํ จนฺทาภํ คเหตฺวา อนุวิจรนฺตา พฺราหฺมณา กเมน สาวตฺถึ อนุปฺปตฺตา.
เตน จ สมเยน ภควา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ อาคนฺตฺวา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน พหุชนหิตาย ธมฺมํ เทเสนฺโต. อถ จนฺทาโภ สาวตฺถึ ปตฺวา สมุทฺทปกฺขนฺตกุนฺนที วิย อปากโฏ อโหสิ, จนฺทาโภติ ภณนฺโตปิ นตฺถิ. โส สายนฺหสมเย มหาชนกายํ มาลาคนฺธาทีนิ อาทาย เชตวนาภิมุขํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘กุหึ คจฺฉถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน, โส พหุชนหิตาย ธมฺมํ เทเสติ, ตํ โสตุํ เชตวนํ คจฺฉามา’’ติ จ เตสํ วจนํ สุตฺวา โสปิ พฺราหฺมณคณปริวุโต ตตฺเถว อคมาสิ. ภควา จ ตสฺมึ สมเย ธมฺมสภายํ วรพุทฺธาสเน นิสินฺโนว โหติ. จนฺทาโภ ภควนฺตํ อุปสงฺกมฺม มธุรปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ, ตาวเทว จสฺส โส อาโลโก อนฺตรหิโต. พุทฺธาโลกสฺส หิ สมีเป อสีติหตฺถพฺภนฺตเร อญฺโญ อาโลโก นาภิโภติ. โส ‘‘อาโลโก เม นฏฺโฐ’’ติ นิสีทิตฺวาว อุฏฺฐาสิ, อุฏฺฐหิตฺวา จ คนฺตุมารทฺโธ. อถ นํ อญฺญตโร ปุริโส อาห – ‘‘กึ โภ จนฺทาภ, สมณสฺส โคตมสฺส ภีโต คจฺฉสี’’ติ. นาหํ ภีโต คจฺฉามิ, อปิจ เม อิมสฺส เตเชน อาโลโก น สมฺปชฺชตีติ ปุนเทว ภควโต ปุรโต นิสีทิตฺวา ปาทตลา ปฏฺฐาย ยาว เกสคฺคา รูปรํสิลกฺขณาทิสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘มเหสกฺโข สมโณ โคตโม, มม อุเร อปฺปมตฺตโก อาโลโก อุฏฺฐิโต, ตาวตเกนปิ มํ คเหตฺวา พฺราหฺมณา สกลชมฺพุทีปํ วิจรนฺติ. เอวํ วรลกฺขณสมฺปตฺติสมนฺนาคตสฺส สมณสฺส โคตมสฺส เนว มาโน อุปฺปนฺโน, อทฺธา อยํ อโนมคุณสมนฺนาคโต ภวิสฺสติ สตฺถา เทวมนุสฺสาน’’นฺติ อติวิย ปสนฺนจิตฺโต ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. ภควา อญฺญตรํ เถรํ อาณาเปสิ – ‘‘ปพฺพาเชหิ น’’นฺติ. โส ตํ ปพฺพาเชตฺวา ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิ. โส วิปสฺสนํ อารภิตฺวา น จิเรเนว อรหตฺตํ ปตฺวา ‘‘จนฺทาภตฺเถโร’’ติ วิสฺสุโต อโหสิ. ตํ อารพฺภ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘กึ นุ โข, อาวุโส, เย จนฺทาภํ อทฺทสํสุ. เต ยสํ วา ธนํ วา ลภึสุ, สคฺคํ วา คจฺฉึสุ, วิสุทฺธึ วา ปาปุณึสุ เตน จกฺขุทฺวาริกรูปทสฺสเนนา’’ติ. ภควา ตสฺสํ อฏฺฐุปฺปตฺติยํ อิมํ สุตฺตมภาสิ.
ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาวตฺโถ – น, ภิกฺขเว, เอวรูเปน ทสฺสเนน สุทฺธิ โหติ. อปิจ โข กิเลสมลินตฺตา อสุทฺธํ, กิเลสโรคานํ อวิคมา สโรคเมว จนฺทาภํ พฺราหฺมณํ อญฺญํ วา เอวรูปํ ทิสฺวา ทิฏฺฐิคติโก พาโล อภิชานาติ ‘‘ปสฺสามิ สุทฺธํ ปรมํ อโรคํ, เตน จ ทิฏฺฐิสงฺขาเตน ทสฺสเนน สํสุทฺธิ นรสฺส โหตี’’ติ, โส เอวํ อภิชานนฺโต ตํ ทสฺสนํ ‘‘ปรม’’นฺติ ญตฺวา ตสฺมึ ทสฺสเน สุทฺธานุปสฺสี สมาโน ตํ ทสฺสนํ ‘‘มคฺคญาณ’’นฺติ ปจฺเจติ. ตํ ปน มคฺคญาณํ น โหติ. เตนาห – ‘‘ทิฏฺเฐน เจ สุทฺธี’’ติ ทุติยคาถํ.
๗๙๖. ตสฺสตฺโถ – เตน รูปทสฺสนสงฺขาเตน ทิฏฺเฐน ยทิ กิเลสสุทฺธิ นรสฺส โหติ. เตน วา ญาเณน โส ยทิ ชาติอาทิทุกฺขํ ปชหาติ. เอวํ สนฺเต อริยมคฺคโต อญฺเญน อสุทฺธิมคฺเคเนว โส สุชฺฌติ, ราคาทีหิ อุปธีหิ สอุปธิโก เอว สมาโน สุชฺฌตีติ อาปนฺนํ โหติ, น จ เอวํวิโธ สุชฺฌติ. ตสฺมา ทิฏฺฐี หิ นํ ปาว ตถา วทานํ, สา นํ ทิฏฺฐิเยว ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิโก อย’’นฺติ กเถติ ทิฏฺฐิอนุรูปํ ‘‘สสฺสโต โลโก’’ติอาทินา นเยน ตถา ตถา วทนฺติ.
๗๙๗. น พฺราหฺมโณติ ตติยคาถา. ตสฺสตฺโถ – โย ปน พาหิตปาปตฺตา พฺราหฺมโณ โหติ, โส มคฺเคน อธิคตาสวกฺขโย ขีณาสวพฺราหฺมโณ อริยมคฺคญาณโต อญฺเญน อภิมงฺคลสมฺมตรูปสงฺขาเต ทิฏฺเฐ ตถาวิธสทฺทสงฺขาเต สุเต อวีติกฺกมสงฺขาเต สีเล หตฺถิวตาทิเภเท วเต ปถวิอาทิเภเท มุเต จ อุปฺปนฺเนน มิจฺฉาญาเณน สุทฺธึ น อาห. เสสมสฺส พฺราหฺมณสฺส วณฺณภณนตฺถํ วุตฺตํ. โส หิ เตธาตุกปุญฺเญ สพฺพสฺมิญฺจ ปาเป อนูปลิตฺโต, ตสฺส ปหีนตฺตา อตฺตทิฏฺฐิยา ยสฺส กสฺสจิ วา คหณสฺส ปหีนตฺตา อตฺตญฺชโห, ปุญฺญาภิสงฺขาราทีนํ อกรณโต นยิธ ปกุพฺพมาโนติ วุจฺจติ. ตสฺมา นํ เอวํ ปสํสนฺโต อาห. สพฺพสฺเสว จสฺส ปุริมปาเทน สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ – ปุญฺเญ จ ปาเป จ อนูปลิตฺโต, อตฺตญฺชโห นยิธ ปกุพฺพมาโน, น พฺราหฺมโณ อญฺญโต สุทฺธิมาหาติ.
๗๙๘. เอวํ น พฺราหฺมโณ อญฺญโต สุทฺธิมาหาติ วตฺวา อิทานิ เย ทิฏฺฐิคติกา อญฺญโต สุทฺธึ พฺรุวนฺติ, เตสํ ตสฺสา ทิฏฺฐิยา อนิพฺพาหกภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปุริมํ ปหายา’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – เต หิ อญฺญโต สุทฺธิวาทา สมานาปิ ยสฺสา ทิฏฺฐิยา อปฺปหีนตฺตา คหณมุญฺจนํ โหติ. ตาย ปุริมํ สตฺถาราทึ ปหาย อปรํ นิสฺสิตา เอชาสงฺขาตาย ตณฺหาย อนุคตา อภิภูตา ราคาทิเภทํ น ตรนฺติ สงฺคํ, ตญฺจ อตรนฺตา ตํ ตํ ธมฺมํ อุคฺคณฺหนฺติ จ นิรสฺสชนฺติ จ มกฺกโฏว สาขนฺติ.
๗๙๙. ปญฺจมคาถาย สมฺพนฺโธ – โย จ โส ‘‘ทิฏฺฐี หิ นํ ปาว ตถา วทาน’’นฺติ วุตฺโต, โส สยํ สมาทายาติ. ตตฺถ สยนฺติ สามํ. สมาทายาติ คเหตฺวา. วตานีติ หตฺถิวตาทีนิ. อุจฺจาวจนฺติ อปราปรํ หีนปณีตํ วา สตฺถารโต สตฺถาราทึ. สญฺญสตฺโตติ กามสญฺญาทีสุ ลคฺโค. วิทฺวา จ เวเทหิ สเมจฺจ ธมฺมนฺติ ปรมตฺถวิทฺวา จ อรหา จตูหิ มคฺคญาณเวเทหิ จตุสจฺจธมฺมํ อภิสเมจฺจาติ. เสสํ ปากฏเมว.
๘๐๐. ส สพฺพธมฺเมสุ วิเสนิภูโต, ยํ กิญฺจิ ทิฏฺฐํว สุตํ มุตํ วาติ โสภูริปญฺโญ ขีณาสโว ยํ กิญฺจิ ทิฏฺฐํ วา สุตํ วา มุตํ วา เตสุ สพฺพธมฺเมสุ มารเสนํ วินาเสตฺวา ฐิตภาเวน วิเสนิภูโต. ตเมวทสฺสินฺติ ตํ เอวํ วิสุทฺธทสฺสึ. วิวฏํ จรนฺตนฺติตณฺหจฺฉทนาทิวิคเมน วิวฏํ หุตฺวา จรนฺตํ. เกนีธ โลกสฺมึ วิกปฺปเยยฺยาติ เกน อิธ โลเก ตณฺหากปฺเปน วา ทิฏฺฐิกปฺเปน วา โกจิ วิกปฺเปยฺย, เตสํ วา ปหีนตฺตา ราคาทินา ปุพฺเพ วุตฺเตนาติ.
๘๐๑. น กปฺปยนฺตีติ คาถาย สมฺพนฺโธ อตฺโถ จ – กิญฺจ ภิยฺโย? เต หิ ตาทิสา สนฺโต ทฺวินฺนํ กปฺปานํ ปุเรกฺขารานญฺจ เกนจิ น กปฺปยนฺติ น ปุเรกฺขโรนฺติ, ปรมตฺถอจฺจนฺตสุทฺธิอธิคตตฺตา อนจฺจนฺตสุทฺธึเยว อกิริยสสฺสตทิฏฺฐึ อจฺจนฺต สุทฺธีติ น เต วทนฺติ. อาทานคนฺถํ คถิตํ วิสชฺชาติ จตุพฺพิธมฺปิ รูปาทีนํ อาทายกตฺตา อาทานคนฺถํ อตฺตโน จิตฺตสนฺตาเน คถิตํ พทฺธํ อริยมคฺคสตฺเถน วิสชฺช ฉินฺทิตฺวา. เสสํ ปากฏเมว.
๘๐๒. สีมาติโคติ คาถา เอกปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย วุตฺตา. ปุพฺพสทิโส เอว ปนสฺสา สมฺพนฺโธ, โส เอวํ อตฺถวณฺณนาย สทฺธึ เวทิตพฺโพ – กิญฺจ ภิยฺโย โส อีทิโส ภูริปญฺโญ จตุนฺนํ กิเลสสีมานํ อตีตตฺตา สีมาติโค พาหิตปาปตฺตา จ พฺราหฺมโณ, อิตฺถมฺภูตสฺส จ ตสฺส นตฺถิ ปรจิตฺตปุพฺเพนิวาสญาเณหิ ญตฺวา วา มํสจกฺขุทิพฺพจกฺขูหิ ทิสฺวา วา กิญฺจิ สมุคฺคหีตํ, อภินิวิฏฺฐนฺติ วุตฺตํ โหติ. โส จ กามราคาภาวโต น ราคราคี, รูปารูปราคาภาวโต น วิราครตฺโต. ยโต เอวํวิธสฺส ‘‘อิทํ ปร’’นฺติ กิญฺจิ อิธ อุคฺคหิตํ นตฺถีติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย สุทฺธฏฺฐกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.