๖. สภิยสุตฺตวณฺณนา

เอวํ เม สุตนฺติ สภิยสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อยเมว ยาสฺส นิทาเน วุตฺตา. อตฺถวณฺณนากฺกเมปิ จสฺส ปุพฺพสทิสํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ยํ ปน อปุพฺพํ, ตํ อุตฺตานตฺถานิ ปทานิ ปริหรนฺตา วณฺณยิสฺสาม. เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเปติ เวฬุวนนฺติ ตสฺส อุยฺยานสฺส นามํ. ตํ กิร เวฬูหิ จ ปริกฺขิตฺตํ อโหสิ อฏฺฐารสหตฺเถน จ ปากาเรน, โคปุรทฺวารฏฺฏาลกยุตฺตํ นีโลภาสํ มโนรมํ, เตน ‘‘เวฬุวน’’นฺติ วุจฺจติ. กลนฺทกานญฺเจตฺถ นิวาปํ อทํสุ, เตน ‘‘กลนฺทกนิวาโป’’ติ วุจฺจติ. กลนฺทกา นาม กาฬกา วุจฺจนฺติ. ปุพฺเพ กิร อญฺญตโร ราชา ตตฺถ อุยฺยานกีฬนตฺถํ อาคโต สุรามเทน มตฺโต ทิวาเสยฺยํ สุปิ. ปริชโนปิสฺส ‘‘สุตฺโต ราชา’’ติ ปุปฺผผลาทีหิ ปโลภิยมาโน อิโต จิโต จ ปกฺกามิ. อถ สุราคนฺเธน อญฺญตรสฺมา สุสิรรุกฺขา กณฺหสปฺโป นิกฺขมิตฺวา รญฺโญ อภิมุโข อาคจฺฉติ. ตํ ทิสฺวา รุกฺขเทวตา ‘‘รญฺโญ ชีวิตํ ทสฺสามี’’ติ กาฬกเวเสน อาคนฺตฺวา กณฺณมูเล สทฺทมกาสิ. ราชา ปฏิพุชฺฌิ, กณฺหสปฺโป นิวตฺโต. โส ตํ ทิสฺวา ‘‘อิมาย มม กาฬกาย ชีวิตํ ทินฺน’’นฺติ กาฬกานํ ตตฺถ นิวาปํ ปฏฺฐเปสิ, อภยโฆสนญฺจ โฆสาเปสิ. ตสฺมา ตํ ตโต ปภุติ ‘‘กลนฺทกนิวาโป’’ติ สงฺขํ คตํ.

สภิยสฺส ปริพฺพาชกสฺสาติ สภิโยติ ตสฺส นามํ, ปริพฺพาชโกติ พาหิร ปพฺพชฺชํ อุปาทาย วุจฺจติ. ปุราณสาโลหิตาย เทวตายาติ น มาตา น ปิตา, อปิจ โข ปนสฺส มาตา วิย ปิตา วิย จ หิตชฺฌาสยตฺตา โส เทวปุตฺโต ‘‘ปุราณสาโลหิตา เทวตา’’ติ วุตฺโต. ปรินิพฺพุเต กิร กสฺสเป ภควติ ปติฏฺฐิเต สุวณฺณเจติเย ตโย กุลปุตฺตา สมฺมุขสาวกานํ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา จริยานุรูปานิ กมฺมฏฺฐานานิ คเหตฺวา ปจฺจนฺตชนปทํ คนฺตฺวา อรญฺญายตเน สมณธมฺมํ กโรนฺติ, อนฺตรนฺตรา จ เจติยวนฺทนตฺถาย ธมฺมสฺสวนตฺถาย จ นครํ คจฺฉนฺติ. อปเรน จ สมเยน ตาวตกมฺปิ อรญฺเญ วิปฺปวาสํ อโรจยมานา ตตฺเถว อปฺปมตฺตา วิหรึสุ, เอวํ วิหรนฺตาปิ น จ กิญฺจิ วิเสสํ อธิคมึสุ. ตโต เนสํ อโหสิ – ‘‘มยํ ปิณฺฑาย คจฺฉนฺตา ชีวิเต สาเปกฺขา โหม, ชีวิเต สาเปกฺเขน จ น สกฺกา โลกุตฺตรธมฺโม อธิคนฺตุํ, ปุถุชฺชนกาลกิริยาปิ ทุกฺขา, หนฺท มยํ นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา ปพฺพตํ อภิรุยฺห กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขา สมณธมฺมํ กโรมา’’ติ. เต ตถา อกํสุ.

อถ เนสํ มหาเถโร อุปนิสฺสยสมฺปนฺนตฺตา ตทเหว ฉฬภิญฺญาปริวารํ อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. โส อิทฺธิยา หิมวนฺตํ คนฺตฺวา อโนตตฺเต มุขํ โธวิตฺวา อุตฺตรกุรูสุ ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ ปุน อญฺญมฺปิ ปเทสํ คนฺตฺวา ปตฺตํ ปูเรตฺวา อโนตตฺตอุทกญฺจ นาคลตาทนฺตโปณญฺจ คเหตฺวา เตสํ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา อาห – ‘‘ปสฺสถาวุโส มมานุภาวํ, อยํ อุตฺตรกุรุโต ปิณฺฑปาโต, อิทํ หิมวนฺตโต อุทกทนฺตโปณํ อาภตํ, อิมํ ภุญฺชิตฺวา สมณธมฺมํ กโรถ, เอวาหํ ตุเมฺห สทา อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ. เต ตํ สุตฺวา อาหํสุ – ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, กตกิจฺจา, ตุเมฺหหิ สห สลฺลาปมตฺตมฺปิ อมฺหากํ ปปญฺโจ, มา ทานิ ตุเมฺห ปุน อมฺหากํ สนฺติกํ อาคมิตฺถา’’ติ. โส เกนจิ ปริยาเยน เต สมฺปฏิจฺฉาเปตุํ อสกฺโกนฺโต ปกฺกามิ.

ตโต เตสํ เอโก ทฺวีหตีหจฺจเยน ปญฺจาภิญฺโญ อนาคามี อโหสิ. โสปิ ตเถว อกาสิ, อิตเรน จ ปฏิกฺขิตฺโต ตเถว อคมาสิ. โส ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา วายมนฺโต ปพฺพตํ อารุหนทิวสโต สตฺตเม ทิวเส กิญฺจิ วิเสสํ อนธิคนฺตฺวาว กาลกโต เทวโลเก นิพฺพตฺติ. ขีณาสวตฺเถโรปิ ตํ ทิวสเมว ปรินิพฺพายิ, อนาคามี สุทฺธาวาเสสุ อุปฺปชฺชิ. เทวปุตฺโต ฉสุ กามาวจรเทวโลเกสุ อนุโลมปฏิโลเมน ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา อมฺหากํ ภควโต กาเล เทวโลกา จวิตฺวา อญฺญตริสฺสา ปริพฺพาชิกาย กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ อคฺคเหสิ. สา กิร อญฺญตรสฺส ขตฺติยสฺส ธีตา, ตํ มาตาปิตโร ‘‘อมฺหากํ ธีตา สมยนฺตรํ ชานาตู’’ติ เอกสฺส ปริพฺพาชกสฺส นิยฺยาเตสุํ. ตสฺเสโก อนฺเตวาสิโก ปริพฺพาชโก ตาย สทฺธึ วิปฺปฏิปชฺชิ. สา เตน คพฺภํ คณฺหิ. ตํ คพฺภินึ ทิสฺวา ปริพฺพาชิกา นิกฺกฑฺฒึสุ. สา อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตี อนฺตรามคฺเค สภายํ วิชายิ, เตนสฺส ‘‘สภิโย’’เตฺวว นามํ อกาสิ. โสปิ สภิโย วฑฺฒิตฺวา ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา นานาสตฺถานิ อุคฺคเหตฺวา มหาวาที หุตฺวา วาทกฺขิตฺตตาย สกลชมฺพุทีเป วิจรนฺโต อตฺตโน สทิสํ วาทึ อทิสฺวา นครทฺวาเร อสฺสมํ การาเปตฺวา ขตฺติยกุมาราทโย สิปฺปํ สิกฺขาเปนฺโต ตตฺถ วสติ.

อถ ภควา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน ราชคหํ อาคนฺตฺวา เวฬุวเน วิหรติ กลนฺทกนิวาเป. สภิโย ปน พุทฺธุปฺปาทํ น ชานาติ. อถ โส สุทฺธาวาสพฺรหฺมา สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ‘‘อิมาหํ วิเสสํ กสฺสานุภาเวน ปตฺโต’’ติ อาวชฺเชนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน สมณธมฺมกิริยํ เต จ สหาเย อนุสฺสริตฺวา ‘‘เตสุ เอโก ปรินิพฺพุโต, เอโก อิทานิ กตฺถา’’ติ อาวชฺเชนฺโต ‘‘เทวโลกา จวิตฺวา ชมฺพุทีเป อุปฺปนฺโน พุทฺธุปฺปาทมฺปิ น ชานาตี’’ติ ญตฺวา ‘‘หนฺท นํ พุทฺธุปเสวนาย นิโยเชมี’’ติ วีสติ ปเญฺห อภิสงฺขริตฺวา รตฺติภาเค ตสฺส อสฺสมมาคมฺม อากาเส ฐตฺวา ‘‘สภิย, สภิยา’’ติ ปกฺโกสิ. โส นิทฺทายมาโน ติกฺขตฺตุํ ตํ สทฺทํ สุตฺวา นิกฺขมฺม โอภาสํ ทิสฺวา ปญฺชลิโก อฏฺฐาสิ. ตโต ตํ พฺรหฺมา อาห – ‘‘อหํ สภิย ตวตฺถาย วีสติ ปเญฺห อาหรึ, เต ตฺวํ อุคฺคณฺห. โย จ เต สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อิเม ปเญฺห ปุฏฺโฐ พฺยากโรติ, ตสฺส สนฺติเก พฺรหฺมจริยํ จเรยฺยาสี’’ติ. อิมํ เทวปุตฺตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘ปุราณสาโลหิตาย เทวตาย ปญฺหา อุทฺทิฏฺฐา โหนฺตี’’ติ. อุทฺทิฏฺฐาติ อุทฺเทสมตฺเตเนว วุตฺตา, น วิภงฺเคน.

เอวํ วุตฺเต จ เน สภิโย เอกวจเนเนว ปทปฏิปาฏิยา อุคฺคเหสิ. อถ โส พฺรหฺมา ชานนฺโตปิ ตสฺส พุทฺธุปฺปาทํ นาจิกฺขิ. ‘‘อตฺถํ คเวสมาโน ปริพฺพาชโก สยเมว สตฺถารํ ญสฺสติ. อิโต พหิทฺธา จ สมณพฺราหฺมณานํ ตุจฺฉภาว’’นฺติ อิมินา ปนาธิปฺปาเยน เอวมาห – ‘‘โย เต สภิย…เป… จเรยฺยาสี’’ติ. เถรคาถาสุ ปน จตุกฺกนิปาเต สภิยตฺเถราปทานํ วณฺเณนฺตา ภณนฺติ ‘‘สา จสฺส มาตา อตฺตโน วิปฺปฏิปตฺตึ จินฺเตตฺวา ตํ ชิคุจฺฉมานา ฌานํ อุปฺปาเทตฺวา พฺรหฺมโลเก อุปฺปนฺนา, ตาย พฺรหฺมเทวตาย เต ปญฺหา อุทฺทิฏฺฐา’’ติ.

เย เตติ อิทานิ วตฺตพฺพานํ อุทฺเทสปจฺจุทฺเทโส. สมณพฺราหฺมณาติ ปพฺพชฺชูปคมเนน โลกสมฺมุติยา จ สมณา เจว พฺราหฺมณา จ. สงฺฆิโนติ คณวนฺโต. คณิโนติ สตฺถาโร, ‘‘สพฺพญฺญุโน มย’’นฺติ เอวํ ปฏิญฺญาตาโร. คณาจริยาติ อุทฺเทสปริปุจฺฉาทิวเสน ปพฺพชิตคหฏฺฐคณสฺส อาจริยา. ญาตาติ อภิญฺญาตา, วิสฺสุตา ปากฏาติ วุตฺตํ โหติ. ยสสฺสิโนติ ลาภปริวารสมฺปนฺนา. ติตฺถกราติ เตสํ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺเตหิ โอตริตพฺพานํ โอคาหิตพฺพานํ ทิฏฺฐิติตฺถานํ กตฺตาโร. สาธุสมฺมตา พหุชนสฺสาติ ‘‘สาธโว เอเต สนฺโต สปฺปุริสา’’ติ เอวํ พหุชนสฺส สมฺมตา.

เสยฺยถิทนฺติ กตเม เตติ เจ-อิจฺเจตสฺมึ อตฺเถ นิปาโต. ปูรโณติ นามํ, กสฺสโปติ โคตฺตํ. โส กิร ชาติยา ทาโส, ทาสสตํ ปูเรนฺโต ชาโต. เตนสฺส ‘‘ปูรโณ’’ติ นามมกํสุ. ปลายิตฺวา ปน นคฺเคสุ ปพฺพชิตฺวา ‘‘กสฺสโป อห’’นฺติ โคตฺตํ อุทฺทิสิ, สพฺพญฺญุตญฺจ ปจฺจญฺญาสิ. มกฺขลีติ นามํ, โคสาลาย ชาตตฺตา โคสาโลติปิ วุจฺจติ. โสปิ กิร ชาติยา ทาโส เอว, ปลายิตฺวา ปพฺพชิ, สพฺพญฺญุตญฺจ ปจฺจญฺญาสิ. อชิโตติ นามํ, อปฺปิจฺฉตาย เกสกมฺพลํ ธาเรติ, เตน เกสกมฺพโลติปิ วุจฺจติ, โสปิ สพฺพญฺญุตํ ปจฺจญฺญาสิ. ปกุโธติ นามํ, กจฺจายโนติ โคตฺตํ. อปฺปิจฺฉวเสน อุทเก ชีวสญฺญาย จ นฺหานมุขโธวนาทิ ปฏิกฺขิตฺโต, โสปิ สพฺพญฺญุตํ ปจฺจญฺญาสิ. สญฺจโยติ นามํ, เพลฏฺโฐ ปนสฺส ปิตา, ตสฺมา เพลฏฺฐปุตฺโตติ วุจฺจติ, โสปิ สพฺพญฺญุตํ ปจฺจญฺญาสิ. นิคณฺโฐติ ปพฺพชฺชานาเมน, นาฏปุตฺโตติ ปิตุนาเมน วุจฺจติ. นาโฏติ กิร นามสฺส ปิตา, ตสฺส ปุตฺโตติ นาฏปุตฺโต, โสปิ สพฺพญฺญุตํ ปจฺจญฺญาสิ. สพฺเพปิ ปญฺจสตปญฺจสตสิสฺสปริวารา อเหสุํ. เตติ เต ฉ สตฺถาโร. เต ปเญฺหติ เต วีสติ ปเญฺห. เตติ เต ฉ สตฺถาโร. น สมฺปายนฺตีติ น สมฺปาเทนฺติ. โกปนฺติ จิตฺตเจตสิกานํ อาวิลภาวํ. โทสนฺติ ปทุฏฺฐจิตฺตตํ, ตทุภยมฺเปตํ มนฺทติกฺขเภทสฺส โกธสฺเสวาธิวจนํ. อปฺปจฺจยนฺติ อปฺปตีตตา, โทมนสฺสนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปาตุกโรนฺตีติ กายวจีวิกาเรน ปกาเสนฺติ, ปากฏํ กโรนฺติ.

หีนายาติ คหฏฺฐภาวาย. คหฏฺฐภาโว หิ ปพฺพชฺชํ อุปนิธาย สีลาทิคุณหีนโต หีนกามสุขปฏิเสวนโต วา ‘‘หีโน’’ติ วุจฺจติ. อุจฺจา ปพฺพชฺชา. อาวตฺติตฺวาติ โอสกฺกิตฺวา. กาเม ปริภุญฺเชยฺยนฺติ กาเม ปฏิเสเวยฺยํ. อิติ กิรสฺส สพฺพญฺญุปฏิญฺญานมฺปิ ปพฺพชิตานํ ตุจฺฉกตฺตํ ทิสฺวา อโหสิ. อุปฺปนฺนปริวิตกฺกวเสเนว จ อาคนฺตฺวา ปุนปฺปุนํ วีมํสมานสฺส อถ โข สภิยสฺส ปริพฺพาชกสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อยมฺปิ โข สมโณ’’ติ จ ‘‘เยปิ โข เต โภนฺโต’’ติ จ ‘‘สมโณ โข ทหโรติ น อุญฺญาตพฺโพ’’ติ จาติ เอวมาทิ. ตตฺถ ชิณฺณาติอาทีนิ ปทานิ วุตฺตนยาเนว. เถราติ อตฺตโน สมณธมฺเม ถิรภาวปฺปตฺตา. รตฺตญฺญูติ รตนญฺญู, ‘‘นิพฺพานรตนํ ชานาม มย’’นฺติ เอวํ สกาย ปฏิญฺญาย โลเกนาปิ สมฺมตา, พหุรตฺติวิทู วา. จิรํ ปพฺพชิตานํ เอเตสนฺติ จิรปพฺพชิตา. น อุญฺญาตพฺโพติ น อวชานิตพฺโพ, น นีจํ กตฺวา ชานิตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. น ปริโภตพฺโพติ น ปริภวิตพฺโพ, ‘‘กิเมส ญสฺสตี’’ติ เอวํ น คเหตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ.

๕๑๖. กงฺขี เวจิกิจฺฉีติ สภิโย ภควตา สทฺธึ สมฺโมทมาโน เอวํ ภควโต รูปสมฺปตฺติทมูปสมสูจิตํ สพฺพญฺญุตํ สมฺภาวยมาโน วิคตุทฺธจฺโจ หุตฺวา อาห – ‘‘กงฺขี เวจิกิจฺฉี’’ติ. ตตฺถ ‘‘ลเภยฺยํ นุ โข อิเมสํ พฺยากรณ’’นฺติ เอวํ ปญฺหานํ พฺยากรณกงฺขาย กงฺขี. ‘‘โก นุ โข อิมสฺสิมสฺส จ ปญฺหสฺส อตฺโถ’’ติ เอวํ วิจิกิจฺฉาย เวจิกิจฺฉี. ทุพฺพลวิจิกิจฺฉาย วา เตสํ ปญฺหานํ อตฺเถ กงฺขนโต กงฺขี, พลวติยา วิจินนฺโต กิจฺฉติเยว, น สกฺโกติ สนฺนิฏฺฐาตุนฺติ เวจิกิจฺฉี. อภิกงฺขมาโนติ อติวิย ปตฺถยมาโน. เตสนฺตกโรติ เตสํ ปญฺหานํ อนฺตกโร. ภวนฺโตว เอวํ ภวาหีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปเญฺห เม ปุฏฺโฐ…เป… พฺยากโรหิ เม’’ติ. ตตฺถ ปเญฺห เมติ ปเญฺห มยา. ปุฏฺโฐติ ปุจฺฉิโต. อนุปุพฺพนฺติ ปญฺหปฏิปาฏิยา อนุธมฺมนฺติ อตฺถานุรูปํ ปาฬึ อาโรเปนฺโต. พฺยากโรหิ เมติ มยฺหํ พฺยากโรหิ.

๕๑๗. ทูรโตติ โส กิร อิโต จิโต จาหิณฺฑนฺโต สตฺตโยชนสตมคฺคโต อาคโต. เตนาห – ภควา ‘‘ทูรโต อาคโตสี’’ติ, กสฺสปสฺส ภควโต วา สาสนโต อาคตตฺตา ‘‘ทูรโต อาคโตสี’’ติ นํ อาห.

๕๑๘. ปุจฺฉ มนฺติ อิมาย ปนสฺส คาถาย สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรติ. ตตฺถ มนสิจฺฉสีติ มนสา อิจฺฉสิ.

ยํ วตาหนฺติ ยํ วต อหํ. อตฺตมโนติ ปีติปาโมชฺชโสมนสฺเสหิ ผุฏจิตฺโต. อุทคฺโคติ กาเยน จิตฺเตน จ อพฺภุนฺนโต. อิทํ ปน ปทํ น สพฺพปาเฐสุ อตฺถิ. อิทานิ เยหิ ธมฺเมหิ อตฺตมโน, เต ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘ปมุทิโต ปีติโสมนสฺสชาโต’’ติ.

๕๑๙. กึ ปตฺตินนฺติ กึ ปตฺตํ กิมธิคตํ. โสรตนฺติ สุวูปสนฺตํ. ‘‘สุรต’’นฺติปิ ปาโฐ, สุฏฺฐุ อุปรตนฺติ อตฺโถ. ทนฺตนฺติ ทมิตํ. พุทฺโธติ วิพุทฺโธ, พุทฺธโพทฺธพฺโพ วา. เอวํ สภิโย เอเกกาย คาถาย จตฺตาโร จตฺตาโร กตฺวา ปญฺจหิ คาถาหิ วีสติ ปเญฺห ปุจฺฉิ. ภควา ปนสฺส เอกเมกํ ปญฺหํ เอกเมกาย คาถาย กตฺวา อรหตฺตนิกูเฏเนว วีสติยา คาถาหิ พฺยากาสิ.

๕๒๐. ตตฺถ ยสฺมา ภินฺนกิเลโส ปรมตฺถภิกฺขุ, โส จ นิพฺพานปฺปตฺโต โหติ, ตสฺมา อสฺส ‘‘กึ ปตฺตินมาหุ ภิกฺขุน’’นฺติ อิมํ ปญฺหํ พฺยากโรนฺโต ‘‘ปชฺเชนา’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – โย อตฺตนา ภาวิเตน มคฺเคน ปรินิพฺพานคโต กิเลสปรินิพฺพานํ ปตฺโต, ปรินิพฺพานคตตฺตา เอว จ วิติณฺณกงฺโข วิปตฺติสมฺปตฺติหานิพุทฺธิอุจฺเฉทสสฺสตอปุญฺญปุญฺญเภทํ วิภวญฺจ ภวญฺจ วิปฺปหาย, มคฺควาสํ วุสิตวา ขีณปุนพฺภโวติ จ เอเตสํ ถุติวจนานํ อรโห, โส ภิกฺขูติ.

๕๒๑. ยสฺมา ปน วิปฺปฏิปตฺติโต สุฏฺฐุ อุปรตภาเวน นานปฺปการกิเลสวูปสเมน จ โสรโต โหติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺพตฺถ อุเปกฺขโก’’ติอาทินา นเยน ทุติยปญฺหพฺยากรณมาห. ตสฺสตฺโถ – โย สพฺพตฺถ รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ ‘‘จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา เนว สุมโน โหติ, น ทุมฺมโน’’ติ เอวํ ปวตฺตาย ฉฬงฺคุเปกฺขาย อุเปกฺขโก, เวปุลฺลปฺปตฺตาย สติยา สติมา, น โส หึสติ เนว หึสติ กญฺจิ ตสถาวราทิเภทํ สตฺตํ สพฺพโลเก สพฺพสฺมิมฺปิ โลเก, ติณฺโณฆตฺตา ติณฺโณ, สมิตปาปตฺตา สมโณ, อาวิลสงฺกปฺปปฺปหานา อนาวิโล. ยสฺส จิเม ราคโทสโมหมานทิฏฺฐิกิเลสทุจฺจริตสงฺขาตา สตฺตุสฺสทา เกจิ โอฬาริกา วา สุขุมา วา น สนฺติ, โส อิมาย อุเปกฺขาวิหาริตาย สติเวปุลฺลตาย อหึสกตาย จ วิปฺปฏิปตฺติโต สุฏฺฐุ อุปรตภาเวน อิมินา โอฆาทินานปฺปการกิเลสวูปสเมน จ โสรโตติ.

๕๒๒. ยสฺมา จ ภาวิตินฺทฺริโย นิพฺภโย นิพฺพิกาโร ทนฺโต โหติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยสฺสินฺทฺริยานี’’ติ คาถาย ตติยปญฺหํ พฺยากาสิ. ตสฺสตฺโถ – ยสฺส จกฺขาทีนิ ฉฬินฺทฺริยานิ โคจรภาวนาย อนิจฺจาทิติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา วาสนาภาวนาย สติสมฺปชญฺญคนฺธํ คาหาเปตฺวา จ ภาวิตานิ, ตานิ จ โข ยถา อชฺฌตฺตํ โคจรภาวนาย, เอวํ ปน พหิทฺธา จ สพฺพโลเกติ ยตฺถ ยตฺถ อินฺทฺริยานํ เวกลฺลตา เวกลฺลตาย วา สมฺภโว, ตตฺถ ตตฺถ นาภิชฺฌาทิวเสน ภาวิตานีติ เอวํ นิพฺพิชฺฌ ญตฺวา ปฏิวิชฺฌิตฺวา อิมํ ปรญฺจ โลกํ สกสนฺตติกฺขนฺธโลกํ ปรสนฺตติกฺขนฺธโลกญฺจ อทนฺธมรณํ มริตุกาโม กาลํ กงฺขติ, ชีวิตกฺขยกาลํ อาคเมติ ปติมาเนติ, น ภายติ มรณสฺส. ยถาห เถโร –

‘‘มรเณ เม ภยํ นตฺถิ, นิกนฺติ นตฺถิ ชีวิเต’’; (เถรคา. ๒๐);

‘‘นาภิกงฺขามิ มรณํ, นาภิกงฺขามิ ชีวิตํ;

กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ, นิพฺพิสํ ภตโก ยถา’’ติ. (เถรคา. ๖๐๖);

ภาวิโต ส ทนฺโตติ เอวํ ภาวิตินฺทฺริโย โส ทนฺโตติ.

๕๒๓. ยสฺมา ปน พุทฺโธ นาม พุทฺธิสมฺปนฺโน กิเลสนิทฺทา วิพุทฺโธ จ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘กปฺปานี’’ติ คาถาย จตุตฺถปญฺหํ พฺยากาสิ. ตตฺถ กปฺปานีติ ตณฺหาทิฏฺฐิโย. ตา หิ ตถา ตถา วิกปฺปนโต ‘‘กปฺปานี’’ติ วุจฺจนฺติ. วิเจยฺยาติ อนิจฺจาทิภาเวน สมฺมสิตฺวา. เกวลานีติ สกลานิ. สํสารนฺติ โย จายํ –

‘‘ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ, ธาตุอายตนาน จ;

อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานา, สํสาโรติ ปวุจฺจตี’’ติ. –

เอวํ ขนฺธาทิปฏิปาฏิสงฺขาโต สํสาโร, ตํ สํสารญฺจ เกวลํ วิเจยฺย. เอตฺตาวตา ขนฺธานํ มูลภูเตสุ กมฺมกิเลเสสุ ขนฺเธสุ จาติ เอวํ ตีสุปิ วฏฺเฏสุ วิปสฺสนํ อาห. ทุภยํ จุตูปปาตนฺติ สตฺตานํ จุตึ อุปปาตนฺติ อิมญฺจ อุภยํ วิเจยฺย ญตฺวาติ อตฺโถ. เอเตน จุตูปปาตญาณํ อาห. วิคตรชมนงฺคณํ วิสุทฺธนฺติ ราคาทิรชานํ วิคมา องฺคณานํ อภาวา มลานญฺจ วิคมา วิคตรชมนงฺคณํ วิสุทฺธํ. ปตฺตํ ชาติขยนฺติ นิพฺพานํ ปตฺตํ. ตมาหุ พุทฺธนฺติ ตํ อิมาย โลกุตฺตรวิปสฺสนาย จุตูปปาตญาณเภทาย พุทฺธิยา สมฺปนฺนตฺตา อิมาย จ วิคตรชาทิตาย กิเลสนิทฺทา วิพุทฺธตฺตา ตาย ปฏิปทาย ชาติกฺขยํ ปตฺตํ พุทฺธมาหุ.

อถ วา กปฺปานิ วิเจยฺย เกวลานีติ ‘‘อเนเกปิ สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺเป อมุตฺราสิ’’นฺติอาทินา (อิติวุ. ๙๙; ปารา. ๑๒) นเยน วิจินิตฺวาติ อตฺโถ. เอเตน ปฐมวิชฺชมาห. สํสารํ ทุภยํ จุตูปปาตนฺติ สตฺตานํ จุตึ อุปปาตนฺติ อิมญฺจ อุภยํ สํสารํ ‘‘อิเม วต โภนฺโต สตฺตา’’ติอาทินา นเยน วิจินิตฺวาติ อตฺโถ. เอเตน ทุติยวิชฺชมาห. อวเสเสน ตติยวิชฺชมาห. อาสวกฺขยญาเณน หิ วิคตรชาทิตา จ นิพฺพานปฺปตฺติ จ โหตีติ. ตมาหุ พุทฺธนฺติ เอวํ วิชฺชตฺตยเภทพุทฺธิสมฺปนฺนํ ตํ พุทฺธมาหูติ.

๕๒๕. เอวํ ปฐมคาถาย วุตฺตปเญฺห วิสฺสชฺเชตฺวา ทุติยคาถาย วุตฺตปเญฺหสุปิ ยสฺมา พฺรหฺมภาวํ เสฏฺฐภาวํ ปตฺโต ปรมตฺถพฺราหฺมโณ พาหิตสพฺพปาโป โหติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘พาหิตฺวา’’ติ คาถาย ปฐมํ ปญฺหํ พฺยากาสิ. ตสฺสตฺโถ – โย จตุตฺถมคฺเคน พาหิตฺวา สพฺพปาปกานิ ฐิตตฺโต, ฐิโต อิจฺเจว วุตฺตํ โหติ. พาหิตปาปตฺตา เอว จ วิมโล, วิมลภาวํ พฺรหฺมภาวํ เสฏฺฐภาวํ ปตฺโต, ปฏิปฺปสฺสทฺธสมาธิวิกฺเขปกรกิเลสมเลน อคฺคผลสมาธินา สาธุสมาหิโต, สํสารเหตุสมติกฺกเมน สํสารมติจฺจ ปรินิฏฺฐิตกิจฺจตาย เกวลี, โส ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อนิสฺสิตตฺตา อสิโต, โลกธมฺเมหิ นิพฺพิการตฺตา ‘‘ตาที’’ติ จ ปวุจฺจติ. เอวํ ถุติรโห ส พฺรหฺมา โส พฺราหฺมโณติ.

๕๒๖. ยสฺมา ปน สมิตปาปตาย สมโณ, นฺหาตปาปตาย นฺหาตโก, อาคูนํ อกรเณน จ นาโคติ ปวุจฺจติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ตโต อปราหิ ตีหิ คาถาหิ ตโย ปเญฺห พฺยากาสิ. ตตฺถ สมิตาวีติ อริยมคฺเคน กิเลเส สเมตฺวา ฐิโต. สมโณ ปวุจฺจเต ตถตฺตาติ ตถารูโป สมโณ ปวุจฺจตีติ. เอตฺตาวตา ปโญฺห พฺยากโต โหติ, เสสํ ตสฺมึ สมเณ สภิยสฺส พหุมานชนนตฺถํ ถุติวจนํ. โย หิ สมิตาวี, โส ปุญฺญปาปานํ อปฏิสนฺธิกรเณน ปหาย ปุญฺญปาปํ รชานํ วิคเมน วิรโช, อนิจฺจาทิวเสน ญตฺวา อิมํ ปรญฺจ โลกํ ชาติมรณํ อุปาติวตฺโต ตาทิ จ โหติ.

๕๒๗. นินฺหาย…เป… นฺหาตโกติ เอตฺถ ปน โย อชฺฌตฺตพหิทฺธาสงฺขาเต สพฺพสฺมิมฺปิ อายตนโลเก อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณวเสน อุปฺปตฺติรหานิ สพฺพปาปกานิ มคฺคญาเณน นินฺหาย โธวิตฺวา ตาย นินฺหาตปาปกตาย ตณฺหาทิฏฺฐิกปฺเปหิ กปฺปิเยสุ เทวมนุสฺเสสุ กปฺปํ น เอติ, ตํ นฺหาตกมาหูติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

๕๒๘. จตุตฺถคาถายปิ อาคุํ น กโรติ กิญฺจิ โลเกติ โย โลเก อปฺปมตฺตกมฺปิ ปาปสงฺขาตํ อาคุํ น กโรติ, นาโค ปวุจฺจเต ตถตฺตาติ. เอตฺตาวตา ปโญฺห พฺยากโต โหติ, เสสํ ปุพฺพนเยเนว ถุติวจนํ. โย หิ มคฺเคน ปหีนอาคุตฺตา อาคุํ น กโรติ, โส กามโยคาทิเก สพฺพโยเค ทสสญฺโญชนเภทานิ จ สพฺพพนฺธนานิ วิสชฺช ชหิตฺวา สพฺพตฺถ ขนฺธาทีสุ เกนจิ สงฺเคน น สชฺชติ, ทฺวีหิ จ วิมุตฺตีหิ วิมุตฺโต, ตาทิ จ โหตีติ.

๕๓๐. เอวํ ทุติยคาถาย วุตฺตปเญฺห วิสฺสชฺเชตฺวา ตติยคาถาย วุตฺตปเญฺหสุปิ ยสฺมา ‘‘เขตฺตานี’’ติ อายตนานิ วุจฺจนฺติ. ยถาห – ‘‘จกฺขุเปตํ จกฺขายตนํเปตํ…เป… เขตฺตมฺเปตํ วตฺถุเปต’’นฺติ (ธ. ส. ๕๙๖-๕๙๘). ตานิ วิเชยฺย วิเชตฺวา อภิภวิตฺวา, วิเจยฺย วา อนิจฺจาทิภาเวน วิจินิตฺวา อุปปริกฺขิตฺวา เกวลานิ อนวเสสานิ, วิเสสโต ปน สงฺคเหตุภูตํ ทิพฺพํ มานุสกญฺจ พฺรหฺมเขตฺตํ, ยํ ทิพฺพํ ทฺวาทสายตนเภทํ ตถา มานุสกญฺจ, ยญฺจ พฺรหฺมเขตฺตํ ฉฬายตเน จกฺขายตนาทิทฺวาทสายตนเภทํ, ตํ สพฺพมฺปิ วิเชยฺย วิเจยฺย วา. ยโต ยเทตํ สพฺเพสํ เขตฺตานํ มูลพนฺธนํ อวิชฺชาภวตณฺหาทิ, ตสฺมา สพฺพเขตฺตมูลพนฺธนา ปมุตฺโต. เอวเมเตสํ เขตฺตานํ วิชิตตฺตา วิจินิตตฺตา วา เขตฺตชิโน นาม โหติ, ตสฺมา ‘‘เขตฺตานี’’ติ อิมาย คาถาย ปฐมปญฺหํ พฺยากาสิ. ตตฺถ เกจิ ‘‘กมฺมํ เขตฺตํ, วิญฺญาณํ พีชํ, ตณฺหา เสฺนโห’’ติ (อ. นิ. ๓.๗๗) วจนโต กมฺมานิ เขตฺตานีติ วทนฺติ. ทิพฺพํ มานุสกญฺจ พฺรหฺมเขตฺตนฺติ เอตฺถ จ เทวูปคํ กมฺมํ ทิพฺพํ, มนุสฺสูปคํ กมฺมํ มานุสกํ, พฺรหฺมูปคํ กมฺมํ พฺรหฺมเขตฺตนฺติ วณฺณยนฺติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

๕๓๑. ยสฺมา ปน สกฏฺเฐน โกสสทิสตฺตา ‘‘โกสานี’’ติ กมฺมานิ วุจฺจนฺติ, เตสญฺจ ลุนนา สมุจฺเฉทนา กุสโล โหติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โกสานี’’ติ คาถาย ทุติยปญฺหํ พฺยากาสิ. ตสฺสตฺโถ – โลกิยโลกุตฺตรวิปสฺสนาย วิสยโต กิจฺจโต จ อนิจฺจาทิภาเวน กุสลากุสลกมฺมสงฺขาตานิ โกสานิ วิเจยฺย เกวลานิ, วิเสสโต ปน สงฺคเหตุภูตํ อฏฺฐกามาวจรกุสลเจตนาเภทํ ทิพฺพํ มานุสกญฺจ นวมหคฺคตกุสลเจตนาเภทญฺจ พฺรหฺมโกสํ วิเจยฺย. ตโต อิมาย มคฺคภาวนาย อวิชฺชาภวตณฺหาทิเภทา สพฺพโกสานํ มูลพนฺธนา ปมุตฺโต, เอวเมเตสํ โกสานํ ลุนนา ‘‘กุสโล’’ติ ปวุจฺจติ, ตถตฺตา ตาที จ โหตีติ. อถ วา สตฺตานํ ธมฺมานญฺจ นิวาสฏฺเฐน อสิโกสสทิสตฺตา ‘‘โกสานี’’ติ ตโย ภวา ทฺวาทสายตนานิ จ เวทิตพฺพานิ. เอวเมตฺถ โยชนา กาตพฺพา.

๕๓๒. ยสฺมา จ น เกวลํ ปณฺฑตีติ อิมินาว ‘‘ปณฺฑิโต’’ติ วุจฺจติ, อปิจ โข ปน ปณฺฑรานิ อิโต อุปคโต ปวิจยปญฺญาย อลฺลีโนติปิ ‘‘ปณฺฑิโต’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทุภยานี’’ติ คาถาย ตติยปญฺหํ พฺยากาสิ. ตสฺสตฺโถ – อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา จาติ เอวํ อุภยานิ อนิจฺจาทิภาเวน วิเจยฺย. ปณฺฑรานีติ อายตนานิ. ตานิ หิ ปกติปริสุทฺธตฺตา รุฬฺหิยา จ เอวํ วุจฺจนฺติ, ตานิ วิเจยฺย อิมาย ปฏิปตฺติยา นิทฺธนฺตมลตฺตา สุทฺธิปญฺโญ ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจติ ตถตฺตา, ยสฺมา ตานิ ปณฺฑรานิ ปญฺญาย อิโต โหติ, เสสมสฺส ถุติวจนํ. โส หิ ปาปปุญฺญสงฺขาตํ กณฺหสุกฺกํ อุปาติวตฺโต ตาที จ โหติ, ตสฺมา เอวํ ถุโต.

๕๓๓. ยสฺมา ปน ‘‘โมนํ วุจฺจติ ญาณํ, ยา ปญฺญา ปชานนา…เป… สมฺมาทิฏฺฐิ, เตน ญาเณน สมนฺนาคโต มุนี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อสตญฺจา’’ติ คาถาย จตุตฺถปญฺหํ พฺยากาสิ. ตสฺสตฺโถ – ยฺวายํ อกุสลกุสลปฺปเภโท อสตญฺจ สตญฺจ ธมฺโม, ตํ อชฺฌตฺตํ พหิทฺธาติ อิมสฺมึ สพฺพโลเก ปวิจยญาเณน อสตญฺจ สตญฺจ ญตฺวา ธมฺมํ ตสฺส ญาตตฺตา เอว ราคาทิเภทโต สตฺตวิธํ สงฺคํ ตณฺหาทิฏฺฐิเภทโต ทุวิธํ ชาลญฺจ อติจฺจ อติกฺกมิตฺวา ฐิโต. โส เตน โมนสงฺขาเตน ปวิจยญาเณน สมนฺนาคตตฺตา มุนิ. เทวมนุสฺเสหิ ปูชนีโยติ อิทํ ปนสฺส ถุติวจนํ. โส หิ ขีณาสวมุนิตฺตา เทวมนุสฺสานํ ปูชารโห โหติ, ตสฺมา เอวํ ถุโต.

๕๓๕. เอวํ ตติยคาถาย วุตฺตปเญฺห วิสฺสชฺเชตฺวา จตุตฺถคาถาย วุตฺตปเญฺหสุปิ ยสฺมา โย จตูหิ มคฺคญาณเวเทหิ กิเลสกฺขยํ กโรนฺโต คโต, โส ปรมตฺถโต เวทคู นาม โหติ. โย จ สพฺพสมณพฺราหฺมณานํ สตฺถสญฺญิตานิ เวทานิ, ตาเยว มคฺคภาวนาย กิจฺจโต อนิจฺจาทิวเสน วิเจยฺย. ตตฺถ ฉนฺทราคปฺปหาเนน ตเมว สพฺพํ เวทมติจฺจ ยา เวทปจฺจยา วา อญฺญถา วา อุปฺปชฺชนฺติ เวทนา, ตาสุ สพฺพเวทนาสุ วีตราโค โหติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิทํ ปตฺติน’’นฺติ อวตฺวา ‘‘เวทานี’’ติ คาถาย ปฐมปญฺหํ พฺยากาสิ. ยสฺมา วา โย ปวิจยปญฺญาย เวทานิ วิเจยฺย, ตตฺถ ฉนฺทราคปฺปหาเนน สพฺพํ เวทมติจฺจ วตฺตติ, โส สตฺถสญฺญิตานิ เวทานิ คโต ญาโต อติกฺกนฺโต จ โหติ. โย เวทนาสุ วีตราโค, โสปิ เวทนาสญฺญิตานิ เวทานิ คโต อติกฺกนฺโต จ โหติ. เวทานิ คโตติปิ เวทคู, ตสฺมา ตมฺปิ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิทํ ปตฺติน’’นฺติ อวตฺวา อิมาย คาถาย ปฐมปญฺหํ พฺยากาสิ.

๕๓๖. ยสฺมา ปน ทุติยปเญฺห ‘‘อนุวิทิโต’’ติ อนุพุทฺโธ วุจฺจติ, โส จ อนุวิจฺจ ปปญฺจนามรูปํ อชฺฌตฺตํ อตฺตโน สนฺตาเน ตณฺหามานทิฏฺฐิเภทํ ปปญฺจํ ตปฺปจฺจยา นามรูปญฺจ อนิจฺจานุปสฺสนาทีหิ อนุวิจฺจ อนุวิทิตฺวา, น เกวลญฺจ อชฺฌตฺตํ, พหิทฺธา จ โรคมูลํ, ปรสนฺตาเน จ อิมสฺส นามรูปโรคสฺส มูลํ อวิชฺชาภวตณฺหาทึ, ตเมว วา ปปญฺจํ อนุวิจฺจ ตาย ภาวนาย สพฺเพสํ โรคานํ มูลพนฺธนา, สพฺพสฺมา วา โรคานํ มูลพนฺธนา, อวิชฺชาภวตณฺหาทิเภทา, ตสฺมา เอว วา ปปญฺจา ปมุตฺโต โหติ, ตสฺมา ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนุวิจฺจา’’ติ คาถาย ทุติยปญฺหํ พฺยากาสิ.

๕๓๗. ‘‘กถญฺจ วีริยวา’’ติ เอตฺถ ปน ยสฺมา โย อริยมคฺเคน สพฺพปาปเกหิ วิรโต, ตถา วิรตตฺตา จ อายตึ อปฏิสนฺธิตาย นิรยทุกฺขํ อติจฺจ ฐิโต วีริยวาโส วีริยนิเกโต, โส ขีณาสโว ‘‘วีริยวา’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิรโต’’ติ คาถาย ตติยปญฺหํ พฺยากาสิ. ปธานวา ธีโร ตาทีติ อิมานิ ปนสฺส ถุติวจนานิ. โส หิ ปธานวา มคฺคฌานปธาเนน, ธีโร กิเลสาริวิทฺธํสนสมตฺถตาย, ตาที นิพฺพิการตาย, ตสฺมา เอวํ ถุโต. เสสํ โยเชตฺวา วตฺตพฺพํ.

๕๓๘. ‘‘อาชานิโย กินฺติ นาม โหตี’’ติ เอตฺถ ปน ยสฺมา ปหีนสพฺพวงฺกโทโส การณาการณญฺญู อสฺโส วา หตฺถี วา ‘‘อาชานิโย โหตี’’ติ โลเก วุจฺจติ, น จ ตสฺส สพฺพโส เต โทสา ปหีนา เอว, ขีณาสวสฺส ปน เต ปหีนา, ตสฺมา โส ‘‘อาชานิโย’’ติ ปรมตฺถโต วตฺตพฺพตํ อรหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยสฺสา’’ติ คาถาย จตุตฺถปญฺหํ พฺยากาสิ. ตสฺสตฺโถ – อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา จาติ เอวํ อชฺฌตฺตพหิทฺธาสญฺโญชนสงฺขาตานิ ยสฺส อสฺสุ ลุนานิ พนฺธนานิ ปญฺญาสตฺเถน ฉินฺนานิ ปทาลิตานิ. สงฺคมูลนฺติ ยานิ เตสุ เตสุ วตฺถูสุ สงฺคสฺส สชฺชนาย อนติกฺกมนาย มูลํ โหนฺติ, อถ วา ยสฺส อสฺสุ ลุนานิ ราคาทีนิ พนฺธนานิ ยานิ อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา จ สงฺคมูลานิ โหนฺติ, โส สพฺพสฺมา สงฺคานํ มูลภูตา สพฺพสงฺคานํ วา มูลภูตา พนฺธนา ปมุตฺโต ‘‘อาชานิโย’’ติ วุจฺจติ, ตถตฺตา ตาทิ จ โหตีติ.

๕๔๐. เอวํ จตุตฺถคาถาย วุตฺตปเญฺห วิสฺสชฺเชตฺวา ปญฺจมคาถาย วุตฺตปเญฺหสุปิ ยสฺมา ยํ ฉนฺทชฺเฌนมตฺเตน อกฺขรจินฺตกา โสตฺติยํ วณฺณยนฺติ, โวหารมตฺตโสตฺติโย โส. อริโย ปน พาหุสจฺเจน นิสฺสุตปาปตาย จ ปรมตฺถโสตฺติโย โหติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิทํ ปตฺติน’’นฺติ อวตฺวา ‘‘สุตฺวา’’ติ คาถาย ปฐมปญฺหํ พฺยากาสิ. ตสฺสตฺโถ – โย อิมสฺมึ โลเก สุตมยปญฺญากิจฺจวเสน สุตฺวา กาตพฺพกิจฺจวเสน วา สุตฺวา วิปสฺสนูปคํ สพฺพธมฺมํ อนิจฺจาทิวเสน อภิญฺญาย สาวชฺชานวชฺชํ ยทตฺถิ กิญฺจิ, อิมาย ปฏิปทาย กิเลเส กิเลสฏฺฐานิเย จ ธมฺเม อภิภวิตฺวา อภิภูติ สงฺขํ คโต, ตํ สุตฺวา สพฺพธมฺมํ อภิญฺญาย โลเก สาวชฺชานวชฺชํ ยทตฺถิ กิญฺจิ, อภิภุํ สุตวตฺตา โสตฺติโยติ อาหุ. ยสฺมา จ โย อกถํกถี กิเลสพนฺธเนหิ วิมุตฺโต, ราคาทีหิ อีเฆหิ อนีโฆ จ โหติ สพฺพธิ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ ขนฺธายตนาทีสุ, ตสฺมา ตํ อกถํกถึ วิมุตฺตํ อนีฆํ สพฺพธิ นิสฺสุตปาปกตฺตาปิ ‘‘โสตฺติโย’’ติ อาหูติ.

๕๔๑. ยสฺมา ปน หิตกาเมน ชเนน อรณียโต อริโย โหติ, อภิคมนียโตติ อตฺโถ. ตสฺมา เยหิ คุเณหิ โส อรณีโย โหติ, เต ทสฺเสนฺตา ‘‘เฉตฺวา’’ติ คาถาย ทุติยปญฺหํ พฺยากาสิ. ตสฺสตฺโถ – จตฺตาริ อาสวานิ เทฺว จ อาลยานิ ปญฺญาสตฺเถน เฉตฺวา วิทฺวา วิญฺญู วิภาวี จตุมคฺคญาณี โส ปุนพฺภววเสน น อุเปติ คพฺภเสยฺยํ, กญฺจิ โยนึ น อุปคจฺฉติ, กามาทิเภทญฺจ สญฺญํ ติวิธํ. กามคุณสงฺขาตญฺจ ปงฺกํ ปนุชฺช ปนุทิตฺวา ตณฺหาทิฏฺฐิกปฺปานํ อญฺญตรมฺปิ กปฺปํ น เอติ, เอวํ อาสวจฺเฉทาทิคุณสมนฺนาคตํ ตมาหุ อริโยติ. ยสฺมา วา ปาปเกหิ อารกตฺตา อริโย โหติ อนเย จ อนิรียนา, ตสฺมา ตมฺปิ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อิมาย คาถาย ทุติยปญฺหํ พฺยากาสิ. อาสวาทโย หิ ปาปกา ธมฺมา อนยสมฺมตา, เต จาเนน ฉินฺนา ปนุนฺนา, น จ เตหิ กมฺปติ, อิจฺจสฺส เต อารกา โหนฺติ, น จ เตสุ อิรียติ ตสฺมา อารกาสฺส โหนฺติ ปาปกา ธมฺมาติ อิมินาปตฺเถน. อนเย น อิรียตีติ อิมินาปตฺเถน ตมาหุ อริโยติ จ เอวมฺเปตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา. ‘‘วิทฺวา โส น อุเปติ คพฺภเสยฺย’’นฺติ อิทํ ปน อิมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป ถุติวจนเมว โหติ.

๕๔๒. ‘‘กถํ จรณวา’’ติ เอตฺถ ปน ยสฺมา จรเณหิ ปตฺตพฺพํ ปตฺโต ‘‘จรณวา’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, ตสฺมา ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย อิธา’’ติ คาถาย ตติยปญฺหํ พฺยากาสิ. ตตฺถ โย อิธาติ โย อิมสฺมึ สาสเน. จรเณสูติ สีลาทีสุ เหมวตสุตฺเต (สุ. นิ. ๑๕๓ อาทโย) วุตฺตปนฺนรสธมฺเมสุ. นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจนํ. ปตฺติปตฺโตติ ปตฺตพฺพํ ปตฺโต. โย จรณนิมิตฺตํ จรณเหตุ จรณปจฺจยา ปตฺตพฺพํ อรหตฺตํ ปตฺโตติ วุตฺตํ โหติ. จรณวา โสติ โส อิมาย จรเณหิ ปตฺตพฺพปตฺติยา จรณวา โหตีติ. เอตฺตาวตา ปโญฺห พฺยากโต โหติ, เสสมสฺส ถุติวจนํ. โย หิ จรเณหิ ปตฺติปตฺโต, โส กุสโล จ โหติ เฉโก, สพฺพทา จ อาชานาติ นิพฺพานธมฺมํ, นิจฺจํ นิพฺพานนินฺนจิตฺตตาย สพฺพตฺถ จ ขนฺธาทีสุ น สชฺชติ. ทฺวีหิ จ วิมุตฺตีหิ วิมุตฺตจิตฺโต โหติ, ปฏิฆา ยสฺส น สนฺตีติ.

๕๔๓. ยสฺมา ปน กมฺมาทีนํ ปริพฺพาชเนน ปริพฺพาชโก นาม โหติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทุกฺขเวปกฺก’’นฺติ คาถาย จตุตฺถปญฺหํ พฺยากาสิ. ตตฺถ วิปาโก เอว เวปกฺกํ, ทุกฺขํ เวปกฺกมสฺสาติ ทุกฺขเวปกฺกํ. ปวตฺติทุกฺขชนนโต สพฺพมฺปิ เตธาตุกกมฺมํ วุจฺจติ. อุทฺธนฺติ อตีตํ. อโธติ อนาคตํ. ติริยํ วาปิ มชฺเฌติ ปจฺจุปฺปนฺนํ. ตญฺหิ น อุทฺธํ น อโธ, ติริยํ อุภินฺนญฺจ อนฺตรา, เตน ‘‘มชฺเฌ’’ติ วุตฺตํ. ปริพฺพาชยิตฺวาติ นิกฺขาเมตฺวา นิทฺธเมตฺวา. ปริญฺญจารีติ ปญฺญาย ปริจฺฉินฺทิตฺวา จรนฺโต. อยํ ตาว อปุพฺพปทวณฺณนา. อยํ ปน อธิปฺปายโยชนา – โย ติยทฺธปริยาปนฺนมฺปิ ทุกฺขชนกํ ยทตฺถิ กิญฺจิ กมฺมํ, ตํ สพฺพมฺปิ อริยมคฺเคน ตณฺหาวิชฺชาสิเนเห โสเสนฺโต อปฏิสนฺธิชนกภาวกรเณน ปริพฺพาชยิตฺวา ตถา ปริพฺพาชิตตฺตา เอว จ ตํ กมฺมํ ปริญฺญาย จรณโต ปริญฺญจารี. น เกวลญฺจ กมฺมเมว, มายํ มานมโถปิ โลภโกธํ อิเมปิ ธมฺเม ปหานปริญฺญาย ปริญฺญจารี, ปริยนฺตมกาสิ นามรูปํ, นามรูปสฺส จ ปริยนฺตมกาสิ ปริพฺพาเชสิ อิจฺเจวตฺโถ. อิเมสํ กมฺมาทีนํ ปริพฺพาชเนน ตํ ปริพฺพาชกมาหุ. ปตฺติปตฺตนฺติ อิทํ ปนสฺส ถุติวจนํ.

๕๔๔. เอวํ ปญฺหพฺยากรเณน ตุฏฺฐสฺส ปน สภิยสฺส ‘‘ยานิ จ ตีณี’’ติอาทีสุ อภิตฺถวนคาถาสุ โอสรณานีติ โอคหณานิ ติตฺถานิ, ทิฏฺฐิโยติ อตฺโถ. ตานิ ยสฺมา สกฺกายทิฏฺฐิยา สห พฺรหฺมชาเล วุตฺตทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตานิ คเหตฺวา เตสฏฺฐิ โหนฺติ, ยสฺมา จ ตานิ อญฺญติตฺถิยสมณานํ ปวาทภูตานิ สตฺถานิ สิตานิ อุปทิสิตพฺพวเสน, น อุปฺปตฺติวเสน. อุปฺปตฺติวเสน ปน ยเทตํ ‘‘อิตฺถี ปุริโส’’ติ สญฺญกฺขรํ โวหารนามํ, ยา จายํ มิจฺฉาปริวิตกฺกานุสฺสวาทิวเสน ‘‘เอวรูเปน อตฺตนา ภวิตพฺพ’’นฺติ พาลานํ วิปรีตสญฺญา อุปฺปชฺชติ, ตทุภยนิสฺสิตานิ เตสํ วเสน อุปฺปชฺชนฺติ, น อตฺตปจฺจกฺขานิ. ตานิ จ ภควา วิเนยฺย วินยิตฺวา โอฆตมคา โอฆตมํ โอฆนฺธการํ อคา อติกฺกนฺโต. ‘‘โอฆนฺตมคา’’ติปิ ปาโฐ, โอฆานํ อนฺตํ อคา, ตสฺมา อาห ‘‘ยานิ จ ตีณิ…เป… ตมคา’’ติ.

๕๔๕. ตโต ปรํ วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตํ ปารญฺจ นิพฺพานํ ตปฺปตฺติยา ทุกฺขาภาวโต ตปฺปฏิปกฺขโต จ ตํ สนฺธายาห, ‘‘อนฺตคูสิ ปารคู ทุกฺขสฺสา’’ติ. อถ วา ปารคู ภควา นิพฺพานํ คตตฺตา, ตํ อาลปนฺโต อาห, ‘‘ปารคู อนฺตคูสิ ทุกฺขสฺสา’’ติ อยเมตฺถ สมฺพนฺโธ. สมฺมา จ พุทฺโธ สามญฺจ พุทฺโธติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. ตํ มญฺเญติ ตเมว มญฺญามิ, น อญฺญนฺติ อจฺจาทเรน ภณติ. ชุติมาติ ปเรสมฺปิ อนฺธการวิธมเนน ชุติสมฺปนฺโน. มุติมาติ อปรปฺปจฺจยเญยฺยญาณสมตฺถาย มุติยา ปญฺญาย สมฺปนฺโน. ปหูตปญฺโญติ อนนฺตปญฺโญ. อิธ สพฺพญฺญุตญฺญาณมธิปฺเปตํ. ทุกฺขสฺสนฺตกราติ อามนฺเตนฺโต อาห. อตาเรสิ มนฺติ กงฺขาโต มํ ตาเรสิ.

๕๔๖-๙. ยํ เมติอาทิคาถาย นมกฺการกรณํ ภณติ. ตตฺถ กงฺขิตฺตนฺติ วีสติปญฺหนิสฺสิตํ อตฺถํ สนฺธายาห. โส หิ เตน กงฺขิโต อโหสิ. โมนปเถสูติ ญาณปเถสุ. วินฬีกตาติ วิคตนฬา กตา, อุจฺฉินฺนาติ วุตฺตํ โหติ. นาค นาคสฺสาติ เอกํ อามนฺตนวจนํ, เอกสฺส ‘‘ภาสโต อนุโมทนฺตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ‘‘ธมฺมเทสน’’นฺติ ปาฐเสโส. สพฺเพ เทวาติ อากาสฏฺฐา จ ภูมฏฺฐา จ. นารทปพฺพตาติ เตปิ กิร เทฺว เทวคณา ปญฺญวนฺโต, เตปิ อนุโมทนฺตีติ สพฺพํ ปสาเทน จ นมกฺการกรณํ ภณติ.

๕๕๐-๕๓. อนุโมทนารหํ พฺยากรณสมฺปทํ สุตฺวา ‘‘นโม เต’’ติ อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา อาห. ปุริสาชญฺญาติ ปุริเสสุ ชาติสมฺปนฺนํ. ปฏิปุคฺคโลติ ปฏิภาโค ปุคฺคโล ตุวํ พุทฺโธ จตุสจฺจปฏิเวเธน, สตฺถา อนุสาสนิยา สตฺถวาหตาย จ, มาราภิภู จตุมาราภิภเวน, มุนิ พุทฺธมุนิ. อุปธีติ ขนฺธกิเลสกามคุณาภิสงฺขารเภทา จตฺตาโร. วคฺคูติ อภิรูปํ. ปุญฺเญ จาติ โลกิเย น ลิมฺปสิ เตสํ อกรเณน, ปุพฺเพ กตานมฺปิ วา อายตึ ผลูปโภคาภาเวน. ตํนิมิตฺเตน วา ตณฺหาทิฏฺฐิเลเปน. วนฺทติ สตฺถุโนติ เอวํ ภณนฺโต โคปฺผเกสุ ปริคฺคเหตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิตํ วนฺทิ.

อญฺญติตฺถิยปุพฺโพติ อญฺญติตฺถิโย เอว. อากงฺขตีติ อิจฺฉติ. อารทฺธจิตฺตาติ อภิราธิตจิตฺตา. อปิจ เมตฺถ ปุคฺคลเวมตฺตตา วิทิตาติ อปิจ มยา เอตฺถ อญฺญติตฺถิยานํ ปริวาเส ปุคฺคลนานตฺตํ วิทิตํ, น สพฺเพเนว ปริวสิตพฺพนฺติ. เกน ปน น ปริวสิตพฺพํ? อคฺคิเยหิ ชฏิเลหิ, สากิเยน ชาติยา, ลิงฺคํ วิชหิตฺวา อาคเตน. อวิชหิตฺวา อาคโตปิ จ โย มคฺคผลปฏิลาภาย เหตุสมฺปนฺโน โหติ, ตาทิโสว สภิโย ปริพฺพาชโก. ตสฺมา ภควา ‘‘ตว ปน, สภิย, ติตฺถิยวตฺตปูรณตฺถาย ปริวาสการณํ นตฺถิ, อตฺถตฺถิโก ตฺวํ ‘มคฺคผลปฏิลาภาย เหตุสมฺปนฺโน’ติ วิทิตเมตํ มยา’’ติ ตสฺส ปพฺพชฺชํ อนุชานนฺโต อาห – ‘‘อปิจ เมตฺถ ปุคฺคลเวมตฺตตา วิทิตา’’ติ. สภิโย ปน อตฺตโน อาทรํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สเจ ภนฺเต’’ติ. ตํ สพฺพํ อญฺญญฺจ ตถารูปํ อุตฺตานตฺถตฺตา ปุพฺเพ วุตฺตนยตฺตา จ อิธ น วณฺณิตํ, ยโต ปุพฺเพ วณฺณิตานุสาเรน เวทิตพฺพนฺติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย สภิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.