๙. กึสีลสุตฺตวณฺณนา
๓๒๗. กึสีโลติ กึสีลสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส คิหิสหายโก เอโก เถรสฺเสว ปิตุโน วงฺคนฺตพฺราหฺมณสฺส สหายสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต สฏฺฐิโกฏิอธิกํ ปญฺจสตโกฏิธนํ ปริจฺจชิตฺวา อายสฺมโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา สพฺพํ พุทฺธวจนํ ปริยาปุณิ. ตสฺส เถโร พหุโส โอวทิตฺวา กมฺมฏฺฐานมทาสิ, โส เตน วิเสสํ นาธิคจฺฉติ. ตโต เถโร ‘‘พุทฺธเวเนยฺโย เอโส’’ติ ญตฺวา ตํ อาทาย ภควโต สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ ภิกฺขุํ อารพฺภ ปุคฺคลํ อนิยเมตฺวา ‘‘กึสีโล’’ติ ปุจฺฉิ. อถสฺส ภควา ตโต ปรํ อภาสิ. ตตฺถ กึสีโลติ กีทิเสน วาริตฺตสีเลน สมนฺนาคโต, กีทิสปกติโก วา. กึสมาจาโรติ กีทิเสน จาริตฺเตน ยุตฺโต. กานิ กมฺมานิ พฺรูหยนฺติ กานิ กายกมฺมาทีนิ วฑฺเฒนฺโต. นโร สมฺมา นิวิฏฺฐสฺสาติ อภิรโต นโร สาสเน สมฺมา ปติฏฺฐิโต ภเวยฺย. อุตฺตมตฺถญฺจ ปาปุเณติ สพฺพตฺถานํ อุตฺตมํ อรหตฺตญฺจ ปาปุเณยฺยาติ วุตฺตํ โหติ.
๓๒๘. ตโต ภควา ‘‘สาริปุตฺโต อฑฺฒมาสูปสมฺปนฺโน สาวกปารมิปฺปตฺโต, กสฺมา อาทิกมฺมิกปุถุชฺชนปญฺหํ ปุจฺฉตี’’ติ อาวชฺเชนฺโต ‘‘สทฺธิวิหาริกํ อารพฺภา’’ติ ญตฺวา ปุจฺฉาย วุตฺตํ จาริตฺตสีลํ อวิภชิตฺวาว ตสฺส สปฺปายวเสน ธมฺมํ เทเสนฺโต ‘‘วุฑฺฒาปจายี’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ปญฺญาวุฑฺโฒ, คุณวุฑฺโฒ, ชาติวุฑฺโฒ, วโยวุฑฺโฒติ จตฺตาโร วุฑฺฒา. ชาติยา หิ ทหโรปิ พหุสฺสุโต ภิกฺขุ อปฺปสฺสุตมหลฺลกภิกฺขูนมนฺตเร พาหุสจฺจปญฺญาย วุฑฺฒตฺตา ปญฺญาวุฑฺโฒ. ตสฺส หิ สนฺติเก มหลฺลกภิกฺขูปิ พุทฺธวจนํ ปริยาปุณนฺติ, โอวาทวินิจฺฉยปญฺหวิสฺสชฺชนานิ จ ปจฺจาสีสนฺติ. ตถา ทหโรปิ ภิกฺขุ อธิคมสมฺปนฺโน คุณวุฑฺโฒ นาม. ตสฺส หิ โอวาเท ปติฏฺฐาย มหลฺลกาปิ วิปสฺสนาคพฺภํ คเหตฺวา อรหตฺตผลํ ปาปุณนฺติ. ตถา ทหโรปิ ราชา ขตฺติโย มุทฺธาวสิตฺโต พฺราหฺมโณ วา เสสชนสฺส วนฺทนารหโต ชาติวุฑฺโฒ นาม. สพฺโพ ปน ปฐมชาโต วโยวุฑฺโฒ นาม. ตตฺถ ยสฺมา ปญฺญาย สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สทิโส นตฺถิ ฐเปตฺวา ภควนฺตํ, ตถา คุเณนปิ อฑฺฒมาเสน สพฺพสาวกปารมีญาณสฺส ปฏิวิทฺธตฺตา. ชาติยาปิ โส พฺราหฺมณมหาสาลกุเล อุปฺปนฺโน, ตสฺมา ตสฺส ภิกฺขุโน วเยน สมาโนปิ โส อิเมหิ ตีหิ การเณหิ วุฑฺโฒ. อิมสฺมึ ปนตฺเถ ปญฺญาคุเณหิ เอว วุฑฺฒภาวํ สนฺธาย ภควา อาห – ‘‘วุฑฺฒาปจายี’’ติ. ตสฺมา ตาทิสานํ วุฑฺฒานํ อปจิติกรเณน วุฑฺฒาปจายี, เตสเมว วุฑฺฒานํ ลาภาทีสุ อุสูยวิคเมน อนุสูยโก จ สิยาติ อยมาทิปาทสฺส อตฺโถ.
กาลญฺญู จสฺสาติ เอตฺถ ปน ราเค อุปฺปนฺเน ตสฺส วิโนทนตฺถาย ครูนํ ทสฺสนํ คจฺฉนฺโตปิ กาลญฺญู, โทเส… โมเห… โกสชฺเช อุปฺปนฺเน ตสฺส วิโนทนตฺถาย ครูนํ ทสฺสนํ คจฺฉนฺโตปิ กาลญฺญู, ยโต เอวํ กาลญฺญู จ อสฺส ครูนํ ทสฺสนาย. ธมฺมึ กถนฺติ สมถวิปสฺสนายุตฺตํ. เอรยิตนฺติ วุตฺตํ. ขณญฺญูติ ตสฺสา กถาย ขณเวที, ทุลฺลโภ วา อยํ อีทิสาย กถาย สวนกฺขโณติ ชานนฺโต. สุเณยฺย สกฺกจฺจาติ ตํ กถํ สกฺกจฺจํ สุเณยฺย. น เกวลญฺจ ตเมว, อญฺญานิปิ พุทฺธคุณาทิปฏิสํยุตฺตานิ สุภาสิตานิ สกฺกจฺจเมว สุเณยฺยาติ อตฺโถ.
๓๒๙. ‘‘กาลญฺญู จสฺส ครูนํ ทสฺสนายา’’ติ เอตฺถ วุตฺตนยญฺจ อตฺตโน อุปฺปนฺนราคาทิวิโนทนกาลํ ญตฺวาปิ ครูนํ สนฺติกํ คจฺฉนฺโต กาเลน คจฺเฉ ครูนํ สกาสํ, ‘‘อหํ กมฺมฏฺฐานิโก ธุตงฺคธโร จา’’ติ กตฺวา น เจติยวนฺทนโพธิยงฺคณภิกฺขาจารมคฺคอติมชฺฌนฺหิกเวลาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ ฐิตมาจริยํ ทิสฺวา ปริปุจฺฉนตฺถาย อุปสงฺกเมยฺย, สกเสนาสเน ปน อตฺตโน อาสเน นิสินฺนํ วูปสนฺตทรถํ สลฺลกฺเขตฺวา กมฺมฏฺฐานาทิวิธิปุจฺฉนตฺถํ อุปสงฺกเมยฺยาติ อตฺโถ. เอวํ อุปสงฺกมนฺโตปิ จ ถมฺภํ นิรํกตฺวา นิวาตวุตฺติ ถทฺธภาวกรํ มานํ วินาเสตฺวา นีจวุตฺติ ปาทปุญฺฉนโจฬกฉินฺนวิสาณุสภอุทฺธตทาฐสปฺปสทิโส หุตฺวา อุปสงฺกเมยฺย. อถ เตน ครุนา วุตฺตํ อตฺถํ ธมฺมํ…เป… สมาจเร จ. อตฺถนฺติ ภาสิตตฺถํ. ธมฺมนฺติ ปาฬิธมฺมํ. สํยมนฺติ สีลํ. พฺรหฺมจริยนฺติ อวเสสสาสนพฺรหฺมจริยํ. อนุสฺสเร เจว สมาจเร จาติ อตฺถํ กถิโตกาเส อนุสฺสเรยฺย, ธมฺมํ สํยมํ พฺรหฺมจริยํ กถิโตกาเส อนุสฺสเรยฺย, อนุสฺสรณมตฺเตเนว จ อตุสฺสนฺโต ตํ สพฺพมฺปิ สมาจเร สมาจเรยฺย สมาทาย วตฺเตยฺย. ตาสํ กถานํ อตฺตนิ ปวตฺตเน อุสฺสุกฺกํ กเรยฺยาติ อตฺโถ. เอวํ กโรนฺโต หิ กิจฺจกโร โหติ.
๓๓๐. ตโต ปรญฺจ ธมฺมาราโม ธมฺมรโต ธมฺเม ฐิโต ธมฺมวินิจฺฉยญฺญู ภเวยฺย. สพฺพปเทสุ เจตฺถ ธมฺโมติ สมถวิปสฺสนา, อาราโม รตีติ เอโกว อตฺโถ, ธมฺเม อาราโม อสฺสาติ ธมฺมาราโม. ธมฺเม รโต, น อญฺญํ ปิเหตีติ ธมฺมรโต. ธมฺเม ฐิโต ธมฺมํ วตฺตนโต. ธมฺมวินิจฺฉยํ ชานาติ ‘‘อิทํ อุทยญาณํ อิทํ วยญาณ’’นฺติ ธมฺมวินิจฺฉยญฺญู, เอวรูโป อสฺส. อถ ยายํ ราชกถาทิติรจฺฉานกถา ตรุณวิปสฺสกสฺส พหิทฺธารูปาทีสุ อภินนฺทนุปฺปาทเนน ตํ สมถวิปสฺสนาธมฺมํ สนฺทูเสติ, ตสฺมา ‘‘ธมฺมสนฺโทสวาโท’’ติ วุจฺจติ, ตํ เนวาจเร ธมฺมสนฺโทสวาทํ, อญฺญทตฺถุ อาวาสโคจราทิสปฺปายานิ เสวนฺโต ตจฺเฉหิ นีเยถ สุภาสิเตหิ. สมถวิปสฺสนาปฏิสํยุตฺตาเนเวตฺถ ตจฺฉานิ, ตถารูเปหิ สุภาสิเตหิ นีเยถ นีเยยฺย, กาลํ เขเปยฺยาติ อตฺโถ.
๓๓๑. อิทานิ ‘‘ธมฺมสนฺโทสวาท’’นฺติ เอตฺถ อติสงฺเขเปน วุตฺตํ สมถวิปสฺสนายุตฺตสฺส ภิกฺขุโน อุปกฺกิเลสํ ปากฏํ กโรนฺโต ตทญฺเญนปิ อุปกฺกิเลเสน สทฺธึ ‘‘หสฺสํ ชปฺป’’นฺติ อิมํ คาถมาห. หาสนฺติปิ ปาโฐ. วิปสฺสเกน หิ ภิกฺขุนา หสนียสฺมึ วตฺถุสฺมึ สิตมตฺตเมว กาตพฺพํ, นิรตฺถกกถาชปฺโป น ภาสิตพฺโพ, ญาติพฺยสนาทีสุ ปริเทโว น กาตพฺโพ, ขาณุกณฺฏกาทิมฺหิ มโนปโทโส น อุปฺปาเทตพฺโพ. มายากตนฺติ วุตฺตา มายา, ติวิธํ กุหนํ, ปจฺจเยสุ คิทฺธิ, ชาติอาทีหิ มาโน, ปจฺจนีกสาตตาสงฺขาโต สารมฺโภ, ผรุสวจนลกฺขณํ กกฺกสํ, ราคาทโย กสาวา, อธิมตฺตตณฺหาลกฺขณา มุจฺฉาติ อิเม จ โทสา สุขกาเมน องฺคารกาสุ วิย, สุจิกาเมน คูถฐานํ วิย, ชีวิตุกาเมน อาสิวิสาทโย วิย จ ปหาตพฺพา. หิตฺวา จ อาโรคฺยมทาทิวิคมา วีตมเทน จิตฺตวิกฺเขปาภาวา ฐิตตฺเตน จริตพฺพํ. เอวํ ปฏิปนฺโน หิ สพฺพุปกฺกิเลสปริสุทฺธาย ภาวนาย น จิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณาติ. เตนาห ภควา – ‘‘หสฺสํ ชปฺปํ…เป… ฐิตตฺโต’’ติ.
๓๓๒. อิทานิ ยฺวายํ ‘‘หสฺสํ ชปฺป’’นฺติอาทินา นเยน อุปกฺกิเลโส วุตฺโต, เตน สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ยสฺมา สาหโส โหติ อวีมํสการี, รตฺโต ราควเสน ทุฏฺโฐ โทสวเสน คจฺฉติ, ปมตฺโต จ โหติ กุสลานํ ธมฺมานํ ภาวนาย อสาตจฺจการี, ตถารูปสฺส จ ‘‘สุเณยฺย สกฺกจฺจ สุภาสิตานี’’ติอาทินา นเยน วุตฺโต โอวาโท นิรตฺถโก, ตสฺมา อิมสฺส สํกิเลสสฺส ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย สุตาทิวุทฺธิปฏิปกฺขภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิญฺญาตสารานี’’ติ อิมํ คาถมาห.
ตสฺสตฺโถ – ยานิ เหตานิ สมถวิปสฺสนาปฏิสํยุตฺตานิ สุภาสิตานิ, เตสํ วิชานนํ สาโร. ยทิ วิญฺญาตานิ สาธุ, อถ สทฺทมตฺตเมว คหิตํ, น กิญฺจิ กตํ โหติ, เยน เอตานิ สุตมเยน ญาเณน วิญฺญายนฺติ, ตํ สุตํ, เอตญฺจ สุตมยญาณํ วิญฺญาตสมาธิสารํ, เตสุ วิญฺญาเตสุ ธมฺเมสุ โย สมาธิ จิตฺตสฺสาวิกฺเขโป ตถตฺตาย ปฏิปตฺติ, อยมสฺส สาโร. น หิ วิชานนมตฺเตเนว โกจิ อตฺโถ สิชฺฌติ. โย ปนายํ นโร ราคาทิวเสน วตฺตนโต สาหโส, กุสลานํ ธมฺมานํ ภาวนาย อสาตจฺจการิตาย ปมตฺโต, โส สทฺทมตฺตคฺคาหีเยว โหติ. เตน ตสฺส อตฺถวิชานนาภาวโต สา สุภาสิตวิชานนปญฺญา จ, ตถตฺตาย ปฏิปตฺติยา อภาวโต สุตญฺจ น วฑฺฒตีติ.
๓๓๓. เอวํ ปมตฺตานํ สตฺตานํ ปญฺญาปริหานึ สุตปริหานิญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อปฺปมตฺตานํ ตทุภยสาราธิคมํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘ธมฺเม จ เย…เป… สารมชฺฌคู’’ติ. ตตฺถ อริยปฺปเวทิโต ธมฺโม นาม สมถวิปสฺสนาธมฺโม. เอโกปิ หิ พุทฺโธ สมถวิปสฺสนาธมฺมํ อเทเสตฺวา ปรินิพฺพุโต นาม นตฺถิ. ตสฺมา เอตสฺมึ ธมฺเม จ เย อริยปฺปเวทิเตรตา นิรตา อปฺปมตฺตา สาตจฺจานุโยคิโน, อนุตฺตรา เต วจสา มนสา กมฺมุนา จ, เต จตุพฺพิเธน วจีสุจริเตน ติวิเธน มโนสุจริเตน ติวิเธน กายสุจริเตน จ สมนฺนาคตตฺตา วจสา มนสา กมฺมุนา จ อนุตฺตรา, อวเสสสตฺเตหิ อสมา อคฺคาวิสิฏฺฐา. เอตฺตาวตา สทฺธึ ปุพฺพภาคสีเลน อริยมคฺคสมฺปยุตฺตํ สีลํ ทสฺเสติ. เอวํ ปริสุทฺธสีลา เต สนฺติโสรจฺจสมาธิสณฺฐิตา, สุตสฺส ปญฺญาย จ สารมชฺฌคู, เย อริยปฺปเวทิเต ธมฺเม รตา, เต น เกวลํ วาจาทีหิ อนุตฺตรา โหนฺติ, อปิจ โข ปน สนฺติโสรจฺเจ สมาธิมฺหิ จ สณฺฐิตา หุตฺวา สุตสฺส ปญฺญาย จ สารมชฺฌคู อธิคตา อิจฺเจว เวทิตพฺพา. อาสํสายํ ภูตวจนํ. ตตฺถ สนฺตีติ นิพฺพานํ, โสรจฺจนฺติ สุนฺทเร รตภาเวน ยถาภูตปฏิเวธิกา ปญฺญา, สนฺติยา โสรจฺจนฺติ สนฺติโสรจฺจํ, นิพฺพานารมฺมณาย มคฺคปญฺญาเยตํ อธิวจนํ. สมาธีติ ตํสมฺปยุตฺโตว มคฺคสมาธิ. สณฺฐิตาติ ตทุภเย ปติฏฺฐิตา. สุตปญฺญานํ สารํ นาม อรหตฺตผลวิมุตฺติ. วิมุตฺติสารญฺหิ อิทํ พฺรหฺมจริยํ.
เอวเมตฺถ ภควา ธมฺเมน ปุพฺพภาคปฏิปทํ, ‘‘อนุตฺตรา วจสา’’ติอาทีหิ สีลกฺขนฺธํ, สนฺติโสรจฺจสมาธีหิ ปญฺญากฺขนฺธสมาธิกฺขนฺเธติ ตีหิปิ อิเมหิ ขนฺเธหิ อปรภาคปฏิปทญฺจ ทสฺเสตฺวา สุตปญฺญาสาเรน อกุปฺปวิมุตฺตึ ทสฺเสนฺโต อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ สมาเปสิ. เทสนาปริโยสาเน จ โส ภิกฺขุ โสตาปตฺติผลํ ปตฺวา ปุน น จิรสฺเสว อคฺคผเล อรหตฺเต ปติฏฺฐาสีติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย กึสีลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.