๑๐. อุฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา
๓๓๔. อุฏฺฐหถาติ อุฏฺฐานสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต รตฺตึ เชตวนวิหาเร วสิตฺวา ปุพฺพณฺหสมยํ ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปาจีนทฺวาเรน นครา นิกฺขมิตฺวา มิคารมาตุปาสาทํ อคมาสิ ทิวาวิหารตฺถาย. อาจิณฺณํ กิเรตํ ภควโต รตฺตึ เชตวนวิหาเร วสิตฺวา มิคารมาตุปาสาเท ทิวาวิหารูปคมนํ, รตฺติญฺจ มิคารมาตุปาสาเท วสิตฺวา เชตวเน ทิวาวิหารูปคมนํ. กสฺมา? ทฺวินฺนํ กุลานํ อนุคฺคหตฺถาย มหาปริจฺจาคคุณปริทีปนตฺถาย จ. มิคารมาตุปาสาทสฺส จ เหฏฺฐา ปญฺจ กูฏาคารคพฺภสตานิ โหนฺติ, เยสุ ปญฺจสตา ภิกฺขู วสนฺติ. ตตฺถ ยทา ภควา เหฏฺฐาปาสาเท วสติ, ตทา ภิกฺขู ภควโต คารเวน อุปริปาสาทํ นารุหนฺติ. ตํ ทิวสํ ปน ภควา อุปริปาสาเท กูฏาคารคพฺภํ ปาวิสิ, เตน เหฏฺฐาปาสาเท ปญฺจปิ คพฺภสตานิ ปญฺจสตา ภิกฺขู ปวิสึสุ. เต จ สพฺเพว นวา โหนฺติ อธุนาคตา อิมํ ธมฺมวินยํ อุทฺธตา อุนฺนฬา ปากตินฺทฺริยา. เต ปวิสิตฺวา ทิวาเสยฺยํ สุปิตฺวา สายํ อุฏฺฐาย มหาตเล สนฺนิปติตฺวา ‘‘อชฺช ภตฺตคฺเค ตุยฺหํ กึ อโหสิ, ตฺวํ กตฺถ อคมาสิ, อหํ อาวุโส โกสลรญฺโญ ฆรํ, อหํ อนาถปิณฺฑิกสฺส, ตตฺถ เอวรูโป จ เอวรูโป จ โภชนวิธิ อโหสี’’ติ นานปฺปการํ อามิสกถํ กเถนฺตา อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทา อเหสุํ.
ภควา ตํ สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อิเม มยา สทฺธึ วสนฺตาปิ เอวํ ปมตฺตา, อโห อยุตฺตการิโน’’ติ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส อาคมนํ จินฺเตสิ. ตาวเทว อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ภควโต จิตฺตํ ญตฺวา อิทฺธิยา อาคมฺม ปาทมูเล วนฺทมาโนเยว อโหสิ. ตโต นํ ภควา อามนฺเตสิ – ‘‘เอเต เต, โมคฺคลฺลาน, สพฺรหฺมจาริโน ปมตฺตา, สาธุ เน สํเวเชหี’’ติ. ‘‘เอวํ ภนฺเต’’ติ โข โส อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา ตาวเทว อาโปกสิณํ สมาปชฺชิตฺวา กรีสภูมิยํ ฐิตํ มหาปาสาทํ นาวํ วิย มหาวาโต ปาทงฺคุฏฺฐเกน กมฺเปสิ สทฺธึ ปติฏฺฐิตปถวิปฺปเทเสน. อถ เต ภิกฺขู ภีตา วิสฺสรํ กโรนฺตา สกสกจีวรานิ ฉฑฺเฑตฺวา จตูหิ ทฺวาเรหิ นิกฺขมึสุ. ภควา เตสํ อตฺตานํ ทสฺเสนฺโต อญฺเญน ทฺวาเรน คนฺธกุฏึ ปวิสนฺโต วิย อโหสิ, เต ภควนฺตํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐํสุ. ภควา ‘‘กึ, ภิกฺขเว, ภีตตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ, เต ‘‘อยํ, ภนฺเต, มิคารมาตุปาสาโท กมฺปิโต’’ติ อาหํสุ. ‘‘ชานาถ, ภิกฺขเว, เกนา’’ติ? ‘‘น ชานาม, ภนฺเต’’ติ. อถ ภควา ‘‘ตุมฺหาทิสานํ, ภิกฺขเว, มุฏฺฐสฺสตีนํ อสมฺปชานานํ ปมาทวิหารีนํ สํเวคชนนตฺถํ โมคฺคลฺลาเนน กมฺปิโต’’ติ วตฺวา เตสํ ภิกฺขูนํ ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ สุตฺตมภาสิ.
ตตฺถ อุฏฺฐหถาติ อาสนา อุฏฺฐหถ ฆฏถ วายมถ, มา กุสีตา โหถ. นิสีทถาติ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา กมฺมฏฺฐานานุโยคตฺถาย นิสีทถ. โก อตฺโถ สุปิเตน โวติ โก ตุมฺหากํ อนุปาทาปรินิพฺพานตฺถาย ปพฺพชิตานํ สุปิเตน อตฺโถ. น หิ สกฺกา สุปนฺเตน โกจิ อตฺโถ ปาปุณิตุํ. อาตุรานญฺหิ กา นิทฺทา, สลฺลวิทฺธาน รุปฺปตนฺติ ยตฺร จ นาม อปฺปเกปิ สรีรปฺปเทเส อุฏฺฐิเตน จกฺขุโรคาทินา โรเคน อาตุรานํ เอกทฺวงฺคุลมตฺตมฺปิ ปวิฏฺเฐน อยสลฺลอฏฺฐิสลฺลทนฺตสลฺลวิสาณสลฺลกฏฺฐสลฺลานํ อญฺญตเรน สลฺเลน รุปฺปมานานํ มนุสฺสานํ นิทฺทา นตฺถิ, ตตฺถ ตุมฺหากํ สกลจิตฺตสรีรสนฺตานํ ภญฺชิตฺวา อุปฺปนฺเนหิ นานปฺปการกิเลสโรเคหิ อาตุรานญฺหิ กา นิทฺทา ราคสลฺลาทีหิ จ ปญฺจหิ สลฺเลหิ อนฺโตหทยํ ปวิสิย วิทฺธตฺตา สลฺลวิทฺธานํ รุปฺปตํ.
๓๓๕. เอวํ วตฺวา ปุน ภควา ภิยฺโยโสมตฺตาย เต ภิกฺขู อุสฺสาเหนฺโต สํเวเชนฺโต จ อาห – ‘‘อุฏฺฐหถ…เป… วสานุเค’’ติ. ตตฺรายํ สาธิปฺปายโยชนา อตฺถวณฺณนา – เอวํ กิเลสสลฺลวิทฺธานญฺหิ โว, ภิกฺขเว, กาโล ปพุชฺฌิตุํ. กึ การณํ? มณฺฑเปยฺยมิทํ, ภิกฺขเว, พฺรหฺมจริยํ, สตฺถา สมฺมุขีภูโต, อิโต ปุพฺเพ ปน โว ทีฆรตฺตํ สุตฺตํ, คิรีสุ สุตฺตํ, นทีสุ สุตฺตํ, สเมสุ สุตฺตํ, วิสเมสุ สุตฺตํ, รุกฺขคฺเคสุปิ สุตฺตํ อทสฺสนา อริยสจฺจานํ, ตสฺมา ตสฺสา นิทฺทาย อนฺตกิริยตฺถํ อุฏฺฐหถ นิสีทถ ทฬฺหํ สิกฺขถ สนฺติยา.
ตตฺถ ปุริมปาทสฺสตฺโถ วุตฺตนโย เอว. ทุติยปาเท ปน สนฺตีติ ติสฺโส สนฺติโย – อจฺจนฺตสนฺติ, ตทงฺคสนฺติ, สมฺมุติสนฺตีติ, นิพฺพานวิปสฺสนาทิฏฺฐิคตานเมตํ อธิวจนํ. อิธ ปน อจฺจนฺตสนฺติ นิพฺพานมธิปฺเปตํ, ตสฺมา นิพฺพานตฺถํ ทฬฺหํ สิกฺขถ, อสิถิลปรกฺกมา หุตฺวา สิกฺขถาติ วุตฺตํ โหติ. กึ การณํ? มา โว ปมตฺเต วิญฺญาย, มจฺจุราชา อโมหยิตฺถ วสานุเค, มา ตุเมฺห ‘‘ปมตฺตา เอเต’’ติ เอวํ ญตฺวา มจฺจุราชปริยายนาโม มาโร วสานุเค อโมหยิตฺถ, ยถา ตสฺส วสํ คจฺฉถ, เอวํ วสานุเค กโรนฺโต มา อโมหยิตฺถาติ วุตฺตํ โหติ.
๓๓๖. ยโต ตสฺส วสํ อนุปคจฺฉนฺตา ยาย เทวา มนุสฺสา จ…เป… สมปฺปิตา, ยาย เทวา จ มนุสฺสา จ อตฺถิกา รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพตฺถิกา, ตํ รูปาทึ สิตา นิสฺสิตา อลฺลีนา หุตฺวา ติฏฺฐนฺติ, ตรถ สมติกฺกมถ เอตํ นานปฺปกาเรสุ วิสเยสุ วิสฏวิตฺถิณฺณวิสาลตฺตา วิสตฺติกํ ภวโภคตณฺหํ. ขโณ โว มา อุปจฺจคา, อยํ ตุมฺหากํ สมณธมฺมกรณกฺขโณ มา อติกฺกมิ. เยสญฺหิ อยเมวรูโป ขโณ อติกฺกมติ, เย จ อิมํ ขณํ อติกฺกมนฺติ, เต ขณาตีตา หิ โสจนฺติ นิรยมฺหิ สมปฺปิตา, นิรสฺสาทฏฺเฐน นิรยสญฺญิเต จตุพฺพิเธปิ อปาเย ปติฏฺฐิตา ‘‘อกตํ วต โน กลฺยาณ’’นฺติอาทินา นเยน โสจนฺติ.
๓๓๗. เอวํ ภควา เต ภิกฺขู อุสฺสาเหตฺวา สํเวเชตฺวา จ อิทานิ เตสํ ตํ ปมาทวิหารํ วิครหิตฺวา สพฺเพว เต อปฺปมาเท นิโยเชนฺโต ‘‘ปมาโท รโช’’ติ อิมํ คาถมาห. ตตฺถ ปมาโทติ สงฺเขปโต สติวิปฺปวาโส, โส จิตฺตมลินฏฺเฐน รโช. ตํ ปมาทมนุปติโต ปมาทานุปติโต, ปมาทานุปติตตฺตา อปราปรุปฺปนฺโน ปมาโท เอว, โสปิ รโช. น หิ กทาจิ ปมาโท นาม อรโช อตฺถิ. เตน กึ ทีเปติ? มา ตุเมฺห ‘‘ทหรา ตาว มยํ ปจฺฉา ชานิสฺสามา’’ติ วิสฺสาสมาปชฺชิตฺถ. ทหรกาเลปิ หิ ปมาโท รโช, มชฺฌิมกาเลปิ เถรกาเลปิ ปมาทานุปติตตฺตา มหารโช สงฺการกูโฏ เอว โหติ, ยถา ฆเร เอกเทฺวทิวสิโก รโช รโช เอว, วฑฺฒมาโน ปน คณวสฺสิโก สงฺการกูโฏ เอว โหติ. เอวํ สนฺเตปิ ปน ปฐมวเย พุทฺธวจนํ ปริยาปุณิตฺวา อิตรวเยสุ สมณธมฺมํ กโรนฺโต, ปฐมวเย วา ปริยาปุณิตฺวา มชฺฌิมวเย สุณิตฺวา ปจฺฉิมวเย สมณธมฺมํ กโรนฺโตปิ ภิกฺขุ ปมาทวิหารี น โหติ อปฺปมาทานุโลมปฏิปทํ ปฏิปนฺนตฺตา. โย ปน สพฺพวเยสุ ปมาทวิหารี ทิวาเสยฺยํ อามิสกถญฺจ อนุยุตฺโต, เสยฺยถาปิ ตุเมฺห, ตสฺเสว โส ปฐมวเย ปมาโท รโช, อิตรวเยสุ ปมาทานุปติโต มหาปมาโท จ มหารโช เอวาติ.
เอวํ เตสํ ปมาทวิหารํ วิครหิตฺวา อปฺปมาเท นิโยเชนฺโต อาห – ‘‘อปฺปมาเทน วิชฺชาย, อพฺพเห สลฺลมตฺตโน’’ติ, ตสฺสตฺโถ – ยสฺมา เอวเมโส สพฺพทาปิ ปมาโท รโช, ตสฺมา สติอวิปฺปวาสสงฺขาเตน อปฺปมาเทน อาสวานํ ขยญาณสงฺขาตาย จ วิชฺชาย ปณฺฑิโต กุลปุตฺโต อุทฺธเร อตฺตโน หทยนิสฺสิตํ ราคาทิปญฺจวิธํ สลฺลนฺติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ สมาเปสิ. เทสนาปริโยสาเน สํเวคมาปชฺชิตฺวา ตเมว ธมฺมเทสนํ มนสิ กริตฺวา ปจฺจเวกฺขมานา วิปสฺสนํ อารภิตฺวา ปญฺจสตาปิ เต ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสูติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย อุฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.