๘. ธมฺมสุตฺต-(นาวาสุตฺต)-วณฺณนา
๓๑๙. ยสฺมา หิ ธมฺมนฺติ ธมฺมสุตฺตํ, ‘‘นาวาสุตฺต’’นฺติปิ วุจฺจติ. กา อุปฺปตฺติ? อิทํ สุตฺตํ อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตตฺเถรํ อารพฺภ วุตฺตํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ อุปฺปตฺติโต ปภุติ เวทิตพฺโพ. เสยฺยถิทํ – อนุปฺปนฺเน กิร ภควติ เทฺว อคฺคสาวกา เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ กปฺปสตสหสฺสญฺจ ปารมิโย ปูเรตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺตา. เตสํ ปฐโม จวิตฺวา ราชคหสฺส อวิทูเร อุปติสฺสคาโม นาม พฺราหฺมณานํ โภคคาโม อตฺถิ, ตตฺถ สฏฺฐิอธิกปญฺจโกฏิสตธนวิภวสฺส คามสามิโน พฺราหฺมณสฺส รูปสารี นาม พฺราหฺมณี, ตสฺสา กุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธึ อคฺคเหสิ. ทุติโย ตสฺเสวาวิทูเร โกลิตคาโม นาม พฺราหฺมณานํ โภคคาโม อตฺถิ. ตตฺถ ตถารูปวิภวสฺเสว คามสามิโน พฺราหฺมณสฺส โมคฺคลฺลานี นาม พฺราหฺมณี, ตสฺสา กุจฺฉิยํ ตํ ทิวสเมว ปฏิสนฺธึ อคฺคเหสิ. เอวํ เตสํ เอกทิวสเมว ปฏิสนฺธิคฺคหณญฺจ คพฺภวุฏฺฐานญฺจ อโหสิ. เอกทิวเสเยว จ เนสํ เอกสฺส อุปติสฺสคาเม ชาตตฺตา อุปติสฺโส, เอกสฺส โกลิตคาเม ชาตตฺตา โกลิโตติ นามมกํสุ.
เต สหปํสุํ กีฬนฺตา สหายกา อนุปุพฺเพน วุฑฺฒึ ปาปุณึสุ, เอกเมกสฺส จ ปญฺจปญฺจมาณวกสตานิ ปริวารา อเหสุํ. เต อุยฺยานํ วา นทีติตฺถํ วา คจฺฉนฺตา สปริวาราเยว คจฺฉนฺติ. เอโก ปญฺจหิ สุวณฺณสิวิกาสเตหิ, ทุติโย ปญฺจหิ อาชญฺญรถสเตหิ. ตทา จ ราชคเห กาลานุกาลํ คิรคฺคสมชฺโช นาม โหติ. สายนฺหสมเย นครเวมชฺเฌ ยตฺถ สกลองฺคมคธวาสิโน อภิญฺญาตา ขตฺติยกุมาราทโย สนฺนิปติตฺวา สุปญฺญตฺเตสุ มญฺจปีฐาทีสุ นิสินฺนา สมชฺชวิภูตึ ปสฺสนฺติ. อถ เต สหายกา เตน ปริวาเรน สทฺธึ ตตฺถ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเนสุ นิสีทึสุ. ตโต อุปติสฺโส สมชฺชวิภูตึ ปสฺสนฺโต มหาชนกายํ สนฺนิปติตํ ทิสฺวา ‘‘เอตฺตโก ชนกาโย วสฺสสตํ อปฺปตฺวาว มริสฺสตี’’ติ จินฺเตสิ. ตสฺส มรณํ อาคนฺตฺวา นลาฏนฺเต ปติฏฺฐิตํ วิย อโหสิ, ตถา โกลิตสฺส. เตสํ อเนกปฺปกาเรสุ นเฏสุ นจฺจนฺเตสุ ทสฺสนมตฺเตปิ จิตฺตํ น นมิ, อญฺญทตฺถุ สํเวโคเยว อุทปาทิ.
อถ วุฏฺฐิเต สมชฺเช ปกฺกนฺตาย ปริสาย สกปริวาเรน ปกฺกนฺเตสุ เตสุ สหาเยสุ โกลิโต อุปติสฺสํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ, สมฺม, นาฏกาทิทสฺสเนน ตว ปโมทนมตฺตมฺปิ นาโหสี’’ติ? โส ตสฺส ตํ ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา ตมฺปิ ตเถว ปฏิปุจฺฉิ. โสปิ ตสฺส อตฺตโน ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา ‘‘เอหิ, สมฺม, ปพฺพชิตฺวา อมตํ คเวสามา’’ติ อาห. ‘‘สาธุ สมฺมา’’ติ อุปติสฺโส ตํ สมฺปฏิจฺฉิ. ตโต เทฺวปิ ชนา ตํ สมฺปตฺตึ ฉฑฺเฑตฺวา ปุนเทว ราชคหมนุปฺปตฺตา. เตน จ สมเยน ราชคเห สญฺจโย นาม ปริพฺพาชโก ปฏิวสติ. เต ตสฺส สนฺติเก ปญฺจหิ มาณวกสเตหิ สทฺธึ ปพฺพชิตฺวา กติปาเหเนว ตโย เวเท สพฺพญฺจ ปริพฺพาชกสมยํ อุคฺคเหสุํ. เต เตสํ สตฺถานํ อาทิมชฺฌปริโยสานํ อุปปริกฺขนฺตา ปริโยสานํ อทิสฺวา อาจริยํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘อิเมสํ สตฺถานํ อาทิมชฺฌํ ทิสฺสติ, ปริโยสานํ ปน น ทิสฺสติ ‘อิทํ นาม อิเมหิ สตฺเถหิ ปาปุเณยฺยาติ, ยโต อุตฺตริ ปาปุณิตพฺพํ นตฺถี’’’ติ. โสปิ อาห – ‘‘อหมฺปิ เตสํ ตถาวิธํ ปริโยสานํ น ปสฺสามี’’ติ. เต อาหํสุ – ‘‘เตน หิ มยํ อิเมสํ ปริโยสานํ คเวสามา’’ติ. เต อาจริโย ‘‘ยถาสุขํ คเวสถา’’ติ อาห. เอวํ เต เตน อนุญฺญาตา อมตํ คเวสมานา อาหิณฺฑนฺตา ชมฺพุทีเป ปากฏา อเหสุํ. เตหิ ขตฺติยปณฺฑิตาทโย ปญฺหํ ปุฏฺฐา อุตฺตรุตฺตรึ น สมฺปายนฺติ. ‘‘อุปติสฺโส โกลิโต’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘เก เอเต, น โข มยํ ชานามา’’ติ ภณนฺตา นตฺถิ, เอวํ วิสฺสุตา อเหสุํ.
เอวํ เตสุ อมตปริเยสนํ จรมาเนสุ อมฺหากํ ภควา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน ราชคหมนุปฺปตฺโต. เต จ ปริพฺพาชกา สกลชมฺพุทีปํ จริตฺวา ติฏฺฐตุ อมตํ, อนฺตมโส ปริโยสานปญฺหวิสฺสชฺชนมตฺตมฺปิ อลภนฺตา ปุนเทว ราชคหํ อคมํสุ. อถ โข อายสฺมา อสฺสชิ ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวาติ ยาว เตสํ ปพฺพชฺชา, ตาว สพฺพํ ปพฺพชฺชากฺขนฺธเก (มหาว. ๖๐) อาคตนเยเนว วิตฺถารโต ทฏฺฐพฺพํ.
เอวํ ปพฺพชิเตสุ เตสุ ทฺวีสุ สหายเกสุ อายสฺมา สาริปุตฺโต อฑฺฒมาเสน สาวกปารมีญาณํ สจฺฉากาสิ. โส ยทา อสฺสชิตฺเถเรน สทฺธึ เอกวิหาเร วสติ, ตทา ภควโต อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา อนนฺตรํ เถรสฺส อุปฏฺฐานํ คจฺฉติ ‘‘ปุพฺพาจริโย เม อยมายสฺมา, เอตมหํ นิสฺสาย ภควโต สาสนํ อญฺญาสิ’’นฺติ คารเวน. ยทา ปน อสฺสชิตฺเถเรน สทฺธึ เอกวิหาเร น วสติ, ตทา ยสฺสํ ทิสายํ เถโร วสติ, ตํ ทิสํ โอโลเกตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห นมสฺสติ. ตํ ทิสฺวา เกจิ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘สาริปุตฺโต อคฺคสาวโก หุตฺวา ทิสํ นมสฺสติ, อชฺชาปิ มญฺเญ พฺราหฺมณทิฏฺฐิ อปฺปหีนา’’ติ. อถ ภควา ทิพฺพาย โสตธาตุยา ตํ กถาสลฺลาปํ สุตฺวา ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสินฺนํเยว อตฺตานํ ทสฺเสนฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ? เต ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขึสุ. ตโต ภควา ‘‘น, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต ทิสํ นมสฺสติ, ยํ นิสฺสาย สาสนํ อญฺญาสิ, ตํ อตฺตโน อาจริยํ วนฺทติ นมสฺสติ สมฺมาเนติ, อาจริยปูชโก, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต’’ติ วตฺวา ตตฺถ สนฺนิปติตานํ ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ สุตฺตมภาสิ.
ตตฺถ ยสฺมา หิ ธมฺมํ ปุริโส วิชญฺญาติ ยโต ปุคฺคลา ปิฏกตฺตยปฺปเภทํ ปริยตฺติธมฺมํ วา, ปริยตฺตึ สุตฺวา อธิคนฺตพฺพํ นวโลกุตฺตรปฺปเภทํ ปฏิเวธธมฺมํ วา ปุริโส วิชญฺญา ชาเนยฺย เวเทยฺย. ‘‘ยสฺสา’’ติปิ ปาโฐ, โส เอวตฺโถ. อินฺทํว นํ เทวตา ปูชเยยฺยาติ ยถา สกฺกํ เทวานมินฺทํ ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวตา ปูเชนฺติ, เอวํ โส ปุคฺคโล ตํ ปุคฺคลํ กาลสฺเสว วุฏฺฐาย อุปาหนโอมุญฺจนาทึ สพฺพํ วตฺตปฏิวตฺตํ กโรนฺโต ปูเชยฺย สกฺกเรยฺย ครุกเรยฺย. กึ การณํ? โส ปูชิโต…เป… ปาตุกโรติ ธมฺมํ, โส อาจริโย เอวํ ปูชิโต ตสฺมึ อนฺเตวาสิมฺหิ ปสนฺนจิตฺโต ปริยตฺติปฏิเวธวเสน พหุสฺสุโต เทสนาวเสเนว ปริยตฺติธมฺมญฺจ, เทสนํ สุตฺวา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปตฺติยา อธิคนฺตพฺพํ ปฏิเวธธมฺมญฺจ ปาตุกโรติ เทเสติ, เทสนาย วา ปริยตฺติธมฺมํ, อุปมาวเสน อตฺตนา อธิคตปฏิเวธธมฺมํ ปาตุกโรติ.
๓๒๐. ตทฏฺฐิกตฺวาน นิสมฺม ธีโรติ เอวํ ปสนฺเนน อาจริเยน ปาตุกตํ ธมฺมํ อฏฺฐิกตฺวาน สุณิตฺวา อุปธารณสมตฺถตาย ธีโร ปุริโส. ธมฺมานุธมฺมํ ปฏิปชฺชมาโนติ โลกุตฺตรธมฺมสฺส อนุโลมตฺตา อนุธมฺมภูตํ วิปสฺสนํ ภาวยมาโน. วิญฺญู วิภาวี นิปุโณ จ โหตีติ วิญฺญุตาสงฺขาตาย ปญฺญาย อธิคเมน วิญฺญู, วิภาเวตฺวา ปเรสมฺปิ ปากฏํ กตฺวา ญาปนสมตฺถตาย วิภาวี, ปรมสุขุมตฺถปฏิเวธตาย นิปุโณ จ โหติ. โย ตาทิสํ ภชติ อปฺปมตฺโตติ โย ตาทิสํ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการํ พหุสฺสุตํ อปฺปมตฺโต ตปฺปสาทนปโร หุตฺวา ภชติ.
๓๒๑. เอวํ ปณฺฑิตาจริยเสวนํ ปสํสิตฺวา อิทานิ พาลาจริยเสวนํ นินฺทนฺโต ‘‘ขุทฺทญฺจ พาล’’นฺติ อิมํ คาถมาห. ตตฺถ ขุทฺทนฺติ ขุทฺเทน กายกมฺมาทินา สมนฺนาคตํ, ปญฺญาภาวโต พาลํ. อนาคตตฺถนฺติ อนธิคตปริยตฺติปฏิเวธตฺถํ. อุสูยกนฺติ อิสฺสามนกตาย อนฺเตวาสิกสฺส วุฑฺฒึ อสหมานํ. เสสเมตฺถ ปากฏเมว ปทโต. อธิปฺปายโต ปน โย พหุจีวราทิลาภี อาจริโย อนฺเตวาสิกานํ จีวราทีนิ น สกฺโกติ ทาตุํ, ธมฺมทาเน ปน อนิจฺจทุกฺขานตฺตวจนมตฺตมฺปิ น สกฺโกติ. เอเตหิ ขุทฺทตาทิธมฺเมหิ สมนฺนาคตตฺตา ตํ ขุทฺทํ พาลํ อนาคตตฺถํ อุสูยกํ อาจริยํ อุปเสวมาโน ‘‘ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคนา’’ติ (อิติวุ. ๗๖; ชา. ๑.๑๕.๑๘๓) วุตฺตนเยน สยมฺปิ พาโล โหติ. ตสฺมา อิธ สาสเน กิญฺจิ อปฺปมตฺตกมฺปิ ปริยตฺติธมฺมํ ปฏิเวธธมฺมํ วา อวิภาวยิตฺวา จ อวิชานิตฺวา จ ยสฺส ธมฺเมสุ กงฺขา, ตํ อตริตฺวา มรณํ อุเปตีติ เอวมสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๓๒๒-๓. อิทานิ ตสฺเสวตฺถสฺส ปากฏกรณตฺถํ ‘‘ยถา นโร’’ติ คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ อาปคนฺติ นทึ. มโหทกนฺติ พหุอุทกํ. สลิลนฺติ อิโต จิโต จ คตํ, วิตฺถิณฺณนฺติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘สริต’’นฺติปิ ปาโฐ, โส เอวตฺโถ. สีฆโสตนฺติ หารหาริกํ, เวควตินฺติ วุตฺตํ โหติ. กึ โสติ เอตฺถ ‘‘โส วุยฺหมาโน’’ติ อิมินา จ โสกาเรน ตสฺส นรสฺส นิทฺทิฏฺฐตฺตา นิปาตมตฺโต โสกาโร. กึ สูติ วุตฺตํ โหติ ยถา ‘‘น ภวิสฺสามิ นาม โส, วินสฺสิสฺสามิ นาม โส’’ติ. ธมฺมนฺติ ปุพฺเพ วุตฺตํ ทุวิธเมว. อนิสามยตฺถนฺติ อนิสาเมตฺวา อตฺถํ. เสสเมตฺถ ปากฏเมว ปทโต.
อธิปฺปายโต ปน ยถา โย โกจิเทว นโร วุตฺตปฺปการํ นทึ โอตริตฺวา ตาย นทิยา วุยฺหมาโน อนุโสตคามี โสตเมว อนุคจฺฉนฺโต ปเร ปารตฺถิเก กึ สกฺขติ ปารํ เนตุํ. ‘‘สกฺกตี’’ติปิ ปาโฐ. ตเถว ทุวิธมฺปิ ธมฺมํ อตฺตโน ปญฺญาย อวิภาวยิตฺวา พหุสฺสุตานญฺจ สนฺติเก อตฺถํ อนิสาเมตฺวา สยํ อวิภาวิตตฺตา อชานนฺโต อนิสามิตตฺตา จ อวิติณฺณกงฺโข ปเร กึ สกฺขติ นิชฺฌาเปตุํ เปกฺขาเปตุนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘โส วต, จุนฺท, อตฺตนา ปลิปปลิปนฺโน’’ติอาทิกญฺเจตฺถ (ม. นิ. ๑.๘๗) สุตฺตปทํ อนุสฺสริตพฺพํ.
๓๒๔-๕. เอวํ พาลเสวนาย พาลสฺส ปรํ นิชฺฌาเปตุํ อสมตฺถตาย ปากฏกรณตฺถํ อุปมํ วตฺวา อิทานิ ‘‘โย ตาทิสํ ภชติ อปฺปมตฺโต’’ติ เอตฺถ วุตฺตสฺส ปณฺฑิตสฺส ปเร นิชฺฌาเปตุํ สมตฺถตาย ปากฏกรณตฺถํ ‘‘ยถาปิ นาว’’นฺติ คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ ผิเยนาติ ทพฺพิปทเรน. ริตฺเตนาติ เวฬุทณฺเฑน. ตตฺถาติ ตสฺสํ นาวายํ. ตตฺรูปยญฺญูติ ตสฺสา นาวาย อาหรณปฏิหรณาทิอุปายชานเนน มคฺคปฏิปาทเนน อุปายญฺญู. สิกฺขิตสิกฺขตาย สุกุสลหตฺถตาย จ กุสโล. อุปฺปนฺนุปทฺทวปฏิการสมตฺถตาย มุตีมา. เวทคูติ เวทสงฺขาเตหิ จตูหิ มคฺคญาเณหิ คโต. ภาวิตตฺโตติ ตาเยว มคฺคภาวนาย ภาวิตจิตฺโต. พหุสฺสุโตติ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว. อเวธธมฺโมติ อฏฺฐหิ โลกธมฺเมหิ อกมฺปนิยสภาโว. โสตาวธานูปนิสูปปนฺเนติ โสตโอทหเนน จ มคฺคผลานํ อุปนิสฺสเยน จ อุปปนฺเน. เสสํ อุตฺตานปทตฺถเมว. อธิปฺปายโยชนาปิ สกฺกา ปุริมนเยเนว ชานิตุนฺติ น วิตฺถาริตา.
๓๒๖. เอวํ ปณฺฑิตสฺส ปเร นิชฺฌาเปตุํ สมตฺถภาวปากฏกรณตฺถํ อุปมํ วตฺวา ตสฺสา ปณฺฑิตเสวนาย นิโยเชนฺโต ‘‘ตสฺมา หเว’’ติ อิมํ อวสานคาถมาห. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ยสฺมา อุปนิสฺสยสมฺปนฺนา ปณฺฑิตเสวเนน วิเสสํ ปาปุณนฺติ, ตสฺมา หเว สปฺปุริสํ ภเชถ. กีทิสํ สปฺปุริสํ ภเชถ? เมธาวินญฺเจว พหุสฺสุตญฺจ, ปญฺญาสมฺปตฺติยา จ เมธาวินํ วุตฺตปฺปการสุตทฺวเยน จ พหุสฺสุตํ. ตาทิสญฺหิ ภชมาโน เตน ภาสิตสฺส ธมฺมสฺส อญฺญาย อตฺถํ เอวํ ญตฺวา จ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาโน ตาย ปฏิปตฺติยา ปฏิเวธวเสน วิญฺญาตธมฺโม โส มคฺคผลนิพฺพานปฺปเภทํ โลกุตฺตรสุขํ ลเภถ อธิคจฺเฉยฺย ปาปุเณยฺยาติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ สมาเปสีติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ธมฺมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.