๕. สูจิโลมสุตฺตวณฺณนา

เอวํ เม สุตนฺติ สูจิโลมสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อตฺถวณฺณนานเยเนวสฺส อุปฺปตฺติ อาวิ ภวิสฺสติ. อตฺถวณฺณนายญฺจ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิ วุตฺตตฺถเมว. คยายํ วิหรติ ฏงฺกิตมญฺเจ สูจิโลมสฺส ยกฺขสฺส ภวเนติ เอตฺถ ปน กา คยา, โก ฏงฺกิตมญฺโจ, กสฺมา จ ภควา ตสฺส ยกฺขสฺส ภวเน วิหรตีติ? วุจฺจเต – คยาติ คาโมปิ ติตฺถมฺปิ วุจฺจติ, ตทุภยมฺปิ อิธ วฏฺฏติ. คยาคามสฺส หิ อวิทูเร เทเส วิหรนฺโตปิ ‘‘คยายํ วิหรตี’’ติ วุจฺจติ, ตสฺส จ คามสฺส สมีเป อวิทูเร ทฺวารสนฺติเก โส ฏงฺกิตมญฺโจ. คยาติตฺเถ วิหรนฺโตปิ ‘‘คยายํ วิหรตี’’ติ วุจฺจติ, คยาติตฺเถ จ โส ฏงฺกิตมญฺโจ. ฏงฺกิตมญฺโจติ จตุนฺนํ ปาสาณานํ อุปริ วิตฺถตํ ปาสาณํ อาโรเปตฺวา กโต ปาสาณมญฺโจ. ตํ นิสฺสาย ยกฺขสฺส ภวนํ อาฬวกสฺส ภวนํ วิย. ยสฺมา วา ปน ภควา ตํ ทิวสํ ปจฺจูสสมเย มหากรุณาสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต สูจิโลมสฺส จ ขรโลมสฺส จาติ ทฺวินฺนมฺปิ ยกฺขานํ โสตาปตฺติผลูปนิสฺสยํ อทฺทส, ตสฺมา ปตฺตจีวรํ อาทาย อนฺโตอรุเณเยว นานาทิสาหิ สนฺนิปติตสฺส ชนสฺส เขฬสิงฺฆาณิกาทินานปฺปการาสุจินิสฺสนฺทกิลินฺนภูมิภาคมฺปิ ตํ ติตฺถปฺปเทสํ อาคนฺตฺวา ตสฺมึ ฏงฺกิตมญฺเจ นิสีทิ สูจิโลมสฺส ยกฺขสฺส ภวเน. เตน วุตฺตํ ‘‘เอกํ สมยํ ภควา คยายํ วิหรติ ฏงฺกิตมญฺเจ สูจิโลมสฺส ยกฺขสฺส ภวเน’’ติ.

เตน โข ปน สมเยนาติ ยํ สมยํ ภควา ตตฺถ วิหรติ, เตน สมเยน. ขโร จ ยกฺโข สูจิโลโม จ ยกฺโข ภควโต อวิทูเร อติกฺกมนฺตีติ. เก เต ยกฺขา, กสฺมา จ อติกฺกมนฺตีติ? วุจฺจเต – เตสุ ตาว เอโก อตีเต สงฺฆสฺส เตลํ อนาปุจฺฉา คเหตฺวา อตฺตโน สรีรํ มกฺเขสิ. โส เตน กมฺเมน นิรเย ปจฺจิตฺวา คยาโปกฺขรณิตีเร ยกฺขโยนิยํ นิพฺพตฺโต. ตสฺเสว จสฺส กมฺมสฺส วิปากาวเสเสน วิรูปานิ องฺคปจฺจงฺคานิ อเหสุํ, อิฏฺฐกจฺฉทนสทิสญฺจ ขรสมฺผสฺสํ จมฺมํ. โส กิร ยทา ปรํ ภึสาเปตุกาโม โหติ, ตทา ฉทนิฏฺฐกสทิสานิ จมฺมกปาลานิ อุกฺขิปิตฺวา ภึสาเปติ. เอวํ โส ขรสมฺผสฺสตฺตา ขโร ยกฺโขเตฺวว นามํ ลภิ.

อิตโร กสฺสปสฺส ภควโต กาเล อุปาสโก หุตฺวา มาสสฺส อฏฺฐ ทิวเส วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณาติ. โส เอกทิวสํ ธมฺมสฺสวเน โฆสิเต สงฺฆารามทฺวาเร อตฺตโน เขตฺตํ เกลายนฺโต อุคฺโฆสนํ สุตฺวา ‘‘สเจ นฺหายามิ, จิรํ ภวิสฺสตี’’ติ กิลิฏฺฐคตฺโตว อุโปสถาคารํ ปวิสิตฺวา มหคฺเฆ ภุมฺมตฺถรเณ อนาทเรน นิปชฺชิตฺวา สุปิ. ภิกฺขุ เอวายํ, น อุปาสโกติ สํยุตฺตภาณกา. โส เตน จ อญฺเญน กมฺเมน จ นิรเย ปจฺจิตฺวา คยาโปกฺขรณิยา ตีเร ยกฺขโยนิยํ นิพฺพตฺโต. โส ตสฺส กมฺมสฺส วิปากาวเสเสน ทุทฺทสิโก อโหสิ, สรีเร จสฺส สูจิสทิสานิ โลมานิ อเหสุํ. โส หิ ภึสาเปตพฺพเก สตฺเต สูจีหิ วิชฺฌนฺโต วิย ภึสาเปติ. เอวํ โส สูจิสทิสโลมตฺตา สูจิโลโม ยกฺโขเตฺวว นามํ ลภิ. เต อตฺตโน โคจรตฺถาย ภวนโต นิกฺขมิตฺวา มุหุตฺตํ คนฺตฺวา คตมคฺเคเนว นิวตฺติตฺวา อิตรํ ทิสาภาคํ คจฺฉนฺตา ภควโต อวิทูเร อติกฺกมนฺติ.

อถ โข ขโรติ กสฺมา เต เอวมาหํสุ? ขโร สมณกปฺปํ ทิสฺวา อาห. สูจิโลโม ปน ‘‘โย ภายติ น โส สมโณ, สมณปฏิรูปกตฺตา ปน สมณโก โหตี’’ติ เอวํลทฺธิโก. ตสฺมา ตาทิสํ ภควนฺตํ มญฺญมาโน ‘‘เนโส สมโณ, สมณโก เอโส’’ติ สหสาว วตฺวาปิ ปุน วีมํสิตุกาโม อาห – ‘‘ยาวาหํ ชานามี’’ติ. ‘‘อถ โข’’ติ เอวํ วตฺวา ตโต. สูจิโลโม ยกฺโขติ อิโต ปภุติ ยาว อปิจ โข เต สมฺผสฺโส ปาปโกติ, ตาว อุตฺตานตฺถเมว เกวลญฺเจตฺถ ภควโต กายนฺติ อตฺตโน กายํ ภควโต อุปนาเมสีติ เอวํ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ.

ตโต อภายนฺตํ ภควนฺตํ ทิสฺวา ‘‘ปญฺหํ ตํ สมณา’’ติอาทิมาห. กึ การณา? โส หิ จินฺเตสิ – ‘‘อิมินาปิ นาม เม เอวํ ขเรน อมนุสฺสสมฺผสฺเสน มนุสฺโส สมาโน อยํ น ภายติ, หนฺทาหํ เอตํ พุทฺธวิสเย ปญฺหํ ปุจฺฉามิ, อทฺธา อยํ ตตฺถ น สมฺปายิสฺสติ, ตโต นํ เอวํ วิเหเฐสฺสามี’’ติ. ภควา ตํ สุตฺวา ‘‘น ขฺวาหํ ตํ อาวุโส’’ติอาทิมาห. ตํ สพฺพํ อาฬวกสุตฺเต วุตฺตนเยเนว สพฺพากาเรหิ เวทิตพฺพํ.

๒๗๓. อถ โข สูจิโลโม ยกฺโข ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ ‘‘ราโค จ โทโส จา’’ติ. ตตฺถ ราคโทสา วุตฺตนยา เอว. กุโตนิทานาติ กึนิทานา กึเหตุกา. กุโตติ ปจฺจตฺตวจนสฺส โต-อาเทโส เวทิตพฺโพ, สมาเส จสฺส โลปาภาโว. อถ วา นิทานาติ ชาตา อุปฺปนฺนาติ อตฺโถ, ตสฺมา กุโตนิทานา, กุโตชาตา, กุโตอุปฺปนฺนาติ วุตฺตํ โหติ. อรตี รตี โลมหํโส กุโตชาติ ยายํ ‘‘ปนฺเตสุ วา เสนาสเนสุ อญฺญตรญฺญตเรสุ วา อธิกุสเลสุ ธมฺเมสุ อรติ อรติตา อนภิรติ อนภิรมณา อุกฺกณฺฐิตา ปริตสฺสิตา’’ติ (วิภ. ๘๕๖) เอวํ วิภตฺตา อรติ, ยา จ ปญฺจสุ กามคุเณสุ รติ, โย จ โลมหํสสมุฏฺฐาปนโต ‘‘โลมหํโส’’เตฺวว สงฺขฺยํ คโต จิตฺตุตฺราโส. อิเม ตโย ธมฺมา กุโตชา กุโตชาตาติ ปุจฺฉติ. กุโต สมุฏฺฐายาติ กุโต อุปฺปชฺชิตฺวา. มโนติ กุสลจิตฺตํ, วิตกฺกาติ อุรคสุตฺเต วุตฺตา นว กามวิตกฺกาทโย. กุมารกา ธงฺกมิโวสฺสชนฺตีติ ยถา คามทารกา กีฬนฺตา กากํ สุตฺเตน ปาเท พนฺธิตฺวา โอสฺสชนฺติ ขิปนฺติ, เอวํ กุสลมนํ อกุสลวิตกฺกา กุโต สมุฏฺฐาย โอสฺสชนฺตีติ ปุจฺฉติ.

๒๗๔. อถสฺส ภควา เต ปเญฺห วิสฺสชฺเชนฺโต ‘‘ราโค จา’’ติ ทุติยคาถมภาสิ. ตตฺถ อิโตติ อตฺตภาวํ สนฺธายาห. อตฺตภาวนิทานา หิ ราคโทสา. อรติรติโลมหํสา จ อตฺตภาวโต ชาตา, กามวิตกฺกาทิอกุสลวิตกฺกา จ อตฺตภาวโตเยว สมุฏฺฐาย กุสลมโน โอสฺสชนฺติ, เตน ตทญฺญํ ปกติอาทิการณํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห – ‘‘อิโตนิทานา อิโตชา อิโต สมุฏฺฐายา’’ติ. สทฺทสิทฺธิ เจตฺถ ปุริมคาถาย วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.

๒๗๕-๖. เอวํ เต ปเญฺห วิสฺสชฺเชตฺวา อิทานิ ยฺวายํ ‘‘อิโตนิทานา’’ติอาทีสุ ‘‘อตฺตภาวนิทานา อตฺตภาวโต ชาตา อตฺตภาวโต สมุฏฺฐายา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต, ตํ สาเธนฺโต อาห – ‘‘เสฺนหชา อตฺตสมฺภูตา’’ติ. เอเต หิ สพฺเพปิ ราคาทโย วิตกฺกปริโยสานา ตณฺหาเสฺนเหน ชาตา, ตถา ชายนฺตา จ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธเภเท อตฺตภาวปริยาเย อตฺตนิ สมฺภูตา. เตนาห – ‘‘เสฺนหชา อตฺตสมฺภูตา’’ติ. อิทานิ ตทตฺถโชติกํ อุปมํ กโรติ ‘‘นิโคฺรธสฺเสว ขนฺธชา’’ติ. ตตฺถ ขนฺเธสุ ชาตา ขนฺธชา, ปาโรหานเมตํ อธิวจนํ. กึ วุตฺตํ โหติ? ยถา นิโคฺรธสฺส ขนฺธชา นาม ปาโรหา อาโปรสสิเนเห สติ ชายนฺติ, ชายนฺตา จ ตสฺมึเยว นิโคฺรเธ เตสุ เตสุ สาขปฺปเภเทสุ สมฺภวนฺติ, เอวเมเตปิ ราคาทโย อชฺฌตฺตตณฺหาเสฺนเห สติ ชายนฺติ, ชายนฺตา จ ตสฺมึเยว อตฺตภาเว เตสุ เตสุ จกฺขาทิเภเทสุ ทฺวารารมฺมณวตฺถูสุ สมฺภวนฺติ. ตสฺมา เวทิตพฺพเมตํ ‘‘อตฺตภาวนิทานา อตฺตภาวชา อตฺตภาวสมุฏฺฐานา จ เอเต’’ติ.

อวเสสทิยฑฺฒคาถาย ปน อยํ สพฺพสงฺคาหิกา อตฺถวณฺณนา – เอวํ อตฺตสมฺภูตา จ เอเต ปุถู วิสตฺตา กาเมสุ. ราโคปิ หิ ปญฺจกามคุณิกาทิวเสน, โทโสปิ อาฆาตวตฺถาทิวเสน, อรติอาทโยปิ ตสฺส ตสฺเสว เภทสฺส วเสนาติ สพฺพถา สพฺเพปิเม กิเลสา ปุถู อเนกปฺปการา หุตฺวา วตฺถุทฺวารารมฺมณาทิวเสน เตสุ เตสุ วตฺถุกาเมสุ ตถา ตถา วิสตฺตา ลคฺคา ลคฺคิตา สํสิพฺพิตฺวา ฐิตา. กิมิว? มาลุวาว วิตตา วเน, ยถา วเน วิตตา มาลุวา เตสุ เตสุ รุกฺขสฺส สาขปสาขาทิเภเทสุ วิสตฺตา โหติ ลคฺคา ลคฺคิตา สํสิพฺพิตฺวา ฐิตา, เอวํ ปุถุปฺปเภเทสุ วตฺถุกาเมสุ วิสตฺตํ กิเลสคณํ เย นํ ปชานนฺติ ยโตนิทานํ, เต นํ วิโนเทนฺติ สุโณหิ ยกฺข.

ตตฺถ ยโตนิทานนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, เตน กึ ทีเปติ? เย สตฺตา นํ กิเลสคณํ ‘‘ยโตนิทานํ อุปฺปชฺชตี’’ติ เอวํ ชานนฺติ, เต นํ ‘‘ตณฺหาเสฺนหเสฺนหิเต อตฺตภาเว อุปฺปชฺชตี’’ติ ญตฺวา ตํ ตณฺหาเสฺนหํ อาทีนวานุปสฺสนาทิภาวนาญาณคฺคินา วิโสเสนฺตา วิโนเทนฺติ ปชหนฺติ พฺยนฺตีกโรนฺติ จ, เอตํ อมฺหากํ สุภาสิตํ สุโณหิ ยกฺขาติ. เอวเมตฺถ อตฺตภาวชานเนน ทุกฺขปริญฺญํ ตณฺหาเสฺนหราคาทิกิเลสคณวิโนทเนน สมุทยปฺปหานญฺจ ทีเปติ.

เย จ นํ วิโนเทนฺติ, เต ทุตฺตรํ โอฆมิมํ ตรนฺติ อติณฺณปุพฺพํ อปุนพฺภวาย. เอเตน มคฺคภาวนํ นิโรธสจฺฉิกิริยญฺจ ทีเปติ. เย หิ นํ กิเลสคณํ วิโนเทนฺติ, เต อวสฺสํ มคฺคํ ภาเวนฺติ. น หิ มคฺคภาวนํ วินา กิเลสวิโนทนํ อตฺถิ. เย จ มคฺคํ ภาเวนฺติ, เต ทุตฺตรํ ปกติญาเณน กาโมฆาทึ จตุพฺพิธมฺปิ โอฆมิมํ ตรนฺติ. มคฺคภาวนา หิ โอฆตรณํ. อติณฺณปุพฺพนฺติ อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา สุปินนฺเตนปิ อวีติกฺกนฺตปุพฺพํ. อปุนพฺภวายาติ นิพฺพานาย. เอวมิมํ จตุสจฺจทีปิกํ คาถํ สุณนฺตา ‘‘สุตฺวา ธมฺมํ ธาเรนฺติ, ธตานํ ธมฺมานํ อตฺถมุปปริกฺขนฺตี’’ติอาทิกํ กถํ สุภาวินิยา ปญฺญาย อนุกฺกมมานา เต เทฺวปิ สหายกา ยกฺขา คาถาปริโยสาเนเยว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ, ปาสาทิกา จ อเหสุํ สุวณฺณวณฺณา ทิพฺพาลงฺการวิภูสิตาติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย สูจิโลมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.