๖. กปิลสุตฺต-(ธมฺมจริยสุตฺต)-วณฺณนา

ธมฺมจริยนฺติ กปิลสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? เหมวตสุตฺเต วุตฺตนเยเนว ปรินิพฺพุเต กสฺสเป ภควติ เทฺว กุลปุตฺตา ภาตโร นิกฺขมิตฺวา สาวกานํ สนฺติเก ปพฺพชึสุ. เชฏฺโฐ โสธโน นาม, กนิฏฺโฐ กปิโล นาม. เตสํ มาตา สาธนี นาม, กนิฏฺฐภคินี ตาปนา นาม. ตาปิ ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชึสุ. ตโต เต เทฺวปิ เหมวตสุตฺเต วุตฺตนเยเนว ‘‘สาสเน กติ ธุรานี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา สุตฺวา จ เชฏฺโฐ ‘‘วาสธุรํ ปูเรสฺสามี’’ติ ปญฺจ วสฺสานิ อาจริยุปชฺฌายานํ สนฺติเก วสิตฺวา ปญฺจวสฺโส หุตฺวา ยาว อรหตฺตํ, ตาว กมฺมฏฺฐานํ สุตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา วายมนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณิ. กปิโล ‘‘อหํ ตาว ตรุโณ, วุฑฺฒกาเล วาสธุรํ ปริปูเรสฺสามี’’ติ คนฺถธุรํ อารภิตฺวา เตปิฏโก อโหสิ. ตสฺส ปริยตฺตึ นิสฺสาย ปริวาโร, ปริวารํ นิสฺสาย ลาโภ จ อุทปาทิ.

โส พาหุสจฺจมเทน มตฺโต ปณฺฑิตมานี อนญฺญาเตปิ อญฺญาตมานี หุตฺวา ปเรหิ วุตฺตํ กปฺปิยมฺปิ อกปฺปิยํ, อกปฺปิยมฺปิ กปฺปิยํ, สาวชฺชมฺปิ อนวชฺชํ, อนวชฺชมฺปิ สาวชฺชนฺติ ภณติ. โส เปสเลหิ ภิกฺขูหิ, ‘‘มา, อาวุโส กปิล, เอวํ อวจา’’ติอาทินา นเยน โอวทิยมาโน ‘‘ตุเมฺห กึ ชานาถ ริตฺตมุฏฺฐิสทิสา’’ติอาทีหิ วจเนหิ ขุํเสนฺโต วมฺเภนฺโตเยว จรติ. ภิกฺขู ตสฺส ภาตุโน โสธนตฺเถรสฺสาปิ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. โสปิ นํ อุปสงฺกมิตฺวา อาห – ‘‘อาวุโส กปิล, สาสนสฺส อายุ นาม ตุมฺหาทิสานํ สมฺมาปฏิปตฺติ. มา, อาวุโส กปิล, กปฺปิยมฺปิ อกปฺปิยํ, อกปฺปิยมฺปิ กปฺปิยํ, สาวชฺชมฺปิ อนวชฺชํ, อนวชฺชมฺปิ สาวชฺชนฺติ วเทหี’’ติ. โส ตสฺสปิ วจนํ นาทิยิ. ตโต นํ โสธนตฺเถโร ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ วตฺวา –

‘‘เอกวาจมฺปิ ทฺวิวาจํ, ภเณยฺย อนุกมฺปโก;

ตตุตฺตรึ น ภาเสยฺย, ทาโสวยฺยสฺส สนฺติเก’’ติ. (ชา. ๒.๑๙.๓๔) –

ปริวชฺเชตฺวา ‘‘ตฺวเมว, อาวุโส, สเกน กมฺเมน ปญฺญายิสฺสสี’’ติ ปกฺกามิ. ตโต ปภุติ นํ เปสลา ภิกฺขู ฉฑฺเฑสุํ.

โส ทุราจาโร หุตฺวา ทุราจารปริวุโต วิหรนฺโต เอกทิวสํ ‘‘อุโปสถํ โอสาเรสฺสามี’’ติ สีหาสนํ อภิรุยฺห จิตฺรพีชนึ คเหตฺวา นิสินฺโน ‘‘วตฺตติ, อาวุโส, เอตฺถ ภิกฺขูนํ ปาติโมกฺโข’’ติ ติกฺขตฺตุํ อาห. อเถโก ภิกฺขุปิ ‘‘มยฺหํ วตฺตตี’’ติ น อโวจ. น จ ตสฺส เตสํ วา ปาติโมกฺโข วตฺตติ. ตโต โส ‘‘ปาติโมกฺเข สุเตปิ อสุเตปิ วินโย นาม นตฺถี’’ติ อาสนา วุฏฺฐาสิ. เอวํ กสฺสปสฺส ภควโต สาสนํ โอสกฺกาเปสิ วินาเสสิ. อถ โสธนตฺเถโร ตทเหว ปรินิพฺพายิ. โสปิ กปิโล เอวํ ตํ สาสนํ โอสกฺกาเปตฺวา กาลกโต อวีจิมหานิรเย นิพฺพตฺติ, สาปิสฺส มาตา จ ภคินี จ ตสฺเสว ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชิตฺวา เปสเล ภิกฺขู อกฺโกสมานา ปริภาสมานา กาลํ กตฺวา นิรเย นิพฺพตฺตึสุ.

ตสฺมึเยว จ กาเล ปญฺจสตา ปุริสา คามฆาตาทีนิ กตฺวา โจริกาย ชีวนฺตา ชนปทมนุสฺเสหิ อนุพทฺธา ปลายมานา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ตตฺถ กิญฺจิ คหนํ วา ปฏิสรณํ วา อปสฺสนฺตา อวิทูเร ปาสาเณ วสนฺตํ อญฺญตรํ อารญฺญิกํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘อมฺหากํ, ภนฺเต, ปฏิสรณํ โหถา’’ติ ภณึสุ. เถโร ‘‘ตุมฺหากํ สีลสทิสํ ปฏิสรณํ นตฺถิ, สพฺเพ ปญฺจ สีลานิ สมาทิยถา’’ติ อาห. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สีลานิ สมาทิยึสุ. เถโร ‘‘ตุเมฺห สีลวนฺโต, อิทานิ อตฺตโน ชีวิตํ วินาเสนฺเตสุปิ มา มโน ปทูสยิตฺถา’’ติ อาห. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉึสุ. อถ เต ชานปทา สมฺปตฺตา อิโต จิโต จ มคฺคมานา เต โจเร ทิสฺวา สพฺเพว ชีวิตา โวโรเปสุํ. เต กาลํ กตฺวา กามาวจรเทวโลเก นิพฺพตฺตึสุ. เตสุ เชฏฺฐกโจโร เชฏฺฐกเทวปุตฺโต อโหสิ, อิตเร ตสฺเสว ปริวารา.

เต อนุโลมปฏิโลมํ สํสรนฺตา เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวโลเก เขเปตฺวา อมฺหากํ ภควโต กาเล เทวโลกโต จวิตฺวา เชฏฺฐกเทวปุตฺโต สาวตฺถิทฺวาเร เกวฏฺฏคาโม อตฺถิ, ตตฺถ ปญฺจสตกุลเชฏฺฐสฺส เกวฏฺฏสฺส ปชาปติยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ อคฺคเหสิ, อิตเร อวเสสเกวฏฺฏปชาปตีนํ. เอวํ เตสํ เอกทิวสํเยว ปฏิสนฺธิคฺคหณญฺจ คพฺภวุฏฺฐานญฺจ อโหสิ. อถ เกวฏฺฏเชฏฺโฐ ‘‘อตฺถิ นุ โข อิมสฺมึ คาเม อญฺเญปิ ทารกา อชฺช ชาตา’’ติ วิจินนฺโต เต ทารเก ทิสฺวา ‘‘อิเม เม ปุตฺตสฺส สหายกา ภวิสฺสนฺตี’’ติ สพฺเพสํ โปสาวนิกํ อทาสิ. เต สพฺเพ สหายกา สหปํสุํ กีฬนฺตา อนุปุพฺเพน วยปฺปตฺตา อเหสุํ. ยโสโช เตสํ อคฺโค อโหสิ.

กปิโลปิ ตทา นิรเย ปกฺกาวเสเสน อจิรวติยา สุวณฺณวณฺโณ ทุคฺคนฺธมุโข มจฺโฉ หุตฺวา นิพฺพตฺติ. อเถกทิวสํ สพฺเพปิ เกวฏฺฏทารกา ชาลานิ คเหตฺวา ‘‘มจฺเฉ พนฺธิสฺสามา’’ติ นทึ คนฺตฺวา ชาลานิ ปกฺขิปึสุ. เตสํ ชาลํ โส มจฺโฉ ปาวิสิ. ตํ ทิสฺวา สพฺโพ เกวฏฺฏคาโม อุจฺจาสทฺทมหาสทฺโท อโหสิ – ‘‘อมฺหากํ ปุตฺตา ปฐมํ มจฺเฉ พนฺธนฺตา สุวณฺณมจฺฉํ พนฺธึสุ, วุฑฺฒิ เนสํ ทารกานํ, อิทานิ จ โน ราชา ปหูตํ ธนํ ทสฺสตี’’ติ. อถ เต ปญฺจสตาปิ ทารกสหายกา มจฺฉํ นาวาย ปกฺขิปิตฺวา นาวํ อุกฺขิปิตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ อคมํสุ. ราชา ทิสฺวา ‘‘กึ เอตํ ภเณ’’ติ อาห. ‘‘มจฺโฉ เทวา’’ติ. ราชา สุวณฺณวณฺณํ มจฺฉํ ทิสฺวา ‘‘ภควา เอตสฺส วณฺณการณํ ชานิสฺสตี’’ติ มจฺฉํ คาหาเปตฺวา ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. มจฺฉสฺส มุขวิวรณกาเล เชตวนํ อติวิย ทุคฺคนฺธํ โหติ.

ราชา ภควนฺตํ ปุจฺฉิ – ‘‘กสฺมา, ภนฺเต, มจฺโฉ สุวณฺณวณฺโณ ชาโต, กสฺมา จสฺส มุขโต ทุคฺคนฺโธ วายตี’’ติ? อยํ, มหาราช, กสฺสปสฺส ภควโต ปาวจเน กปิโล นาม ภิกฺขุ อโหสิ, พหุสฺสุโต อาคตาคโม. อตฺตโน วจนํ อคณฺหนฺตานํ ภิกฺขูนํ อกฺโกสกปริภาสโก. ตสฺส จ ภควโต สาสนวินาสโก. ยํ โส ตสฺส ภควโต สาสนํ วินาเสสิ, เตน กมฺเมน อวีจิมหานิรเย นิพฺพตฺติ, วิปากาวเสเสน จ อิทานิ มจฺโฉ ชาโต. ยํ ทีฆรตฺตํ พุทฺธวจนํ วาเจสิ, พุทฺธสฺส วณฺณํ กเถสิ, ตสฺส นิสฺสนฺเทน อีทิสํ วณฺณํ ปฏิลภิ. ยํ ภิกฺขูนํ อกฺโกสกปริภาสโก อโหสิ, เตนสฺส มุขโต ทุคฺคนฺโธ วายติ. ‘‘อุลฺลปาเปมิ นํ มหาราชา’’ติ? ‘‘อาม ภควา’’ติ. อถ ภควา มจฺฉํ อาลปิ – ‘‘ตฺวํสิ กปิโล’’ติ? ‘‘อาม ภควา, อหํ กปิโล’’ติ. ‘‘กุโต อาคโตสี’’ติ? ‘‘อวีจิมหานิรยโต ภควา’’ติ. ‘‘โสธโน กุหึ คโต’’ติ? ‘‘ปรินิพฺพุโต ภควา’’ติ. ‘‘สาธนี กุหึ คตา’’ติ? ‘‘มหานิรเย นิพฺพตฺตา ภควา’’ติ. ‘‘ตาปนา กุหึ คตา’’ติ? ‘‘มหานิรเย นิพฺพตฺตา ภควา’’ติ. ‘‘อิทานิ ตฺวํ กุหึ คมิสฺสสี’’ติ? ‘‘มหานิรยํ ภควา’’ติ. ตาวเทว วิปฺปฏิสาราภิภูโต นาวํ สีเสน ปหริตฺวา กาลกโต มหานิรเย นิพฺพตฺติ. มหาชโน สํวิคฺโค อโหสิ โลมหฏฺฐชาโต. อถ ภควา ตตฺถ สมฺปตฺตคหฏฺฐปพฺพชิตปริสาย ตงฺขณานุรูปํ ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ สุตฺตมภาสิ.

๒๗๗-๘. ตตฺถ ธมฺมจริยนฺติ กายสุจริตาทิ ธมฺมจริยํ. พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ. เอตทาหุ วสุตฺตมนฺติ เอตํ อุภยมฺปิ โลกิยโลกุตฺตรํ สุจริตํ สคฺคโมกฺขสุขสมฺปาปกตฺตา วสุตฺตมนฺติ อาหุ อริยา. วสุตฺตมํ นาม อุตฺตมรตนํ, อนุคามิกํ อตฺตาธีนํ ราชาทีนํ อสาธารณนฺติ อธิปฺปาโย.

เอตฺตาวตา ‘‘คหฏฺฐสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วา สมฺมาปฏิปตฺติเยว ปฏิสรณ’’นฺติ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปฏิปตฺติวิรหิตาย ปพฺพชฺชาย อสารกตฺตทสฺสเนน กปิลํ อญฺเญ จ ตถารูเป ครหนฺโต ‘‘ปพฺพชิโตปิ เจ โหตี’’ติ เอวมาทิมาห.

ตตฺรายํ อตฺถวณฺณนา – โย หิ โกจิ คิหิพฺยญฺชนานิ อปเนตฺวา ภณฺฑุกาสาวาทิคหณมตฺตํ อุปสงฺกมเนน ปพฺพชิโตปิ เจโหติ ปุพฺเพ วุตฺตตฺถํ อคารสฺมา อนคาริยํ, โส เจ มุขรชาติโก โหติ ผรุสวจโน, นานปฺปการาย วิเหสาย อภิรตตฺตา วิเหสาภิรโต, หิโรตฺตปฺปาภาเวน มคสทิสตฺตา มโค, ชีวิตํ ตสฺส ปาปิโย, ตสฺส เอวรูปสฺส ชีวิตํ อติปาปํ อติหีนํ. กสฺมา? ยสฺมา อิมาย มิจฺฉาปฏิปตฺติยา ราคาทิมเนกปฺปการํ รชํ วฑฺเฒติ อตฺตโน.

๒๗๙. น เกวลญฺจ อิมินาว การเณนสฺส ชีวิตํ ปาปิโย, อปิจ โข ปน อยํ เอวรูโป มุขรชาติกตฺตา กลหาภิรโต ภิกฺขุ สุภาสิตสฺส อตฺถวิชานนสมฺโมหเนน โมหธมฺเมน อาวุโต, ‘‘มา, อาวุโส กปิล, เอวํ อวจ, อิมินาปิ ปริยาเยน ตํ คณฺหาหี’’ติ เอวมาทินา นเยน เปสเลหิ ภิกฺขูหิ อกฺขาตมฺปิ น ชานาติ ธมฺมํ พุทฺเธน เทสิตํ. โย ธมฺโม พุทฺเธน เทสิโต, ตํ นานปฺปกาเรน อตฺตโน วุจฺจมานมฺปิ น ชานาติ. เอวมฺปิสฺส ชีวิตํ ปาปิโย.

๒๘๐. ตถา โส เอวรูโป วิเหสาภิรตตฺตา วิเหสํ ภาวิตตฺตานํ ภาวิตตฺเต ขีณาสวภิกฺขู โสธนตฺเถรปภุติเก ‘‘น ตุเมฺห วินยํ ชานาถ, น สุตฺตํ น อภิธมฺมํ, วุฑฺฒปพฺพชิตา’’ติอาทินา นเยน วิเหสนฺโต. อุปโยคปฺปวตฺติยญฺหิ อิทํ สามิวจนํ. อถ วา ยถาวุตฺเตเนว นเยน ‘‘วิเหสํ ภาวิตตฺตานํ กโรนฺโต’’ติ ปาฐเสโส เวทิตพฺโพ. เอวํ นิปฺปริยายเมว สามิวจนํ สิชฺฌติ. อวิชฺชาย ปุรกฺขโตติ ภาวิตตฺตวิเหสเน อาทีนวทสฺสนปฏิจฺฉาทิกาย อวิชฺชาย ปุรกฺขโต เปสิโต ปโยชิโต เสสปพฺพชิตานํ ภาวิตตฺตานํ วิเหสภาเวน ปวตฺตํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม จิตฺตวิพาธเนน สงฺกิเลสํ, อายติญฺจ นิรยสมฺปาปเนน มคฺคํ นิรยคามินํ น ชานาติ.

๒๘๑. อชานนฺโต จ เตน มคฺเคน จตุพฺพิธาปายเภทํ วินิปาตํ สมาปนฺโน. ตตฺถ จ วินิปาเต คพฺภา คพฺภํ ตมา ตมํ เอเกกนิกาเย สตกฺขตฺตุํ สหสฺสกฺขตฺตุมฺปิ มาตุกุจฺฉิโต มาตุกุจฺฉึ จนฺทิมสูริเยหิปิ อวิทฺธํสนียา อสุรกายตมา ตมญฺจ สมาปนฺโน. ส เว ตาทิสโก ภิกฺขุ เปจฺจ อิโต ปรโลกํ คนฺตฺวา อยํ กปิลมจฺโฉ วิย นานปฺปการํ ทุกฺขํ นิคจฺฉติ.

๒๘๒. กึ การณา? คูถกูโป ยถา อสฺส, สมฺปุณฺโณ คณวสฺสิโก,ยถา วจฺจกุฏิคูถกูโป คณวสฺสิโก อเนกวสฺสิโก พหูนิ วสฺสานิ มุขโต คูเถน ปูริยมาโน สมฺปุณฺโณ อสฺส, โส อุทกกุมฺภสเตหิ อุทกกุมฺภสหสฺเสหิ โธวิยมาโนปิ ทุคฺคนฺธทุพฺพณฺณิยานปคมา ทุพฺพิโสโธ โหติ, เอวเมว โย เอวรูโป อสฺส ทีฆรตฺตํ สํกิลิฏฺฐกมฺมนฺโต คูถกูโป วิย คูเถน ปาเปน สมฺปุณฺณตฺตา สมฺปุณฺโณ ปุคฺคโล, โส ทุพฺพิโสโธ หิ สางฺคโณ, จิรกาลํ ตสฺส องฺคณสฺส วิปากํ ปจฺจนุโภนฺโตปิ น สุชฺฌติ. ตสฺมา วสฺสคณนาย อปริมาณมฺปิ กาลํ ส เว ตาทิสโก ภิกฺขุ เปจฺจ ทุกฺขํ นิคจฺฉตีติ. อถ วา อยํ อิมิสฺสา คาถาย สมฺพนฺโธ – ยํ วุตฺตํ ‘‘ส เว ตาทิสโก ภิกฺขุ, เปจฺจ ทุกฺขํ นิคจฺฉตี’’ติ, ตตฺร สิยา ตุมฺหากํ ‘‘สกฺกา ปนายํ ตถา กาตุํ, ยถา เปจฺจ ทุกฺขํ น นิคจฺเฉยฺยา’’ติ. น สกฺกา. กสฺมา? ยสฺมา คูถกูโป…เป… สางฺคโณติ.

๒๘๓-๔. ยโต ปฏิกจฺเจว ยํ เอวรูปํ ชานาถ, ภิกฺขโว เคหนิสฺสิตํ, ยํ เอวรูปํ ปญฺจกามคุณนิสฺสิตํ ชาเนยฺยาถ อภูตคุณปตฺถนาการปฺปวตฺตาย ปาปิกาย อิจฺฉาย สมนฺนาคตตฺตา ปาปิจฺฉํ, กามวิตกฺกาทีหิ สมนฺนาคตตฺตา ปาปสงฺกปฺปํ, กายิกวีติกฺกมาทินา เวฬุทานาทิเภเทน จ ปาปาจาเรน สมนฺนาคตตฺตา ปาปาจารํ, เวสิยาทิปาปโคจรโต ปาปโคจรํ, สพฺเพ สมคฺคา หุตฺวาน อภินิพฺพชฺชิยาถ นํ. ตตฺถ อภินิพฺพชฺชิยาถาติ วิวชฺเชยฺยาถ มา ภเชยฺยาถ, มา จสฺส อภินิพฺพชฺชนมตฺเตเนว อปฺโปสฺสุกฺกตํ อาปชฺเชยฺยาถ, อปิจ โข ปน การณฺฑวํ นิทฺธมถ, กสมฺพุํ อปกสฺสถ, ตํ กจวรภูตํ ปุคฺคลํ กจวรมิว อนเปกฺขา นิทฺธมถ, กสฏภูตญฺจ นํ ขตฺติยาทีนํ มชฺเฌ ปวิฏฺฐํ ปภินฺนปคฺฆริตกุฏฺฐํ จณฺฑาลํ วิย อปกสฺสถ, หตฺเถ วา สีเส วา คเหตฺวา นิกฺกฑฺฒถ. เสยฺยถาปิ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ตํ ปุคฺคลํ ปาปธมฺมํ พาหาย คเหตฺวา พหิทฺวารโกฏฺฐกา นิกฺขาเมตฺวา สูจิฆฏิกํ อทาสิ, เอวํ อปกสฺสถาติ ทสฺเสติ. กึ การณา? สงฺฆาราโม นาม สีลวนฺตานํ กโต, น ทุสฺสีลานํ.

๒๘๕-๖. ยโต เอตเทว ตโต ปลาเป วาเหถ, อสฺสมเณ สมณมานิเน, ยถา หิ ปลาปา อนฺโต ตณฺฑุลรหิตาปิ พหิ ถุเสหิ วีหี วิย ทิสฺสนฺติ, เอวํ ปาปภิกฺขู อนฺโต สีลาทิวิรหิตาปิ พหิ กาสาวาทิปริกฺขาเรน ภิกฺขู วิย ทิสฺสนฺติ. ตสฺมา ‘‘ปลาปา’’ติ วุจฺจนฺติ. เต ปลาเป วาเหถ, โอปุนาถ, วิธมถ ปรมตฺถโต อสฺสมเณ เวสมตฺเตน สมณมานิเน. เอวํ นิทฺธมิตฺวาน…เป… ปติสฺสตา. ตตฺถ กปฺปยโวฺหติ กปฺเปถ, กโรถาติ วุตฺตํ โหติ. ปติสฺสตาติ อญฺญมญฺญํ สคารวา สปฺปติสฺสา. ตโต สมคฺคา นิปกา, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสถาติ อเถวํ ตุเมฺห สุทฺธา สุทฺเธหิ สํวาสํ กปฺเปนฺตา, ทิฏฺฐิสีลสามญฺญตาย สมคฺคา, อนุปุพฺเพน ปริปากคตาย ปญฺญาย นิปกา, สพฺพสฺเสวิมสฺส วฏฺฏทุกฺขาทิโน ทุกฺขสฺส อนฺตํ กริสฺสถาติ อรหตฺตนิกูเฏเนว เทสนํ นิฏฺฐเปสิ.

เทสนาปริโยสาเน เต ปญฺจสตา เกวฏฺฏปุตฺตา สํเวคมาปชฺชิตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยํ ปตฺถยมานา ภควโต สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว ทุกฺขสฺสนฺตํ กตฺวา ภควตา สทฺธึ อาเนญฺชวิหารสมาปตฺติธมฺมปริโภเคน เอกปริโภคา อเหสุํ. สา จ เนสํ เอวํ ภควตา สทฺธึ เอกปริโภคตา อุทาเน วุตฺตยโสชสุตฺตวเสเนว เวทิตพฺพาติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย กปิลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.