๑๔. ธมฺมิกสุตฺตวณฺณนา
เอวํ เม สุตนฺติ ธมฺมิกสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ติฏฺฐมาเน กิร ภควติ โลกนาเถ ธมฺมิโก นาม อุปาสโก อโหสิ นาเมน จ ปฏิปตฺติยา จ. โส กิร สรณสมฺปนฺโน สีลสมฺปนฺโน พหุสฺสุโต ปิฏกตฺตยธโร อนาคามี อภิญฺญาลาภี อากาสจารี อโหสิ. ตสฺส ปริวารา ปญฺจสตา อุปาสกา, เตปิ ตาทิสา เอว อเหสุํ. ตสฺเสกทิวสํ อุโปสถิกสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส มชฺฌิมยามาวสานสมเย เอวํ ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘ยํนูนาหํ อคาริยอนคาริยานํ ปฏิปทํ ปุจฺเฉยฺย’’นฺติ. โส ปญฺจหิ อุปาสกสเตหิ ปริวุโต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ตมตฺถํ ปุจฺฉิ, ภควา จสฺส พฺยากาสิ. ตตฺถ ปุพฺเพ วณฺณิตสทิสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ, อปุพฺพํ วณฺณยิสฺสาม.
๓๗๙. ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาว กถํกโรติ กถํ กโรนฺโต กถํ ปฏิปชฺชนฺโต. สาธุ โหตีติ สุนฺทโร อนวชฺโช อตฺถสาธโน โหติ. อุปาสกาเสติ อุปาสกาอิจฺเจว วุตฺตํ โหติ. เสสมตฺถโต ปากฏเมว. อยํ ปน โยชนา – โย วา อคารา อนคารเมติ ปพฺพชติ, เย วา อคาริโน อุปาสกา, เอเตสุ ทุวิเธสุ สาวเกสุ กถํกโร สาวโก สาธุ โหตีติ.
๓๘๐-๑. อิทานิ เอวํ ปุฏฺฐสฺส ภควโต พฺยากรณสมตฺถตํ ทีเปนฺโต ‘‘ตุวญฺหี’’ติ คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ คตินฺติ อชฺฌาสยคตึ. ปรายณนฺติ นิปฺผตฺตึ. อถ วา คตินฺติ นิรยาทิปญฺจปฺปเภทํ. ปรายณนฺติ คติโต ปรํ อยนํ คติวิปฺปโมกฺขํ ปรินิพฺพานํ, น จตฺถิ ตุโลฺยติ ตยา สทิโส นตฺถิ. สพฺพํ ตุวํ ญาณมเวจฺจ ธมฺมํ, ปกาเสสิ สตฺเต อนุกมฺปมาโนติ ตฺวํ ภควา ยทตฺถิ เญยฺยํ นาม, ตํ อนวเสสํ อเวจฺจ ปฏิวิชฺฌิตฺวา สตฺเต อนุกมฺปมาโน สพฺพํ ญาณญฺจ ธมฺมญฺจ ปกาเสสิ. ยํ ยํ ยสฺส หิตํ โหติ, ตํ ตํ ตสฺส อาวิกาสิเยว เทเสสิเยว, น เต อตฺถิ อาจริยมุฏฺฐีติ วุตฺตํ โหติ. วิโรจสิ วิมโลติ ธูมรชาทิวิรหิโต วิย จนฺโท, ราคาทิมลาภาเวน วิมโล วิโรจสิ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว.
๓๘๒. อิทานิ เยสํ ตทา ภควา ธมฺมํ เทเสสิ, เต เทวปุตฺเต กิตฺเตตฺวา ภควนฺตํ ปสํสนฺโต ‘‘อาคญฺฉี เต สนฺติเก’’ติ คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ นาคราชา เอราวโณ นามาติ อยํ กิร เอราวโณ นาม เทวปุตฺโต กามรูปี ทิพฺเพ วิมาเน วสติ. โส ยทา สกฺโก อุยฺยานกีฬํ คจฺฉติ, ตทา ทิยฑฺฒสตโยชนํ กายํ อภินิมฺมินิตฺวา เตตฺตึส กุมฺเภ มาเปตฺวา เอราวโณ นาม หตฺถี โหติ. ตสฺส เอเกกสฺมึ กุมฺเภ เทฺว เทฺว ทนฺตา โหนฺติ, เอเกกสฺมึ ทนฺเต สตฺต สตฺต โปกฺขรณิโย, เอเกกิสฺสา โปกฺขรณิยา สตฺต สตฺต ปทุมินิโย, เอเกกิสฺสา ปทุมินิยา สตฺต สตฺต ปุปฺผานิ, เอเกกสฺมึ ปุปฺเผ สตฺต สตฺต ปตฺตานิ, เอเกกสฺมึ ปตฺเต สตฺต สตฺต อจฺฉราโย นจฺจนฺติ ปทุมจฺฉราโยเตฺวว วิสฺสุตา สกฺกสฺส นาฏกิตฺถิโย, ยา จ วิมานวตฺถุสฺมิมฺปิ ‘‘ภมนฺติ กญฺญา ปทุเมสุ สิกฺขิตา’’ติ (วิ. ว. ๑๐๓๔) อาคตา. เตสํ ปน เตตฺติสํกุมฺภานํ มชฺเฌ สุทสฺสนกุมฺโภ นาม ตึสโยชนมตฺโต โหติ, ตตฺถ โยชนปฺปมาโณ มณิปลฺลงฺโก ติโยชนุพฺเพเธ ปุปฺผมณฺฑเป อตฺถรียติ. ตตฺถ สกฺโก เทวานมินฺโท อจฺฉราสงฺฆปริวุโต ทิพฺพสมฺปตฺตึ ปจฺจนุโภติ. สกฺเก ปน เทวานมินฺเท อุยฺยานกีฬาโต ปฏินิวตฺเต ปุน ตํ รูปํ สํหริตฺวาน เทวปุตฺโตว โหติ. ตํ สนฺธายาห – ‘‘อาคญฺฉิ เต สนฺติเก นาคราชา เอราวโณ นามา’’ติ. ชิโนติ สุตฺวาติ ‘‘วิชิตปาปธมฺโม เอส ภควา’’ติ เอวํ สุตฺวา. โสปิ ตยา มนฺตยิตฺวาติ ตยา สทฺธึ มนฺตยิตฺวา, ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวาติ อธิปฺปาโย. อชฺฌคมาติ อธิอคมา, คโตติ วุตฺตํ โหติ. สาธูติ สุตฺวาน ปตีตรูโปติ ตํ ปญฺหํ สุตฺวา ‘‘สาธุ ภนฺเต’’ติ อภินนฺทิตฺวา ตุฏฺฐรูโป คโตติ อตฺโถ.
๓๘๓. ราชาปิ ตํ เวสฺสวโณ กุเวโรติ เอตฺถ โส ยกฺโข รญฺชนฏฺเฐน ราชา, วิสาณาย ราชธานิยา รชฺชํ กาเรตีติ เวสฺสวโณ, ปุริมนาเมน กุเวโรติ เวทิตพฺโพ. โส กิร กุเวโร นาม พฺราหฺมณมหาสาโล หุตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา วิสาณาย ราชธานิยา อธิปติ หุตฺวา นิพฺพตฺโต. ตสฺมา ‘‘กุเวโร เวสฺสวโณ’’ติ วุจฺจติ. วุตฺตญฺเจตํ อาฏานาฏิยสุตฺเต –
‘‘กุเวรสฺส โข ปน, มาริส, มหาราชสฺส วิสาณา นาม ราชธานี, ตสฺมา กุเวโร มหาราชา ‘เวสฺสวโณ’ติ ปวุจฺจตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๒๙๑) –
เสสเมตฺถ ปากฏเมว.
ตตฺถ สิยา – กสฺมา ปน ทูรตเร ตาวตึสภวเน วสนฺโต เอราวโณ ปฐมํ อาคโต, เวสฺสวโณ ปจฺฉา, เอกนคเรว วสนฺโต อยํ อุปาสโก สพฺพปจฺฉา, กถญฺจ โส เตสํ อาคมนํ อญฺญาสิ, เยน เอวมาหาติ? วุจฺจเต – เวสฺสวโณ กิร ตทา อเนกสหสฺสปวาฬปลฺลงฺกํ ทฺวาทสโยชนํ นาริวาหนํ อภิรุยฺห ปวาฬกุนฺตํ อุจฺจาเรตฺวา ทสสหสฺสโกฏิยกฺเขหิ ปริวุโต ‘‘ภควนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ อากาสฏฺฐกวิมานานิ ปริหริตฺวา มคฺเคน มคฺคํ อาคจฺฉนฺโต เวฬุกณฺฑกนคเร นนฺทมาตาย อุปาสิกาย นิเวสนสฺส อุปริภาคํ สมฺปตฺโต. อุปาสิกาย อยมานุภาโว – ปริสุทฺธสีลา โหติ, นิจฺจํ วิกาลโภชนา ปฏิวิรตา, ปิฏกตฺตยธารินี, อนาคามิผเล ปติฏฺฐิตา. สา ตมฺหิ สมเย สีหปญฺชรํ อุคฺฆาเฏตฺวา อุตุคฺคหณตฺถาย มาลุเตริโตกาเส ฐตฺวา อฏฺฐกปารายนวคฺเค ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหิ มธุเรน สเรน ภาสติ. เวสฺสวโณ ตตฺเถว ยานานิ ฐเปตฺวา ยาว อุปาสิกา ‘‘อิทมโวจ ภควา มคเธสุ วิหรนฺโต ปาสาณเก เจติเย ปริจารกโสฬสนฺนํ พฺราหฺมณาน’’นฺติ นิคมนํ อภาสิ, ตาว สพฺพํ สุตฺวา วคฺคปริโยสาเน สุวณฺณมุรชสทิสํ มหนฺตํ คีวํ ปคฺคเหตฺวา ‘‘สาธุ สาธุ ภคินี’’ติ สาธุการมทาสิ. สา ‘‘โก เอตฺถา’’ติ อาห. ‘‘อหํ ภคินิ เวสฺสวโณ’’ติ. อุปาสิกา กิร ปฐมํ โสตาปนฺนา อโหสิ, ปจฺฉา เวสฺสวโณ. ตํ โส ธมฺมโต สโหทรภาวํ สนฺธาย อุปาสิกํ ภคินิวาเทน สมุทาจรติ. อุปาสิกาย จ ‘‘วิกาโล, ภาติก ภทฺรมุข, ยสฺส ทานิ กาลํ มญฺญสี’’ติ วุตฺโต ‘‘อหํ ภคินิ ตยิ ปสนฺโน ปสนฺนาการํ กโรมี’’ติ อาห. เตน หิ ภทฺรมุข, มม เขตฺเต นิปฺผนฺนํ สาลึ กมฺมกรา อาหริตุํ น สกฺโกนฺติ, ตํ ตว ปริสาย อาณาเปหีติ. โส ‘‘สาธุ ภคินี’’ติ ยกฺเข อาณาเปสิ. เต อฑฺฒเตรส โกฏฺฐาคารสตานิ ปูเรสุํ. ตโต ปภุติ โกฏฺฐาคารํ อูนํ นาม นาโหสิ, ‘‘นนฺทมาตุ โกฏฺฐาคารํ วิยา’’ติ โลเก นิทสฺสนํ อโหสิ. เวสฺสวโณ โกฏฺฐาคารานิ ปูเรตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิ. ภควา ‘‘วิกาเล อาคโตสี’’ติ อาห. อถ ภควโต สพฺพํ อาโรเจสิ. อิมินา การเณน อาสนฺนตเรปิ จาตุมหาราชิกภวเน วสนฺโต เวสฺสวโณ ปจฺฉา อาคโต. เอราวณสฺส ปน น กิญฺจิ อนฺตรา กรณียํ อโหสิ, เตน โส ปฐมตรํ อาคโต.
อยํ ปน อุปาสโก กิญฺจาปิ อนาคามี ปกติยาว เอกภตฺติโก, ตถาปิ ตทา อุโปสถทิวโสติ กตฺวา อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย สายนฺหสมยํ สุนิวตฺโถ สุปารุโต ปญฺจสตอุปาสกปริวุโต เชตวนํ คนฺตฺวา ธมฺมเทสนํ สุตฺวา อตฺตโน ฆรํ อาคมฺม เตสํ อุปาสกานํ สรณสีลอุโปสถานิสํสาทิเภทํ อุปาสกธมฺมํ กเถตฺวา เต อุปาสเก อุยฺโยเชสิ. เตสญฺจ ตสฺเสว ฆเร มุฏฺฐิหตฺถปฺปมาณปาทกานิ ปญฺจ กปฺปิยมญฺจสตานิ ปาเฏกฺโกวรเกสุ ปญฺญตฺตานิ โหนฺติ. เต อตฺตโน อตฺตโน โอวรกํ ปวิสิตฺวา สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสีทึสุ, อุปาสโกปิ ตเถวากาสิ. เตน จ สมเยน สาวตฺถินคเร สตฺตปญฺญาส กุลสตสหสฺสานิ วสนฺติ, มนุสฺสคณนาย อฏฺฐารสโกฏิมนุสฺสา. เตน ปฐมยาเม หตฺถิอสฺสมนุสฺสเภริสทฺทาทีหิ สาวตฺถินครํ มหาสมุทฺโท วิย เอกสทฺทํ โหติ. มชฺฌิมยามสมนนฺตเร โส สทฺโท ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. ตมฺหิ กาเล อุปาสโก สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย อตฺตโน คุเณ อาวชฺเชตฺวา ‘‘เยนาหํ มคฺคสุเขน ผลสุเขน สุขิโต วิหรามิ, อิทํ สุขํ กํ นิสฺสาย ลทฺธ’’นฺติ จินฺเตตฺวา ‘‘ภควนฺตํ นิสฺสายา’’ติ ภควติ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ‘‘ภควา เอตรหิ กตเมน วิหาเรน วิหรตี’’ติ อาวชฺเชนฺโต ทิพฺเพน จกฺขุนา เอราวณเวสฺสวเณ ทิสฺวา ทิพฺพาย โสตธาตุยา ธมฺมเทสนํ สุตฺวา เจโตปริยญาเณน เตสํ ปสนฺนจิตฺตตํ ญตฺวา ‘‘ยํนูนาหมฺปิ ภควนฺตํ อุภยหิตํ ปฏิปทํ ปุจฺเฉยฺย’’นฺติ จินฺเตสิ. ตสฺมา โส เอกนคเร วสนฺโตปิ สพฺพปจฺฉา อาคโต, เอวญฺจ เนสํ อาคมนํ อญฺญาสิ. เตนาห – ‘‘อาคญฺฉิ เต สนฺติเก นาคราชา…เป… โส จาปิ สุตฺวาน ปตีตรูโป’’ติ.
๓๘๔. อิทานิ อิโต พหิทฺธา โลกสมฺมเตหิ สมณพฺราหฺมเณหิ อุกฺกฏฺฐภาเวน ภควนฺตํ ปสํสนฺโต ‘‘เย เกจิเม’’ติ คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ ติตฺถิยาติ นนฺทวจฺฉสํกิจฺเจหิ อาทิปุคฺคเลหิ ตีหิ ติตฺถกเรหิ กเต ทิฏฺฐิติตฺเถ ชาตา, เตสํ สาสเน ปพฺพชิตา ปูรณาทโย ฉ สตฺถาโร. ตตฺถ นาฏปุตฺโต นิคณฺโฐ, อวเสสา อาชีวกาติ เต สพฺเพ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เย เกจิเม ติตฺถิยา วาทสีลา’’ติ, ‘‘มยํ สมฺมา ปฏิปนฺนา, อญฺเญ มิจฺฉา ปฏิปนฺนา’’ติ เอวํ วาทกรณสีลา โลกํ มุขสตฺตีหิ วิตุทนฺตา วิจรนฺติ. อาชีวกา วาติ เต เอกชฺฌมุทฺทิฏฺเฐ ภินฺทิตฺวา ทสฺเสติ. นาติตรนฺตีติ นาติกฺกมนฺติ. สพฺเพติ อญฺเญปิ เย เกจิ ติตฺถิยสาวกาทโย, เตปิ ปริคฺคณฺหนฺโต อาห. ‘‘ฐิโต วชนฺตํ วิยา’’ติ ยถา โกจิ ฐิโต คติวิกโล สีฆคามินํ ปุริสํ คจฺฉนฺตํ นาติตเรยฺย, เอวํ เต ปญฺญาคติยา อภาเวน เต เต อตฺถปฺปเภเท พุชฺฌิตุํ อสกฺโกนฺตา ฐิตา, อติชวนปญฺญํ ภควนฺตํ นาติตรนฺตีติ อตฺโถ.
๓๘๕. พฺราหฺมณา วาทสีลา วุทฺธา จาติ เอตฺตาวตา จงฺกีตารุกฺขโปกฺขรสาติชาณุสฺโสณิอาทโย ทสฺเสติ, อปิ พฺราหฺมณา สนฺติ เกจีติ อิมินา มชฺฌิมาปิ ทหราปิ เกวลํ พฺราหฺมณา สนฺติ อตฺถิ อุปลพฺภนฺติ เกจีติ เอวํ อสฺสลายนวาเสฏฺฐอมฺพฏฺฐอุตฺตรมาณวกาทโย ทสฺเสติ. อตฺถพทฺธาติ ‘‘อปิ นุ โข อิมํ ปญฺหํ พฺยากเรยฺย, อิมํ กงฺขํ ฉินฺเทยฺยา’’ติ เอวํ อตฺถพทฺธา ภวนฺติ. เย จาปิ อญฺเญติ อญฺเญปิ เย ‘‘มยํ วาทิโน’’ติ เอวํ มญฺญมานา วิจรนฺติ ขตฺติยปณฺฑิตพฺราหฺมณพฺรหฺมเทวยกฺขาทโย อปริมาณา. เตปิ สพฺเพ ตยิ อตฺถพทฺธา ภวนฺตีติ ทสฺเสติ.
๓๘๖-๗. เอวํ นานปฺปกาเรหิ ภควนฺตํ ปสํสิตฺวา อิทานิ ธมฺเมเนว ตํ ปสํสิตฺวา ธมฺมกถํ ยาจนฺโต ‘‘อยญฺหิ ธมฺโม’’ติ คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ อยญฺหิ ธมฺโมติ สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺเม สนฺธายาห. นิปุโณติ สโณฺห ทุปฺปฏิวิชฺโฌ. สุโขติ ปฏิวิทฺโธ สมาโน โลกุตฺตรสุขมาวหติ, ตสฺมา สุขาวหตฺตา ‘‘สุโข’’ติ วุจฺจติ. สุปฺปวุตฺโตติ สุเทสิโต. สุสฺสูสมานาติ โสตุกามมฺหาติ อตฺโถ. ตํ โน วทาติ ตํ ธมฺมํ อมฺหากํ วท. ‘‘ตฺวํ โน’’ติปิ ปาโฐ, ตฺวํ อมฺหากํ วทาติ อตฺโถ. สพฺเพปิเม ภิกฺขโวติ ตงฺขณํ นิสินฺนานิ กิร ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ โหนฺติ, ตานิ ทสฺเสนฺโต ยาจติ. อุปาสกา จาปีติ อตฺตโน ปริวาเร อญฺเญ จ ทสฺเสติ. เสสเมตฺถ ปากฏเมว.
๓๘๘. อถ ภควา อนคาริยปฏิปทํ ตาว ทสฺเสตุํ ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา ‘‘สุณาถ เม ภิกฺขโว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ธมฺมํ ธุตํ ตญฺจ จราถ สพฺเพติ กิเลเส ธุนาตีติ ธุโต, เอวรูปํ กิเลสธุนนกํ ปฏิปทาธมฺมํ สาวยามิ โว, ตญฺจ มยา สาวิตํ สพฺเพ จรถ ปฏิปชฺชถ, มา ปมาทิตฺถาติ วุตฺตํ โหติ. อิริยาปถนฺติ คมนาทิจตุพฺพิธํ. ปพฺพชิตานุโลมิกนฺติ สมณสารุปฺปํ สติสมฺปชญฺญยุตฺตํ. อรญฺเญ กมฺมฏฺฐานานุโยควเสน ปวตฺตเมวาติ อปเร. เสเวถ นนฺติ ตํ อิริยาปถํ ภเชยฺย. อตฺถทโสติ หิตานุปสฺสี. มุตีมาติ พุทฺธิมา. เสสเมตฺถ คาถาย ปากฏเมว.
๓๘๙. โน เว วิกาเลติ เอวํ ปพฺพชิตานุโลมิกํ อิริยาปถํ เสวมาโน จ ทิวามชฺฌนฺหิกวีติกฺกมํ อุปาทาย วิกาเล น จเรยฺย ภิกฺขุ, ยุตฺตกาเล เอว ปน คามํ ปิณฺฑาย จเรยฺย. กึ การณํ? อกาลจาริญฺหิ สชนฺติ สงฺคา, อกาลจารึ ปุคฺคลํ ราคสงฺคาทโย อเนเก สงฺคา สชนฺติ ปริสฺสชนฺติ อุปคุหนฺติ อลฺลียนฺติ. ตสฺมา วิกาเล น จรนฺติ พุทฺธา, ตสฺมา เย จตุสจฺจพุทฺธา อริยปุคฺคลา, น เต วิกาเล ปิณฺฑาย จรนฺตีติ. เตน กิร สมเยน วิกาลโภชนสิกฺขาปทํ อปฺปญฺญตฺตํ โหติ, ตสฺมา ธมฺมเทสนาวเสเนเวตฺถ ปุถุชฺชนานํ อาทีนวํ ทสฺเสนฺโต อิมํ คาถมาห. อริยา ปน สห มคฺคปฏิลาภา เอว ตโต ปฏิวิรตา โหนฺติ, เอสา ธมฺมตา.
๓๙๐. เอวํ วิกาลจริยํ ปฏิเสเธตฺวา ‘‘กาเล จรนฺเตนปิ เอวํ จริตพฺพ’’นฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘รูปา จ สทฺทา จา’’ติ. ตสฺสตฺโถ – เย เต รูปาทโย นานปฺปการกํ มทํ ชเนนฺตา สตฺเต สมฺมทยนฺติ, เตสุ ปิณฺฑปาตปาริสุทฺธิสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๓.๔๓๘ อาทโย) วุตฺตนเยน ฉนฺทํ วิโนเทตฺวา ยุตฺตกาเลเนว ปาตราสํ ปวิเสยฺยาติ. เอตฺถ จ ปาโต อสิตพฺโพติ ปาตราโส, ปิณฺฑปาตสฺเสตํ นามํ. โย ยตฺถ ลพฺภติ, โส ปเทโสปิ ตํ โยเคน ‘‘ปาตราโส’’ติ อิธ วุตฺโต. ยโต ปิณฺฑปาตํ ลภติ, ตํ โอกาสํ คจฺเฉยฺยาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๓๙๑. เอวํ ปวิฏฺโฐ –
‘‘ปิณฺฑญฺจ ภิกฺขุ สมเยน ลทฺธา,
เอโก ปฏิกฺกมฺม รโห นิสีเท;
อชฺฌตฺตจินฺตี น มโน พหิทฺธา,
นิจฺฉารเย สงฺคหิตตฺตภาโว’’.
ตตฺถ ปิณฺฑนฺติ มิสฺสกภิกฺขํ, สา หิ ตโต ตโต สโมธาเนตฺวา สมฺปิณฺฑิตฏฺเฐน ‘‘ปิณฺโฑ’’ติ วุจฺจติ. สมเยนาติ อนฺโตมชฺฌนฺหิกกาเล. เอโก ปฏิกฺกมฺมาติ กายวิเวกํ สมฺปาเทนฺโต อทุติโย นิวตฺติตฺวา. อชฺฌตฺตจินฺตีติ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา ขนฺธสนฺตานํ จินฺเตนฺโต. น มโน พหิทฺธา นิจฺฉารเยติ พหิทฺธา รูปาทีสุ ราควเสน จิตฺตํ น นีหเร. สงฺคหิตตฺตภาโวติ สุฏฺฐุ คหิตจิตฺโต.
๓๙๒. เอวํ วิหรนฺโต จ –
‘‘สเจปิ โส สลฺลเป สาวเกน,
อญฺเญน วา เกนจิ ภิกฺขุนา วา;
ธมฺมํ ปณีตํ ตมุทาหเรยฺย,
น เปสุณํ โนปิ ปรูปวาทํ’’.
กึ วุตฺตํ โหติ? โส โยคาวจโร กิญฺจิเทว โสตุกามตาย อุปคเตน สาวเกน วา เกนจิ อญฺญติตฺถิยคหฏฺฐาทินา วา อิเธว ปพฺพชิเตน ภิกฺขุนา วา สทฺธึ สเจปิ สลฺลเป, อถ ยฺวายํ มคฺคผลาทิปฏิสํยุตฺโต ทสกถาวตฺถุเภโท วา อตปฺปกฏฺเฐน ปณีโต ธมฺโม. ตํ ธมฺมํ ปณีตํ อุทาหเรยฺย, อญฺญํ ปน ปิสุณวจนํ วา ปรูปวาทํ วา อปฺปมตฺตกมฺปิ น อุทาหเรยฺยาติ.
๓๙๓. อิทานิ ตสฺมึ ปรูปวาเท โทสํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วาทญฺหิ เอเก’’ติ. ตสฺสตฺโถ – อิเธกจฺเจ โมฆปุริสา ปรูปวาทสญฺหิตํ นานปฺปการํ วิคฺคาหิกกถาเภทํ วาทํ ปฏิเสนิยนฺติ วิรุชฺฌนฺติ, ยุชฺฌิตุกามา หุตฺวา เสนาย ปฏิมุขํ คจฺฉนฺตา วิย โหนฺติ, เต มยํ ลามกปญฺเญ น ปสํสาม. กึ การณํ? ตโต ตโต เน ปสชนฺติ สงฺคา, ยสฺมา เต ตาทิสเก ปุคฺคเล ตโต ตโต วจนปถโต สมุฏฺฐาย วิวาทสงฺคา สชนฺติ อลฺลียนฺติ. กึ การณา สชนฺตีติ? จิตฺตญฺหิ เต ตตฺถ คเมนฺติ ทูเร, ยสฺมา เต ปฏิเสนิยนฺตา จิตฺตํ ตตฺถ คเมนฺติ, ยตฺถ คตํ สมถวิปสฺสนานํ ทูเร โหตีติ.
๓๙๔-๕. เอวํ ปริตฺตปญฺญานํ ปวตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ มหาปญฺญานํ ปวตฺตึ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปิณฺฑํ วิหารํ…เป… สาวโก’’ติ. ตตฺถ วิหาเรน ปติสฺสโย, สยนาสเนน มญฺจปีฐนฺติ ตีหิปิ ปเทหิ เสนาสนเมว วุตฺตํ. อาปนฺติ อุทกํ. สงฺฆาฏิรชูปวาหนนฺติ ปํสุมลาทิโน สงฺฆาฏิรชสฺส โธวนํ. สุตฺวาน ธมฺมํ สุคเตน เทสิตนฺติ สพฺพาสวสํวราทีสุ ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรํ ปฏิเสวติ สีตสฺส ปฏิฆาตายา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘) นเยน ภควตา เทสิตํ ธมฺมํ สุตฺวา. สงฺขาย เสเว วรปญฺญสาวโกติ เอตํ อิธ ปิณฺฑนฺติ วุตฺตํ ปิณฺฑปาตํ, วิหาราทีหิ วุตฺตํ เสนาสนํ, อาปมุเขน ทสฺสิตํ คิลานปจฺจยํ, สงฺฆาฏิยา จีวรนฺติ จตุพฺพิธมฺปิ ปจฺจยํ สงฺขาย ‘‘ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘) นเยน ปจฺจเวกฺขิตฺวา เสเว วรปญฺญสาวโก, เสวิตุํ สกฺกุเณยฺย วรปญฺญสฺส ตถาคตสฺส สาวโก เสกฺโข วา ปุถุชฺชโน วา, นิปฺปริยาเยน จ อรหา. โส หิ จตุราปสฺเสโน ‘‘สงฺขาเยกํ ปฏิเสวติ, สงฺขาเยกํ อธิวาเสติ, สงฺขาเยกํ ปริวชฺเชติ, สงฺขาเยกํ วิโนเทตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๐๘; ม. นิ. ๒.๑๖๘; อ. นิ. ๑๐.๒๐) วุตฺโต. ยสฺสา จ สงฺขาย เสเว วรปญฺญสาวโก, ตสฺมา หิ ปิณฺเฑ…เป… ยถา โปกฺขเร วาริพินฺทุ, ตถา โหตีติ เวทิตพฺโพ.
๓๙๖. เอวํ ขีณาสวปฏิปตฺตึ ทสฺเสนฺโต อรหตฺตนิกูเฏน อนคาริยปฏิปทํ นิฏฺฐาเปตฺวา อิทานิ อคาริยปฏิปทํ ทสฺเสตุํ ‘‘คหฏฺฐวตฺตํ ปน โว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาว สาวโกติ อคาริยสาวโก. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว. อยํ ปน โยชนา – โย มยา อิโต ปุพฺเพ เกวโล อพฺยามิสฺโส สกโล ปริปุณฺโณ ภิกฺขุธมฺโม กถิโต. เอส เขตฺตวตฺถุอาทิปริคฺคเหหิ สปริคฺคเหน น ลพฺภา ผสฺเสตุํ น สกฺกา อธิคนฺตุนฺติ.
๓๙๗. เอวํ ตสฺส ภิกฺขุธมฺมํ ปฏิเสเธตฺวา คหฏฺฐธมฺมเมว ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปาณํ น หเน’’ติ. ตตฺถ ปุริมฑฺเฒน ติโกฏิปริสุทฺธา ปาณาติปาตาเวรมณิ วุตฺตา, ปจฺฉิมฑฺเฒน สตฺเตสุ หิตปฏิปตฺติ. ตติยปาโท เจตฺถ ขคฺควิสาณสุตฺเต (สุ. นิ. ๓๕ อาทโย) จตุตฺถปาเท ถาวรตสเภโท เมตฺตสุตฺตวณฺณนายํ (สุ. นิ. ๑๔๓ อาทโย) สพฺพปฺปการโต วณฺณิโต. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว. อุปฺปฏิปาฏิยา ปน โยชนา กาตพฺพา – ตสถาวเรสุ สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ น หเน น ฆาตเยยฺย นานุชญฺญาติ. ‘‘นิธาย ทณฺฑ’’นฺติ อิโต วา ปรํ ‘‘วตฺเตยฺยา’’ติ ปาฐเสโส อาหริตพฺโพ. อิตรถา หิ น ปุพฺเพนาปรํ สนฺธิยติ.
๓๙๘. เอวํ ปฐมสิกฺขาปทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ทุติยสิกฺขาปทํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตโต อทินฺน’’นฺติ. ตตฺถ กิญฺจีติ อปฺปํ วา พหุํ วา. กฺวจีติ คาเม วา อรญฺเญ วา. สาวโกติ อคาริยสาวโก. พุชฺฌมาโนติ ‘‘ปรสนฺตกมิท’’นฺติ ชานมาโน. สพฺพํ อทินฺนํ ปริวชฺชเยยฺยาติ เอวญฺหิ ปฏิปชฺชมาโน สพฺพํ อทินฺนํ ปริวชฺเชยฺย, โน อญฺญถาติ ทีเปติ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยญฺจ ปากฏญฺจาติ.
๓๙๙. เอวํ ทุติยสิกฺขาปทมฺปิ ติโกฏิปริสุทฺธํ ทสฺเสตฺวา อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทโต ปภุติ ตติยํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อพฺรหฺมจริย’’นฺติ. ตตฺถ อสมฺภุณนฺโตติ อสกฺโกนฺโต.
๔๐๐. อิทานิ จตุตฺถสิกฺขาปทํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สภคฺคโต วา’’ติ. ตตฺถ สภคฺคโตติ สนฺถาคาราทิคโต. ปริสคฺคโตติ ปูคมชฺชคโต. เสสเมตฺถ วุตฺตนยญฺจ ปากฏญฺจาติ.
๔๐๑. เอวํ จตุตฺถสิกฺขาปทมฺปิ ติโกฏิปริสุทฺธํ ทสฺเสตฺวา ปญฺจมํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มชฺชญฺจ ปาน’’นฺติ. ตตฺถ มชฺชญฺจ ปานนฺติ คาถาพนฺธสุขตฺถํ เอวํ วุตฺตํ. อยํ ปนตฺโถ ‘‘มชฺชปานญฺจ น สมาจเรยฺยา’’ติ. ธมฺมํ อิมนฺติ อิมํ มชฺชปานเวรมณีธมฺมํ. อุมฺมาทนนฺตนฺติ อุมฺมาทนปริโยสานํ. โย หิ สพฺพลหุโก มชฺชปานสฺส วิปาโก, โส มนุสฺสภูตสฺส อุมฺมตฺตกสํวตฺตนิโก โหติ. อิติ นํ วิทิตฺวาติ อิติ นํ มชฺชปานํ ญตฺวา. เสสเมตฺถ วุตฺตนยญฺจ ปากฏญฺจาติ.
๔๐๒. เอวํ ปญฺจมสิกฺขาปทมฺปิ ติโกฏิปริสุทฺธํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปุริมสิกฺขาปทานมฺปิ มชฺชปานเมว สํกิเลสกรญฺจ เภทกรญฺจ ทสฺเสตฺวา ทฬฺหตรํ ตโต เวรมณิยํ นิโยเชนฺโต อาห ‘‘มทา หิ ปาปานิ กโรนฺตี’’ติ. ตตฺถ มทาติ มทเหตุ. หิกาโร ปทปูรณมตฺเต นิปาโต. ปาปานิ กโรนฺตีติ ปาณาติปาตาทีนิ สพฺพากุสลานิ กโรนฺติ. อุมฺมาทนํ โมหนนฺติ ปรโลเก อุมฺมาทนํ อิหโลเก โมหนํ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
๔๐๓-๔. เอตฺตาวตา อคาริยสาวกสฺส นิจฺจสีลํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อุโปสถงฺคานิ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปาณํ น หเน’’ติ คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ อพฺรหฺมจริยาติ อเสฏฺฐจริยภูตา. เมถุนาติ เมถุนธมฺมสมาปตฺติโต. รตฺตึ น ภุญฺเชยฺย วิกาลโภชนนฺติ รตฺติมฺปิ น ภุญฺเชยฺย, ทิวาปิ กาลาติกฺกนฺตโภชนํ น ภุญฺเชยฺย. น จ คนฺธนฺติ เอตฺถ คนฺธคฺคหเณน วิเลปนจุณฺณาทีนิปิ คหิตาเนวาติ เวทิตพฺพานิ. มญฺเจติ กปฺปิยมญฺเจ. สนฺถเตติ ตฏฺฏิกาทีหิ กปฺปิยตฺถรเณหิ อตฺถเต. ฉมายํ ปน โคนกาทิสนฺถตายปิ วฏฺฏติ. อฏฺฐงฺคิกนฺติ ปญฺจงฺคิกํ วิย ตูริยํ, น องฺควินิมุตฺตํ. ทุกฺขนฺตคุนาติ วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตคเตน. เสสเมตฺถ ปากฏเมว. ปจฺฉิมฑฺฒุํ ปน สงฺคีติการเกหิ วุตฺตนฺติปิ อาหุ.
๔๐๕. เอวํ อุโปสถงฺคานิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อุโปสถกาลํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตโต จ ปกฺขสฺสา’’ติ. ตตฺถ ตโตติ ปทปูรณมตฺเต นิปาโต. ปกฺขสฺสุปวสฺสุโปสถนฺติ เอวํ ปรปเทน โยเชตพฺพํ ‘‘ปกฺขสฺส จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ อฏฺฐมินฺติ เอเต ตโย ทิวเส อุปวสฺส อุโปสถํ, เอตํ อฏฺฐงฺคิกอุโปสถํ อุปคมฺม วสิตฺวา’’ติ. ปาฏิหาริยปกฺขญฺจาติ เอตฺถ ปน วสฺสูปนายิกาย ปุริมภาเค อาสาฬฺหมาโส, อนฺโตวสฺสํ ตโย มาสา, กตฺติกมาโสติ อิเม ปญฺจ มาสา ‘‘ปาฏิหาริยปกฺโข’’ติ วุจฺจนฺติ. อาสาฬฺหกตฺติกผคฺคุณมาสา ตโย เอวาติ อปเร. ปกฺขุโปสถทิวสานํ ปุริมปจฺฉิมทิวสวเสน ปกฺเข ปกฺเข เตรสีปาฏิปทสตฺตมีนวมีสงฺขาตา จตฺตาโร จตฺตาโร ทิวสาติ อปเร. ยํ รุจฺจติ, ตํ คเหตพฺพํ. สพฺพํ วา ปน ปุญฺญกามีนํ ภาสิตพฺพํ. เอวเมตํ ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ ปสนฺนมานโส สุสมตฺตรูปํ สุปริปุณฺณรูปํ เอกมฺปิ ทิวสํ อปริจฺจชนฺโต อฏฺฐงฺคุเปตํ อุโปสถํ อุปวสฺสาติ สมฺพนฺธิตพฺพํ.
๔๐๖. เอวํ อุโปสถกาลํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เตสุ กาเลสุ เอตํ อุโปสถํ อุปวสฺส ยํ กาตพฺพํ, ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตโต จ ปาโต’’ติ. เอตฺถาปิ ตโตติ ปทปูรณมตฺเต นิปาโต, อนนฺตรตฺเถ วา, อถาติ วุตฺตํ โหติ. ปาโตติ อปรชฺชุทิวสปุพฺพภาเค. อุปวุตฺถุโปสโถติ อุปวสิตอุโปสโถ. อนฺเนนาติ ยาคุภตฺตาทินา. ปาเนนาติ อฏฺฐวิธปาเนน. อนุโมทมาโนติ อนุปโมทมาโน, นิรนฺตรํ โมทมาโนติ อตฺโถ. ยถารหนฺติ อตฺตโน อนุรูเปน, ยถาสตฺติ ยถาพลนฺติ วุตฺตํ โหติ. สํวิภเชถาติ ภาเชยฺย ปติมาเนยฺย. เสสํ ปากฏเมว.
๔๐๗. เอวํ อุปวุตฺถุโปสถสฺส กิจฺจํ วตฺวา อิทานิ ยาวชีวิกํ ครุวตฺตํ อาชีวปาริสุทฺธิญฺจ กเถตฺวา ตาย ปฏิปทาย อธิคนฺตพฺพฏฺฐานํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ธมฺเมน มาตาปิตโร’’ติ. ตตฺถ ธมฺเมนาติ ธมฺมลทฺเธน โภเคน. ภเรยฺยาติ โปเสยฺย. ธมฺมิกํ โส วณิชฺชนฺติ สตฺตวณิชฺชา, สตฺถวณิชฺชา, วิสวณิชฺชา, มํสวณิชฺชา, สุราวณิชฺชาติ อิมา ปญฺจ อธมฺมวณิชฺชา วชฺเชตฺวา อวเสสา ธมฺมิกวณิชฺชา. วณิชฺชามุเขน เจตฺถ กสิโครกฺขาทิ อปโรปิ ธมฺมิโก โวหาโร สงฺคหิโต. เสสมุตฺตานตฺถเมว. อยํ ปน โยชนา – โส นิจฺจสีลอุโปสถสีลทานธมฺมสมนฺนาคโต อริยสาวโก ปโยชเย ธมฺมิกํ วณิชฺชํ, ตโต ลทฺเธน จ ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺเมน โภเคน มาตาปิตโร ภเรยฺย. อถ โส คิหี เอวํ อปฺปมตฺโต อาทิโต ปภุติ วุตฺตํ อิมํ วตฺตํ วตฺตยนฺโต กายสฺส เภทา เย เต อตฺตโน อาภาย อนฺธการํ วิธเมตฺวา อาโลกกรเณน สยมฺปภาติ ลทฺธนามา ฉ กามาวจรเทวา, เต สยมฺปเภ นาม เทเว อุเปติ ภชติ อลฺลียติ, เตสํ นิพฺพตฺตฏฺฐาเน นิพฺพตฺตตีติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ธมฺมิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิฏฺฐิโต จ ทุติโย วคฺโค อตฺถวณฺณนานยโต, นาเมน
จูฬวคฺโคติ.