๑๓. สมฺมาปริพฺพาชนียสุตฺต-(มหาสมยสุตฺต)-วณฺณนา

๓๖๒. ปุจฺฉามิ มุนึ ปหูตปญฺญนฺติ สมฺมาปริพฺพาชนียสุตฺตํ, ‘‘มหาสมยสุตฺต’’นฺติปิ วุจฺจติ มหาสมยทิวเส กถิตตฺตา. กา อุปฺปตฺติ? ปุจฺฉาวสิกา อุปฺปตฺติ. นิมฺมิตพุทฺเธน หิ ปุฏฺโฐ ภควา อิมํ สุตฺตมภาสิ, ตํ สทฺธึ ปุจฺฉาย ‘‘สมฺมาปริพฺพาชนียสุตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปน สากิยโกลิยานํ อุปฺปตฺติโต ปภุติ โปราเณหิ วณฺณียติ.

ตตฺรายํ อุทฺเทสมคฺควณฺณนา – ปฐมกปฺปิกานํ กิร รญฺโญ มหาสมฺมตสฺส โรโช นาม ปุตฺโต อโหสิ. โรชสฺส วรโรโช, วรโรชสฺส กลฺยาโณ, กลฺยาณสฺส วรกลฺยาโณ, วรกลฺยาณสฺส มนฺธาตา, มนฺธาตุสฺส วรมนฺธาตา, วรมนฺธาตุสฺส อุโปสโถ, อุโปสถสฺส วโร, วรสฺส อุปวโร, อุปวรสฺส มฆเทโว, มฆเทวสฺส ปรมฺปรา จตุราสีติ ขตฺติยสหสฺสานิ อเหสุํ. เตสํ ปรโต ตโย โอกฺกากวํสา อเหสุํ. เตสุ ตติยโอกฺกากสฺส ปญฺจ มเหสิโย อเหสุํ – หตฺถา, จิตฺตา, ชนฺตุ, ชาลินี, วิสาขาติ. เอเกกิสฺสา ปญฺจ ปญฺจ อิตฺถิสตานิ ปริวารา. สพฺพเชฏฺฐาย จตฺตาโร ปุตฺตา – โอกฺกามุโข, กรกณฺฑุ, หตฺถินิโก, สินิปุโรติ; ปญฺจ ธีตโร – ปิยา, สุปฺปิยา, อานนฺทา, วิชิตา, วิชิตเสนาติ. เอวํ สา นว ปุตฺเต ลภิตฺวา กาลมกาสิ.

อถ ราชา อญฺญํ ทหรํ อภิรูปํ ราชธีตรํ อาเนตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปสิ. สาปิ ชนฺตุํ นาม เอกํ ปุตฺตํ วิชายิ. ตํ ชนฺตุกุมารํ ปญฺจมทิวเส อลงฺกริตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสิ. ราชา ตุฏฺโฐ มเหสิยา วรํ อทาสิ. สา ญาตเกหิ สทฺธึ มนฺเตตฺวา ปุตฺตสฺส รชฺชํ ยาจิ. ราชา ‘‘นสฺส วสลิ, มม ปุตฺตานํ อนฺตรายมิจฺฉสี’’ติ นาทาสิ. สา ปุนปฺปุนํ รโห ราชานํ ปริโตเสตฺวา ‘‘น, มหาราช, มุสาวาโท วฏฺฏตี’’ติอาทีนิ วตฺวา ยาจติ เอว. อถ ราชา ปุตฺเต อามนฺเตสิ – ‘‘อหํ, ตาตา, ตุมฺหากํ กนิฏฺฐํ ชนฺตุกุมารํ ทิสฺวา ตสฺส มาตุยา สหสา วรํ อทาสึ. สา ปุตฺตสฺส รชฺชํ ปริณาเมตุํ อิจฺฉติ. ตุเมฺห มมจฺจเยน อาคนฺตฺวา รชฺชํ กาเรยฺยาถา’’ติ อฏฺฐหิ อมจฺเจหิ สทฺธึ อุยฺโยเชสิ. เต ภคินิโย อาทาย จตุรงฺคินิยา เสนาย นครา นิกฺขมึสุ. ‘‘กุมารา ปิตุอจฺจเยน อาคนฺตฺวา รชฺชํ กาเรสฺสนฺติ, คจฺฉาม เน อุปฏฺฐหามา’’ติ จินฺเตตฺวา พหู มนุสฺสา อนุพนฺธึสุ. ปฐมทิวเส โยชนมตฺตา เสนา อโหสิ, ทุติยทิวเส ทฺวิโยชนมตฺตา, ตติยทิวเส ติโยชนมตฺตา. กุมารา จินฺเตสุํ – ‘‘มหา อยํ พลกาโย, สเจ มยํ กญฺจิ สามนฺตราชานํ อกฺกมิตฺวา ชนปทํ คณฺหิสฺสาม, โสปิ โน น ปโหสฺสติ, กึ ปเรสํ ปีฬํ กตฺวา ลทฺธรชฺเชน, มหา ชมฺพุทีโป, อรญฺเญ นครํ มาเปสฺสามา’’ติ หิมวนฺตาภิมุขา อคมึสุ.

ตตฺถ นครมาปโนกาสํ ปริเยสมานา หิมวติ กปิโล นาม โฆรตโป ตาปโส ปฏิวสติ โปกฺขรณิตีเร มหาสากสณฺเฑ, ตสฺส วสโนกาสํ คตา. โส เต ทิสฺวา ปุจฺฉิตฺวา สพฺพํ ปวตฺตึ สุตฺวา เตสุ อนุกมฺปํ อกาสิ. โส กิร ภุมฺมชาลํ นาม วิชฺชํ ชานาติ, ยาย อุทฺธํ อสีติหตฺเถ อากาเส จ เหฏฺฐา ภูมิยญฺจ คุณโทเส ปสฺสติ. อเถกสฺมึ ปเทเส สูกรมิคา สีหพฺยคฺฆาทโย ตาเสตฺวา ปริปาเตนฺติ, มณฺฑูกมูสิกา สปฺเป ภึสาเปนฺติ. โส เต ทิสฺวา ‘‘อยํ ภูมิปฺปเทโส ปถวีอคฺค’’นฺติ ตสฺมึ ปเทเส อสฺสมํ มาเปสิ. ตโต โส ราชกุมาเร อาห – ‘‘สเจ มม นาเมน นครํ กโรถ, เทมิ โว อิมํ โอกาส’’นฺติ. เต ตถา ปฏิชานึสุ. ตาปโส ‘‘อิมสฺมึ โอกาเส ฐตฺวา จณฺฑาลปุตฺโตปิ จกฺกวตฺตึ พเลน อติเสตี’’ติ วตฺวา ‘‘อสฺสเม รญฺโญ ฆรํ มาเปตฺวา นครํ มาเปถา’’ติ ตํ โอกาสํ ทตฺวา สยํ อวิทูเร ปพฺพตปาเท อสฺสมํ กตฺวา วสิ. ตโต กุมารา ตตฺถ นครํ มาเปตฺวา กปิลสฺส วุตฺโถกาเส กตตฺตา ‘‘กปิลวตฺถู’’ติ นามํ อาโรเปตฺวา ตตฺถ นิวาสํ กปฺเปสุํ.

อถ อมจฺจา ‘‘อิเม กุมารา วยปฺปตฺตา, ยทิ เนสํ ปิตา สนฺติเก ภเวยฺย, โส อาวาหวิวาหํ กาเรยฺย. อิทานิ ปน อมฺหากํ ภาโร’’ติ จินฺเตตฺวา กุมาเรหิ สทฺธึ มนฺเตสุํ. กุมารา ‘‘อมฺหากํ สทิสา ขตฺติยธีตโร น ปสฺสาม, ตาสมฺปิ ภคินีนํ สทิเส ขตฺติยกุมาเร, ชาติสมฺเภทญฺจ น กโรมา’’ติ. เต ชาติสมฺเภทภเยน เชฏฺฐภคินึ มาตุฏฺฐาเน ฐเปตฺวา อวเสสาหิ สํวาสํ กปฺเปสุํ. เตสํ ปิตา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ‘‘สกฺยา วต, โภ กุมารา, ปรมสกฺยา วต, โภ กุมารา’’ติ อุทานํ อุทาเนสิ. อยํ ตาว สกฺยานํ อุปฺปตฺติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ภควตา –

‘‘อถ โข, อมฺพฏฺฐ, ราชา โอกฺกาโก อมจฺเจ ปาริสชฺเช อามนฺเตสิ – ‘กหํ นุ โข, โภ, เอตรหิ กุมารา สมฺมนฺตี’ติ. อตฺถิ, เทว, หิมวนฺตปสฺเส โปกฺขรณิยา ตีเร มหาสากสณฺโฑ, ตตฺเถตรหิ กุมารา สมฺมนฺติ. เต ชาติสมฺเภทภยา สกาหิ ภคินีหิ สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปนฺตีติ. อถ โข, อมฺพฏฺฐ, ราชา โอกฺกาโก อุทานํ อุทาเนสิ – ‘สกฺยา วต, โภ กุมารา, ปรมสกฺยา วต, โภ กุมารา’ติ, ตทคฺเค โข ปน, อมฺพฏฺฐ, สกฺยา ปญฺญายนฺติ, โส จ สกฺยานํ ปุพฺพปุริโส’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๖๗).

ตโต เนสํ เชฏฺฐภคินิยา กุฏฺฐโรโค อุทปาทิ, โกวิฬารปุปฺผสทิสานิ คตฺตานิ อเหสุํ. ราชกุมารา ‘‘อิมาย สทฺธึ เอกโต นิสชฺชฏฺฐานโภชนาทีนิ กโรนฺตานมฺปิ อุปริ เอส โรโค สงฺกมตี’’ติ จินฺเตตฺวา อุยฺยานกีฬํ คจฺฉนฺตา วิย ตํ ยาเน อาโรเปตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา โปกฺขรณึ ขณาเปตฺวา ตํ ตตฺถ ขาทนียโภชนีเยหิ สทฺธึ ปกฺขิปิตฺวา อุปริ ปทรํ ปฏิจฺฉาทาเปตฺวา ปํสุํ ทตฺวา ปกฺกมึสุ. เตน จ สมเยน ราโม นาม ราชา กุฏฺฐโรคี โอโรเธหิ จ นาฏเกหิ จ ชิคุจฺฉิยมาโน เตน สํเวเคน เชฏฺฐปุตฺตสฺส รชฺชํ ทตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ตตฺถ ปณฺณมูลผลานิ ปริภุญฺชนฺโต นจิรสฺเสว อโรโค สุวณฺณวณฺโณ หุตฺวา, อิโต จิโต จ วิจรนฺโต มหนฺตํ สุสิรรุกฺขํ ทิสฺวา ตสฺสพฺภนฺตเร โสฬสหตฺถปฺปมาณํ ตํ โกลาปํ โสเธตฺวา, ทฺวารญฺจ วาตปานญฺจ กตฺวา นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา ตตฺถ วาสํ กปฺเปสิ. โส องฺคารกฏาเห อคฺคึ กตฺวา รตฺตึ วิสฺสรญฺจ สุสฺสรญฺจ สุณนฺโต สยติ. โส ‘‘อสุกสฺมึ ปเทเส สีโห สทฺทมกาสิ, อสุกสฺมึ พฺยคฺโฆ’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ปภาเต ตตฺถ คนฺตฺวา วิฆาสมํสํ อาทาย ปจิตฺวา ขาทติ.

อเถกทิวสํ โส ปจฺจูสสมเย อคฺคึ ชาเลตฺวา นิสีทิ. เตน จ สมเยน ตสฺสา ราชธีตาย คนฺธํ ฆายิตฺวา พฺยคฺโฆ ตํ ปเทสํ ขณิตฺวา ปทรตฺถเร วิวรมกาสิ. เตน วิวเรน สา พฺยคฺฆํ ทิสฺวา ภีตา วิสฺสรมกาสิ. โส ตํ สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อิตฺถิสทฺโท เอโส’’ติ จ สลฺลกฺเขตฺวา ปาโตว ตตฺถ คนฺตฺวา ‘‘โก เอตฺถา’’ติ อาห. ‘‘มาตุคาโม สามี’’ติ. ‘‘นิกฺขมา’’ติ. ‘‘น นิกฺขมามี’’ติ. ‘‘กึ การณา’’ติ? ‘‘ขตฺติยกญฺญา อห’’นฺติ. เอวํ โสพฺเภ นิขาตาปิ มานเมว กโรติ. โส สพฺพํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อหมฺปิ ขตฺติโย’’ติ ชาตึ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘เอหิ ทานิ ขีเร ปกฺขิตฺตสปฺปิ วิย ชาต’’นฺติ อาห. สา ‘‘กุฏฺฐโรคินีมฺหิ สามิ, น สกฺกา นิกฺขมิตุ’’นฺติ อาห. โส ‘‘กตกมฺโม ทานิ อหํ สกฺกา ติกิจฺฉิตุ’’นฺติ นิสฺเสณึ ทตฺวา ตํ อุทฺธริตฺวา อตฺตโน วสโนกาสํ เนตฺวา สยํ ปริภุตฺตเภสชฺชานิ เอว ทตฺวา นจิรสฺเสว อโรคํ สุวณฺณวณฺณมกาสิ. โส ตาย สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปสิ. สา ปฐมสํวาเสเนว คพฺภํ คณฺหิตฺวา เทฺว ปุตฺเต วิชายิ, ปุนปิ เทฺวติ เอวํ โสฬสกฺขตฺตุํ วิชายิ. เอวํ เต ทฺวตฺตึส ภาตโร อเหสุํ. เต อนุปุพฺเพน วุฑฺฒิปฺปตฺเต ปิตา สพฺพสิปฺปานิ สิกฺขาเปสิ.

อเถกทิวสํ เอโก รามรญฺโญ นครวาสี ปพฺพเต รตนานิ คเวสนฺโต ตํ ปเทสํ อาคโต ราชานํ ทิสฺวา อญฺญาสิ. ‘‘ชานามหํ, เทว, ตุเมฺห’’ติ อาห. ‘‘กุโต ตฺวํ อาคโตสี’’ติ จ เตน ปุฏฺโฐ ‘‘นครโต เทวา’’ติ อาห. ตโต นํ ราชา สพฺพํ ปวตฺตึ ปุจฺฉิ. เอวํ เตสุ สมุลฺลปมาเนสุ เต ทารกา อาคมึสุ. โส เต ทิสฺวา ‘‘อิเม เก เทวา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ปุตฺตา เม ภเณ’’ติ. ‘‘อิเมหิ ทานิ, เทว, ทฺวตฺตึสกุมาเรหิ ปริวุโต วเน กึ กริสฺสสิ, เอหิ รชฺชมนุสาสา’’ติ? ‘‘อลํ, ภเณ, อิเธว สุข’’นฺติ. โส ‘‘ลทฺธํ ทานิ เม กถาปาภต’’นฺติ นครํ คนฺตฺวา รญฺโญ ปุตฺตสฺสาโรเจสิ. รญฺโญ ปุตฺโต ‘‘ปิตรํ อาเนสฺสามี’’ติ จตุรงฺคินิยา เสนาย ตตฺถ คนฺตฺวา นานปฺปกาเรหิ ปิตรํ ยาจิ. โสปิ ‘‘อลํ, ตาต กุมาร, อิเธว สุข’’นฺติ เนว อิจฺฉิ. ตโต ราชปุตฺโต ‘‘น ทานิ ราชา อาคนฺตุํ อิจฺฉติ, หนฺทสฺส อิเธว นครํ มาเปมี’’ติ จินฺเตตฺวา ตํ โกลรุกฺขํ อุทฺธริตฺวา ฆรํ กตฺวา นครํ มาเปตฺวา โกลรุกฺขํ อปเนตฺวา กตตฺตา ‘‘โกลนคร’’นฺติ จ พฺยคฺฆปเถ กตตฺตา ‘‘พฺยคฺฆปชฺช’’นฺติ จาติ เทฺว นามานิ อาโรเปตฺวา อคมาสิ.

ตโต วยปฺปตฺเต กุมาเร มาตา อาณาเปสิ – ‘‘ตาตา, ตุมฺหากํ กปิลวตฺถุวาสิโน สกฺยา มาตุลา โหนฺติ, ธีตโร เนสํ คณฺหถา’’ติ. เต ยํ ทิวสํ ขตฺติยกญฺญาโย นทีกีฬนํ คจฺฉนฺติ, ตํ ทิวสํ คนฺตฺวา นทีติตฺถํ อุปรุนฺธิตฺวา นามานิ สาเวตฺวา ปตฺถิตา ปตฺถิตา ราชธีตโร คเหตฺวา อคมํสุ. สกฺยราชาโน สุตฺวา ‘‘โหตุ ภเณ, อมฺหากํ ญาตกา เอวา’’ติ ตุณฺหี อเหสุํ. อยํ โกลิยานํ อุปฺปตฺติ.

เอวํ เตสํ สากิยโกลิยานํ อญฺญมญฺญํ อาวาหวิวาหํ กโรนฺตานํ อาคโต วํโส ยาว สีหหนุราชา, ตาว วิตฺถารโต เวทิตพฺโพ – สีหหนุรญฺโญ กิร ปญฺจ ปุตฺตา อเหสุํ – สุทฺโธทโน, อมิโตทโน, โธโตทโน, สกฺโกทโน, สุกฺโกทโนติ. เตสุ สุทฺโธทเน รชฺชํ การยมาเน ตสฺส ปชาปติยา อญฺชนรญฺโญ ธีตาย มหามายาเทวิยา กุจฺฉิมฺหิ ปูริตปารมี มหาปุริโส ชาตกนิทาเน วุตฺตนเยน ตุสิตปุรา จวิตฺวา ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา อนุปุพฺเพน กตมหาภินิกฺขมโน สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุกฺกเมน กปิลวตฺถุํ คนฺตฺวา สุทฺโธทนมหาราชาทโย อริยผเล ปติฏฺฐาเปตฺวา ชนปทจาริกํ ปกฺกมิตฺวา ปุนปิ อปเรน สมเยน ปจฺจาคนฺตฺวา ปนฺนรสหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ กปิลวตฺถุสฺมึ วิหรติ นิโคฺรธาราเม.

ตตฺถ วิหรนฺเต จ ภควติ สากิยโกลิยานํ อุทกํ ปฏิจฺจ กลโห อโหสิ. กถํ? เนสํ กิร อุภินฺนมฺปิ กปิลปุรโกลิยปุรานํ อนฺตเร โรหิณี นาม นที ปวตฺตติ. สา กทาจิ อปฺโปทกา โหติ, กทาจิ มโหทกา. อปฺโปทกกาเล เสตุํ กตฺวา สากิยาปิ โกลิยาปิ อตฺตโน อตฺตโน สสฺสปายนตฺถํ อุทกํ อาเนนฺติ. เตสํ มนุสฺสา เอกทิวสํ เสตุํ กโรนฺตา อญฺญมญฺญํ ภณฺฑนฺตา ‘‘อเร ตุมฺหากํ ราชกุลํ ภคินีหิ สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปสิ กุกฺกุฏโสณสิงฺคาลาทิติรจฺฉานา วิย, ตุมฺหากํ ราชกุลํ สุสิรรุกฺเข วาสํ กปฺเปสิ ปิสาจิลฺลิกา วิยา’’ติ เอวํ ชาติวาเทน ขุํเสตฺวา อตฺตโน อตฺตโน ราชูนํ อาโรเจสุํ. เต กุทฺธา ยุทฺธสชฺชา หุตฺวา โรหิณีนทีตีรํ สมฺปตฺตา. เอวํ สาครสทิสํ พลํ อฏฺฐาสิ.

อถ ภควา ‘‘ญาตกา กลหํ กโรนฺติ, หนฺท, เน วาเรสฺสามี’’ติ อากาเสนาคนฺตฺวา ทฺวินฺนํ เสนานํ มชฺเฌ อฏฺฐาสิ. ตมฺปิ อาวชฺเชตฺวา สาวตฺถิโต อาคโตติ เอเก. เอวํ ฐตฺวา จ ปน อตฺตทณฺฑสุตฺตํ (สุ. นิ. ๙๔๑ อาทโย) อภาสิ. ตํ สุตฺวา สพฺเพ สํเวคปฺปตฺตา อาวุธานิ ฉฑฺเฑตฺวา ภควนฺตํ นมสฺสมานา อฏฺฐํสุ, มหคฺฆญฺจ อาสนํ ปญฺญาเปสุํ. ภควา โอรุยฺห ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิตฺวา ‘‘กุฐารีหตฺโถ ปุริโส’’ติอาทิกํ ผนฺทนชาตกํ (ชา. ๑.๑๓.๑๔), ‘‘วนฺทามิ ตํ กุญฺชรา’’ติอาทิกํ ลฏุกิกชาตกํ (ชา. ๑.๕.๓๙).

‘‘สมฺโมทมานา คจฺฉนฺติ, ชาลมาทาย ปกฺขิโน;

ยทา เต วิวทิสฺสนฺติ, ตทา เอหินฺติ เม วส’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๓๓) –

อิมํ วฏฺฏกชาตกญฺจ กเถตฺวา ปุน เตสํ จิรกาลปฺปวตฺตํ ญาติภาวํ ทสฺเสนฺโต อิมํ มหาวํสํ กเถสิ. เต ‘‘ปุพฺเพ กิร มยํ ญาตกา เอวา’’ติ อติวิย ปสีทึสุ. ตโต สกฺยา อฑฺฒเตยฺยกุมารสเต, โกลิยา อฑฺฒเตยฺยกุมารสเตติ ปญฺจ กุมารสเต ภควโต ปริวารตฺถาย อทํสุ. ภควา เตสํ ปุพฺพเหตุํ ทิสฺวา ‘‘เอถ ภิกฺขโว’’ติ อาห. เต สพฺเพ อิทฺธิยา นิพฺพตฺตอฏฺฐปริกฺขารยุตฺตา อากาเส อพฺภุคฺคนฺตฺวา อาคมฺม ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐํสุ. ภควา เต อาทาย มหาวนํ อคมาสิ. เตสํ ปชาปติโย ทูเต ปาเหสุํ, เต ตาหิ นานปฺปกาเรหิ ปโลภิยมานา อุกฺกณฺฐึสุ. ภควา เตสํ อุกฺกณฺฐิตภาวํ ญตฺวา หิมวนฺตํ ทสฺเสตฺวา ตตฺถ กุณาลชาตกกถาย (ชา. ๒.๒๑.๒๘๙ กุณาลชาตกํ) เตสํ อนภิรตึ วิโนเทตุกาโม อาห – ‘‘ทิฏฺฐปุพฺโพ โว, ภิกฺขเว, หิมวา’’ติ? ‘‘น ภควา’’ติ. ‘‘เอถ, ภิกฺขเว, เปกฺขถา’’ติ อตฺตโน อิทฺธิยา เต อากาเสน เนนฺโต ‘‘อยํ สุวณฺณปพฺพโต, อยํ รชตปพฺพโต, อยํ มณิปพฺพโต’’ติ นานปฺปกาเร ปพฺพเต ทสฺเสตฺวา กุณาลทเห มโนสิลาตเล ปจฺจุฏฺฐาสิ. ตโต ‘‘หิมวนฺเต สพฺเพ จตุปฺปทพหุปฺปทาทิเภทา ติรจฺฉานคตา ปาณา อาคจฺฉนฺตุ, สพฺเพสญฺจ ปจฺฉโต กุณาลสกุโณ’’ติ อธิฏฺฐาสิ. อาคจฺฉนฺเต จ เต ชาตินามนิรุตฺติวเสน วณฺเณนฺโต ‘‘เอเต, ภิกฺขเว, หํสา, เอเต โกญฺจา, เอเต จกฺกวากา, กรวีกา, หตฺถิโสณฺฑกา, โปกฺขรสาตกา’’ติ เตสํ ทสฺเสสิ.

เต วิมฺหิตหทยา ปสฺสนฺตา สพฺพปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตํ ทฺวีหิ ทิชกญฺญาหิ มุขตุณฺฑเกน ฑํสิตฺวา คหิตกฏฺฐเวมชฺเฌ นิสินฺนํ สหสฺสทิชกญฺญาปริวารํ กุณาลสกุณํ ทิสฺวา อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาตา ภควนฺตํ อาหํสุ – ‘‘กจฺจิ, ภนฺเต, ภควาปิ อิธ กุณาลราชา ภูตปุพฺโพ’’ติ? ‘‘อาม, ภิกฺขเว, มยาเวส กุณาลวํโส กโต. อตีเต หิ มยํ จตฺตาโร ชนา อิธ วสิมฺหา – นารโท เทวิโล อิสิ, อานนฺโท คิชฺฌราชา, ปุณฺณมุโข ผุสฺสโกกิโล, อหํ กุณาโล สกุโณ’’ติ สพฺพํ มหากุณาลชาตกํ กเถสิ. ตํ สุตฺวา เตสํ ภิกฺขูนํ ปุราณทุติยิกาโย อารพฺภ อุปฺปนฺนา อนภิรติ วูปสนฺตา. ตโต เตสํ ภควา สจฺจกถํ กเถสิ, กถาปริโยสาเน สพฺพปจฺฉิมโก โสตาปนฺโน, สพฺพอุปริโม อนาคามี อโหสิ, เอโกปิ ปุถุชฺชโน วา อรหา วา นตฺถิ. ตโต ภควา เต อาทาย ปุนเทว มหาวเน โอรุหิ. อาคจฺฉมานา จ เต ภิกฺขู อตฺตโนว อิทฺธิยา อาคจฺฉึสุ.

อถ เนสํ ภควา อุปริมคฺคตฺถาย ปุน ธมฺมํ เทเสสิ. เต ปญฺจสตาปิ วิปสฺสนํ อารภิตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ. ปฐมํ ปตฺโต ปฐมเมว อคมาสิ ‘‘ภควโต อาโรเจสฺสามี’’ติ. อาคนฺตฺวา จ ‘‘อภิรมามหํ ภควา, น อุกฺกณฺฐามี’’ติ วตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอวํ เต สพฺเพปิ อนุกฺกเมน อาคนฺตฺวา ภควนฺตํ ปริวาเรตฺวา นิสีทึสุ เชฏฺฐมาสอุโปสถทิวเส สายนฺหสมเย. ตโต ปญฺจสตขีณาสวปริวุตํ วรพุทฺธาสเน นิสินฺนํ ภควนฺตํ ฐเปตฺวา อสญฺญสตฺเต จ อรูปพฺรหฺมาโน จ สกลทสสหสฺสจกฺกวาเฬ อวเสสเทวตาทโย มงฺคลสุตฺตวณฺณนายํ วุตฺตนเยน สุขุมตฺตภาเว นิมฺมินิตฺวา สมฺปริวาเรสุํ ‘‘วิจิตฺรปฏิภานํ ธมฺมเทสนํ โสสฺสามา’’ติ. ตตฺถ จตฺตาโร ขีณาสวพฺรหฺมาโน สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย พฺรหฺมคณํ อปสฺสนฺตา ‘‘กุหึ คตา’’ติ อาวชฺเชตฺวา ตมตฺถํ ญตฺวา ปจฺฉา อาคนฺตฺวา โอกาสํ อลภมานา จกฺกวาฬมุทฺธนิ ฐตฺวา ปจฺเจกคาถาโย อภาสึสุ. ยถาห –

‘‘อถ โข จตุนฺนํ สุทฺธาวาสกายิกานํ เทวตานํ เอตทโหสิ – ‘อยํ, โข, ภควา สกฺเกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมึ มหาวเน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ สพฺเพเหว อรหนฺเตหิ. ทสหิ จ โลกธาตูหิ เทวตา เยภุยฺเยน สนฺนิปติตา โหนฺติ ภควนฺตํ ทสฺสนาย ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. ยํนูน มยมฺปิ เยน ภควา เตนุปสงฺกเมยฺยาม, อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต สนฺติเก ปจฺเจกํ คาถํ ภาเสยฺยามา’’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๓๑; สํ. นิ. ๑.๓๗).

สพฺพํ สคาถาวคฺเค วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. เอวํ คนฺตฺวา จ ตตฺถ เอโก พฺรหฺมา ปุรตฺถิมจกฺกวาฬมุทฺธนิ โอกาสํ ลภิตฺวา ตตฺถ ฐิโต อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘มหาสมโย ปวนสฺมึ…เป…

ทกฺขิตาเย อปราชิตสงฺฆ’’นฺติ. (ที. นิ. ๒.๓๓๒; สํ. นิ. ๑.๓๗);

อิมญฺจสฺส คาถํ ภาสมานสฺส ปจฺฉิมจกฺกวาฬปพฺพเต ฐิโต สทฺทํ อสฺโสสิ.

ทุติโย ปจฺฉิมจกฺกวาฬมุทฺธนิ โอกาสํ ลภิตฺวา ตตฺถ ฐิโต ตํ คาถํ สุตฺวา อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘ตตฺร ภิกฺขโว สมาทหํสุ…เป…

อินฺทฺริยานิ รกฺขนฺติ ปณฺฑิตา’’ติ. (ที. นิ. ๒.๓๓๒; สํ. นิ. ๑.๓๗);

ตติโย ทกฺขิณจกฺกวาฬมุทฺธนิ โอกาสํ ลภิตฺวา ตตฺถ ฐิโต ตํ คาถํ สุตฺวา อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘เฉตฺวา ขีลํ เฉตฺวา ปลิฆํ…เป… สุสุนาคา’’ติ. (ที. นิ. ๒.๓๓๒; สํ. นิ. ๑.๓๗);

จตุตฺโถ อุตฺตรจกฺกวาฬมุทฺธนิ โอกาสํ ลภิตฺวา ตตฺถ ฐิโต ตํ คาถํ สุตฺวา อิมํ คาถมภาสิ –

‘‘เย เกจิ พุทฺธํ สรณํ คตาเส…เป…

เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺตี’’ติ. (ที. นิ. ๒.๓๓๒; สํ. นิ. ๑.๓๗);

ตสฺสปิ ตํ สทฺทํ ทกฺขิณจกฺกวาฬมุทฺธนิ ฐิโต อสฺโสสิ. เอวํ ตทา อิเม จตฺตาโร พฺรหฺมาโน ปริสํ โถเมตฺวา ฐิตา อเหสุํ, มหาพฺรหฺมาโน เอกจกฺกวาฬํ ฉาเทตฺวา อฏฺฐํสุ.

อถ ภควา เทวปริสํ โอโลเกตฺวา ภิกฺขูนํ อาโรเจสิ – ‘‘เยปิ เต, ภิกฺขเว, อเหสุํ อตีตมทฺธานํ อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา, เตสมฺปิ ภควนฺตานํ เอตปฺปรมาเยว เทวตา สนฺนิปติตา อเหสุํ. เสยฺยถาปิ มยฺหํ เอตรหิ, เยปิ เต, ภิกฺขเว, ภวิสฺสนฺติ อนาคตมทฺธานํ อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา, เตสมฺปิ ภควนฺตานํ เอตปฺปรมาเยว เทวตา สนฺนิปติตา ภวิสฺสนฺติ เสยฺยถาปิ มยฺหํ เอตรหี’’ติ. ตโต ตํ เทวปริสํ ภพฺพาภพฺพวเสน ทฺวิธา วิภชิ ‘‘เอตฺตกา ภพฺพา, เอตฺตกา อภพฺพา’’ติ. ตตฺถ ‘‘อภพฺพปริสา พุทฺธสเตปิ ธมฺมํ เทเสนฺเต น พุชฺฌติ, ภพฺพปริสา สกฺกา โพเธตุ’’นฺติ ญตฺวา ปุน ภพฺพปุคฺคเล จริยวเสน ฉธา วิภชิ ‘‘เอตฺตกา ราคจริตา, เอตฺตกา โทส-โมห-วิตกฺก-สทฺธา-พุทฺธิจริตา’’ติ. เอวํ จริยวเสน ปริคฺคเหตฺวา ‘‘อสฺสา ปริสาย กีทิสา ธมฺมเทสนา สปฺปายา’’ติ ธมฺมกถํ วิจินิตฺวา ปุน ตํ ปริสํ มนสากาสิ – ‘‘อตฺตชฺฌาสเยน นุ โข ชาเนยฺย, ปรชฺฌาสเยน, อฏฺฐุปฺปตฺติวเสน, ปุจฺฉาวเสนา’’ติ. ตโต ‘‘ปุจฺฉาวเสน ชาเนยฺยา’’ติ ญตฺวา ‘‘ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ สมตฺโถ อตฺถิ, นตฺถี’’ติ ปุน สกลปริสํ อาวชฺเชตฺวา ‘‘นตฺถิ โกจี’’ติ ญตฺวา ‘‘สเจ อหเมว ปุจฺฉิตฺวา อหเมว วิสฺสชฺเชยฺยํ, เอวมสฺสา ปริสาย สปฺปายํ น โหติ. ยํนูนาหํ นิมฺมิตพุทฺธํ มาเปยฺยนฺติ ปาทกชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย มโนมยิทฺธิยา อภิสงฺขริตฺวา นิมฺมิตพุทฺธํ มาเปสิ. สพฺพงฺคปจฺจงฺคี ลกฺขณสมฺปนฺโน ปตฺตจีวรธโร อาโลกิตวิโลกิตาทิสมฺปนฺโน โหตู’’ติ อธิฏฺฐานจิตฺเตน สห ปาตุรโหสิ. โส ปาจีนโลกธาตุโต อาคนฺตฺวา ภควโต สมสเม อาสเน นิสินฺโน เอวํ อาคนฺตฺวา ยานิ ภควตา อิมมฺหิ สมาคเม จริยวเสน ฉ สุตฺตานิ (สุ. นิ. ๘๕๔ อาทโย, ๘๖๘ อาทโย, ๘๘๔ อาทโย, ๙๐๑ อาทโย, ๙๒๑ อาทโย) กถิตานิ. เสยฺยถิทํ – ปุราเภทสุตฺตํ กลหวิวาทสุตฺตํ จูฬพฺยูหํ มหาพฺยูหํ ตุวฏกํ อิทเมว สมฺมาปริพฺพาชนียนฺติ. เตสุ ราคจริตเทวตานํ สปฺปายวเสน กเถตพฺพสฺส อิมสฺส สุตฺตสฺส ปวตฺตนตฺถํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘ปุจฺฉามิ มุนึ ปหูตปญฺญ’’นฺติ อิมํ คาถมาห.

ตตฺถ ปหูตปญฺญนฺติ มหาปญฺญํ. ติณฺณนฺติ จตุโรฆติณฺณํ. ปารงฺคตนฺติ นิพฺพานปฺปตฺตํ. ปรินิพฺพุตนฺติ สอุปาทิเสสนิพฺพานวเสน ปรินิพฺพุตํ. ฐิตตฺตนฺติ โลกธมฺเมหิ อกมฺปนียจิตฺตํ. นิกฺขมฺม ฆรา ปนุชฺช กาเมติ วตฺถุกาเม ปนุทิตฺวา ฆราวาสา นิกฺขมฺม. กถํ ภิกฺขุ สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺยาติ โส ภิกฺขุ กถํ โลเก สมฺมา ปริพฺพเชยฺย วิหเรยฺย อนุปลิตฺโต โลเกน หุตฺวา, โลกํ อติกฺกเมยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมว.

๓๖๓. อถ ภควา ยสฺมา อาสวกฺขยํ อปฺปตฺวา โลเก สมฺมา ปริพฺพชนฺโต นาม นตฺถิ, ตสฺมา ตสฺมึ ราคจริตาทิวเสน ปริคฺคหิเต สพฺพปุคฺคลสมูเห ตํ ตํ เตสํ เตสํ สมานโทสานํ เทวตาคณานํ อาจิณฺณโทสปฺปหานตฺถํ ‘‘ยสฺส มงฺคลา’’ติ อารภิตฺวา อรหตฺตนิกูเฏเนว ขีณาสวปฏิปทํ ปกาเสนฺโต ปนฺนรส คาถาโย อภาสิ.

ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาว มงฺคลาติ มงฺคลสุตฺเต วุตฺตานํ ทิฏฺฐมงฺคลาทีนเมตํ อธิวจนํ. สมูหตาติ สุฏฺฐุ อูหตา ปญฺญาสตฺเถน สมุจฺฉินฺนา. อุปฺปาตาติ ‘‘อุกฺกาปาตทิสาฑาหาทโย เอวํ วิปากา โหนฺตี’’ติ เอวํ ปวตฺตา อุปฺปาตาภินิเวสา. สุปินาติ ‘‘ปุพฺพณฺหสมเย สุปินํ ทิสฺวา อิทํ นาม โหติ, มชฺฌนฺหิกาทีสุ อิทํ, วามปสฺเสน สยตา ทิฏฺเฐ อิทํ นาม โหติ, ทกฺขิณปสฺสาทีหิ อิทํ, สุปินนฺเต จนฺทํ ทิสฺวา อิทํ นาม โหติ, สูริยาทโย ทิสฺวา อิท’’นฺติ เอวํ ปวตฺตา สุปินาภินิเวสา. ลกฺขณาติ ทณฺฑลกฺขณวตฺถลกฺขณาทิปาฐํ ปฐิตฺวา ‘‘อิมินา อิทํ นาม โหตี’’ติ เอวํ ปวตฺตา ลกฺขณาภินิเวสา. เต สพฺเพปิ พฺรหฺมชาเล วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. โส มงฺคลโทสวิปฺปหีโนติ อฏฺฐตึส มหามงฺคลานิ ฐเปตฺวา อวเสสา มงฺคลโทสา นาม. ยสฺส ปเนเต มงฺคลาทโย สมูหตา, โส มงฺคลโทสวิปฺปหีโน โหติ. อถ วา มงฺคลานญฺจ อุปฺปาตาทิโทสานญฺจ ปหีนตฺตา มงฺคลโทสวิปฺปหีโน โหติ, น มงฺคลาทีหิ สุทฺธึ ปจฺเจติ อริยมคฺคสฺส อธิคตตฺตา. ตสฺมา สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย, โส ขีณาสโว สมฺมา โลเก ปริพฺพเชยฺย อนุปลิตฺโต โลเกนาติ.

๓๖๔. ทุติยคาถาย ราคํ วินเยถ มานุเสสุ, ทิพฺเพสุ กาเมสุ จาปิ ภิกฺขูติ มานุเสสุ จ ทิพฺเพสุ จ กามคุเณสุ อนาคามิมคฺเคน อนุปฺปตฺติธมฺมตํ เนนฺโต ราคํ วินเยถ. อติกฺกมฺม ภวํ สเมจฺจ ธมฺมนฺติ เอวํ ราคํ วิเนตฺวา ตโต ปรํ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพปฺปการโต ปริญฺญาภิสมยาทโย สาเธนฺโต จตุสจฺจเภทมฺปิ สเมจฺจ ธมฺมํ อิมาย ปฏิปทาย ติวิธมฺปิ อติกฺกมฺม ภวํ. สมฺมา โสติ โสปิ ภิกฺขุ สมฺมา โลเก ปริพฺพเชยฺย.

๓๖๕. ตติยคาถาย ‘‘อนุโรธวิโรธวิปฺปหีโน’’ติ สพฺพวตฺถูสุ ปหีนราคโทโส. เสสํ วุตฺตนยเมว สพฺพคาถาสุ จ ‘‘โสปิ ภิกฺขุ สมฺมา โลเก ปริพฺพเชยฺยา’’ติ โยเชตพฺพํ. อิโต ปรญฺหิ โยชนมฺปิ อวตฺวา อวุตฺตนยเมว วณฺณยิสฺสาม.

๓๖๖. จตุตฺถคาถาย สตฺตสงฺขารวเสน ทุวิธํ ปิยญฺจ อปฺปิยญฺจ เวทิตพฺพํ, ตตฺถ ฉนฺทราคปฏิฆปฺปหาเนน หิตฺวา. อนุปาทายาติ จตูหิ อุปาทาเนหิ กญฺจิ ธมฺมํ อคฺคเหตฺวา. อนิสฺสิโต กุหิญฺจีติ อฏฺฐสตเภเทน ตณฺหานิสฺสเยน ทฺวาสฏฺฐิเภเทน ทิฏฺฐินิสฺสเยน จ กุหิญฺจิ รูปาทิธมฺเม ภเว วา อนิสฺสิโต. สํโยชนิเยหิ วิปฺปมุตฺโตติ สพฺเพปิ เตภูมกธมฺมา ทสวิธสํโยชนสฺส วิสยตฺตา สํโยชนิยา, เตหิ สพฺพปฺปการโต มคฺคภาวนาย ปริญฺญาตตฺตา จ วิปฺปมุตฺโตติ อตฺโถ. ปฐมปาเทน เจตฺถ ราคโทสปฺปหานํ วุตฺตํ, ทุติเยน อุปาทานนิสฺสยาภาโว, ตติเยน เสสากุสเลหิ อกุสลวตฺถูหิ จ วิปฺปโมกฺโข. ปฐเมน วา ราคโทสปฺปหานํ, ทุติเยน ตทุปาโย, ตติเยน เตสํ ปหีนตฺตา สํโยชนิเยหิ วิปฺปโมกฺโขติ เวทิตพฺโพ.

๓๖๗. ปญฺจมคาถาย อุปธีสูติ ขนฺธุปธีสุ. อาทานนฺติ อาทาตพฺพฏฺเฐน เตเยว วุจฺจนฺติ. อนญฺญเนยฺโยติ อนิจฺจาทีนํ สุทิฏฺฐตฺตา ‘‘อิทํ เสยฺโย’’ติ เกนจิ อเนตพฺโพ. เสสํ อุตฺตานปทตฺถเมว. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อาทาเนสุ จตุตฺถมคฺเคน สพฺพโส ฉนฺทราคํ วิเนตฺวา โส วินีตฉนฺทราโค, เตสุ อุปธีสุ น สารเมติ, สพฺเพ อุปธี อสารกตฺเตเนว ปสฺสติ. ตโต เตสุ ทุวิเธนปิ นิสฺสเยน อนิสฺสิโต อญฺเญน วา เกนจิ ‘‘อิทํ เสยฺโย’’ติ อเนตพฺโพ ขีณาสโว ภิกฺขุ สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย.

๓๖๘. ฉฏฺฐคาถาย อวิรุทฺโธติ เอเตสํ ติณฺณํ ทุจฺจริตานํ ปหีนตฺตา สุจริเตหิ สทฺธึ อวิรุทฺโธ. วิทิตฺวา ธมฺมนฺติ มคฺเคน จตุสจฺจธมฺมํ ญตฺวา. นิพฺพานปทาภิปตฺถยาโนติ อนุปาทิเสสํ ขนฺธปรินิพฺพานปทํ ปตฺถยมาโน. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.

๓๖๙. สตฺตมคาถาย อกฺกุฏฺโฐติ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อภิสตฺโต. น สนฺธิเยถาติ น อุปนเยฺหถ น กุปฺเปยฺย. ลทฺธา ปรโภชนํ น มชฺเชติ ปเรหิ ทินฺนํ สทฺธาเทยฺยํ ลภิตฺวา ‘‘อหํ ญาโต ยสสฺสี ลาภี’’ติ น มชฺเชยฺย. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.

๓๗๐. อฏฺฐมคาถาย โลภนฺติ วิสมโลภํ. ภวนฺติ กามภวาทิภวํ. เอวํ ทฺวีหิ ปเทหิ ภวโภคตณฺหา วุตฺตา. ปุริเมน วา สพฺพาปิ ตณฺหา, ปจฺฉิเมน กมฺมภโว. วิรโต เฉทนพนฺธนา จาติ เอวเมเตสํ กมฺมกิเลสานํ ปหีนตฺตา ปรสตฺตเฉทนพนฺธนา จ วิรโตติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

๓๗๑. นวมคาถาย สารุปฺปํ อตฺตโน วิทิตฺวาติ อตฺตโน ภิกฺขุภาวสฺส ปติรูปํ อเนสนาทึ ปหาย สมฺมาเอสนาทิอาชีวสุทฺธึ อญฺญญฺจ สมฺมาปฏิปตฺตึ ตตฺถ ปติฏฺฐหเนน วิทิตฺวา. น หิ ญาตมตฺเตเนว กิญฺจิ โหติ. ยถาตถิยนฺติ ยถาตถํ ยถาภูตํ. ธมฺมนฺติ ขนฺธายตนาทิเภทํ ยถาภูตญาเณน, จตุสจฺจธมฺมํ วา มคฺเคน วิทิตฺวา. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.

๓๗๒. ทสมคาถาย โส นิราโส อนาสิสาโนติ ยสฺส อริยมคฺเคน วินาสิตตฺตา อนุสยา จ น สนฺติ, อกุสลมูลา จ สมูหตา, โส นิราโส นิตฺตโณฺห โหติ. ตโต อาสาย อภาเวน กญฺจิ รูปาทิธมฺมํ นาสีสติ. เตนาห ‘‘นิราโส อนาสิสาโน’’ติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

๓๗๓. เอกาทสมคาถาย อาสวขีโณติ ขีณจตุราสโว. ปหีนมาโนติ ปหีนนววิธมาโน. ราคปถนฺติ ราควิสยภูตํ เตภูมกธมฺมชาตํ. อุปาติวตฺโตติ ปริญฺญาปหาเนหิ อติกฺกนฺโต. ทนฺโตติ สพฺพทฺวารวิเสวนํ หิตฺวา อริเยน ทมเถน ทนฺตภูมึ ปตฺโต. ปรินิพฺพุโตติ กิเลสคฺคิวูปสเมน สีติภูโต. เสสํ วุตฺตนยเมว.

๓๗๔. ทฺวาทสมคาถาย สทฺโธติ พุทฺธาทิคุเณสุ ปรปฺปจฺจยวิรหิตตฺตา สพฺพาการสมฺปนฺเนน อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต, น ปรสฺส สทฺธาย ปฏิปตฺติยํ คมนภาเวน. ยถาห – ‘‘น ขฺวาหํ เอตฺถ ภนฺเต ภควโต สทฺธาย คจฺฉามี’’ติ (อ. นิ. ๕.๓๔). สุตวาติ โวสิตสุตกิจฺจตฺตา ปรมตฺถิกสุตสมนฺนาคโต. นิยามทสฺสีติ สํสารกนฺตารมูเฬฺห โลเก อมตปุรคามิโน สมฺมตฺตนิยามภูตสฺส มคฺคสฺส ทสฺสาวี, ทิฏฺฐมคฺโคติ วุตฺตํ โหติ. วคฺคคเตสุ น วคฺคสารีติ วคฺคคตา นาม ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคติกา อญฺญมญฺญํ ปฏิโลมตฺตา, เอวํ วคฺคาหิ ทิฏฺฐีหิ คเตสุ สตฺเตสุ น วคฺคสารี – ‘‘อิทํ อุจฺฉิชฺชิสฺสติ, อิทํ ตเถว ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ ทิฏฺฐิวเสน อคมนโต. ปฏิฆนฺติ ปฏิฆาตกํ, จิตฺตวิฆาตกนฺติ วุตฺตํ โหติ. โทสวิเสสนเมเวตํ. วิเนยฺยาติ วิเนตฺวา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

๓๗๕. เตรสมคาถาย สํสุทฺธชิโนติ สํสุทฺเธน อรหตฺตมคฺเคน วิชิตกิเลโส. วิวฏฺฏจฺฉโทติ วิวฏราคโทสโมหฉทโน. ธมฺเมสุ วสีติ จตุสจฺจธมฺเมสุ วสิปฺปตฺโต. น หิสฺส สกฺกา เต ธมฺมา ยถา ญาตา เกนจิ อญฺญถา กาตุํ, เตน ขีณาสโว ‘‘ธมฺเมสุ วสี’’ติ วุจฺจติ. ปารคูติ ปารํ วุจฺจติ นิพฺพานํ, ตํ คโต, สอุปาทิเสสวเสน อธิคโตติ วุตฺตํ โหติ. อเนโชติ อปคตตณฺหาจลโน. สงฺขารนิโรธญาณกุสโลติ สงฺขารนิโรโธ วุจฺจติ นิพฺพานํ, ตมฺหิ ญาณํ อริยมคฺคปญฺญา, ตตฺถ กุสโล, จตุกฺขตฺตุํ ภาวิตตฺตา เฉโกติ วุตฺตํ โหติ.

๓๗๖. จุทฺทสมคาถาย อตีเตสูติ ปวตฺตึ ปตฺวา อติกฺกนฺเตสุ ปญฺจกฺขนฺเธสุ. อนาคเตสูติ ปวตฺตึ อปฺปตฺเตสุ ปญฺจกฺขนฺเธสุ เอว. กปฺปาตีโตติ ‘‘อหํ มม’’นฺติ กปฺปนํ สพฺพมฺปิ วา ตณฺหาทิฏฺฐิกปฺปํ อตีโต. อติจฺจ สุทฺธิปญฺโญติ อตีว สุทฺธิปญฺโญ, อติกฺกมิตฺวา วา สุทฺธิปญฺโญ. กึ อติกฺกมิตฺวา? อทฺธตฺตยํ. อรหา หิ ยฺวายํ อวิชฺชาสงฺขารสงฺขาโต อตีโต อทฺธา, ชาติชรามรณสงฺขาโต อนาคโต อทฺธา, วิญฺญาณาทิภวปริยนฺโต ปจฺจุปฺปนฺโน จ อทฺธา, ตํ สพฺพมฺปิ อติกฺกมฺม กงฺขํ วิตริตฺวา ปรมสุทฺธิปฺปตฺตปญฺโญ หุตฺวา ฐิโต. เตน วุจฺจติ ‘‘อติจฺจ สุทฺธิปญฺโญ’’ติ. สพฺพายตเนหีติ ทฺวาทสหายตเนหิ. อรหา หิ เอวํ กปฺปาตีโต. กปฺปาตีตตฺตา อติจฺจ สุทฺธิปญฺญตฺตา จ อายตึ น กิญฺจิ อายตนํ อุเปติ. เตนาห – ‘‘สพฺพายตเนหิ วิปฺปมุตฺโต’’ติ.

๓๗๗. ปนฺนรสมคาถาย อญฺญาย ปทนฺติ เย เต ‘‘สจฺจานํ จตุโร ปทา’’ติ วุตฺตา, เตสุ เอเกกปทํ ปุพฺพภาคสจฺจววตฺถาปนปญฺญาย ญตฺวา. สเมจฺจ ธมฺมนฺติ ตโต ปรํ จตูหิ อริยมคฺเคหิ จตุสจฺจธมฺมํ สเมจฺจ. วิวฏํ ทิสฺวาน ปหานมาสวานนฺติ อถ ปจฺจเวกฺขณญาเณน อาสวกฺขยสญฺญิตํ นิพฺพานํ วิวฏํ ปากฏมนาวฏํ ทิสฺวา. สพฺพุปธีนํ ปริกฺขยาติ สพฺเพสํ ขนฺธกามคุณกิเลสาภิสงฺขารเภทานํ อุปธีนํ ปริกฺขีณตฺตา กตฺถจิ อสชฺชมาโน ภิกฺขุ สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย วิหเรยฺย, อนลฺลียนฺโต โลกํ คจฺเฉยฺยาติ เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.

๓๗๘. ตโต โส นิมฺมิโต ธมฺมเทสนํ โถเมนฺโต ‘‘อทฺธา หิ ภควา’’ติ อิมํ คาถมาห. ตตฺถ โย โส เอวํ วิหารีติ โย โส มงฺคลาทีนิ สมูหนิตฺวา สพฺพมงฺคลโทสปฺปหานวิหารี, โยปิ โส ทิพฺพมานุสเกสุ กาเมสุ ราคํ วิเนยฺย ภวาติกฺกมฺม ธมฺมาภิสมยวิหารีติ เอวํ ตาย ตาย คาถาย นิทฺทิฏฺฐภิกฺขุํ ทสฺเสนฺโต อาห. เสสํ อุตฺตานเมว. อยํ ปน โยชนา – อทฺธา หิ ภควา ตเถว เอตํ ยํ ตฺวํ ‘‘ยสฺส มงฺคลา สมูหตา’’ติอาทีนิ วตฺวา ตสฺสา ตสฺสา คาถาย ปริโยสาเน ‘‘สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺยา’’ติ อวจ. กึ การณํ? โย โส เอวํวิหารี ภิกฺขุ, โส อุตฺตเมน ทมเถน ทนฺโต, สพฺพานิ จ ทสปิ สํโยชนานิ จตุโร จ โยเค วีติวตฺโต โหติ. ตสฺมา สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย, นตฺถิ เม เอตฺถ วิจิกิจฺฉาติ อิติ เทสนาโถมนคาถมฺปิ วตฺวา อรหตฺตนิกูเฏเนว เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. สุตฺตปริโยสาเน โกฏิสตสหสฺสเทวตานํ อคฺคผลปฺปตฺติ อโหสิ, โสตาปตฺติสกทาคามิอนาคามิผลปฺปตฺตา ปน คณนโต อสงฺเขฺยยฺยาติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย สมฺมาปริพฺพาชนียสุตฺตวณฺณนา

นิฏฺฐิตา.