๒. อามคนฺธสุตฺตวณฺณนา
สามากจิงฺคูลกจีนกานิ จาติ อามคนฺธสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อนุปฺปนฺเน ภควติ อามคนฺโธ นาม พฺราหฺมโณ ปญฺจหิ มาณวกสเตหิ สทฺธึ ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา ปพฺพตนฺตเร อสฺสมํ การาเปตฺวา วนมูลผลาหาโร หุตฺวา ตตฺถ ปฏิวสติ, น กทาจิ มจฺฉมํสํ ขาทติ. อถ เตสํ ตาปสานํ โลณมฺพิลาทีนิ อปริภุญฺชนฺตานํ ปณฺฑุโรโค อุปฺปชฺชิ. ตโต เต ‘‘โลณมฺพิลาทิเสวนตฺถาย มนุสฺสปถํ คจฺฉามา’’ติ ปจฺจนฺตคามํ สมฺปตฺตา. ตตฺถ มนุสฺสา เตสุ ปสีทิตฺวา นิมนฺเตตฺวา โภเชสุํ, กตภตฺตกิจฺจานํ เนสํ มญฺจปีฐปริโภคภาชนปาทมกฺขนาทีนิ อุปเนตฺวา ‘‘เอตฺถ, ภนฺเต, วสถ, มา อุกฺกณฺฐิตฺถา’’ติ วสนฏฺฐานํ ทสฺเสตฺวา ปกฺกมึสุ. ทุติยทิวเสปิ เนสํ ทานํ ทตฺวา ปุน ฆรปฏิปาฏิยา เอเกกทิวสํ ทานมทํสุ. ตาปสา จตุมาสํ ตตฺถ วสิตฺวา โลณมฺพิลาทิเสวนาย ถิรภาวปฺปตฺตสรีรา หุตฺวา ‘‘มยํ, อาวุโส, คจฺฉามา’’ติ มนุสฺสานํ อาโรเจสุํ. มนุสฺสา เตสํ เตลตณฺฑุลาทีนิ อทํสุ. เต ตานิ อาทาย อตฺตโน อสฺสมเมว อคมํสุ. ตญฺจ คามํ ตเถว สํวจฺฉเร สํวจฺฉเร อาคมึสุ. มนุสฺสาปิ เตสํ อาคมนกาลํ วิทิตฺวา ทานตฺถาย ตณฺฑุลาทีนิ สชฺเชตฺวาว อจฺฉนฺติ, อาคเต จ เน ตเถว สมฺมาเนนฺติ.
อถ ภควา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ คนฺตฺวา ตตฺถ วิหรนฺโต เตสํ ตาปสานํ อุปนิสฺสยสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ตโต นิกฺขมฺม ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต จาริกํ จรมาโน อนุปุพฺเพน ตํ คามํ อนุปฺปตฺโต. มนุสฺสา ภควนฺตํ ทิสฺวา มหาทานานิ อทํสุ. ภควา เตสํ ธมฺมํ เทเสสิ. เต ตาย ธมฺมเทสนาย อปฺเปกจฺเจ โสตาปนฺนา, เอกจฺเจ สกทาคามิโน, เอกจฺเจ อนาคามิโน อเหสุํ, เอกจฺเจ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. ภควา ปุนเทว สาวตฺถึ ปจฺจาคมาสิ. อถ เต ตาปสา ตํ คามํ อาคมึสุ. มนุสฺสา ตาปเส ทิสฺวา น ปุพฺพสทิสํ โกตูหลมกํสุ. ตาปสา ตํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘กึ, อาวุโส, อิเม มนุสฺสา น ปุพฺพสทิสา, กึ นุ โข อยํ คาโม ราชทณฺเฑน อุปทฺทุโต, อุทาหุ ทุพฺภิกฺเขน, อุทาหุ อเมฺหหิ สีลาทิคุเณหิ สมฺปนฺนตโร โกจิ ปพฺพชิโต อิมํ คามมนุปฺปตฺโต’’ติ? เต อาหํสุ – ‘‘น, ภนฺเต, ราชทณฺเฑน, น ทุพฺภิกฺเขนายํ คาโม อุปทฺทุโต, อปิจ พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน, โส ภควา พหุชนหิตาย ธมฺมํ เทเสนฺโต อิธาคโต’’ติ.
ตํ สุตฺวา อามคนฺธตาปโส ‘‘พุทฺโธติ, คหปตโย, วเทถา’’ติ? ‘‘พุทฺโธติ, ภนฺเต, วทามา’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา ‘‘โฆโสปิ โข เอโส ทุลฺลโภ โลกสฺมึ, ยทิทํ พุทฺโธ’’ติ อตฺตมโน อตฺตมนวาจํ นิจฺฉาเรตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘กึ นุ โข โส พุทฺโธ อามคนฺธํ ภุญฺชติ, น ภุญฺชตี’’ติ? ‘‘โก, ภนฺเต, อามคนฺโธ’’ติ? ‘‘อามคนฺโธ นาม มจฺฉมํสํ, คหปตโย’’ติ. ‘‘ภควา, ภนฺเต, มจฺฉมํสํ ปริภุญฺชตี’’ติ. ตํ สุตฺวา ตาปโส วิปฺปฏิสารี อโหสิ – ‘‘มาเหว โข ปน พุทฺโธ สิยา’’ติ. ปุน จินฺเตสิ – ‘‘พุทฺธานํ ปาตุภาโว นาม ทุลฺลโภ, คนฺตฺวา พุทฺธํ ทิสฺวา ปุจฺฉิตฺวา ชานิสฺสามี’’ติ. ตโต เยน ภควา คโต, ตํ มคฺคํ มนุสฺเส ปุจฺฉิตฺวา วจฺฉคิทฺธินี คาวี วิย ตุริตตุริโต สพฺพตฺถ เอกรตฺติวาเสน สาวตฺถึ อนุปฺปตฺวา เชตวนเมว ปาวิสิ สทฺธึ สกาย ปริสาย. ภควาปิ ตสฺมึ สมเย ธมฺมเทสนตฺถาย อาสเน นิสินฺโน เอว โหติ. ตาปสา ภควนฺตํ อุปสงฺกมฺม ตุณฺหีภูตา อนภิวาเทตฺวาว เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. ภควา ‘‘กจฺจิ โว อิสโย ขมนีย’’นฺติอาทินา นเยน เตหิ สทฺธึ ปฏิสมฺโมทิ. เตปิ ‘‘ขมนียํ, โภ โคตมา’’ติอาทิมาหํสุ. ตโต อามคนฺโธ ภควนฺตํ ปุจฺฉิ – ‘‘อามคนฺธํ, โภ โคตม, ภุญฺชสิ, น ภุญฺชสี’’ติ? ‘‘โก โส, พฺราหฺมณ, อามคนฺโธ นามา’’ติ? ‘‘มจฺฉมํสํ, โภ โคตมา’’ติ. ภควา ‘‘น, พฺราหฺมณ, มจฺฉมํสํ อามคนฺโธ. อปิจ โข อามคนฺโธ นาม สพฺเพ กิเลสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา’’ติ วตฺวา ‘‘น, พฺราหฺมณ, อิทานิ ตฺวเมว อามคนฺธํ ปุจฺฉิ, อตีเตปิ ติสฺโส นาม พฺราหฺมโณ กสฺสปํ ภควนฺตํ ปุจฺฉิ. เอวญฺจ โส ปุจฺฉิ, เอวญฺจสฺส ภควา พฺยากาสี’’ติ ติสฺเสน จ พฺราหฺมเณน กสฺสเปน จ ภควตา วุตฺตคาถาโย เอว อาเนตฺวา ตาหิ คาถาหิ พฺราหฺมณํ สญฺญาเปนฺโต อาห – ‘‘สามากจิงฺคูลกจีนกานิ จา’’ติ. อยํ ตาว อิมสฺส สุตฺตสฺส อิธ อุปฺปตฺติ.
อตีเต ปน กสฺสโป กิร โพธิสตฺโต อฏฺฐาสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ ปารมิโย ปูเรตฺวา พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺตสฺส พฺราหฺมณสฺส ธนวตี นาม พฺราหฺมณี, ตสฺสา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ อคฺคเหสิ. อคฺคสาวโกปิ ตํ ทิวสํเยว เทวโลกา จวิตฺวา อนุปุโรหิตพฺราหฺมณสฺส ปชาปติยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ. เอวํ เตสํ เอกทิวสเมว ปฏิสนฺธิคฺคหณญฺจ คพฺภวุฏฺฐานญฺจ อโหสิ, เอกทิวสเมว เอเตสํ เอกสฺส กสฺสโป, เอกสฺส ติสฺโสติ นามมกํสุ. เต สหปํสุกีฬนกา เทฺว สหายา อนุปุพฺเพน วุฑฺฒึ อคมึสุ. ติสฺสสฺส ปิตา ปุตฺตํ อาณาเปสิ – ‘‘อยํ, ตาต, กสฺสโป นิกฺขมฺม ปพฺพชิตฺวา พุทฺโธ ภวิสฺสติ, ตฺวมฺปิสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ภวนิสฺสรณํ กเรยฺยาสี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา โพธิสตฺตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘อุโภปิ, สมฺม, ปพฺพชิสฺสามา’’ติ อาห. โพธิสตฺโต ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิ. ตโต วุฑฺฒึ อนุปฺปตฺตกาเลปิ ติสฺโส โพธิสตฺตํ อาห – ‘‘เอหิ, สมฺม, ปพฺพชิสฺสามา’’ติ โพธิสตฺโต น นิกฺขมิ. ติสฺโส ‘‘น ตาวสฺส ญาณํ ปริปากํ คต’’นฺติ สยํ นิกฺขมฺม อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อรญฺเญ ปพฺพตปาเท อสฺสมํ การาเปตฺวา วสติ. โพธิสตฺโตปิ อปเรน สมเยน ฆเร ฐิโตเยว อานาปานสฺสตึ ปริคฺคเหตฺวา จตฺตาริ ฌานานิ อภิญฺญาโย จ อุปฺปาเทตฺวา ปาสาเทน โพธิมณฺฑสมีปํ คนฺตฺวา ‘‘ปุน ปาสาโท ยถาฐาเนเยว ปติฏฺฐาตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ, โส สกฏฺฐาเนเยว ปติฏฺฐาสิ. อปพฺพชิเตน กิร โพธิมณฺฑํ อุปคนฺตุํ น สกฺกาติ. โส ปพฺพชิตฺวา โพธิมณฺฑํ ปตฺวา นิสีทิตฺวา สตฺต ทิวเส ปธานโยคํ กตฺวา สตฺตหิ ทิวเสหิ สมฺมาสมฺโพธึ สจฺฉากาสิ.
ตทา อิสิปตเน วีสติสหสฺสา ปพฺพชิตา ปฏิวสนฺติ. อถ กสฺสโป ภควา เต อามนฺเตตฺวา ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสิ. สุตฺตปริโยสาเน สพฺเพว อรหนฺโต อเหสุํ. โส สุทํ ภควา วีสติภิกฺขุสหสฺสปริวุโต ตตฺเถว อิสิปตเน วสติ. กิกี จ นํ กาสิราชา จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐาติ. อเถกทิวสํ พาราณสิวาสี เอโก ปุริโส ปพฺพเต จนฺทนสาราทีนิ คเวสนฺโต ติสฺสสฺส ตาปสสฺส อสฺสมํ ปตฺวา ตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. ตาปโส ตํ ทิสฺวา ‘‘กุโต อาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘พาราณสิโต, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กา ตตฺถ ปวตฺตี’’ติ? ‘‘ตตฺถ, ภนฺเต, กสฺสโป นาม สมฺมาสมฺพุทฺโธ อุปฺปนฺโน’’ติ. ตาปโส ทุลฺลภวจนํ สุตฺวา ปีติโสมนสฺสชาโต ปุจฺฉิ – ‘‘กึ โส อามคนฺธํ ภุญฺชติ, น ภุญฺชตี’’ติ? ‘‘โก ภนฺเต, อามคนฺโธ’’ติ? ‘‘มจฺฉมํสํ อาวุโส’’ติ. ‘‘ภควา, ภนฺเต, มจฺฉมํสํ ภุญฺชตี’’ติ. ตํ สุตฺวา ตาปโส วิปฺปฏิสารี หุตฺวา ปุน จินฺเตสิ – ‘‘คนฺตฺวา ตํ ปุจฺฉิสฺสามิ, สเจ ‘อามคนฺธํ ปริภุญฺชามี’ติ วกฺขติ, ตโต นํ ‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, ชาติยา จ กุลสฺส จ โคตฺตสฺส จ อนนุจฺฉวิกเมต’นฺติ นิวาเรตฺวา ตสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ภวนิสฺสรณํ กริสฺสามี’’ติ สลฺลหุกํ อุปกรณํ คเหตฺวา สพฺพตฺถ เอกรตฺติวาเสน สายนฺหสมเย พาราณสึ ปตฺวา อิสิปตนเมว ปาวิสิ. ภควาปิ ตสฺมึ สมเย ธมฺมเทสนตฺถาย อาสเน นิสินฺโนเยว โหติ. ตาปโส ภควนฺตํ อุปสงฺกมฺม อนภิวาเทตฺวา ตุณฺหีภูโต เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. ภควา ตํ ทิสฺวา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว ปฏิสมฺโมทิ. โสปิ ‘‘ขมนียํ, โภ กสฺสปา’’ติอาทีนิ วตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา ภควนฺตํ ปุจฺฉิ – ‘‘อามคนฺธํ, โภ กสฺสป, ภุญฺชสิ, น ภุญฺชสี’’ติ? ‘‘นาหํ, พฺราหฺมณ, อามคนฺธํ ภุญฺชามี’’ติ. ‘‘สาธุ, สาธุ, โภ กสฺสป, ปรกุณปํ อขาทนฺโต สุนฺทรมกาสิ, ยุตฺตเมตํ โภโต กสฺสปสฺส ชาติยา จ กุลสฺส จ โคตฺตสฺส จา’’ติ. ตโต ภควา ‘‘อหํ กิเลเส สนฺธาย ‘อามคนฺธํ น ภุญฺชามี’ติ วทามิ, พฺราหฺมโณ มจฺฉมํสํ ปจฺเจติ, ยํนูนาหํ เสฺว คามํ ปิณฺฑาย อปวิสิตฺวา กิกีรญฺโญ เคหา อาภตํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺเชยฺยํ, เอวํ อามคนฺธํ อารพฺภ กถา ปวตฺติสฺสติ. ตโต พฺราหฺมณํ ธมฺมเทสนาย สญฺญาเปสฺสามี’’ติ ทุติยทิวเส กาลสฺเสว สรีรปริกมฺมํ กตฺวา คนฺธกุฏึ ปาวิสิ. ภิกฺขู คนฺธกุฏิทฺวารํ ปิหิตํ ทิสฺวา ‘‘น ภควา อชฺช ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปวิสิตุกาโม’’ติ ญตฺวา คนฺธกุฏึ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปิณฺฑาย ปวิสึสุ.
ภควาปิ คนฺธกุฏิโต นิกฺขมฺม ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. ตาปโสปิ โข ปตฺตสากํ ปจิตฺวา ขาทิตฺวา ภควโต สนฺติเก นิสีทิ. กิกี กาสิราชา ภิกฺขู ปิณฺฑาย จรนฺเต ทิสฺวา ‘‘กุหึ ภควา, ภนฺเต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘วิหาเร, มหาราชา’’ติ จ สุตฺวา นานาพฺยญฺชนรสมเนกมํสวิกติสมฺปนฺนํ โภชนํ ภควโต ปาเหสิ. อมจฺจา วิหารํ เนตฺวา ภควโต อาโรเจตฺวา ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา ปริวิสนฺตา ปฐมํ นานามํสวิกติสมฺปนฺนํ ยาคุํ อทํสุ, ตาปโส ทิสฺวา ‘‘ขาทติ นุ โข โน’’ติ จินฺเตนฺโต อฏฺฐาสิ. ภควา ตสฺส ปสฺสโตเยว ยาคุํ ปิวนฺโต มํสขณฺฑํ มุเข ปกฺขิปิ. ตาปโส ทิสฺวา กุทฺโธ. ปุน ยาคุปีตสฺส นานารสพฺยญฺชนํ โภชนมทํสุ, ตมฺปิ คเหตฺวา ภุญฺชนฺตํ ทิสฺวา อติวิย กุทฺโธ ‘‘มจฺฉมํสํ ขาทนฺโตเยว ‘น ขาทามี’ติ ภณตี’’ติ. อถ ภควนฺตํ กตภตฺตกิจฺจํ หตฺถปาเท โธวิตฺวา นิสินฺนํ อุปสงฺกมฺม ‘‘โภ กสฺสป, มุสา ตฺวํ ภณสิ, เนตํ ปณฺฑิตกิจฺจํ. มุสาวาโท หิ ครหิโต พุทฺธานํ, เยปิ เต ปพฺพตปาเท วนมูลผลาทีหิ ยาเปนฺตา อิสโย วสนฺติ, เตปิ มุสา น ภณนฺตี’’ติ วตฺวา ปุน อิสีนํ คุเณ คาถาย วณฺเณนฺโต อาห ‘‘สามากจิงฺคูลกจีนกานิ จา’’ติ.
๒๔๒. ตตฺถ สามากาติ ธุนิตฺวา วา สีสานิ อุจฺจินิตฺวา วา คยฺหูปคา ติณธญฺญชาติ. ตถา จิงฺคูลกา กณวีรปุปฺผสณฺฐานสีสา โหนฺติ. จีนกานีติ อฏวิปพฺพตปาเทสุ อโรปิตชาตา จีนมุคฺคา. ปตฺตปฺผลนฺติ ยํกิญฺจิ หริตปณฺณํ. มูลผลนฺติ ยํกิญฺจิ กนฺทมูลํ. ควิปฺผลนฺติ ยํกิญฺจิ รุกฺขวลฺลิผลํ. มูลคฺคหเณน วา กนฺทมูลํ, ผลคฺคหเณน รุกฺขวลฺลิผลํ, ควิปฺผลคฺคหเณน อุทเก ชาตสิงฺฆาตกกเสรุกาทิผลํ เวทิตพฺพํ. ธมฺเมน ลทฺธนฺติ ทูเตยฺยปหิณคมนาทิมิจฺฉาชีวํ ปหาย วเน อุญฺฉาจริยาย ลทฺธํ. สตนฺติ สนฺโต อริยา. อสฺนมานาติ ภุญฺชมานา. น กามกามา อลิกํ ภณนฺตีติ เต เอวํ อมมา อปริคฺคหา เอตานิ สามากาทีนิ ภุญฺชมานา อิสโย ยถา ตฺวํ สาทุรสาทิเก กาเม ปตฺถยนฺโต อามคนฺธํ ภุญฺชนฺโตเยว ‘‘นาหํ, พฺราหฺมณ, อามคนฺธํ ภุญฺชามี’’ติ ภณนฺโต อลิกํ ภณสิ, ตถา น กามกามา อลิกํ ภณนฺติ, กาเม กามยนฺตา มุสา น ภณนฺตีติ อิสีนํ ปสํสาย ภควโต นินฺทํ ทีเปติ.
๒๔๓. เอวํ อิสีนํ ปสํสาปเทเสน ภควนฺตํ นินฺทิตฺวา อิทานิ อตฺตนา อธิปฺเปตํ นินฺทาวตฺถุํ ทสฺเสตฺวา นิปฺปริยาเยเนว ภควนฺตํ นินฺทนฺโต อาห ‘‘ยทสฺนมาโน’’ติ ตตฺถ ท-กาโร ปทสนฺธิกโร. อยํ ปนตฺโถ – ยํ กิญฺจิเทว สสมํสํ วา ติตฺติรมํสํ วา โธวนจฺเฉทนาทินา ปุพฺพปริกมฺเมน สุกตํ, ปจนวาสนาทินา ปจฺฉาปริกมฺเมน สุนิฏฺฐิตํ, น มาตรา น ปิตรา, อปิจ โข ปน ‘‘ทกฺขิเณยฺโย อย’’นฺติ มญฺญมาเนหิ ธมฺมกาเมหิ ปเรหิ ทินฺนํ, สกฺการกรเณน ปยตํ ปณีตมลงฺกตํ, อุตฺตมรสตาย โอชวนฺตตาย ถามพลภรณสมตฺถตาย จ ปณีตํ อสฺนมาโน อาหารยมาโน, น เกวลญฺจ ยํกิญฺจิ มํสเมว, อปิจ โข ปน อิทมฺปิ สาลีนมนฺนํ วิจิตกาฬกํ สาลิตณฺฑุโลทนํ ปริภุญฺชมาโน โส ภุญฺชสิ, กสฺสป, อามคนฺธํ, โส ตฺวํ ยํกิญฺจิ มํสํ ภุญฺชมาโน อิทญฺจ สาลีนมนฺนํ ปริภุญฺชมาโน ภุญฺชสิ, กสฺสป, อามคนฺธนฺติ ภควนฺตํ โคตฺเตน อาลปติ.
๒๔๔. เอวํ อาหารโต ภควนฺตํ นินฺทิตฺวา อิทานิ มุสาวาทํ อาโรเปตฺวา นินฺทนฺโต อาห ‘‘น อามคนฺโธ…เป… สุสงฺขเตหี’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ปุพฺเพ มยา ปุจฺฉิโต สมาโน ‘‘น อามคนฺโธ มม กปฺปตี’’ติ อิจฺเจว ตฺวํ ภาสสิ, เอวํ เอกํเสเนว ตฺวํ ภาสสิ พฺรหฺมพนฺธุ พฺราหฺมณคุณวิรหิตชาติมตฺตพฺราหฺมณาติ ปริภาสนฺโต ภณติ. สาลีนมนฺนนฺติ สาลิตณฺฑุโลทนํ. ปริภุญฺชมาโนติ ภุญฺชมาโน. สกุนฺตมํเสหิ สุสงฺขเตหีติ ตทา ภควโต อภิหฏํ สกุณมํสํ นิทฺทิสนฺโต ภณติ.
เอวํ ภณนฺโต เอว จ ภควโต เหฏฺฐา ปาทตลา ปภุติ ยาว อุปริ เกสคฺคา สรีรมุลฺโลเกนฺโต ทฺวตฺตึสวรลกฺขณาสีติอนุพฺยญฺชนสมฺปทํ พฺยามปฺปภาปริกฺเขปญฺจ ทิสฺวา ‘‘เอวรูโป มหาปุริสลกฺขณาทิปฏิมณฺฑิตกาโย น มุสา ภณิตุํ อรหติ. อยํ หิสฺส ภวนฺตเรปิ สจฺจวาจานิสฺสนฺเทเนว อุณฺณา ภมุกนฺตเร ชาตา โอทาตา มุทุ ตูลสนฺนิภา, เอเกกานิ จ โลมกูเปสุ โลมานิ. สฺวายํ กถมิทานิ มุสา ภณิสฺสติ. อทฺธา อญฺโญ อิมสฺส อามคนฺโธ ภวิสฺสติ, ยํ สนฺธาย เอตทโวจ – ‘นาหํ, พฺราหฺมณ, อามคนฺธํ ภุญฺชามี’ติ, ยํนูนาหํ เอตํ ปุจฺเฉยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา สญฺชาตพหุมาโน โคตฺเตเนว อาลปนฺโต อิมํ คาถาเสสํ อาห –
‘‘ปุจฺฉามิ ตํ กสฺสป เอตมตฺถํ, กถํปกาโร ตว อามคนฺโธ’’ติ.
๒๔๕. อถสฺส ภควา อามคนฺธํ วิสฺสชฺเชตุํ ‘‘ปาณาติปาโต’’ติ เอวมาทิมาห. ตตฺถ ปาณาติปาโตติ ปาณวโธ. วธเฉทพนฺธนนฺติ เอตฺถ สตฺตานํ ทณฺฑาทีหิ อาโกฏนํ วโธ, หตฺถปาทาทีนํ เฉทนํ เฉโท, รชฺชุอาทีหิ พนฺโธ พนฺธนํ. เถยฺยํ มุสาวาโทติ เถยฺยญฺจ มุสาวาโท จ. นิกตีติ ‘‘ทสฺสามิ, กริสฺสามี’’ติอาทินา นเยน อาสํ อุปฺปาเทตฺวา นิราสากรณํ. วญฺจนานีติ อสุวณฺณํ สุวณฺณนฺติ คาหาปนาทีนิ. อชฺเฌนกุตฺตนฺติ นิรตฺถกมเนกคนฺถปริยาปุณนํ. ปรทารเสวนาติ ปรปริคฺคหิตาสุ จาริตฺตาปชฺชนํ. เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนนฺติ เอส ปาณาติปาตาทิอกุสลธมฺมสมุทาจาโร อามคนฺโธ วิสฺสคนฺโธ กุณปคนฺโธ. กึ การณา? อมนุญฺญตฺตา กิเลสอสุจิมิสฺสกตฺตา สพฺภิ ชิคุจฺฉิตตฺตา ปรมทุคฺคนฺธภาวาวหตฺตา จ. เย หิ อุสฺสนฺนกิเลสา สตฺตา, เต เตหิ อติทุคฺคนฺธา โหนฺติ, นิกฺกิเลสานํ มตสรีรมฺปิ ทุคฺคนฺธํ น โหติ, ตสฺมา เอสามคนฺโธ. มํสโภชนํ ปน อทิฏฺฐมสุตมปริสงฺกิตญฺจ อนวชฺชํ, ตสฺมา น หิ มํสโภชนํ อามคนฺโธติ.
๒๔๖. เอวํ ธมฺมาธิฏฺฐานาย เทสนาย เอเกน นเยน อามคนฺธํ วิสฺสชฺเชตฺวา อิทานิ ยสฺมา เต เต สตฺตา เตหิ เตหิ อามคนฺเธหิ สมนฺนาคตา, น เอโก เอว สพฺเพหิ, น จ สพฺเพ เอเกเนว, ตสฺมา เนสํ เต เต อามคนฺเธ ปกาเสตุํ ‘‘เย อิธ กาเมสุ อสญฺญตา ชนา’’ติอาทินา นเยน ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย ตาว เทสนาย อามคนฺเธ วิสฺสชฺเชนฺโต เทฺว คาถาโย อภาสิ.
ตตฺถ เย อิธ กาเมสุ อสญฺญตา ชนาติ เย เกจิ อิธ โลเก กามปฏิเสวนสงฺขาเตสุ กาเมสุ มาติมาตุจฺฉาทีสุปิ มริยาทาวิรเหน ภินฺนสํวรตาย อสํยตา ปุถุชฺชนา. รเสสุ คิทฺธาติ ชิวฺหาวิญฺเญยฺเยสุ รเสสุ คิทฺธา คธิตา มุจฺฉิตา อชฺโฌสนฺนา อนาทีนวทสฺสาวิโน อนิสฺสรณปญฺญา รเส ปริภุญฺชนฺติ. อสุจิภาวมสฺสิตาติ ตาย รสคิทฺธิยา รสปฏิลาภตฺถาย นานปฺปการมิจฺฉาชีวสงฺขาตอสุจิภาวมิสฺสิตา. นตฺถิกทิฏฺฐีติ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิทสวตฺถุกมิจฺฉาทิฏฺฐิสมนฺนาคตา. วิสมาติ วิสเมน กายกมฺมาทินา สมนฺนาคตา. ทุรนฺนยาติ ทุวิญฺญาปยา สนฺทิฏฺฐิปรามาสีอาธานคฺคาหีทุปฺปฏินิสฺสคฺคิตาสมนฺนาคตา. เอสามคนฺโธติ เอส เอตาย คาถาย ปุคฺคเล อธิฏฺฐาย นิทฺทิฏฺโฐ ‘‘กาเมสุ อสํยตตา รสคิทฺธตา อาชีววิปตฺตินตฺถิกทิฏฺฐิกายทุจฺจริตาทิวิสมตา ทุรนฺนยภาวตา’’ติ อปโรปิ ปุพฺเพ วุตฺเตเนวตฺเถน ฉพฺพิโธ อามคนฺโธ เวทิตพฺโพ. น หิ มํสโภชนนฺติ มํสโภชนํ ปน ยถาวุตฺเตเนวตฺเถน น อามคนฺโธติ.
๒๔๗. ทุติยคาถายปิ เย ลูขสาติ เย ลูขา นิรสา, อตฺตกิลมถานุยุตฺตาติ อตฺโถ. ทารุณาติ กกฺขฬา โทวจสฺสตายุตฺตา. ปิฏฺฐิมํสิกาติ ปุรโต มธุรํ ภณิตฺวา ปรมฺมุเข อวณฺณภาสิโน. เอเต หิ อภิมุขํ โอโลเกตุมสกฺโกนฺตา ปรมฺมุขานํ ปิฏฺฐิมํสขาทกา วิย โหนฺติ, เตน ‘‘ปิฏฺฐิมํสิกา’’ติ วุจฺจนฺติ. มิตฺตทฺทุโนติ มิตฺตทูหกา, ทารธนชีวิเตสุ วิสฺสาสมาปนฺนานํ มิตฺตานํ ตตฺถ มิจฺฉาปฏิปชฺชนกาติ วุตฺตํ โหติ. นิกฺกรุณาติ กรุณาวิรหิตา สตฺตานํ อนตฺถกามา. อติมานิโนติ ‘‘อิเธกจฺโจ ชาติยา วา…เป… อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปเร อติมญฺญติ, โย เอวรูโป มาโน เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺสา’’ติ (วิภ. ๘๘๐) เอวํ วุตฺเตน อติมาเนน สมนฺนาคตา. อทานสีลาติ อทานปกติกา, อทานาธิมุตฺตา อสํวิภาครตาติ อตฺโถ. น จ เทนฺติ กสฺสจีติ ตาย จ ปน อทานสีลตาย ยาจิตาปิ สนฺตา กสฺสจิ กิญฺจิ น เทนฺติ, อทินฺนปุพฺพกกุเล มนุสฺสสทิสา นิชฺฌามตณฺหิกเปตปรายณา โหนฺติ. เกจิ ปน ‘‘อาทานสีลา’’ติปิ ปฐนฺติ, เกวลํ คหณสีลา, กสฺสจิ ปน กิญฺจิ น เทนฺตีติ. เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนนฺติ เอส เอตาย คาถาย ปุคฺคเล อธิฏฺฐาย นิทฺทิฏฺโฐ ‘‘ลูขตา, ทารุณตา, ปิฏฺฐิมํสิกตา, มิตฺตทูภิตา, นิกฺกรุณตา, อติมานิตา, อทานสีลตา, อทาน’’นฺติ อปโรปิ ปุพฺเพ วุตฺเตเนวตฺเถน อฏฺฐวิโธ อามคนฺโธ เวทิตพฺโพ, น หิ มํสโภชนนฺติ.
๒๔๘. เอวํ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย เทฺว คาถาโย วตฺวา ปุน ตสฺส ตาปสสฺส อาสยานุปริวตฺตนํ วิทิตฺวา ธมฺมาธิฏฺฐานาเยว เทสนาย เอกํ คาถํ อภาสิ. ตตฺถ โกโธ อุรคสุตฺเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. มโทติ ‘‘ชาติมโท, โคตฺตมโท, อาโรคฺยมโท’’ติอาทินา (วิภ. ๘๓๒) นเยน วิภงฺเค วุตฺตปฺปเภโท จิตฺตสฺส มชฺชนภาโว. ถมฺโภติ ถทฺธภาโว. ปจฺจุปฏฺฐาปนาติ ปจฺจนีกฏฺฐาปนา, ธมฺเมน นเยน วุตฺตสฺส ปฏิวิรุชฺฌิตฺวา ฐานํ. มายาติ ‘‘อิเธกจฺโจ กาเยน ทุจฺจริตํ จริตฺวา’’ติอาทินา (วิภ. ๘๙๔) นเยน วิภงฺเค วิภตฺตา กตปาปปฏิจฺฉาทนตา. อุสูยาติ ปรลาภสกฺการาทีสุ อิสฺสา. ภสฺสสมุสฺสโยติ สมุสฺสิตํ ภสฺสํ, อตฺตุกฺกํสนตาติ วุตฺตํ โหติ. มานาติมาโนติ ‘‘อิเธกจฺโจ ชาติยา วา…เป… อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปุพฺพกาลํ ปเรหิ สทิสํ อตฺตานํ ทหติ, อปรกาลํ อตฺตานํ เสยฺยํ ทหติ, ปเร หีเน ทหติ, โย เอวรูโป มาโน…เป… เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺสา’’ติ (วิภ. ๘๘๐) วิภงฺเค วิภตฺโต. อสพฺภิ สนฺถโวติ อสปฺปุริเสหิ สนฺถโว. เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนนฺติ เอส โกธาทิ นววิโธ อกุสลราสิ ปุพฺเพ วุตฺเตเนวตฺเถน อามคนฺโธติ เวทิตพฺโพ, น หิ มํสโภชนนฺติ.
๒๔๙. เอวํ ธมฺมาธิฏฺฐานาย เทสนาย นววิธํ อามคนฺธํ ทสฺเสตฺวา ปุนปิ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย อามคนฺเธ วิสฺสชฺเชนฺโต ติสฺโส คาถาโย อภาสิ. ตตฺถ เย ปาปสีลาติ เย ปาปสมาจารตาย ‘‘ปาปสีลา’’ติ โลเก ปากฏา. อิณฆาตสูจกาติ วสลสุตฺเต วุตฺตนเยน อิณํ คเหตฺวา ตสฺส อปฺปทาเนน อิณฆาตา, เปสุญฺเญน สูจกา จ. โวหารกูฏา อิธ ปาฏิรูปิกาติ ธมฺมฏฺฏฏฺฐาเน ฐิตา ลญฺชํ คเหตฺวา สามิเก ปราเชนฺตา กูเฏน โวหาเรน สมนฺนาคตตฺตา โวหารกูฏา, ธมฺมฏฺฐปฏิรูปกตฺตา ปาฏิรูปิกา. อถ วา อิธาติ สาสเน. ปาฏิรูปิกาติ ทุสฺสีลา. เต หิ ยสฺมา เนสํ อิริยาปถสมฺปทาทีหิ สีลวนฺตปฏิรูปํ อตฺถิ, ตสฺมา ปฏิรูปา, ปฏิรูปา เอว ปาฏิรูปิกา. นราธมา เยธ กโรนฺติ กิพฺพิสนฺติ เย อิธ โลเก นราธมา มาตาปิตูสุ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธาทีสุ จ มิจฺฉาปฏิปตฺติสญฺญิตํ กิพฺพิสํ กโรนฺติ. เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนนฺติ เอส เอตาย คาถาย ปุคฺคเล อธิฏฺฐาย นิทฺทิฏฺโฐ ‘‘ปาปสีลตา, อิณฆาตตา, สูจกตา, โวหารกูฏตา, ปาฏิรูปิกตา, กิพฺพิสการิตา’’ติ อปโรปิ ปุพฺเพ วุตฺเตเนวตฺเถน ฉพฺพิโธ อามคนฺโธ เวทิตพฺโพ, น หิ มํสโภชนนฺติ.
๒๕๐. เย อิธ ปาเณสุ อสญฺญตา ชนาติ เย ชนา อิธโลเก ปาเณสุ ยถากามจาริตาย สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ มาเรตฺวา อนุทฺทยามตฺตสฺสาปิ อกรเณน อสํยตา. ปเรสมาทาย วิเหสมุยฺยุตาติ ปเรสํ สนฺตกํ อาทาย ธนํ วา ชีวิตํ วา ตโต ‘‘มา เอวํ กโรถา’’ติ ยาจนฺตานํ วา นิวาเรนฺตานํ วา ปาณิเลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ วิเหสํ อุยฺยุตา. ปเร วา สตฺเต สมาทาย ‘‘อชฺช ทส, อชฺช วีส’’นฺติ เอวํ สมาทิยิตฺวา เตสํ วธพนฺธนาทีหิ วิเหสมุยฺยุตา. ทุสฺสีลลุทฺทาติ นิสฺสีลา จ ทุราจารตฺตา, ลุทฺทา จ กุรูรกมฺมนฺตา โลหิตปาณิตาย, มจฺฉฆาตกมิคพนฺธกสากุณิกาทโย อิธาธิปฺเปตา. ผรุสาติ ผรุสวาจา. อนาทราติ ‘‘อิทานิ น กริสฺสาม, วิรมิสฺสาม เอวรูปา’’ติ เอวํ อาทรวิรหิตา. เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนนฺติ เอส เอตาย คาถาย ปุคฺคเล อธิฏฺฐาย นิทฺทิฏฺโฐ ‘‘ปาณาติปาโต วธเฉทพนฺธน’’นฺติอาทินา นเยน ปุพฺเพ วุตฺโต จ อวุตฺโต จ ‘‘ปาเณสุ อสํยตตา ปเรสํ วิเหสตา ทุสฺสีลตา ลุทฺทตา ผรุสตา อนาทโร’’ติ ฉพฺพิโธ อามคนฺโธ เวทิตพฺโพ, น หิ มํสโภชนนฺติ. ปุพฺเพ วุตฺตมฺปิ หิ โสตูนํ โสตุกามตาย อวธารณตาย ทฬฺหีกรณตายาติ เอวมาทีหิ การเณหิ ปุน วุจฺจติ. เตเนว จ ปรโต วกฺขติ ‘‘อิจฺเจตมตฺถํ ภควา ปุนปฺปุนํ, อกฺขาสิ นํ เวทยิ มนฺตปารคู’’ติ.
๒๕๑. เอเตสุ คิทฺธา วิรุทฺธาติปาติโนติ เอเตสุ ปาเณสุ เคเธน คิทฺธา, โทเสน วิรุทฺธา, โมเหน อาทีนวํ อปสฺสนฺตา ปุนปฺปุนํ อชฺฌาจารปฺปตฺติยา อติปาติโน, เอเตสุ วา ‘‘ปาณาติปาโต วธเฉทพนฺธน’’นฺติอาทินา นเยน วุตฺเตสุ ปาปกมฺเมสุ ยถาสมฺภวํ เย เคธวิโรธาติปาตสงฺขาตา ราคโทสโมหา, เตหิ คิทฺธา วิรุทฺธา อติปาติโน จ. นิจฺจุยฺยุตาติ อกุสลกรเณ นิจฺจํ อุยฺยุตา, กทาจิ ปฏิสงฺขาย อปฺปฏิวิรตา. เปจฺจาติ อสฺมา โลกา ปรํ คนฺตฺวา. ตมํ วชนฺติ เย, ปตนฺติ สตฺตา นิรยํ อวํสิราติ เย โลกนฺตริกนฺธการสงฺขาตํ นีจกุลตาทิเภทํ วา ตมํ วชนฺติ, เย จ ปตนฺติ สตฺตา อวีจิอาทิเภทํ นิรยํ อวํสิรา อโธคตสีสา. เอสามคนฺโธติ เตสํ สตฺตานํ ตมวชนนิรยปตนเหตุ เอส เคธวิโรธาติปาตเภโท สพฺพามคนฺธมูลภูโต ยถาวุตฺเตนตฺเถน ติวิโธ อามคนฺโธ. น หิ มํสโภชนนฺติ มํสโภชนํ ปน น อามคนฺโธติ.
๒๕๒. เอวํ ภควา ปรมตฺถโต อามคนฺธํ วิสฺสชฺเชตฺวา ทุคฺคติมคฺคภาวญฺจสฺส ปกาเสตฺวา อิทานิ ยสฺมึ มจฺฉมํสโภชเน ตาปโส อามคนฺธสญฺญี ทุคฺคติมคฺคสญฺญี จ หุตฺวา ตสฺส อโภชเนน สุทฺธิกาโม หุตฺวา ตํ น ภุญฺชติ, ตสฺส จ อญฺญสฺส จ ตถาวิธสฺส โสเธตุํ อสมตฺถภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘น มจฺฉมํส’’นฺติ อิมํ ฉปฺปทํ คาถมาห. ตตฺถ สพฺพปทานิ อนฺติมปาเทน โยเชตพฺพานิ – น มจฺฉมํสํ โสเธติ มจฺจํ อวิติณฺณกงฺขํ, น อาหุติยญฺญมุตูปเสวนา โสเธติ มจฺจํ อวิติณฺณกงฺขนฺติ เอวํ. เอตฺถ จ น มจฺฉมํสนฺติ อขาทิยมานํ มจฺฉมํสํ น โสเธติ, ตถา อนาสกตฺตนฺติ เอวํ โปราณา วณฺเณนฺติ. เอวํ ปน สุนฺทรตรํ สิยา ‘‘น มจฺฉมํสานํ อนาสกตฺตํ น มจฺฉมํสานานาสกตฺตํ, มจฺฉมํสานํ อนาสกตฺตํ น โสเธติ, มจฺจ’’นฺติ อถาปิ สิยา, เอวํ สนฺเต อนาสกตฺตํ โอหียตีติ? ตญฺจ น, อมรตเปน สงฺคหิตตฺตา. ‘‘เย วาปิ โลเก อมรา พหู ตปา’’ติ เอตฺถ หิ สพฺโพปิ วุตฺตาวเสโส อตฺตกิลมโถ สงฺคหํ คจฺฉตีติ. นคฺคิยนฺติ อเจลกตฺตํ. มุณฺฑิยนฺติ มุณฺฑภาโว. ชฏาชลฺลนฺติ ชฏา จ รโชชลฺลญฺจ. ขราชินานีติ ขรานิ อชินจมฺมานิ. อคฺคิหุตฺตสฺสุปเสวนาติ อคฺคิปาริจาริยา. อมราติ อมรภาวปตฺถนตาย ปวตฺตกายกิเลสา. พหูติ อุกฺกุฏิกปฺปธานาทิเภทโต อเนเก. ตปาติ สรีรสนฺตาปา. มนฺตาติ เวทา. อาหุตีติ อคฺคิโหมกมฺมํ. ยญฺญมุตูปเสวนาติ อสฺสเมธาทิยญฺญา จ อุตูปเสวนา จ. อุตูปเสวนา นาม คิเมฺห อาตปฏฺฐานเสวนา, วสฺเส รุกฺขมูลเสวนา, เหมนฺเต ชลปฺปเวสเสวนา. น โสเธนฺติ มจฺจํ อวิติณฺณกงฺขนฺติ กิเลสสุทฺธิยา วา ภวสุทฺธิยา วา อวิติณฺณวิจิกิจฺฉํ มจฺจํ น โสเธนฺติ. กงฺขามเล หิ สติ น วิสุทฺโธ โหติ, ตฺวญฺจ สกงฺโขเยวาติ. เอตฺถ จ ‘‘อวิติณฺณกงฺข’’นฺติ เอตํ ‘‘น มจฺฉมํส’’นฺติอาทีนิ สุตฺวา ‘‘กึ นุ โข มจฺฉมํสานํ อโภชนาทินา สิยา วิสุทฺธิมคฺโค’’ติ ตาปสสฺส กงฺขาย อุปฺปนฺนาย ภควตา วุตฺตํ สิยาติ โน อธิปฺปาโย. ยา จสฺส ‘‘โส มจฺฉมํสํ ภุญฺชตี’’ติ สุตฺวาว พุทฺเธ กงฺขา อุปฺปนฺนา, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
๒๕๓. เอวํ มจฺฉมํสานาสกตฺตาทีนํ โสเธตุํ อสมตฺถภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ โสเธตุํ สมตฺเถ ธมฺเม ทสฺเสนฺโต ‘‘โสเตสุ คุตฺโต’’ติ อิมํ คาถมาห. ตตฺถ โสเตสูติ ฉสุ อินฺทฺริเยสุ. คุตฺโตติ อินฺทฺริยสํวรคุตฺติยา สมนฺนาคโต. เอตฺตาวตา อินฺทฺริยสํวรปริวารสีลํ ทสฺเสติ. วิทิตินฺทฺริโย จเรติ ญาตปริญฺญาย ฉฬินฺทฺริยานิ วิทิตฺวา ปากฏานิ กตฺวา จเรยฺย, วิหเรยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. เอตฺตาวตา วิสุทฺธสีลสฺส นามรูปปริจฺเฉทํ ทสฺเสติ. ธมฺเม ฐิโตติ อริยมคฺเคน อภิสเมตพฺพจตุสจฺจธมฺเม ฐิโต. เอเตน โสตาปตฺติภูมึ ทสฺเสติ. อชฺชวมทฺทเว รโตติ อุชุภาเว จ มุทุภาเว จ รโต. เอเตน สกทาคามิภูมึ ทสฺเสติ. สกทาคามี หิ กายวงฺกาทิกรานํ จิตฺตถทฺธภาวกรานญฺจ ราคโทสานํ ตนุภาวา อชฺชวมทฺทเว รโต โหติ. สงฺคาติโคติ ราคโทสสงฺคาติโค. เอเตน อนาคามิภูมึ ทสฺเสติ. สพฺพทุกฺขปฺปหีโนติ สพฺพสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส เหตุปฺปหาเนน ปหีนสพฺพทุกฺโข. เอเตน อรหตฺตภูมึ ทสฺเสติ. น ลิปฺปติ ทิฏฺฐสุเตสุ ธีโรติ โส เอวํ อนุปุพฺเพน อรหตฺตํ ปตฺโต ธิติสมฺปทาย ธีโร ทิฏฺฐสุเตสุ ธมฺเมสุ เกนจิ กิเลเสน น ลิปฺปติ. น เกวลญฺจ ทิฏฺฐสุเตสุ, มุตวิญฺญาเตสุ จ น ลิปฺปติ, อญฺญทตฺถุ ปรมวิสุทฺธิปฺปตฺโต โหตีติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.
๒๕๔-๕. อิโต ปรํ ‘‘อิจฺเจตมตฺถ’’นฺติ เทฺว คาถา สงฺคีติกาเรหิ วุตฺตา. ตาสมตฺโถ – อิติ ภควา กสฺสโป เอตมตฺถํ ปุนปฺปุนํ อเนกาหิ คาถาหิ ธมฺมาธิฏฺฐานาย ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย จ เทสนาย ยาว ตาปโส อญฺญาสิ, ตาว โส อกฺขาสิ กเถสิ วิตฺถาเรสิ. นํ เวทยิ มนฺตปารคูติ โสปิ ตญฺจ อตฺถํ มนฺตปารคู, เวทปารคู, ติสฺโส พฺราหฺมโณ เวทยิ อญฺญาสิ. กึ การณา? ยสฺมา อตฺถโต จ ปทโต จ เทสนานยโต จ จิตฺราหิ คาถาหิ มุนี ปกาสยิ. กีทิโส? นิรามคนฺโธ อสิโต ทุรนฺนโย, อามคนฺธกิเลสาภาวา นิรามคนฺโธ, ตณฺหาทิฏฺฐินิสฺสยาภาวา อสิโต, พาหิรทิฏฺฐิวเสน ‘‘อิทํ เสยฺโย อิทํ วร’’นฺติ เกนจิ เนตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา ทุรนฺนโย. เอวํ ปกาสิตวโต จสฺส สุตฺวาน พุทฺธสฺส สุภาสิตํ ปทํ สุกถิตํ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา นิรามคนฺธํ นิกฺกิเลสโยคํ, สพฺพทุกฺขปฺปนูทนํ สพฺพวฏฺฏทุกฺขปฺปนูทนํ, นีจมโน นีจจิตฺโต หุตฺวา วนฺทิ ตถาคตสฺส, ติสฺโส พฺราหฺมโณ ตถาคตสฺส ปาเท ปญฺจปติฏฺฐิตํ กตฺวา วนฺทิ. ตตฺเถว ปพฺพชฺชมโรจยิตฺถาติ ตตฺเถว จ นํ อาสเน นิสินฺนํ กสฺสปํ ภควนฺตํ ติสฺโส ตาปโส ปพฺพชฺชมโรจยิตฺถ, อยาจีติ วุตฺตํ โหติ. ตํ ภควา ‘‘เอหิ ภิกฺขู’’ติ อาห. โส ตงฺขณํเยว อฏฺฐปริกฺขารยุตฺโต หุตฺวา อากาเสนาคนฺตฺวา วสฺสสติกตฺเถโร วิย ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา กติปาเหเนว สาวกปารมิญาณํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ติสฺโส นาม อคฺคสาวโก อโหสิ, ปุน ทุติโย ภารทฺวาโช นาม. เอวํ ตสฺส ภควโต ติสฺสภารทฺวาชํ นาม สาวกยุคํ อโหสิ.
อมฺหากํ ปน ภควา ยา จ ติสฺเสน พฺราหฺมเณน อาทิโต ติสฺโส คาถา วุตฺตา, ยา จ กสฺสเปน ภควตา มชฺเฌ นว, ยา จ ตทา สงฺคีติกาเรหิ อนฺเต เทฺว, ตา สพฺพาปิ จุทฺทส คาถา อาเนตฺวา ปริปุณฺณํ กตฺวา อิมํ อามคนฺธสุตฺตํ อาจริยปฺปมุขานํ ปญฺจนฺนํ ตาปสสตานํ อามคนฺธํ พฺยากาสิ. ตํ สุตฺวา โส พฺราหฺมโณ ตเถว นีจมโน หุตฺวา ภควโต ปาเท วนฺทิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ สทฺธึ ปริสาย. ‘‘เอถ ภิกฺขโว’’ติ ภควา อโวจ. เต ตเถว เอหิภิกฺขุภาวํ ปตฺวา อากาเสนาคนฺตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา กติปาเหเนว สพฺเพว อคฺคผเล อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสูติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย อามคนฺธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.