๓. หิริสุตฺตวณฺณนา

หิรึ ตรนฺตนฺติ หิริสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อนุปฺปนฺเน ภควติ สาวตฺถิยํ อญฺญตโร พฺราหฺมณมหาสาโล อฑฺโฒ อโหสิ อสีติโกฏิธนวิภโว. ตสฺส เอกปุตฺตโก อโหสิ ปิโย มนาโป. โส ตํ เทวกุมารํ วิย นานปฺปกาเรหิ สุขูปกรเณหิ สํวฑฺเฒนฺโต ตํ สาปเตยฺยํ ตสฺส อนิยฺยาเตตฺวาว กาลมกาสิ สทฺธึ พฺราหฺมณิยา. ตโต ตสฺส มาณวสฺส มาตาปิตูนํ อจฺจเยน ภณฺฑาคาริโก สารคพฺภํ วิวริตฺวา สาปเตยฺยํ นิยฺยาเตนฺโต อาห – ‘‘อิทํ เต, สามิ, มาตาปิตูนํ สนฺตกํ, อิทํ อยฺยกปยฺยกานํ สนฺตกํ, อิทํ สตฺตกุลปริวฏฺเฏน อาคต’’นฺติ. มาณโว ธนํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อิทํ ธนํเยว ทิสฺสติ, เยหิ ปน อิทํ สญฺจิตํ, เต น ทิสฺสนฺติ, สพฺเพว มจฺจุวสํ คตา. คจฺฉนฺตา จ น อิโต กิญฺจิ อาทาย อคมํสุ, เอวํ นาม โภเค ปหาย คนฺตพฺโพ ปรโลโก, น สกฺกา กิญฺจิ อาทาย คนฺตุํ อญฺญตฺร สุจริเตน. ยํนูนาหํ อิมํ ธนํ ปริจฺจชิตฺวา สุจริตธนํ คเณฺหยฺยํ, ยํ สกฺกา อาทาย คนฺตุ’’นฺติ. โส ทิวเส ทิวเส สตสหสฺสํ วิสฺสชฺเชนฺโต ปุน จินฺเตสิ – ‘‘ปหูตมิทํ ธนํ, กึ อิมินา เอวมปฺปเกน ปริจฺจาเคน, ยํนูนาหํ มหาทานํ ทเทยฺย’’นฺติ. โส รญฺโญ อาโรเจสิ – ‘‘มหาราช, มม ฆเร เอตฺตกํ ธนํ อตฺถิ, อิจฺฉามิ เตน มหาทานํ ทาตุํ. สาธุ, มหาราช, นคเร โฆสนํ การาเปถา’’ติ. ราชา ตถา การาเปสิ. โส อาคตาคตานํ ภาชนานิ ปูเรตฺวา สตฺตหิ ทิวเสหิ สพฺพธนมทาสิ, ทตฺวา จ จินฺเตสิ – ‘‘เอวํ มหาปริจฺจาคํ กตฺวา อยุตฺตํ ฆเร วสิตุํ, ยํนูนาหํ ปพฺพเชยฺย’’นฺติ. ตโต ปริชนสฺส เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. เต ‘‘มา, ตฺวํ สามิ, ‘ธนํ ปริกฺขีณ’นฺติ จินฺตยิ, มยํ อปฺปเกเนว กาเลน นานาวิเธหิ อุปาเยหิ ธนสญฺจยํ กริสฺสามา’’ติ วตฺวา นานปฺปกาเรหิ ตํ ยาจึสุ. โส เตสํ ยาจนํ อนาทิยิตฺวาว ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ.

ตตฺถ อฏฺฐวิธา ตาปสา – สปุตฺตภริยา, อุญฺฉาจาริกา, สมฺปตฺตกาลิกา, อนคฺคิปกฺกิกา, อสฺมมุฏฺฐิกา, ทนฺตลุยฺยกา, ปวตฺตผลิกา, วณฺฏมุตฺติกา จาติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๘๐). ตตฺถ สปุตฺตภริยาติ ปุตฺตทาเรน สทฺธึ ปพฺพชิตฺวา กสิวณิชฺชาทีหิ ชีวิกํ กปฺปยมานา เกณิยชฏิลาทโย. อุญฺฉาจาริกาติ นครทฺวาเร อสฺสมํ การาเปตฺวา ตตฺถ ขตฺติยพฺราหฺมณกุมาราทโย สิปฺปาทีนิ สิกฺขาเปตฺวา หิรญฺญสุวณฺณํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ติลตณฺฑุลาทิกปฺปิยภณฺฑปฏิคฺคาหกา, เต สปุตฺตภริเยหิ เสฏฺฐตรา. สมฺปตฺตกาลิกาติ อาหารเวลาย สมฺปตฺตํ อาหารํ คเหตฺวา ยาเปนฺตา, เต อุญฺฉาจาริเกหิ เสฏฺฐตรา. อนคฺคิปกฺกิกาติ อคฺคินา อปกฺกปตฺตผลานิ ขาทิตฺวา ยาเปนฺตา, เต สมฺปตฺตกาลิเกหิ เสฏฺฐตรา. อสฺมมุฏฺฐิกาติ มุฏฺฐิปาสาณํ คเหตฺวา อญฺญํ วา กิญฺจิ วาสิสตฺถกาทึ คเหตฺวา วิจรนฺตา ยทา ฉาตา โหนฺติ, ตทา สมฺปตฺตรุกฺขโต ตจํ คเหตฺวา ขาทิตฺวา อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร ภาเวนฺติ, เต อนคฺคิปกฺกิเกหิ เสฏฺฐตรา. ทนฺตลุยฺยกาติ มุฏฺฐิปาสาณาทีนิปิ อคเหตฺวา จรนฺตา ขุทากาเล สมฺปตฺตรุกฺขโต ทนฺเตหิ อุปฺปาเฏตฺวา ตจํ ขาทิตฺวา อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย พฺรหฺมวิหาเร ภาเวนฺติ, เต อสฺมมุฏฺฐิเกหิ เสฏฺฐตรา. ปวตฺตผลิกาติ ชาตสฺสรํ วา วนสณฺฑํ วา นิสฺสาย วสนฺตา ยํ ตตฺถ สเร ภิสมุฬาลาทิ, ยํ วา วนสณฺเฑ ปุปฺผกาเล ปุปฺผํ, ผลกาเล ผลํ, ตเมว ขาทนฺติ. ปุปฺผผเล อสติ อนฺตมโส ตตฺถ รุกฺขปปฏิกมฺปิ ขาทิตฺวา วสนฺติ, น เตฺวว อาหารตฺถาย อญฺญตฺร คจฺฉนฺติ. อุโปสถงฺคาธิฏฺฐานํ พฺรหฺมวิหารภาวนํ จ กโรนฺติ, เต ทนฺตลุยฺยเกหิ เสฏฺฐตรา. วณฺฏมุตฺติกา นาม วณฺฏมุตฺตานิ ภูมิยํ ปติตานิ ปณฺณานิเยว ขาทนฺติ, เสสํ ปุริมสทิสเมว, เต สพฺพเสฏฺฐา.

อยํ ปน พฺราหฺมณกุลปุตฺโต ‘‘ตาปสปพฺพชฺชาสุ อคฺคปพฺพชฺชํ ปพฺพชิสฺสามี’’ติ วณฺฏมุตฺติกปพฺพชฺชเมว ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺเต เทฺว ตโย ปพฺพเต อติกฺกมฺม อสฺสมํ การาเปตฺวา ปฏิวสติ. อถ ภควา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ คนฺตฺวา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน สาวตฺถิวาสี เอโก ปุริโส ปพฺพเต จนฺทนสาราทีนิ คเวสนฺโต ตสฺส อสฺสมํ ปตฺวา อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. โส ตํ ทิสฺวา ‘‘กุโต อาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สาวตฺถิโต, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กา ตตฺถ ปวตฺตี’’ติ? ‘‘ตตฺถ, ภนฺเต, มนุสฺสา อปฺปมตฺตา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรนฺตี’’ติ. ‘‘กสฺส โอวาทํ สุตฺวา’’ติ? ‘‘พุทฺธสฺส ภควโต’’ติ. ตาปโส พุทฺธสทฺทสฺสวเนน วิมฺหิโต ‘‘พุทฺโธติ ตฺวํ, โภ ปุริส, วเทสี’’ติ อามคนฺเธ วุตฺตนเยเนว ติกฺขตฺตุํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘โฆโสปิ โข เอโส ทุลฺลโภ’’ติ อตฺตมโน ภควโต สนฺติกํ คนฺตุกาโม หุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘น ยุตฺตํ พุทฺธสฺส สนฺติกํ ตุจฺฉเมว คนฺตุํ, กึ นุ โข คเหตฺวา คจฺเฉยฺย’’นฺติ. ปุน จินฺเตสิ – ‘‘พุทฺธา นาม อามิสครุกา น โหนฺติ, หนฺทาหํ ธมฺมปณฺณาการํ คเหตฺวา คจฺฉามี’’ติ จตฺตาโร ปเญฺห อภิสงฺขริ –

‘‘กีทิโส มิตฺโต น เสวิตพฺโพ, กีทิโส มิตฺโต เสวิตพฺโพ;

กีทิโส ปโยโค ปยุญฺชิตพฺโพ, กึ รสานํ อคฺค’’นฺติ.

โส เต ปเญฺห คเหตฺวา มชฺฌิมเทสาภิมุโข ปกฺกมิตฺวา อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ ปตฺวา เชตวนํ ปวิฏฺโฐ. ภควาปิ ตสฺมึ สมเย ธมฺมเทสนตฺถาย อาสเน นิสินฺโนเยว โหติ. โส ภควนฺตํ ทิสฺวา อวนฺทิตฺวาว เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. ภควา ‘‘กจฺจิ, อิสิ, ขมนีย’’นฺติอาทินา นเยน สมฺโมทิ. โสปิ ‘‘ขมนียํ, โภ โคตมา’’ติอาทินา นเยน ปฏิสมฺโมทิตฺวา ‘‘ยทิ พุทฺโธ ภวิสฺสติ, มนสา ปุจฺฉิเต ปเญฺห วาจาย เอว วิสฺสชฺเชสฺสตี’’ติ มนสา เอว ภควนฺตํ เต ปเญฺห ปุจฺฉิ. ภควา พฺราหฺมเณน ปุฏฺโฐ อาทิปญฺหํ ตาว วิสฺสชฺเชตุํ หิรึ ตรนฺตนฺติ อารภิตฺวา อฑฺฒเตยฺยา คาถาโย อาห.

๒๕๖. ตาสํ อตฺโถ – หิรึ ตรนฺตนฺติ หิรึ อติกฺกมนฺตํ อหิริกํ นิลฺลชฺชํ. วิชิคุจฺฉมานนฺติ อสุจิมิว ปสฺสมานํ. อหิริโก หิ หิรึ ชิคุจฺฉติ อสุจิมิว ปสฺสติ, เตน นํ น ภชติ น อลฺลียติ. เตน วุตฺตํ ‘‘วิชิคุจฺฉมาน’’นฺติ. ตวาหมสฺมิ อิติ ภาสมานนฺติ ‘‘อหํ, สมฺม, ตว สหาโย หิตกาโม สุขกาโม, ชีวิตมฺปิ เม ตุยฺหํ อตฺถาย ปริจฺจตฺต’’นฺติ เอวมาทินา นเยน ภาสมานํ. สยฺหานิ กมฺมานิ อนาทิยนฺตนฺติ เอวํ ภาสิตฺวาปิ จ สยฺหานิ กาตุํ สกฺกานิปิ ตสฺส กมฺมานิ อนาทิยนฺตํ กรณตฺถาย อสมาทิยนฺตํ. อถ วา จิตฺเตน ตตฺถ อาทรมตฺตมฺปิ อกโรนฺตํ, อปิจ โข ปน อุปฺปนฺเนสุ กิจฺเจสุ พฺยสนเมว ทสฺเสนฺตํ. เนโส มมนฺติ อิติ นํ วิชญฺญาติ ตํ เอวรูปํ ‘‘มิตฺตปฏิรูปโก เอโส, เนโส เม มิตฺโต’’ติ เอวํ ปณฺฑิโต ปุริโส วิชาเนยฺย.

๒๕๗. อนนฺวยนฺติ ยํ อตฺถํ ทสฺสามิ, กริสฺสามีติ จ ภาสติ, เตน อนนุคตํ. ปิยํ วาจํ โย มิตฺเตสุ ปกุพฺพตีติ โย อตีตานาคเตหิ ปเทหิ ปฏิสนฺถรนฺโต นิรตฺถเกน สงฺคณฺหนฺโต เกวลํ พฺยญฺชนจฺฉายามตฺเตเนว ปิยํ มิตฺเตสุ วาจํ ปวตฺเตติ. อกโรนฺตํ ภาสมานํ, ปริชานนฺติ ปณฺฑิตาติ เอวรูปํ ยํ ภาสติ, ตํ อกโรนฺตํ, เกวลํ วาจาย ภาสมานํ ‘‘วจีปรโม นาเมส อมิตฺโต มิตฺตปฏิรูปโก’’ติ เอวํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปณฺฑิตา ชานนฺติ.

๒๕๘. น โส มิตฺโต โย สทา อปฺปมตฺโต, เภทาสงฺกี รนฺธเมวานุปสฺสีติ โย เภทเมว อาสงฺกมาโน กตมธุเรน อุปจาเรน สทา อปฺปมตฺโต วิหรติ, ยํกิญฺจิ อสฺสติยา อมนสิกาเรน กตํ, อญฺญาณเกน วา อกตํ, ‘‘ยทา มํ ครหิสฺสติ, ตทา นํ เอเตน ปฏิโจเทสฺสามี’’ติ เอวํ รนฺธเมว อนุปสฺสติ, น โส มิตฺโต เสวิตพฺโพติ.

เอวํ ภควา ‘‘กีทิโส มิตฺโต น เสวิตพฺโพ’’ติ อิมํ อาทิปญฺหํ วิสฺสชฺเชตฺวา ทุติยํ วิสฺสชฺเชตุํ ‘‘ยสฺมิญฺจ เสตี’’ติ อิมํ อุปฑฺฒคาถมาห. ตสฺสตฺโถ ยสฺมิญฺจ มิตฺเต มิตฺโต ตสฺส หทยมนุปวิสิตฺวา สยเนน ยถา นาม ปิตุ อุรสิ ปุตฺโต ‘‘อิมสฺส มยิ อุรสิ สยนฺเต ทุกฺขํ วา อนตฺตมนตา วา ภเวยฺยา’’ติอาทีหิ อปริสงฺกมาโน นิพฺพิสงฺโก หุตฺวา เสติ, เอวเมวํ ทารธนชีวิตาทีสุ วิสฺสาสํ กโรนฺโต มิตฺตภาเวน นิพฺพิสงฺโก เสติ. โย จ ปเรหิ การณสตํ การณสหสฺสมฺปิ วตฺวา อเภชฺโช, ส เว มิตฺโต เสวิตพฺโพติ.

๒๕๙. เอวํ ภควา ‘‘กีทิโส มิตฺโต เสวิตพฺโพ’’ติ เอวํ ทุติยปญฺหํ วิสฺสชฺเชตฺวา ตติยํ วิสฺสชฺเชตุํ ‘‘ปามุชฺชกรณ’’นฺติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ปามุชฺชํ กโรตีติ ปามุชฺชกรณํ. ฐานนฺติ การณํ. กึ ปน ตนฺติ? วีริยํ. ตญฺหิ ธมฺมูปสญฺหิตํ ปีติปาโมชฺชสุขมุปฺปาทนโต ปามุชฺชกรณนฺติ วุจฺจติ. ยถาห ‘‘สฺวาขาเต, ภิกฺขเว, ธมฺมวินเย โย อารทฺธวีริโย, โส สุขํ วิหรตี’’ติ (อ. นิ. ๑.๓๑๙). ปสํสํ อาวหตีติ ปสํสาวหนํ. อาทิโต ทิพฺพมานุสกสุขานํ, ปริโยสาเน นิพฺพานสุขสฺส อาวหนโต ผลูปจาเรน สุขํ. ผลํ ปฏิกงฺขมาโน ผลานิสํโส. ภาเวตีติ วฑฺเฒติ. วหนฺโต โปริสํ ธุรนฺติ ปุริสานุจฺฉวิกํ ภารํ อาทาย วิหรนฺโต เอตํ สมฺมปฺปธานวีริยสงฺขาตํ ฐานํ ภาเวติ, อีทิโส ปโยโค เสวิตพฺโพติ.

๒๖๐. เอวํ ภควา ‘‘กีทิโส ปโยโค ปยุญฺชิตพฺโพ’’ติ ตติยปญฺหํ วิสฺสชฺเชตฺวา จตุตฺถํ วิสฺสชฺเชตุํ ‘‘ปวิเวกรส’’นฺติ คาถมาห. ตตฺถ ปวิเวโกติ กิเลสวิเวกโต ชาตตฺตา อคฺคผลํ วุจฺจติ, ตสฺส รโสติ อสฺสาทนฏฺเฐน ตํสมฺปยุตฺตํ สุขํ. อุปสโมปิ กิเลสูปสมนฺเต ชาตตฺตา นิพฺพานสงฺขาตอุปสมารมฺมณตฺตา วา ตเทว, ธมฺมปีติรโสปิ อริยธมฺมโต อนเปตาย นิพฺพานสงฺขาเต ธมฺเม อุปฺปนฺนาย ปีติยา รสตฺตา ตเทว. ตํ ปวิเวกรสํ อุปสมสฺส จ รสํ ปิตฺวา ตเทว ธมฺมปีติรสํ ปิวํ นิทฺทโร โหติ นิปฺปาโป, ปิวิตฺวาปิ กิเลสปริฬาหาภาเวน นิทฺทโร, ปิวนฺโตปิ ปหีนปาปตฺตา นิปฺปาโป โหติ, ตสฺมา เอตํ รสานมคฺคนฺติ. เกจิ ปน ‘‘ฌานนิพฺพานปจฺจเวกฺขณานํ กายจิตฺตอุปธิวิเวกานญฺจ วเสน ปวิเวกรสาทโย ตโย เอว เอเต ธมฺมา’’ติ โยเชนฺติ, ปุริมเมว สุนฺทรํ. เอวํ ภควา จตุตฺถปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺโต อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. เทสนาปริโยสาเน พฺราหฺมโณ ภควโต สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา กติปาเหเนว ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺโต อรหา อโหสีติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย หิริสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปฐโม ภาโค นิฏฺฐิโต.

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

ขุทฺทกนิกาเย