๘. เมตฺตสุตฺตวณฺณนา

กรณียมตฺถกุสเลนาติ เมตฺตสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? หิมวนฺตปสฺสโต กิร เทวตาหิ อุพฺพาฬฺหา ภิกฺขู ภควโต สนฺติกํ สาวตฺถึ อาคจฺฉึสุ. เตสํ ภควา ปริตฺตตฺถาย กมฺมฏฺฐานตฺถาย จ อิมํ สุตฺตํ อภาสิ. อยํ ตาว สงฺเขโป.

อยํ ปน วิตฺถาโร – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย. เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา นานาเวรชฺชกา ภิกฺขู ภควโต สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ตตฺถ ตตฺถ วสฺสํ อุปคนฺตุกามา ภควนฺตํ อุปสงฺกมนฺติ. ตตฺร สุทํ ภควา ราคจริตานํ สวิญฺญาณกาวิญฺญาณกวเสน เอกาทสวิธํ อสุภกมฺมฏฺฐานํ, โทสจริตานํ จตุพฺพิธํ เมตฺตาทิกมฺมฏฺฐานํ, โมหจริตานํ มรณสฺสติกมฺมฏฺฐานาทีนิ, วิตกฺกจริตานํ อานาปานสฺสติปถวีกสิณาทีนิ, สทฺธาจริตานํ พุทฺธานุสฺสติกมฺมฏฺฐานาทีนิ, พุทฺธิจริตานํ จตุธาตุววตฺถนาทีนีติ อิมินา นเยน จตุราสีติสหสฺสปฺปเภทจริตานุกูลานิ กมฺมฏฺฐานานิ กเถติ.

อถ โข ปญฺจมตฺตานิ ภิกฺขุสตานิ ภควโต สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคเหตฺวา สปฺปายเสนาสนญฺจ โคจรคามญฺจ ปริเยสมานานิ อนุปุพฺเพน คนฺตฺวา ปจฺจนฺเต หิมวนฺเตน สทฺธึ เอกาพทฺธํ นีลกาจมณิสนฺนิภสิลาตลํ สีตลฆนจฺฉายนีลวนสณฺฑมณฺฑิตํ มุตฺตาตลรชตปฏฺฏสทิสวาลุกากิณฺณภูมิภาคํ สุจิสาตสีตลชลาสยปริวาริตํ ปพฺพตมทฺทสํสุ. อถ โข เต ภิกฺขู ตตฺเถกรตฺตึ วสิตฺวา ปภาตาย รตฺติยา สรีรปริกมฺมํ กตฺวา ตสฺส อวิทูเร อญฺญตรํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. คาโม ฆนนิเวสสนฺนิวิฏฺฐกุลสหสฺสยุตฺโต, มนุสฺสา เจตฺถ สทฺธา ปสนฺนา, เต ปจฺจนฺเต ปพฺพชิตทสฺสนสฺส ทุลฺลภตาย ภิกฺขู ทิสฺวา เอว ปีติโสมนสฺสชาตา หุตฺวา เต ภิกฺขู โภเชตฺวา ‘‘อิเธว, ภนฺเต, เตมาสํ วสถา’’ติ ยาจิตฺวา ปญฺจปธานกุฏิสตานิ การาเปตฺวา ตตฺถ มญฺจปีฐปานียปริโภชนียฆฏาทีนิ สพฺพูปกรณานิ ปฏิยาเทสุํ.

ภิกฺขู ทุติยทิวเส อญฺญํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. ตตฺถาปิ มนุสฺสา ตเถว อุปฏฺฐหิตฺวา วสฺสาวาสํ ยาจึสุ. ภิกฺขู ‘‘อสติ อนฺตราเย’’ติ อธิวาเสตฺวา ตํ วนสณฺฑํ ปวิสิตฺวา สพฺพรตฺตินฺทิวํ อารทฺธวีริยา หุตฺวา ยามคณฺฑิกํ โกฏฺเฏตฺวา โยนิโสมนสิการพหุลา วิหรนฺตา รุกฺขมูลานิ อุปคนฺตฺวา นิสีทึสุ. สีลวนฺตานํ ภิกฺขูนํ เตเชน วิหตเตชา รุกฺขเทวตา อตฺตโน อตฺตโน วิมานา โอรุยฺห ทารเก คเหตฺวา อิโต จิโต จ วิจรนฺติ. เสยฺยถาปิ นาม ราชูหิ วา ราชมหามตฺเตหิ วา คามกาวาสํ คเตหิ คามวาสีนํ ฆเรสุ โอกาเส คหิเต ฆรมานุสกา ฆรา นิกฺขมิตฺวา อญฺญตฺร วสนฺตา ‘‘กทา นุ โข คมิสฺสนฺตี’’ติ ทูรโต โอโลเกนฺติ; เอวเมว เทวตา อตฺตโน อตฺตโน วิมานานิ ฉฑฺเฑตฺวา อิโต จิโต จ วิจรนฺติโย ทูรโตว โอโลเกนฺติ – ‘‘กทา นุ โข ภทนฺตา คมิสฺสนฺตี’’ติ. ตโต เอวํ สมจินฺเตสุํ ‘‘ปฐมวสฺสูปคตา ภิกฺขู อวสฺสํ เตมาสํ วสิสฺสนฺติ. มยํ ปน ตาว จิรํ ทารเก คเหตฺวา โอกฺกมฺม วสิตุํ น สกฺขิสฺสาม. หนฺท มยํ ภิกฺขูนํ ภยานกํ อารมฺมณํ ทสฺเสมา’’ติ. ตา รตฺตึ ภิกฺขูนํ สมณธมฺมกรณเวลาย ภึสนกานิ ยกฺขรูปานิ นิมฺมินิตฺวา ปุรโต ปุรโต ติฏฺฐนฺติ, เภรวสทฺทญฺจ กโรนฺติ. ภิกฺขูนํ ตานิ รูปานิ ปสฺสนฺตานํ ตญฺจ สทฺทํ สุณนฺตานํ หทยํ ผนฺทิ, ทุพฺพณฺณา จ อเหสุํ อุปฺปณฺฑุปณฺฑุกชาตา. เตน เต จิตฺตํ เอกคฺคํ กาตุํ นาสกฺขึสุ. เตสํ อเนกคฺคจิตฺตานํ ภเยน จ ปุนปฺปุนํ สํวิคฺคานํ สติ สมฺมุสฺสิ. ตโต เนสํ มุฏฺฐสฺสตีนํ ทุคฺคนฺธานิ อารมฺมณานิ ปโยเชสุํ. เตสํ เตน ทุคฺคนฺเธน นิมฺมถิยมานมิว มตฺถลุงฺคํ อโหสิ, พาฬฺหา สีสเวทนา อุปฺปชฺชึสุ, น จ ตํ ปวตฺตึ อญฺญมญฺญสฺส อาโรเจสุํ.

อเถกทิวสํ สงฺฆตฺเถรสฺส อุปฏฺฐานกาเล สพฺเพสุ สนฺนิปติเตสุ สงฺฆตฺเถโร ปุจฺฉิ – ‘‘ตุมฺหากํ, อาวุโส, อิมํ วนสณฺฑํ ปวิฏฺฐานํ กติปาหํ อติวิย ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ อโหสิ ปริโยทาโต, วิปฺปสนฺนานิ จ อินฺทฺริยานิ เอตรหิ ปนตฺถ กิสา ทุพฺพณฺณา อุปฺปณฺฑุปณฺฑุกชาตา, กึ โว อิธ อสปฺปาย’’นฺติ? ตโต เอโก ภิกฺขุ อาห – ‘‘อหํ, ภนฺเต, รตฺตึ อีทิสญฺจ อีทิสญฺจ เภรวารมฺมณํ ปสฺสามิ จ สุณามิ จ, อีทิสญฺจ คนฺธํ ฆายามิ, เตน เม จิตฺตํ น สมาธิยตี’’ติ. เอเตเนว อุปาเยน สพฺเพ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสุํ. สงฺฆตฺเถโร อาห – ‘‘ภควตา อาวุโส เทฺว วสฺสูปนายิกา ปญฺญตฺตา, อมฺหากญฺจ อิทํ เสนาสนํ อสปฺปายํ, อายามาวุโส ภควโต สนฺติกํ, คนฺตฺวา อญฺญํ สปฺปายํ เสนาสนํ ปุจฺฉามา’’ติ. ‘‘สาธุ ภนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู เถรสฺส ปฏิสฺสุณิตฺวา สพฺเพ เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย อนุปลิตฺตตฺตา กุเลสุ กญฺจิ อนามนฺเตตฺวา เอว เยน สาวตฺถิ เตน จาริกํ ปกฺกมึสุ. อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภควโต สนฺติกํ อคมึสุ.

ภควา เต ภิกฺขู ทิสฺวา เอตทโวจ – ‘‘น, ภิกฺขเว, อนฺโตวสฺสํ จาริกา จริตพฺพาติ มยา สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, กิสฺส ตุเมฺห จาริกํ จรถา’’ติ. เต ภควโต สพฺพํ อาโรเจสุํ. ภควา อาวชฺเชนฺโต สกลชมฺพุทีเป อนฺตมโส จตุปฺปาทปีฐกฏฺฐานมตฺตมฺปิ เตสํ สปฺปายํ เสนาสนํ นาทฺทส. อถ เต ภิกฺขู อาห – ‘‘น, ภิกฺขเว, ตุมฺหากํ อญฺญํ สปฺปายํ เสนาสนํ อตฺถิ, ตตฺเถว ตุเมฺห วิหรนฺตา อาสวกฺขยํ ปาปุเณยฺยาถ. คจฺฉถ, ภิกฺขเว, ตเมว เสนาสนํ อุปนิสฺสาย วิหรถ. สเจ ปน เทวตาหิ อภยํ อิจฺฉถ, อิมํ ปริตฺตํ อุคฺคณฺหถ, เอตญฺหิ โว ปริตฺตญฺจ กมฺมฏฺฐานญฺจ ภวิสฺสตี’’ติ อิมํ สุตฺตมภาสิ.

อปเร ปนาหุ – ‘‘คจฺฉถ, ภิกฺขเว, ตเมว เสนาสนํ อุปนิสฺสาย วิหรถา’’ติ อิทญฺจ วตฺวา ภควา อาห – ‘‘อปิจ โข อารญฺญเกน ปริหรณํ ญาตพฺพํ. เสยฺยถิทํ – สายํปาตํ กรณวเสน เทฺว เมตฺตา, เทฺว ปริตฺตา, เทฺว อสุภา, เทฺว มรณสฺสตี อฏฺฐ มหาสํเวควตฺถุสมาวชฺชนญฺจ. อฏฺฐ มหาสํเวควตฺถูนิ นาม ชาติ ชรา พฺยาธิ มรณํ จตฺตาริ อปายทุกฺขานีติ. อถ วา ชาติชราพฺยาธิมรณานิ จตฺตาริ, อปายทุกฺขํ ปญฺจมํ, อตีเต วฏฺฏมูลกํ ทุกฺขํ, อนาคเต วฏฺฏมูลกํ ทุกฺขํ, ปจฺจุปฺปนฺเน อาหารปริเยฏฺฐิมูลกํ ทุกฺข’’นฺติ. เอวํ ภควา ปริหรณํ อาจิกฺขิตฺวา เตสํ ภิกฺขูนํ เมตฺตตฺถญฺจ ปริตฺตตฺถญฺจ วิปสฺสนาปาทกฌานตฺถญฺจ อิมํ สุตฺตํ อภาสีติ.

๑๔๓. ตตฺถ กรณียมตฺถกุสเลนาติ อิมิสฺสา ปฐมคาถาย ตาว อยํ ปทวณฺณนา – กรณียนฺติ กาตพฺพํ, กรณารหนฺติ อตฺโถ. อตฺโถติ ปฏิปทา, ยํ วา กิญฺจิ อตฺตโน หิตํ, ตํ สพฺพํ อรณียโต อตฺโถติ วุจฺจติ, อรณียโต นาม อุปคนฺตพฺพโต. อตฺเถ กุสเลน อตฺถกุสเลน, อตฺถเฉเกนาติ วุตฺตํ โหติ. ยนฺติ อนิยมิตปจฺจตฺตํ. นฺติ นิยมิตอุปโยคํ. อุภยมฺปิ วา ยํ ตนฺติ ปจฺจตฺตวจนํ. สนฺตํ ปทนฺติ อุปโยควจนํ. ตตฺถ ลกฺขณโต สนฺตํ, ปตฺตพฺพโต ปทํ, นิพฺพานสฺเสตํ อธิวจนํ. อภิสเมจฺจาติ อภิสมาคนฺตฺวา. สกฺโกตีติ สกฺโก, สมตฺโถ ปฏิพโลติ วุตฺตํ โหติ. อุชูติ อชฺชวยุตฺโต. สุฏฺฐุ อุชูติ สุหุชุ. สุขํ วโจ อสฺมินฺติ สุวโจ. อสฺสาติ ภเวยฺย. มุทูติ มทฺทวยุตฺโต. น อติมานีติ อนติมานี.

อยํ ปเนตฺถ อตฺถวณฺณนา – กรณียมตฺถกุสเลน ยนฺต สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจาติ. เอตฺถ ตาว อตฺถิ กรณียํ, อตฺถิ อกรณียํ. ตตฺถ สงฺเขปโต สิกฺขตฺตยํ กรณียํ, สีลวิปตฺติ, ทิฏฺฐิวิปตฺติ, อาจารวิปตฺติ, อาชีววิปตฺตีติ เอวมาทิ อกรณียํ. ตถา อตฺถิ อตฺถกุสโล, อตฺถิ อนตฺถกุสโล.

ตตฺถ โย อิมสฺมึ สาสเน ปพฺพชิตฺวา น อตฺตานํ สมฺมา ปโยเชติ, ขณฺฑสีโล โหติ, เอกวีสติวิธํ อเนสนํ นิสฺสาย ชีวิกํ กปฺเปติ. เสยฺยถิทํ – เวฬุทานํ, ปตฺตทานํ, ปุปฺผทานํ, ผลทานํ, ทนฺตกฏฺฐทานํ, มุโขทกทานํ, สินานทานํ, จุณฺณทานํ, มตฺติกาทานํ, จาฏุกมฺยตํ, มุคฺคสูปฺยตํ, ปาริภฏุตํ, ชงฺฆเปสนิยํ, เวชฺชกมฺมํ, ทูตกมฺมํ, ปหิณคมนํ, ปิณฺฑปฏิปิณฺฑทานานุปฺปทานํ, วตฺถุวิชฺชํ, นกฺขตฺตวิชฺชํ, องฺควิชฺชนฺติ. ฉพฺพิเธ จ อโคจเร จรติ. เสยฺยถิทํ – เวสิยโคจเร วิธวาถุลฺลกุมาริกปณฺฑกภิกฺขุนิปานาคารโคจเรติ. สํสฏฺโฐ จ วิหรติ ราชูหิ ราชมหามตฺเตหิ ติตฺถิเยหิ ติตฺถิยสาวเกหิ อนนุโลมิเกน คิหิสํสคฺเคน. ยานิ วา ปน ตานิ กุลานิ อสทฺธานิ อปฺปสนฺนานิ อโนปานภูตานิ อกฺโกสกปริภาสกานิ อนตฺถกามานิ อหิตอผาสุกอโยคกฺเขมกามานิ ภิกฺขูนํ…เป… อุปาสิกานํ, ตถารูปานิ กุลานิ เสวติ ภชติ ปยิรุปาสติ. อยํ อนตฺถกุสโล.

โย ปน อิมสฺมึ สาสเน ปพฺพชิตฺวา อตฺตานํ สมฺมา ปโยเชติ, อเนสนํ ปหาย จตุปาริสุทฺธิสีเล ปติฏฺฐาตุกาโม สทฺธาสีเสน ปาติโมกฺขสํวรํ, สติสีเสน อินฺทฺริยสํวรํ, วีริยสีเสน อาชีวปาริสุทฺธึ, ปญฺญาสีเสน ปจฺจยปฏิเสวนํ ปูเรติ อยํ อตฺถกุสโล.

โย วา สตฺตาปตฺติกฺขนฺธโสธนวเสน ปาติโมกฺขสํวรํ, ฉทฺวาเร ฆฏฺฏิตารมฺมเณสุ อภิชฺฌาทีนํ อนุปฺปตฺติวเสน อินฺทฺริยสํวรํ, อเนสนปริวชฺชนวเสน วิญฺญุปสตฺถพุทฺธพุทฺธสาวกวณฺณิตปจฺจยปฏิเสวเนน จ อาชีวปาริสุทฺธึ, ยถาวุตฺตปจฺจเวกฺขณวเสน ปจฺจยปฏิเสวนํ, จตุอิริยาปถปริวตฺตเน สาตฺถกาทีนํ ปจฺจเวกฺขณวเสน สมฺปชญฺญญฺจ โสเธติ, อยมฺปิ อตฺถกุสโล.

โย วา ยถา อูโสทกํ ปฏิจฺจ สํกิลิฏฺฐํ วตฺถํ ปริโยทายติ, ฉาริกํ ปฏิจฺจ อาทาโส, อุกฺกามุขํ ปฏิจฺจ ชาตรูปํ, ตถา ญาณํ ปฏิจฺจ สีลํ โวทายตีติ ญตฺวา ญาโณทเกน โธวนฺโต สีลํ ปริโยทาเปติ. ยถา จ กิกี สกุณิกา อณฺฑํ, จมรีมิโค วาลธึ, เอกปุตฺติกา นารี ปิยํ เอกปุตฺตกํ, เอกนยโน ปุริโส ตํ เอกนยนํ รกฺขติ, ตถา อติวิย อปฺปมตฺโต อตฺตโน สีลกฺขนฺธํ รกฺขติ, สายํปาตํ ปจฺจเวกฺขมาโน อณุมตฺตมฺปิ วชฺชํ น ปสฺสติ, อยมฺปิ อตฺถกุสโล.

โย วา ปน อวิปฺปฏิสารกรสีเล ปติฏฺฐาย กิเลสวิกฺขมฺภนปฏิปทํ ปคฺคณฺหาติ, ตํ ปคฺคเหตฺวา กสิณปริกมฺมํ กโรติ, กสิณปริกมฺมํ กตฺวา สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตติ, อยมฺปิ อตฺถกุสโล. โย วา ปน สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อยํ อตฺถกุสลานํ อคฺโค.

ตตฺถ เย อิเม ยาว อวิปฺปฏิสารกรสีเล ปติฏฺฐาเนน, ยาว วา กิเลสวิกฺขมฺภนปฏิปทาย ปคฺคหเณน มคฺคผเลน วณฺณิตา อตฺถกุสลา, เต อิมสฺมึ อตฺเถ อตฺถกุสลาติ อธิปฺเปตา. ตถาวิธา จ เต ภิกฺขู. เตน ภควา เต ภิกฺขู สนฺธาย เอกปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย ‘‘กรณียมตฺถกุสเลนา’’ติ อาห.

ตโต ‘‘กึ กรณีย’’นฺติ เตสํ สญฺชาตกงฺขานํ อาห ‘‘ยนฺต สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจา’’ติ. อยเมตฺถ อธิปฺปาโย – ตํ พุทฺธานุพุทฺเธหิ วณฺณิตํ สนฺตํ นิพฺพานปทํ ปฏิเวธวเสน อภิสเมจฺจ วิหริตุกาเมน ยํ กรณียนฺติ. เอตฺถ จ ยนฺติ อิมสฺส คาถาปาทสฺส อาทิโต วุตฺตเมว กรณียนฺติ. อธิการโต อนุวตฺตติ ตํ สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจาติ. อยํ ปน ยสฺมา สาวเสสปาโฐ อตฺโถ, ตสฺมา ‘‘วิหริตุกาเมนา’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

อถ วา สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจาติ อนุสฺสวาทิวเสน โลกิยปญฺญาย นิพฺพานปทํ สนฺตนฺติ ญตฺวา ตํ อธิคนฺตุกาเมน ยนฺตํ กรณียนฺติ อธิการโต อนุวตฺตติ, ตํ กรณียมตฺถกุสเลนาติ เอวมฺเปตฺถ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. อถ วา ‘‘กรณียมตฺถกุสเลนา’’ติ วุตฺเต ‘‘กิ’’นฺติ จินฺเตนฺตานํ อาห ‘‘ยนฺต สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจา’’ติ. ตสฺเสวํ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ – โลกิยปญฺญาย สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ ยํ กรณียํ, ตนฺติ. ยํ กาตพฺพํ, ตํ กรณียํ, กรณารหเมว ตนฺติ วุตฺตํ โหติ.

กึ ปน ตนฺติ? กิมญฺญํ สิยา อญฺญตฺร ตทธิคมูปายโต. กามญฺเจตํ กรณารหตฺเถน สิกฺขตฺตยทีปเกน อาทิปเทเนว วุตฺตํ. ตถา หิ ตสฺส อตฺถวณฺณนายํ อโวจุมฺหา ‘‘อตฺถิ กรณียํ อตฺถิ อกรณียํ. ตตฺถ สงฺเขปโต สิกฺขตฺตยํ กรณีย’’นฺติ. อติสงฺเขปเทสิตตฺตา ปน เตสํ ภิกฺขูนํ เกหิจิ วิญฺญาตํ, เกหิจิ น วิญฺญาตํ. ตโต เยหิ น วิญฺญาตํ, เตสํ วิญฺญาปนตฺถํ ยํ วิเสสโต อารญฺญเกน ภิกฺขุนา กาตพฺพํ, ตํ วิตฺถาเรนฺโต ‘‘สกฺโก อุชู จ สุหุชู จ, สุวโจ จสฺส มุทุ อนติมานี’’ติ อิมํ ตาว อุปฑฺฒคาถํ อาห.

กึ วุตฺตํ โหติ? สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ วิหริตุกาโม โลกิยปญฺญาย วา ตํ อภิสเมจฺจ ตทธิคมาย ปฏิปชฺชมาโน อารญฺญโก ภิกฺขุ ทุติยจตุตฺถปธานิยงฺคสมนฺนาคเมน กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺโข หุตฺวา สจฺจปฏิเวธาย ปฏิปชฺชิตุํ สกฺโก อสฺส, ตถา กสิณปริกมฺมวตฺตสมาทานาทีสุ, อตฺตโน ปตฺตจีวรปฏิสงฺขรณาทีสุ จ ยานิ ตานิ สพฺรหฺมจารีนํ อุจฺจาวจานิ กึ กรณียานิ, เตสุ อญฺเญสุ จ เอวรูเปสุ สกฺโก อสฺส ทกฺโข อนลโส สมตฺโถ. สกฺโก โหนฺโตปิ จ ตติยปธานิยงฺคสมนฺนาคเมน อุชุ อสฺส. อุชุ โหนฺโตปิ จ สกึ อุชุภาเวน สนฺโตสํ อนาปชฺชิตฺวา ยาวชีวํ ปุนปฺปุนํ อสิถิลกรเณน สุฏฺฐุตรํ อุชุ อสฺส. อสฐตาย วา อุชุ, อมายาวิตาย สุหุชุ. กายวจีวงฺกปฺปหาเนน วา อุชุ, มโนวงฺกปฺปหาเนน สุหุชุ. อสนฺตคุณสฺส วา อนาวิกรเณน อุชุ, อสนฺตคุเณน อุปฺปนฺนสฺส ลาภสฺส อนธิวาสเนน สุหุชุ. เอวํ อารมฺมณลกฺขณูปนิชฺฌาเนหิ ปุริมทฺวยตติยสิกฺขาหิ ปโยคาสยสุทฺธีหิ จ อุชุ จ สุหุชุ จ อสฺส.

น เกวลญฺจ อุชุ จ สุหุชุ จ, อปิจ ปน สุพฺพโจ จ อสฺส. โย หิ ปุคฺคโล ‘‘อิทํ น กาตพฺพ’’นฺติ วุตฺโต ‘‘กึ เต ทิฏฺฐํ, กึ เต สุตํ, โก เม หุตฺวา วทสิ, กึ อุปชฺฌาโย อาจริโย สนฺทิฏฺโฐ สมฺภตฺโต วา’’ติ วทติ, ตุณฺหีภาเวน วา ตํ วิเหเฐติ, สมฺปฏิจฺฉิตฺวา วา น ตถา กโรติ, โส วิเสสาธิคมสฺส ทูเร โหติ. โย ปน โอวทิยมาโน ‘‘สาธุ, ภนฺเต, สุฏฺฐุ วุตฺตํ, อตฺตโน วชฺชํ นาม ทุทฺทสํ โหติ, ปุนปิ มํ เอวรูปํ ทิสฺวา วเทยฺยาถ อนุกมฺปํ อุปาทาย, จิรสฺสํ เม ตุมฺหากํ สนฺติกา โอวาโท ลทฺโธ’’ติ วทติ, ยถานุสิฏฺฐญฺจ ปฏิปชฺชติ, โส วิเสสาธิคมสฺส อวิทูเร โหติ. ตสฺมา เอวํ ปรสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา กโรนฺโต สุพฺพโจ จ อสฺส.

ยถา จ สุวโจ, เอวํ มุทุ อสฺส. มุทูติ คหฏฺเฐหิ ทูตคมนปฺปหิณคมนาทีสุ นิยุญฺชิยมาโน ตตฺถ มุทุภาวํ อกตฺวา ถทฺโธ หุตฺวา วตฺตปฏิปตฺติยํ สกลพฺรหฺมจริเย จ มุทุ อสฺส สุปริกมฺมกตสุวณฺณํ วิย ตตฺถ ตตฺถ วินิโยคกฺขโม. อถ วา มุทูติ อภากุฏิโก อุตฺตานมุโข สุขสมฺภาโส ปฏิสนฺถารวุตฺติ สุติตฺถํ วิย สุขาวคาโห อสฺส. น เกวลญฺจ มุทุ, อปิจ ปน อนติมานี อสฺส, ชาติโคตฺตาทีหิ อติมานวตฺถูหิ ปเร นาติมญฺเญยฺย, สาริปุตฺตตฺเถโร วิย จณฺฑาลกุมารกสเมน เจตสา วิหเรยฺยาติ.

๑๔๔. เอวํ ภควา สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ วิหริตุกามสฺส ตทธิคมาย วา ปฏิปชฺชมานสฺส วิเสสโต อารญฺญกสฺส ภิกฺขุโน เอกจฺจํ กรณียํ วตฺวา ปุน ตตุตฺตริปิ วตฺตุกาโม ‘‘สนฺตุสฺสโก จา’’ติ ทุติยํ คาถมาห.

ตตฺถ ‘‘สนฺตุฏฺฐี จ กตญฺญุตา’’ติ เอตฺถ วุตฺตปฺปเภเทน ทฺวาทสวิเธน สนฺโตเสน สนฺตุสฺสตีติ สนฺตุสฺสโก. อถ วา ตุสฺสตีติ ตุสฺสโก, สเกน ตุสฺสโก, สนฺเตน ตุสฺสโก, สเมน ตุสฺสโกติ สนฺตุสฺสโก. ตตฺถ สกํ นาม ‘‘ปิณฺฑิยาโลปโภชนํ นิสฺสายา’’ติ (มหาว. ๗๓) เอวํ อุปสมฺปทมาฬเก อุทฺทิฏฺฐํ อตฺตนา จ สมฺปฏิจฺฉิตํ จตุปจฺจยชาตํ. เตน สุนฺทเรน วา อสุนฺทเรน วา สกฺกจฺจํ วา อสกฺกจฺจํ วา ทินฺเนน ปฏิคฺคหณกาเล ปริโภคกาเล จ วิการมทสฺเสตฺวา ยาเปนฺโต ‘‘สเกน ตุสฺสโก’’ติ วุจฺจติ. สนฺตํ นาม ยํ ลทฺธํ โหติ อตฺตโน วิชฺชมานํ, เตน สนฺเตเนว ตุสฺสนฺโต ตโต ปรํ น ปตฺเถนฺโต อตฺริจฺฉตํ ปชหนฺโต ‘‘สนฺเตน ตุสฺสโก’’ติ วุจฺจติ. สมํ นาม อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ อนุนยปฏิฆปฺปหานํ. เตน สเมน สพฺพารมฺมเณสุ ตุสฺสนฺโต ‘‘สเมน ตุสฺสโก’’ติ วุจฺจติ.

สุเขน ภรียตีติ สุภโร, สุโปโสติ วุตฺตํ โหติ. โย หิ ภิกฺขุ สาลิมํโสทนาทีนํ ปตฺเต ปูเรตฺวา ทินฺเนปิ ทุมฺมุขภาวํ อนตฺตมนภาวเมว จ ทสฺเสติ, เตสํ วา สมฺมุขาว ตํ ปิณฺฑปาตํ ‘‘กึ ตุเมฺหหิ ทินฺน’’นฺติ อปสาเทนฺโต สามเณรคหฏฺฐาทีนํ เทติ, เอส ทุพฺภโร. เอตํ ทิสฺวา มนุสฺสา ทูรโตว ปริวชฺเชนฺติ ‘‘ทุพฺภโร ภิกฺขุ น สกฺกา โปสิตุ’’นฺติ. โย ปน ยํกิญฺจิ ลูขํ วา ปณีตํ วา อปฺปํ วา พหุํ วา ลภิตฺวา อตฺตมโน วิปฺปสนฺนมุโข หุตฺวา ยาเปติ, เอส สุภโร. เอตํ ทิสฺวา มนุสฺสา อติวิย วิสฺสตฺถา โหนฺติ – ‘‘อมฺหากํ ภทนฺโต สุภโร โถกโถเกนปิ ตุสฺสติ, มยเมว นํ โปเสสฺสามา’’ติ ปฏิญฺญํ กตฺวา โปเสนฺติ. เอวรูโป อิธ สุภโรติ อธิปฺเปโต.

อปฺปํ กิจฺจมสฺสาติ อปฺปกิจฺโจ, น กมฺมารามตาภสฺสารามตาสงฺคณิการามตาทิอเนกกิจฺจพฺยาวโฏ. อถ วา สกลวิหาเร นวกมฺมสงฺฆโภคสามเณรอารามิกโวสาสนาทิกิจฺจวิรหิโต, อตฺตโน เกสนขจฺเฉทนปตฺตจีวรปริกมฺมาทึ กตฺวา สมณธมฺมกิจฺจปโร โหตีติ วุตฺตํ โหติ.

สลฺลหุกา วุตฺติ อสฺสาติ สลฺลหุกวุตฺติ. ยถา เอกจฺโจ พหุภณฺโฑ ภิกฺขุ ทิสาปกฺกมนกาเล พหุํ ปตฺตจีวรปจฺจตฺถรณเตลคุฬาทึ มหาชเนน สีสภารกฏิภาราทีหิ อุจฺจาราเปตฺวา ปกฺกมติ, เอวํ อหุตฺวา โย อปฺปปริกฺขาโร โหติ, ปตฺตจีวราทิอฏฺฐสมณปริกฺขารมตฺตเมว ปริหรติ, ทิสาปกฺกมนกาเล ปกฺขี สกุโณ วิย สมาทาเยว ปกฺกมติ, เอวรูโป อิธ สลฺลหุกวุตฺตีติ อธิปฺเปโต. สนฺตานิ อินฺทฺริยานิ อสฺสาติ สนฺตินฺทฺริโย, อิฏฺฐารมฺมณาทีสุ ราคาทิวเสน อนุทฺธตินฺทฺริโยติ วุตฺตํ โหติ. นิปโกติ วิญฺญู วิภาวี ปญฺญวา, สีลานุรกฺขณปญฺญาย จีวราทิวิจารณปญฺญาย อาวาสาทิสตฺตสปฺปายปริชานนปญฺญาย จ สมนฺนาคโตติ อธิปฺปาโย.

น ปคพฺโภติ อปฺปคพฺโภ, อฏฺฐฏฺฐาเนน กายปาคพฺภิเยน, จตุฏฺฐาเนน วจีปาคพฺภิเยน, อเนกฏฺฐาเนน มโนปาคพฺภิเยน จ วิรหิโตติ อตฺโถ.

อฏฺฐฏฺฐานํ กายปาคพฺภิยํ (มหานิ. ๘๗) นาม สงฺฆคณปุคฺคลโภชนสาลาชนฺตาฆรนฺหานติตฺถภิกฺขาจารมคฺคอนฺตรฆรปเวสเนสุ กาเยน อปฺปติรูปกรณํ. เสยฺยถิทํ – อิเธกจฺโจ สงฺฆมชฺเฌ ปลฺลตฺถิกาย วา นิสีทติ, ปาเท ปาทโมทหิตฺวา วาติ เอวมาทิ, ตถา คณมชฺเฌ, คณมชฺเฌติ จตุปริสสนฺนิปาเต, ตถา วุฑฺฒตเร ปุคฺคเล. โภชนสาลายํ ปน วุฑฺฒานํ อาสนํ น เทติ, นวานํ อาสนํ ปฏิพาหติ, ตถา ชนฺตาฆเร. วุฑฺเฒ เจตฺถ อนาปุจฺฉา อคฺคิชาลนาทีนิ กโรติ. นฺหานติตฺเถ จ ยทิทํ ‘‘ทหโร วุฑฺโฒติ ปมาณํ อกตฺวา อาคตปฏิปาฏิยา นฺหายิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตมฺปิ อนาทิยนฺโต ปจฺฉา อาคนฺตฺวา อุทกํ โอตริตฺวา วุฑฺเฒ จ นเว จ พาเธติ. ภิกฺขาจารมคฺเค ปน อคฺคาสนอคฺโคทกอคฺคปิณฺฑตฺถํ วุฑฺฒานํ ปุรโต ปุรโต ยาติ พาหาย พาหํ ปหรนฺโต, อนฺตรฆรปฺปเวสเน วุฑฺฒานํ ปฐมตรํ ปวิสติ, ทหเรหิ กายกีฬนํ กโรตีติ เอวมาทิ.

จตุฏฺฐานํ วจีปาคพฺภิยํ นาม สงฺฆคณปุคฺคลอนฺตรฆเรสุ อปฺปติรูปวาจานิจฺฉารณํ. เสยฺยถิทํ – อิเธกจฺโจ สงฺฆมชฺเฌ อนาปุจฺฉา ธมฺมํ ภาสติ, ตถา ปุพฺเพ วุตฺตปฺปกาเร คเณ วุฑฺฒตเร ปุคฺคเล จ. ตตฺถ มนุสฺเสหิ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วุฑฺฒตรํ อนาปุจฺฉา วิสฺสชฺเชติ. อนฺตรฆเร ปน ‘‘อิตฺถนฺนาเม กึ อตฺถิ, กึ ยาคุ อุทาหุ ขาทนียํ โภชนียํ, กึ เม ทสฺสสิ, กิมชฺช ขาทิสฺสามิ, กึ ภุญฺชิสฺสามิ, กึ ปิวิสฺสามี’’ติ เอทมาทึ ภาสติ.

อเนกฏฺฐานํ มโนปาคพฺภิยํ นาม เตสุ เตสุ ฐาเนสุ กายวาจาหิ อชฺฌาจารํ อนาปชฺชิตฺวาปิ มนสา เอว กามวิตกฺกาทินานปฺปการอปฺปติรูปวิตกฺกนํ.

กุเลสฺวนนุคิทฺโธติ ยานิ กุลานิ อุปสงฺกมติ, เตสุ ปจฺจยตณฺหาย วา อนนุโลมิยคิหิสํสคฺควเสน วา อนนุคิทฺโธ, น สหโสกี, น สหนนฺที, น สุขิเตสุ สุขิโต, น ทุกฺขิเตสุ ทุกฺขิโต, น อุปฺปนฺเนสุ กิจฺจกรณีเยสุ อตฺตนา วา โยคมาปชฺชิตาติ วุตฺตํ โหติ. อิมิสฺสา จ คาถาย ยํ ‘‘สุวโจ จสฺสา’’ติ เอตฺถ วุตฺตํ ‘‘อสฺสา’’ติ วจนํ, ตํ สพฺพปเทหิ สทฺธึ ‘‘สนฺตุสฺสโก จ อสฺส, สุภโร จ อสฺสา’’ติ เอวํ โยเชตพฺพํ.

๑๔๕. เอวํ ภควา สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ วิหริตุกามสฺส ตทธิคมาย วา ปฏิปชฺชิตุกามสฺส วิเสสโต อารญฺญกสฺส ภิกฺขุโน ตตุตฺตริปิ กรณียํ อาจิกฺขิตฺวา อิทานิ อกรณียมฺปิ อาจิกฺขิตุกาโม ‘‘น จ ขุทฺทมาจเร กิญฺจิ, เยน วิญฺญู ปเร อุปวเทยฺยุ’’นฺติ อิมํ อุปฑฺฒคาถมาห. ตสฺสตฺโถ – เอวมิมํ กรณียํ กโรนฺโต ยํ ตํ กายวจีมโนทุจฺจริตํ ขุทฺทํ ลามกนฺติ วุจฺจติ, ตํ น จ ขุทฺทํ สมาจเร. อสมาจรนฺโต จ น เกวลํ โอฬาริกํ, กึ ปน กิญฺจิ น สมาจเร, อปฺปมตฺตกํ อณุมตฺตมฺปิ น สมาจเรติ วุตฺตํ โหติ.

ตโต ตสฺส สมาจาเร สนฺทิฏฺฐิกเมวาทีนวํ ทสฺเสติ ‘‘เยน วิญฺญู ปเร อุปวเทยฺยุ’’นฺติ. เอตฺถ จ ยสฺมา อวิญฺญู ปเร อปฺปมาณํ. เต หิ อนวชฺชํ วา สาวชฺชํ กโรนฺติ, อปฺปสาวชฺชํ วา มหาสาวชฺชํ. วิญฺญู เอว ปน ปมาณํ. เต หิ อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา อวณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสนฺติ, วณฺณารหสฺส จ วณฺณํ ภาสนฺติ, ตสฺมา ‘‘วิญฺญู ปเร’’ติ วุตฺตํ.

เอวํ ภควา อิมาหิ อฑฺฒเตยฺยาหิ คาถาหิ สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ วิหริตุกามสฺส, ตทธิคมาย วา ปฏิปชฺชิตุกามสฺส วิเสสโต อารญฺญกสฺส อารญฺญกสีเสน จ สพฺเพสมฺปิ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วิหริตุกามานํ กรณียากรณียเภทํ กมฺมฏฺฐานูปจารํ วตฺวา อิทานิ เตสํ ภิกฺขูนํ ตสฺส เทวตาภยสฺส ปฏิฆาตาย ปริตฺตตฺถํ วิปสฺสนาปาทกชฺฌานวเสน กมฺมฏฺฐานตฺถญฺจ ‘‘สุขิโน ว เขมิโน โหนฺตู’’ติอาทินา นเยน เมตฺตกถํ กเถตุมารทฺโธ.

ตตฺถ สุขิโนติ สุขสมงฺคิโน. เขมิโนติ เขมวนฺโต, อภยา นิรุปทฺทวาติ วุตฺตํ โหติ. สพฺเพติ อนวเสสา. สตฺตาติ ปาณิโน. สุขิตตฺตาติ สุขิตจิตฺตา. เอตฺถ จ กายิเกน สุเขน สุขิโน, มานเสน สุขิตตฺตา, ตทุภเยนาปิ สพฺพภยูปทฺทววิคเมน วา เขมิโนติ เวทิตพฺพา. กสฺมา ปน เอวํ วุตฺตํ? เมตฺตาภาวนาการทสฺสนตฺถํ. เอวญฺหิ เมตฺตา ภาเวตพฺพา ‘‘สพฺเพ สตฺตา สุขิโน โหนฺตู’’ติ วา, ‘‘เขมิโน โหนฺตู’’ติ วา, ‘‘สุขิตตฺตา โหนฺตู’’ติ วา.

๑๔๖. เอวํ ยาว อุปจารโต อปฺปนาโกฏิ, ตาว สงฺเขเปน เมตฺตาภาวนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิตฺถารโตปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เย เกจี’’ติ คาถาทฺวยมาห. อถ วา ยสฺมา ปุถุตฺตารมฺมเณ ปริจิตํ จิตฺตํ น อาทิเกเนว เอกตฺเต สณฺฐาติ, อารมฺมณปฺปเภทํ ปน อนุคนฺตฺวา กเมน สณฺฐาติ, ตสฺมา ตสฺส ตสถาวราทิทุกติกปฺปเภเท อารมฺมเณ อนุคนฺตฺวา อนุคนฺตฺวา สณฺฐานตฺถมฺปิ ‘‘เย เกจี’’ติ คาถาทฺวยมาห. อถ วา ยสฺมา ยสฺส ยํ อารมฺมณํ วิภูตํ โหติ, ตสฺส ตตฺถ จิตฺตํ สุขํ ติฏฺฐติ. ตสฺมา เตสํ ภิกฺขูนํ ยสฺส ยํ วิภูตํ อารมฺมณํ, ตสฺส ตตฺถ จิตฺตํ สณฺฐาเปตุกาโม ตสถาวราทิทุกตฺติกอารมฺมณปฺปเภททีปกํ ‘‘เย เกจี’’ติ อิมํ คาถาทฺวยมาห.

เอตฺถ หิ ตสถาวรทุกํ ทิฏฺฐาทิฏฺฐทุกํ ทูรสนฺติกทุกํ ภูตสมฺภเวสิทุกนฺติ จตฺตาริ ทุกานิ, ทีฆาทีหิ จ ฉหิ ปเทหิ มชฺฌิมปทสฺส ตีสุ, อณุกปทสฺส จ ทฺวีสุ ติเกสุ อตฺถสมฺภวโต ทีฆรสฺสมชฺฌิมตฺติกํ มหนฺตาณุกมชฺฌิมตฺติกํ ถูลาณุกมชฺฌิมตฺติกนฺติ ตโย ติเก ทีเปติ. ตตฺถ เย เกจีติ อนวเสสวจนํ. ปาณา เอว ภูตา ปาณภูตา. อถ วา ปาณนฺตีติ ปาณา. เอเตน อสฺสาสปสฺสาสปฏิพทฺเธ ปญฺจโวการสตฺเต คณฺหาติ. ภวนฺตีติ ภูตา. เอเตน เอกโวการจตุโวการสตฺเต คณฺหาติ. อตฺถีติ สนฺติ, สํวิชฺชนฺติ.

เอวํ ‘‘เย เกจิ ปาณภูตตฺถี’’ติ อิมินา วจเนน ทุกตฺติเกหิ สงฺคเหตพฺเพ สพฺเพ สตฺเต เอกชฺฌํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สพฺเพปิ เต ตสา วา ถาวรา วา อนวเสสาติ อิมินา ทุเกน สงฺคเหตฺวา ทสฺเสติ.

ตตฺถ ตสนฺตีติ ตสา, สตณฺหานํ สภยานญฺเจตํ อธิวจนํ. ติฏฺฐนฺตีติ ถาวรา, ปหีนตณฺหาภยานํ อรหตํ เอตํ อธิวจนํ. นตฺถิ เตสํ อวเสสนฺติ อนวเสสา, สพฺเพปีติ วุตฺตํ โหติ. ยญฺจ ทุติยคาถาย อนฺเต วุตฺตํ, ตํ สพฺพทุกติเกหิ สมฺพนฺธิตพฺพํ – เย เกจิ ปาณภูตตฺถิ ตสา วา ถาวรา วา อนวเสสา, อิเมปิ สพฺเพ สตฺตา ภวนฺตุ สุขิตตฺตา. เอวํ ยาว ภูตา วา สมฺภเวสี วา อิเมปิ สพฺเพ สตฺตา ภวนฺตุ สุขิตตฺตาติ.

อิทานิ ทีฆรสฺสมชฺฌิมาทิติกตฺตยทีปเกสุ ทีฆา วาติอาทีสุ ฉสุ ปเทสุ ทีฆาติ ทีฆตฺตภาวา นาคมจฺฉโคธาทโย. อเนกพฺยามสตปฺปมาณาปิ หิ มหาสมุทฺเท นาคานํ อตฺตภาวา อเนกโยชนปฺปมาณาปิ มจฺฉโคธาทีนํ อตฺตภาวา โหนฺติ. มหนฺตาติ มหนฺตตฺตภาวา ชเล มจฺฉกจฺฉปาทโย, ถเล หตฺถินาคาทโย, อมนุสฺเสสุ ทานวาทโย. อาห จ – ‘‘ราหุคฺคํ อตฺตภาวีน’’นฺติ (อ. นิ. ๔.๑๕). ตสฺส หิ อตฺตภาโว อุพฺเพเธน จตฺตาริ โยชนสหสฺสานิ อฏฺฐ จ โยชนสตานิ, พาหู ทฺวาทสโยชนสตปริมาณา, ปญฺญาสโยชนํ ภมุกนฺตรํ, ตถา องฺคุลนฺตริกา, หตฺถตลานิ เทฺว โยชนสตานีติ. มชฺฌิมาติ อสฺสโคณมหึสสูกราทีนํ อตฺตภาวา. รสฺสกาติ ตาสุ ตาสุ ชาตีสุ วามนาทโย ทีฆมชฺฌิเมหิ โอมกปฺปมาณา สตฺตา. อณุกาติ มํสจกฺขุสฺส อโคจรา, ทิพฺพจกฺขุวิสยา อุทกาทีสุ นิพฺพตฺตา สุขุมตฺตภาวา สตฺตา, อูกาทโย วา. อปิจ เย ตาสุ ตาสุ ชาตีสุ มหนฺตมชฺฌิเมหิ ถูลมชฺฌิเมหิ จ โอมกปฺปมาณา สตฺตา, เต อณุกาติ เวทิตพฺพา. ถูลาติ ปริมณฺฑลตฺตภาวา มจฺฉกุมฺมสิปฺปิกสมฺพุกาทโย สตฺตา.

๑๔๗. เอวํ ตีหิ ติเกหิ อนวเสสโต สตฺเต ทสฺเสตฺวา อิทานิ ‘‘ทิฏฺฐา วา เยว อทิฏฺฐา’’ติอาทีหิ ตีหิ ทุเกหิปิ เต สงฺคเหตฺวา ทสฺเสติ.

ตตฺถ ทิฏฺฐาติ เย อตฺตโน จกฺขุสฺส อาปาถมาคตวเสน ทิฏฺฐปุพฺพา. อทิฏฺฐาติ เย ปรสมุทฺทปรเสลปรจกฺกวาฬาทีสุ ฐิตา. ‘‘เยว ทูเร วสนฺติ อวิทูเร’’ติ อิมินา ปน ทุเกน อตฺตโน อตฺตภาวสฺส ทูเร จ อวิทูเร จ วสนฺเต สตฺเต ทสฺเสติ. เต อุปาทายุปาทาวเสน เวทิตพฺพา. อตฺตโน หิ กาเย วสนฺตา สตฺตา อวิทูเร, พหิกาเย วสนฺตา ทูเร. ตถา อนฺโตอุปจาเร วสนฺตา อวิทูเร, พหิอุปจาเร วสนฺตา ทูเร. อตฺตโน วิหาเร คาเม ชนปเท ทีเป จกฺกวาเฬ วสนฺตา อวิทูเร, ปรจกฺกวาเฬ วสนฺตา ทูเร วสนฺตีติ วุจฺจนฺติ.

ภูตาติ ชาตา, อภินิพฺพตฺตา. เย ภูตา เอว, น ปุน ภวิสฺสนฺตีติ สงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ, เตสํ ขีณาสวานเมตํ อธิวจนํ. สมฺภวเมสนฺตีติ สมฺภเวสี. อปฺปหีนภวสํโยชนตฺตา อายติมฺปิ สมฺภวํ เอสนฺตานํ เสกฺขปุถุชฺชนานเมตํ อธิวจนํ. อถ วา จตูสุ โยนีสุ อณฺฑชชลาพุชา สตฺตา ยาว อณฺฑโกสํ วตฺถิโกสญฺจ น ภินฺทนฺติ, ตาว สมฺภเวสี นาม. อณฺฑโกสํ วตฺถิโกสญฺจ ภินฺทิตฺวา พหิ นิกฺขนฺตา ภูตา นาม. สํเสทชา โอปปาติกา จ ปฐมจิตฺตกฺขเณ สมฺภเวสี นาม. ทุติยจิตฺตกฺขณโต ปภุติ ภูตา นาม. เยน วา อิริยาปเถน ชายนฺติ, ยาว ตโต อญฺญํ น ปาปุณนฺติ, ตาว สมฺภเวสี นาม. ตโต ปรํ ภูตาติ.

๑๔๘. เอวํ ภควา ‘‘สุขิโน วา’’ติอาทีหิ อฑฺฒเตยฺยาหิ คาถาหิ นานปฺปการโต เตสํ ภิกฺขูนํ หิตสุขาคมปตฺถนาวเสน สตฺเตสุ เมตฺตาภาวนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อหิตทุกฺขานาคมปตฺถนาวเสนาปิ ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘น ปโร ปรํ นิกุพฺเพถา’’ติ. เอส โปราณปาโฐ, อิทานิ ปน ‘‘ปรํ หี’’ติปิ ปฐนฺติ, อยํ น โสภโน.

ตตฺถ ปโรติ ปรชโน. ปรนฺติ ปรชนํ. น นิกุพฺเพถาติ น วญฺเจยฺย. นาติมญฺเญถาติ น อติกฺกมิตฺวา มญฺเญยฺย. กตฺถจีติ กตฺถจิ โอกาเส, คาเม วา นิคเม วา เขตฺเต วา ญาติมชฺเฌ วา ปูคมชฺเฌ วาติอาทิ. นนฺติ เอตํ. กญฺจีติ ยํ กญฺจิ ขตฺติยํ วา พฺราหฺมณํ วา คหฏฺฐํ วา ปพฺพชิตํ วา สุคตํ วา ทุคฺคตํ วาติอาทิ. พฺยาโรสนา ปฏิฆสญฺญาติ กายวจีวิกาเรหิ พฺยาโรสนาย จ, มโนวิกาเรน ปฏิฆสญฺญาย จ. ‘‘พฺยาโรสนาย ปฏิฆสญฺญายา’’ติ หิ วตฺตพฺเพ ‘‘พฺยาโรสนา ปฏิฆสญฺญา’’ติ วุจฺจติ ยถา ‘‘สมฺม ทญฺญาย วิมุตฺตา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘สมฺม ทญฺญา วิมุตฺตา’’ติ, ยถา จ ‘‘อนุปุพฺพสิกฺขาย อนุปุพฺพกิริยาย อนุปุพฺพปฏิปทายา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘อนุปุพฺพสิกฺขา อนุปุพฺพกิริยา อนุปุพฺพปฏิปทา’’ติ (อ. นิ. ๘.๑๙; อุทา. ๔๕; จูฬว. ๓๘๕). นาญฺญมญฺญสฺส ทุกฺขมิจฺเฉยฺยาติ อญฺญมญฺญสฺส ทุกฺขํ น อิจฺเฉยฺย. กึ วุตฺตํ โหติ? น เกวลํ ‘‘สุขิโน วา เขมิโน วา โหนฺตู’’ติอาทิ มนสิการวเสเนว เมตฺตํ ภาเวยฺย. กึ ปน ‘‘อโห วต โย โกจิ ปรปุคฺคโล ยํ กญฺจิ ปรปุคฺคลํ วญฺจนาทีหิ นิกตีหิ น นิกุพฺเพถ, ชาติอาทีหิ จ นวหิ มานวตฺถูหิ กตฺถจิ ปเทเส ยํ กญฺจิ ปรปุคฺคลํ นาติมญฺเญยฺย, อญฺญมญฺญสฺส จ พฺยาโรสนาย วา ปฏิฆสญฺญาย วา ทุกฺขํ น อิจฺเฉยฺยา’’ติ เอวมฺปิ มนสิ กโรนฺโต ภาเวยฺยาติ.

๑๔๙. เอวํ อหิตทุกฺขานาคมปตฺถนาวเสน อตฺถโต เมตฺตาภาวนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตเมว อุปมาย ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มาตา ยถา นิยํ ปุตฺต’’นฺติ.

ตสฺสตฺโถ – ยถา มาตา นิยํ ปุตฺตํ อตฺตนิ ชาตํ โอรสํ ปุตฺตํ, ตญฺจ เอกปุตฺตเมว อายุสา อนุรกฺเข, ตสฺส ทุกฺขาคมปฏิพาหนตฺถํ อตฺตโน อายุมฺปิ จชิตฺวา ตํ อนุรกฺเข, เอวมฺปิ สพฺพภูเตสุ อิทํ เมตฺตมานสํ ภาวเย, ปุนปฺปุนํ ชนเย วฑฺฒเย, ตญฺจ อปริมาณสตฺตารมฺมณวเสน เอกสฺมึ วา สตฺเต อนวเสสผรณวเสน อปริมาณํ ภาวเยติ.

๑๕๐. เอวํ สพฺพากาเรน เมตฺตาภาวนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตสฺเสว วฑฺฒนํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เมตฺตญฺจ สพฺพโลกสฺมี’’ติ.

ตตฺถ มิชฺชติ ตายติ จาติ มิตฺโต, หิตชฺฌาสยตาย สินิยฺหติ, อหิตาคมโต รกฺขติ จาติ อตฺโถ. มิตฺตสฺส ภาโว เมตฺตํ. สพฺพสฺมินฺติ อนวเสเส. โลกสฺมินฺติ สตฺตโลเก. มนสิ ภวนฺติ มานสํ. ตญฺหิ จิตฺตสมฺปยุตฺตตฺตา เอวํ วุตฺตํ. ภาวเยติ วฑฺฒเย. นาสฺส ปริมาณนฺติ อปริมาณํ, อปฺปมาณสตฺตารมฺมณตาย เอวํ วุตฺตํ. อุทฺธนฺติ อุปริ. เตน อรูปภวํ คณฺหาติ. อโธติ เหฏฺฐา. เตน กามภวํ คณฺหาติ. ติริยนฺติ เวมชฺฌํ. เตน รูปภวํ คณฺหาติ. อสมฺพาธนฺติ สมฺพาธวิรหิตํ, ภินฺนสีมนฺติ วุตฺตํ โหติ. สีมา นาม ปจฺจตฺถิโก วุจฺจติ, ตสฺมิมฺปิ ปวตฺตนฺติ อตฺโถ. อเวรนฺติ เวรวิรหิตํ, อนฺตรนฺตราปิ เวรเจตนาปาตุภาววิรหิตนฺติ วุตฺตํ โหติ. อสปตฺตนฺติ วิคตปจฺจตฺถิกํ. เมตฺตาวิหารี หิ ปุคฺคโล มนุสฺสานํ ปิโย โหติ, อมนุสฺสานํ ปิโย โหติ, นาสฺส โกจิ ปจฺจตฺถิโก โหติ, เตนสฺส ตํ มานสํ วิคตปจฺจตฺถิกตฺตา ‘‘อสปตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. ปริยายวจนญฺหิ เอตํ, ยทิทํ ปจฺจตฺถิโก สปตฺโตติ. อยํ อนุปทโต อตฺถวณฺณนา.

อยํ ปเนตฺถ อธิปฺเปตตฺถวณฺณนา – ยเทตํ ‘‘เอวมฺปิ สพฺพภูเตสุ มานสํ ภาวเย อปริมาณ’’นฺติ วุตฺตํ. ตญฺเจตํ อปริมาณํ เมตฺตํ มานสํ สพฺพโลกสฺมึ ภาวเย วฑฺฒเย, วุฑฺฒึ, วิรูฬฺหึ, เวปุลฺลํ คมเย. กถํ? อุทฺธํ อโธ จ ติริยญฺจ, อุทฺธํ ยาว ภวคฺคา, อโธ ยาว อวีจิโต, ติริยํ ยาว อวเสสทิสา. อุทฺธํ วา อารุปฺปํ, อโธ กามธาตุํ, ติริยํ รูปธาตุํ อนวเสสํ ผรนฺโต. เอวํ ภาเวนฺโตปิ จ ตํ ยถา อสมฺพาธํ, อเวรํ, อสปตฺตญฺจ, โหติ ตถา สมฺพาธเวรสปตฺตาภาวํ กโรนฺโต ภาวเย. ยํ วา ตํ ภาวนาสมฺปทํ ปตฺตํ สพฺพตฺถ โอกาสลาภวเสน อสมฺพาธํ. อตฺตโน ปเรสุ อาฆาตปฏิวินเยน อเวรํ, อตฺตนิ จ ปเรสํ อาฆาตปฏิวินเยน อสปตฺตํ โหติ, ตํ อสมฺพาธํ อเวรํ อสปตฺตํ อปริมาณํ เมตฺตํ มานสํ อุทฺธํ อโธ ติริยญฺจาติ ติวิธปริจฺเฉเท สพฺพโลกสฺมึ ภาวเย วฑฺฒเยติ.

๑๕๑. เอวํ เมตฺตาภาวนาย วฑฺฒนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตํ ภาวนมนุยุตฺตสฺส วิหรโต อิริยาปถนิยมาภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ติฏฺฐํ จรํ…เป… อธิฏฺเฐยฺยา’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – เอวเมตํ เมตฺตํ มานสํ ภาเวนฺโต โส ‘‘นิสีทติ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา, อุชุํ กายํ ปณิธายา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๗๔; ม. นิ. ๑.๑๐๗; วิภ. ๕๐๘) วิย อิริยาปถนิยมํ อกตฺวา ยถาสุขํ อญฺญตรญฺญตรอิริยาปถพาธนวิโนทนํ กโรนฺโต ติฏฺฐํ วา จรํ วา นิสินฺโน วา สยาโน วา ยาวตา วิคตมิทฺโธ อสฺส, อถ เอตํ เมตฺตาฌานสฺสตึ อธิฏฺเฐยฺย.

อถ วา เอวํ เมตฺตาภาวนาย วฑฺฒนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วสีภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ติฏฺฐํ จร’’นฺติ. วสิปฺปตฺโต หิ ติฏฺฐํ วา จรํ วา นิสินฺโน วา สยาโน วา ยาวตา อิริยาปเถน เอตํ เมตฺตาฌานสฺสตึ อธิฏฺฐาตุกาโม โหติ. อถ วา ติฏฺฐํ วา จรํ วาติ น ตสฺส ฐานาทีนิ อนฺตรายกรานิ โหนฺติ, อปิจ โข โส ยาวตา เอตํ เมตฺตาฌานสฺสตึ อธิฏฺฐาตุกาโม โหติ, ตาวตา วิตมิทฺโธ หุตฺวา อธิฏฺฐาติ, นตฺถิ ตสฺส ตตฺถ ทนฺธายิตตฺตํ. เตนาห ‘‘ติฏฺฐํ จรํ นิสินฺโน ว สยาโน, ยาวตาสฺส วิตมิทฺโธ. เอตํ สตึ อธิฏฺเฐยฺยา’’ติ.

ตสฺสายมธิปฺปาโย – ยํ ตํ ‘‘เมตฺตญฺจ สพฺพโลกสฺมิ, มานสํ ภาวเย’’ติ วุตฺตํ, ตํ ตถา ภาวเย, ยถา ฐานาทีสุ ยาวตา อิริยาปเถน, ฐานาทีนิ วา อนาทิยิตฺวา ยาวตา เอตํ เมตฺตาฌานสฺสตึ อธิฏฺฐาตุกาโม อสฺส, ตาวตา วิตมิทฺโธ หุตฺวา เอตํ สตึ อธิฏฺเฐยฺยาติ.

เอวํ เมตฺตาภาวนาย วสีภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอตํ สตึ อธิฏฺเฐยฺยา’’ติ ตสฺมึ เมตฺตาวิหาเร นิโยเชตฺวา อิทานิ ตํ วิหารํ ถุนนฺโต อาห ‘‘พฺรหฺมเมตํวิหารมิธมาหู’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – ยฺวายํ ‘‘สุขิโนว เขมิโน โหนฺตู’’ติอาทึ กตฺวา ยาว ‘‘เอตํ สตึ อธิฏฺเฐยฺยา’’ติ สํวณฺณิโต เมตฺตาวิหาโร, เอตํ จตูสุ ทิพฺพพฺรหฺมอริยอิริยาปถวิหาเรสุ นิทฺโทสตฺตา อตฺตโนปิ ปเรสมฺปิ อตฺถกรตฺตา จ อิธ อริยสฺส ธมฺมวินเย พฺรหฺมวิหารมาหุ, เสฏฺฐวิหารมาหูติ. ยโต สตตํ สมิตํ อพฺโพกิณฺณํ ติฏฺฐํ จรํ นิสินฺโน วา สยาโน วา ยาวตาสฺส วิตมิทฺโธ, เอตํ สตึ อธิฏฺเฐยฺยาติ.

๑๕๒. เอวํ ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ นานปฺปการโต เมตฺตาภาวนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยสฺมา เมตฺตา สตฺตารมฺมณตฺตา อตฺตทิฏฺฐิยา อาสนฺนา โหติ ตสฺมา ทิฏฺฐิคหณนิเสธนมุเขน เตสํ ภิกฺขูนํ ตเทว เมตฺตาฌานํ ปาทกํ กตฺวา อริยภูมิปฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ทิฏฺฐิญฺจ อนุปคฺคมฺมา’’ติ. อิมาย คาถาย เทสนํ สมาเปสิ.

ตสฺสตฺโถ – ยฺวายํ ‘‘พฺรหฺมเมตํ วิหารมิธมาหู’’ติ สํวณฺณิโต เมตฺตาฌานวิหาโร, ตโต วุฏฺฐาย เย ตตฺถ วิตกฺกวิจาราทโย ธมฺมา, เต, เตสญฺจ วตฺถาทิอนุสาเรน รูปธมฺเม ปริคฺคเหตฺวา อิมินา นามรูปปริจฺเฉเทน ‘‘สุทฺธสงฺขารปุญฺโชยํ, น อิธ สตฺตูปลพฺภตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๗๑) เอวํ ทิฏฺฐิญฺจ อนุปคฺคมฺม อนุปุพฺเพน โลกุตฺตรสีเลน สีลวา หุตฺวา โลกุตฺตรสีลสมฺปยุตฺเตเนว โสตาปตฺติมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิสงฺขาเตน ทสฺสเนน สมฺปนฺโน. ตโต ปรํ โยปายํ วตฺถุกาเมสุ เคโธ กิเลสกาโม อปฺปหีโน โหติ, ตมฺปิ สกทาคามิอนาคามิมคฺเคหิ ตนุภาเวน อนวเสสปฺปหาเนน จ กาเมสุ เคธํ วิเนยฺย วินยิตฺวา วูปสเมตฺวา น หิ ชาตุ คพฺภเสยฺย ปุน เรติ เอกํเสเนว ปุน คพฺภเสยฺยํ น เอติ, สุทฺธาวาเสสุ นิพฺพตฺติตฺวา ตตฺเถว อรหตฺตํ ปาปุณิตฺวา ปรินิพฺพาตีติ.

เอวํ ภควา เทสนํ สมาเปตฺวา เต ภิกฺขู อาห – ‘‘คจฺฉถ, ภิกฺขเว, ตสฺมึเยว วนสณฺเฑ วิหรถ. อิมญฺจ สุตฺตํ มาสสฺส อฏฺฐสุ ธมฺมสฺสวนทิวเสสุ คณฺฑึ อาโกเฏตฺวา อุสฺสาเรถ, ธมฺมกถํ กโรถ, สากจฺฉถ, อนุโมทถ, อิทเมว กมฺมฏฺฐานํ อาเสวถ, ภาเวถ, พหุลีกโรถ. เตปิ โว อมนุสฺสา ตํ เภรวารมฺมณํ น ทสฺเสสฺสนฺติ, อญฺญทตฺถุ อตฺถกามา หิตกามา ภวิสฺสนฺตี’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา, ปทกฺขิณํ กตฺวา, ตตฺถ คนฺตฺวา, ตถา อกํสุ. เทวตาโย จ ‘‘ภทนฺตา อมฺหากํ อตฺถกามา หิตกามา’’ติ ปีติโสมนสฺสชาตา หุตฺวา สยเมว เสนาสนํ สมฺมชฺชนฺติ, อุโณฺหทกํ ปฏิยาเทนฺติ, ปิฏฺฐิปริกมฺมปาทปริกมฺมํ กโรนฺติ, อารกฺขํ สํวิทหนฺติ. เต ภิกฺขู ตเถว เมตฺตํ ภาเวตฺวา ตเมว จ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ อารภิตฺวา สพฺเพว ตสฺมึเยว อนฺโตเตมาเส อคฺคผลํ อรหตฺตํ ปาปุณิตฺวา มหาปวารณาย วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรสุนฺติ.

เอวญฺหิ อตฺถกุสเลน ตถาคเตน,

ธมฺมิสฺสเรน กถิตํ กรณียมตฺถํ;

กตฺวานุภุยฺย ปรมํ หทยสฺส สนฺตึ,

สนฺตํ ปทํ อภิสเมนฺติ สมตฺตปญฺญา.

ตสฺมา หิ ตํ อมตมพฺภุตมริยกนฺตํ,

สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ วิหริตุกาโม;

วิญฺญู ชโน วิมลสีลสมาธิปญฺญา,

เภทํ กเรยฺย สตตํ กรณียมตฺถนฺติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย เมตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.