๙. เหมวตสุตฺตวณฺณนา
อชฺช ปนฺนรโสติ เหมวตสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ปุจฺฉาวสิกา อุปฺปตฺติ. เหมวเตน หิ ปุฏฺโฐ ภควา ‘‘ฉสุ โลโก สมุปฺปนฺโน’’ติอาทีนิ อภาสิ. ตตฺถ ‘‘อชฺช ปนฺนรโส’’ติอาทิ สาตาคิเรน วุตฺตํ, ‘‘อิติ สาตาคิโร’’ติอาทิ สงฺคีติกาเรหิ, ‘‘กจฺจิมโน’’ติอาทิ เหมวเตน, ‘‘ฉสุ โลโก’’ติอาทิ ภควตา, ตํ สพฺพมฺปิ สโมธาเนตฺวา ‘‘เหมวตสุตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. ‘‘สาตาคิริสุตฺต’’นฺติ เอกจฺเจหิ.
ตตฺถ ยายํ ‘‘อชฺช ปนฺนรโส’’ติอาทิ คาถา. ตสฺสา อุปฺปตฺติ – อิมสฺมึเยว ภทฺทกปฺเป วีสติวสฺสสหสฺสายุเกสุ ปุริเสสุ อุปฺปชฺชิตฺวา โสฬสวสฺสสหสฺสายุกานิ ฐตฺวา ปรินิพฺพุตสฺส ภควโต กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธสฺส มหติยา ปูชาย สรีรกิจฺจํ อกํสุ. ตสฺส ธาตุโย อวิกิริตฺวา สุวณฺณกฺขนฺโธ วิย เอกคฺฆนา หุตฺวา อฏฺฐํสุ. ทีฆายุกพุทฺธานญฺหิ เอสา ธมฺมตา. อปฺปายุกพุทฺธา ปน ยสฺมา พหุตเรน ชเนน อทิฏฺฐา เอว ปรินิพฺพายนฺติ, ตสฺมา ธาตุปูชมฺปิ กตฺวา ‘‘ตตฺถ ตตฺถ ชนา ปุญฺญํ ปสวิสฺสนฺตี’’ติ อนุกมฺปาย ‘‘ธาตุโย วิกิรนฺตู’’ติ อธิฏฺฐหนฺติ. เตน เตสํ สุวณฺณจุณฺณานิ วิย ธาตุโย วิกิรนฺติ, เสยฺยถาปิ อมฺหากํ ภควโต.
มนุสฺสา ตสฺส ภควโต เอกํเยว ธาตุฆรํ กตฺวา เจติยํ ปติฏฺฐาเปสุํ โยชนํ อุพฺเพเธน ปริกฺเขเปน จ. ตสฺส เอเกกคาวุตนฺตรานิ จตฺตาริ ทฺวารานิ อเหสุํ. เอกํ ทฺวารํ กิกี ราชา อคฺคเหสิ; เอกํ ตสฺเสว ปุตฺโต ปถวินฺธโร นาม; เอกํ เสนาปติปมุขา อมจฺจา; เอกํ เสฏฺฐิปมุขา ชานปทา รตฺตสุวณฺณมยา เอกคฺฆนา สุวณฺณรสปฏิภาคา จ นานารตนมยา อิฏฺฐกา อเหสุํ เอเกกา สตสหสฺสคฺฆนิกา. เต หริตาลมโนสิลาหิ มตฺติกากิจฺจํ สุรภิเตเลน อุทกกิจฺจญฺจ กตฺวา ตํ เจติยํ ปติฏฺฐาเปสุํ.
เอวํ ปติฏฺฐิเต เจติเย เทฺว กุลปุตฺตา สหายกา นิกฺขมิตฺวา สมฺมุขสาวกานํ เถรานํ สนฺติเก ปพฺพชึสุ. ทีฆายุกพุทฺธานญฺหิ สมฺมุขสาวกาเยว ปพฺพาเชนฺติ, อุปสมฺปาเทนฺติ, นิสฺสยํ เทนฺติ, อิตเร น ลภนฺติ. ตโต เต กุลปุตฺตา ‘‘สาสเน, ภนฺเต, กติ ธุรานี’’ติ ปุจฺฉึสุ. เถรา ‘‘เทฺว ธุรานี’’ติ กเถสุํ – ‘‘วาสธุรํ, ปริยตฺติธุรญฺจา’’ติ. ตตฺถ ปพฺพชิเตน กุลปุตฺเตน อาจริยุปชฺฌายานํ สนฺติเก ปญฺจ วสฺสานิ วสิตฺวา, วตฺตปฏิวตฺตํ ปูเรตฺวา, ปาติโมกฺขํ เทฺว ตีณิ ภาณวารสุตฺตนฺตานิ จ ปคุณํ กตฺวา, กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคเหตฺวา, กุเล วา คเณ วา นิราลเยน อรญฺญํ ปวิสิตฺวา, อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ฆฏิตพฺพํ วายมิตพฺพํ, เอตํ วาสธุรํ. อตฺตโน ถาเมน ปน เอกํ วา นิกายํ ปริยาปุณิตฺวา เทฺว วา ปญฺจ วา นิกาเย ปริยตฺติโต จ อตฺถโต จ สุวิสทํ สาสนํ อนุยุญฺชิตพฺพํ, เอตํ ปริยตฺติธุรนฺติ. อถ เต กุลปุตฺตา ‘‘ทฺวินฺนํ ธุรานํ วาสธุรเมว เสฏฺฐ’’นฺติ วตฺวา ‘‘มยํ ปนมฺหา ทหรา, วุฑฺฒกาเล วาสธุรํ ปริปูเรสฺสาม, ปริยตฺติธุรํ ตาว ปูเรมา’’ติ ปริยตฺตึ อารภึสุ. เต ปกติยาว ปญฺญวนฺโต นจิรสฺเสว สกเล พุทฺธวจเน ปกตญฺญโน วินเย จ อติวิย วินิจฺฉยกุสลา อเหสุํ. เตสํ ปริยตฺตึ นิสฺสาย ปริวาโร อุปฺปชฺชิ, ปริวารํ นิสฺสาย ลาโภ, เอกเมกสฺส ปญฺจสตปญฺจสตา ภิกฺขู ปริวารา อเหสุํ. เต สตฺถุสาสนํ ทีเปนฺตา วิหรึสุ, ปุน พุทฺธกาโล วิย อโหสิ.
ตทา เทฺว ภิกฺขู คามกาวาเส วิหรนฺติ ธมฺมวาที จ อธมฺมวาที จ. อธมฺมวาที จณฺโฑ โหติ ผรุโส, มุขโร, ตสฺส อชฺฌาจาโร อิตรสฺส ปากโฏ โหติ. ตโต นํ ‘‘อิทํ เต, อาวุโส, กมฺมํ สาสนสฺส อปฺปติรูป’’นฺติ โจเทสิ. โส ‘‘กึ เต ทิฏฺฐํ, กึ สุต’’นฺติ วิกฺขิปติ. อิตโร ‘‘วินยธรา ชานิสฺสนฺตี’’ติ อาห. ตโต อธมฺมวาที ‘‘สเจ อิมํ วตฺถุํ วินยธรา วินิจฺฉินิสฺสนฺติ, อทฺธา เม สาสเน ปติฏฺฐา น ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา อตฺตโน ปกฺขํ กาตุกาโม ตาวเทว ปริกฺขาเร อาทาย เต เทฺว เถเร อุปสงฺกมิตฺวา สมณปริกฺขาเร ทตฺวา เตสํ นิสฺสเยน วิหริตุมารทฺโธ. สพฺพญฺจ เนสํ อุปฏฺฐานํ กโรนฺโต สกฺกจฺจํ วตฺตปฏิวตฺตํ ปูเรตุกาโม วิย อกาสิ. ตโต เอกทิวสํ อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เตหิ วิสฺสชฺชิยมาโนปิ อฏฺฐาสิเยว. เถรา ‘‘กิญฺจิ วตฺตพฺพมตฺถี’’ติ ตํ ปุจฺฉึสุ. โส ‘‘อาม, ภนฺเต, เอเกน เม ภิกฺขุนา สห อชฺฌาจารํ ปฏิจฺจ วิวาโท อตฺถิ. โส ยทิ ตํ วตฺถุํ อิธาคนฺตฺวา อาโรเจติ, ยถาวินิจฺฉยํ น วินิจฺฉินิตพฺพ’’นฺติ. เถรา ‘‘โอสฏํ วตฺถุํ ยถาวินิจฺฉยํ น วินิจฺฉินิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อาหํสุ. โส ‘‘เอวํ กริยมาเน, ภนฺเต, มม สาสเน ปติฏฺฐา นตฺถิ, มเยฺหตํ ปาปํ โหตุ, มา ตุเมฺห วินิจฺฉินถา’’ติ. เต เตน นิปฺปีฬิยมานา สมฺปฏิจฺฉึสุ. โส เตสํ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา ปุน ตํ อาวาสํ คนฺตฺวา ‘‘สพฺพํ วินยธรานํ สนฺติเก นิฏฺฐิต’’นฺติ ตํ ธมฺมวาทึ สุฏฺฐุตรํ อวมญฺญนฺโต ผรุเสน สมุทาจรติ. ธมฺมวาที ‘‘นิสฺสงฺโก อยํ ชาโต’’ติ ตาวเทว นิกฺขมิตฺวา เถรานํ ปริวารํ ภิกฺขุสหสฺสํ อุปสงฺกมิตฺวา อาห – ‘‘นนุ, อาวุโส, โอสฏํ วตฺถุ ยถาธมฺมํ วินิจฺฉินิตพฺพํ, อโนสราเปตฺวา เอว วา อญฺญมญฺญํ อจฺจยํ เทสาเปตฺวา สามคฺคี กาตพฺพา. อิเม ปน เถรา เนว วตฺถุํ วินิจฺฉินึสุ, น สามคฺคึ อกํสุ. กึ นาเมต’’นฺติ? เตปิ สุตฺวา ตุณฺหี อเหสุํ – ‘‘นูน กิญฺจิ อาจริเยหิ ญาต’’นฺติ. ตโต อธมฺมวาที โอกาสํ ลภิตฺวา ‘‘ตฺวํ ปุพฺเพ ‘วินยธรา ชานิสฺสนฺตี’ติ ภณสิ. อิทานิ เตสํ วินยธรานํ อาโรเจหิ ตํ วตฺถุ’’นฺติ ธมฺมวาทึ ปีเฬตฺวา ‘‘อชฺชตคฺเค ปราชิโต ตฺวํ, มา ตํ อาวาสํ อาคจฺฉี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. ตโต ธมฺมวาที เถเร อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ตุเมฺห สาสนํ อนเปกฺขิตฺวา ‘อเมฺห อุปฏฺเฐสิ ปริโตเสสี’ติ ปุคฺคลเมว อเปกฺขิตฺถ, สาสนํ อรกฺขิตฺวา ปุคฺคลํ รกฺขิตฺถ, อชฺชตคฺเค ทานิ ตุมฺหากํ วินิจฺฉยํ วินิจฺฉินิตุํ น วฏฺฏติ, อชฺช ปรินิพฺพุโต กสฺสโป ภควา’’ติ มหาสทฺเทน กนฺทิตฺวา ‘‘นฏฺฐํ สตฺถุ สาสน’’นฺติ ปริเทวมาโน ปกฺกามิ.
อถ โข เต ภิกฺขู สํวิคฺคมานสา ‘‘มยํ ปุคฺคลมนุรกฺขนฺตา สาสนรตนํ โสพฺเภ ปกฺขิปิมฺหา’’ติ กุกฺกุจฺจํ อุปฺปาเทสุํ. เต เตเนว กุกฺกุจฺเจน อุปหตาสยตฺตา กาลํ กตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺติตุมสกฺโกนฺตา เอกาจริโย หิมวติ เหมวเต ปพฺพเต นิพฺพตฺติ เหมวโต ยกฺโขติ นาเมน. ทุติยาจริโย มชฺฌิมเทเส สาตปพฺพเต สาตาคิโรติ นาเมน. เตปิ เนสํ ปริวารา ภิกฺขู เตสํเยว อนุวตฺติตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺติตุมสกฺโกนฺตา เตสํ ปริวารา ยกฺขาว หุตฺวา นิพฺพตฺตึสุ. เตสํ ปน ปจฺจยทายกา คหฏฺฐา เทวโลเก นิพฺพตึสุ. เหมวตสาตาคิรา อฏฺฐวีสติยกฺขเสนาปตีนมพฺภนฺตรา มหานุภาวา ยกฺขราชาโน อเหสุํ.
ยกฺขเสนาปตีนญฺจ อยํ ธมฺมตา – มาเส มาเส อฏฺฐ ทิวสานิ ธมฺมวินิจฺฉยตฺถํ หิมวติ มโนสิลาตเล นาควติมณฺฑเป เทวตานํ สนฺนิปาโต โหติ, ตตฺถ สนฺนิปติตพฺพนฺติ. อถ สาตาคิรเหมวตา ตสฺมึ สมาคเม อญฺญมญฺญํ ทิสฺวา สญฺชานึสุ – ‘‘ตฺวํ, สมฺม, กุหึ อุปฺปนฺโน, ตฺวํ กุหิ’’นฺติ อตฺตโน อตฺตโน อุปฺปตฺติฏฺฐานญฺจ ปุจฺฉิตฺวา วิปฺปฏิสาริโน อเหสุํ. ‘‘นฏฺฐา มยํ, สมฺม, ปุพฺเพ วีสติ วสฺสสหสฺสานิ สมณธมฺมํ กตฺวา เอกํ ปาปสหายํ นิสฺสาย ยกฺขโยนิยํ อุปฺปนฺนา, อมฺหากํ ปน ปจฺจยทายกา กามาวจรเทเวสุ นิพฺพตฺตา’’ติ. อถ สาตาคิโร อาห – ‘‘มาริส, หิมวา นาม อจฺฉริยพฺภุตสมฺมโต, กิญฺจิ อจฺฉริยํ ทิสฺวา วา สุตฺวา วา มมาปิ อาโรเจยฺยาสี’’ติ. เหมวโตปิ อาห – ‘‘มาริส, มชฺฌิมเทโส นาม อจฺฉริยพฺภุตสมฺมโต, กิญฺจิ อจฺฉริยํ ทิสฺวา วา สุตฺวา วา มมาปิ อาโรเจยฺยาสี’’ติ. เอวํ เตสุ ทฺวีสุ สหาเยสุ อญฺญมญฺญํ กติกํ กตฺวา, ตเมว อุปฺปตฺตึ อวิวชฺเชตฺวา วสมาเนสุ เอกํ พุทฺธนฺตรํ วีติวตฺตํ, มหาปถวี เอกโยชนติคาวุตมตฺตํ อุสฺสทา.
อถมฺหากํ โพธิสตฺโต ทีปงฺกรปาทมูเล กตปณิธาโน ยาว เวสฺสนฺตรชาตกํ, ตาว ปารมิโย ปูเรตฺวา, ตุสิตภวเน อุปฺปชฺชิตฺวา, ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา, ธมฺมปทนิทาเน วุตฺตนเยน เทวตาหิ อายาจิโต ปญฺจ มหาวิโลกนานิ วิโลเกตฺวา, เทวตานํ อาโรเจตฺวา, ทฺวตฺตึสาย ปุพฺพนิมิตฺเตสุ วตฺตมาเนสุ อิธ ปฏิสนฺธึ อคฺคเหสิ ทสสหสฺสิโลกธาตุํ กมฺเปตฺวา. ตานิ ทิสฺวาปิ อิเม ราชยกฺขา ‘‘อิมินา การเณน นิพฺพตฺตานี’’ติ น ชานึสุ. ‘‘ขิฑฺฑาปสุตตฺตา เนวาทฺทสํสู’’ติ เอเก. เอส นโย ชาติยํ อภินิกฺขมเน โพธิยญฺจ. ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน ปน ปญฺจวคฺคิเย อามนฺเตตฺวา ภควติ ติปริวฏฺฏํ ทฺวาทสาการํ วรธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตนฺเต มหาภูมิจาลํ ปุพฺพนิมิตฺตํ ปาฏิหาริยานิ จ เอเตสํ เอโก สาตาคิโรเยว ปฐมํ อทฺทส. นิพฺพตฺติการณญฺจ เตสํ ญตฺวา สปริโส ภควนฺตํ อุปสงฺกมฺม ธมฺมเทสนํ อสฺโสสิ, น จ กิญฺจิ วิเสสํ อธิคจฺฉิ. กสฺมา? โส หิ ธมฺมํ สุณนฺโต เหมวตํ อนุสฺสริตฺวา ‘‘อาคโต นุ โข เม สหายโก, โน’’ติ ปริสํ โอโลเกตฺวา ตํ อปสฺสนฺโต ‘‘วญฺจิโต เม สหาโย, โย เอวํ วิจิตฺรปฏิภานํ ภควโต ธมฺมเทสนํ น สุณาตี’’ติ วิกฺขิตฺตจิตฺโต อโหสิ. ภควา จ อตฺถงฺคเตปิ จ สูริเย เทสนํ น นิฏฺฐาเปสิ.
อถ สาตาคิโร ‘‘สหายํ คเหตฺวา เตน สหาคมฺม ธมฺมเทสนํ โสสฺสามี’’ติ หตฺถิยานอสฺสยานครุฬยานาทีนิ มาเปตฺวา ปญฺจหิ ยกฺขสเตหิ ปริวุโต หิมวนฺตาภิมุโข ปายาสิ, ตทา เหมวโตปิ. ยสฺมา ปฏิสนฺธิชาติ-อภินิกฺขมน-โพธิปรินิพฺพาเนเสฺวว ทฺวตฺตึส ปุพฺพนิมิตฺตานิ หุตฺวาว ปติวิคจฺฉนฺติ, น จิรฏฺฐิติกานิ โหนฺติ, ธมฺมจกฺกปวตฺตเน ปน ตานิ สวิเสสานิ หุตฺวา, จิรตรํ ฐตฺวา นิรุชฺฌนฺติ, ตสฺมา หิมวติ ตํ อจฺฉริยปาตุภาวํ ทิสฺวา ‘‘ยโต อหํ ชาโต, น กทาจิ อยํ ปพฺพโต เอวํ อภิราโม ภูตปุพฺโพ, หนฺท ทานิ มม สหายํ คเหตฺวา อาคมฺม เตน สห อิมํ ปุปฺผสิรึ อนุภวิสฺสามี’’ติ ตเถว มชฺฌิมเทสาภิมุโข อาคจฺฉติ. เต อุโภปิ ราชคหสฺส อุปริ สมาคนฺตฺวา อญฺญมญฺญสฺส อาคมนการณํ ปุจฺฉึสุ. เหมวโต อาห – ‘‘ยโต อหํ, มาริส, ชาโต, นายํ ปพฺพโต เอวํ อกาลกุสุมิเตหิ รุกฺเขหิ อภิราโม ภูตปุพฺโพ, ตสฺมา เอตํ ปุปฺผสิรึ ตยา สทฺธึ อนุภวิสฺสามีติ อาคโตมฺหี’’ติ. สาตาคิโร อาห – ‘‘ชานาสิ, ปน, ตฺวํ มาริส, เยน การเณน อิมํ อกาลปุปฺผปาฏิหาริยํ ชาต’’นฺติ? ‘‘น ชานามิ, มาริสา’’ติ. ‘‘อิมํ, มาริส, ปาฏิหาริยํ น เกวล หิมวนฺเตเยว, อปิจ โข ปน ทสสหสฺสิโลกธาตูสุ นิพฺพตฺตํ, สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน, อชฺช ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสิ, เตน การเณนา’’ติ. เอวํ สาตาคิโร เหมวตสฺส พุทฺธุปฺปาทํ กเถตฺวา, ตํ ภควโต สนฺติกํ อาเนตุกาโม อิมํ คาถมาห. เกจิ ปน โคตมเก เจติเย วิหรนฺเต ภควติ อยเมวมาหาติ ภณนฺติ ‘‘อชฺช ปนฺนรโส’’ติ.
๑๕๓. ตตฺถ อชฺชาติ อยํ รตฺตินฺทิโว ปกฺขคณนโต ปนฺนรโส, อุปวสิตพฺพโต อุโปสโถ. ตีสุ วา อุโปสเถสุ อชฺช ปนฺนรโส อุโปสโถ, น จาตุทฺทสี อุโปสโถ, น สามคฺคีอุโปสโถ. ยสฺมา วา ปาติโมกฺขุทฺเทสอฏฺฐงฺคอุปวาสปญฺญตฺติทิวสาทีสุ สมฺพหุเลสุ อตฺเถสุ อุโปสถสทฺโท วตฺตติ. ‘‘อายามาวุโส, กปฺปิน, อุโปสถํ คมิสฺสามา’’ติอาทีสุ หิ ปาติโมกฺขุทฺเทเส อุโปสถสทฺโท. ‘‘เอวํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคโต โข วิสาเข อุโปสโถ อุปวุตฺโถ’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๔๓) ปาณาติปาตา เวรมณิอาทิเกสุ อฏฺฐงฺเคสุ. ‘‘สุทฺธสฺส เว สทา ผคฺคุ, สุทฺธสฺสุโปสโถ สทา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๗๙) อุปวาเส. ‘‘อุโปสโถ นาม นาคราชา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๔๖; ม. นิ. ๓.๒๕๘) ปญฺญตฺติยํ. ‘‘ตทหุโปสเถ ปนฺนรเส สีสํนฺหาตสฺสา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๘๕; ม. นิ. ๓.๒๕๖) ทิวเส. ตสฺมา อวเสสตฺถํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อาสาฬฺหีปุณฺณมทิวสํเยว นิยาเมนฺโต อาห – ‘‘อชฺช ปนฺนรโส อุโปสโถ’’ติ. ปาฏิปโท ทุติโยติ เอวํ คณิยมาเน อชฺช ปนฺนรโส ทิวโสติ อตฺโถ.
ทิวิ ภวานิ ทิพฺพานิ, ทิพฺพานิ เอตฺถ อตฺถีติ ทิพฺพา. กานิ ตานิ? รูปานิ. ตญฺหิ รตฺตึ เทวานํ ทสสหสฺสิโลกธาตุโต สนฺนิปติตานํ สรีรวตฺถาภรณวิมานปฺปภาหิ อพฺภาทิอุปกฺกิเลสวิรหิตาย จนฺทปฺปภาย จ สกลชมฺพุทีโป อลงฺกโต อโหสิ. วิเสสาลงฺกโต จ ปรมวิสุทฺธิเทวสฺส ภควโต สรีรปฺปภาย. เตนาห ‘‘ทิพฺพา รตฺติ อุปฏฺฐิตา’’ติ.
เอวํ รตฺติคุณวณฺณนาปเทเสนาปิ สหายสฺส จิตฺตปฺปสาทํ ชเนนฺโต พุทฺธุปฺปาทํ กเถตฺวา อาห ‘‘อโนมนามํ สตฺถารํ, หนฺท ปสฺสาม โคตม’’นฺติ. ตตฺถ อโนเมหิ อลามเกหิ สพฺพาการปริปูเรหิ คุเณหิ นามํ อสฺสาติ อโนมนาโม. ตถา หิสฺส ‘‘พุชฺฌิตา สจฺจานีติ พุทฺโธ, โพเธตา ปชายาติ พุทฺโธ’’ติอาทินา (มหานิ. ๑๙๒; จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๙๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๖๒) นเยน พุทฺโธติ อโนเมหิ คุเณหิ นามํ, ‘‘ภคฺคราโคติ ภควา, ภคฺคโทโสติ ภควา’’ติอาทินา (มหานิ. ๘๔) นเยน จ อโนเมหิ คุเณหิ นามํ. เอส นโย ‘‘อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน’’ติอาทีสุ. ทิฏฺฐธมฺมิกาทีสุ อตฺเถสุ เทวมนุสฺเส อนุสาสติ ‘‘อิมํ ปชหถ, อิมํ สมาทาย วตฺตถา’’ติ สตฺถา. อปิจ ‘‘สตฺถา ภควา สตฺถวาโห, ยถา สตฺถวาโห สตฺเต กนฺตารํ ตาเรตี’’ติอาทินา (มหานิ. ๑๙๐) นิทฺเทเส วุตฺตนเยนาปิ สตฺถา. ตํ อโนมนามํ สตฺถารํ. หนฺทาติ พฺยวสานตฺเถ นิปาโต. ปสฺสามาติ เตน อตฺตานํ สห สงฺคเหตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนวจนํ. โคตมนฺติ โคตมโคตฺตํ. กึ วุตฺตํ โหติ? ‘‘สตฺถา, น สตฺถา’’ติ มา วิมตึ อกาสิ, เอกนฺตพฺยวสิโต หุตฺวาว เอหิ ปสฺสาม โคตมนฺติ.
๑๕๔. เอวํ วุตฺเต เหมวโต ‘‘อยํ สาตาคิโร ‘อโนมนามํ สตฺถาร’นฺติ ภณนฺโต ตสฺส สพฺพญฺญุตํ ปกาเสติ, สพฺพญฺญุโน จ ทุลฺลภา โลเก, สพฺพญฺญุปฏิญฺเญหิ ปูรณาทิสทิเสเหว โลโก อุปทฺทุโต. โส ปน ยทิ สพฺพญฺญู, อทฺธา ตาทิลกฺขณปฺปตฺโต ภวิสฺสติ, เตน ตํ เอวํ ปริคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตาทิลกฺขณํ ปุจฺฉนฺโต อาห – ‘‘กจฺจิ มโน’’ติ.
ตตฺถ กจฺจีติ ปุจฺฉา. มโนติ จิตฺตํ. สุปณิหิโตติ สุฏฺฐุ ฐปิโต, อจโล อสมฺปเวธี. สพฺเพสุ ภูเตสุ สพฺพภูเตสุ. ตาทิโนติ ตาทิลกฺขณปฺปตฺตสฺเสว สโต. ปุจฺฉา เอว วา อยํ ‘‘โส เต สตฺถา สพฺพภูเตสุ ตาที, อุทาหุ โน’’ติ. อิฏฺเฐ อนิฏฺเฐ จาติ เอวรูเป อารมฺมเณ. สงฺกปฺปาติ วิตกฺกา. วสีกตาติ วสํ คมิตา. กึ วุตฺตํ โหติ? ยํ ตฺวํ สตฺถารํ วทสิ, ตสฺส เต สตฺถุโน กจฺจิ ตาทิลกฺขณปฺปตฺตสฺส สโต สพฺพภูเตสุ มโน สุปณิหิโต, อุทาหุ ยาว จลนปจฺจยํ น ลภติ, ตาว สุปณิหิโต วิย ขายติ. โส วา เต สตฺถา กจฺจิ สพฺพภูเตสุ สมจิตฺเตน ตาที, อุทาหุ โน, เย จ โข อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ อารมฺมเณสุ ราคโทสวเสน สงฺกปฺปา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, ตฺยาสฺส กจฺจิ วสีกตา, อุทาหุ กทาจิ เตสมฺปิ วเสน วตฺตตีติ.
๑๕๕. ตโต สาตาคิโร ภควโต สพฺพญฺญุภาเว พฺยวสิตตฺตา สพฺเพ สพฺพญฺญุคุเณ อนุชานนฺโต อาห ‘‘มโน จสฺส สุปณิหิโต’’ติอาทิ. ตตฺถ สุปณิหิโตติ สุฏฺฐุ ฐปิโต, ปถวีสโม อวิรุชฺฌนฏฺเฐน, สิเนรุสโม สุปฺปติฏฺฐิตาจลนฏฺเฐน, อินฺทขีลสโม จตุพฺพิธมารปรวาทิคเณหิ อกมฺปิยฏฺเฐน. อนจฺฉริยญฺเจตํ, ภควโต อิทานิ สพฺพาการสมฺปนฺนตฺตา สพฺพญฺญุภาเว ฐิตสฺส มโน สุปณิหิโต อจโล ภเวยฺย. ยสฺส ติรจฺฉานภูตสฺสาปิ สราคาทิกาเล ฉทฺทนฺตนาคกุเล อุปฺปนฺนสฺส สวิเสน สลฺเลน วิทฺธสฺส อจโล อโหสิ, วธเกปิ ตสฺมึ นปฺปทุสฺสิ, อญฺญทตฺถุ ตสฺเสว อตฺตโน ทนฺเต เฉตฺวา อทาสิ; ตถา มหากปิภูตสฺส มหติยา สิลาย สีเส ปหฏสฺสาปิ ตสฺเสว จ มคฺคํ ทสฺเสสิ; ตถา วิธุรปณฺฑิตภูตสฺส ปาเทสุ คเหตฺวา สฏฺฐิโยชเน กาฬปพฺพตปปาเต ปกฺขิตฺตสฺสาปิ อญฺญทตฺถุ ตสฺเสว ยกฺขสฺสตฺถาย ธมฺมํ เทเสสิ. ตสฺมา สมฺมเทว อาห สาตาคิโร – ‘‘มโน จสฺส สุปณิหิโต’’ติ.
สพฺพภูเตสุ ตาทิโนติ สพฺพสตฺเตสุ ตาทิลกฺขณปฺปตฺตสฺเสว สโต มโน สุปณิหิโต, น ยาว ปจฺจยํ น ลภตีติ อตฺโถ. ตตฺถ ภควโต ตาทิลกฺขณํ ปญฺจธา เวทิตพฺพํ. ยถาห –
‘‘ภควา ปญฺจหากาเรหิ ตาที, อิฏฺฐานิฏฺเฐ ตาที, จตฺตาวีติ ตาที, มุตฺตาวีติ ตาที, ติณฺณาวีติ ตาที, ตนฺนิทฺเทสาติ ตาที. กถํ ภควา อิฏฺฐานิฏฺเฐ ตาที? ภควา ลาเภปิ ตาที’’ติ (มหานิ. ๓๘).
เอวมาทิ สพฺพํ นิทฺเทเส วุตฺตนเยเนว คเหตพฺพํ. ลาภาทโย จ ตสฺส มหาอฏฺฐกถายํ วิตฺถาริตนเยน เวทิตพฺพา. ‘‘ปุจฺฉา เอว วา อยํ. โส เต สตฺถา สพฺพภูเตสุ ตาที, อุทาหุ โน’’ติ อิมสฺมิมฺปิ วิกปฺเป สพฺพภูเตสุ สมจิตฺตตาย ตาที อมฺหากํ สตฺถาติ อตฺโถ. อยญฺหิ ภควา สุขูปสํหารกามตาย ทุกฺขาปนยนกามตาย จ สพฺพสตฺเตสุ สมจิตฺโต, ยาทิโส อตฺตนิ, ตาทิโส ปเรสุ, ยาทิโส มาตริ มหามายาย, ตาทิโส จิญฺจมาณวิกาย, ยาทิโส ปิตริ สุทฺโธทเน, ตาทิโส สุปฺปพุทฺเธ, ยาทิโส ปุตฺเต ราหุเล, ตาทิโส วธเกสุ เทวทตฺตธนปาลกองฺคุลิมาลาทีสุ. สเทวเก โลเกปิ ตาที. ตสฺมา สมฺมเทวาห สาตาคิโร – ‘‘สพฺพภูเตสุ ตาทิโน’’ติ.
อโถ อิฏฺเฐ อนิฏฺเฐ จาติ. เอตฺถ ปน เอวํ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ – ยํ กิญฺจิ อิฏฺฐํ วา อนิฏฺฐํ วา อารมฺมณํ, สพฺพปฺปกาเรหิ ตตฺถ เย ราคโทสวเสน สงฺกปฺปา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, ตฺยาสฺส อนุตฺตเรน มคฺเคน ราคาทีนํ ปหีนตฺตา วสีกตา, น กทาจิ เตสํ วเส วตฺตติ. โส หิ ภควา อนาวิลสงฺกปฺโป สุวิมุตฺตจิตฺโต สุวิมุตฺตปญฺโญติ. เอตฺถ จ สุปณิหิตมนตาย อโยนิโสมนสิการาภาโว วุตฺโต. สพฺพภูเตสุ อิฏฺฐานิฏฺเฐหิ โส ยตฺถ ภเวยฺย, ตํ สตฺตสงฺขารเภทโต ทุวิธมารมฺมณํ วุตฺตํ. สงฺกปฺปวสีภาเวน ตสฺมึ อารมฺมเณ ตสฺส มนสิการาภาวโต กิเลสปฺปหานํ วุตฺตํ. สุปณิหิตมนตาย จ มโนสมาจารสุทฺธิ, สพฺพภูเตสุ ตาทิตาย กายสมาจารสุทฺธิ, สงฺกปฺปวสีภาเวน วิตกฺกมูลกตฺตา วาจาย วจีสมาจารสุทฺธิ. ตถา สุปณิหิตมนตาย โลภาทิสพฺพโทสาภาโว, สพฺพภูเตสุ ตาทิตาย เมตฺตาทิคุณสพฺภาโว, สงฺกปฺปวสีภาเวน ปฏิกูเล อปฺปฏิกูลสญฺญิตาทิเภทา อริยิทฺธิ, ตาย จสฺส สพฺพญฺญุภาโว วุตฺโต โหตีติ เวทิตพฺโพ.
๑๕๖. เอวํ เหมวโต ปุพฺเพ มโนทฺวารวเสเนว ตาทิภาวํ ปุจฺฉิตฺวา ตญฺจ ปฏิชานนฺตมิมํ สุตฺวา ทฬฺหีกมฺมตฺถํ อิทานิ ทฺวารตฺตยวเสนาปิ, ปุพฺเพ วา สงฺเขเปน กายวจีมโนทฺวารสุทฺธึ ปุจฺฉิตฺวา ตญฺจ ปฏิชานนฺตมิมํ สุตฺวา ทฬฺหีกมฺมตฺถเมว วิตฺถาเรนาปิ ปุจฺฉนฺโต อาห ‘‘กจฺจิ อทินฺน’’นฺติ. ตตฺถ คาถาพนฺธสุขตฺถาย ปฐมํ อทินฺนาทานวิรตึ ปุจฺฉติ. อารา ปมาทมฺหาติ ปญฺจสุ กามคุเณสุ จิตฺตโวสฺสคฺคโต ทูรีภาเวน อพฺรหฺมจริยวิรตึ ปุจฺฉติ. ‘‘อารา ปมทมฺหา’’ติปิ ปฐนฺติ, อารา มาตุคามาติ วุตฺตํ โหติ. ฌานํ น ริญฺจตีติ อิมินา ปน ตสฺสาเยว ติวิธาย กายทุจฺจริตวิรติยา พลวภาวํ ปุจฺฉติ. ฌานยุตฺตสฺส หิ วิรติ พลวตี โหตีติ.
๑๕๗. อถ สาตาคิโร ยสฺมา ภควา น เกวลํ เอตรหิ, อตีเตปิ อทฺธาเน ทีฆรตฺตํ อทินฺนาทานาทีหิ ปฏิวิรโต, ตสฺสา ตสฺสาเยว จ วิรติยา อานุภาเวน ตํ ตํ มหาปุริสลกฺขณํ ปฏิลภิ, สเทวโก จสฺส โลโก ‘‘อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต สมโณ โคตโม’’ติอาทินา นเยน วณฺณํ ภาสติ. ตสฺมา วิสฺสฏฺฐาย วาจาย สีหนาทํ นทนฺโต อาห ‘‘น โส อทินฺนํ อาทิยตี’’ติ. ตํ อตฺถโต ปากฏเมว. อิมิสฺสาปิ คาถาย ตติยปาเท ‘‘ปมาทมฺหา ปมทมฺหา’’ติ ทฺวิธา ปาโฐ. จตุตฺถปาเท จ ฌานํ น ริญฺจตีติ ฌานํ ริตฺตกํ สุญฺญกํ น กโรติ, น ปริจฺจชตีติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๑๕๘. เอวํ กายทฺวาเร สุทฺธึ สุตฺวา อิทานิ วจีทฺวาเร สุทฺธึ ปุจฺฉนฺโต อาห – ‘‘กจฺจิ มุสา น ภณตี’’ติ. เอตฺถ ขีณาตีติ ขีโณ, วิหึสติ พธตีติ อตฺโถ. วาจาย ปโถ พฺยปฺปโถ, ขีโณ พฺยปฺปโถ อสฺสาติ ขีณพฺยปฺปโถ. ตํ น-กาเรน ปฏิเสเธตฺวา ปุจฺฉติ ‘‘น ขีณพฺยปฺปโถ’’ติ, น ผรุสวาโจติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘นาขีณพฺยปฺปโถ’’ติปิ ปาโฐ, น อขีณวจโนติ อตฺโถ. ผรุสวจนญฺหิ ปเรสํ หทเย อขียมานํ ติฏฺฐติ. ตาทิสวจโน กจฺจิ น โสติ วุตฺตํ โหติ. วิภูตีติ วินาโส, วิภูตึ กาสติ กโรติ วาติ วิภูติกํ, วิภูติกเมว เวภูติกํ, เวภูติยนฺติปิ วุจฺจติ, เปสุญฺญสฺเสตํ อธิวจนํ. ตญฺหิ สตฺตานํ อญฺญมญฺญโต เภทเนน วินาสํ กโรติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
๑๕๙. อถ สาตาคิโร ยสฺมา ภควา น เกวลํ เอตรหิ, อตีเตปิ อทฺธาเน ทีฆรตฺตํ มุสาวาทาทีหิ ปฏิวิรโต, ตสฺสา ตสฺสาเยว จ วิรติยา อานุภาเวน ตํ ตํ มหาปุริสลกฺขณํ ปฏิลภิ, สเทวโก จสฺส โลโก ‘‘มุสาวาทา ปฏิวิรโต สมโณ โคตโม’’ติ วณฺณํ ภาสติ. ตสฺมา วิสฺสฏฺฐาย วาจาย สีหนาทํ นทนฺโต อาห, ‘‘มุสา จ โส น ภณตี’’ติ. ตตฺถ มุสาติ วินิธาย ทิฏฺฐาทีนิ ปรวิสํวาทนวจนํ. ตํ โส น ภณติ. ทุติยปาเท ปน ปฐมตฺถวเสน น ขีณพฺยปฺปโถติ, ทุติยตฺถวเสน นาขีณพฺยปฺปโถติ ปาโฐ. จตุตฺถปาเท มนฺตาติ ปญฺญา วุจฺจติ. ภควา ยสฺมา ตาย มนฺตาย ปริจฺฉินฺทิตฺวา อตฺถเมว ภาสติ อตฺถโต อนเปตวจนํ, น สมฺผํ. อญฺญาณปุเรกฺขารญฺหิ นิรตฺถกวจนํ พุทฺธานํ นตฺถิ. ตสฺมา อาห – ‘‘มนฺตา อตฺถํ โส ภาสตี’’ติ. เสสเมตฺถ ปากฏเมว.
๑๖๐. เอวํ วจีทฺวารสุทฺธิมฺปิ สุตฺวา อิทานิ มโนทฺวารสุทฺธึ ปุจฺฉนฺโต อาห ‘‘กจฺจิ น รชฺชติ กาเมสู’’ติ. ตตฺถ กามาติ วตฺถุกามา. เตสุ กิเลสกาเมน น รชฺชตีติ ปุจฺฉนฺโต อนภิชฺฌาลุตํ ปุจฺฉติ. อนาวิลนฺติ ปุจฺฉนฺโต พฺยาปาเทน อาวิลภาวํ สนฺธาย อพฺยาปาทตํ ปุจฺฉติ. โมหํ อติกฺกนฺโตติ ปุจฺฉนฺโต เยน โมเหน มูโฬฺห มิจฺฉาทิฏฺฐึ คณฺหาติ, ตสฺสาติกฺกเมน สมฺมาทิฏฺฐิตํ ปุจฺฉติ. ธมฺเมสุ จกฺขุมาติ ปุจฺฉนฺโต สพฺพธมฺเมสุ อปฺปฏิหตสฺส ญาณจกฺขุโน, ปญฺจจกฺขุวิสเยสุ วา ธมฺเมสุ ปญฺจนฺนมฺปิ จกฺขูนํ วเสน สพฺพญฺญุตํ ปุจฺฉติ ‘‘ทฺวารตฺตยปาริสุทฺธิยาปิ สพฺพญฺญู น โหตี’’ติ จินฺเตตฺวา.
๑๖๑. อถ สาตาคิโร ยสฺมา ภควา อปฺปตฺวาว อรหตฺตํ อนาคามิมคฺเคน กามราคพฺยาปาทานํ ปหีนตฺตา เนว กาเมสุ รชฺชติ, น พฺยาปาเทน อาวิลจิตฺโต, โสตาปตฺติมคฺเคเนว จ มิจฺฉาทิฏฺฐิปจฺจยสฺส สจฺจปฏิจฺฉาทกโมหสฺส ปหีนตฺตา โมหํ อติกฺกนฺโต, สามญฺจ สจฺจานิ อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา พุทฺโธติ วิโมกฺขนฺติกํ นามํ ยถาวุตฺตานิ จ จกฺขูนิ ปฏิลภิ, ตสฺมา ตสฺส มโนทฺวารสุทฺธึ สพฺพญฺญุตญฺจ อุคฺโฆเสนฺโต อาห ‘‘น โส รชฺชติ กาเมสู’’ติ.
๑๖๒. เอวํ เหมวโต ภควโต ทฺวารตฺตยปาริสุทฺธึ สพฺพญฺญุตญฺจ สุตฺวา หฏฺโฐ อุทคฺโค อตีตชาติยํ พาหุสจฺจวิสทาย ปญฺญาย อสชฺชมานวจนปฺปโถ หุตฺวา อจฺฉริยพฺภุตรูเป สพฺพญฺญุคุเณ โสตุกาโม อาห ‘‘กจฺจิ วิชฺชาย สมฺปนฺโน’’ติ. ตตฺถ วิชฺชาย สมฺปนฺโนติ อิมินา ทสฺสนสมฺปตฺตึ ปุจฺฉติ, สํสุทฺธจารโณติ อิมินา คมนสมฺปตฺตึ. ฉนฺทวเสน เจตฺถ ทีฆํ กตฺวา จาการมาห, สํสุทฺธจรโณติ อตฺโถ. อาสวา ขีณาติ อิมินา เอตาย ทสฺสนคมนสมฺปตฺติยา ปตฺตพฺพาย อาสวกฺขยสญฺญิตาย ปฐมนิพฺพานธาตุยา ปตฺตึ ปุจฺฉติ, นตฺถิ ปุนพฺภโวติ อิมินา ทุติยนิพฺพานธาตุปตฺติสมตฺถตํ, ปจฺจเวกฺขณญาเณน วา ปรมสฺสาสปฺปตฺตึ ญตฺวา ฐิตภาวํ.
๑๖๓. ตโต ยา เอสา ‘‘โส อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาส’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๕๒) นเยน ภยเภรวาทีสุ ติวิธา, ‘‘โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต…เป… อาเนญฺชปฺปตฺเต ญาณทสฺสนาย จิตฺตํ อภินีหรตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๗๙) นเยน อมฺพฏฺฐาทีสุ อฏฺฐวิธา วิชฺชา วุตฺตา, ตาย ยสฺมา สพฺพายปิ สพฺพาการสมฺปนฺนาย ภควา อุเปโต. ยญฺเจตํ ‘‘อิธ, มหานาม, อริยสาวโก สีลสมฺปนฺโน โหติ, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร โหติ, โภชเน มตฺตญฺญู โหติ, ชาคริยํ อนุยุตฺโต โหติ, สตฺตหิ สทฺธมฺเมหิ สมนฺนาคโต โหติ, จตุนฺนํ ฌานานํ อาภิเจตสิกานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานํ นิกามลาภี โหตี’’ติ เอวํ อุทฺทิสิตฺวา ‘‘กถญฺจ, มหานาม, อริยสาวโก สีลสมฺปนฺโน โหตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๒.๒๔) นเยน เสขสุตฺเต นิทฺทิฏฺฐํ ปนฺนรสปฺปเภทํ จรณํ. ตญฺจ ยสฺมา สพฺพูปกฺกิเลสปฺปหาเนน ภควโต อติวิย สํสุทฺธํ. เยปิเม กามาสวาทโย จตฺตาโร อาสวา, เตปิ ยสฺมา สพฺเพ สปริวารา สวาสนา ภควโต ขีณา. ยสฺมา จ อิมาย วิชฺชาจรณสมฺปทาย ขีณาสโว หุตฺวา ตทา ภควา ‘‘นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ฐิโต, ตสฺมา สาตาคิโร ภควโต สพฺพญฺญุภาเว พฺยวสาเยน สมุสฺสาหิตหทโย สพฺเพปิ คุเณ อนุชานนฺโต อาห ‘‘วิชฺชาย เจว สมฺปนฺโน’’ติ.
๑๖๔. ตโต เหมวโต ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา’’ติ ภควติ นิกฺกงฺโข หุตฺวา อากาเส ฐิโตเยว ภควนฺตํ ปสํสนฺโต สาตาคิรญฺจ อาราเธนฺโต อาห ‘‘สมฺปนฺนํ มุนิโน จิตฺต’’นฺติ. ตสฺสตฺโถ – สมฺปนฺนํ มุนิโน จิตฺตํ, ‘‘มโน จสฺส สุปณิหิโต’’ติ เอตฺถ วุตฺตตาทิภาเวน ปุณฺณํ สมฺปุณฺณํ, ‘‘น โส อทินฺนํ อาทิยตี’’ติ เอตฺถ วุตฺตกายกมฺมุนา, ‘‘น โส รชฺชติ กาเมสู’’ติ เอตฺถ วุตฺตมโนกมฺมุนา จ ปุณฺณํ สมฺปุณฺณํ, ‘‘มุสา จ โส น ภณตี’’ติ เอตฺถ วุตฺตพฺยปฺปเถน จ วจีกมฺมุนาติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ สมฺปนฺนจิตฺตญฺจ อนุตฺตราย วิชฺชาจรณสมฺปทาย สมฺปนฺนตฺตา วิชฺชาจรณสมฺปนฺนญฺจ อิเมหิ คุเณหิ ‘‘มโน จสฺส สุปณิหิโต’’ติอาทินา นเยน ธมฺมโต นํ ปสํสสิ, สภาวโต ตจฺฉโต ภูตโต เอว นํ ปสํสสิ, น เกวลํ สทฺธามตฺตเกนาติ ทสฺเสติ.
๑๖๕-๑๖๖. ตโต สาตาคิโรปิ ‘‘เอวเมตํ, มาริส, สุฏฺฐุ ตยา ญาตญฺจ อนุโมทิตญฺจา’’ติ อธิปฺปาเยน ตเมว สํราเธนฺโต อาห – ‘‘สมฺปนฺนํ มุนิโน…เป… ธมฺมโต อนุโมทสี’’ติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา ปุน ภควโต ทสฺสเน ตํ อภิตฺถวยมาโน อาห ‘‘สมฺปนฺนํ…เป… หนฺท ปสฺสาม โคตม’’นฺติ.
๑๖๗. อถ เหมวโต อตฺตโน อภิรุจิตคุเณหิ ปุริมชาติพาหุสจฺจพเลน ภควนฺตํ อภิตฺถุนนฺโต สาตาคิรํ อาห – ‘‘เอณิชงฺฆํ…เป… เอหิ ปสฺสาม โคตม’’นฺติ. ตสฺสตฺโถ – เอณิมิคสฺเสว ชงฺฆา อสฺสาติ เอณิชงฺโฆ. พุทฺธานญฺหิ เอณิมิคสฺเสว อนุปุพฺพวฏฺฏา ชงฺฆา โหนฺติ, น ปุรโต นิมฺมํสา ปจฺฉโต สุสุมารกุจฺฉิ วิย อุทฺธุมาตา. กิสา จ พุทฺธา โหนฺติ ทีฆรสฺสสมวฏฺฏิตยุตฺตฏฺฐาเนสุ ตถารูปาย องฺคปจฺจงฺคสมฺปตฺติยา, น วฐรปุริสา วิย ถูลา. ปญฺญาย วิลิขิตกิเลสตฺตา วา กิสา. อชฺฌตฺติกพาหิรสปตฺตวิทฺธํสนโต วีรา. เอกาสนโภชิตาย ปริมิตโภชิตาย จ อปฺปาหารา, น ทฺวตฺติมตฺตาโลปโภชิตาย. ยถาห –
‘‘อหํ โข ปน, อุทายิ, อปฺเปกทา อิมินา ปตฺเตน สมติตฺติกมฺปิ ภุญฺชามิ, ภิยฺโยปิ ภุญฺชามิ. ‘อปฺปาหาโร สมโณ โคตโม อปฺปาหารตาย จ วณฺณวาที’ติ อิติ เจ มํ, อุทายิ, สาวกา สกฺกเรยฺยุํ, ครุํ กเรยฺยุํ, มาเนยฺยุํ, ปูเชยฺยุํ, สกฺกตฺวา, ครุํ กตฺวา, อุปนิสฺสาย วิหเรยฺยุํ. เย เต, อุทายิ, มม สาวกา โกสกาหาราปิ อฑฺฒโกสกาหาราปิ เพลุวาหาราปิ อฑฺฒเพลุวาหาราปิ, น มํ เต อิมินา ธมฺเมน สกฺกเรยฺยุํ…เป… อุปนิสฺสาย วิหเรยฺยุ’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๒๔๒).
อาหาเร ฉนฺทราคาภาเวน อโลลุปา อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อาหารํ อาหาเรนฺติ โมเนยฺยสมฺปตฺติยา มุนิโน. อนคาริกตาย วิเวกนินฺนมานสตาย จ วเน ฌายนฺติ. เตนาห เหมวโต ยกฺโข ‘‘เอณิชงฺฆํ…เป… เอหิ ปสฺสาม โคตม’’นฺติ.
๑๖๘. เอวญฺจ วตฺวา ปุน ตสฺส ภควโต สนฺติเก ธมฺมํ โสตุกามตาย ‘‘สีหํเวกจร’’นฺติ อิมํ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – สีหํวาติ ทุราสทฏฺเฐน ขมนฏฺเฐน นิพฺภยฏฺเฐน จ เกสรสีหสทิสํ. ยาย ตณฺหาย ‘‘ตณฺหาทุติโย ปุริโส’’ติ วุจฺจติ, ตสฺสา อภาเวน เอกจรํ, เอกิสฺสา โลกธาตุยา ทฺวินฺนํ พุทฺธานํ อนุปฺปตฺติโตปิ เอกจรํ. ขคฺควิสาณสุตฺเต วุตฺตนเยนาปิ เจตฺถ ตํ ตํ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. นาคนฺติ ปุนพฺภวํ เนว คนฺตารํ นาคนฺตารํ. อถ วา อาคุํ น กโรตีติปิ นาโค. พลวาติปิ นาโค. ตํ นาคํ. กาเมสุ อนเปกฺขินนฺติ ทฺวีสุปิ กาเมสุ ฉนฺทราคาภาเวน อนเปกฺขินํ. อุปสงฺกมฺม ปุจฺฉาม, มจฺจุปาสปฺปโมจนนฺติ ตํ เอวรูปํ มเหสึ อุปสงฺกมิตฺวา เตภูมกวฏฺฏสฺส มจฺจุปาสสฺส ปโมจนํ วิวฏฺฏํ นิพฺพานํ ปุจฺฉาม. เยน วา อุปาเยน ทุกฺขสมุทยสงฺขาตา มจฺจุปาสา ปมุจฺจติ, ตํ มจฺจุปาสปฺปโมจนํ ปุจฺฉามาติ. อิมํ คาถํ เหมวโต สาตาคิรญฺจ สาตาคิรปริสญฺจ อตฺตโน ปริสญฺจ สนฺธาย อาห.
เตน โข ปน สมเยน อาสาฬฺหีนกฺขตฺตํ โฆสิตํ อโหสิ. อถ สมนฺตโต อลงฺกตปฏิยตฺเต เทวนคเร สิรึ ปจฺจนุโภนฺตี วิย ราชคเห กาฬี นาม กุรรฆริกา อุปาสิกา ปาสาทมารุยฺห สีหปญฺชรํ วิวริตฺวา คพฺภปริสฺสมํ วิโนเทนฺตี สวาตปฺปเทเส อุตุคฺคหณตฺถํ ฐิตา เตสํ ยกฺขเสนาปตีนํ ตํ พุทฺธคุณปฏิสํยุตฺตํ กถํ อาทิมชฺฌปริโยสานโต อสฺโสสิ. สุตฺวา จ ‘‘เอวํ วิวิธคุณสมนฺนาคตา พุทฺธา’’ติ พุทฺธารมฺมณํ ปีตึ อุปฺปาเทตฺวา ตาย นีวรณานิ วิกฺขมฺเภตฺวา ตตฺเถว ฐิตา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. ตโต เอว ภควตา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวิกานํ อุปาสิกานํ อนุสฺสวปฺปสนฺนานํ, ยทิทํ กาฬี อุปาสิกา กุรรฆริกา’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๖๗) เอตทคฺเค ฐปิตา.
๑๖๙. เตปิ ยกฺขเสนาปตโย สหสฺสยกฺขปริวารา มชฺฌิมยามสมเย อิสิปตนํ ปตฺวา, ธมฺมจกฺกปฺปวตฺติตปลฺลงฺเกเนว นิสินฺนํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมฺม วนฺทิตฺวา, อิมาย คาถาย ภควนฺตํ อภิตฺถวิตฺวา โอกาสมการยึสุ ‘‘อกฺขาตารํ ปวตฺตาร’’นฺติ. ตสฺสตฺโถ – ฐเปตฺวา ตณฺหํ เตภูมเก ธมฺเม ‘‘อิทํ โข ปน, ภิกฺขเว, ทุกฺขํ อริยสจฺจ’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๔) นเยน สจฺจานํ ววตฺถานกถาย อกฺขาตารํ, ‘‘‘ตํ โข ปนิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ปริญฺเญยฺย’นฺติ เม ภิกฺขเว’’ติอาทินา นเยน เตสุ กิจฺจญาณกตญาณปฺปวตฺตเนน ปวตฺตารํ. เย วา ธมฺมา ยถา โวหริตพฺพา, เตสุ ตถา โวหารกถเนน อกฺขาตารํ, เตสํเยว ธมฺมานํ สตฺตานุรูปโต ปวตฺตารํ. อุคฺฆฏิตญฺญุวิปญฺจิตญฺญูนํ วา เทสนาย อกฺขาตารํ, เนยฺยานํ ปฏิปาทเนน ปวตฺตารํ. อุทฺเทเสน วา อกฺขาตารํ, วิภงฺเคน เตหิ เตหิ ปกาเรหิ วจนโต ปวตฺตารํ. โพธิปกฺขิยานํ วา สลกฺขณกถเนน อกฺขาตารํ, สตฺตานํ จิตฺตสนฺตาเน ปวตฺตเนน ปวตฺตารํ. สงฺเขปโต วา ตีหิ ปริวฏฺเฏหิ สจฺจานํ กถเนน อกฺขาตารํ, วิตฺถารโต ปวตฺตารํ. ‘‘สทฺธินฺทฺริยํ ธมฺโม, ตํ ธมฺมํ ปวตฺเตตีติ ธมฺมจกฺก’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๒.๔๐) เอวมาทินา ปฏิสมฺภิทานเยน วิตฺถาริตสฺส ธมฺมจกฺกสฺส ปวตฺตนโต ปวตฺตารํ.
สพฺพธมฺมานนฺติ จตุภูมกธมฺมานํ. ปารคุนฺติ ฉหากาเรหิ ปารํ คตํ อภิญฺญาย, ปริญฺญาย, ปหาเนน, ภาวนาย, สจฺฉิกิริยาย, สมาปตฺติยา. โส หิ ภควา สพฺพธมฺเม อภิชานนฺโต คโตติ อภิญฺญาปารคู, ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ ปริชานนฺโต คโตติ ปริญฺญาปารคู, สพฺพกิเลเส ปชหนฺโต คโตติ ปหานปารคู, จตฺตาโร มคฺเค ภาเวนฺโต คโตติ ภาวนาปารคู, นิโรธํ สจฺฉิกโรนฺโต คโตติ สจฺฉิกิริยาปารคู, สพฺพา สมาปตฺติโย สมาปชฺชนฺโต คโตติ สมาปตฺติปารคู. เอวํ สพฺพธมฺมานํ ปารคุํ. พุทฺธํ เวรภยาตีตนฺติ อญฺญาณสยนโต ปฏิพุทฺธตฺตา พุทฺธํ, สพฺเพน วา สรณวณฺณนายํ วุตฺเตนตฺเถน พุทฺธํ, ปญฺจเวรภยานํ อตีตตฺตา เวรภยาตีตํ. เอวํ ภควนฺตํ อติตฺถวนฺตา ‘‘มยํ ปุจฺฉาม โคตม’’นฺติ โอกาสมการยึสุ.
๑๗๐. อถ เนสํ ยกฺขานํ เตเชน จ ปญฺญาย จ อคฺโค เหมวโต ยถาธิปฺเปตํ ปุจฺฉิตพฺพํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘กิสฺมึ โลโก’’ติ อิมํ คาถมาห. ตสฺสาทิปาเท กิสฺมินฺติ ภาเวนภาวลกฺขเณ ภุมฺมวจนํ, กิสฺมึ อุปฺปนฺเน โลโก สมุปฺปนฺโน โหตีติ อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย. สตฺตโลกสงฺขารโลเก สนฺธาย ปุจฺฉติ. กิสฺมึ กุพฺพติ สนฺถวนฺติ อหนฺติ วา มมนฺติ วา ตณฺหาทิฏฺฐิสนฺถวํ กิสฺมึ กุพฺพติ, อธิกรณตฺเถ ภุมฺมวจนํ. กิสฺส โลโกติ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ, กึ อุปาทาย โลโกติ สงฺขฺยํ คจฺฉตีติ อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย. กิสฺมึ โลโกติ ภาเวนภาวลกฺขณการณตฺเถสุ ภุมฺมวจนํ. กิสฺมึ สติ เกน การเณน โลโก วิหญฺญติ ปีฬียติ พาธียตีติ อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย.
๑๗๑. อถ ภควา ยสฺมา ฉสุ อชฺฌตฺติกพาหิเรสุ อายตเนสุ อุปฺปนฺเนสุ สตฺตโลโก จ ธนธญฺญาทิวเสน สงฺขารโลโก จ อุปฺปนฺโน โหติ, ยสฺมา เจตฺถ สตฺตโลโก เตเสฺวว ฉสุ ทุวิธมฺปิ สนฺถวํ กโรติ. จกฺขายตนํ วา หิ ‘‘อหํ มม’’นฺติ คณฺหาติ อวเสเสสุ วา อญฺญตรํ. ยถาห – ‘‘จกฺขุ อตฺตาติ โย วเทยฺย, ตํ น อุปปชฺชตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๓.๔๒๒). ยสฺมา จ เอตานิเยว ฉ อุปาทาย ทุวิโธปิ โลโกติ สงฺขฺยํ คจฺฉติ, ยสฺมา จ เตเสฺวว ฉสุ สติ สตฺตโลโก ทุกฺขปาตุภาเวน วิหญฺญติ. ยถาห –
‘‘หตฺเถสุ, ภิกฺขเว, สติ อาทานนิกฺเขปนํ โหติ, ปาเทสุ สติ อภิกฺกมปฏิกฺกโม โหติ, ปพฺเพสุ สติ สมิญฺชนปสารณํ โหติ, กุจฺฉิสฺมึ สติ ชิฆจฺฉาปิปาสา โหติ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, จกฺขุสฺมึ สติ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ อชฺฌตฺตํ สุขํ ทุกฺข’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๔.๒๓๗).
ตถา เตสุ อาธารภูเตสุ ปฏิหโต สงฺขารโลโก วิหญฺญติ. ยถาห –
‘‘จกฺขุสฺมึ อนิทสฺสเน สปฺปฏิเฆ ปฏิหญฺญิ วา’’อิติ (ธ. ส. ๕๙๗-๘) จ.
‘‘จกฺขุ, ภิกฺขเว, ปฏิหญฺญติ มนาปามนาเปสุ รูเปสู’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๓๘) เอวมาทิ.
ตถา เตหิเยว การณภูเตหิ ทุวิโธปิ โลโก วิหญฺญติ. ยถาห –
‘‘จกฺขุ วิหญฺญติ มนาปามนาเปสุ รูเปสู’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๓๘) จ.
‘‘จกฺขุ, ภิกฺขเว, อาทิตฺตํ, รูปา อาทิตฺตา. เกน อาทิตฺตํ? ราคคฺคินา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๘; มหาว. ๕๔) เอวมาทิ.
ตสฺมา ฉอชฺฌตฺติกพาหิรายตนวเสน ตํ ปุจฺฉํ วิสฺสชฺเชนฺโต อาห ‘‘ฉสุ โลโก สมุปฺปนฺโน’’ติ.
๑๗๒. อถ โส ยกฺโข อตฺตนา วฏฺฏวเสน ปุฏฺฐปญฺหํ ภควตา ทฺวาทสายตนวเสน สงฺขิปิตฺวา วิสฺสชฺชิตํ น สุฏฺฐุ อุปลกฺเขตฺวา ตญฺจ อตฺถํ ตปฺปฏิปกฺขญฺจ ญาตุกาโม สงฺเขเปเนว วฏฺฏวิวฏฺฏํ ปุจฺฉนฺโต อาห ‘‘กตมํ ต’’นฺติ. ตตฺถ อุปาทาตพฺพฏฺเฐน อุปาทานํ, ทุกฺขสจฺจสฺเสตํ อธิวจนํ. ยตฺถ โลโก วิหญฺญตีติ ‘‘ฉสุ โลโก วิหญฺญตี’’ติ เอวํ ภควตา ยตฺถ ฉพฺพิเธ อุปาทาเน โลโก วิหญฺญตีติ วุตฺโต, ตํ กตมํ อุปาทานนฺติ? เอวํ อุปฑฺฒคาถาย สรูเปเนว ทุกฺขสจฺจํ ปุจฺฉิ. สมุทยสจฺจํ ปน ตสฺส การณภาเวน คหิตเมว โหติ. นิยฺยานํ ปุจฺฉิโตติ อิมาย ปน อุปฑฺฒคาถาย มคฺคสจฺจํ ปุจฺฉิ. มคฺคสจฺเจน หิ อริยสาวโก ทุกฺขํ ปริชานนฺโต, สมุทยํ ปชหนฺโต, นิโรธํ สจฺฉิกโรนฺโต, มคฺคํ ภาเวนฺโต โลกมฺหา นิยฺยาติ, ตสฺมา นิยฺยานนฺติ วุจฺจติ. กถนฺติ เกน ปกาเรน. ทุกฺขา ปมุจฺจตีติ ‘‘อุปาทาน’’นฺติ วุตฺตา วฏฺฏทุกฺขา ปโมกฺขํ ปาปุณาติ. เอวเมตฺถ สรูเปเนว มคฺคสจฺจํ ปุจฺฉิ, นิโรธสจฺจํ ปน ตสฺส วิสยภาเวน คหิตเมว โหติ.
๑๗๓. เอวํ ยกฺเขน สรูเปน ทสฺเสตฺวา จ อทสฺเสตฺวา จ จตุสจฺจวเสน ปญฺหํ ปุฏฺโฐ ภควา เตเนว นเยน วิสฺสชฺเชนฺโต อาห ‘‘ปญฺจ กามคุณา’’ติ. ตตฺถ ปญฺจกามคุณสงฺขาตโคจรคฺคหเณน ตคฺโคจรานิ ปญฺจายตนานิ คหิตาเนว โหนฺติ. มโน ฉฏฺโฐ เอเตสนฺติ มโนฉฏฺฐา. ปเวทิตาติ ปกาสิตา. เอตฺถ อชฺฌตฺติเกสุ ฉฏฺฐสฺส มนายตนสฺส คหเณน ตสฺส วิสยภูตํ ธมฺมายตนํ คหิตเมว โหติ. เอวํ ‘‘กตมํ ตํ อุปาทาน’’นฺติ อิมํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺโต ปุนปิ ทฺวาทสายตนานํ วเสเนว ทุกฺขสจฺจํ ปกาเสสิ. มโนคหเณน วา สตฺตนฺนํ วิญฺญาณธาตูนํ คหิตตฺตา ตาสุ ปุริมปญฺจวิญฺญาณธาตุคฺคหเณน ตาสํ วตฺถูนิ ปญฺจ จกฺขาทีนิ อายตนานิ, มโนธาตุมโนวิญฺญาณธาตุคฺคหเณน ตาสํ วตฺถุโคจรเภทํ ธมฺมายตนํ คหิตเมวาติ เอวมฺปิ ทฺวาทสายตนวเสน ทุกฺขสจฺจํ ปกาเสสิ. โลกุตฺตรมนายตนธมฺมายตเนกเทโส ปเนตฺถ ยตฺถ โลโก วิหญฺญติ, ตํ สนฺธาย นิทฺทิฏฺฐตฺตา น สงฺคยฺหติ.
เอตฺถ ฉนฺทํ วิราเชตฺวาติ เอตฺถ ทฺวาทสายตนเภเท ทุกฺขสจฺเจ ตาเนวายตนานิ ขนฺธโต ธาตุโต นามรูปโตติ ตถา ตถา ววตฺถเปตฺวา, ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา, วิปสฺสนฺโต อรหตฺตมคฺคปริโยสานาย วิปสฺสนาย ตณฺหาสงฺขาตํ ฉนฺทํ สพฺพโส วิราเชตฺวา วิเนตฺวา วิทฺธํเสตฺวาติ อตฺโถ. เอวํ ทุกฺขา ปมุจฺจตีติ อิมินา ปกาเรน เอตสฺมา วฏฺฏทุกฺขา ปมุจฺจตีติ. เอวมิมาย อุปฑฺฒคาถาย ‘‘นิยฺยานํ ปุจฺฉิโต พฺรูหิ, กถํ ทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ อยํ ปโญฺห วิสฺสชฺชิโต โหติ, มคฺคสจฺจญฺจ ปกาสิตํ สมุทยนิโรธสจฺจานิ ปเนตฺถ ปุริมนเยเนว สงฺคหิตตฺตา ปกาสิตาเนว โหนฺตีติ เวทิตพฺพานิ. อุปฑฺฒคาถาย วา ทุกฺขสจฺจํ, ฉนฺเทน สมุทยสจฺจํ, ‘‘วิราเชตฺวา’’ติ เอตฺถ วิราเคน นิโรธสจฺจํ, ‘‘วิราคาวิมุจฺจตี’’ติ วจนโต วา มคฺคสจฺจํ. ‘‘เอว’’นฺติ อุปายนิทสฺสเนน มคฺคสจฺจํ, ทุกฺขนิโรธนฺติ วจนโต วา. ‘‘ทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ ทุกฺขปโมกฺเขน นิโรธสจฺจนฺติ เอวเมตฺถ จตฺตาริ สจฺจานิ ปกาสิตานิ โหนฺตีติ เวทิตพฺพานิ.
๑๗๔. เอวํ จตุสจฺจคพฺภาย คาถาย ลกฺขณโต นิยฺยานํ ปกาเสตฺวา ปุน ตเทว สเกน นิรุตฺตาภิลาเปน นิคเมนฺโต อาห ‘‘เอตํ โลกสฺส นิยฺยาน’’นฺติ. เอตฺถ เอตนฺติ ปุพฺเพ วุตฺตสฺส นิทฺเทโส, โลกสฺสาติ เตธาตุกโลกสฺส. ยถาตถนฺติ อวิปรีตํ. เอตํ โว อหมกฺขามีติ สเจปิ มํ สหสฺสกฺขตฺตุํ ปุจฺเฉยฺยาถ, เอตํ โว อหมกฺขามิ, น อญฺญํ. กสฺมา? ยสฺมา เอวํ ทุกฺขา ปมุจฺจติ, น อญฺญถาติ อธิปฺปาโย. อถ วา เอเตน นิยฺยาเนน เอกทฺวตฺติกฺขตุํ นิคฺคตานมฺปิ เอตํ โว อหมกฺขามิ, อุปริวิเสสาธิคมายปิ เอตเทว อหมกฺขามีติ อตฺโถ. กสฺมา? ยสฺมา เอวํ ทุกฺขา ปมุจฺจติ อเสสนิสฺเสสาติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. เทสนาปริโยสาเน เทฺวปิ ยกฺขเสนาปตโย โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ สทฺธึ ยกฺขสหสฺเสน.
๑๗๕. อถ เหมวโต ปกติยาปิ ธมฺมครุ อิทานิ อริยภูมิยํ ปติฏฺฐาย สุฏฺฐุตรํ อติตฺโต ภควโต วิจิตฺรปฏิภานาย เทสนาย ภควนฺตํ เสกฺขาเสกฺขภูมึ ปุจฺฉนฺโต ‘‘โก สูธ ตรตี’’ติ คาถมภาสิ. ตตฺถ โก สูธ ตรติ โอฆนฺติ อิมินา จตุโรฆํ โก ตรตีติ เสกฺขภูมึ ปุจฺฉติ อวิเสเสน. ยสฺมา อณฺณวนฺติ น วิตฺถตมตฺตํ นาปิ คมฺภีรมตฺตํ อปิจ ปน ยํ วิตฺถตตรญฺจ คมฺภีรตรญฺจ, ตํ วุจฺจติ. ตาทิโส จ สํสารณฺณโว. อยญฺหิ สมนฺตโต ปริยนฺตาภาเวน วิตฺถโต, เหฏฺฐา ปติฏฺฐาภาเวน อุปริ อาลมฺพนาภาเวน จ คมฺภีโร, ตสฺมา ‘‘โก อิธ ตรติ อณฺณวํ, ตสฺมิญฺจ อปฺปติฏฺเฐ อนาลมฺเพ คมฺภีเร อณฺณเว โก น สีทตี’’ติ อเสกฺขภูมึ ปุจฺฉติ.
๑๗๖. อถ ภควา โย ภิกฺขุ ชีวิตเหตุปิ วีติกฺกมํ อกโรนฺโต สพฺพทา สีลสมฺปนฺโน โลกิยโลกุตฺตราย จ ปญฺญาย ปญฺญวา, อุปจารปฺปนาสมาธินา อิริยาปถเหฏฺฐิมมคฺคผเลหิ จ สุสมาหิโต, ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา วิปสฺสนาย นิยกชฺฌตฺตจินฺตนสีโล, สาตจฺจกิริยาวหาย อปฺปมาทสติยา จ สมนฺนาคโต. ยสฺมา โส จตุตฺเถน มคฺเคน อิมํ สุทุตฺตรํ โอฆํ อนวเสสํ ตรติ, ตสฺมา เสกฺขภูมึ วิสฺสชฺเชนฺโต ‘‘สพฺพทา สีลสมฺปนฺโน’’ติ อิมํ ติสิกฺขาคพฺภํ คาถมาห. เอตฺถ หิ สีลสมฺปทาย อธิสีลสิกฺขา, สติสมาธีหิ อธิจิตฺตสิกฺขา, อชฺฌตฺตจินฺติตาปญฺญาหิ อธิปญฺญาสิกฺขาติ ติสฺโส สิกฺขา สอุปการา สานิสํสา จ วุตฺตา. อุปกาโร หิ สิกฺขานํ โลกิยปญฺญา สติ จ, อนิสํโส สามญฺญผลานีติ.
๑๗๗. เอวํ ปฐมคาถาย เสกฺขภูมึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อเสกฺขภูมึ ทสฺเสนฺโต ทุติยคาถมาห. ตสฺสตฺโถ วิรโต กามสญฺญายาติ ยา กาจิ กามสญฺญา, ตโต สพฺพโต จตุตฺถมคฺคสมฺปยุตฺตาย สมุจฺเฉทวิรติยา วิรโต. ‘‘วิรตฺโต’’ติปิ ปาโฐ. ตทา ‘‘กามสญฺญายา’’ติ ภุมฺมวจนํ โหติ, สคาถาวคฺเค ปน ‘‘กามสญฺญาสู’’ติปิ (สํ. นิ. ๑.๙๖) ปาโฐ. จตูหิปิ มคฺเคหิ ทสนฺนํ สํโยชนานํ อตีตตฺตา สพฺพสํโยชนาติโค, จตุตฺเถเนว วา อุทฺธมฺภาคิยสพฺพสํโยชนาติโค, ตตฺรตตฺราภินนฺทินีตณฺหาสงฺขาตาย นนฺทิยา ติณฺณญฺจ ภวานํ ปริกฺขีณตฺตา นนฺทีภวปริกฺขีโณ โส ตาทิโส ขีณาสโว ภิกฺขุ คมฺภีเร สํสารณฺณเว น สีทติ นนฺทีปริกฺขเยน สอุปาทิเสสํ, ภวปริกฺขเยน จ อนุปาทิเสสํ นิพฺพานถลํ สมาปชฺช ปรมสฺสาสปฺปตฺติยาติ.
๑๗๘. อถ เหมวโต สหายญฺจ ยกฺขปริสญฺจ โอโลเกตฺวา ปีติโสมนสฺสชาโต ‘‘คมฺภีรปญฺญ’’นฺติ เอวมาทีหิ คาถาหิ ภควนฺตํ อภิตฺถวิตฺวา สพฺพาวติยา ปริสาย สหาเยน จ สทฺธึ อภิวาเทตฺวา, ปทกฺขิณํ กตฺวา, อตฺตโน วสนฏฺฐานํ อคมาสิ.
ตาสํ ปน คาถานํ อยํ อตฺถวณฺณนา – คมฺภีรปญฺญนฺติ คมฺภีราย ปญฺญาย สมนฺนาคตํ. ตตฺถ ปฏิสมฺภิทายํ วุตฺตนเยน คมฺภีรปญฺญา เวทิตพฺพา. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ ‘‘คมฺภีเรสุ ขนฺเธสุ ญาณํ ปวตฺตตีติ คมฺภีรปญฺญา’’ติอาทิ (ปฏิ. ม. ๓.๔). นิปุณตฺถทสฺสินฺติ นิปุเณหิ ขตฺติยปณฺฑิตาทีหิ อภิสงฺขตานํ ปญฺหานํ อตฺถทสฺสึ อตฺถานํ วา ยานิ นิปุณานิ การณานิ ทุปฺปฏิวิชฺฌานิ อญฺเญหิ เตสํ ทสฺสเนน นิปุณตฺถทสฺสึ. ราคาทิกิญฺจนาภาเวน อกิญฺจนํ. ทุวิเธ กาเม ติวิเธ เจ ภเว อลคฺคเนน กามภเว อสตฺตํ. ขนฺธาทิเภเทสุ สพฺพารมฺมเณสุ ฉนฺทราคพนฺธนาภาเวน สพฺพธิ วิปฺปมุตฺตํ. ทิพฺเพ ปเถ กมมานนฺติ อฏฺฐสมาปตฺติเภเท ทิพฺเพ ปเถ สมาปชฺชนวเสน จงฺกมนฺตํ. ตตฺถ กิญฺจาปิ น ตาย เวลาย ภควา ทิพฺเพ ปเถ กมติ, อปิจ โข ปุพฺเพ กมนํ อุปาทาย กมนสตฺติสพฺภาเวน ตตฺถ ลทฺธวสีภาวตาย เอวํ วุจฺจติ. อถ วา เย เต วิสุทฺธิเทวา อรหนฺโต, เตสํ ปเถ สนฺตวิหาเร กมเนนาเปตํ วุตฺตํ. มหนฺตานํ คุณานํ เอสเนน มเหสึ.
๑๗๙. ทุติยคาถาย อปเรน ปริยาเยน ถุติ อารทฺธาติ กตฺวา ปุน นิปุณตฺถทสฺสิคฺคหณํ นิทสฺเสติ. อถ วา นิปุณตฺเถ ทสฺเสตารนฺติ อตฺโถ. ปญฺญาททนฺติ ปญฺญาปฏิลาภสํวตฺตนิกาย ปฏิปตฺติยา กถเนน ปญฺญาทายกํ. กามาลเย อสตฺตนฺติ ยฺวายํกาเมสุ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน ทุวิโธ อาลโย, ตตฺถ อสตฺตํ. สพฺพวิทุนฺติ สพฺพธมฺมวิทุํ, สพฺพญฺญุนฺติ วุตฺตํ โหติ. สุเมธนฺติ ตสฺส สพฺพญฺญุภาวสฺส มคฺคภูตาย ปารมีปญฺญาสงฺขาตาย เมธาย สมนฺนาคตํ. อริเย ปเถติ อฏฺฐงฺคิเก มคฺเค, ผลสมาปตฺติยํ วา. กมมานนฺติ ปญฺญาย อชฺโฌคาหมานํ มคฺคลกฺขณํ ญตฺวา เทสนโต, ปวิสมานํ วา ขเณ ขเณ ผลสมาปตฺติสมาปชฺชนโต, จตุพฺพิธมคฺคภาวนาสงฺขาตาย กมนสตฺติยา กมิตปุพฺพํ วา.
๑๘๐. สุทิฏฺฐํ วต โน อชฺชาติ. อชฺช อเมฺหหิ สุนฺทรํ ทิฏฺฐํ, อชฺช วา อมฺหากํ สุนฺทรํ ทิฏฺฐํ, ทสฺสนนฺติ อตฺโถ. สุปฺปภาตํ สุหุฏฺฐิตนฺติ อชฺช อมฺหากํ สุฏฺฐุ ปภาตํ โสภนํ วา ปภาตํ อโหสิ. อชฺช จ โน สุนฺทรํ อุฏฺฐิตํ อโหสิ, อนุปโรเธน สยนโต อุฏฺฐิตํ. กึ การณํ? ยํ อทฺทสาม สมฺพุทฺธํ, ยสฺมา สมฺพุทฺธํ อทฺทสามาติ อตฺตโน ลาภสมฺปตฺตึ อารพฺภ ปาโมชฺชํ ปเวเทติ.
๑๘๑. อิทฺธิมนฺโตติ กมฺมวิปากชิทฺธิยา สมนฺนาคตา. ยสสฺสิโนติ ลาภคฺคปริวารคฺคสมฺปนฺนา. สรณํ ยนฺตีติ กิญฺจาปิ มคฺเคเนว คตา, ตถาปิ โสตาปนฺนภาวปริทีปนตฺถํ ปสาททสฺสนตฺถญฺจ วาจํ ภินฺทติ.
๑๘๒. คามา คามนฺติ เทวคามา เทวคามํ. นคา นคนฺติ เทวปพฺพตา เทวปพฺพตํ. นมสฺสมานา สมฺพุทฺธํ, ธมฺมสฺส จ สุธมฺมตนฺติ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ วต ภควา, สฺวากฺขาโต วต ภควโต ธมฺโม’’ติอาทินา นเยน พุทฺธสุโพธิตญฺจ ธมฺมสุธมฺมตญฺจ. ‘‘สุปฺปฏิปนฺโน วต ภควโต สาวกสงฺโฆ’’ติอาทินา สงฺฆ-สุปฺปฏิปตฺติญฺจ อภิตฺถวิตฺวา อภิตฺถวิตฺวา นมสฺสมานา ธมฺมโฆสกา หุตฺวา วิจริสฺสามาติ วุตฺตํ โหติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย เหมวตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.