๗. อคฺคิกภารทฺวาชสุตฺตวณฺณนา

เอวํ เม สุตนฺติ อคฺคิกภารทฺวาชสุตฺตํ, ‘‘วสลสุตฺต’’นฺติปิ วุจฺจติ. กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. กสิภารทฺวาชสุตฺเต วุตฺตนเยน ปจฺฉาภตฺตกิจฺจาวสาเน พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต อคฺคิกภารทฺวาชํ พฺราหฺมณํ สรณสิกฺขาปทานํ อุปนิสฺสยสมฺปนฺนํ ทิสฺวา ‘‘ตตฺถ มยิ คเต กถา ปวตฺติสฺสติ, ตโต กถาวสาเน ธมฺมเทสนํ สุตฺวา เอส พฺราหฺมโณ สรณํ คนฺตฺวา สิกฺขาปทานิ สมาทิยิสฺสตี’’ติ ญตฺวา, ตตฺถ คนฺตฺวา, ปวตฺตาย กถาย พฺราหฺมเณน ธมฺมเทสนํ ยาจิโต อิมํ สุตฺตํ อภาสิ. ตตฺถ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทึ มงฺคลสุตฺตวณฺณนายํ วณฺณยิสฺสาม, ‘‘อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมย’’นฺติอาทิ กสิภารทฺวาชสุตฺเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

เตน โข ปน สมเยน อคฺคิกภารทฺวาชสฺสาติ ยํ ยํ อวุตฺตปุพฺพํ, ตํ ตเทว วณฺณยิสฺสาม. เสยฺยถิทํ – โส หิ พฺราหฺมโณ อคฺคึ ชุหติ ปริจรตีติ กตฺวา อคฺคิโกติ นาเมน ปากโฏ อโหสิ, ภารทฺวาโชติ โคตฺเตน. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อคฺคิกภารทฺวาชสฺสา’’ติ. นิเวสเนติ ฆเร. ตสฺส กิร พฺราหฺมณสฺส นิเวสนทฺวาเร อนฺตรวีถิยํ อคฺคิหุตสาลา อโหสิ. ตโต ‘‘นิเวสนทฺวาเร’’ติ วตฺตพฺเพ ตสฺสปิ ปเทสสฺส นิเวสเนเยว ปริยาปนฺนตฺตา ‘‘นิเวสเน’’ติ วุตฺตํ. สมีปตฺเถ วา ภุมฺมวจนํ, นิเวสนสมีเปติ อตฺโถ. อคฺคิ ปชฺชลิโต โหตีติ อคฺคิยาธาเน ฐิโต อคฺคิ กตพฺภุทฺธรโณ สมิธาปกฺเขปํ พีชนวาตญฺจ ลภิตฺวา ชลิโต อุทฺธํ สมุคฺคตจฺจิสมากุโล โหติ. อาหุติ ปคฺคหิตาติ สสีสํ นฺหายิตฺวา มหตา สกฺกาเรน ปายาสสปฺปิมธุผาณิตาทีนิ อภิสงฺขตานิ โหนฺตีติ อตฺโถ. ยญฺหิ กิญฺจิ อคฺคิมฺหิ ชุหิตพฺพํ, ตํ สพฺพํ ‘‘อาหุตี’’ติ วุจฺจติ. สปทานนฺติ อนุฆรํ. ภควา หิ สพฺพชนานุคฺคหตฺถาย อาหารสนฺตุฏฺฐิยา จ อุจฺจนีจกุลํ อโวกฺกมฺม ปิณฺฑาย จรติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สปทานํ ปิณฺฑาย จรมาโน’’ติ.

อถ กิมตฺถํ สพฺพาการสมฺปนฺนํ สมนฺตปาสาทิกํ ภควนฺตํ ทิสฺวา พฺราหฺมณสฺส จิตฺตํ นปฺปสีทติ? กสฺมา จ เอวํ ผรุเสน วจเนน ภควนฺตํ สมุทาจรตีติ? วุจฺจเต – อยํ กิร พฺราหฺมโณ ‘‘มงฺคลกิจฺเจสุ สมณทสฺสนํ อวมงฺคล’’นฺติ เอวํทิฏฺฐิโก, ตโต ‘‘มหาพฺรหฺมุโน ภุญฺชนเวลาย กาฬกณฺณี มุณฺฑกสมณโก มม นิเวสนํ อุปสงฺกมตี’’ติ มนฺตฺวา จิตฺตํ นปฺปสาเทสิ, อญฺญทตฺถุ โทสวสํเยว อคมาสิ. อถ กุทฺโธ อนตฺตมโน อนตฺตมนวาจํ นิจฺฉาเรสิ ‘‘ตเตฺรว มุณฺฑกา’’ติอาทิ. ตตฺราปิ จ ยสฺมา ‘‘มุณฺโฑ อสุทฺโธ โหตี’’ติ พฺราหฺมณานํ ทิฏฺฐิ, ตสฺมา ‘‘อยํ อสุทฺโธ, เตน เทวพฺราหฺมณปูชโก น โหตี’’ติ ชิคุจฺฉนฺโต ‘‘มุณฺฑกา’’ติ อาห. มุณฺฑกตฺตา วา อุจฺฉิฏฺโฐ เอส, น อิมํ ปเทสํ อรหติ อาคจฺฉิตุนฺติ สมโณ หุตฺวาปิ อีทิสํ กายกิเลสํ น วณฺเณตีติ จ สมณภาวํ ชิคุจฺฉนฺโต ‘‘สมณกา’’ติ อาห. น เกวลํ โทสวเสเนว, วสเล วา ปพฺพาเชตฺวา เตหิ สทฺธึ เอกโต สมฺโภคปริโภคกรเณน ปติโต อยํ วสลโตปิ ปาปตโรติ ชิคุจฺฉนฺโต ‘‘วสลกา’’ติ อาห – ‘‘วสลชาติกานํ วา อาหุติทสฺสนมตฺตสวเนน ปาปํ โหตี’’ติ มญฺญมาโนปิ เอวมาห.

ภควา ตถา วุตฺโตปิ วิปฺปสนฺเนเนว มุขวณฺเณน มธุเรน สเรน พฺราหฺมณสฺส อุปริ อนุกมฺปาสีตเลน จิตฺเตน อตฺตโน สพฺพสตฺเตหิ อสาธารณตาทิภาวํ ปกาเสนฺโต อาห ‘‘ชานาสิ ปน, ตฺวํ พฺราหฺมณา’’ติ. อถ พฺราหฺมโณ ภควโต มุขปฺปสาทสูจิตํ ตาทิภาวํ ญตฺวา อนุกมฺปาสีตเลน จิตฺเตน นิจฺฉาริตํ มธุรสฺสรํ สุตฺวา อมเตเนว อภิสิตฺตหทโย อตฺตมโน วิปฺปสนฺนินฺทฺริโย นิหตมาโน หุตฺวา ตํ ชาติสภาวํ วิสอุคฺคิรสทิสํ สมุทาจารวจนํ ปหาย ‘‘นูน ยมหํ หีนชจฺจํ วสลนฺติ ปจฺเจมิ, น โส ปรมตฺถโต วสโล, น จ หีนชจฺจตา เอว วสลกรโณ ธมฺโม’’ติ มญฺญมาโน ‘‘น ขฺวาหํ, โภ โคตมา’’ติ อาห. ธมฺมตา เหสา, ยํ เหตุสมฺปนฺโน ปจฺจยาลาเภน ผรุโสปิ สมาโน ลทฺธมตฺเต ปจฺจเย มุทุโก โหตีติ.

ตตฺถ สาธูติ อยํ สทฺโท อายาจนสมฺปฏิจฺฉนสมฺปหํสนสุนฺทรทฬฺหีกมฺมาทีสุ ทิสฺสติ. ‘‘สาธุ เม, ภนฺเต, ภควา สํขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตู’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๙๕; อ. นิ. ๗.๘๓) หิ อายาจเน. ‘‘สาธุ, ภนฺเตติ โข โส ภิกฺขุ ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๘๖) สมฺปฏิจฺฉเน. ‘‘สาธุ, สาธุ, สาริปุตฺตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๔๙) สมฺปหํสเน.

‘‘สาธุ ธมฺมรุจี ราชา, สาธุ ปญฺญาณวา นโร;

สาธุ มิตฺตานมทฺทุพฺโภ, ปาปสฺสากรณํ สุข’’นฺติ. (ชา. ๒.๑๘.๑๐๑) –

อาทีสุ สุนฺทเร. ‘‘ตํ สุณาถ, สาธุกํ มนสิ กโรถา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑) ทฬฺหีกมฺเม. อิธ ปน อายาจเน.

เตน หีติ ตสฺสาธิปฺปายนิทสฺสนํ, สเจ ญาตุกาโมสีติ วุตฺตํ โหติ. การณวจนํ วา, ตสฺส ยสฺมา ญาตุกาโมสิ, ตสฺมา, พฺราหฺมณ, สุณาหิ, สาธุกํ มนสิ กโรหิ, ตถา เต ภาสิสฺสามิ, ยถา ตฺวํ ชานิสฺสสีติ เอวํ ปรปเทหิ สทฺธึ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ตตฺร จ สุณาหีติ โสตินฺทฺริยวิกฺเขปวารณํ, สาธุกํ มนสิ กโรหีติ มนสิกาเร ทฬฺหีกมฺมนิโยชเนน มนินฺทฺริยวิกฺเขปวารณํ. ปุริมญฺเจตฺถ พฺยญฺชนวิปลฺลาสคฺคาหวารณํ, ปจฺฉิมํ อตฺถวิปลฺลาสคฺคาหวารณํ. ปุริเมน จ ธมฺมสฺสวเน นิโยเชติ, ปจฺฉิเมน สุตานํ ธมฺมานํ ธารณตฺถูปปริกฺขาทีสุ. ปุริเมน จ ‘‘สพฺยญฺชโน อยํ ธมฺโม, ตสฺมา สวนีโย’’ติ ทีเปติ, ปจฺฉิเมน ‘‘สาตฺโถ, ตสฺมา มนสิ กาตพฺโพ’’ติ. สาธุกปทํ วา อุภยปเทหิ โยเชตฺวา ‘‘ยสฺมา อยํ ธมฺโม ธมฺมคมฺภีโร จ เทสนาคมฺภีโร จ, ตสฺมา สุณาหิ สาธุกํ. ยสฺมา อตฺถคมฺภีโร ปฏิเวธคมฺภีโร จ, ตสฺมา สาธุกํ มนสิ กโรหี’’ติ เอตมตฺถํ ทีเปนฺโต อาห – ‘‘สุณาหิ สาธุกํ มนสิ กโรหี’’ติ.

ตโต ‘‘เอวํ คมฺภีเร กถมหํ ปติฏฺฐํ ลภิสฺสามี’’ติ วิสีทนฺตมิว ตํ พฺราหฺมณํ สมุสฺสาเหนฺโต อาห – ‘‘ภาสิสฺสามี’’ติ. ตตฺถ ‘‘ยถา ตฺวํ ญสฺสสิ, ตถา ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหิ อุตฺตาเนน นเยน ภาสิสฺสามี’’ติ เอวมธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. ตโต อุสฺสาหชาโต หุตฺวา ‘‘เอวํ โภ’’ติ โข อคฺคิกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ ภควโต ปจฺจสฺโสสิ, สมฺปฏิจฺฉิ ปฏิคฺคเหสีติ วุตฺตํ โหติ, ยถานุสิฏฺฐํ วา ปฏิปชฺชเนน อภิมุโข อสฺโสสีติ. อถสฺส ‘‘ภควา เอตทโวจา’’ติ อิทานิ วตฺตพฺพํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘โกธโน อุปนาหี’’ติ เอวมาทิกํ.

๑๑๖. ตตฺถ โกธโนติ กุชฺฌนสีโล. อุปนาหีติ ตสฺเสว โกธสฺส ทฬฺหีกมฺเมน อุปนาเหน สมนฺนาคโต. ปเรสํ คุเณ มกฺเขติ ปุญฺฉตีติ มกฺขี, ปาโป จ โส มกฺขี จาติ ปาปมกฺขี. วิปนฺนทิฏฺฐีติ วินฏฺฐสมฺมาทิฏฺฐิ, วิปนฺนาย วา วิรูปํ คตาย ทสวตฺถุกาย มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต. มายาวีติ อตฺตนิ วิชฺชมานโทสปฏิจฺฉาทนลกฺขณาย มายาย สมนฺนาคโต. ตํ ชญฺญา วสโล อิตีติ ตํ เอวรูปํ ปุคฺคลํ เอเตสํ หีนธมฺมานํ วสฺสนโต สิญฺจนโต อนฺวาสฺสวนโต ‘‘วสโล’’ติ ชาเนยฺยาติ, เอเตหิ สพฺเพหิ พฺราหฺมณมตฺถเก ชาโต. อยญฺหิ ปรมตฺถโต วสโล เอว, อตฺตโน หทยตุฏฺฐิมตฺตํ, น ปรนฺติ. เอวเมตฺถ ภควา อาทิปเทเนว ตสฺส พฺราหฺมณสฺส โกธนิคฺคหํ กตฺวา ‘‘โกธาทิธมฺโม หีนปุคฺคโล’’ติ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย จ เทสนาย โกธาทิธมฺเม เทเสนฺโต เอเกน ตาว ปริยาเยน วสลญฺจ วสลกรเณ จ ธมฺเม เทเสสิ. เอวํ เทเสนฺโต จ ‘‘ตฺวํ อห’’นฺติ ปรวมฺภนํ อตฺตุกฺกํสนญฺจ อกตฺวา ธมฺเมเนว สเมน ญาเยน ตํ พฺราหฺมณํ วสลภาเว, อตฺตานญฺจ พฺราหฺมณภาเว ฐเปสิ.

๑๑๗. อิทานิ ยายํ พฺราหฺมณานํ ทิฏฺฐิ ‘‘กทาจิ ปาณาติปาตอทินฺนาทานาทีนิ กโรนฺโตปิ พฺราหฺมโณ เอวา’’ติ. ตํ ทิฏฺฐึ ปฏิเสเธนฺโต, เย จ สตฺตวิหึสาทีสุ อกุสลธมฺเมสุ เตหิ เตหิ สมนฺนาคตา อาทีนวํ อปสฺสนฺตา เต ธมฺเม อุปฺปาเทนฺติ, เตสํ ‘‘หีนา เอเต ธมฺมา วสลกรณา’’ติ ตตฺถ อาทีนวญฺจ ทสฺเสนฺโต อปเรหิปิ ปริยาเยหิ วสลญฺจ วสลกรเณ จ ธมฺเม เทเสตุํ ‘‘เอกชํ วา ทฺวิชํ วา’’ติ เอวมาทิคาถาโย อภาสิ.

ตตฺถ เอกโชติ ฐเปตฺวา อณฺฑชํ อวเสสโยนิโช. โส หิ เอกทา เอว ชายติ. ทฺวิโชติ อณฺฑโช. โส หิ มาตุกุจฺฉิโต อณฺฑโกสโต จาติ ทฺวิกฺขตฺตุํ ชายติ. ตํ เอกชํ วา ทฺวิชํ วาปิ. โยธ ปาณนฺติ โย อิธ สตฺตํ. วิหึสตีติ กายทฺวาริกเจตนาสมุฏฺฐิเตน วา วจีทฺวาริกเจตนาสมุฏฺฐิเตน วา ปโยเคน ชีวิตา โวโรเปติ. ‘‘ปาณานิ หึสตี’’ติปิ ปาโฐ. ตตฺถ เอกชํ วา ทฺวิชํ วาติ เอวํปเภทานิ โยธ ปาณานิ หึสตีติ เอวํ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ยสฺส ปาเณ ทยา นตฺถีติ เอเตน มนสา อนุกมฺปาย อภาวํ อาห. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมว. อิโต ปราสุ จ คาถาสุ, ยโต เอตฺตกมฺปิ อวตฺวา อิโต ปรํ อุตฺตานตฺถานิ ปทานิ ปริหรนฺตา อวณฺณิตปทวณฺณนามตฺตเมว กริสฺสาม.

๑๑๘. หนฺตีติ หนติ วินาเสติ. ปริรุนฺธตีติ เสนาย ปริวาเรตฺวา ติฏฺฐติ. คามานิ นิคมานิ จาติ เอตฺถ จ-สทฺเทน นครานีติปิ วตฺตพฺพํ. นิคฺคาหโก สมญฺญาโตติ อิมินา หนนปริรุนฺธเนน คามนิคมนครฆาตโกติ โลเก วิทิโต.

๑๑๙. คาเม วา ยทิ วารญฺเญติ คาโมปิ นิคโมปิ นครมฺปิ สพฺโพว อิธ คาโม สทฺธึ อุปจาเรน, ตํ ฐเปตฺวา เสสํ อรญฺญํ. ตสฺมึ คาเม วา ยทิ วารญฺเญ ยํ ปเรสํ มมายิตํ, ยํ ปรสตฺตานํ ปริคฺคหิตมปริจฺจตฺตํ สตฺโต วา สงฺขาโร วา. เถยฺยา อทินฺนมาเทตีติ เตหิ อทินฺนํ อนนุญฺญาตํ เถยฺยจิตฺเตน อาทิยติ, เยน เกนจิ ปโยเคน เยน เกนจิ อวหาเรน อตฺตโน คหณํ สาเธติ.

๑๒๐. อิณมาทายาติ อตฺตโน สนฺตกํ กิญฺจิ นิกฺขิปิตฺวา นิกฺเขปคฺคหเณน วา, กิญฺจิ อนิกฺขิปิตฺวา ‘‘เอตฺตเกน กาเลน เอตฺตกํ วฑฺฒึ ทสฺสามี’’ติ วฑฺฒิคฺคหเณน วา, ‘‘ยํ อิโต อุทยํ ภวิสฺสติ, ตํ มยฺหํ มูลํ ตเวว ภวิสฺสตี’’ติ วา ‘‘อุทยํ อุภินฺนมฺปิ สาธารณ’’นฺติ วา เอวํ ตํตํอาโยคคฺคหเณน วา อิณํ คเหตฺวา. จุชฺชมาโน ปลายติ น หิ เต อิณมตฺถีติ เตน อิณายิเกน ‘‘เทหิ เม อิณ’’นฺติ โจทิยมาโน ‘‘น หิ เต อิณมตฺถิ, มยา คหิตนฺติ โก สกฺขี’’ติ เอวํ ภณเนน ฆเร วสนฺโตปิ ปลายติ.

๑๒๑. กิญฺจิกฺขกมฺยตาติ อปฺปมตฺตเกปิ กิสฺมิญฺจิเทว อิจฺฉาย. ปนฺถสฺมึ วชนฺตํ ชนนฺติ มคฺเค คจฺฉนฺตํ ยํกิญฺจิ อิตฺถึ วา ปุริสํ วา. หนฺตฺวา กิญฺจิกฺขมาเทตีติ มาเรตฺวา โกฏฺเฏตฺวา ตํ ภณฺฑกํ คณฺหาติ.

๑๒๒. อตฺตเหตูติ อตฺตโน ชีวิตการณา, ตถา ปรเหตุ. ธนเหตูติ สกธนสฺส วา ปรธนสฺส วา การณา. จ-กาโร สพฺพตฺถ วิกปฺปนตฺโถ. สกฺขิปุฏฺโฐติ ยํ ชานาสิ, ตํ วเทหีติ ปุจฺฉิโต. มุสา พฺรูตีติ ชานนฺโต วา ‘‘น ชานามี’’ติ อชานนฺโต วา ‘‘ชานามี’’ติ ภณติ, สามิเก อสามิเก, อสามิเก จ สามิเก กโรติ.

๑๒๓. ญาตีนนฺติ สมฺพนฺธีนํ. สขีนนฺติ วยสฺสานํ ทาเรสูติ ปรปริคฺคหิเตสุ. ปฏิทิสฺสตีติ ปฏิกูเลน ทิสฺสติ, อติจรนฺโต ทิสฺสตีติ อตฺโถ. สาหสาติ พลกฺกาเรน อนิจฺฉํ. สมฺปิเยนาติ เตหิ เตสํ ทาเรหิ ปตฺถิยมาโน สยญฺจ ปตฺถยมาโน, อุภยสิเนหวเสนาปีติ วุตฺตํ โหติ.

๑๒๔. มาตรํ ปิตรํ วาติ เอวํ เมตฺตาย ปทฏฺฐานภูตมฺปิ, ชิณฺณกํ คตโยพฺพนนฺติ เอวํ กรุณาย ปทฏฺฐานภูตมฺปิ. ปหุ สนฺโต น ภรตีติ อตฺถสมฺปนฺโน อุปกรณสมฺปนฺโน หุตฺวาปิ น โปเสติ.

๑๒๕. สสุนฺติ สสฺสุํ. หนฺตีติ ปาณินา วา เลฑฺฑุนา วา อญฺเญน วา เกนจิ ปหรติ. โรเสตีติ โกธมสฺส สญฺชเนติ วาจาย ผรุสวจเนน.

๑๒๖. อตฺถนฺติ สนฺทิฏฺฐิกสมฺปรายิกปรมตฺเถสุ ยํกิญฺจิ. ปุจฺฉิโต สนฺโตติ ปุฏฺโฐ สมาโน. อนตฺถมนุสาสตีติ ตสฺส อหิตเมว อาจิกฺขติ. ปฏิจฺฉนฺเนน มนฺเตตีติ อตฺถํ อาจิกฺขนฺโตปิ ยถา โส น ชานาติ, ตถา อปากเฏหิ ปทพฺยญฺชเนหิ ปฏิจฺฉนฺเนน วจเนน มนฺเตติ, อาจริยมุฏฺฐึ วา กตฺวา ทีฆรตฺตํ วสาเปตฺวา สาวเสสเมว มนฺเตติ.

๑๒๗. โย กตฺวาติ เอตฺถ มยา ปุพฺพภาเค ปาปิจฺฉตา วุตฺตา. ยา สา ‘‘อิเธกจฺโจ กาเยน ทุจฺจริตํ จริตฺวา, วาจาย ทุจฺจริตํ จริตฺวา, มนสา ทุจฺจริตํ จริตฺวา, ตสฺส ปฏิจฺฉาทนเหตุ ปาปิกํ อิจฺฉํ ปณิทหติ, มา มํ ชญฺญาติ อิจฺฉตี’’ติ เอวํ อาคตา. ยถา อญฺเญ น ชานนฺติ, ตถา กรเณน กตานญฺจ อวิวรเณน ปฏิจฺฉนฺนา อสฺส กมฺมนฺตาติ ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโต.

๑๒๘. ปรกุลนฺติ ญาติกุลํ วา มิตฺตกุลํ วา. อาคตนฺติ ยสฺส เตน กุเล ภุตฺตํ, ตํ อตฺตโน เคหมาคตํ ปานโภชนาทีหิ นปฺปฏิปูเชติ, น วา เทติ, อวภุตฺตํ วา เทตีติ อธิปฺปาโย.

๑๒๙. โย พฺราหฺมณํ วาติ ปราภวสุตฺเต วุตฺตนยเมว.

๑๓๐. ภตฺตกาเล อุปฏฺฐิเตติ โภชนกาเล ชาเต. อุปฏฺฐิตนฺติปิ ปาโฐ, ภตฺตกาเล อาคตนฺติ อตฺโถ. โรเสติ วาจา น จ เทตีติ ‘‘อตฺถกาโม เม อยํ พลกฺกาเรน มํ ปุญฺญํ การาเปตุํ อาคโต’’ติ อจินฺเตตฺวา อปฺปติรูเปน ผรุสวจเนน โรเสติ, อนฺตมโส สมฺมุขภาวมตฺตมฺปิ จสฺส น เทติ, ปเคว โภชนนฺติ อธิปฺปาโย.

๑๓๑. อสตํ โยธ ปพฺรูตีติ โย อิธ ยถา นิมิตฺตานิ ทิสฺสนฺติ ‘‘อสุกทิวเส อิทญฺจิทญฺจ เต ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ อสชฺชนานํ วจนํ ปพฺรูติ. ‘‘อสนฺต’’นฺติปิ ปาโฐ, อภูตนฺติ อตฺโถ. ปพฺรูตีติ ภณติ ‘‘อมุกสฺมึ นาม คาเม มยฺหํ อีทิโส ฆรวิภโว, เอหิ ตตฺถ คจฺฉาม, ฆรณี เม ภวิสฺสสิ, อิทญฺจิทญฺจ เต ทสฺสามี’’ติ ปรภริยํ ปรทาสึ วา วญฺเจนฺโต ธุตฺโต วิย. นิชิคีสาโนติ นิชิคีสมาโน มคฺคมาโน, ตํ วญฺเจตฺวา ยํกิญฺจิ คเหตฺวา ปลายิตุกาโมติ อธิปฺปาโย.

๑๓๒. โย จตฺตานนฺติ โย จ อตฺตานํ. สมุกฺกํเสติ ชาติอาทีหิ สมุกฺกํสติ อุจฺจฏฺฐาเน ฐเปติ. ปเร จ มวชานาตีติ เตหิเยว ปเร อวชานาติ, นีจํ กโรติ. ม-กาโร ปทสนฺธิกโร. นิหีโนติ คุณวุฑฺฒิโต ปริหีโน, อธมภาวํ วา คโต. เสน มาเนนาติ เตน อุกฺกํสนาวชานนสงฺขาเตน อตฺตโน มาเนน.

๑๓๓. โรสโกติ กายวาจาหิ ปเรสํ โรสชนโก. กทริโยติ ถทฺธมจฺฉรี, โย ปเร ปเรสํ เทนฺเต อญฺญํ วา ปุญฺญํ กโรนฺเต วาเรติ, ตสฺเสตํ อธิวจนํ. ปาปิจฺโฉติ อสนฺตคุณสมฺภาวนิจฺฉาย สมนฺนาคโต. มจฺฉรีติ อาวาสาทิมจฺฉริยยุตฺโต. สโฐติ อสนฺตคุณปฺปกาสนลกฺขเณน สาเฐยฺเยน สมนฺนาคโต, อสมฺมาภาสี วา อกาตุกาโมปิ ‘‘กโรมี’’ติอาทิวจเนน. นาสฺส ปาปชิคุจฺฉนลกฺขณา หิรี, นาสฺส อุตฺตาสนโต อุพฺเพคลกฺขณํ โอตฺตปฺปนฺติ อหิริโก อโนตฺตปฺปี.

๑๓๔. พุทฺธนฺติ สมฺมาสมฺพุทฺธํ. ปริภาสตีติ ‘‘อสพฺพญฺญู’’ติอาทีหิ อปวทติ, สาวกญฺจ ‘‘ทุปฺปฏิปนฺโน’’ติอาทีหิ. ปริพฺพาชํ คหฏฺฐํ วาติ สาวกวิเสสนเมเวตํ ปพฺพชิตํ วา ตสฺส สาวกํ, คหฏฺฐํ วา ปจฺจยทายกนฺติ อตฺโถ. พาหิรกํ วา ปริพฺพาชกํ ยํกิญฺจิ คหฏฺฐํ วา อภูเตน โทเสน ปริภาสตีติ เอวมฺเปตฺถ อตฺถํ อิจฺฉนฺติ โปราณา.

๑๓๕. อนรหํ สนฺโตติ อขีณาสโว สมาโน. อรหํ ปฏิชานาตีติ ‘‘อหํ อรหา’’ติ ปฏิชานาติ, ยถา นํ ‘‘อรหา อย’’นฺติ ชานนฺติ, ตถา วาจํ นิจฺฉาเรติ, กาเยน ปรกฺกมติ, จิตฺเตน อิจฺฉติ อธิวาเสติ. โจโรติ เถโน. สพฺรหฺมเก โลเกติ อุกฺกฏฺฐวเสน อาห – สพฺพโลเกติ วุตฺตํ โหติ. โลเก หิ สนฺธิจฺเฉทนนิลฺโลปหรณเอกาคาริกกรณปริปนฺถติฏฺฐนาทีหิ ปเรสํ ธนํ วิลุมฺปนฺตา โจราติ วุจฺจนฺติ. สาสเน ปน ปริสสมฺปตฺติอาทีหิ ปจฺจยาทีนิ วิลุมฺปนฺตา. ยถาห –

‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, มหาโจรา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส มหาโจรสฺส เอวํ โหติ ‘กุทาสฺสุ นามาหํ สเตน วา สหสฺเสน วา ปริวุโต คามนิคมราชธานีสุ อาหิณฺฑิสฺสามิ หนนฺโต, ฆาเตนฺโต, ฉินฺทนฺโต, เฉทาเปนฺโต, ปจนฺโต ปาเจนฺโตติ, โส อปเรน สมเยน สเตน วา สหสฺเสน วา ปริวุโต คามนิคมราชธานีสุ อาหิณฺฑติ หนนฺโต…เป… ปาเจนฺโต. เอวเมว โข, ภิกฺขเว, อิเธกจฺจสฺส ปาปภิกฺขุโน เอวํ โหติ ‘กุทาสฺสุ นามาหํ สเตน วา…เป… ราชธานีสุ จาริกํ จริสฺสามิ สกฺกโต, ครุกโต, มานิโต, ปูชิโต, อปจิโต, คหฏฺฐานญฺเจว ปพฺพชิตานญฺจ ลาภี จีวร…เป… ปริกฺขาราน’นฺติ. โส อปเรน สมเยน สเตน วา สหสฺเสน วา ปริวุโต คามนิคมราชธานีสุ จาริกํ จรติ สกฺกโต…เป… ปริกฺขารานํ. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม มหาโจโร สนฺโต สํวิชฺชมาโน โลกสฺมึ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปาปภิกฺขุ ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ ปริยาปุณิตฺวา อตฺตโน ทหติ, อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย…เป… โลกสฺมึ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปาปภิกฺขุ สุทฺธํ พฺรหฺมจารึ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺตํ อมูลเกน อพฺรหฺมจริเยน อนุทฺธํเสติ. อยํ, ภิกฺขเว, ตติโย…เป… โลกสฺมึ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ, ปาปภิกฺขุ ยานิ ตานิ สงฺฆสฺส ครุภณฺฑานิ ครุปริกฺขารานิ, เสยฺยถิทํ – อาราโม, อารามวตฺถุ, วิหาโร, วิหารวตฺถุ, มญฺโจ, ปีฐํ, ภิสิ, พิมฺโพหนํ, โลหกุมฺภี, โลหภาณกํ, โลหวารโก, โลหกฏาหํ, วาสิ, ผรสุ, กุฐารี, กุทาโล, นิขาทนํ, วลฺลิ, เวฬุ, มุญฺชํ, ปพฺพชํ, ติณํ, มตฺติกา, ทารุภณฺฑํ, มตฺติกาภณฺฑํ, เตหิ คิหึ สงฺคณฺหาติ อุปลาเปติ. อยํ, ภิกฺขเว, จตุตฺโถ…เป… โลกสฺมึ.

‘‘สเทวเก, ภิกฺขเว, โลเก…เป… สเทวมนุสฺสาย อยํ อคฺโค มหาโจโร, โย อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปตี’’ติ (ปารา. ๑๙๕).

ตตฺถ โลกิยโจรา โลกิยเมว ธนธญฺญาทึ เถเนนฺติ. สาสเน วุตฺตโจเรสุ ปฐโม ตถารูปเมว จีวราทิปจฺจยมตฺตํ, ทุติโย ปริยตฺติธมฺมํ, ตติโย ปรสฺส พฺรหฺมจริยํ, จตุตฺโถ สงฺฆิกครุภณฺฑํ, ปญฺจโม ฌานสมาธิสมาปตฺติมคฺคผลปฺปเภทํ โลกิยโลกุตฺตรคุณธนํ, โลกิยญฺจ จีวราทิปจฺจยชาตํ. ยถาห – ‘‘เถยฺยาย โว, ภิกฺขเว, รฏฺฐปิณฺโฑ ภุตฺโต’’ติ. ตตฺถ ยฺวายํ ปญฺจโม มหาโจโร, ตํ สนฺธายาห ภควา ‘‘โจโร สพฺรหฺมเก โลเก’’ติ. โส หิ ‘‘สเทวเก, ภิกฺขเว, โลเก…เป… สเทวมนุสฺสาย อยํ อคฺโค มหาโจโร, โย อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปตี’’ติ (ปารา. ๑๙๕) เอวํ โลกิยโลกุตฺตรธนเถนนโต อคฺโค มหาโจโรติ วุตฺโต, ตสฺมา ตํ อิธาปิ ‘‘สพฺรหฺมเก โลเก’’ติ อิมินา อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน ปกาเสสิ.

เอโส โข วสลาธโมติ. เอตฺถ โขติ อวธารณตฺโถ, เตน เอโส เอว วสลาธโม. วสลานํ หีโน สพฺพปจฺฉิมโกติ อวธาเรติ. กสฺมา? วิสิฏฺฐวตฺถุมฺหิ เถยฺยธมฺมวสฺสนโต, ยาว ตํ ปฏิญฺญํ น วิสฺสชฺเชติ, ตาว อวิคตวสลกรณธมฺมโต จาติ.

เอเต โข วสลาติ. อิทานิ เย เต ปฐมคาถาย อาสยวิปตฺติวเสน โกธนาทโย ปญฺจ, ปาปมกฺขึ วา ทฺวิธา กตฺวา ฉ, ทุติยคาถาย ปโยควิปตฺติวเสน ปาณหึสโก เอโก, ตติยาย ปโยควิปตฺติวเสเนว คามนิคมนิคฺคาหโก เอโก, จตุตฺถาย เถยฺยาวหารวเสน เอโก, ปญฺจมาย อิณวญฺจนวเสน เอโก, ฉฏฺฐาย ปสยฺหาวหารวเสน ปนฺถทูสโก เอโก, สตฺตมาย กูฏสกฺขิวเสน เอโก, อฏฺฐมาย มิตฺตทุพฺภิวเสน เอโก, นวมาย อกตญฺญุวเสน เอโก, ทสมาย กตนาสนวิเหสนวเสน เอโก, เอกาทสมาย หทยวญฺจนวเสน เอโก, ทฺวาทสมาย ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺตวเสน เทฺว, เตรสมาย อกตญฺญุวเสน เอโก, จุทฺทสมาย วญฺจนวเสน เอโก, ปนฺนรสมาย วิเหสนวเสน เอโก, โสฬสมาย วญฺจนวเสน เอโก, สตฺตรสมาย อตฺตุกฺกํสนปรวมฺภนวเสน เทฺว, อฏฺฐารสมาย ปโยคาสยวิปตฺติวเสน โรสกาทโย สตฺต, เอกูนวีสติมาย ปริภาสนวเสน เทฺว, วีสติมาย อคฺคมหาโจรวเสน เอโกติ เอวํ เตตฺตึส จตุตฺตึส วา วสลา วุตฺตา. เต นิทฺทิสนฺโต อาห ‘‘เอเต โข วสลา วุตฺตา, มยา เย เต ปกาสิตา’’ติ. ตสฺสตฺโถ – เย เต มยา ปุพฺเพ ‘‘ชานาสิ ปน ตฺวํ, พฺราหฺมณ, วสล’’นฺติ เอวํ สงฺเขปโต วสลา วุตฺตา, เต วิตฺถารโต เอเต โข ปกาสิตาติ. อถ วา เย เต มยา ปุคฺคลวเสน วุตฺตา, เต ธมฺมวเสนาปิ เอเต โข ปกาสิตา. อถ วา เอเต โข วสลา วุตฺตา อริเยหิ กมฺมวเสน, น ชาติวเสน, มยา เย เต ปกาสิตา ‘‘โกธโน อุปนาหี’’ติอาทินา นเยน.

๑๓๖. เอวํ ภควา วสลํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยสฺมา พฺราหฺมโณ สกาย ทิฏฺฐิยา อตีว อภินิวิฏฺโฐ โหติ, ตสฺมา ตํ ทิฏฺฐึ ปฏิเสเธนฺโต อาห ‘‘น ชจฺจา วสโล โหตี’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ปรมตฺถโต หิ น ชจฺจา วสโล โหติ, น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ, อปิจ โข กมฺมุนา วสโล โหติ, กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ, อปริสุทฺธกมฺมวสฺสนโต วสโล โหติ, ปริสุทฺเธน กมฺมุนา อปริสุทฺธวาหนโต พฺราหฺมโณ โหติ. ยสฺมา วา ตุเมฺห หีนํ วสลํ อุกฺกฏฺฐํ พฺราหฺมณํ มญฺญิตฺถ, ตสฺมา หีเนน กมฺมุนา วสโล โหติ, อุกฺกฏฺเฐน กมฺมุนา พฺราหฺมโณ โหตีติ เอวมฺปิ อตฺถํ ญาเปนฺโต เอวมาห.

๑๓๗-๑๓๙. อิทานิ ตเมวตฺถํ นิทสฺสเนน สาเธตุํ ‘‘ตทมินาปิ ชานาถา’’ติอาทิกา ติสฺโส คาถาโย อาห. ตาสุ เทฺว จตุปฺปาทา, เอกา ฉปฺปาทา, ตาสํ อตฺโถ – ยํ มยา วุตฺตํ ‘‘น ชจฺจา วสโล โหตี’’ติอาทิ, ตทมินาปิ ชานาถ, ยถา เมทํ นิทสฺสนํ, ตํ อิมินาปิ ปกาเรน ชานาถ, เยน เม ปกาเรน เยน สามญฺเญน อิทํ นิทสฺสนนฺติ วุตฺตํ โหติ. กตมํ นิทสฺสนนฺติ เจ? จณฺฑาลปุตฺโต โสปาโก…เป… พฺรหฺมโลกูปปตฺติยาติ.

จณฺฑาลสฺส ปุตฺโต จณฺฑาลปุตฺโต. อตฺตโน ขาทนตฺถาย มเต สุนเข ลภิตฺวา ปจตีติ โสปาโก. มาตงฺโคติ เอวํนาโม วิสฺสุโตติ เอวํ หีนาย ชาติยา จ ชีวิกาย จ นาเมน จ ปากโฏ.

โสติ ปุริมปเทน สมฺพนฺธิตฺวา โส มาตงฺโค ยสํ ปรมํ ปตฺโต, อพฺภุตํ อุตฺตมํ อติวิสิฏฺฐํ ยสํ กิตฺตึ ปสํสํ ปตฺโต. ยํ สุทุลฺลภนฺติ ยํ อุฬารกุลูปปนฺเนนาปิ ทุลฺลภํ, หีนกุลูปปนฺเนน สุทุลฺลภํ. เอวํ ยสปฺปตฺตสฺส จ อาคจฺฉุํ ตสฺสุปฏฺฐานํ, ขตฺติยา พฺราหฺมณา พหู, ตสฺส มาตงฺคสฺส ปาริจริยตฺถํ ขตฺติยา จ พฺราหฺมณา จ อญฺเญ จ พหู เวสฺสสุทฺทาทโย ชมฺพุทีปมนุสฺสา เยภุยฺเยน อุปฏฺฐานํ อาคมึสูติ อตฺโถ.

เอวํ อุปฏฺฐานสมฺปนฺโน โส มาตงฺโค วิคตกิเลสรชตฺตา วิรชํ, มหนฺเตหิ พุทฺธาทีหิ ปฏิปนฺนตฺตา มหาปถํ, พฺรหฺมโลกสงฺขาตํ เทวโลกํ ยาเปตุํ สมตฺถตฺตา เทวโลกยานสญฺญิตํ อฏฺฐสมาปตฺติยานํ อภิรุยฺห, ตาย ปฏิปตฺติยา กามราคํ วิราเชตฺวา, กายสฺส เภทา พฺรหฺมโลกูปโค อหุ, สา ตถา หีนาปิ น นํ ชาติ นิวาเรสิ พฺรหฺมโลกูปปตฺติยา, พฺรหฺมโลกูปปตฺติโตติ วุตฺตํ โหติ.

อยํ ปนตฺโถ เอวํ เวทิตพฺโพ – อตีเต กิร มหาปุริโส เตน เตนุปาเยน สตฺตหิตํ กโรนฺโต โสปากชีวิเก จณฺฑาลกุเล อุปฺปชฺชิ. โส นาเมน มาตงฺโค, รูเปน ทุทฺทสิโก หุตฺวา พหินคเร จมฺมกุฏิกาย วสติ, อนฺโตนคเร ภิกฺขํ จริตฺวา ชีวิกํ กปฺเปติ. อเถกทิวสํ ตสฺมึ นคเร สุรานกฺขตฺเต โฆสิเต ธุตฺตา ยถาสเกน ปริวาเรน กีฬนฺติ. อญฺญตราปิ พฺราหฺมณมหาสาลธีตา ปนฺนรสโสฬสวสฺสุทฺเทสิกา เทวกญฺญา วิย รูเปน ทสฺสนียา ปาสาทิกา ‘‘อตฺตโน กุลวํสานุรูปํ กีฬิสฺสามี’’ติ ปหูตํ ขชฺชโภชฺชาทิกีฬนสมฺภารํ สกเฏสุ อาโรเปตฺวา สพฺพเสตวฬวยุตฺตํ ยานมารุยฺห มหาปริวาเรน อุยฺยานภูมึ คจฺฉติ ทิฏฺฐมงฺคลิกาติ นาเมน. สา กิร ‘‘ทุสฺสณฺฐิตํ รูปํ อวมงฺคล’’นฺติ ทฏฺฐุํ น อิจฺฉติ, เตนสฺสา ทิฏฺฐมงฺคลิกาเตฺวว สงฺขา อุทปาทิ.

ตทา โส มาตงฺโค กาลสฺเสว วุฏฺฐาย ปฏปิโลติกํ นิวาเสตฺวา, กํสตาฬํ หตฺเถ พนฺธิตฺวา, ภาชนหตฺโถ นครํ ปวิสติ, มนุสฺเส ทิสฺวา ทูรโต เอว กํสตาฬํ อาโกเฏนฺโต. อถ ทิฏฺฐมงฺคลิกา ‘‘อุสฺสรถ, อุสฺสรถา’’ติ ปุรโต ปุรโต หีนชนํ อปเนนฺเตหิ ปุริเสหิ นียมานา นครทฺวารมชฺเฌ มาตงฺคํ ทิสฺวา ‘‘โก เอโส’’ติ อาห. อหํ มาตงฺคจณฺฑาโลติ. สา ‘‘อีทิสํ ทิสฺวา คตานํ กุโต วุฑฺฒี’’ติ ยานํ นิวตฺตาเปสิ. มนุสฺสา ‘‘ยํ มยํ อุยฺยานํ คนฺตฺวา ขชฺชโภชฺชาทึ ลเภยฺยาม, ตสฺส โน มาตงฺเคน อนฺตราโย กโต’’ติ กุปิตา ‘‘คณฺหถ จณฺฑาล’’นฺติ เลฑฺฑูหิ ปหริตฺวา ‘‘มโต’’ติ ปาเท คเหตฺวา เอกมนฺเต ฉฑฺเฑตฺวา กจวเรน ปฏิจฺฉาเทตฺวา อคมํสุ. โส สตึ ปฏิลภิตฺวา อุฏฺฐาย มนุสฺเส ปุจฺฉิ – ‘‘กึ, อยฺยา, ทฺวารํ นาม สพฺพสาธารณํ, อุทาหุ พฺราหฺมณานํเยว กต’’นฺติ? มนุสฺสา อาหํสุ – ‘‘สพฺเพสํ สาธารณ’’นฺติ. ‘‘เอวํ สพฺพสาธารณทฺวาเรน ปวิสิตฺวา ภิกฺขาหาเรน ยาเปนฺตํ มํ ทิฏฺฐมงฺคลิกาย มนุสฺสา อิมํ อนยพฺยสนํ ปาเปสุ’’นฺติ รถิกาย รถิกํ อาหิณฺฑนฺโต มนุสฺสานํ อาโรเจตฺวา พฺราหฺมณสฺส ฆรทฺวาเร นิปชฺชิ – ‘‘ทิฏฺฐมงฺคลิกํ อลทฺธา น วุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ.

พฺราหฺมโณ ‘‘ฆรทฺวาเร มาตงฺโค นิปนฺโน’’ติ สุตฺวา ‘‘ตสฺส กากณิกํ เทถ, เตเลน องฺคํ มกฺเขตฺวา คจฺฉตู’’ติ อาห. โส ตํ น อิจฺฉติ, ‘‘ทิฏฺฐมงฺคลิกํ อลทฺธา น วุฏฺฐหิสฺสามิ’’จฺเจว อาห. ตโต พฺราหฺมโณ ‘‘เทฺว กากณิกาโย เทถ, กากณิกาย ปูวํ ขาทตุ, กากณิกาย เตเลน องฺคํ มกฺเขตฺวา คจฺฉตู’’ติ อาห. โส ตํ น อิจฺฉติ, ตเถว วทติ. พฺราหฺมโณ สุตฺวา ‘‘มาสกํ เทถ, ปาทํ, อุปฑฺฒกหาปณํ, กหาปณํ เทฺว ตีณี’’ติ ยาว สตํ อาณาเปสิ. โส น อิจฺฉติ, ตเถว วทติ. เอวํ ยาจนฺตานํเยว สูริโย อตฺถงฺคโต. อถ พฺราหฺมณี ปาสาทา โอรุยฺห สาณิปาการํ ปริกฺขิปาเปตฺวา ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ยาจิ – ‘‘ตาต มาตงฺค, ทิฏฺฐมงฺคลิกาย อปราธํ ขม, สหสฺสํ คณฺหาหิ, เทฺว ตีณี’’ติ ยาว ‘‘สตสหสฺสํ คณฺหาหี’’ติ อาห. โส ตุณฺหีภูโต นิปชฺชิเยว.

เอวํ จตูหปญฺจาเห วีติวตฺเต พหุมฺปิ ปณฺณาการํ ทตฺวา ทิฏฺฐมงฺคลิกํ อลภนฺตา ขตฺติยกุมาราทโย มาตงฺคสฺส อุปกณฺณเก อาโรจาเปสุํ – ‘‘ปุริสา นาม อเนกานิปิ สํวจฺฉรานิ วีริยํ กตฺวา อิจฺฉิตตฺถํ ปาปุณนฺติ, มา โข ตฺวํ นิพฺพิชฺชิ, อทฺธา ทฺวีหตีหจฺจเยน ทิฏฺฐมงฺคลิกํ ลจฺฉสี’’ติ. โส ตุณฺหีภูโต นิปชฺชิเยว. อถ สตฺตเม ทิวเส สมนฺตา ปฏิวิสฺสกา อุฏฺฐหิตฺวา ‘‘ตุเมฺห มาตงฺคํ วา อุฏฺฐาเปถ, ทาริกํ วา เทถ, มา อเมฺห สพฺเพ นาสยิตฺถา’’ติ อาหํสุ. เตสํ กิร อยํ ทิฏฺฐิ ‘‘ยสฺส ฆรทฺวาเร เอวํ นิปนฺโน จณฺฑาโล มรติ, ตสฺส ฆเรน สห สมนฺตา สตฺตสตฺตฆรวาสิโน จณฺฑาลา โหนฺตี’’ติ. ตโต ทิฏฺฐมงฺคลิกํ นีลปฏปิโลติกํ นิวาสาเปตฺวา อุฬุงฺกกโฬปิกาทีนิ ทตฺวา ปริเทวมานํ ตสฺส สนฺติกํ เนตฺวา ‘‘คณฺห ทาริกํ, อุฏฺฐาย คจฺฉาหี’’ติ อทํสุ. สา ปสฺเส ฐตฺวา ‘‘อุฏฺฐาหี’’ติ อาห, โส ‘‘หตฺเถน มํ คเหตฺวา อุฏฺฐาเปหี’’ติ อาห. สา นํ อุฏฺฐาเปสิ. โส นิสีทิตฺวา อาห – ‘‘มยํ อนฺโตนคเร วสิตุํ น ลภาม, เอหิ มํ พหินคเร จมฺมกุฏึ เนหี’’ติ. สา นํ หตฺเถ คเหตฺวา ตตฺถ เนสิ. ‘‘ปิฏฺฐิยํ อาโรเปตฺวา’’ติ ชาตกภาณกา. เนตฺวา จสฺส สรีรํ เตเลน มกฺเขตฺวา, อุโณฺหทเกน นฺหาเปตฺวา, ยาคุํ ปจิตฺวา อทาสิ. โส ‘‘พฺราหฺมณกญฺญา อยํ มา วินสฺสี’’ติ ชาติสมฺเภทํ อกตฺวาว อฑฺฒมาสมตฺตํ พลํ คเหตฺวา ‘‘อหํ วนํ คจฺฉามิ, ‘อติจิรายตี’ติ มา ตฺวํ อุกฺกณฺฐี’’ติ วตฺวา ฆรมานุสกานิ จ ‘‘อิมํ มา ปมชฺชิตฺถา’’ติ อาณาเปตฺวา ฆรา นิกฺขมฺม ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา, กสิณปริกมฺมํ กตฺวา, กติปาเหเนว อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปญฺจ จ อภิญฺญาโย นิพฺพตฺเตตฺวา ‘‘อิทานาหํ ทิฏฺฐมงฺคลิกาย มนาโป ภวิสฺสามี’’ติ อากาเสนาคนฺตฺวา นครทฺวาเร โอโรหิตฺวา ทิฏฺฐมงฺคลิกาย สนฺติกํ เปเสสิ.

สา สุตฺวา ‘‘โกจิ มญฺเญ มม ญาตโก ปพฺพชิโต มํ ทุกฺขิตํ ญตฺวา ทฏฺฐุํ อาคโต ภวิสฺสตี’’ติ จินฺตยมานา คนฺตฺวา, ตํ ญตฺวา, ปาเทสุ นิปติตฺวา ‘‘กิสฺส มํ อนาถํ ตุเมฺห อกตฺถา’’ติ อาห. มหาปุริโส ‘‘มา ตฺวํ ทิฏฺฐมงฺคลิเก ทุกฺขินี อโหสิ, สกลชมฺพุทีปวาสีหิ เต สกฺการํ กาเรสฺสามี’’ติ วตฺวา เอตทโวจ – ‘‘คจฺฉ ตฺวํ โฆสนํ กโรหิ – ‘มหาพฺรหฺมา มม สามิโก น มาตงฺโค, โส จนฺทวิมานํ ภินฺทิตฺวา สตฺตเม ทิวเส มม สนฺติกํ อาคมิสฺสตี’’’ติ. สา อาห – ‘‘อหํ, ภนฺเต, พฺราหฺมณมหาสาลธีตา หุตฺวา อตฺตโน ปาปกมฺเมน อิมํ จณฺฑาลภาวํ ปตฺตา, น สกฺโกมิ เอวํ วตฺตุ’’นฺติ. มหาปุริโส ‘‘น ตฺวํ มาตงฺคสฺส อานุภาวํ ชานาสี’’ติ วตฺวา ยถา สา สทฺทหติ, ตถา อเนกานิ ปาฏิหาริยานิ ทสฺเสตฺวา ตเถว ตํ อาณาเปตฺวา อตฺตโน วสตึ อคมาสิ. สา ตถา อกาสิ.

มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ หสนฺติ – ‘‘กถญฺหิ นามายํ อตฺตโน ปาปกมฺเมน จณฺฑาลภาวํ ปตฺวา ปุน ตํ มหาพฺรหฺมานํ กริสฺสตี’’ติ. สา อธิมานา เอว หุตฺวา ทิวเส ทิวเส โฆสนฺตี นครํ อาหิณฺฑติ ‘‘อิโต ฉฏฺเฐ ทิวเส, ปญฺจเม, จตุตฺเถ, ตติเย, สุเว, อชฺช อาคมิสฺสตี’’ติ. มนุสฺสา ตสฺสา วิสฺสตฺถวาจํ สุตฺวา ‘‘กทาจิ เอวมฺปิ สิยา’’ติ อตฺตโน อตฺตโน ฆรทฺวาเรสุ มณฺฑปํ การาเปตฺวา, สาณิปาการํ สชฺเชตฺวา, วยปฺปตฺตา ทาริกาโย อลงฺกริตฺวา ‘‘มหาพฺรหฺมนิ อาคเต กญฺญาทานํ ทสฺสามา’’ติ อากาสํ อุลฺโลเกนฺตา นิสีทึสุ. อถ มหาปุริโส ปุณฺณมทิวเส คคนตลํ อุปารูเฬฺห จนฺเท จนฺทวิมานํ ผาเลตฺวา ปสฺสโต มหาชนสฺส มหาพฺรหฺมรูเปน นิคฺคจฺฉิ. มหาชโน ‘‘เทฺว จนฺทา ชาตา’’ติ อติมญฺญิ. ตโต อนุกฺกเมน อาคตํ ทิสฺวา ‘‘สจฺจํ ทิฏฺฐมงฺคลิกา อาห, มหาพฺรหฺมาว อยํ ทิฏฺฐมงฺคลิกํ ทเมตุํ ปุพฺเพ มาตงฺคเวเสนาคจฺฉี’’ติ นิฏฺฐํ อคมาสิ. เอวํ โส มหาชเนน ทิสฺสมาโน ทิฏฺฐมงฺคลิกาย วสนฏฺฐาเน เอว โอตริ. สา จ ตทา อุตุนี อโหสิ. โส ตสฺสา นาภึ องฺคุฏฺฐเกน ปรามสิ. เตน ผสฺเสน คพฺโภ ปติฏฺฐาสิ. ตโต นํ ‘‘คพฺโภ เต สณฺฐิโต, ปุตฺตมฺหิ ชาเต ตํ นิสฺสาย ชีวาหี’’ติ วตฺวา ปสฺสโต มหาชนสฺส ปุน จนฺทวิมานํ ปาวิสิ.

พฺราหฺมณา ‘‘ทิฏฺฐมงฺคลิกา มหาพฺรหฺมุโน ปชาปติ อมฺหากํ มาตา ชาตา’’ติ วตฺวา ตโต ตโต อาคจฺฉนฺติ. ตํ สกฺการํ กาตุกามานํ มนุสฺสานํ สมฺปีฬเนน นครทฺวารานิ อโนกาสานิ อเหสุํ. เต ทิฏฺฐมงฺคลิกํ หิรญฺญราสิมฺหิ ฐเปตฺวา, นฺหาเปตฺวา, มณฺเฑตฺวา, รถํ อาโรเปตฺวา, มหาสกฺกาเรน นครํ ปทกฺขิณํ การาเปตฺวา, นครมชฺเฌ มณฺฑปํ การาเปตฺวา, ตตฺร นํ ‘‘มหาพฺรหฺมุโน ปชาปตี’’ติ ทิฏฺฐฏฺฐาเน ฐเปตฺวา วสาเปนฺติ ‘‘ยาวสฺสา ปติรูปํ วสโนกาสํ กโรม, ตาว อิเธว วสตู’’ติ. สา มณฺฑเป เอว ปุตฺตํ วิชายิ. ตํ วิสุทฺธทิวเส สทฺธึ ปุตฺเตน สสีสํ นฺหาเปตฺวา มณฺฑเป ชาโตติ ทารกสฺส ‘‘มณฺฑพฺยกุมาโร’’ติ นามํ อกํสุ. ตโต ปภุติ จ นํ พฺราหฺมณา ‘‘มหาพฺรหฺมุโน ปุตฺโต’’ติ ปริวาเรตฺวา จรนฺติ. ตโต อเนกสตสหสฺสปฺปการา ปณฺณาการา อาคจฺฉนฺติ, เต พฺราหฺมณา กุมารสฺสารกฺขํ ฐเปสุํ, อาคตา ลหุํ กุมารํ ทฏฺฐุํ น ลภนฺติ.

กุมาโร อนุปุพฺเพน วุฑฺฒิมนฺวาย ทานํ ทาตุํ อารทฺโธ. โส สาลาย สมฺปตฺตานํ กปณทฺธิกานํ อทตฺวา พฺราหฺมณานํเยว เทติ. มหาปุริโส ‘‘กึ มม ปุตฺโต ทานํ เทตี’’ติ อาวชฺเชตฺวา พฺราหฺมณานํเยว ทานํ เทนฺตํ ทิสฺวา ‘‘ยถา สพฺเพสํ ทสฺสติ, ตถา กริสฺสามี’’ติ จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา อากาเสน อาคมฺม ปุตฺตสฺส ฆรทฺวาเร อฏฺฐาสิ. กุมาโร ตํ ทิสฺวา ‘‘กุโต อยํ เอวํ วิรูปเวโส วสโล อาคโต’’ติ กุทฺโธ อิมํ คาถมาห –

‘‘กุโต นุ อาคจฺฉสิ ทุมฺมวาสี, โอตลฺลโก ปํสุปิสาจโกว;

สงฺการโจฬํ ปฏิมุญฺจ กณฺเฐ, โก เร ตุวํ โหสิ อทกฺขิเณยฺโย’’ติ.

พฺราหฺมณา ‘‘คณฺหถ คณฺหถา’’ติ ตํ คเหตฺวา อาโกเฏตฺวา อนยพฺยสนํ ปาเปสุํ. โส อากาเสน คนฺตฺวา พหินคเร ปจฺจฏฺฐาสิ. เทวตา กุปิตา กุมารํ คเล คเหตฺวา อุทฺธํปาทํ อโธสิรํ ฐเปสุํ. โส อกฺขีหิ นิคฺคเตหิ มุเขน เขฬํ ปคฺฆรนฺเตน ฆรุฆรุปสฺสาสี ทุกฺขํ เวทยติ. ทิฏฺฐมงฺคลิกา สุตฺวา ‘‘โกจิ อาคโต อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, ปพฺพชิโต อาคจฺฉี’’ติ. ‘‘กุหึ คโต’’ติ? ‘‘เอวํ คโต’’ติ. สา ตตฺถ คนฺตฺวา ‘‘ขมถ, ภนฺเต, อตฺตโน ทาสสฺสา’’ติ ยาจนฺตี ตสฺส ปาทมูเล ภูมิยา นิปชฺชิ. เตน จ สมเยน มหาปุริโส ปิณฺฑาย จริตฺวา, ยาคุํ ลภิตฺวา, ตํ ปิวนฺโต ตตฺถ นิสินฺโน โหติ, โส อวสิฏฺฐํ โถกํ ยาคุํ ทิฏฺฐมงฺคลิกาย อทาสิ. ‘‘คจฺฉ อิมํ ยาคุํ อุทกกุมฺภิยา อาโลเลตฺวา เยสํ ภูตวิกาโร อตฺถิ, เตสํ อกฺขิมุขกณฺณนาสาพิเลสุ อาสิญฺจ, สรีรญฺจ ปริปฺโผเสหิ, เอวํ นิพฺพิการา ภวิสฺสนฺตี’’ติ. สา ตถา อกาสิ. ตโต กุมาเร ปกติสรีเร ชาเต ‘‘เอหิ, ตาต มณฺฑพฺย, ตํ ขมาเปสฺสามา’’ติ ปุตฺตญฺจ สพฺเพ พฺราหฺมเณ จ ตสฺส ปาทมูเล นิกฺกุชฺชิตฺวา นิปชฺชาเปตฺวา ขมาเปสิ.

โส ‘‘สพฺพชนสฺส ทานํ ทาตพฺพ’’นฺติ โอวทิตฺวา, ธมฺมกถํ กตฺวา, อตฺตโน วสนฏฺฐานํเยว คนฺตฺวา, จินฺเตสิ ‘‘อิตฺถีสุ ปากฏา ทิฏฺฐมงฺคลิกา ทมิตา, ปุริเสสุ ปากโฏ มณฺฑพฺยกุมาโร, อิทานิ โก ทเมตพฺโพ’’ติ. ตโต ชาติมนฺตตาปสํ อทฺทส พนฺธุมตีนครํ นิสฺสาย กุมฺภวตีนทีตีเร วิหรนฺตํ. โส ‘‘อหํ ชาติยา วิสิฏฺโฐ, อญฺเญหิ ปริภุตฺโตทกํ น ปริภุญฺชามี’’ติ อุปรินทิยา วสติ. มหาปุริโส ตสฺส อุปริภาเค วาสํ กปฺเปตฺวา ตสฺส อุทกปริโภคเวลายํ ทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา อุทเก ปกฺขิปิ. ตาปโส ตํ อุทเกน วุยฺหมานํ ทิสฺวา ‘‘เกนิทํ ขิตฺต’’นฺติ ปฏิโสตํ คนฺตฺวา มหาปุริสํ ทิสฺวา ‘‘โก เอตฺถา’’ติ อาห. ‘‘มาตงฺคจณฺฑาโล, อาจริยา’’ติ. ‘‘อเปหิ, จณฺฑาล, มา อุปรินทิยา วสี’’ติ. มหาปุริโส ‘‘สาธุ, อาจริยา’’ติ เหฏฺฐานทิยา วสติ, ปฏิโสตมฺปิ ทนฺตกฏฺฐํ ตาปสสฺส สนฺติกํ อาคจฺฉติ. ตาปโส ปุน คนฺตฺวา ‘‘อเปหิ, จณฺฑาล, มา เหฏฺฐานทิยํ วส, อุปรินทิยาเยว วสา’’ติ อาห. มหาปุริโส ‘‘สาธุ, อาจริยา’’ติ ตถา อกาสิ, ปุนปิ ตเถว อโหสิ. ตาปโส ปุนปิ ‘‘ตถา กโรตี’’ติ ทุฏฺโฐ มหาปุริสํ สปิ ‘‘สูริยสฺส เต อุคฺคมนเวลาย สตฺตธา มุทฺธา ผลตู’’ติ. มหาปุริโสปิ ‘‘สาธุ, อาจริย, อหํ ปน สูริยุฏฺฐานํ น เทมี’’ติ วตฺวา สูริยุฏฺฐานํ นิวาเรสิ. ตโต รตฺติ น วิภายติ, อนฺธกาโร ชาโต, ภีตา พนฺธุมตีวาสิโน ตาปสสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘อตฺถิ นุ โข, อาจริย, อมฺหากํ โสตฺถิภาโว’’ติ ปุจฺฉึสุ. เต หิ ตํ ‘‘อรหา’’ติ มญฺญนฺติ. โส เตสํ สพฺพมาจิกฺขิ. เต มหาปุริสํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘สูริยํ, ภนฺเต, มุญฺจถา’’ติ ยาจึสุ. มหาปุริโส ‘‘ยทิ ตุมฺหากํ อรหา อาคนฺตฺวา มํ ขมาเปติ, มุญฺจามี’’ติ อาห.

มนุสฺสา คนฺตฺวา ตาปสํ อาหํสุ – ‘‘เอหิ, ภนฺเต, มาตงฺคปณฺฑิตํ ขมาเปหิ, มา ตุมฺหากํ กลหการณา มยํ นสฺสิมฺหา’’ติ. โส ‘‘นาหํ จณฺฑาลํ ขมาเปมี’’ติ อาห. มนุสฺสา ‘‘อเมฺห ตฺวํ นาเสสี’’ติ ตํ หตฺถปาเทสุ คเหตฺวา มหาปุริสสฺส สนฺติกํ เนสุํ. มหาปุริโส ‘‘มม ปาทมูเล กุจฺฉิยา นิปชฺชิตฺวา ขมาเปนฺเต ขมามี’’ติ อาห. มนุสฺสา ‘‘เอวํ กโรหี’’ติ อาหํสุ. ตาปโส ‘‘นาหํ จณฺฑาลํ วนฺทามี’’ติ. มนุสฺสา ‘‘ตว ฉนฺเทน น วนฺทิสฺสสี’’ติ หตฺถปาทมสฺสุคีวาทีสุ คเหตฺวา มหาปุริสสฺส ปาทมูเล สยาเปสุํ. โส ‘‘ขมามหํ อิมสฺส, อปิจาหํ ตสฺเสวานุกมฺปาย สูริยํ น มุญฺจามิ, สูริเย หิ อุคฺคตมตฺเต มุทฺธา อสฺส สตฺตธา ผลิสฺสตี’’ติ อาห. มนุสฺสา ‘‘อิทานิ, ภนฺเต, กึ กาตพฺพ’’นฺติ อาหํสุ. มหาปุริโส ‘‘เตน หิ อิมํ คลปฺปมาเณ อุทเก ฐเปตฺวา มตฺติกาปิณฺเฑนสฺส สีสํ ปฏิจฺฉาเทถ, สูริยรสฺมีหิ ผุฏฺโฐ มตฺติกาปิณฺโฑ สตฺตธา ผลิสฺสติ. ตสฺมึ ผลิเต เอส อญฺญตฺร คจฺฉตู’’ติ อาห. เต ตาปสํ หตฺถปาทาทีสุ คเหตฺวา ตถา อกํสุ. สูริเย มุญฺจิตมตฺเต มตฺติกาปิณฺโฑ สตฺตธา ผลิตฺวา ปติ, ตาปโส ภีโต ปลายิ. มนุสฺสา ทิสฺวา ‘‘ปสฺสถ, โภ, สมณสฺส อานุภาว’’นฺติ ทนฺตกฏฺฐปกฺขิปนมาทึ กตฺวา สพฺพํ วิตฺถาเรตฺวา ‘‘นตฺถิ อีทิโส สมโณ’’ติ ตสฺมึ ปสีทึสุ. ตโต ปภุติ สกลชมฺพุทีเป ขตฺติยพฺราหฺมณาทโย คหฏฺฐปพฺพชิตา มาตงฺคปณฺฑิตสฺส อุปฏฺฐานํ อคมํสุ. โส ยาวตายุกํ ฐตฺวา กายสฺส เภทา พฺรหฺมโลเก อุปฺปชฺชิ. เตนาห ภควา ‘‘ตทมินาปิ ชานาถ…เป… พฺรหฺมโลกูปปตฺติยา’’ติ.

๑๔๐-๑๔๑. เอวํ ‘‘น ชจฺจา วสโล โหติ, กมฺมุนา วสโล โหตี’’ติ สาเธตฺวา อิทานิ ‘‘น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ, กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ’’ติ เอตํ สาเธตุํ อาห ‘‘อชฺฌายกกุเล ชาตา …เป… ทุคฺคตฺยา ครหายวา’’ติ. ตตฺถ อชฺฌายกกุเล ชาตาติ มนฺตชฺฌายเก พฺราหฺมณกุเล ชาตา. ‘‘อชฺฌายกากุเฬ ชาตา’’ติปิ ปาโฐ. มนฺตานํ อชฺฌายเก อนุปกุฏฺเฐ จ พฺราหฺมณกุเล ชาตาติ อตฺโถ. มนฺตา พนฺธวา เอเตสนฺติ มนฺตพนฺธวา. เวทพนฺธู เวทปฏิสฺสรณาติ วุตฺตํ โหติ. เต จ ปาเปสุ กมฺเมสุ อภิณฺหมุปทิสฺสเรติ เต เอวํ กุเล ชาตา มนฺตพนฺธวา จ สมานาปิ ยทิ ปาณาติปาตาทีสุ ปาปกมฺเมสุ ปุนปฺปุนํ อุปทิสฺสนฺติ, อถ ทิฏฺเฐว ธมฺเม คารยฺหา สมฺปราเย จ ทุคฺคติ เต เอวมุปทิสฺสมานา อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว มาตาปิตูหิปิ ‘‘นยิเม อมฺหากํ ปุตฺตา, ทุชฺชาตา เอเต กุลสฺส องฺคารภูตา, นิกฺกฑฺฒถ เน’’ติ, พฺราหฺมเณหิปิ ‘‘คหปติกา เอเต, น เอเต พฺราหฺมณา, มา เนสํ สทฺธยญฺญถาลิปากาทีสุ ปเวสํ เทถ, มา เนหิ สทฺธึ สลฺลปถา’’ติ, อญฺเญหิปิ มนุสฺเสหิ ‘‘ปาปกมฺมนฺตา เอเต, น เอเต พฺราหฺมณา’’ติ เอวํ คารยฺหา โหนฺติ. สมฺปราเย จ เนสํ ทุคฺคติ นิรยาทิเภทา, ทุคฺคติ เอเตสํ ปรโลเก โหตีติ อตฺโถ. สมฺปราเย วาติปิ ปาโฐ. ปรโลเก เอเตสํ ทุกฺขสฺส คติ ทุคฺคติ, ทุกฺขปฺปตฺติเยว โหตีติ อตฺโถ. น เน ชาติ นิวาเรติ, ทุคฺคตฺยา ครหาย วาติ สา ตถา อุกฺกฏฺฐาปิ ยํ ตฺวํ สารโต ปจฺเจสิ, ชาติ เอเต ปาปกมฺเมสุ ปทิสฺสนฺเต พฺราหฺมเณ ‘‘สมฺปราเย จ ทุคฺคตี’’ติ เอตฺถ วุตฺตปฺปการาย ทุคฺคติยา วา, ‘‘ทิฏฺเฐว ธมฺเม คารยฺหา’’ติ เอตฺถ วุตฺตปฺปการาย ครหาย วา น นิวาเรติ.

๑๔๒. เอวํ ภควา อชฺฌายกกุเล ชาตานมฺปิ พฺราหฺมณานํ คารยฺหาทิกมฺมวเสน ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปติตภาวํ ทีเปนฺโต ทุคฺคติคมเนน จ สมฺปราเย พฺราหฺมณชาติยา อภาวํ ทีเปนฺโต ‘‘น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ, กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ’’ติ เอตมฺปิ อตฺถํ สาเธตฺวา อิทานิ ทุวิธมฺปิ อตฺถํ นิคเมนฺโต อาห, เอวํ พฺราหฺมณ –

‘‘น ชจฺจา วสโล โหติ, น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ;

กมฺมุนา วสโล โหติ, กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ’’ติ.

เสสํ กสิภารทฺวาชสุตฺเต วุตฺตนยเมว. วิเสสโต วา เอตฺถ นิกฺกุชฺชิตํ วาติอาทีนํ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา – ยถา โกจิ นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย, เอวํ มํ กมฺมวิมุขํ ชาติวาเท ปติตํ ‘‘ชาติยา พฺราหฺมณวสลภาโว โหตี’’ติ ทิฏฺฐิโต วุฏฺฐาเปนฺเตน, ยถา ปฏิจฺฉนฺนํ วิวเรยฺย, เอวํ ชาติวาทปฏิจฺฉนฺนํ กมฺมวาทํ วิวรนฺเตน, ยถา มูฬฺหสฺส มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, เอวํ พฺราหฺมณวสลภาวสฺส อสมฺภินฺนอุชุมคฺคํ อาจิกฺขนฺเตน, ยถา อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย, เอวํ มาตงฺคาทินิทสฺสนปชฺโชตธารเณน มยฺหํ โภตา โคตเมน เอเตหิ ปริยาเยหิ ปกาสิตตฺตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโตติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย อคฺคิกภารทฺวาชสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.