๖. ปราภวสุตฺตวณฺณนา
เอวํ เม สุตนฺติ ปราภวสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? มงฺคลสุตฺตํ กิร สุตฺวา เทวานํ เอตทโหสิ – ‘‘ภควตา มงฺคลสุตฺเต สตฺตานํ วุฑฺฒิญฺจ โสตฺถิญฺจ กถยมาเนน เอกํเสน ภโว เอว กถิโต, โน ปราภโว. หนฺท ทานิ เยน สตฺตา ปริหายนฺติ วินสฺสนฺติ, ตํ เนสํ ปราภวมฺปิ ปุจฺฉามา’’ติ. อถ มงฺคลสุตฺตํ กถิตทิวสโต ทุติยทิวเส ทสสหสฺสจกฺกวาเฬสุ เทวตาโย ปราภวสุตฺตํ โสตุกามา อิมสฺมึ เอกจกฺกวาเฬ สนฺนิปติตฺวา เอกวาลคฺคโกฏิโอกาสมตฺเต ทสปิ วีสมฺปิ ตึสมฺปิ จตฺตาลีสมฺปิ ปญฺญาสมฺปิ สฏฺฐิปิ สตฺตติปิ อสีติปิ สุขุมตฺตภาเว นิมฺมินิตฺวา สพฺพเทวมารพฺรหฺมาโน สิริยา จ เตเชน จ อธิคยฺห วิโรจมานํ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสินฺนํ ภควนฺตํ ปริวาเรตฺวา อฏฺฐํสุ. ตโต สกฺเกน เทวานมินฺเทน อาณตฺโต อญฺญตโร เทวปุตฺโต ภควนฺตํ ปราภวปญฺหํ ปุจฺฉิ. อถ ภควา ปุจฺฉาวเสน อิมํ สุตฺตมภาสิ.
ตตฺถ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิ อายสฺมตา อานนฺเทน วุตฺตํ. ‘‘ปราภวนฺตํ ปุริส’’นฺติอาทินา นเยน เอกนฺตริกา คาถา เทวปุตฺเตน วุตฺตา, ‘‘สุวิชาโน ภวํ โหตี’’ติอาทินา นเยน เอกนฺตริกา เอว อวสานคาถา จ ภควตา วุตฺตา, ตเทตํ สพฺพมฺปิ สโมธาเนตฺวา ‘‘ปราภวสุตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. ตตฺถ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ สพฺพํ มงฺคลสุตฺตวณฺณนายํ วกฺขาม.
๙๑. ปราภวนฺตํ ปุริสนฺติอาทีสุ ปน ปราภวนฺตนฺติ ปริหายนฺตํ วินสฺสนฺตํ. ปุริสนฺติ ยํกิญฺจิ สตฺตํ ชนฺตุํ. มยํ ปุจฺฉามโคตมาติ เสสเทเวหิ สทฺธึ อตฺตานํ นิทสฺเสตฺวา โอกาสํ กาเรนฺโต โส เทวปุตฺโต โคตฺเตน ภควนฺตํ อาลปติ. ภวนฺตํ ปุฏฺฐุมาคมฺมาติ มยญฺหิ ภวนฺตํ ปุจฺฉิสฺสามาติ ตโต ตโต จกฺกวาฬา อาคตาติ อตฺโถ. เอเตน อาทรํ ทสฺเสติ. กึ ปราภวโต มุขนฺติ เอวํ อาคตานํ อมฺหากํ พฺรูหิ ปราภวโต ปุริสสฺส กึ มุขํ, กึ ทฺวารํ, กา โยนิ, กึ การณํ, เยน มยํ ปราภวนฺตํ ปุริสํ ชาเนยฺยามาติ อตฺโถ. เอเตน ‘‘ปราภวนฺตํ ปุริส’’นฺติ เอตฺถ วุตฺตสฺส ปราภวโต ปุริสสฺส ปราภวการณํ ปุจฺฉติ. ปราภวการเณ หิ ญาเต เตน การณสามญฺเญน สกฺกา โย โกจิ ปราภวปุริโส ชานิตุนฺติ.
๙๒. อถสฺส ภควา สุฏฺฐุ ปากฏีกรณตฺถํ ปฏิปกฺขํ ทสฺเสตฺวา ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย ปราภวมุขํ ทีเปนฺโต อาห ‘‘สุวิชาโน ภว’’นฺติ. ตสฺสตฺโถ – ยฺวายํ ภวํ วฑฺฒนฺโต อปริหายนฺโต ปุริโส, โส สุวิชาโน โหติ, สุเขน อกสิเรน อกิจฺเฉน สกฺกา วิชานิตุํ. โยปายํ ปราภวตีติ ปราภโว, ปริหายติ วินสฺสติ, ยสฺส ตุเมฺห ปราภวโต ปุริสสฺส มุขํ มํ ปุจฺฉถ, โสปิ สุวิชาโน. กถํ? อยญฺหิ ธมฺมกาโม ภวํ โหติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺมํ กาเมติ, ปิเหติ, ปตฺเถติ, สุณาติ, ปฏิปชฺชติ, โส ตํ ปฏิปตฺตึ ทิสฺวา สุตฺวา จ ชานิตพฺพโต สุวิชาโน โหติ. อิตโรปิ ธมฺมเทสฺสี ปราภโว, ตเมว ธมฺมํ เทสฺสติ, น กาเมติ, น ปิเหติ, น ปตฺเถติ, น สุณาติ, น ปฏิปชฺชติ, โส ตํ วิปฺปฏิปตฺตึ ทิสฺวา สุตฺวา จ ชานิตพฺพโต สุวิชาโน โหตีติ. เอวเมตฺถ ภควา ปฏิปกฺขํ ทสฺเสนฺโต อตฺถโต ธมฺมกามตํ ภวโต มุขํ ทสฺเสตฺวา ธมฺมเทสฺสิตํ ปราภวโต มุขํ ทสฺเสตีติ เวทิตพฺพํ.
๙๓. อถ สา เทวตา ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทมานา อาห ‘‘อิติ เหต’’นฺติ. ตสฺสตฺโถ – อิติ หิ ยถา วุตฺโต ภควตา, ตเถว เอตํ วิชานาม, คณฺหาม, ธาเรม, ปฐโม โส ปราภโว โส ธมฺมเทสฺสิตาลกฺขโณ ปฐโม ปราภโว. ยานิ มยํ ปราภวมุขานิ วิชานิตุํ อาคตมฺหา, เตสุ อิทํ ตาว เอกํ ปราภวมุขนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ วิคฺคโห, ปราภวนฺติ เอเตนาติ ปราภโว. เกน จ ปราภวนฺติ? ยํ ปราภวโต มุขํ, การณํ, เตน. พฺยญฺชนมตฺเตน เอว หิ เอตฺถ นานากรณํ, อตฺถโต ปน ปราภโวติ วา ปราภวโต มุขนฺติ วา นานากรณํ นตฺถิ. เอวเมกํ ปราภวโต มุขํ วิชานามาติ อภินนฺทิตฺวา ตโต ปรํ ญาตุกามตายาห ‘‘ทุติยํ ภควา พฺรูหิ, กึ ปราภวโต มุข’’นฺติ. อิโต ปรญฺจ ตติยํ จตุตฺถนฺติอาทีสุปิ อิมินาว นเยนตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๙๔. พฺยากรณปกฺเขปิ จ ยสฺมา เต เต สตฺตา เตหิ เตหิ ปราภวมุเขหิ สมนฺนาคตา, น เอโกเยว สพฺเพหิ, น จ สพฺเพ เอเกเนว, ตสฺมา เตสํ เตสํ ตานิ ตานิ ปราภวมุขานิ ทสฺเสตุํ ‘‘อสนฺตสฺส ปิยา โหนฺตี’’ติอาทินา นเยน ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เอว เทสนาย นานาวิธานิ ปราภวมุขานิ พฺยากาสีติ เวทิตพฺพา.
ตตฺรายํ สงฺเขปโต อตฺถวณฺณนา – อสนฺโต นาม ฉ สตฺถาโร, เย วา ปนญฺเญปิ อวูปสนฺเตน กายวจีมโนกมฺเมน สมนฺนาคตา, เต อสนฺโต อสฺสปิยา โหนฺติ สุนกฺขตฺตาทีนํ อเจลกโกรขตฺติยาทโย วิย. สนฺโต นาม พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวกา. เย วา ปนญฺเญปิ วูปสนฺเตน กายวจีมโนกมฺเมน สมนฺนาคตา, เต สนฺเต น กุรุเต ปิยํ, อตฺตโน ปิเย อิฏฺเฐ กนฺเต มนาเป น กุรุเตติ อตฺโถ. เวเนยฺยวเสน เหตฺถ วจนเภโท กโตติ เวทิตพฺโพ. อถ วา สนฺเต น กุรุเตติ สนฺเต น เสวตีติ อตฺโถ, ยถา ‘‘ราชานํ เสวตี’’ติ เอตสฺมิญฺหิ อตฺเถ ราชานํ ปิยํ กุรุเตติ สทฺทวิทู มนฺเตนฺติ. ปิยนฺติ ปิยมาโน, ตุสฺสมาโน, โมทมาโนติ อตฺโถ. อสตํ ธมฺโม นาม ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตานิ, ทสากุสลกมฺมปถา วา. ตํ อสตํ ธมฺมํ โรเจติ, ปิเหติ, ปตฺเถติ, เสวติ. เอวเมตาย คาถาย อสนฺตปิยตา, สนฺตอปฺปิยตา, อสทฺธมฺมโรจนญฺจาติ ติวิธํ ปราภวโต มุขํ วุตฺตํ. เอเตน หิ สมนฺนาคโต ปุริโส ปราภวติ ปริหายติ, เนว อิธ น หุรํ วุฑฺฒึ ปาปุณาติ, ตสฺมา ‘‘ปราภวโต มุข’’นฺติ วุจฺจติ. วิตฺถารํ ปเนตฺถ ‘‘อเสวนา จ พาลานํ, ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา’’ติ คาถาวณฺณนายํ วกฺขาม.
๙๖. นิทฺทาสีลี นาม โย คจฺฉนฺโตปิ, นิสีทนฺโตปิ, ติฏฺฐนฺโตปิ, สยาโนปิ นิทฺทายติเยว. สภาสีลี นาม สงฺคณิการามตํ, ภสฺสารามตมนุยุตฺโต. อนุฏฺฐาตาติ วีริยเตชวิรหิโต อุฏฺฐานสีโล น โหติ, อญฺเญหิ โจทิยมาโน คหฏฺโฐ วา สมาโน คหฏฺฐกมฺมํ, ปพฺพชิโต วา ปพฺพชิตกมฺมํ อารภติ. อลโสติ ชาติอลโส, อจฺจนฺตาภิภูโต ถิเนน ฐิตฏฺฐาเน ฐิโต เอว โหติ, นิสินฺนฏฺฐาเน นิสินฺโน เอว โหติ, อตฺตโน อุสฺสาเหน อญฺญํ อิริยาปถํ น กปฺเปติ. อตีเต อรญฺเญ อคฺคิมฺหิ อุฏฺฐิเต อปลายนอลสา เจตฺถ นิทสฺสนํ. อยเมตฺถ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท, ตโต ลามกปริจฺเฉเทนาปิ ปน อลโส อลโสเตฺวว เวทิตพฺโพ. ธโชว รถสฺส, ธูโมว อคฺคิโน, โกโธ ปญฺญาณมสฺสาติ โกธปญฺญาโณ. โทสจริโต ขิปฺปโกปี อรุกูปมจิตฺโต ปุคฺคโล เอวรูโป โหติ. อิมาย คาถาย นิทฺทาสีลตา, สภาสีลตา, อนุฏฺฐานตา, อลสตา, โกธปญฺญาณตาติ ปญฺจวิธํ ปราภวมุขํ วุตฺตํ. เอเตน หิ สมนฺนาคโต เนว คหฏฺโฐ คหฏฺฐวุฑฺฒึ, น ปพฺพชิโต ปพฺพชิตวุฑฺฒึ ปาปุณาติ, อญฺญทตฺถุ ปริหายติเยว ปราภวติเยว, ตสฺมา ‘‘ปราภวโต มุข’’นฺติ วุจฺจติ.
๙๘. มาตาติ ชนิกา เวทิตพฺพา. ปิตาติ ชนโกเยว. ชิณฺณกํ สรีรสิถิลตาย. คตโยพฺพนํ โยพฺพนาติกฺกเมน อาสีติกํ วา นาวุติกํ วา สยํ กมฺมานิ กาตุมสมตฺถํ. ปหุ สนฺโตติ สมตฺโถ สมาโน สุขํ ชีวมาโน. น ภรตีติ น โปเสติ. อิมาย คาถาย มาตาปิตูนํ อภรณํ, อโปสนํ, อนุปฏฺฐานํ เอกํเยว ปราภวมุขํ วุตฺตํ. เอเตน หิ สมนฺนาคโต ยํ ตํ –
‘‘ตาย นํ ปาริจริยาย, มาตาปิตูสุ ปณฺฑิตา;
อิเธว นํ ปสํสนฺติ, เปจฺจ สคฺเค ปโมทตี’’ติ. (อิติวุ. ๑๐๖; อ. นิ. ๔.๖๓) –
มาตาปิตุภรเณ อานิสํสํ วุตฺตํ. ตํ น ปาปุณาติ, อญฺญทตฺถุ ‘‘มาตาปิตโรปิ น ภรติ, กํ อญฺญํ ภริสฺสตี’’ติ นินฺทญฺจ วชฺชนียตญฺจ ทุคฺคติญฺจ ปาปุณนฺโต ปราภวติเยว, ตสฺมา ‘‘ปราภวโต มุข’’นฺติ วุจฺจติ.
๑๐๐. ปาปานํ พาหิตตฺตา พฺราหฺมณํ, สมิตตฺตา สมณํ. พฺราหฺมณกุลปฺปภวมฺปิ วา พฺราหฺมณํ, ปพฺพชฺชุปคตํ สมณํ, ตโต อญฺญํ วาปิ ยํกิญฺจิ ยาจนกํ. มุสาวาเทน วญฺเจตีติ ‘‘วท, ภนฺเต, ปจฺจเยนา’’ติ ปวาเรตฺวา ยาจิโต วา ปฏิชานิตฺวา ปจฺฉา อปฺปทาเนน ตสฺส ตํ อาสํ วิสํวาเทติ. อิมาย คาถาย พฺราหฺมณาทีนํ มุสาวาเทน วญฺจนํ เอกํเยว ปราภวมุขํ วุตฺตํ. เอเตน หิ สมนฺนาคโต อิธ นินฺทํ, สมฺปราเย ทุคฺคตึ สุคติยมฺปิ อธิปฺปายวิปตฺติญฺจ ปาปุณาติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ทุสฺสีลสฺส สีลวิปนฺนสฺส ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๔๙; อ. นิ. ๕.๒๑๓; มหาว. ๒๘๕).
ตถา –
‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. กตเมหิ จตูหิ? มุสาวาที โหตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๔.๘๒).
ตถา –
‘‘อิธ, สาริปุตฺต, เอกจฺโจ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปวาเรติ, ‘วท, ภนฺเต, ปจฺจเยนา’ติ, โส เยน ปวาเรติ, ตํ น เทติ. โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ. โส ยํ ยเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ, สาสฺส โหติ เฉทคามินี. อิธ ปน สาริปุตฺต…เป… โส เยน ปวาเรติ, น ตํ ยถาธิปฺปายํ เทติ. โส เจ ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉติ. โส ยํ ยเทว วณิชฺชํ ปโยเชติ, สาสฺส น โหติ ยถาธิปฺปายา’’ติ (อ. นิ. ๔.๗๙).
เอวมิมานิ นินฺทาทีนิ ปาปุณนฺโต ปราภวติเยว, ตสฺมา ‘‘ปราภวโต มุข’’นฺติ วุตฺตํ.
๑๐๒. ปหูตวิตฺโตติ ปหูตชาตรูปรชตมณิรตโน. สหิรญฺโญติ สกหาปโณ. สโภชโนติ อเนกสูปพฺยญฺชนโภชนสมฺปนฺโน. เอโก ภุญฺชติ สาทูนีติ สาทูนิ โภชนานิ อตฺตโน ปุตฺตานมฺปิ อทตฺวา ปฏิจฺฉนฺโนกาเส ภุญฺชตีติ เอโก ภุญฺชติ สาทูนิ. อิมาย คาถาย โภชนคิทฺธตาย โภชนมจฺฉริยํ เอกํเยว ปราภวมุขํ วุตฺตํ. เอเตน หิ สมนฺนาคโต นินฺทํ วชฺชนียํ ทุคฺคตินฺติ เอวมาทีนิ ปาปุณนฺโต ปราภวติเยว, ตสฺมา ‘‘ปราภวโต มุข’’นฺติ วุตฺตํ. วุตฺตนเยเนว สพฺพํ สุตฺตานุสาเรน โยเชตพฺพํ, อติวิตฺถารภเยน ปน อิทานิ โยชนานยํ อทสฺเสตฺวา อตฺถมตฺตเมว ภณาม.
๑๐๔. ชาติตฺถทฺโธ นาม โย ‘‘อหํ ชาติสมฺปนฺโน’’ติ มานํ ชเนตฺวา เตน ถทฺโธ วาตปูริตภสฺตา วิย อุทฺธุมาโต หุตฺวา น กสฺสจิ โอนมติ. เอส นโย ธนโคตฺตตฺถทฺเธสุ. สญฺญาตึ อติมญฺเญตีติ อตฺตโน ญาติมฺปิ ชาติยา อติมญฺญติ สกฺยา วิย วิฏฏูภํ. ธเนนาปิ จ ‘‘กปโณ อยํ ทลิทฺโท’’ติ อติมญฺญติ, สามีจิมตฺตมฺปิ น กโรติ, ตสฺส เต ญาตโย ปราภวเมว อิจฺฉนฺติ. อิมาย คาถาย วตฺถุโต จตุพฺพิธํ, ลกฺขณโต เอกํเยว ปราภวมุขํ วุตฺตํ.
๑๐๖. อิตฺถิธุตฺโตติ อิตฺถีสุ สารตฺโต, ยํกิญฺจิ อตฺถิ, ตํ สพฺพมฺปิ ทตฺวา อปราปรํ อิตฺถึ สงฺคณฺหาติ. ตถา สพฺพมฺปิ อตฺตโน สนฺตกํ นิกฺขิปิตฺวา สุราปานปยุตฺโต สุราธุตฺโต. นิวตฺถสาฏกมฺปิ นิกฺขิปิตฺวา ชูตกีฬนมนุยุตฺโต อกฺขธุตฺโต. เอเตหิ ตีหิ ฐาเนหิ ยํกิญฺจิปิ ลทฺธํ โหติ, ตสฺส วินาสนโต ลทฺธํ ลทฺธํ วินาเสตีติ เวทิตพฺโพ. เอวํวิโธ ปราภวติเยว, เตนสฺเสตํ อิมาย คาถาย ติวิธํ ปราภวมุขํ วุตฺตํ.
๑๐๘. เสหิ ทาเรหีติ อตฺตโน ทาเรหิ. โย อตฺตโน ทาเรหิ อสนฺตุฏฺโฐ หุตฺวา เวสิยาสุ ปทุสฺสติ, ตถา ปรทาเรสุ, โส ยสฺมา เวสีนํ ธนปฺปทาเนน ปรทารเสวเนน จ ราชทณฺฑาทีหิ ปราภวติเยว, เตนสฺเสตํ อิมาย คาถาย ทุวิธํ ปราภวมุขํ วุตฺตํ.
๑๑๐. อตีตโยพฺพโนติ โยพฺพนมติจฺจ อาสีติโก วา นาวุติโก วา หุตฺวา อาเนติ ปริคฺคณฺหาติ. ติมฺพรุตฺถนินฺติ ติมฺพรุผลสทิสตฺถนึ ตรุณทาริกํ. ตสฺสา อิสฺสา น สุปตีติ ‘‘ทหราย มหลฺลเกน สทฺธึ รติ จ สํวาโส จ อมนาโป, มา เหว โข ตรุณํ ปตฺเถยฺยา’’ติ อิสฺสาย ตํ รกฺขนฺโต น สุปติ. โส ยสฺมา กามราเคน จ อิสฺสาย จ ฑยฺหนฺโต พหิทฺธา กมฺมนฺเต จ อปฺปโยเชนฺโต ปราภวติเยว, เตนสฺเสตํ อิมาย คาถาย อิมํ อิสฺสาย อสุปนํ เอกํเยว ปราภวมุขํ วุตฺตํ.
๑๑๒. โสณฺฑินฺติ มจฺฉมํสาทีสุ โลลํ เคธชาติกํ. วิกิรณินฺติ เตสํ อตฺถาย ธนํ ปํสุกํ วิย วิกิริตฺวา นาสนสีลํ. ปุริสํ วาปิ ตาทิสนฺติ ปุริโส วาปิ โย เอวรูโป โหติ, ตํ โย อิสฺสริยสฺมึ ฐเปติ, ลญฺฉนมุทฺทิกาทีนิ ทตฺวา ฆราวาเส กมฺมนฺเต วา วณิชฺชาทิโวหาเรสุ วา ตเทว วาวฏํ กาเรติ. โส ยสฺมา ตสฺส โทเสน ธนกฺขยํ ปาปุณนฺโต ปราภวติเยว, เตนสฺเสตํ อิมาย คาถาย ตถาวิธสฺส อิสฺสริยสฺมึ ฐปนํ เอกํเยว ปราภวมุขํ วุตฺตํ.
๑๑๔. อปฺปโภโค นาม สนฺนิจิตานญฺจ โภคานํ อายมุขสฺส จ อภาวโต. มหาตโณฺหติ มหติยา โภคตณฺหาย สมนฺนาคโต, ยํ ลทฺธํ, เตน อสนฺตุฏฺโฐ. ขตฺติเย ชายเต กุเลติ ขตฺติยานํ กุเล ชายติ. โส จ รชฺชํ ปตฺถยตีติ โส เอตาย มหาตณฺหตาย อนุปาเยน อุปฺปฏิปาฏิยา อตฺตโน ทายชฺชภูตํ อลพฺภเนยฺยํ วา ปรสนฺตกํ รชฺชํ ปตฺเถติ, โส เอวํ ปตฺเถนฺโต ยสฺมา ตมฺปิ อปฺปกํ โภคํ โยธาชีวาทีนํ ทตฺวา รชฺชํ อปาปุณนฺโต ปราภวติเยว, เตนสฺเสตํ อิมาย คาถาย รชฺชปตฺถนํ เอกํเยว ปราภวมุขํ วุตฺตํ.
๑๑๕. อิโต ปรํ ยทิ สา เทวตา ‘‘เตรสมํ ภควา พฺรูหิ…เป… สตสหสฺสิมํ ภควา พฺรูหี’’ติ ปุจฺเฉยฺย, ตมฺปิ ภควา กเถยฺย. ยสฺมา ปน สา เทวตา ‘‘กึ อิเมหิ ปุจฺฉิเตหิ, เอกเมตฺถ วุฑฺฒิกรํ นตฺถี’’ติ ตานิ ปราภวมุขานิ อสุยฺยมานา เอตฺตกมฺปิ ปุจฺฉิตฺวา วิปฺปฏิสารี หุตฺวา ตุณฺหี อโหสิ, ตสฺมา ภควา ตสฺสาสยํ วิทิตฺวา เทสนํ นิฏฺฐาเปนฺโต อิมํ คาถํ อภาสิ ‘‘เอเต ปราภเว โลเก’’ติ.
ตตฺถ ปณฺฑิโตติ ปริวีมํสาย สมนฺนาคโต. สมเวกฺขิยาติ ปญฺญาจกฺขุนา อุปปริกฺขิตฺวา. อริโยติ น มคฺเคน, น ผเลน, อปิจ โข, ปน เอตสฺมึ ปราภวสงฺขาเต อนเย น อิริยตีติ อริโย. เยน ทสฺสเนน ยาย ปญฺญาย ปราภเว ทิสฺวา วิวชฺเชติ, เตน สมฺปนฺนตฺตา ทสฺสนสมฺปนฺโน. ส โลกํ ภชเต สิวนฺติ โส เอวรูโป สิวํ เขมมุตฺตมมนุปทฺทวํ เทวโลกํ ภชติ, อลฺลียติ, อุปคจฺฉตีติ วุตฺตํ โหติ. เทสนาปริโยสาเน ปราภวมุขานิ สุตฺวา อุปฺปนฺนสํเวคานุรูปํ โยนิโส ปทหิตฺวา โสตาปตฺติสกทาคามิอนาคามิผลานิ ปตฺตา เทวตา คณนํ วีติวตฺตา. ยถาห –
‘‘มหาสมยสุตฺเต จ, อโถ มงฺคลสุตฺตเก;
สมจิตฺเต ราหุโลวาเท, ธมฺมจกฺเก ปราภเว.
‘‘เทวตาสมิตี ตตฺถ, อปฺปเมยฺยา อสงฺขิยา;
ธมฺมาภิสมโย เจตฺถ, คณนาโต อสงฺขิโย’’ติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ปราภวสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.