๒. ธนิยสุตฺตวณฺณนา

๑๘. ปกฺโกทโนติ ธนิยสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ. เตน สมเยน ธนิโย โคโป มหีตีเร ปฏิวสติ. ตสฺสายํ ปุพฺพโยโค – กสฺสปสฺส ภควโต ปาวจเน ทิพฺพมาเน วีสติ วสฺสสหสฺสานิ ทิวเส ทิวเส สงฺฆสฺส วีสติ สลากภตฺตานิ อทาสิ. โส ตโต จุโต เทเวสุ อุปฺปนฺโน. เอวํ เทวโลเก เอกํ พุทฺธนฺตรํ เขเปตฺวา อมฺหากํ ภควโต กาเล วิเทหรฏฺฐมชฺเฌ ปพฺพตรฏฺฐํ นาม อตฺถิ ตตฺถ ธมฺมโกรณฺฑํ นาม นครํ, ตสฺมึ นคเร เสฏฺฐิปุตฺโต หุตฺวา อภินิพฺพตฺโต, โคยูถํ นิสฺสาย ชีวติ. ตสฺส หิ ตึสมตฺตานิ โคสหสฺสานิ โหนฺติ, สตฺตวีสสหสฺสา คาโว ขีรํ ทุยฺหนฺติ. โคปา นาม นิพทฺธวาสิโน น โหนฺติ. วสฺสิเก จตฺตาโรมาเส ถเล วสนฺติ, อวเสเส อฏฺฐมาเส ยตฺถ ติโณทกํ สุขํ ลพฺภติ, ตตฺถ วสนฺติ. ตญฺจ นทีตีรํ วา ชาตสฺสรตีรํ วา โหติ. อถายมฺปิ วสฺสกาเล อตฺตโน วสิตคามโต นิกฺขมิตฺวา คุนฺนํ ผาสุวิหารตฺถาย โอกาสํ คเวสนฺโต มหามหี ภิชฺชิตฺวา เอกโต กาลมหี เอกโต มหามหิจฺเจว สงฺขํ คนฺตฺวา สนฺทมานา ปุน สมุทฺทสมีเป สมาคนฺตฺวา ปวตฺตา. ยํ โอกาสํ อนฺตรทีปํ อกาสิ, ตํ ปวิสิตฺวา วจฺฉานํ สาลํ อตฺตโน จ นิเวสนํ มาเปตฺวา วาสํ กปฺเปสิ. ตสฺส สตฺต ปุตฺตา, สตฺต ธีตโร, สตฺต สุณิสา, อเนเก จ กมฺมการา โหนฺติ. โคปา นาม วสฺสนิมิตฺตํ ชานนฺติ. ยทา สกุณิกา กุลาวกานิ รุกฺขคฺเค กโรนฺติ, กกฺกฏกา อุทกสมีเป ทฺวารํ ปิทหิตฺวา ถลสมีปทฺวาเรน วฬญฺเชนฺติ, ตทา สุวุฏฺฐิกา ภวิสฺสตีติ คณฺหนฺติ. ยทา ปน สกุณิกา กุลาวกานิ นีจฏฺฐาเน อุทกปิฏฺเฐ กโรนฺติ, กกฺกฏกา ถลสมีเป ทฺวารํ ปิทหิตฺวา อุทกสมีปทฺวาเรน วฬญฺเชนฺติ, ตทา ทุพฺพุฏฺฐิกา ภวิสฺสตีติ คณฺหนฺติ.

อถ โส ธนิโย สุวุฏฺฐิกนิมิตฺตานิ อุปสลฺลกฺเขตฺวา อุปกฏฺเฐ วสฺสกาเล อนฺตรทีปา นิกฺขมิตฺวา มหามหิยา ปรตีเร สตฺตสตฺตาหมฺปิ เทเว วสฺสนฺเต อุทเกน อนชฺโฌตฺถรโณกาเส อตฺตโน วสโนกาสํ กตฺวา สมนฺตา ปริกฺขิปิตฺวา, วจฺฉสาลาโย มาเปตฺวา, ตตฺถ นิวาสํ กปฺเปสิ. อถสฺส ทารุติณาทิสงฺคเห กเต สพฺเพสุ ปุตฺตทารกมฺมกรโปริเสสุ สมานิเยสุ ชาเตสุ นานปฺปกาเร ขชฺชโภชฺเช ปฏิยตฺเต สมนฺตา จตุทฺทิสา เมฆมณฺฑลานิ อุฏฺฐหึสุ. โส เธนุโย ทุหาเปตฺวา, วจฺฉสาลาสุ วจฺเฉ สณฺฐาเปตฺวา, คุนฺนํ จตุทฺทิสา ธูมํ การาเปตฺวา, สพฺพปริชนํ โภชาเปตฺวา, สพฺพกิจฺจานิ การาเปตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ทีเป อุชฺชาลาเปตฺวา, สยํ ขีเรน ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา, มหาสยเน สยนฺโต อตฺตโน สิริสมฺปตฺตึ ทิสฺวา, ตุฏฺฐจิตฺโต หุตฺวา, อปรทิสาย เมฆตฺถนิตสทฺทํ สุตฺวา นิปนฺโน อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ ‘‘ปกฺโกทโน ทุทฺธขีโรหมสฺมี’’ติ.

ตตฺรายํ อตฺถวณฺณนา – ปกฺโกทโนติ สิทฺธภตฺโต. ทุทฺธขีโรติ คาโว ทุหิตฺวา คหิตขีโร. อหนฺติ อตฺตานํ นิทสฺเสติ, อสฺมีติ อตฺตโน ตถาภาวํ. ปกฺโกทโน ทุทฺธขีโร จ อหมสฺมิ ภวามีติ อตฺโถ. อิตีติ เอวมาหาติ อตฺโถ. นิทฺเทเส ปน ‘‘อิตีติ ปทสนฺธิ, ปทสํสคฺโค, ปทปาริปูริ, อกฺขรสมวาโย พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตา ปทานุปุพฺพตาเมต’’นฺติ (จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑) เอวมสฺส อตฺโถ วณฺณิโต. โสปิ อิทเมว สนฺธายาติ เวทิตพฺโพ. ยํ ยํ หิ ปทํ ปุพฺพปเทน วุตฺตํ, ตสฺส ตสฺส เอวมาหาติ เอตมตฺถํ ปกาเสนฺโตเยว อิติสทฺโท ปจฺฉิเมน ปเทน เมตฺเตยฺโย อิติ วา ภควา อิติ วา เอวมาทินา ปทสนฺธิ โหติ, นาญฺญถา.

ธนิโย โคโปติ ตสฺส เสฏฺฐิปุตฺตสฺส นามสโมธานํ. โส หิ ยานิมานิ ถาวราทีนิ ปญฺจ ธนานิ, เตสุ ฐเปตฺวา ทานสีลาทิอนุคามิกธนํ, เขตฺตวตฺถุ-อารามาทิโต ถาวรธนโตปิ, ควสฺสาทิโต ชงฺคมธนโตปิ หิรญฺญสุวณฺณาทิโต สํหาริมธนโตปิ, สิปฺปายตนาทิโต องฺคสมธนโตปิ ยํ ตํ โลกสฺส ปญฺจโครสานุปฺปทาเนน พหูปการํ ตํ สนฺธาย ‘‘นตฺถิ โคสมิตํ ธน’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๑๓; เนตฺติ. ๑๒๓) เอวํ วิเสสิตํ โคธนํ, เตน สมนฺนาคตตฺตา ธนิโย, คุนฺนํ ปาลนโต โคโป. โย หิ อตฺตโน คาโว ปาเลติ, โส ‘‘โคโป’’ติ วุจฺจติ. โย ปเรสํ เวตเนน ภโฏ หุตฺวา, โส โคปาลโก. อยํ ปน อตฺตโนเยว, เตน โคโปติ วุตฺโต.

อนุตีเรติ ตีรสฺส สมีเป. มหิยาติ มหามหีนามิกาย นทิยา. สมาเนน อนุกูลวตฺตินา ปริชเนน สทฺธึ วาโส ยสฺส โส สมานวาโส, อยญฺจ ตถาวิโธ. เตนาห ‘‘สมานวาโส’’ติ. ฉนฺนาติ ติณปณฺณจฺฉทเนหิ อโนวสฺสกา กตา. กุฏีติ วสนฆรสฺเสตํ อธิวจนํ. อาหิโตติ อาภโต, ชาลิโต วา. คินีติ อคฺคิ. เตสุ เตสุ ฐาเนสุ อคฺคิ ‘‘คินี’’ติ โวหรียติ. อถ เจ ปตฺถยสีติ อิทานิ ยทิ อิจฺฉสีติ วุตฺตํ โหติ. ปวสฺสาติ สิญฺจ, ปคฺฆร, อุทกํ มุญฺจาติ อตฺโถ. เทวาติ เมฆํ อาลปติ. อยํ ตาเวตฺถ ปทวณฺณนา.

อยํ ปน อตฺถวณฺณนา – เอวมยํ ธนิโย โคโป อตฺตโน สยนฆเร มหาสยเน นิปนฺโน เมฆตฺถนิตํ สุตฺวา ‘‘ปกฺโกทโนหมสฺมี’’ติ ภณนฺโต กายทุกฺขวูปสมูปายํ กายสุขเหตุญฺจ อตฺตโน สนฺนิหิตํ ทีเปติ. ‘‘ทุทฺธขีโรหมสฺมี’’ติ ภณนฺโต จิตฺตทุกฺขวูปสมูปายํ จิตฺตสุขเหตุญฺจ. ‘‘อนุตีเร มหิยา’’ติ นิวาสฏฺฐานสมฺปตฺตึ, ‘‘สมานวาโส’’ติ ตาทิเส กาเล ปิยวิปฺปโยคปทฏฺฐานสฺส โสกสฺสาภาวํ. ‘‘ฉนฺนา กุฏี’’ติ กายทุกฺขาปคมปฏิฆาตํ. ‘‘อาหิโต คินี’’ติ ยสฺมา โคปาลกา ปริกฺเขปธูมทารุอคฺคิวเสน ตโย อคฺคี กโรนฺติ. เต จ ตสฺส เคเห สพฺเพ กตา, ตสฺมา สพฺพทิสาสุ ปริกฺเขปคฺคึ สนฺธาย ‘‘อาหิโต คินี’’ติ ภณนฺโต วาฬมิคาคมนนิวารณํ ทีเปติ, คุนฺนํ มชฺเฌ โคมยาทีหิ ธูมคฺคึ สนฺธาย ฑํสมกสาทีหิ คุนฺนํ อนาพาธํ, โคปาลกานํ สยนฏฺฐาเน ทารุอคฺคึ สนฺธาย โคปาลกานํ สีตาพาธปฏิฆาตํ. โส เอวํ ทีเปนฺโต อตฺตโน วา คุนฺนํ วา ปริชนสฺส วา วุฏฺฐิปจฺจยสฺส กสฺสจิ อาพาธสฺส อภาวโต ปีติโสมนสฺสชาโต อาห – ‘‘อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทวา’’ติ.

๑๙. เอวํ ธนิยสฺส อิมํ คาถํ ภาสมานสฺส อสฺโสสิ ภควา ทิพฺพาย โสตธาตุยา วิสุทฺธาย อติกฺกนฺตมานุสิกาย เชตวนมหาวิหาเร คนฺธกุฏิยํ วิหรนฺโต. สุตฺวา จ ปน พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต อทฺทส ธนิยญฺจ ปชาปติญฺจสฺส ‘‘อิเม อุโภปิ เหตุสมฺปนฺนา. สเจ อหํ คนฺตฺวา ธมฺมํ เทเสสฺสามิ, อุโภปิ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสนฺติ. โน เจ คมิสฺสามิ, เสฺว อุทโกเฆน วินสฺสิสฺสนฺตี’’ติ ตํ ขเณเยว สาวตฺถิโต สตฺต โยชนสตานิ ธนิยสฺส นิวาสฏฺฐานํ อากาเสน คนฺตฺวา ตสฺส กุฏิยา อุปริ อฏฺฐาสิ. ธนิโย ตํ คาถํ ปุนปฺปุนํ ภาสติเยว, น นิฏฺฐาเปติ, ภควติ คเตปิ ภาสติ. ภควา จ ตํ สุตฺวา ‘‘น เอตฺตเกน สนฺตุฏฺฐา วา วิสฺสตฺถา วา โหนฺติ, เอวํ ปน โหนฺตี’’ติ ทสฺเสตุํ –

‘‘อกฺโกธโน วิคตขิโลหมสฺมิ,อนุตีเร มหิเยกรตฺติวาโส;

วิวฏา กุฏิ นิพฺพุโต คินิ,อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทวา’’ติ. –

อิมํ ปฏิคาถํ อภาสิ พฺยญฺชนสภาคํ โน อตฺถสภาคํ. น หิ ‘‘ปกฺโกทโน’’ติ, ‘‘อกฺโกธโน’’ติ จ อาทีนิ ปทานิ อตฺถโต สเมนฺติ มหาสมุทฺทสฺส โอริมปาริมตีรานิ วิย, พฺยญฺชนํ ปเนตฺถ กิญฺจิ กิญฺจิ สเมตีติ พฺยญฺชนสภาคานิ โหนฺติ. ตตฺถ ปุริมคาถาย สทิสปทานํ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

วิเสสปทานํ ปนายํ ปทโต อตฺถโต จ วณฺณนา – อกฺโกธโนติ อกุชฺฌนสภาโว. โย หิ โส ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการอาฆาตวตฺถุสมฺภโว โกโธ เอกจฺจสฺส สุปริตฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน หทยํ สนฺตาเปตฺวา วูปสมฺมติ, เยน จ ตโต พลวตรุปฺปนฺเนน เอกจฺโจ มุขวิกุณนมตฺตํ กโรติ, ตโต พลวตเรน เอกจฺโจ ผรุสํ วตฺตุกาโม หนุสญฺจลนมตฺตํ กโรติ, อปโร ตโต พลวตเรน ผรุสํ ภณติ, อปโร ตโต พลวตเรน ทณฺฑํ วา สตฺถํ วา คเวสนฺโต ทิสา วิโลเกติ, อปโร ตโต พลวตเรน ทณฺฑํ วา สตฺถํ วา อามสติ, อปโร ตโต พลวตเรน ทณฺฑาทีนิ คเหตฺวา อุปธาวติ, อปโร ตโต พลวตเรน เอกํ วา เทฺว วา ปหาเร เทติ, อปโร ตโต พลวตเรน อปิ ญาติสาโลหิตํ ชีวิตา โวโรเปติ, เอกจฺโจ ตโต พลวตเรน ปจฺฉา วิปฺปฏิสารี อตฺตานมฺปิ ชีวิตา โวโรเปติ สีหฬทีเป กาลคามวาสี อมจฺโจ วิย. เอตฺตาวตา จ โกโธ ปรมเวปุลฺลปฺปตฺโต โหติ. โส ภควตา โพธิมณฺเฑเยว สพฺพโส ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต, ตสฺมา ภควา ‘‘อกฺโกธโนหมสฺมี’’ติ อาห.

วิคตขิโลติ อปคตขิโล. เย หิ เต จิตฺตพนฺธภาเวน ปญฺจ เจโตขิลา วุตฺตา, เย หิ จ ขิลภูเต จิตฺเต เสยฺยถาปิ นาม ขิเล ภูมิภาเค จตฺตาโร มาเส วสฺสนฺเตปิ เทเว สสฺสานิ น รุหนฺติ, เอวเมวํ สทฺธมฺมสฺสวนาทิกุสลเหตุวสฺเส วสฺสนฺเตปิ กุสลํ น รุหติ เต จ ภควตา โพธิมณฺเฑเยว สพฺพโส ปหีนา, ตสฺมา ภควา ‘‘วิคตขิโลหมสฺมี’’ติ อาห.

เอกรตฺตึ วาโส อสฺสาติ เอกรตฺติวาโส. ยถา หิ ธนิโย ตตฺถ จตฺตาโร วสฺสิเก มาเส นิพทฺธวาสํ อุปคโต, น ตถา ภควา. ภควา หิ ตํเยว รตฺตึ ตสฺส อตฺถกามตาย ตตฺถ วาสํ อุปคโต. ตสฺมา ‘‘เอกรตฺติวาโส’’ติ อาห. วิวฏาติ อปนีตจฺฉทนา. กุฏีติ อตฺตภาโว. อตฺตภาโว หิ ตํ ตํ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ กาโยติปิ คุหาติปิ เทโหติปิ สนฺเทโหติปิ นาวาติปิ รโถติปิ วโณติปิ ธโชติปิ วมฺมิโกติปิ กุฏีติปิ กุฏิกาติปิ วุจฺจติ. อิธ ปน กฏฺฐาทีนิ ปฏิจฺจ เคหนามิกา กุฏิ วิย อฏฺฐิอาทีนิ ปฏิจฺจ สงฺขฺยํ คตตฺตา ‘‘กุฏี’’ติ วุตฺโต. ยถาห –

‘‘เสยฺยถาปิ, อาวุโส, กฏฺฐญฺจ ปฏิจฺจ, วลฺลิญฺจ ปฏิจฺจ, มตฺติกญฺจ ปฏิจฺจ, ติณญฺจ ปฏิจฺจ, อากาโส ปริวาริโต อคารํเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ; เอวเมว โข, อาวุโส, อฏฺฐิญฺจ ปฏิจฺจ, นฺหารุญฺจ ปฏิจฺจ, มํสญฺจ ปฏิจฺจ, จมฺมญฺจ ปฏิจฺจ, อากาโส ปริวาริโต รูปนฺเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐๖).

จิตฺตมกฺกฏสฺส นิวาสโต วา กุฏิ. ยถาห –

‘‘อฏฺฐิกงฺกลกุฏิ เจ สา, มกฺกฏาวสโถ อิติ;

มกฺกโฏ ปญฺจทฺวาราย, กุฏิกาย ปสกฺกิย;

ทฺวาเรน อนุปริยาติ, ฆฏฺฏยนฺโต ปุนปฺปุน’’นฺติ. (เถรคา. ๑๒๕);

สา กุฏิ เยน ตณฺหามานทิฏฺฐิฉทเนน สตฺตานํ ฉนฺนตฺตา ปุนปฺปุนํ ราคาทิกิเลสวสฺสํ อติวสฺสติ. ยถาห –

‘‘ฉนฺนมติวสฺสติ, วิวฏํ นาติวสฺสติ;

ตสฺมา ฉนฺนํ วิวเรถ, เอวํ ตํ นาติวสฺสตี’’ติ. (อุทา. ๔๕; เถรคา. ๔๔๗; ปริ. ๓๓๙);

อยํ คาถา ทฺวีสุ ฐาเนสุ วุตฺตา ขนฺธเก เถรคาถายญฺจ. ขนฺธเก หิ ‘‘โย อาปตฺตึ ปฏิจฺฉาเทติ, ตสฺส กิเลสา จ ปุนปฺปุนํ อาปตฺติโย จ อติวสฺสนฺติ, โย ปน น ปฏิจฺฉาเทติ, ตสฺส นาติวสฺสนฺตี’’ติ อิมํ อตฺถํ ปฏิจฺจ วุตฺตา. เถรคาถายํ ‘‘ยสฺส ราคาทิจฺฉทนํ อตฺถิ, ตสฺส ปุน อิฏฺฐารมฺมณาทีสุ ราคาทิสมฺภวโต ฉนฺนมติวสฺสติ. โย วา อุปฺปนฺเน กิเลเส อธิวาเสติ, ตสฺเสว อธิวาสิตกิเลสจฺฉทนจฺฉนฺนา อตฺตภาวกุฏิ ปุนปฺปุนํ กิเลสวสฺสํ อติวสฺสติ. ยสฺส ปน อรหตฺตมคฺคญาณวาเตน กิเลสจฺฉทนสฺส วิทฺธํสิตตฺตา วิวฏา, ตสฺส นาติวสฺสตี’’ติ. อยมตฺโถ อิธ อธิปฺเปโต. ภควตา หิ ยถาวุตฺตํ ฉทนํ ยถาวุตฺเตเนว นเยน วิทฺธํสิตํ, ตสฺมา ‘‘วิวฏา กุฏี’’ติ อาห. นิพฺพุโตติ อุปสนฺโต. คินีติ อคฺคิ. เยน หิ เอกาทสวิเธน อคฺคินา สพฺพมิทํ อาทิตฺตํ. ยถาห – ‘‘อาทิตฺตํ ราคคฺคินา’’ติ วิตฺถาโร. โส อคฺคิ ภควโต โพธิมูเลเยว อริยมคฺคสลิลเสเกน นิพฺพุโต, ตสฺมา ‘‘นิพฺพุโต คินี’’ติ อาห.

เอวํ วทนฺโต จ ธนิยํ อตุฏฺฐพฺเพน ตุสฺสมานํ อญฺญาปเทเสเนว ปริภาสติ, โอวทติ, อนุสาสติ. กถํ? ‘‘อกฺโกธโน’’ติ หิ วทมาโน, ธนิย, ตฺวํ ‘‘ปกฺโกทโนหมสฺมี’’ติ ตุฏฺโฐ, โอทนปาโก จ ยาวชีวํ ธนปริกฺขเยน กตฺตพฺโพ, ธนปริกฺขโย จ อารกฺขาทิทุกฺขปทฏฺฐาโน, เอวํ สนฺเต ทุกฺเขเนว ตุฏฺโฐ โหสิ. อหํ ปน ‘‘อกฺโกธโนหมสฺมี’’ติ ตุสฺสนฺโต สนฺทิฏฺฐิกสมฺปรายิกทุกฺขาภาเวน ตุฏฺโฐ โหมีติ ทีเปติ. ‘‘วิคตขิโล’’ติ วทมาโน ตฺวํ ‘‘ทุทฺธขีโรหมสฺมี’’ติ ตุสฺสนฺโต อกตกิจฺโจว ‘‘กตกิจฺโจหมสฺมี’’ติ มนฺตฺวา ตุฏฺโฐ, อหํ ปน ‘‘วิคตขิโลหมสฺมี’’ติ ตุสฺสนฺโต กตกิจฺโจว ตุฏฺโฐ โหมีติ ทีเปติ. ‘‘อนุตีเร มหิเยกรตฺติวาโส’’ติ วทมาโน ตฺวํ อนุตีเร มหิยา สมานวาโสติ ตุสฺสนฺโต จตุมาสนิพทฺธวาเสน ตุฏฺโฐ. นิพทฺธวาโส จ อาวาสสงฺเคน โหติ, โส จ ทุกฺโข, เอวํ สนฺเต ทุกฺเขเนว ตุฏฺโฐ โหสิ. อหํ ปน เอกรตฺติวาโสติ ตุสฺสนฺโต อนิพทฺธวาเสน ตุฏฺโฐ, อนิพทฺธวาโส จ อาวาสสงฺคาภาเวน โหติ, อาวาสสงฺคาภาโว จ สุโขติ สุเขเนว ตุฏฺโฐ โหมีติ ทีเปติ.

‘‘วิวฏา กุฏี’’ติ วทมาโน ตฺวํ ฉนฺนา กุฏีติ ตุสฺสนฺโต ฉนฺนเคหตาย ตุฏฺโฐ, เคเห จ เต ฉนฺเนปิ อตฺตภาวกุฏิกํ กิเลสวสฺสํ อติวสฺสติ, เยน สญฺชนิเตหิ จตูหิ มโหเฆหิ วุยฺหมาโน อนยพฺยสนํ ปาปุเณยฺยาสิ, เอวํ สนฺเต อตุฏฺฐพฺเพเนว ตุฏฺโฐ โหสิ. อหํ ปน ‘‘วิวฏา กุฏี’’ติ ตุสฺสนฺโต อตฺตภาวกุฏิยา กิเลสจฺฉทนาภาเวน ตุฏฺโฐ. เอวญฺจ เม วิวฏาย กุฏิยา น ตํ กิเลสวสฺสํ อติวสฺสติ, เยน สญฺชนิเตหิ จตูหิ มโหเฆหิ วุยฺหมาโน อนยพฺยสนํ ปาปุเณยฺยํ, เอวํ สนฺเต ตุฏฺฐพฺเพเนว ตุฏฺโฐ โหมีติ ทีเปติ. ‘‘นิพฺพุโต คินี’’ติ วทมาโน ตฺวํ อาหิโต คินีติ ตุสฺสนฺโต อกตูปทฺทวนิวารโณว กตูปทฺทวนิวารโณสฺมีติ มนฺตฺวา ตุฏฺโฐ. อหํ ปน นิพฺพุโต คินีติ ตุสฺสนฺโต เอกาทสคฺคิปริฬาหาภาวโต กตูปทฺทวนิวารณตาเยว ตุฏฺโฐติ ทีเปติ. ‘‘อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทวา’’ติ วทมาโน เอวํ วิคตทุกฺขานํ อนุปฺปตฺตสุขานํ กตสพฺพกิจฺจานํ อมฺหาทิสานํ เอตํ วจนํ โสภติ, อถ เจ ปตฺถยสิ, ปวสฺส เทว, น โน ตยิ วสฺสนฺเต วา อวสฺสนฺเต วา วุฑฺฒิ วา หานิ วา อตฺถิ, ตฺวํ ปน กสฺมา เอวํ วทสีติ ทีเปติ. ตสฺมา ยํ วุตฺตํ ‘‘เอวํ วทนฺโต จ ธนิย อตุฏฺฐพฺเพเนว ตุสฺสมานํ อญฺญาปเทเสเนว ปริภาสติ โอวทติ, อนุสาสตี’’ติ, ตํ สมฺมเทว วุตฺตนฺติ.

๒๐. เอวมิมํ ภควตา วุตฺตํ คาถํ สุตฺวาปิ ธนิโย โคโป ‘‘โก อยํ คาถํ ภาสตี’’ติ อวตฺวา เตน สุภาสิเตน ปริตุฏฺโฐ ปุนปิ ตถารูปํ โสตุกาโม อปรมฺปิ คาถมาห ‘‘อนฺธกมกสา’’ติ. ตตฺถ อนฺธกาติ กาฬมกฺขิกานํ อธิวจนํ, ปิงฺคลมกฺขิกานนฺติปิ เอเก. มกสาติ มกสาเยว. น วิชฺชเรติ นตฺถิ. กจฺเฉติ เทฺว กจฺฉา – นทีกจฺโฉ จ ปพฺพตกจฺโฉ จ. อิธ นทีกจฺโฉ. รุฬฺหติเณติ สญฺชาตติเณ. จรนฺตีติ ภตฺตกิจฺจํ กโรนฺติ. วุฏฺฐิมฺปีติ วาตวุฏฺฐิอาทิกา อเนกา วุฏฺฐิโย, ตา อาฬวกสุตฺเต ปกาสยิสฺสาม. อิธ ปน วสฺสวุฏฺฐึ สนฺธาย วุตฺตํ. สเหยฺยุนฺติ ขเมยฺยุํ. เสสํ ปากฏเมว. เอตฺถ ธนิโย เย อนฺธกมกสา สนฺนิปติตฺวา รุธิเร ปิวนฺตา มุหุตฺเตเนว คาโว อนยพฺยสนํ ปาเปนฺติ, ตสฺมา วุฏฺฐิตมตฺเตเยว เต โคปาลกา ปํสุนา จ สาขาหิ จ มาเรนฺติ, เตสํ อภาเวน คุนฺนํ เขมตํ, กจฺเฉ รุฬฺหติณจรเณน อทฺธานคมนปริสฺสมาภาวํ วตฺวา ขุทากิลมถาภาวญฺจ ทีเปนฺโต ‘‘ยถา อญฺเญสํ คาโว อนฺธกมกสสมฺผสฺเสหิ ทิสฺสมานา อทฺธานคมเนน กิลนฺตา ขุทาย มิลายมานา เอกวุฏฺฐินิปาตมฺปิ น สเหยฺยุํ, น เม ตถา คาโว, มยฺหํ ปน คาโว วุตฺตปฺปการาภาวา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา ติกฺขตุํ วา วุฏฺฐิมฺปิ สเหยฺยุ’’นฺติ ทีเปติ.

๒๑. ตโต ภควา ยสฺมา ธนิโย อนฺตรทีเป วสนฺโต ภยํ ทิสฺวา, กุลฺลํ พนฺธิตฺวา, มหามหึ ตริตฺวา, ตํ กจฺฉํ อาคมฺม ‘‘อหํ สุฏฺฐุ อาคโต, นิพฺภเยว ฐาเน ฐิโต’’ติ มญฺญมาโน เอวมาห, สภเย เอว จ โส ฐาเน ฐิโต, ตสฺมา ตสฺส อาคมนฏฺฐานา อตฺตโน อาคมนฏฺฐานํ อุตฺตริตรญฺจ ปณีตตรญฺจ วณฺเณนฺโต ‘‘พทฺธาสิ ภิสี’’ติ อิมํ คาถมภาสิ, อตฺถสภาคํ โน พฺยญฺชนสภาคํ.

ตตฺถ ภิสีติ ปตฺถริตฺวา ปุถุลํ กตฺวา พทฺธกุลฺโล วุจฺจติ โลเก. อริยสฺส ปน ธมฺมวินเย อริยมคฺคสฺเสตํ อธิวจนํ. อริยมคฺโค หิ –

‘‘มคฺโค ปชฺโช ปโถ ปนฺโถ, อญฺชสํ วฏุมายนํ;

นาวา อุตฺตรเสตุ จ, กุลฺโล จ ภิสิ สงฺกโม’’. (จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๑๐๑);

‘‘อทฺธานํ ปภโว เจว, ตตฺถ ตตฺถ ปกาสิโต’’.

อิมายปิ คาถาย ภควา ปุริมนเยเนว ตํ โอวทนฺโต อิมํ อตฺถํ อาหาติ เวทิตพฺโพ – ธนิย, ตฺวํ กุลฺลํ พนฺธิตฺวา, มหึ ตริตฺวา, อิมํ ฐานมาคโต, ปุนปิ จ เต กุลฺโล พนฺธิตพฺโพ เอว ภวิสฺสติ, นที จ ตริตพฺพา, น เจตํ ฐานํ เขมํ. มยา ปน เอกจิตฺเต มคฺคงฺคานิ สโมธาเนตฺวา ญาณพนฺธเนน พทฺธา อโหสิ ภิสิ. สา จ สตฺตตึสโพธิปกฺขิยธมฺมปริปุณฺณตาย เอกรสภาวูปคตตฺตา อญฺญมญฺญํ อนติวตฺตเนน ปุน พนฺธิตพฺพปฺปโยชนาภาเวน เทวมนุสฺเสสุ เกนจิ โมเจตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย จ สุสงฺขตา. ตาย จมฺหิ ติณฺโณ, ปุพฺเพ ปตฺถิตํ ตีรปฺปเทสํ คโต. คจฺฉนฺโตปิ จ น โสตาปนฺนาทโย วิย กญฺจิเทว ปเทสํ คโต. อถ โข ปารคโต สพฺพาสวกฺขยํ สพฺพธมฺมปารํ ปรมํ เขมํ นิพฺพานํ คโต, ติณฺโณติ วา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, ปารคโตติ อรหตฺตํ ปตฺโต. กึ วิเนยฺย ปารคโตติ เจ? วิเนยฺย โอฆํ, กาโมฆาทิจตุพฺพิธํ โอฆํ ตริตฺวา อติกฺกมฺม ตํ ปารํ คโตติ. อิทานิ จ ปน เม ปุน ตริตพฺพาภาวโต อตฺโถ ภิสิยา น วิชฺชติ, ตสฺมา มเมว ยุตฺตํ วตฺตุํ ‘‘อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทวา’’ติ.

๒๒. ตมฺปิ สุตฺวา ธนิโย ปุริมนเยเนว ‘‘โคปี มม อสฺสวา’’ติ อิมํ คาถํ อภาสิ. ตตฺถ โคปีติ ภริยํ นิทฺทิสติ. อสฺสวาติ วจนกรา กึการปฏิสาวินี. อโลลาติ มาตุคาโม หิ ปญฺจหิ โลลตาหิ โลโล โหติ – อาหารโลลตาย, อลงฺการโลลตาย, ปรปุริสโลลตาย, ธนโลลตาย, ปาทโลลตาย. ตถา หิ มาตุคาโม ภตฺตปูวสุราทิเภเท อาหาเร โลลตาย อนฺตมโส ปาริวาสิกภตฺตมฺปิ ภุญฺชติ, หตฺโถตาปกมฺปิ ขาทติ, ทิคุณํ ธนมนุปฺปทตฺวาปิ สุรํ ปิวติ. อลงฺการโลลตาย อญฺญํ อลงฺการํ อลภมาโน อนฺตมโส อุทกเตลเกนปิ เกเส โอสณฺเฑตฺวา มุขํ ปริมชฺชติ. ปรปุริสโลลตาย อนฺตมโส ปุตฺเตนปิ ตาทิเส ปเทเส ปกฺโกสิยมาโน ปฐมํ อสทฺธมฺมวเสน จินฺเตติ. ธนโลลตาย ‘‘หํสราชํ คเหตฺวาน สุวณฺณา ปริหายถ’’. ปาทโลลตาย อารามาทิคมนสีโล หุตฺวา สพฺพํ ธนํ วินาเสติ. ตตฺถ ธนิโย ‘‘เอกาปิ โลลตา มยฺหํ โคปิยา นตฺถี’’ติ ทสฺเสนฺโต อโลลาติ อาห.

ทีฆรตฺตํ สํวาสิยาติ ทีฆกาลํ สทฺธึ วสมานา โกมารภาวโต ปภุติ เอกโต วฑฺฒิตา. เตน ปรปุริเส น ชานาตีติ ทสฺเสติ. มนาปาติ เอวํ ปรปุริเส อชานนฺตี มเมว มนํ อลฺลียตีติ ทสฺเสติ. ตสฺสา น สุณามิ กิญฺจิ ปาปนฺติ ‘‘อิตฺถนฺนาเมน นาม สทฺธึ อิมาย หสิตํ วา ลปิตํ วา’’ติ เอวํ ตสฺสา น สุณามิ, กญฺจิ อติจารโทสนฺติ ทสฺเสติ.

๒๓. อถ ภควา เอเตหิ คุเณหิ โคปิยา ตุฏฺฐํ ธนิยํ โอวทนฺโต ปุริมนเยเนว ‘‘จิตฺตํ มม อสฺสว’’นฺติ อิมํ คาถมภาสิ, อตฺถสภาคํ, พฺยญฺชนสภาคญฺจ. ตตฺถ อุตฺตานตฺถาเนว ปทานิ. อยํ ปน อธิปฺปาโย – ธนิย, ตฺวํ ‘‘โคปี มม อสฺสวา’’ติ ตุฏฺโฐ, สา ปน เต อสฺสวา ภเวยฺย วา น วา; ทุชฺชานํ ปรจิตฺตํ, วิเสสโต มาตุคามสฺส. มาตุคามญฺหิ กุจฺฉิยา ปริหรนฺตาปิ รกฺขิตุํ น สกฺโกนฺติ, เอวํ ทุรกฺขจิตฺตตฺตา เอว น สกฺกา ตุมฺหาทิเสหิ อิตฺถี อโลลาติ วา สํวาสิยาติ วา มนาปาติ วา นิปฺปาปาติ วา ชานิตุํ. มยฺหํ ปน จิตฺตํ อสฺสวํ โอวาทปฏิกรํ มม วเส วตฺตติ, นาหํ ตสฺส วเส วตฺตามิ. โส จสฺส อสฺสวภาโว ยมกปาฏิหาริเย ฉนฺนํ วณฺณานํ อคฺคิธาราสุ จ อุทกธาราสุ จ ปวตฺตมานาสุ สพฺพชนสฺส ปากโฏ อโหสิ. อคฺคินิมฺมาเน หิ เตโชกสิณํ สมาปชฺชิตพฺพํ อุทกนิมฺมาเน อาโปกสิณํ, นีลาทินิมฺมาเน นีลาทิกสิณานิ. พุทฺธานมฺปิ หิ เทฺว จิตฺตานิ เอกโต นปฺปวตฺตนฺติ, เอกเมว ปน อสฺสวภาเวน เอวํ วสวตฺติ อโหสิ. ตญฺจ โข ปน สพฺพกิเลสพนฺธนาปคมา วิมุตฺตํ, วิมุตฺตตฺตา ตเทว อโลลํ, น ตว โคปี. ทีปงฺกรพุทฺธกาลโต จ ปภุติ ทานสีลาทีหิ ทีฆรตฺตํ ปริภาวิตตฺตา สํวาสิยํ, น ตว โคปี. ตเทตํ อนุตฺตเรน ทมเถน ทมิตตฺตา สุทนฺตํ, สุทนฺตตฺตา อตฺตโน วเสน ฉทฺวารวิเสวนํ ปหาย มเมว อธิปฺปายมนสฺส วเสนานุวตฺตนโต มนาปํ, น ตว โคปี.

ปาปํ ปน เม น วิชฺชตีติ อิมินา ปน ภควา ตสฺส อตฺตโน จิตฺตสฺส ปาปาภาวํ ทสฺเสติ, ธนิโย วิย โคปิยา. โส จสฺส ปาปาภาโว น เกวลํ สมฺมาสมฺพุทฺธกาเลเยว, เอกูนตึส วสฺสานิ สราคาทิกาเล อคารมชฺเฌ วสนฺตสฺสาปิ เวทิตพฺโพ. ตทาปิ หิสฺส อคาริยภาวานุรูปํ วิญฺญุปฏิกุฏฺฐํ กายทุจฺจริตํ วา วจีทุจฺจริตํ วา มโนทุจฺจริตํ วา น อุปฺปนฺนปุพฺพํ. ตโต ปรํ มาโรปิ ฉพฺพสฺสานิ อนภิสมฺพุทฺธํ, เอกํ วสฺสํ อภิสมฺพุทฺธนฺติ สตฺต วสฺสานิ ตถาคตํ อนุพนฺธิ ‘‘อปฺเปว นาม วาลคฺคนิตุทนมตฺตมฺปิสฺส ปาปสมาจารํ ปสฺเสยฺย’’นฺติ. โส อทิสฺวาว นิพฺพินฺโน อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘สตฺต วสฺสานิ ภควนฺตํ, อนุพนฺธึ ปทาปทํ;

โอตารํ นาธิคจฺฉิสฺสํ, สมฺพุทฺธสฺส สตีมโต’’ติ. (สุ. นิ. ๔๔๘);

พุทฺธกาเลปิ นํ อุตฺตรมาณโว สตฺต มาสานิ อนุพนฺธิ อาภิสมาจาริกํ ทฏฺฐุกาโม. โส กิญฺจิ วชฺชํ อทิสฺวาว ปริสุทฺธสมาจาโร ภควาติ คโต. จตฺตาริ หิ ตถาคตสฺส อรกฺเขยฺยานิ. ยถาห –

‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺส อรกฺเขยฺยานิ. กตมานิ จตฺตาริ? ปริสุทฺธกายสมาจาโร, ภิกฺขเว, ตถาคโต, นตฺถิ ตถาคตสฺส กายทุจฺจริตํ, ยํ ตถาคโต รกฺเขยฺย ‘มา เม อิทํ ปโร อญฺญาสี’ติ, ปริสุทฺธวจีสมาจาโร…เป… ปริสุทฺธมโนสมาจาโร…เป… ปริสุทฺธาชีโว, ภิกฺขเว, ตถาคโต, นตฺถิ ตถาคตสฺส มิจฺฉาชีโว, ยํ ตถาคโต รกฺเขยฺย ‘มา เม อิทํ ปโร อญฺญาสี’’’ติ (อ. นิ. ๗.๕๘).

เอวํ ยสฺมา ตถาคตสฺส จิตฺตสฺส น เกวลํ สมฺมาสมฺพุทฺธกาเล, ปุพฺเพปิ ปาปํ นตฺถิ เอว, ตสฺมา อาห – ‘‘ปาปํ ปน เม น วิชฺชตี’’ติ. ตสฺสาธิปฺปาโย – มเมว จิตฺตสฺส ปาปํ น สกฺกา สุณิตุํ, น ตว โคปิยา. ตสฺมา ยทิ เอเตหิ คุเณหิ ตุฏฺเฐน ‘‘อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทวา’’ติ วตฺตพฺพํ, มยาเวตํ วตฺตพฺพนฺติ.

๒๔. ตมฺปิ สุตฺวา ธนิโย ตตุตฺตริปิ สุภาสิตรสายนํ ปิวิตุกาโม อตฺตโน ภุชิสฺสภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อตฺตเวตนภโตหมสฺมี’’ติ. ตตฺถ อตฺตเวตนภโตติ อตฺตนิเยเนว ฆาสจฺฉาทเนน ภโต, อตฺตโนเยว กมฺมํ กตฺวา ชีวามิ, น ปรสฺส เวตนํ คเหตฺวา ปรสฺส กมฺมํ กโรมีติ ทสฺเสติ. ปุตฺตาติ ธีตโร จ ปุตฺตา จ, เต สพฺเพ ปุตฺตาเตฺวว เอกชฺฌํ วุจฺจนฺติ. สมานิยาติ สนฺนิหิตา อวิปฺปวุฏฺฐา. อโรคาติ นิราพาธา, สพฺเพว อูรุพาหุพลาติ ทสฺเสติ. เตสํ น สุณามิ กิญฺจิ ปาปนฺติ เตสํ โจราติ วา ปรทาริกาติ วา ทุสฺสีลาติ วา กิญฺจิ ปาปํ น สุณามีติ.

๒๕. เอวํ วุตฺเต ภควา ปุริมนเยเนว ธนิยํ โอวทนฺโต อิมํ คาถํ อภาสิ – ‘‘นาหํ ภตโก’’ติ. อตฺราปิ อุตฺตานตฺถาเนว ปทานิ. อยํ ปน อธิปฺปาโย – ตฺวํ ‘‘ภุชิสฺโสหมสฺมี’’ติ มนฺตฺวา ตุฏฺโฐ, ปรมตฺถโต จ อตฺตโน กมฺมํ กริตฺวา ชีวนฺโตปิ ทาโส เอวาสิ ตณฺหาทาสตฺตา, ภตกวาทา จ น ปริมุจฺจสิ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อูโน โลโก อติตฺโต ตณฺหาทาโส’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๐๕). ปรมตฺถโต ปน นาหํ ภตโกสฺมิ กสฺสจิ. อหญฺหิ กสฺสจิ ปรสฺส วา อตฺตโน วา ภตโก น โหมิ. กึ การณา? ยสฺมา นิพฺพิฏฺเฐน จรามิ สพฺพโลเก. อหญฺหิ ทีปงฺกรปาทมูลโต ยาว โพธิ, ตาว สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ภตโก อโหสึ. สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต ปน นิพฺพิฏฺโฐ นิพฺพิโส ราชภโต วิย. เตเนว นิพฺพิฏฺเฐน สพฺพญฺญุภาเวน โลกุตฺตรสมาธิสุเขน จ ชีวามิ. ตสฺส เม อิทานิ อุตฺตริกรณียสฺส กตปริจยสฺส วา อภาวโต อปฺปหีนปฏิสนฺธิกานํ ตาทิสานํ วิย ปตฺตพฺโพ โกจิ อตฺโถ ภติยา น วิชฺชติ. ‘‘ภฏิยา’’ติปิ ปาโฐ. ตสฺมา ยทิ ภุชิสฺสตาย ตุฏฺเฐน ‘‘อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทวา’’ติ วตฺตพฺพํ, มยาเวตํ วตฺตพฺพนฺติ.

๒๖. ตมฺปิ สุตฺวา ธนิโย อติตฺโตว สุภาสิตามเตน อตฺตโน ปญฺจปฺปการโคมณฺฑลปริปุณฺณภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อตฺถิ วสา’’ติ. ตตฺถ วสาติ อทมิตวุฑฺฒวจฺฉกา. เธนุปาติ เธนุํ ปิวนฺตา ตรุณวจฺฉกา, ขีรทายิกา วา คาโว. โคธรณิโยติ คพฺภินิโย. ปเวณิโยติ วยปฺปตฺตา พลีพทฺเทหิ สทฺธึ เมถุนปตฺถนกคาโว. อุสโภปิ ควมฺปตีติ โย โคปาลเกหิ ปาโต เอว นฺหาเปตฺวา, โภเชตฺวา, ปญฺจงฺคุลํ ทตฺวา, มาลํ พนฺธิตฺวา – ‘‘เอหิ, ตาต, คาโว โคจรํ ปาเปตฺวา รกฺขิตฺวา อาเนหี’’ติ เปสียติ, เอวํ เปสิโต จ ตา คาโว อโคจรํ ปริหริตฺวา, โคจเร จาเรตฺวา, สีหพฺยคฺฆาทิภยา ปริตฺตายิตฺวา อาเนติ, ตถารูโป อุสโภปิ ควมฺปติ อิธ มยฺหํ โคมณฺฑเล อตฺถีติ ทสฺเสสิ.

๒๗. เอวํ วุตฺเต ภควา ตเถว ธนิยํ โอวทนฺโต อิมํ ปจฺจนีกคาถํ อาห ‘‘นตฺถิ วสา’’ติ. เอตฺถ เจส อธิปฺปาโย – อิธ อมฺหากํ สาสเน อทมิตฏฺเฐน วุฑฺฒฏฺเฐน จ วสาสงฺขาตา ปริยุฏฺฐานา วา, ตรุณวจฺฉเก สนฺธาย วสานํ มูลฏฺเฐน ขีรทายินิโย สนฺธาย ปคฺฆรณฏฺเฐน เธนุปาสงฺขาตา อนุสยา วา, ปฏิสนฺธิคพฺภธารณฏฺเฐน โคธรณิสงฺขาตา ปุญฺญาปุญฺญาเนญฺชาภิสงฺขารเจตนา วา, สํโยคปตฺถนฏฺเฐน ปเวณิสงฺขาตา ปตฺถนา ตณฺหา วา, อาธิปจฺจฏฺเฐน ปุพฺพงฺคมฏฺเฐน เสฏฺฐฏฺเฐน จ ควมฺปติอุสภสงฺขาตํ อภิสงฺขารวิญฺญาณํ วา นตฺถิ, สฺวาหํ อิมาย สพฺพโยคกฺเขมภูตาย นตฺถิตาย ตุฏฺโฐ. ตฺวํ ปน โสกาทิวตฺถุภูตาย อตฺถิตาย ตุฏฺโฐ. ตสฺมา สพฺพโยคกฺเขมตาย ตุฏฺฐสฺส มเมเวตํ ยุตฺตํ วตฺตุํ ‘‘อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทวา’’ติ.

๒๘. ตมฺปิ สุตฺวา ธนิโย ตตุตฺตริปิ สุภาสิตํ อมตรสํ อธิคนฺตุกาโม อตฺตโน โคคณสฺส ขิลพนฺธนสมฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ขิลา นิขาตา’’ติ. ตตฺถ ขิลาติ คุนฺนํ พนฺธนตฺถมฺภา. นิขาตาติ อาโกเฏตฺวา ภูมิยํ ปเวสิตา ขุทฺทกา มหนฺตา ขณิตฺวา ฐปิตา. อสมฺปเวธีติ อกมฺปกา. ทามาติ วจฺฉกานํ พนฺธนตฺถาย กตา คนฺถิตปาสยุตฺตา รชฺชุพนฺธนวิเสสา. มุญฺชมยาติ มุญฺชติณมยา. นวาติ อจิรกตา. สุสณฺฐานาติ สุฏฺฐุ สณฺฐานา, สุวฏฺฏิตสณฺฐานา วา. น หิ สกฺขินฺตีติ เนว สกฺขิสฺสนฺติ. เธนุปาปิ เฉตฺตุนฺติ ตรุณวจฺฉกาปิ ฉินฺทิตุํ.

๒๙. เอวํ วุตฺเต ภควา ธนิยสฺส อินฺทฺริย-ปริปากกาลํ ญตฺวา ปุริมนเยเนว ตํ โอวทนฺโต อิมํ จตุสจฺจทีปิกํ คาถํ อภาสิ ‘‘อุสโภริว เฉตฺวา’’ติ. ตตฺถ อุสโภติ โคปิตา โคปริณายโก โคยูถปติ พลีพทฺโท. เกจิ ปน ภณนฺติ ‘‘ควสตเชฏฺโฐ อุสโภ, สหสฺสเชฏฺโฐ วสโภ, สตสหสฺสเชฏฺโฐ นิสโภ’’ติ. อปเร ‘‘เอกคามเขตฺเต เชฏฺโฐ อุสโภ, ทฺวีสุ เชฏฺโฐ วสโภ, สพฺพตฺถ อปฺปฏิหโต นิสโภ’’ติ. สพฺเพเปเต ปปญฺจา, อปิจ โข ปน อุสโภติ วา วสโภติ วา นิสโภติ วา สพฺเพเปเต อปฺปฏิสมฏฺเฐน เวทิตพฺพา. ยถาห – ‘‘นิสโภ วต โภ สมโณ โคตโม’’ติ (สํ. นิ. ๑.๓๘). ร-กาโร ปทสนฺธิกโร. พนฺธนานีติ รชฺชุพนฺธนานิ กิเลสพนฺธนานิ จ. นาโคติ หตฺถี. ปูติลตนฺติ คโฬจีลตํ. ยถา หิ สุวณฺณวณฺโณปิ กาโย ปูติกาโย, วสฺสสติโกปิ สุนโข กุกฺกุโร, ตทหุชาโตปิ สิงฺคาโล ‘‘ชรสิงฺคาโล’’ติ วุจฺจติ, เอวํ อภินวาปิ คโฬจีลตา อสารกตฺเตน ‘‘ปูติลตา’’ติ วุจฺจติ. ทาลยิตฺวาติ ฉินฺทิตฺวา. คพฺภญฺจ เสยฺยญฺจ คพฺภเสยฺยํ. ตตฺถ คพฺภคฺคหเณน ชลาพุชโยนิ, เสยฺยคฺคหเณน อวเสสา. คพฺภเสยฺยมุเขน วา สพฺพาปิ ตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. เสสเมตฺถ ปทตฺถโต อุตฺตานเมว.

อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย – ธนิย, ตฺวํ พนฺธเนน ตุฏฺโฐ, อหํ ปน พนฺธเนน อฏฺฏียนฺโต ถามวีริยูเปโต มหาอุสโภริว พนฺธนานิ ปญฺจุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานิ จตุตฺถอริยมคฺคถามวีริเยน เฉตฺวา, นาโค ปูติลตํว ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนพนฺธนานิ เหฏฺฐามคฺคตฺตยถามวีริเยน ทาลยิตฺวา, อถ วา อุสโภริว พนฺธนานิ อนุสเย นาโค ปูติลตํว ปริยุฏฺฐานานิ เฉตฺวา ทาลยิตฺวาว ฐิโต. ตสฺมา น ปุน คพฺภเสยฺยํ อุเปสฺสํ. โสหํ ชาติทุกฺขวตฺถุเกหิ สพฺพทุกฺเขหิ ปริมุตฺโต โสภามิ – ‘‘อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทวา’’ติ วทมาโน. ตสฺมา สเจ ตฺวมฺปิ อหํ วิย วตฺตุมิจฺฉสิ, ฉินฺท ตานิ พนฺธนานีติ. เอตฺถ จ พนฺธนานิ สมุทยสจฺจํ, คพฺภเสยฺยา ทุกฺขสจฺจํ, ‘‘น อุเปสฺส’’นฺติ เอตฺถ อนุปคโม อนุปาทิเสสวเสน, ‘‘เฉตฺวา ทาลยิตฺวา’’ติ เอตฺถ เฉโท ปทาลนญฺจ สอุปาทิเสสวเสน นิโรธสจฺจํ, เยน ฉินฺทติ ปทาเลติ จ, ตํ มคฺคสจฺจนฺติ.

เอวเมตํ จตุสจฺจทีปิกํ คาถํ สุตฺวา คาถาปริโยสาเน ธนิโย จ ปชาปติ จสฺส เทฺว จ ธีตโรติ จตฺตาโร ชนา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ. อถ ธนิโย อเวจฺจปฺปสาทโยเคน ตถาคเต มูลชาตาย ปติฏฺฐิตาย สทฺธาย ปญฺญาจกฺขุนา ภควโต ธมฺมกายํ ทิสฺวา ธมฺมตาย โจทิตหทโย จินฺเตสิ – ‘‘พนฺธนานิ ฉินฺทึ, คพฺภเสยฺโย จ เม นตฺถี’’ติ อวีจึ ปริยนฺตํ กตฺวา ยาว ภวคฺคา โก อญฺโญ เอวํ สีหนาทํ นทิสฺสติ อญฺญตฺร ภควตา, อาคโต นุ โข เม สตฺถาติ. ตโต ภควา ฉพฺพณฺณรสฺมิชาลวิจิตฺรํ สุวณฺณรสเสกปิญฺชรํ วิย สรีราภํ ธนิยสฺส นิเวสเน มุญฺจิ ‘‘ปสฺส ทานิ ยถาสุข’’นฺติ.

๓๐. อถ ธนิโย อนฺโต ปวิฏฺฐจนฺทิมสูริยํ วิย สมนฺตา ปชฺชลิตปทีปสหสฺสสมุชฺชลิตมิว จ นิเวสนํ ทิสฺวา ‘‘อาคโต ภควา’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ. ตสฺมึเยว จ สมเย เมโฆปิ ปาวสฺสิ. เตนาหุ สงฺคีติการา ‘‘นินฺนญฺจ ถลญฺจ ปูรยนฺโต’’ติ. ตตฺถ นินฺนนฺติ ปลฺลลํ. ถลนฺติ อุกฺกูลํ. เอวเมตํ อุกฺกูลวิกูลํ สพฺพมฺปิ สมํ กตฺวา ปูรยนฺโต มหาเมโฆ ปาวสฺสิ, วสฺสิตุํ อารภีติ วุตฺตํ โหติ. ตาวเทวาติ ยํ ขณํ ภควา สรีราภํ มุญฺจิ, ธนิโย จ ‘‘สตฺถา เม อาคโต’’ติ สทฺธามยํ จิตฺตาภํ มุญฺจิ, ตํ ขณํ ปาวสฺสีติ. เกจิ ปน ‘‘สูริยุคฺคมนมฺปิ ตสฺมึเยว ขเณ’’ติ วณฺณยนฺติ.

๓๑-๓๒. เอวํ ตสฺมึ ธนิยสฺส สทฺธุปฺปาทตถาคโตภาสผรณสูริยุคฺคมนกฺขเณ วสฺสโต เทวสฺส สทฺทํ สุตฺวา ธนิโย ปีติโสมนสฺสชาโต อิมมตฺถํ อภาสถ ‘‘ลาภา วต โน อนปฺปกา’’ติ เทฺว คาถา วตฺตพฺพา.

ตตฺถ ยสฺมา ธนิโย สปุตฺตทาโร ภควโต อริยมคฺคปฏิเวเธน ธมฺมกายํ ทิสฺวา, โลกุตฺตรจกฺขุนา รูปกายํ ทิสฺวา, โลกิยจกฺขุนา สทฺธาปฏิลาภํ ลภิ. ตสฺมา อาห – ‘‘ลาภา วต โน อนปฺปกา, เย มยํ ภควนฺตํ อทฺทสามา’’ติ. ตตฺถ วต อิติ วิมฺหยตฺเถ นิปาโต. โน อิติ อมฺหากํ. อนปฺปกาติ วิปุลา. เสสํ อุตฺตานเมว. สรณํ ตํ อุเปมาติ เอตฺถ ปน กิญฺจาปิ มคฺคปฏิเวเธเนวสฺส สิทฺธํ สรณคมนํ, ตตฺถ ปน นิจฺฉยคมนเมว คโต, อิทานิ วาจาย อตฺตสนฺนิยฺยาตนํ กโรติ. มคฺควเสน วา สนฺนิยฺยาตนสรณตํ อจลสรณตํ ปตฺโต, ตํ ปเรสํ วาจาย ปากฏํ กโรนฺโต ปณิปาตสรณคมนํ คจฺฉติ. จกฺขุมาติ ภควา ปกติทิพฺพปญฺญาสมนฺตพุทฺธจกฺขูหิ ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมา. ตํ อาลปนฺโต อาห – ‘‘สรณํ ตํ อุเปม จกฺขุมา’’ติ. ‘‘สตฺถา โน โหหิ ตุวํ มหามุนี’’ติ อิทํ ปน วจนํ สิสฺสภาวูปคมเนนาปิ สรณคมนํ ปูเรตุํ ภณติ, โคปี จ อหญฺจ อสฺสวา, พฺรหฺมจริยํ สุคเต จรามเสติ อิทํ สมาทานวเสน.

ตตฺถ พฺรหฺมจริยนฺติ เมถุนวิรติมคฺคสมณธมฺมสาสนสทารสนฺโตสานเมตํ อธิวจนํ. ‘‘พฺรหฺมจารี’’ติ เอวมาทีสุ (ม. นิ. ๑.๘๓) หิ เมถุนวิรติ พฺรหฺมจริยนฺติ วุจฺจติ. ‘‘อิทํ โข ปน เม ปญฺจสิข, พฺรหฺมจริยํ เอกนฺตนิพฺพิทายา’’ติ เอวมาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๒๙) มคฺโค. ‘‘อภิชานามิ โข ปนาหํ, สาริปุตฺต, จตุรงฺคสมนฺนาคตํ พฺรหฺมจริยํ จริตา’’ติ เอวมาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๕๕) สมณธมฺโม. ‘‘ตยิทํ พฺรหฺมจริยํ อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจา’’ติ เอวมาทีสุ (ที. นิ. ๓.๑๗๔) สาสนํ.

‘‘มยญฺจ ภริยา นาติกฺกมาม, อเมฺห จ ภริยา นาติกฺกมนฺติ;

อญฺญตฺร ตาหิ พฺรหฺมจริยํ จราม, ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา น มียเร’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๙๗) –

เอวมาทีสุ สทารสนฺโตโส. อิธ ปน สมณธมฺมพฺรหฺมจริยปุพฺพงฺคมํ อุปริมคฺคพฺรหฺมจริยมธิปฺเปตํ. สุคเตติ สุคตสฺส สนฺติเก. ภควา หิ อนฺตทฺวยมนุปคฺคมฺม สุฏฺฐุ คตตฺตา, โสภเณน จ อริยมคฺคคมเนน สมนฺนาคตตฺตา, สุนฺทรญฺจ นิพฺพานสงฺขาตํ ฐานํ คตตฺตา สุคโตติ วุจฺจติ. สมีปตฺเถ เจตฺถ ภุมฺมวจนํ, ตสฺมา สุคตสฺส สนฺติเกติ อตฺโถ. จรามเสติ จราม. ยญฺหิ ตํ สกฺกเต จรามสีติ วุจฺจติ, ตํ อิธ จรามเสติ. อฏฺฐกถาจริยา ปน ‘‘เสติ นิปาโต’’ติ ภณนฺติ. เตเนว เจตฺถ อายาจนตฺถํ สนฺธาย ‘‘จเรม เส’’ติปิ ปาฐํ วิกปฺเปนฺติ. ยํ รุจฺจติ, ตํ คเหตพฺพํ.

เอวํ ธนิโย พฺรหฺมจริยจรณาปเทเสน ภควนฺตํ ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา ปพฺพชฺชปโยชนํ ทีเปนฺโต อาห ‘‘ชาตีมรณสฺส ปารคู, ทุกฺขสฺสนฺตกรา ภวามเส’’ติ. ชาติมรณสฺส ปารํ นาม นิพฺพานํ, ตํ อรหตฺตมคฺเคน คจฺฉาม. ทุกฺขสฺสาติ วฏฺฏทุกฺขสฺส. อนฺตกราติ อภาวกรา. ภวามเสติ ภวาม, อถ วา อโห วต มยํ ภเวยฺยามาติ. ‘‘จรามเส’’ติ เอตฺถ วุตฺตนเยเนว ตํ เวทิตพฺพํ. เอวํ วตฺวาปิ จ ปุน อุโภปิ กิร ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ‘‘ปพฺพาเชถ โน ภควา’’ติ เอวํ ปพฺพชฺชํ ยาจึสูติ.

๓๓. อถ มาโร ปาปิมา เอวํ เต อุโภปิ วนฺทิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจนฺเต ทิสฺวา – ‘‘อิเม มม วิสยํ อติกฺกมิตุกามา, หนฺท เนสํ อนฺตรายํ กโรมี’’ติ อาคนฺตฺวา ฆราวาเส คุณํ ทสฺเสนฺโต อิมํ คาถมาห ‘‘นนฺทติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา’’ติ. ตตฺถ นนฺทตีติ ตุสฺสติ โมทติ. ปุตฺเตหีติ ปุตฺเตหิปิ ธีตเรหิปิ, สหโยคตฺเถ, กรณตฺเถ วา กรณวจนํ, ปุตฺเตหิ สห นนฺทติ, ปุตฺเตหิ กรณภูเตหิ นนฺทตีติ วุตฺตํ โหติ. ปุตฺติมาติ ปุตฺตวา ปุคฺคโล. อิตีติ เอวมาห. มาโรติ วสวตฺติภูมิยํ อญฺญตโร ทามริกเทวปุตฺโต. โส หิ สฏฺฐานาติกฺกมิตุกามํ ชนํ ยํ สกฺโกติ, ตํ มาเรติ. ยํ น สกฺโกติ, ตสฺสปิ มรณํ อิจฺฉติ. เตน ‘‘มาโร’’ติ วุจฺจติ. ปาปิมาติ ลามกปุคฺคโล, ปาปสมาจาโร วา. สงฺคีติการานเมตํ วจนํ, สพฺพคาถาสุ จ อีทิสานิ. ยถา จ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา, โคปิโย โคหิ ตเถว นนฺทติ. ยสฺส คาโว อตฺถิ, โสปิ โคปิโย, โคหิ สห, โคหิ วา กรณภูเตหิ ตเถว นนฺทตีติ อตฺโถ.

เอวํ วตฺวา อิทานิ ตสฺสตฺถสฺส สาธกการณํ นิทฺทิสติ, ‘‘อุปธี หิ นรสฺส นนฺทนา’’ติ. ตตฺถ อุปธีติ จตฺตาโร อุปธโย – กามูปธิ, ขนฺธูปธิ, กิเลสูปธิ, อภิสงฺขารูปธีติ. กามา หิ ‘‘ยํ ปญฺจกามคุเณ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ, อยํ กามานํ อสฺสาโท’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๖๖) เอวํ วุตฺตสฺส สุขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต อุปธียติ เอตฺถ สุขนฺติ อิมินา วจนตฺเถน อุปธีติ วุจฺจนฺติ. ขนฺธาปิ ขนฺธมูลกทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต, กิเลสาปิ อปายทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต, อภิสงฺขาราปิ ภวทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโตติ. อิธ ปน กามูปธิ อธิปฺเปโต. โส สตฺตสงฺขารวเสน ทุวิโธ. ตตฺถ สตฺตปฏิพทฺโธ ปธาโน, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปุตฺเตหิ โคหี’’ติ วตฺวา การณมาห – ‘‘อุปธี หิ นรสฺส นนฺทนา’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ยสฺมา อิเม กามูปธี นรสฺส นนฺทนา, นนฺทยนฺติ นรํ ปีติโสมนสฺสํ อุปสํหรนฺตา, ตสฺมา เวทิตพฺพเมตํ ‘‘นนฺทติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา, โคปิโย โคหิ ตเถว นนฺทติ, ตฺวญฺจ ปุตฺติมา โคปิโย จ, ตสฺมา เอเตหิ, นนฺท, มา ปพฺพชฺชํ ปาฏิกงฺขิ. ปพฺพชิตสฺส หิ เอเต อุปธโย น สนฺติ, เอวํ สนฺเต ตฺวํ ทุกฺขสฺสนฺตํ ปตฺเถนฺโตปิ ทุกฺขิโตว ภวิสฺสสี’’ติ.

อิทานิ ตสฺสปิ อตฺถสฺส สาธกการณํ นิทฺทิสติ ‘‘น หิ โส นนฺทติ, โย นิรูปธี’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ยสฺมา ยสฺเสเต อุปธโย นตฺถิ, โส ปิเยหิ ญาตีหิ วิปฺปยุตฺโต นิพฺโภคูปกรโณ น นนฺทติ, ตสฺมา ตฺวํ อิเม อุปธโย วชฺเชตฺวา ปพฺพชิโต ทุกฺขิโตว ภวิสฺสสีติ.

๓๔. อถ ภควา ‘‘มาโร อยํ ปาปิมา อิเมสํ อนฺตรายาย อาคโต’’ติ วิทิตฺวา ผเลน ผลํ ปาเตนฺโต วิย ตาเยว มาเรนาภตาย อุปมาย มารวาทํ ภินฺทนฺโต ตเมว คาถํ ปริวตฺเตตฺวา ‘‘อุปธิ โสกวตฺถู’’ติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โสจติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา’’ติ. ตตฺถ สพฺพํ ปทตฺถโต อุตฺตานเมว. อยํ ปน อธิปฺปาโย – มา, ปาปิม, เอวํ อวจ ‘‘นนฺทติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา’’ติ. สพฺเพเหว หิ ปิเยหิ, มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว, อนติกฺกมนีโย อยํ วิธิ, เตสญฺจ ปิยมนาปานํ ปุตฺตทารานํ ควาสฺสวฬวหิรญฺญสุวณฺณาทีนํ วินาภาเวน อธิมตฺตโสกสลฺลสมปฺปิตหทยา สตฺตา อุมฺมตฺตกาปิ โหนฺติ ขิตฺตจิตฺตา, มรณมฺปิ นิคจฺฉนฺติ มรณมตฺตมฺปิ ทุกฺขํ. ตสฺมา เอวํ คณฺห – โสจติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา. ยถา จ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา, โคปิโย โคหิ ตเถว โสจตีติ. กึ การณา? อุปธี หิ นรสฺส โสจนา. ยสฺมา จ อุปธี หิ นรสฺส โสจนา, ตสฺมา เอว ‘‘น หิ โส โสจติ, โย นิรูปธิ’’. โย อุปธีสุ สงฺคปฺปหาเนน นิรุปธิ โหติ, โส สนฺตุฏฺโฐ โหติ กายปริหาริเกน จีวเรน, กุจฺฉิปริหาริเกน ปิณฺฑปาเตน, เยน เยเนว ปกฺกมติ, สมาทาเยว ปกฺกมติ. เสยฺยถาปิ นาม ปกฺขี สกุโณ …เป… นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาติ. เอวํ สพฺพโสกสมุคฺฆาตา ‘‘น หิ โส โสจติ, โย นิรุปธี’’ติ. อิติ ภควา อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ โวสาเปสิ. อถ วา โย นิรุปธิ, โย นิกฺกิเลโส, โส น โสจติ. ยาวเทว หิ กิเลสา สนฺติ, ตาวเทว สพฺเพ อุปธโย โสกปฺผลาว โหนฺติ. กิเลสปฺปหานา ปน นตฺถิ โสโกติ. เอวมฺปิ อรหตฺตนิกูเฏเนว เทสนํ โวสาเปสิ. เทสนาปริโยสาเน ธนิโย จ โคปี จ อุโภปิ ปพฺพชึสุ. ภควา อากาเสเนว เชตวนํ อคมาสิ. เต ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉิกรึสุ. วสนฏฺฐาเน จ เนสํ โคปาลกา วิหารํ กาเรสุํ. โส อชฺชาปิ โคปาลกวิหาโรเตฺวว ปญฺญายตีติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ธนิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.