๓. ขคฺควิสาณสุตฺตวณฺณนา
สพฺเพสุ ภูเตสูติ ขคฺควิสาณสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? สพฺพสุตฺตานํ จตุพฺพิธา อุปฺปตฺติ – อตฺตชฺฌาสยโต, ปรชฺฌาสยโต, อฏฺฐุปฺปตฺติโต, ปุจฺฉาวสิโต จาติ. ทฺวยตานุปสฺสนาทีนญฺหิ อตฺตชฺฌาสยโต อุปฺปตฺติ, เมตฺตสุตฺตาทีนํ ปรชฺฌาสยโต, อุรคสุตฺตาทีนํ อฏฺฐุปฺปตฺติโต, ธมฺมิกสุตฺตาทีนํ ปุจฺฉาวสิโต. ตตฺถ ขคฺควิสาณสุตฺตสฺส อวิเสเสน ปุจฺฉาวสิโต อุปฺปตฺติ. วิเสเสน ปน ยสฺมา เอตฺถ กาจิ คาถา เตน เตน ปจฺเจกสมฺพุทฺเธน ปุฏฺเฐน วุตฺตา, กาจิ อปุฏฺเฐน อตฺตนา อธิคตมคฺคนยานุรูปํ อุทานํเยว อุทาเนนฺเตน, ตสฺมา กายจิ คาถาย ปุจฺฉาวสิโต, กายจิ อตฺตชฺฌาสยโต อุปฺปตฺติ.
ตตฺถ ยา อยํ อวิเสเสน ปุจฺฉาวสิโต อุปฺปตฺติ, สา อาทิโต ปภุติ เอวํ เวทิตพฺพา – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ. อถ โข อายสฺมโต อานนฺทสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘พุทฺธานํ ปตฺถนา จ อภินีหาโร จ ทิสฺสติ; ตถา สาวกานํ, ปจฺเจกพุทฺธานํ น ทิสฺสติ; ยํนูนาหํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺเฉยฺย’’นฺติ. โส ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ยถากฺกเมน เอตมตฺถํ ปุจฺฉิ. อถสฺส ภควา ปุพฺพโยคาวจรสุตฺตํ อภาสิ –
‘‘ปญฺจิเม, อานนฺท, อานิสํสา ปุพฺพโยคาวจเร ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปฏิกจฺเจว อญฺญํ อาราเธติ. โน เจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปฏิกจฺเจว อญฺญํ อาราเธติ, อถ มรณกาเล อญฺญํ อาราเธติ. โน เจ มรณกาเล อญฺญํ อาราเธติ, อถ เทวปุตฺโต สมาโน อญฺญํ อาราเธติ, อถ พุทฺธานํ สมฺมุขีภาเว ขิปฺปาภิญฺโญ โหติ, อถ ปจฺฉิเม กาเล ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ โหตี’’ติ –
เอวํ วตฺวา ปุน อาห –
‘‘ปจฺเจกพุทฺธา นาม, อานนฺท, อภินีหารสมฺปนฺนา ปุพฺพโยคาวจรา โหนฺติ. ตสฺมา พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวกานํ สพฺเพสํ ปตฺถนา จ อภินีหาโร จ อิจฺฉิตพฺโพ’’ติ.
โส อาห – ‘‘พุทฺธานํ, ภนฺเต, ปตฺถนา กีว จิรํ วฏฺฏตี’’ติ? พุทฺธานํ, อานนฺท, เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ, มชฺฌิมปริจฺเฉเทน อฏฺฐ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ, อุปริมปริจฺเฉเทน โสฬส อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ. เอเต จ เภทา ปญฺญาธิกสทฺธาธิกวีริยาธิกวเสน ญาตพฺพา. ปญฺญาธิกานญฺหิ สทฺธา มนฺทา โหติ, ปญฺญา ติกฺขา. สทฺธาธิกานํ ปญฺญา มชฺฌิมา โหติ, สทฺธา พลวา. วีริยาธิกานํ สทฺธาปญฺญา มนฺทา, วีริยํ พลวนฺติ. อปฺปตฺวา ปน จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ ทิวเส ทิวเส เวสฺสนฺตรทานสทิสํ ทานํ เทนฺโตปิ ตทนุรูปสีลาทิสพฺพปารมิธมฺเม อาจินนฺโตปิ อนฺตรา พุทฺโธ ภวิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. กสฺมา? ญาณํ คพฺภํ น คณฺหาติ, เวปุลฺลํ นาปชฺชติ, ปริปากํ น คจฺฉตีติ. ยถา นาม ติมาสจตุมาสปญฺจมาสจฺจเยน นิปฺผชฺชนกํ สสฺสํ ตํ ตํ กาลํ อปฺปตฺวา ทิวเส ทิวเส สหสฺสกฺขตฺตุํ เกฬายนฺโตปิ อุทเกน สิญฺจนฺโตปิ อนฺตรา ปกฺเขน วา มาเสน วา นิปฺผาเทสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. กสฺมา? สสฺสํ คพฺภํ น คณฺหาติ, เวปุลฺลํ นาปชฺชติ, ปริปากํ น คจฺฉตีติ. เอวเมวํ อปฺปตฺวา จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ…เป… เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ. ตสฺมา ยถาวุตฺตเมว กาลํ ปารมิปูรณํ กาตพฺพํ ญาณปริปากตฺถาย. เอตฺตเกนปิ จ กาเลน พุทฺธตฺตํ ปตฺถยโต อภินีหารกรเณ อฏฺฐ สมฺปตฺติโย อิจฺฉิตพฺพา. อยญฺหิ –
‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, เหตุ สตฺถารทสฺสนํ;
ปพฺพชฺชา คุณสมฺปตฺติ, อธิกาโร จ ฉนฺทตา;
อฏฺฐธมฺมสโมธานา, อภินีหาโร สมิชฺฌตี’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๙);
อภินีหาโรติ จ มูลปณิธานสฺเสตํ อธิวจนํ. ตตฺถ มนุสฺสตฺตนฺติ มนุสฺสชาติ. อญฺญตฺร หิ มนุสฺสชาติยา อวเสสชาตีสุ เทวชาติยมฺปิ ฐิตสฺส ปณิธิ น อิชฺฌติ. เอตฺถ ฐิเตน ปน พุทฺธตฺตํ ปตฺเถนฺเตน ทานาทีนิ ปุญฺญกมฺมานิ กตฺวา มนุสฺสตฺตํเยว ปตฺเถตพฺพํ. ตตฺถ ฐตฺวา ปณิธิ กาตพฺโพ. เอวญฺหิ สมิชฺฌติ. ลิงฺคสมฺปตฺตีติ ปุริสภาโว. มาตุคามนปุํสกอุภโตพฺยญฺชนกานญฺหิ มนุสฺสชาติยํ ฐิตานมฺปิ ปณิธิ น สมิชฺฌติ. ตตฺถ ฐิเตน ปน พุทฺธตฺตํ ปตฺเถนฺเตน ทานาทีนิ ปุญฺญกมฺมานิ กตฺวา ปุริสภาโวเยว ปตฺเถตพฺโพ. ตตฺถ ฐตฺวา ปณิธิ กาตพฺโพ. เอวญฺหิ สมิชฺฌติ. เหตูติ อรหตฺตสฺส อุปนิสฺสยสมฺปตฺติ. โย หิ ตสฺมึ อตฺตภาเว วายมนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ สมตฺโถ, ตสฺส สมิชฺฌติ, โน อิตรสฺส, ยถา สุเมธปณฺฑิตสฺส. โส หิ ทีปงฺกรปาทมูเล ปพฺพชิตฺวา เตนตฺตภาเวน อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ สมตฺโถ อโหสิ. สตฺถารทสฺสนนฺติ พุทฺธานํ สมฺมุขาทสฺสนํ. เอวญฺหิ อิชฺฌติ, โน อญฺญถา; ยถา สุเมธปณฺฑิตสฺส. โส หิ ทีปงฺกรํ สมฺมุขา ทิสฺวา ปณิเธสิ. ปพฺพชฺชาติ อนคาริยภาโว. โส จ โข สาสเน วา กมฺมวาทิกิริยวาทิตาปสปริพฺพาชกนิกาเย วา วฏฺฏติ ยถา สุเมธปณฺฑิตสฺส. โส หิ สุเมโธ นาม ตาปโส หุตฺวา ปณิเธสิ. คุณสมฺปตฺตีติ ฌานาทิคุณปฏิลาโภ. ปพฺพชิตสฺสาปิ หิ คุณสมฺปนฺนสฺเสว อิชฺฌติ, โน อิตรสฺส; ยถา สุเมธปณฺฑิตสฺส. โส หิ ปญฺจาภิญฺโญ อฏฺฐสมาปตฺติลาภี จ หุตฺวา ปณิเธสิ. อธิกาโรติ อธิกกาโร, ปริจฺจาโคติ อตฺโถ. ชีวิตาทิปริจฺจาคญฺหิ กตฺวา ปณิทหโตเยว อิชฺฌติ, โน อิตรสฺส; ยถา สุเมธปณฺฑิตสฺส. โส หิ –
‘‘อกฺกมิตฺวาน มํ พุทฺโธ, สห สิสฺเสหิ คจฺฉตุ;
มา นํ กลเล อกฺกมิตฺถ, หิตาย เม ภวิสฺสตี’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๓) –
เอวํ ชีวิตปริจฺจาคํ กตฺวา ปณิเธสิ. ฉนฺทตาติ กตฺตุกมฺยตา. สา ยสฺส พลวตี โหติ, ตสฺส อิชฺฌติ. สา จ, สเจ โกจิ วเทยฺย ‘‘โก จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ สตสหสฺสญฺจ กปฺเป นิรเย ปจฺจิตฺวา พุทฺธตฺตํ อิจฺฉตี’’ติ, ตํ สุตฺวา โย ‘‘อห’’นฺติ วตฺตุํ อุสฺสหติ, ตสฺส พลวตีติ เวทิตพฺพา. ตถา ยทิ โกจิ วเทยฺย ‘‘โก สกลจกฺกวาฬํ วีตจฺจิกานํ องฺคารานํ ปูรํ อกฺกมนฺโต อติกฺกมิตฺวา พุทฺธตฺตํ อิจฺฉติ, โก สกลจกฺกวาฬํ สตฺติสูเลหิ อากิณฺณํ อกฺกมนฺโต อติกฺกมิตฺวา พุทฺธตฺตํ อิจฺฉติ, โก สกลจกฺกวาฬํ สมติตฺติกํ อุทกปุณฺณํ อุตฺตริตฺวา พุทฺธตฺตํ อิจฺฉติ, โก สกลจกฺกวาฬํ นิรนฺตรํ เวฬุคุมฺพสญฺฉนฺนํ มทฺทนฺโต อติกฺกมิตฺวา พุทฺธตฺตํ อิจฺฉตี’’ติ ตํ สุตฺวา โย ‘‘อห’’นฺติ วตฺตุํ อุสฺสหติ, ตสฺส พลวตีติ เวทิตพฺพา. เอวรูเปน จ กตฺตุกมฺยตาฉนฺเทน สมนฺนาคโต สุเมธปณฺฑิโต ปณิเธสีติ.
เอวํ สมิทฺธาภินีหาโร จ โพธิสตฺโต อิมานิ อฏฺฐารส อภพฺพฏฺฐานานิ น อุเปติ. โส หิ ตโต ปภุติ น ชจฺจนฺโธ โหติ, น ชจฺจพธิโร, น อุมฺมตฺตโก, น เอฬมูโค, น ปีฐสปฺปี, น มิลกฺขูสุ อุปฺปชฺชติ, น ทาสิกุจฺฉิยา นิพฺพตฺตติ, น นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ, นาสฺส ลิงฺคํ ปริวตฺตติ, น ปญฺจานนฺตริยกมฺมานิ กโรติ, น กุฏฺฐี โหติ, น ติรจฺฉานโยนิยํ วฏฺฏกโต ปจฺฉิมตฺตภาโว โหติ, น ขุปฺปิปาสิกนิชฺฌามตณฺหิกเปเตสุ อุปฺปชฺชติ, น กาลกญฺจิกาสุเรสุ, น อวีจินิรเย, น โลกนฺตริเกสุ, กามาวจเรสุ น มาโร โหติ, รูปาวจเรสุ น อสญฺญีภเว, น สุทฺธาวาสภเวสุ อุปฺปชฺชติ, น อรูปภเวสุ, น อญฺญํ จกฺกวาฬํ สงฺกมติ.
ยา จิมา อุสฺสาโห อุมฺมงฺโค อวตฺถานํ หิตจริยา จาติ จตสฺโส พุทฺธภูมิโย, ตาหิ สมนฺนาคโต โหติ. ตตฺถ –
‘‘อุสฺสาโห วีริยํ วุตฺตํ, อุมฺมงฺโค ปญฺญา ปวุจฺจติ;
อวตฺถานํ อธิฏฺฐานํ, หิตจริยา เมตฺตาภาวนา’’ติ. –
เวทิตพฺพา. เย จาปิ อิเม เนกฺขมฺมชฺฌาสโย, ปวิเวกชฺฌาสโย, อโลภชฺฌาสโย, อโทสชฺฌาสโย, อโมหชฺฌาสโย, นิสฺสรณชฺฌาสโยติ ฉ อชฺฌาสยา โพธิปริปากาย สํวตฺตนฺติ, เยหิ สมนฺนาคตตฺตา เนกฺขมฺมชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา กาเม โทสทสฺสาวิโน, ปวิเวกชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา สงฺคณิกาย โทสทสฺสาวิโน, อโลภชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา โลเภ โทสทสฺสาวิโน, อโทสชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา โทเส โทสทสฺสาวิโน, อโมหชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา โมเห โทสทสฺสาวิโน, นิสฺสรณชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา สพฺพภเวสุ โทสทสฺสาวิโนติ วุจฺจนฺติ, เตหิ จ สมนฺนาคโต โหติ.
ปจฺเจกพุทฺธานํ ปน กีว จิรํ ปตฺถนา วฏฺฏตีติ? ปจฺเจกพุทฺธานํ เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ. ตโต โอรํ น สกฺกา. ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนเวตฺถ การณํ เวทิตพฺพํ. เอตฺตเกนาปิ จ กาเลน ปจฺเจกพุทฺธตฺตํ ปตฺถยโต อภินีหารกรเณ ปญฺจ สมฺปตฺติโย อิจฺฉิตพฺพา. เตสญฺหิ –
มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, วิคตาสวทสฺสนํ;
อธิกาโร ฉนฺทตา เอเต, อภินีหารการณา.
ตตฺถ วิคตาสวทสฺสนนฺติ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวกานํ ยสฺส กสฺสจิ ทสฺสนนฺติ อตฺโถ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
อถ สาวกานํ ปตฺถนา กิตฺตกํ วฏฺฏตีติ? ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ กปฺปสตสหสฺสญฺจ, อสีติมหาสาวกานํ กปฺปสตสหสฺสํ, ตถา พุทฺธสฺส มาตาปิตูนํ อุปฏฺฐากสฺส ปุตฺตสฺส จาติ. ตโต โอรํ น สกฺกา. วุตฺตนยเมเวตฺถ การณํ. อิเมสํ ปน สพฺเพสมฺปิ อธิกาโร ฉนฺทตาติ ทฺวงฺคสมฺปนฺโนเยว อภินีหาโร โหติ.
เอวํ อิมาย ปตฺถนาย อิมินา จ อภินีหาเรน ยถาวุตฺตปฺปเภทํ กาลํ ปารมิโย ปูเรตฺวา พุทฺธา โลเก อุปฺปชฺชนฺตา ขตฺติยกุเล วา พฺราหฺมณกุเล วา อุปฺปชฺชนฺติ, ปจฺเจกพุทฺธา ขตฺติยพฺราหฺมณคหปติกุลานํ อญฺญตรสฺมึ, อคฺคสาวกา ปน ขตฺติยพฺราหฺมณกุเลเสฺวว พุทฺธา อิว สพฺพพุทฺธา สํวฏฺฏมาเน กปฺเป น อุปฺปชฺชนฺติ, วิวฏฺฏมาเน กปฺเป อุปฺปชฺชนฺติ. ปจฺเจกพุทฺธา พุทฺเธ อปฺปตฺวา พุทฺธานํ อุปฺปชฺชนกาเลเยว อุปฺปชฺชนฺติ. พุทฺธา สยญฺจ พุชฺฌนฺติ, ปเร จ โพเธนฺติ. ปจฺเจกพุทฺธา สยเมว พุชฺฌนฺติ, น ปเร โพเธนฺติ. อตฺถรสเมว ปฏิวิชฺฌนฺติ, น ธมฺมรสํ. น หิ เต โลกุตฺตรธมฺมํ ปญฺญตฺตึ อาโรเปตฺวา เทเสตุํ สกฺโกนฺติ, มูเคน ทิฏฺฐสุปิโน วิย วนจรเกน นคเร สายิตพฺยญฺชนรโส วิย จ เนสํ ธมฺมาภิสมโย โหติ. สพฺพํ อิทฺธิสมาปตฺติปฏิสมฺภิทาปเภทํ ปาปุณนฺติ, คุณวิสิฏฺฐตาย พุทฺธานํ เหฏฺฐา สาวกานํ อุปริ โหนฺติ, อญฺเญ ปพฺพาเชตฺวา อาภิสมาจาริกํ สิกฺขาเปนฺติ, ‘‘จิตฺตสลฺเลโข กาตพฺโพ, โวสานํ นาปชฺชิตพฺพ’’นฺติ อิมินา อุทฺเทเสน อุโปสถํ กโรนฺติ, ‘อชฺชุโปสโถ’ติ วจนมตฺเตน วา. อุโปสถํ กโรนฺตา จ คนฺธมาทเน มญฺชูสกรุกฺขมูเล รตนมาเฬ สนฺนิปติตฺวา กโรนฺตีติ. เอวํ ภควา อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปจฺเจกพุทฺธานํ สพฺพาการปริปูรํ ปตฺถนญฺจ อภินีหารญฺจ กเถตฺวา, อิทานิ อิมาย ปตฺถนาย อิมินา จ อภินีหาเรน สมุทาคเต เต เต ปจฺเจกพุทฺเธ กเถตุํ ‘‘สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑ’’นฺติอาทินา นเยน อิมํ ขคฺควิสาณสุตฺตํ อภาสิ. อยํ ตาว อวิเสเสน ปุจฺฉาวสิโต ขคฺควิสาณสุตฺตสฺส อุปฺปตฺติ.
๓๕. อิทานิ วิเสเสน วตฺตพฺพา. ตตฺถ อิมิสฺสา ตาว คาถาย เอวํ อุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา – อยํ กิร ปจฺเจกพุทฺโธ ปจฺเจกโพธิสตฺตภูมึ โอคาหนฺโต เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ ปารมิโย ปูเรตฺวา กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิตฺวา อารญฺญิโก หุตฺวา คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรนฺโต สมณธมฺมํ อกาสิ. เอตํ กิร วตฺตํ อปริปูเรตฺวา ปจฺเจกโพธึ ปาปุณนฺตา นาม นตฺถิ. กึ ปเนตํ คตปจฺจาคตวตฺตํ นาม? หรณปจฺจาหรณนฺติ. ตํ ยถา วิภูตํ โหติ, ตถา กเถสฺสาม.
อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ หรติ, น ปจฺจาหรติ; เอกจฺโจ ปจฺจาหรติ, น หรติ; เอกจฺโจ ปน เนว หรติ, น ปจฺจาหรติ; เอกจฺโจ หรติ จ ปจฺจาหรติ จ. ตตฺถ โย ภิกฺขุ ปเคว วุฏฺฐาย เจติยงฺคณโพธิยงฺคณวตฺตํ กตฺวา, โพธิรุกฺเข อุทกํ อาสิญฺจิตฺวา, ปานียฆฏํ ปูเรตฺวา ปานียมาเฬ ฐเปตฺวา, อาจริยวตฺตํ อุปชฺฌายวตฺตํ กตฺวา, เทฺวอสีติ ขุทฺทกวตฺตานิ จุทฺทส มหาวตฺตานิ จ สมาทาย วตฺตติ, โส สรีรปริกมฺมํ กตฺวา, เสนาสนํ ปวิสิตฺวา, ยาว ภิกฺขาจารเวลา ตาว วิวิตฺตาสเน วีตินาเมตฺวา, เวลํ ญตฺวา, นิวาเสตฺวา, กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา, อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา, สงฺฆาฏึ ขนฺเธ กริตฺวา, ปตฺตํ อํเส อาลคฺเคตฺวา, กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรนฺโต เจติยงฺคณํ ปตฺวา, เจติยญฺจ โพธิญฺจ วนฺทิตฺวา, คามสมีเป จีวรํ ปารุปิตฺวา, ปตฺตมาทาย คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ, เอวํ ปวิฏฺโฐ จ ลาภี ภิกฺขุ ปุญฺญวา อุปาสเกหิ สกฺกตครุกโต อุปฏฺฐากกุเล วา ปฏิกฺกมนสาลายํ วา ปฏิกฺกมิตฺวา อุปาสเกหิ ตํ ตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิยมาโน เตสํ ปญฺหวิสฺสชฺชเนน ธมฺมเทสนาวิกฺเขเปน จ ตํ มนสิการํ ฉฑฺเฑตฺวา นิกฺขมติ, วิหารํ อาคโตปิ ภิกฺขูนํ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ กเถติ, ธมฺมํ ภณติ, ตํ ตํ พฺยาปารมาปชฺชติ, ปจฺฉาภตฺตมฺปิ ปุริมยามมฺปิ มชฺฌิมยามมฺปิ เอวํ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปปญฺจิตฺวา กายทุฏฺฐุลฺลาภิภูโต ปจฺฉิมยาเมปิ สยติ, เนว กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรติ, อยํ วุจฺจติ หรติ, น ปจฺจาหรตีติ.
โย ปน พฺยาธิพหุโล โหติ, ภุตฺตาหาโร ปจฺจูสสมเย น สมฺมา ปริณมติ, ปเคว วุฏฺฐาย ยถาวุตฺตํ วตฺตํ กาตุํ น สกฺโกติ กมฺมฏฺฐานํ วา มนสิ กาตุํ, อญฺญทตฺถุ ยาคุํ วา เภสชฺชํ วา ปตฺถยมาโน กาลสฺเสว ปตฺตจีวรมาทาย คามํ ปวิสติ. ตตฺถ ยาคุํ วา เภสชฺชํ วา ภตฺตํ วา ลทฺธา ภตฺตกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา, ปญฺญตฺตาสเน นิสินฺโน กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กตฺวา, วิเสสํ ปตฺวา วา อปฺปตฺวา วา, วิหารํ อาคนฺตฺวา, เตเนว มนสิกาเรน วิหรติ. อยํ วุจฺจติ ปจฺจาหรติ น หรตีติ. เอทิสา จ ภิกฺขู ยาคุํ ปิวิตฺวา, วิปสฺสนํ อารภิตฺวา, พุทฺธสาสเน อรหตฺตํ ปตฺตา คณนปถํ วีติวตฺตา. สีหฬทีเปเยว เตสุ เตสุ คาเมสุ อาสนสาลาย น ตํ อาสนํ อตฺถิ, ยตฺถ ยาคุํ ปิวิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต ภิกฺขุ นตฺถีติ.
โย ปน ปมาทวิหารี โหติ นิกฺขิตฺตธุโร, สพฺพวตฺตานิ ภินฺทิตฺวา ปญฺจวิธเจโตขิลวินิพนฺธนพทฺธจิตฺโต วิหรนฺโต กมฺมฏฺฐานมนสิการมนนุยุตฺโต คามํ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา คิหิปปญฺเจน ปปญฺจิโต ตุจฺฉโก นิกฺขมติ, อยํ วุจฺจติ เนว หรติ น ปจฺจาหรตีติ.
โย ปน ปเคว วุฏฺฐาย ปุริมนเยเนว สพฺพวตฺตานิ ปริปูเรตฺวา ยาว ภิกฺขาจารเวลา, ตาว ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรติ. กมฺมฏฺฐานํ นาม ทุวิธํ – สพฺพตฺถกํ, ปาริหาริยญฺจ. สพฺพตฺถกํ นาม เมตฺตา จ มรณสฺสติ จ. ตํ สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺพโต ‘‘สพฺพตฺถก’’นฺติ วุจฺจติ. เมตฺตา นาม อาวาสาทีสุ สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺพา. อาวาเสสุ หิ เมตฺตาวิหารี ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย โหติ, เตน ผาสุ อสงฺฆฏฺโฐ วิหรติ. เทวตาสุ เมตฺตาวิหารี เทวตาหิ รกฺขิตโคปิโต สุขํ วิหรติ. ราชราชมหามตฺตาทีสุ เมตฺตาวิหารี, เตหิ มมายิโต สุขํ วิหรติ. คามนิคมาทีสุ เมตฺตาวิหารี สพฺพตฺถ ภิกฺขาจริยาทีสุ มนุสฺเสหิ สกฺกตครุกโต สุขํ วิหรติ. มรณสฺสติภาวนาย ชีวิตนิกนฺตึ ปหาย อปฺปมตฺโต วิหรติ.
ยํ ปน สทา ปริหริตพฺพํ จริตานุกูเลน คหิตตฺตา ทสาสุภกสิณานุสฺสตีสุ อญฺญตรํ, จตุธาตุววตฺถานเมว วา, ตํ สทา ปริหริตพฺพโต, รกฺขิตพฺพโต, ภาเวตพฺพโต จ ปาริหาริยนฺติ วุจฺจติ, มูลกมฺมฏฺฐานนฺติปิ ตเทว. ตตฺถ ยํ ปฐมํ สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐานํ มนสิ กริตฺวา ปจฺฉา ปาริหาริยกมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรติ, ตํ จตุธาตุววตฺถานมุเขน ทสฺเสสฺสาม.
อยญฺหิ ยถาฐิตํ ยถาปณิหิตํ กายํ ธาตุโส ปจฺจเวกฺขติ – ยํ อิมสฺมึ สรีเร วีสติโกฏฺฐาเสสุ กกฺขฬํ ขรคตํ, สา ปถวีธาตุ. ยํ ทฺวาทสสุ อาพนฺธนกิจฺจกรํ เสฺนหคตํ, สา อาโปธาตุ. ยํ จตูสุ ปริปาจนกรํ อุสุมคตํ, สา เตโชธาตุ. ยํ ปน ฉสุ วิตฺถมฺภนกรํ วาโยคตํ, สา วาโยธาตุ. ยํ ปเนตฺถ จตูหิ มหาภูเตหิ อสมฺผุฏฺฐํ ฉิทฺทํ วิวรํ, สา อากาสธาตุ. ตํวิชานนกํ จิตฺตํ วิญฺญาณธาตุ. ตโต อุตฺตริ อญฺโญ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา นตฺถิ. เกวลํ สุทฺธสงฺขารปุญฺโชว อยนฺติ.
เอวํ อาทิมชฺฌปริโยสานโต กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กริตฺวา, กาลํ ญตฺวา, อุฏฺฐายาสนา นิวาเสตฺวา, ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว คามํ ปิณฺฑาย คจฺฉติ. คจฺฉนฺโต จ ยถา อนฺธปุถุชฺชนา อภิกฺกมาทีสุ ‘‘อตฺตา อภิกฺกมติ, อตฺตนา อภิกฺกโม นิพฺพตฺติโต’’ติ วา, ‘‘อหํ อภิกฺกมามิ, มยา อภิกฺกโม นิพฺพตฺติโต’’ติ วา สมฺมุยฺหนฺติ, ตถา อสมฺมุยฺหนฺโต ‘‘อภิกฺกมามีติ จิตฺเต อุปฺปชฺชมาเน เตเนว จิตฺเตน สทฺธึ จิตฺตสมุฏฺฐานา สนฺธารณวาโยธาตุ อุปฺปชฺชติ. สา อิมํ ปถวีธาตฺวาทิสนฺนิเวสภูตํ กายสมฺมตํ อฏฺฐิกสงฺฆาฏํ วิปฺผรติ, ตโต จิตฺตกิริยาวาโยธาตุวิปฺผารวเสน อยํ กายสมฺมโต อฏฺฐิกสงฺฆาโฏ อภิกฺกมติ. ตสฺเสวํ อภิกฺกมโต เอเกกปาทุทฺธารเณ จตูสุ ธาตูสุ วาโยธาตุอนุคตา เตโชธาตุ อธิกา อุปฺปชฺชติ, มนฺทา อิตรา. อติหรณวีติหรณาปหรเณสุ ปน เตโชธาตุอนุคตา วาโยธาตุ อธิกา อุปฺปชฺชติ, มนฺทา อิตรา. โอโรหเณ ปน ปถวีธาตุอนุคตา อาโปธาตุ อธิกา อุปฺปชฺชติ, มนฺทา อิตรา. สนฺนิกฺเขปนสมุปฺปีฬเนสุ อาโปธาตุอนุคตา ปถวีธาตุ อธิกา อุปฺปชฺชติ, มนฺทา อิตรา. อิจฺเจตา ธาตุโย เตน เตน อตฺตโน อุปฺปาทกจิตฺเตน สทฺธึ ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชนฺติ. ตตฺถ โก เอโก อภิกฺกมติ, กสฺส วา เอกสฺส อภิกฺกมน’’นฺติ เอวํ เอเกกปาทุทฺธารณาทิปฺปกาเรสุ เอเกกสฺมึ ปกาเร อุปฺปนฺนธาตุโย, ตทวินิพฺภุตฺตา จ เสสา รูปธมฺมา, ตํสมุฏฺฐาปกํ จิตฺตํ, ตํสมฺปยุตฺตา จ เสสา อรูปธมฺมาติ เอเต รูปารูปธมฺมา. ตโต ปรํ อติหรณวีติหรณาทีสุ อญฺญํ ปการํ น สมฺปาปุณนฺติ, ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชนฺติ. ตสฺมา อนิจฺจา. ยญฺจ อนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ. ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตาติ เอวํ สพฺพาการปริปูรํ กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺโตว คจฺฉติ. อตฺถกามา หิ กุลปุตฺตา สาสเน ปพฺพชิตฺวา ทสปิ วีสมฺปิ ตึสมฺปิ จตฺตาลีสมฺปิ ปญฺญาสมฺปิ สฏฺฐิปิ สตฺตติปิ สตมฺปิ เอกโต วสนฺตา กติกวตฺตํ กตฺวา วิหรนฺติ – ‘‘อาวุโส, ตุเมฺห น อิณฏฺฐา, น ภยฏฺฐา, น ชีวิกาปกตา ปพฺพชิตา; ทุกฺขา มุจฺจิตุกามา ปเนตฺถ ปพฺพชิตา. ตสฺมา คมเน อุปฺปนฺนกิเลสํ คมเนเยว นิคฺคณฺหถ, ฐาเน นิสชฺชาย, สยเน อุปฺปนฺนกิเลสํ คมเนเยว นิคฺคณฺหถา’’ติ. เต เอวํ กติกวตฺตํ กตฺวา ภิกฺขาจารํ คจฺฉนฺตา อฑฺฒอุสภอุสภอฑฺฒคาวุตคาวุตนฺตเรสุ ปาสาณา โหนฺติ, ตาย สญฺญาย กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺตาว คจฺฉนฺติ. สเจ กสฺสจิ คมเน กิเลโส อุปฺปชฺชติ, ตตฺเถว นํ นิคฺคณฺหาติ. ตถา อสกฺโกนฺโต ติฏฺฐติ. อถสฺส ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺโตปิ ติฏฺฐติ. โส – ‘‘อยํ ภิกฺขุ ตุยฺหํ อุปฺปนฺนวิตกฺกํ ชานาติ, อนนุจฺฉวิกํ เต เอต’’นฺติ อตฺตานํ ปฏิโจเทตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ตตฺเถว อริยภูมึ โอกฺกมติ. ตถา อสกฺโกนฺโต นิสีทติ. อถสฺส ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺโตปิ นิสีทตีติ โสเยว นโย. อริยภูมิ โอกฺกมิตุํ อสกฺโกนฺโตปิ ตํ กิเลสํ วิกฺขมฺเภตฺวา กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺโตว คจฺฉติ. น กมฺมฏฺฐานวิปฺปยุตฺเตน จิตฺเตน ปาทํ อุทฺธรติ. อุทฺธรติ เจ, ปฏินิวตฺติตฺวา ปุริมปฺปเทสํเยว เอติ สีหฬทีเป อาลินฺทกวาสี มหาผุสฺสเทวตฺเถโร วิย.
โส กิร เอกูนวีสติ วสฺสานิ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรนฺโต เอว วิหาสิ. มนุสฺสาปิ สุทํ อนฺตรามคฺเค กสนฺตา จ วปนฺตา จ มทฺทนฺตา จ กมฺมานิ กโรนฺตา เถรํ ตถา คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา – ‘‘อยํ เถโร ปุนปฺปุนํ นิวตฺติตฺวา คจฺฉติ, กึ นุ โข มคฺคมูโฬฺห, อุทาหุ กิญฺจิ ปมุฏฺโฐ’’ติ สมุลฺลปนฺติ. โส ตํ อนาทิยิตฺวา กมฺมฏฺฐานยุตฺเตเนว จิตฺเตน สมณธมฺมํ กโรนฺโต วีสติวสฺสพฺภนฺตเร อรหตฺตํ ปาปุณิ. อรหตฺตปฺปตฺตทิวเส จสฺส จงฺกมนโกฏิยํ อธิวตฺถา เทวตา องฺคุลีหิ ทีปํ อุชฺชาเลตฺวา อฏฺฐาสิ. จตฺตาโรปิ มหาราชาโน สกฺโก จ เทวานมินฺโท, พฺรหฺมา จ สหมฺปติ อุปฏฺฐานํ อาคมํสุ. ตญฺจ โอภาสํ ทิสฺวา วนวาสี มหาติสฺสตฺเถโร ตํ ทุติยทิวเส ปุจฺฉิ ‘‘รตฺติภาเค อายสฺมโต สนฺติเก โอภาโส อโหสิ, กึ โส โอภาโส’’ติ? เถโร วิกฺเขปํ กโรนฺโต ‘‘โอภาโส นาม ทีโปภาโสปิ โหติ, มณิโอภาโสปี’’ติ เอวมาทึ อาห. โส ‘‘ปฏิจฺฉาเทถ ตุเมฺห’’ติ นิพทฺโธ ‘‘อามา’’ติ ปฏิชานิตฺวา อาโรเจสิ.
กาฬวลฺลิมณฺฑปวาสี มหานาคตฺเถโร วิย จ. โสปิ กิร คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรนฺโต ‘‘ปฐมํ ตาว ภควโต มหาปธานํ ปูเชมี’’ติ สตฺต วสฺสานิ ฐานจงฺกมเมว อธิฏฺฐาสิ. ปุน โสฬส วสฺสานิ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เอวํ กมฺมฏฺฐานยุตฺเตเนว จิตฺเตน ปาทํ อุทฺธรนฺโต วิปฺปยุตฺเตน จิตฺเตน อุทฺธเฏ ปน ปฏินิวตฺตนฺโต คามสมีปํ คนฺตฺวา, ‘‘คาวี นุ ปพฺพชิโต นู’’ติ อาสงฺกนียปฺปเทเส ฐตฺวา, สงฺฆาฏึ ปารุปิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา, คามทฺวารํ ปตฺวา, กจฺฉกนฺตรโต อุทกํ คเหตฺวา, คณฺฑูสํ กตฺวา คามํ ปวิสติ ‘‘ภิกฺขํ ทาตุํ วา วนฺทิตุํ วา อุปคเต มนุสฺเส ‘ทีฆายุกา โหถา’ติ วจนมตฺเตนปิ มา เม กมฺมฏฺฐานวิกฺเขโป อโหสี’’ติ สเจ ปน ‘‘อชฺช, ภนฺเต, กึ สตฺตมี, อุทาหุ อฏฺฐมี’’ติ ทิวสํ ปุจฺฉนฺติ, อุทกํ คิลิตฺวา อาโรเจติ. สเจ ทิวสปุจฺฉกา น โหนฺติ, นิกฺขมนเวลายํ คามทฺวาเร นิฏฺฐุภิตฺวาว ยาติ.
สีหฬทีเปเยว กลมฺพติตฺถวิหาเร วสฺสูปคตา ปญฺญาสภิกฺขู วิย จ. เต กิร วสฺสูปนายิกอุโปสถทิวเส กติกวตฺตํ อกํสุ – ‘‘อรหตฺตํ อปฺปตฺวา อญฺญมญฺญํ นาลปิสฺสามา’’ติ. คามญฺจ ปิณฺฑาย ปวิสนฺตา คามทฺวาเร อุทกคณฺฑูสํ กตฺวา ปวิสึสุ, ทิวเส ปุจฺฉิเต อุทกํ คิลิตฺวา อาโรเจสุํ, อปุจฺฉิเต คามทฺวาเร นิฏฺฐุภิตฺวา วิหารํ อาคมํสุ. ตตฺถ มนุสฺสา นิฏฺฐุภนฏฺฐานํ ทิสฺวา ชานึสุ ‘‘อชฺช เอโก อาคโต, อชฺช เทฺว’’ติ. เอวญฺจ จินฺเตสุํ ‘‘กึ นุ โข เอเต อเมฺหเหว สทฺธึ น สลฺลปนฺติ, อุทาหุ อญฺญมญฺญมฺปิ? ยทิ อญฺญมญฺญมฺปิ น สลฺลปนฺติ, อทฺธา วิวาทชาตา ภวิสฺสนฺติ, หนฺท เนสํ อญฺญมญฺญํ ขมาเปสฺสามา’’ติ สพฺเพ วิหารํ อคมํสุ. ตตฺถ ปญฺญาสภิกฺขูสุ วสฺสํ อุปคเตสุ เทฺว ภิกฺขู เอโกกาเส นาทฺทสํสุ. ตโต โย เตสุ จกฺขุมา ปุริโส, โส เอวมาห – ‘‘น, โภ, กลหการกานํ วสโนกาโส อีทิโส โหติ, สุสมฺมฏฺฐํ เจติยงฺคณํ โพธิยงฺคณํ, สุนิกฺขิตฺตา สมฺมชฺชนิโย, สูปฏฺฐปิตํ ปานียปริโภชนีย’’นฺติ. เต ตโตว นิวตฺตา. เต ภิกฺขู อนฺโตเตมาเสเยว วิปสฺสนํ อารภิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา มหาปวารณาย วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรสุํ.
เอวํ กาฬวลฺลิมณฺฑปวาสี มหานาคตฺเถโร วิย กลมฺพติตฺถวิหาเร วสฺสูปคตภิกฺขู วิย จ กมฺมฏฺฐานยุตฺเตเนว จิตฺเตน ปาทํ อุทฺธรนฺโต คามสมีปํ ปตฺวา, อุทกคณฺฑูสํ กตฺวา, วีถิโย สลฺลกฺเขตฺวา, ยตฺถ สุราโสณฺฑธุตฺตาทโย กลหการกา จณฺฑหตฺถิอสฺสาทโย วา นตฺถิ, ตํ วีถึ ปฏิปชฺชติ. ตตฺถ จ ปิณฺฑาย จรมาโน น ตุริตตุริโต วิย ชเวน คจฺฉติ, ชวนปิณฺฑปาติกธุตงฺคํ นาม นตฺถิ. วิสมภูมิภาคปฺปตฺตํ ปน อุทกภริตสกฏมิว นิจฺจโลว หุตฺวา คจฺฉติ. อนุฆรํ ปวิฏฺโฐ จ ทาตุกามํ อทาตุกามํ วา สลฺลกฺเขตุํ ตทนุรูปํ กาลํ อาคเมนฺโต ภิกฺขํ คเหตฺวา, ปติรูเป โอกาเส นิสีทิตฺวา, กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรนฺโต อาหาเร ปฏิกูลสญฺญํ อุปฏฺฐเปตฺวา, อกฺขพฺภญฺชนวณาเลปนปุตฺตมํสูปมาวเสน ปจฺจเวกฺขนฺโต อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อาหารํ อาหาเรติ, เนว ทวาย น มทาย…เป… ภุตฺตาวี จ อุทกกิจฺจํ กตฺวา, มุหุตฺตํ ภตฺตกิลมถํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา, ยถา ปุเร ภตฺตํ, เอวํ ปจฺฉา ภตฺตํ ปุริมยามํ ปจฺฉิมยามญฺจ กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรติ. อยํ วุจฺจติ หรติ เจว ปจฺจาหรติ จาติ. เอวเมตํ หรณปจฺจาหรณํ คตปจฺจาคตวตฺตนฺติ วุจฺจติ.
เอตํ ปูเรนฺโต ยทิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺโน โหติ, ปฐมวเย เอว อรหตฺตํ ปาปุณาติ. โน เจ ปฐมวเย ปาปุณาติ, อถ มชฺฌิมวเย ปาปุณาติ. โน เจ มชฺฌิมวเย ปาปุณาติ, อถ มรณสมเย ปาปุณาติ. โน เจ มรณสมเย ปาปุณาติ, อถ เทวปุตฺโต หุตฺวา ปาปุณาติ. โน เจ เทวปุตฺโต หุตฺวา ปาปุณาติ, อถ ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ปรินิพฺพาติ. โน เจ ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ปรินิพฺพาติ, อถ พุทฺธานํ สนฺติเก ขิปฺปาภิญฺโญ โหติ; เสยฺยถาปิ – เถโร พาหิโย, มหาปญฺโญ วา โหติ; เสยฺยถาปิ เถโร สาริปุตฺโต.
อยํ ปน ปจฺเจกโพธิสตฺโต กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิตฺวา, อารญฺญิโก หุตฺวา, วีสติ วสฺสสหสฺสานิ เอตํ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรตฺวา, กาลํ กตฺวา, กามาวจรเทวโลเก อุปฺปชฺชิ. ตโต จวิตฺวา พาราณสิรญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ อคฺคเหสิ. กุสลา อิตฺถิโย ตทเหว คพฺภสณฺฐานํ ชานนฺติ, สา จ ตาสมญฺญตรา, ตสฺมา ตํ คพฺภปติฏฺฐานํ รญฺโญ นิเวเทสิ. ธมฺมตา เอสา, ยํ ปุญฺญวนฺเต สตฺเต คพฺเภ อุปฺปนฺเน มาตุคาโม คพฺภปริหารํ ลภติ. ตสฺมา ราชา ตสฺสา คพฺภปริหารํ อทาสิ. สา ตโต ปภุติ นาจฺจุณฺหํ กิญฺจิ อชฺโฌหริตุํ ลภติ, นาติสีตํ, นาติอมฺพิลํ, นาติโลณํ, นาติกฏุกํ, นาติติตฺตกํ. อจฺจุเณฺห หิ มาตรา อชฺโฌหเฏ คพฺภสฺส โลหกุมฺภิวาโส วิย โหติ, อติสีเต โลกนฺตริกวาโส วิย, อจฺจมฺพิลโลณกฏุกติตฺตเกสุ ภุตฺเตสุ สตฺเถน ผาเลตฺวา อมฺพิลาทีหิ สิตฺตานิ วิย คพฺภเสยฺยกสฺส องฺคานิ ติพฺพเวทนานิ โหนฺติ. อติจงฺกมนฏฺฐานนิสชฺชาสยนโตปิ นํ นิวาเรนฺติ – ‘‘กุจฺฉิคตสฺส สญฺจลนทุกฺขํ มา อโหสี’’ติ. มุทุกตฺถรณตฺถตาย ภูมิยํ จงฺกมนาทีนิ มตฺตาย กาตุํ ลภติ, วณฺณคนฺธาทิสมฺปนฺนํ สาทุสปฺปายํ อนฺนปานํ ลภติ. ปริคฺคเหตฺวาว นํ จงฺกมาเปนฺติ, นิสีทาเปนฺติ, วุฏฺฐาเปนฺติ.
สา เอวํ ปริหริยมานา คพฺภปริปากกาเล สูติฆรํ ปวิสิตฺวา ปจฺจูสสมเย ปุตฺตํ วิชายิ ปกฺกเตลมทฺทิตมโนสิลาปิณฺฑิสทิสํ ธญฺญปุญฺญลกฺขณูเปตํ. ตโต นํ ปญฺจมทิวเส อลงฺกตปฺปฏิยตฺตํ รญฺโญ ทสฺเสสุํ, ราชา ตุฏฺโฐ ฉสฏฺฐิยา ธาตีหิ อุปฏฺฐาเปสิ. โส สพฺพสมฺปตฺตีหิ วฑฺฒมาโน น จิรสฺเสว วิญฺญุตํ ปาปุณิ. ตํ โสฬสวสฺสุทฺเทสิกเมว สมานํ ราชา รชฺเช อภิสิญฺจิ, วิวิธนาฏกานิ จสฺส อุปฏฺฐาเปสิ. อภิสิตฺโต ราชปุตฺโต รชฺชํ กาเรสิ นาเมน พฺรหฺมทตฺโต สกลชมฺพุทีเป วีสติยา นครสหสฺเสสุ. ชมฺพุทีเป หิ ปุพฺเพ จตุราสีติ นครสหสฺสานิ อเหสุํ. ตานิ ปริหายนฺตานิ สฏฺฐิ อเหสุํ, ตโต ปริหายนฺตานิ จตฺตาลีสํ, สพฺพปริหายนกาเล ปน วีสติ โหนฺติ. อยญฺจ พฺรหฺมทตฺโต สพฺพปริหายนกาเล อุปฺปชฺชิ. เตนสฺส วีสติ นครสหสฺสานิ อเหสุํ, วีสติ ปาสาทสหสฺสานิ, วีสติ หตฺถิสหสฺสานิ, วีสติ อสฺสสหสฺสานิ, วีสติ รถสหสฺสานิ, วีสติ ปตฺติสหสฺสานิ, วีสติ อิตฺถิสหสฺสานิ – โอโรธา จ นาฏกิตฺถิโย จ, วีสติ อมจฺจสหสฺสานิ. โส มหารชฺชํ การยมาโน เอว กสิณปริกมฺมํ กตฺวา ปญฺจ อภิญฺญาโย, อฏฺฐ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตสิ. ยสฺมา ปน อภิสิตฺตรญฺญา นาม อวสฺสํ อฏฺฏกรเณ นิสีทิตพฺพํ, ตสฺมา เอกทิวสํ ปเคว ปาตราสํ ภุญฺชิตฺวา วินิจฺฉยฏฺฐาเน นิสีทิ. ตตฺถ อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทํ อกํสุ. โส ‘‘อยํ สทฺโท สมาปตฺติยา อุปกฺกิเลโส’’ติ ปาสาทตลํ อภิรุหิตฺวา ‘‘สมาปตฺตึ อปฺเปมี’’ติ นิสินฺโน นาสกฺขิ อปฺเปตุํ, รชฺชวิกฺเขเปน สมาปตฺติ ปริหีนา. ตโต จินฺเตสิ ‘‘กึ รชฺชํ วรํ, อุทาหุ สมณธมฺโม’’ติ. ตโต ‘‘รชฺชสุขํ ปริตฺตํ อเนกาทีนวํ, สมณธมฺมสุขํ ปน วิปุลมเนกานิสํสํ อุตฺตมปุริสเสวิตญฺจา’’ติ ญตฺวา อญฺญตรํ อมจฺจํ อาณาเปสิ – ‘‘อิมํ รชฺชํ ธมฺเมน สเมน อนุสาส, มา โข อธมฺมการํ อกาสี’’ติ สพฺพํ นิยฺยาเตตฺวา ปาสาทํ อภิรุหิตฺวา สมาปตฺติสุเขน วิหรติ, น โกจิ อุปสงฺกมิตุํ ลภติ อญฺญตฺร มุขโธวนทนฺตกฏฺฐทายกภตฺตนีหารกาทีหิ.
ตโต อทฺธมาสมตฺเต วีติกฺกนฺเต มเหสี ปุจฺฉิ ‘‘ราชา อุยฺยานคมนพลทสฺสนนาฏกาทีสุ กตฺถจิ น ทิสฺสติ, กุหึ คโต’’ติ? ตสฺสา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. สา อมจฺจสฺส ปาเหสิ ‘‘รชฺเช ปฏิจฺฉิเต อหมฺปิ ปฏิจฺฉิตา โหมิ, เอตุ มยา สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปตู’’ติ. โส อุโภ กณฺเณ ถเกตฺวา ‘‘อสวนียเมต’’นฺติ ปฏิกฺขิปิ. สา ปุนปิ ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ เปเสตฺวา อนิจฺฉมานํ ตชฺชาเปสิ – ‘‘ยทิ น กโรสิ, ฐานาปิ เต จาเวมิ, ชีวิตาปิ โวโรเปมี’’ติ. โส ภีโต ‘‘มาตุคาโม นาม ทฬฺหนิจฺฉโย, กทาจิ เอวมฺปิ การาเปยฺยา’’ติ เอกทิวสํ รโห คนฺตฺวา ตาย สทฺธึ สิริสยเน สํวาสํ กปฺเปสิ. สา ปุญฺญวตี สุขสมฺผสฺสา. โส ตสฺสา สมฺผสฺสราเคน รตฺโต ตตฺถ อภิกฺขณํ สงฺกิตสงฺกิโตว อคมาสิ. อนุกฺกเมน อตฺตโน ฆรสามิโก วิย นิพฺพิสงฺโก ปวิสิตุมารทฺโธ.
ตโต ราชมนุสฺสา ตํ ปวตฺตึ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา น สทฺทหติ. ทุติยมฺปิ ตติยมฺปิ อาโรเจสุํ. ตโต นิลีโน สยเมว ทิสฺวา สพฺพามจฺเจ สนฺนิปาตาเปตฺวา อาโรเจสิ. เต – ‘‘อยํ ราชาปราธิโก หตฺถจฺเฉทํ อรหติ, ปาทจฺเฉทํ อรหตี’’ติ ยาว สูเล อุตฺตาสนํ, ตาว สพฺพกมฺมการณานิ นิทฺทิสึสุ. ราชา – ‘‘เอตสฺส วธพนฺธนตาฬเน มยฺหํ วิหึสา อุปฺปชฺเชยฺย, ชีวิตา โวโรปเน ปาณาติปาโต ภเวยฺย, ธนหรเณ อทินฺนาทานํ, อลํ เอวรูเปหิ กเตหิ, อิมํ มม รชฺชา นิกฺกฑฺฒถา’’ติ อาห. อมจฺจา ตํ นิพฺพิสยํ อกํสุ. โส อตฺตโน ธนสารญฺจ ปุตฺตทารญฺจ คเหตฺวา ปรวิสยํ อคมาสิ. ตตฺถ ราชา สุตฺวา ‘‘กึ อาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘เทว, อิจฺฉามิ ตํ อุปฏฺฐาตุ’’นฺติ. โส ตํ สมฺปฏิจฺฉิ. อมจฺโจ กติปาหจฺจเยน ลทฺธวิสฺสาโส ตํ ราชานํ เอตทโวจ – ‘‘มหาราช, อมกฺขิกมธุํ ปสฺสามิ, ตํ ขาทนฺโต นตฺถี’’ติ. ราชา ‘‘กึ เอตํ อุปฺปณฺเฑตุกาโม ภณตี’’ติ น สุณาติ. โส อนฺตรํ ลภิตฺวา ปุนปิ สุฏฺฐุตรํ วณฺเณตฺวา อาโรเจสิ. ราชา ‘‘กึ เอต’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘พาราณสิรชฺชํ, เทวา’’ติ. ราชา ‘‘มํ เนตฺวา มาเรตุกาโมสี’’ติ อาห. โส ‘‘มา, เทว, เอวํ อวจ, ยทิ น สทฺทหสิ, มนุสฺเส เปเสหี’’ติ. โส มนุสฺเส เปเสสิ. เต คนฺตฺวา โคปุรํ ขณิตฺวา รญฺโญ สยนฆเร อุฏฺฐหึสุ.
ราชา ทิสฺวา ‘‘กิสฺส อาคตาตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘โจรา มยํ, มหาราชา’’ติ. ราชา เตสํ ธนํ ทาเปตฺวา ‘‘มา ปุน เอวมกตฺถา’’ติ โอวทิตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. เต อาคนฺตฺวา ตสฺส รญฺโญ อาโรเจสุํ. โส ปุนปิ ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ ตเถว วีมํสิตฺวา ‘‘สีลวา ราชา’’ติ จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา สีมนฺตเร เอกํ นครํ อุปคมฺม ตตฺถ อมจฺจสฺส ปาเหสิ ‘‘นครํ วา เม เทหิ ยุทฺธํ วา’’ติ. โส พฺรหฺมทตฺตสฺส ตมตฺถํ อาโรจาเปสิ ‘‘อาณาเปตุ เทโว กึ ยุชฺฌามิ, อุทาหุ นครํ เทมี’’ติ. ราชา ‘‘น ยุชฺฌิตพฺพํ, นครํ ทตฺวา อิธาคจฺฉา’’ติ เปเสสิ. โส ตถา อกาสิ. ปฏิราชาปิ ตํ นครํ คเหตฺวา อวเสสนคเรสุปิ ตเถว ทูตํ ปาเหสิ. เตปิ อมจฺจา ตเถว พฺรหฺมทตฺตสฺส อาโรเจตฺวา เตน ‘‘น ยุชฺฌิตพฺพํ, อิธาคนฺตพฺพ’’นฺติ วุตฺตา พาราณสึ อาคมํสุ.
ตโต อมจฺจา พฺรหฺมทตฺตํ อาหํสุ – ‘‘มหาราช, เตน สห ยุชฺฌามา’’ติ. ราชา – ‘‘มม ปาณาติปาโต ภวิสฺสตี’’ติ วาเรสิ. อมจฺจา – ‘‘มยํ, มหาราช, ตํ ชีวคฺคาหํ คเหตฺวา อิเธว อาเนสฺสามา’’ติ นานาอุปาเยหิ ราชานํ สญฺญาเปตฺวา ‘‘เอหิ มหาราชา’’ติ คนฺตุํ อารทฺธา. ราชา ‘‘สเจ สตฺตมารณปฺปหรณวิลุมฺปนกมฺมํ น กโรถ, คจฺฉามี’’ติ ภณติ. อมจฺจา ‘‘น, เทว, กโรม, ภยํ ทสฺเสตฺวา ปลาเปมา’’ติ จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ฆเฏสุ ทีเป ปกฺขิปิตฺวา รตฺตึ คจฺฉึสุ. ปฏิราชา ตํ ทิวสํ พาราณสิสมีเป นครํ คเหตฺวา อิทานิ กินฺติ รตฺตึ สนฺนาหํ โมจาเปตฺวา ปมตฺโต นิทฺทํ โอกฺกมิ สทฺธึ พลกาเยน. ตโต อมจฺจา พาราณสิราชานํ คเหตฺวา ปฏิรญฺโญ ขนฺธาวารํ คนฺตฺวา สพฺพฆเฏหิ ทีเป นิหราเปตฺวา เอกปชฺโชตาย เสนาย สทฺทํ อกํสุ. ปฏิรญฺโญ อมจฺโจ มหาพลํ ทิสฺวา ภีโต อตฺตโน ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อุฏฺเฐหิ อมกฺขิกมธุํ ขาทาหี’’ติ มหาสทฺทํ อกาสิ. ตถา ทุติโยปิ, ตติโยปิ. ปฏิราชา เตน สทฺเทน ปฏิพุชฺฌิตฺวา ภยํ สนฺตาสํ อาปชฺชิ. อุกฺกุฏฺฐิสตานิ ปวตฺตึสุ. โส ‘‘ปรวจนํ สทฺทหิตฺวา อมิตฺตหตฺถํ ปตฺโตมฺหี’’ติ สพฺพรตฺตึ ตํ ตํ วิปฺปลปิตฺวา ทุติยทิวเส ‘‘ธมฺมิโก ราชา, อุปโรธํ น กเรยฺย, คนฺตฺวา ขมาเปมี’’ติ จินฺเตตฺวา ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ชณฺณุเกหิ ปติฏฺฐหิตฺวา ‘‘ขม, มหาราช, มยฺหํ อปราธ’’นฺติ อาห. ราชา ตํ โอวทิตฺวา ‘‘อุฏฺเฐหิ, ขมามิ เต’’ติ อาห. โส รญฺญา เอวํ วุตฺตมตฺเตเยว ปรมสฺสาสปฺปตฺโต อโหสิ, พาราณสิรญฺโญ สมีเปเยว ชนปเท รชฺชํ ลภิ. เต อญฺญมญฺญํ สหายกา อเหสุํ.
อถ พฺรหฺมทตฺโต เทฺวปิ เสนา สมฺโมทมานา เอกโต ฐิตา ทิสฺวา ‘‘มเมกสฺส จิตฺตานุรกฺขณาย อสฺมึ ชนกาเย ขุทฺทกมกฺขิกาย ปิวนมตฺตมฺปิ โลหิตพินฺทุ น อุปฺปนฺนํ. อโห สาธุ, อโห สุฏฺฐุ, สพฺเพ สตฺตา สุขิตา โหนฺตุ, อเวรา โหนฺตุ, อพฺยาปชฺฌา โหนฺตู’’ติ เมตฺตาฌานํ อุปฺปาเทตฺวา, ตเทว ปาทกํ กตฺวา, สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา, ปจฺเจกโพธิญาณํ สจฺฉิกตฺวา, สยมฺภุตํ ปาปุณิ. ตํ มคฺคสุเขน ผลสุเขน สุขิตํ หตฺถิกฺขนฺเธ นิสินฺนํ อมจฺจา ปณิปาตํ กตฺวา อาหํสุ – ‘‘ยานกาโล, มหาราช, วิชิตพลกายสฺส สกฺกาโร กาตพฺโพ, ปราชิตพลกายสฺส ภตฺตปริพฺพโย ทาตพฺโพ’’ติ. โส อาห – ‘‘นาหํ, ภเณ, ราชา, ปจฺเจกพุทฺโธ นามาห’’นฺติ. กึ เทโว ภณติ, น เอทิสา ปจฺเจกพุทฺธา โหนฺตีติ? กีทิสา, ภเณ, ปจฺเจกพุทฺธาติ? ปจฺเจกพุทฺธา นาม ทฺวงฺคุลเกสมสฺสุ อฏฺฐปริกฺขารยุตฺตา ภวนฺตีติ. โส ทกฺขิณหตฺเถน สีสํ ปรามสิ, ตาวเทว คิหิลิงฺคํ อนฺตรธายิ, ปพฺพชิตเวโส ปาตุรโหสิ, ทฺวงฺคุลเกสมสฺสุ อฏฺฐปริกฺขารสมนฺนาคโต วสฺสสติกตฺเถรสทิโส อโหสิ. โส จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา หตฺถิกฺขนฺธโต เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปทุมปุปฺเผ นิสีทิ. อมจฺจา วนฺทิตฺวา ‘‘กึ, ภนฺเต, กมฺมฏฺฐานํ, กถํ อธิคโตสี’’ติ ปุจฺฉึสุ. โส ยโต อสฺส เมตฺตาฌานกมฺมฏฺฐานํ อโหสิ, ตญฺจ วิปสฺสนํ วิปสฺสิตฺวา อธิคโต, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อุทานคาถญฺจ พฺยากรณคาถญฺจ อิมญฺเญว คาถํ อภาสิ ‘‘สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑ’’นฺติ.
ตตฺถ สพฺเพสูติ อนวเสเสสุ. ภูเตสูติ สตฺเตสุ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารํ ปน รตนสุตฺตวณฺณนายํ วกฺขาม. นิธายาติ นิกฺขิปิตฺวา. ทณฺฑนฺติ กายวจีมโนทณฺฑํ, กายทุจฺจริตาทีนเมตํ อธิวจนํ. กายทุจฺจริตญฺหิ ทณฺฑยตีติ ทณฺโฑ, พาเธติ อนยพฺยสนํ ปาเปตีติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ วจีทุจฺจริตํ มโนทุจฺจริตํ จ. ปหรณทณฺโฑ เอว วา ทณฺโฑ, ตํ นิธายาติปิ วุตฺตํ โหติ. อวิเหฐยนฺติ อวิเหฐยนฺโต. อญฺญตรมฺปีติ ยํกิญฺจิ เอกมฺปิ. เตสนฺติ เตสํ สพฺพภูตานํ. น ปุตฺตมิจฺเฉยฺยาติ อตฺรโช, เขตฺรโช, ทินฺนโก, อนฺเตวาสิโกติ อิเมสุ จตูสุ ปุตฺเตสุ ยํ กิญฺจิ ปุตฺตํ น อิจฺเฉยฺย. กุโต สหายนฺติ สหายํ ปน อิจฺเฉยฺยาติ กุโต เอว เอตํ.
เอโกติ ปพฺพชฺชาสงฺขาเตน เอโก, อทุติยฏฺเฐน เอโก, ตณฺหาปหาเนน เอโก, เอกนฺตวิคตกิเลโสติ เอโก, เอโก ปจฺเจกสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ เอโก. สมณสหสฺสสฺสาปิ หิ มชฺเฌ วตฺตมาโน คิหิสญฺโญชนสฺส ฉินฺนตฺตา เอโก – เอวํ ปพฺพชฺชาสงฺขาเตน เอโก. เอโก ติฏฺฐติ, เอโก คจฺฉติ, เอโก นิสีทติ, เอโก เสยฺยํ กปฺเปติ, เอโก อิริยติ วตฺตตีติ – เอวํ อทุติยฏฺเฐน เอโก.
‘‘ตณฺหาทุติโย ปุริโส, ทีฆมทฺธานสํสรํ;
อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ, สํสารํ นาติวตฺตติ.
‘‘เอวมาทีนวํ ญตฺวา, ตณฺหํ ทุกฺขสฺส สมฺภวํ;
วีตตโณฺห อนาทาโน, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ. (อิติวุ. ๑๕, ๑๐๕; มหานิ. ๑๙๑; จูฬนิ. ปารายนานุคีติคาถานิทฺเทส ๑๐๗) –
เอวํ ตณฺหาปหานฏฺเฐน เอโก. สพฺพกิเลสาสฺส ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมาติ – เอวํ เอกนฺตวิคตกิเลโสติ เอโก. อนาจริยโก หุตฺวา สยมฺภู สามญฺเญว ปจฺเจกสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ – เอวํ เอโก ปจฺเจกสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ เอโก.
จเรติ ยา อิมา อฏฺฐ จริยาโย; เสยฺยถิทํ – ปณิธิสมฺปนฺนานํ จตูสุ อิริยาปเถสุ อิริยาปถจริยา, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารานํ อชฺฌตฺติกายตเนสุ อายตนจริยา, อปฺปมาทวิหารีนํ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สติจริยา, อธิจิตฺตมนุยุตฺตานํ จตูสุ ฌาเนสุ สมาธิจริยา, พุทฺธิสมฺปนฺนานํ จตูสุ อริยสจฺเจสุ ญาณจริยา, สมฺมา ปฏิปนฺนานํ จตูสุ อริยมคฺเคสุ มคฺคจริยา, อธิคตปฺผลานํ จตูสุ สามญฺญผเลสุ ปตฺติจริยา, ติณฺณํ พุทฺธานํ สพฺพสตฺเตสุ โลกตฺถจริยา, ตตฺถ ปเทสโต ปจฺเจกพุทฺธสาวกานนฺติ. ยถาห – ‘‘จริยาติ อฏฺฐ จริยาโย อิริยาปถจริยา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๙๗; ๓.๒๘) วิตฺถาโร. ตาหิ จริยาหิ สมนฺนาคโต ภเวยฺยาติ อตฺโถ. อถ วา ยา อิมา ‘‘อธิมุจฺจนฺโต สทฺธาย จรติ, ปคฺคณฺหนฺโต วีริเยน จรติ, อุปฏฺฐหนฺโต สติยา จรติ, อวิกฺขิตฺโต สมาธินา จรติ, ปชานนฺโต ปญฺญาย จรติ, วิชานนฺโต วิญฺญาเณน จรติ, เอวํ ปฏิปนฺนสฺส กุสลา ธมฺมา อายตนฺตีติ อายตนจริยาย จรติ, เอวํ ปฏิปนฺโน วิเสสมธิคจฺฉตีติ วิเสสจริยาย จรตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๙๗; ๓.๒๙) เอวํ อปราปิ อฏฺฐ จริยา วุตฺตา. ตาหิปิ สมนฺนาคโต ภเวยฺยาติ อตฺโถ. ขคฺควิสาณกปฺโปติ เอตฺถ ขคฺควิสาณํ นาม ขคฺคมิคสิงฺคํ. กปฺปสทฺทสฺส อตฺถํ วิตฺถารโต มงฺคลสุตฺตวณฺณนายํ ปกาสยิสฺสาม. อิธ ปนายํ ‘‘สตฺถุกปฺเปน วต, โภ, กิร สาวเกน สทฺธึ มนฺตยมานา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๖๐) เอวมาทีสุ วิย ปฏิภาโค เวทิตพฺโพ. ขคฺควิสาณกปฺโปติ ขคฺควิสาณสทิโสติ วุตฺตํ โหติ. อยํ ตาเวตฺถ ปทโต อตฺถวณฺณนา.
อธิปฺปายานุสนฺธิโต ปน เอวํ เวทิตพฺพา – ยฺวายํ วุตฺตปฺปกาโร ทณฺโฑ ภูเตสุ ปวตฺติยมาโน อหิโต โหติ, ตํ เตสุ อปฺปวตฺตเนน ตปฺปฏิปกฺขภูตาย เมตฺตาย ปรหิตูปสํหาเรน จ สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ, นิหิตทณฺฑตฺตา เอว จ. ยถา อนิหิตทณฺฑา สตฺตา ภูตานิ ทณฺเฑน วา สตฺเถน วา ปาณินา วา เลฑฺฑุนา วา วิเหฐยนฺติ, ตถา อวิเหฐยํ อญฺญตรมฺปิ เตสํ. อิมํ เมตฺตากมฺมฏฺฐานมาคมฺม ยเทว ตตฺถ เวทนาคตํ สญฺญาสงฺขารวิญฺญาณคตํ ตญฺจ ตทนุสาเรเนว ตทญฺญญฺจ สงฺขารคตํ วิปสฺสิตฺวา อิมํ ปจฺเจกโพธึ อธิคโตมฺหีติ อยํ ตาว อธิปฺปาโย.
อยํ ปน อนุสนฺธิ – เอวํ วุตฺเต เต อมจฺจา อาหํสุ – ‘‘อิทานิ, ภนฺเต, กุหึ คจฺฉถา’’ติ? ตโต เตน ‘‘ปุพฺพปจฺเจกสมฺพุทฺธา กตฺถ วสนฺตี’’ติ อาวชฺเชตฺวา ญตฺวา ‘‘คนฺธมาทนปพฺพเต’’ติ วุตฺเต ปุนาหํสุ – ‘‘อเมฺห ทานิ, ภนฺเต, ปชหถ, น อิจฺฉถา’’ติ. อถ ปจฺเจกพุทฺโธ อาห – ‘‘น ปุตฺตมิจฺเฉยฺยา’’ติ สพฺพํ. ตตฺราธิปฺปาโย – อหํ อิทานิ อตฺรชาทีสุ ยํ กิญฺจิ ปุตฺตมฺปิ น อิจฺเฉยฺยํ, กุโต ปน ตุมฺหาทิสํ สหายํ? ตสฺมา ตุเมฺหสุปิ โย มยา สทฺธึ คนฺตุํ มาทิโส วา โหตุํ อิจฺฉติ, โส เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป. อถ วา เตหิ ‘‘อเมฺห ทานิ, ภนฺเต, ปชหถ น อิจฺฉถา’’ติ วุตฺเต โส ปจฺเจกพุทฺโธ ‘‘น ปุตฺตมิจฺเฉยฺย กุโต สหาย’’นฺติ วตฺวา อตฺตโน ยถาวุตฺเตนตฺเถน เอกจริยาย คุณํ ทิสฺวา ปมุทิโต ปีติโสมนสฺสชาโต อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ – ‘‘เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ. เอวํ วตฺวา เปกฺขมานสฺเสว มหาชนสฺส อากาเส อุปฺปติตฺวา คนฺธมาทนํ อคมาสิ.
คนฺธมาทโน นาม หิมวติ จูฬกาฬปพฺพตํ, มหากาฬปพฺพตํ, นาคปลิเวฐนํ, จนฺทคพฺภํ, สูริยคพฺภํ, สุวณฺณปสฺสํ, หิมวนฺตปพฺพตนฺติ สตฺต ปพฺพเต อติกฺกมฺม โหติ. ตตฺถ นนฺทมูลกํ นาม ปพฺภารํ ปจฺเจกพุทฺธานํ วสโนกาโส. ติสฺโส จ คุหาโย – สุวณฺณคุหา, มณิคุหา, รชตคุหาติ. ตตฺถ มณิคุหาทฺวาเร มญฺชูสโก นาม รุกฺโข โยชนํ อุพฺเพเธน, โยชนํ วิตฺถาเรน. โส ยตฺตกานิ อุทเก วา ถเล วา ปุปฺผานิ, สพฺพานิ ตานิ ปุปฺผยติ วิเสเสน ปจฺเจกพุทฺธาคมนทิวเส. ตสฺสูปริโต สพฺพรตนมาโฬ โหติ. ตตฺถ สมฺมชฺชนกวาโต กจวรํ ฉฑฺเฑติ, สมกรณวาโต สพฺพรตนมยํ วาลิกํ สมํ กโรติ, สิญฺจนกวาโต อโนตตฺตทหโต อาเนตฺวา อุทกํ สิญฺจติ, สุคนฺธกรณวาโต หิมวนฺตโต สพฺเพสํ คนฺธรุกฺขานํ คนฺเธ อาเนติ, โอจินกวาโต ปุปฺผานิ โอจินิตฺวา ปาเตติ, สนฺถรกวาโต สพฺพตฺถ สนฺถรติ. สทา ปญฺญตฺตาเนว เจตฺถ อาสนานิ โหนฺติ, เยสุ ปจฺเจกพุทฺธุปฺปาททิวเส อุโปสถทิวเส จ สพฺพปจฺเจกพุทฺธา สนฺนิปติตฺวา นิสีทนฺติ. อยํ ตตฺถ ปกติ. อภิสมฺพุทฺธ-ปจฺเจกพุทฺโธ ตตฺถ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทติ. ตโต สเจ ตสฺมึ กาเล อญฺเญปิ ปจฺเจกพุทฺธา สํวิชฺชนฺติ, เตปิ ตงฺขณํ สนฺนิปติตฺวา ปญฺญตฺตาสเนสุ นิสีทนฺติ. นิสีทิตฺวา จ กิญฺจิเทว สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐหนฺติ, ตโต สงฺฆตฺเถโร อธุนาคตปจฺเจกพุทฺธํ สพฺเพสํ อนุโมทนตฺถาย ‘‘กถมธิคต’’นฺติ กมฺมฏฺฐานํ ปุจฺฉติ. ตทาปิ โส ตเมว อตฺตโน อุทานพฺยากรณคาถํ ภาสติ. ปุน ภควาปิ อายสฺมตา อานนฺเทน ปุฏฺโฐ ตเมว คาถํ ภาสติ, อานนฺโท จ สงฺคีติยนฺติ เอวเมเกกา คาถา ปจฺเจกสมฺโพธิอภิสมฺพุทฺธฏฺฐาเน, มญฺชูสกมาเฬ, อานนฺเทน ปุจฺฉิตกาเล, สงฺคีติยนฺติ จตุกฺขตฺตุํ ภาสิตา โหตีติ.
ปฐมคาถาวณฺณนา สมตฺตา.
๓๖. สํสคฺคชาตสฺสาติ กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปจฺเจกโพธิสตฺโต กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน วีสติ วสฺสสหสฺสานิ ปุริมนเยเนว สมณธมฺมํ กโรนฺโต กสิณปริกมฺมํ กตฺวา, ปฐมชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา, นามรูปํ ววตฺถเปตฺวา, ลกฺขณสมฺมสนํ กตฺวา, อริยมคฺคํ อนธิคมฺม พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ. โส ตโต จุโต พาราณสิรญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ อุปฺปชฺชิตฺวา ปุริมนเยเนว วฑฺฒมาโน ยโต ปภุติ ‘‘อยํ อิตฺถี อยํ ปุริโส’’ติ วิเสสํ อญฺญาสิ, ตตุปาทาย อิตฺถีนํ หตฺเถ น รมติ, อุจฺฉาทนนฺหาปนมณฺฑนาทิมตฺตมฺปิ น สหติ. ตํ ปุริสา เอว โปเสนฺติ, ถญฺญปายนกาเล ธาติโย กญฺจุกํ ปฏิมุญฺจิตฺวา ปุริสเวเสน ถญฺญํ ปาเยนฺติ. โส อิตฺถีนํ คนฺธํ ฆายิตฺวา สทฺทํ วา สุตฺวา โรทติ, วิญฺญุตํ ปตฺโตปิ อิตฺถิโย ปสฺสิตุํ น อิจฺฉติ, เตน ตํ อนิตฺถิคนฺโธเตฺวว สญฺชานึสุ.
ตสฺมึ โสฬสวสฺสุทฺเทสิเก ชาเต ราชา ‘‘กุลวํสํ สณฺฐเปสฺสามี’’ติ นานากุเลหิ ตสฺส อนุรูปา กญฺญาโย อาเนตฺวา อญฺญตรํ อมจฺจํ อาณาเปสิ ‘‘กุมารํ รมาเปหี’’ติ. อมจฺโจ อุปาเยน ตํ รมาเปตุกาโม ตสฺส อวิทูเร สาณิปาการํ ปริกฺขิปาเปตฺวา นาฏกานิ ปโยชาเปสิ. กุมาโร คีตวาทิตสทฺทํ สุตฺวา – ‘‘กสฺเสโส สทฺโท’’ติ อาห. อมจฺโจ ‘‘ตเวโส, เทว, นาฏกิตฺถีนํ สทฺโท, ปุญฺญวนฺตานํ อีทิสานิ นาฏกานิ โหนฺติ, อภิรม, เทว, มหาปุญฺโญสิ ตฺว’’นฺติ อาห. กุมาโร อมจฺจํ ทณฺเฑน ตาฬาเปตฺวา นิกฺกฑฺฒาเปสิ. โส รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา กุมารสฺส มาตรา สห คนฺตฺวา, กุมารํ ขมาเปตฺวา, ปุน อมจฺจํ อปฺเปสิ. กุมาโร เตหิ อตินิปฺปีฬิยมาโน เสฏฺฐสุวณฺณํ ทตฺวา สุวณฺณกาเร อาณาเปสิ – ‘‘สุนฺทรํ อิตฺถิรูปํ กโรถา’’ติ. เต วิสฺสกมฺมุนา นิมฺมิตสทิสํ สพฺพาลงฺการวิภูสิตํ อิตฺถิรูปํ กตฺวา ทสฺเสสุํ. กุมาโร ทิสฺวา วิมฺหเยน สีสํ จาเลตฺวา มาตาปิตูนํ เปเสสิ ‘‘ยทิ อีทิสึ อิตฺถึ ลภิสฺสามิ, คณฺหิสฺสามี’’ติ. มาตาปิตโร ‘‘อมฺหากํ ปุตฺโต มหาปุญฺโญ, อวสฺสํ เตน สห กตปุญฺญา กาจิ ทาริกา โลเก อุปฺปนฺนา ภวิสฺสตี’’ติ ตํ สุวณฺณรูปํ รถํ อาโรเปตฺวา อมจฺจานํ อปฺเปสุํ ‘‘คจฺฉถ, อีทิสึ ทาริกํ คเวสถา’’ติ. เต คเหตฺวา โสฬส มหาชนปเท วิจรนฺตา ตํ ตํ คามํ คนฺตฺวา อุทกติตฺถาทีสุ ยตฺถ ยตฺถ ชนสมูหํ ปสฺสนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ เทวตํ วิย สุวณฺณรูปํ ฐเปตฺวา นานาปุปฺผวตฺถาลงฺกาเรหิ ปูชํ กตฺวา, วิตานํ พนฺธิตฺวา, เอกมนฺตํ ติฏฺฐนฺติ – ‘‘ยทิ เกนจิ เอวรูปา ทิฏฺฐปุพฺพา ภวิสฺสติ, โส กถํ สมุฏฺฐาเปสฺสตี’’ติ? เอเตนุปาเยน อญฺญตฺร มทฺทรฏฺฐา สพฺเพ ชนปเท อาหิณฺฑิตฺวา ตํ ‘‘ขุทฺทกรฏฺฐ’’นฺติ อวมญฺญมานา ตตฺถ ปฐมํ อคนฺตฺวา นิวตฺตึสุ.
ตโต เนสํ อโหสิ ‘‘มทฺทรฏฺฐมฺปิ ตาว คจฺฉาม, มา โน พาราณสึ ปวิฏฺเฐปิ ราชา ปุน ปาเหสี’’ติ มทฺทรฏฺเฐ สาคลนครํ อคมํสุ. สาคลนคเร จ มทฺทโว นาม ราชา. ตสฺส ธีตา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกา อภิรูปา โหติ. ตสฺสา วณฺณทาสิโย นฺหาโนทกตฺถาย ติตฺถํ คตา. ตตฺถ อมจฺเจหิ ฐปิตํ ตํ สุวณฺณรูปํ ทูรโตว ทิสฺวา ‘‘อเมฺห อุทกตฺถาย เปเสตฺวา ราชปุตฺตี สยเมว อาคตา’’ติ ภณนฺติโย สมีปํ คนฺตฺวา ‘‘นายํ สามินี, อมฺหากํ สามินี อิโต อภิรูปตรา’’ติ อาหํสุ. อมจฺจา ตํ สุตฺวา ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา อนุรูเปน นเยน ทาริกํ ยาจึสุ, โสปิ อทาสิ. ตโต พาราณสิรญฺโญ ปาเหสุํ ‘‘ลทฺธา ทาริกา, สามํ อาคจฺฉิสฺสติ, อุทาหุ อเมฺหว อาเนมา’’ติ? โส จ ‘‘มยิ อาคจฺฉนฺเต ชนปทปีฬา ภวิสฺสติ, ตุเมฺหว อาเนถา’’ติ เปเสสิ.
อมจฺจา ทาริกํ คเหตฺวา นครา นิกฺขมิตฺวา กุมารสฺส ปาเหสุํ – ‘‘ลทฺธา สุวณฺณรูปสทิสี ทาริกา’’ติ. กุมาโร สุตฺวาว ราเคน อภิภูโต ปฐมชฺฌานา ปริหายิ. โส ทูตปรมฺปรํ เปเสสิ ‘‘สีฆํ อาเนถ, สีฆํ อาเนถา’’ติ. เต สพฺพตฺถ เอกรตฺติวาเสเนว พาราณสึ ปตฺวา พหินคเร ฐิตา รญฺโญ ปาเหสุํ – ‘‘อชฺช ปวิสิตพฺพํ, โน’’ติ? ราชา ‘‘เสฏฺฐกุลา อานีตา ทาริกา, มงฺคลกิริยํ กตฺวา มหาสกฺกาเรน ปเวเสสฺสาม, อุยฺยานํ ตาว นํ เนถา’’ติ อาณาเปสิ. เต ตถา อกํสุ. สา อจฺจนฺตสุขุมาลา ยานุคฺฆาเตน อุพฺพาฬฺหา อทฺธานปริสฺสเมน อุปฺปนฺนวาตโรคา มิลาตมาลา วิย หุตฺวา รตฺตึเยว กาลมกาสิ. อมจฺจา ‘‘สกฺการา ปริภฏฺฐมฺหา’’ติ ปริเทวึสุ. ราชา จ นาครา จ ‘‘กุลวํโส วินฏฺโฐ’’ติ ปริเทวึสุ. นคเร มหาโกลาหลํ อโหสิ. กุมารสฺส สุตมตฺเตเยว มหาโสโก อุทปาทิ. ตโต กุมาโร โสกสฺส มูลํ ขณิตุมารทฺโธ. โส จินฺเตสิ – ‘‘อยํ โสโก นาม น อชาตสฺส โหติ, ชาตสฺส ปน โหติ, ตสฺมา ชาตึ ปฏิจฺจ โสโก’’ติ. ‘‘ชาติ ปน กึ ปฏิจฺจา’’ติ? ตโต ‘‘ภวํ ปฏิจฺจ ชาตี’’ติ เอวํ ปุพฺพภาวนานุภาเวน โยนิโส มนสิกโรนฺโต อนุโลมปฏิโลมปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ทิสฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺโต ตตฺเถว นิสินฺโน ปจฺเจกโพธึ สจฺฉากาสิ. ตํ มคฺคผลสุเขน สุขิตํ สนฺตินฺทฺริยํ สนฺตมานสํ นิสินฺนํ ทิสฺวา, ปณิปาตํ กตฺวา, อมจฺจา อาหํสุ – ‘‘มา โสจิ, เทว, มหนฺโต ชมฺพุทีโป, อญฺญํ ตโต สุนฺทรตรํ อาเนสฺสามา’’ติ. โส อาห – ‘‘นาหํ โสจโก, นิสฺโสโก ปจฺเจกพุทฺโธ อห’’นฺติ. อิโต ปรํ สพฺพํ ปุริมคาถาสทิสเมว ฐเปตฺวา คาถาวณฺณนํ.
คาถาวณฺณนายํ ปน สํสคฺคชาตสฺสาติ ชาตสํสคฺคสฺส. ตตฺถ ทสฺสน, สวน, กาย, สมุลฺลปน, สมฺโภคสํสคฺควเสน ปญฺจวิโธ สํสคฺโค. ตตฺถ อญฺญมญฺญํ ทิสฺวา จกฺขุวิญฺญาณวีถิวเสน อุปฺปนฺนราโค ทสฺสนสํสคฺโค นาม. ตตฺถ สีหฬทีเป กาฬทีฆวาปีคาเม ปิณฺฑาย จรนฺตํ กลฺยาณวิหารวาสีทีฆภาณกทหรภิกฺขุํ ทิสฺวา ปฏิพทฺธจิตฺตา เกนจิ อุปาเยน ตํ อลภิตฺวา, กาลกตา กุฏุมฺพิยธีตา, ตสฺสา นิวาสนโจฬขณฺฑํ ทิสฺวา ‘‘เอวรูปวตฺถธารินิยา นาม สทฺธึ สํวาสํ นาลตฺถ’’นฺติ หทยํ ผาเลตฺวา กาลกโต. โส เอว จ ทหโร นิทสฺสนํ.
ปเรหิ ปน กถิยมานํ รูปาทิสมฺปตฺตึ อตฺตนา วา หสิตลปิตคีตสทฺทํ สุตฺวา โสตวิญฺญาณวีถิวเสน อุปฺปนฺโน ราโค สวนสํสคฺโค นาม. ตตฺราปิ คิริคามวาสีกมฺมารธีตาย ปญฺจหิ กุมารีหิ สทฺธึ ปทุมสฺสรํ คนฺตฺวา, นฺหตฺวา มาลํ อาโรเปตฺวา, อุจฺจาสทฺเทน คายนฺติยา อากาเสน คจฺฉนฺโต สทฺทํ สุตฺวา กามราเคน วิเสสา ปริหายิตฺวา อนยพฺยสนํ ปตฺโต ปญฺจคฺคฬเลณวาสี ติสฺสทหโร นิทสฺสนํ.
อญฺญมญฺญํ องฺคปรามสเนน อุปฺปนฺนราโค กายสํสคฺโค นาม. ธมฺมคายนทหรภิกฺขุ เจตฺถ นิทสฺสนํ. มหาวิหาเร กิร ทหรภิกฺขุ ธมฺมํ ภาสติ. ตตฺถ มหาชเน อาคเต ราชาปิ อคมาสิ สทฺธึ อนฺเตปุเรน. ตโต ราชธีตาย ตสฺส รูปญฺจ สทฺทญฺจ อาคมฺม พลวราโค อุปฺปนฺโน, ตสฺส จ ทหรสฺสาปิ. ตํ ทิสฺวา ราชา สลฺลกฺเขตฺวา สาณิปากาเรน ปริกฺขิปาเปสิ. เต อญฺญมญฺญํ ปรามสิตฺวา อาลิงฺคึสุ. ปุน สาณิปาการํ อปเนตฺวา ปสฺสนฺตา เทฺวปิ กาลกเตเยว อทฺทสํสูติ.
อญฺญมญฺญํ อาลปนสมุลฺลปเน อุปฺปนฺโน ราโค ปน สมุลฺลปนสํสคฺโค นาม. ภิกฺขุภิกฺขุนีหิ สทฺธึ ปริโภคกรเณ อุปฺปนฺนราโค สมฺโภคสํสคฺโค นาม. ทฺวีสุปิ เจเตสุ ปาราชิกปฺปตฺโต ภิกฺขุ จ ภิกฺขุนี จ นิทสฺสนํ. มริจิวฏฺฏินามมหาวิหารมเห กิร ทุฏฺฐคามณิ อภยมหาราชา มหาทานํ ปฏิยาเทตฺวา อุภโตสงฺฆํ ปริวิสติ. ตตฺถ อุณฺหยาคุยา ทินฺนาย สงฺฆนวกสามเณรี อนาธารกสฺส สงฺฆนวกสามเณรสฺส ทนฺตวลยํ ทตฺวา สมุลฺลาปํ อกาสิ. เต อุโภปิ อุปสมฺปชฺชิตฺวา สฏฺฐิวสฺสา หุตฺวา ปรตีรํ คตา อญฺญมญฺญํ สมุลฺลาเปน ปุพฺพสญฺญํ ปฏิลภิตฺวา ตาวเทว ชาตสิเนหา สิกฺขาปทํ วีติกฺกมิตฺวา ปาราชิกา อเหสุนฺติ.
เอวํ ปญฺจวิเธ สํสคฺเค เยน เกนจิ สํสคฺเคน ชาตสํสคฺคสฺส ภวติ เสฺนโห, ปุริมราคปจฺจยา พลวราโค อุปฺปชฺชติ. ตโต เสฺนหนฺวยํ ทุกฺขมิทํ ปโหติ ตเมว เสฺนหํ อนุคจฺฉนฺตํ สนฺทิฏฺฐิกสมฺปรายิกโสกปริเทวาทินานปฺปการกํ ทุกฺขมิทํ ปโหติ, นิพฺพตฺตติ, ภวติ, ชายติ. อปเร ปน ‘‘อารมฺมเณ จิตฺตสฺส โวสฺสคฺโค สํสคฺโค’’ติ ภณนฺติ. ตโต เสฺนโห, เสฺนหา ทุกฺขมิทนฺติ.
เอวมตฺถปฺปเภทํ อิมํ อฑฺฒคาถํ วตฺวา โส ปจฺเจกพุทฺโธ อาห – ‘‘สฺวาหํ ยมิทํ เสฺนหนฺวยํ โสกาทิทุกฺขํ ปโหติ, ตสฺส ทุกฺขสฺส มูลํ ขนนฺโต ปจฺเจกสมฺโพธิมธิคโต’’ติ. เอวํ วุตฺเต เต อมจฺจา อาหํสุ – ‘‘อเมฺหหิ ทานิ, ภนฺเต, กึ กาตพฺพ’’นฺติ? ตโต โส อาห – ‘‘ตุเมฺห วา อญฺเญ วา โย อิมมฺหา ทุกฺขา มุจฺจิตุกาโม, โส สพฺโพปิ อาทีนวํ เสฺนหชํ เปกฺขมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ. เอตฺถ จ ยํ ‘‘เสฺนหนฺวยํ ทุกฺขมิทํ ปโหตี’’ติ วุตฺตํ ‘‘ตเทว สนฺธาย อาทีนวํ เสฺนหชํ เปกฺขมาโน’’ติ อิทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อถ วา ยถาวุตฺเตน สํสคฺเคน สํสคฺคชาตสฺส ภวติ เสฺนโห, เสฺนหนฺวยํ ทุกฺขมิทํ ปโหติ, เอตํ ยถาภูตํ อาทีนวํ เสฺนหชํ เปกฺขมาโน อหํ อธิคโตติ. เอวํ อภิสมฺพนฺธิตฺวา จตุตฺถปาโท ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว อุทานวเสน วุตฺโตปิ เวทิตพฺโพ. ตโต ปรํ สพฺพํ ปุริมคาถาย วุตฺตสทิสเมวาติ.
สํสคฺคคาถาวณฺณนา สมตฺตา.
๓๗. มิตฺเต สุหชฺเชติ กา อุปฺปตฺติ? อยํ ปจฺเจกโพธิสตฺโต ปุริมคาถาย วุตฺตนเยเนว อุปฺปชฺชิตฺวา พาราณสิยํ รชฺชํ กาเรนฺโต ปฐมํ ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ‘‘กึ สมณธมฺโม วโร, รชฺชํ วร’’นฺติ วีมํสิตฺวา จตุนฺนํ อมจฺจานํ หตฺเถ รชฺชํ นิยฺยาเตตฺวา สมณธมฺมํ กโรติ. อมจฺจา ‘‘ธมฺเมน สเมน กโรถา’’ติ วุตฺตาปิ ลญฺชํ คเหตฺวา อธมฺเมน กโรนฺติ. เต ลญฺชํ คเหตฺวา สามิเก ปราเชนฺตา เอกทา อญฺญตรํ ราชวลฺลภํ ปราเชสุํ. โส รญฺโญ ภตฺตหารเกน สทฺธึ ปวิสิตฺวา สพฺพํ อาโรเจสิ. ราชา ทุติยทิวเส สยํ วินิจฺฉยฏฺฐานํ อคมาสิ. ตโต มหาชนกายา – ‘‘อมจฺจา สามิเก อสามิเก กโรนฺตี’’ติ มหาสทฺทํ กโรนฺตา มหายุทฺธํ วิย อกํสุ. อถ ราชา วินิจฺฉยฏฺฐานา วุฏฺฐาย ปาสาทํ อภิรุหิตฺวา สมาปตฺตึ อปฺเปตุํ นิสินฺโน เตน สทฺเทน วิกฺขิตฺตจิตฺโต น สกฺโกติ อปฺเปตุํ. โส ‘‘กึ เม รชฺเชน, สมณธมฺโม วโร’’ติ รชฺชสุขํ ปหาย ปุน สมาปตฺตึ นิพฺพตฺเตตฺวา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว วิปสฺสนฺโต ปจฺเจกสมฺโพธึ สจฺฉากาสิ. กมฺมฏฺฐานญฺจ ปุจฺฉิโต อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘มิตฺเต สุหชฺเช อนุกมฺปมาโน, หาเปติ อตฺถํ ปฏิพทฺธจิตฺโต;
เอตํ ภยํ สนฺถเว เปกฺขมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ.
ตตฺถ เมตฺตายนวเสน มิตฺตา. สุหทยภาเวน สุหชฺชา. เกจิ หิ เอกนฺตหิตกามตาย มิตฺตาว โหนฺติ, น สุหชฺชา. เกจิ คมนาคมนฏฺฐานนิสชฺชาสมุลฺลาปาทีสุ หทยสุขชนเนน สุหชฺชาว โหนฺติ, น มิตฺตา. เกจิ ตทุภยวเสน สุหชฺชา เจว มิตฺตา จ. เต ทุวิธา โหนฺติ – อคาริยา อนคาริยา จ. ตตฺถ อคาริยา ติวิธา โหนฺติ – อุปกาโร, สมานสุขทุกฺโข, อนุกมฺปโกติ. อนคาริยา วิเสเสน อตฺถกฺขายิโน เอว. เต จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตา โหนฺติ. ยถาห –
‘‘จตูหิ โข, คหปติปุตฺต, ฐาเนหิ อุปกาโร มิตฺโต สุหโท เวทิตพฺโพ – ปมตฺตํ รกฺขติ, ปมตฺตสฺส สาปเตยฺยํ รกฺขติ, ภีตสฺส สรณํ โหติ, อุปฺปนฺเนสุ กิจฺจกรณีเยสุ ตทฺทิคุณํ โภคํ อนุปฺปเทติ’’ (ที. นิ. ๓.๒๖๑).
ตถา –
‘‘จตูหิ โข, คหปติปุตฺต, ฐาเนหิ สมานสุขทุกฺโข มิตฺโต สุหโท เวทิตพฺโพ – คุยฺหมสฺส อาจิกฺขติ, คุยฺหมสฺส ปริคูหติ, อาปทาสุ น วิชหติ, ชีวิตมฺปิสฺส อตฺถาย ปริจฺจตฺตํ โหติ’’ (ที. นิ. ๓.๒๖๒).
ตถา –
‘‘จตูหิ โข, คหปติปุตฺต, ฐาเนหิ อนุกมฺปโก มิตฺโต สุหโท เวทิตพฺโพ – อภเวนสฺส น นนฺทติ, ภเวนสฺส นนฺทติ, อวณฺณํ ภณมานํ นิวาเรติ, วณฺณํ ภณมานํ ปสํสติ’’ (ที. นิ. ๓.๒๖๔).
ตถา –
‘‘จตูหิ โข, คหปติปุตฺต, ฐาเนหิ อตฺถกฺขายี มิตฺโต สุหโท เวทิตพฺโพ – ปาปา นิวาเรติ, กลฺยาเณ นิเวเสติ, อสฺสุตํ สาเวติ, สคฺคสฺส มคฺคํ อาจิกฺขตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๒๖๓).
เตสฺวิธ อคาริยา อธิปฺเปตา. อตฺถโต ปน สพฺเพปิ ยุชฺชนฺติ. เต มิตฺเต สุหชฺเช. อนุกมฺปมาโนติ อนุทยมาโน. เตสํ สุขํ อุปสํหริตุกาโม ทุกฺขํ อปหริตุกาโม จ.
หาเปติ อตฺถนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถวเสน ติวิธํ, ตถา อตฺตตฺถปรตฺถอุภยตฺถวเสนาปิ ติวิธํ. อตฺถํ ลทฺธวินาสเนน อลทฺธานุปฺปาทเนนาติ ทฺวิธาปิ หาเปติ วินาเสติ. ปฏิพทฺธจิตฺโตติ ‘‘อหํ อิมํ วินา น ชีวามิ, เอส เม คติ, เอส เม ปรายณ’’นฺติ เอวํ อตฺตานํ นีเจ ฐาเน ฐเปนฺโตปิ ปฏิพทฺธจิตฺโต โหติ. ‘‘อิเม มํ วินา น ชีวนฺติ, อหํ เตสํ คติ, เตสํ ปรายณ’’นฺติ เอวํ อตฺตานํ อุจฺเจ ฐาเน ฐเปนฺโตปิ ปฏิพทฺธจิตฺโต โหติ. อิธ ปน เอวํ ปฏิพทฺธจิตฺโต อธิปฺเปโต. เอตํ ภยนฺติ เอตํ อตฺถหาปนภยํ, อตฺตโน สมาปตฺติหานึ สนฺธาย วุตฺตํ. สนฺถเวติ ติวิโธ สนฺถโว – ตณฺหาทิฏฺฐิมิตฺตสนฺถววเสน. ตตฺถ อฏฺฐสตปฺปเภทาปิ ตณฺหา ตณฺหาสนฺถโว, ทฺวาสฏฺฐิเภทาปิ ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิสนฺถโว, ปฏิพทฺธจิตฺตตาย มิตฺตานุกมฺปนา มิตฺตสนฺถโว. โส อิธาธิปฺเปโต. เตน หิสฺส สมาปตฺติ ปริหีนา. เตนาห – ‘‘เอตํ ภยํ สนฺถเว เปกฺขมาโน อหมธิคโต’’ติ. เสสํ วุตฺตสทิสเมวาติ เวทิตพฺพนฺติ.
มิตฺตสุหชฺชคาถาวณฺณนา สมตฺตา.
๓๘. วํโส วิสาโลติ กา อุปฺปตฺติ? ปุพฺเพ กิร กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน ตโย ปจฺเจกโพธิสตฺตา ปพฺพชิตฺวา วีสติ วสฺสสหสฺสานิ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรตฺวา เทวโลเก อุปฺปนฺนา. ตโต จวิตฺวา เตสํ เชฏฺฐโก พาราณสิราชกุเล นิพฺพตฺโต, อิตเร ปจฺจนฺตราชกุเลสุ. เต อุโภปิ กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคณฺหิตฺวา, รชฺชํ ปหาย ปพฺพชิตฺวา, อนุกฺกเมน ปจฺเจกพุทฺธา หุตฺวา, นนฺทมูลกปพฺภาเร วสนฺตา เอกทิวสํ สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ‘‘มยํ กึ กมฺมํ กตฺวา อิมํ โลกุตฺตรสุขํ อนุปฺปตฺตา’’ติ อาวชฺเชตฺวา ปจฺจเวกฺขมานา กสฺสปพุทฺธกาเล อตฺตโน จริยํ อทฺทสํสุ. ตโต ‘‘ตติโย กุหิ’’นฺติ อาวชฺเชนฺตา พาราณสิยํ รชฺชํ กาเรนฺตํ ทิสฺวา ตสฺส คุเณ สริตฺวา ‘‘โส ปกติยาว อปฺปิจฺฉตาทิคุณสมนฺนาคโต อโหสิ, อมฺหากญฺเญว โอวาทโก วตฺตา วจนกฺขโม ปาปครหี, หนฺท, นํ อารมฺมณํ ทสฺเสตฺวา โมเจสฺสามา’’ติ โอกาสํ คเวสนฺตา ตํ เอกทิวสํ สพฺพาลงฺการวิภูสิตํ อุยฺยานํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อากาเสนาคนฺตฺวา อุยฺยานทฺวาเร เวฬุคุมฺพมูเล อฏฺฐํสุ. มหาชโน อติตฺโต ราชทสฺสเนน ราชานํ โอโลเกติ. ตโต ราชา ‘‘อตฺถิ นุ โข โกจิ มม ทสฺสเน อพฺยาวโฏ’’ติ โอโลเกนฺโต ปจฺเจกพุทฺเธ อทฺทกฺขิ. สห ทสฺสเนเนว จสฺส เตสุ สิเนโห อุปฺปชฺชิ.
โส หตฺถิกฺขนฺธา โอรุยฺห สนฺเตน อุปจาเรน เต อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ภนฺเต, กึ นามา ตุเมฺห’’ติ ปุจฺฉิ. เต อาหํสุ ‘‘มยํ, มหาราช, อสชฺชมานา นามา’’ติ. ‘‘ภนฺเต, ‘อสชฺชมานา’ติ เอตสฺส โก อตฺโถ’’ติ? ‘‘อลคฺคนตฺโถ, มหาราชา’’ติ. ตโต ตํ เวฬุคุมฺพํ ทสฺเสนฺตา อาหํสุ – ‘‘เสยฺยถาปิ, มหาราช, อิมํ เวฬุคุมฺพํ สพฺพโส มูลขนฺธสาขานุสาขาหิ สํสิพฺพิตฺวา ฐิตํ อสิหตฺโถ ปุริโส มูเล เฉตฺวา อาวิญฺฉนฺโต น สกฺกุเณยฺย อุทฺธริตุํ, เอวเมว ตฺวํ อนฺโต จ พหิ จ ชฏาย ชฏิโต อาสตฺตวิสตฺโต ตตฺถ ลคฺโค. เสยฺยถาปิ วา ปนสฺส เวมชฺฌคโตปิ อยํ วํสกฬีโร อสญฺชาตสาขตฺตา เกนจิ อลคฺโค ฐิโต, สกฺกา จ ปน อคฺเค วา มูเล วา เฉตฺวา อุทฺธริตุํ, เอวเมว มยํ กตฺถจิ อสชฺชมานา สพฺพทิสา คจฺฉามา’’ติ ตาวเทว จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา ปสฺสโต เอว รญฺโญ อากาเสน นนฺทมูลกปพฺภารํ อคมํสุ. ตโต ราชา จินฺเตสิ – ‘‘กทา นุ โข อหมฺปิ เอวํ อสชฺชมาโน ภเวยฺย’’นฺติ ตตฺเถว นิสีทิตฺวา วิปสฺสนฺโต ปจฺเจกโพธึ สจฺฉากาสิ. ปุริมนเยเนว กมฺมฏฺฐานํ ปุจฺฉิโต อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘วํโส วิสาโลว ยถา วิสตฺโต, ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา;
วํสกฺกฬีโรว อสชฺชมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ.
ตตฺถ วํโสติ เวฬุ. วิสาโลติ วิตฺถิณฺโณ. จกาโร อวธารณตฺโถ, เอวกาโร วา อยํ, สนฺธิวเสเนตฺถ เอกาโร นฏฺโฐ. ตสฺส ปรปเทน สมฺพนฺโธ, ตํ ปจฺฉา โยเชสฺสาม. ยถาติ ปฏิภาเค. วิสตฺโตติ ลคฺโค, ชฏิโต สํสิพฺพิโต. ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จาติ ปุตฺตธีตุภริยาสุ. ยา อเปกฺขาติ ยา ตณฺหา โย เสฺนโห. วํสกฺกฬีโรว อสชฺชมาโนติ วํสกฬีโร วิย อลคฺคมาโน. กึ วุตฺตํ โหติ? ยถา วํโส วิสาโล วิสตฺโต เอว โหติ, ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา, สาปิ เอวํ ตานิ วตฺถูนิ สํสิพฺพิตฺวา ฐิตตฺตา วิสตฺตา เอว. สฺวาหํ ตาย อเปกฺขาย อเปกฺขวา วิสาโล วํโส วิย วิสตฺโตติ เอวํ อเปกฺขาย อาทีนวํ ทิสฺวา ตํ อเปกฺขํ มคฺคญาเณน ฉินฺทนฺโต อยํ วํสกฬีโรว รูปาทีสุ วา โลภาทีสุ วา กามภวาทีสุ วา ทิฏฺฐาทีสุ วา ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน อสชฺชมาโน ปจฺเจกโพธึ อธิคโตติ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ.
วํสกฬีรคาถาวณฺณนา สมตฺตา.
๓๙. มิโค อรญฺญมฺหีติ กา อุปฺปตฺติ? เอโก กิร ภิกฺขุ กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน โยคาวจโร กาลํ กตฺวา, พาราณสิยํ เสฏฺฐิกุเล อุปฺปนฺโน อฑฺเฒ มหทฺธเน มหาโภเค, โส สุภโค อโหสิ. ตโต ปรทาริโก หุตฺวา ตตฺถ กาลกโต นิรเย นิพฺพตฺโต ตตฺถ ปจฺจิตฺวา วิปากาวเสเสน เสฏฺฐิภริยาย กุจฺฉิมฺหิ อิตฺถิปฏิสนฺธึ อคฺคเหสิ. นิรยโต อาคตานํ คตฺตานิ อุณฺหานิ โหนฺติ. เตน เสฏฺฐิภริยา ฑยฺหมาเนน อุทเรน กิจฺเฉน กสิเรน ตํ คพฺภํ ธาเรตฺวา กาเลน ทาริกํ วิชายิ. สา ชาตทิวสโต ปภุติ มาตาปิตูนํ เสสพนฺธุปริชนานญฺจ เทสฺสา อโหสิ. วยปฺปตฺตา จ ยมฺหิ กุเล ทินฺนา, ตตฺถาปิ สามิกสสฺสุสสุรานํ เทสฺสาว อโหสิ อปฺปิยา อมนาปา. อถ นกฺขตฺเต โฆสิเต เสฏฺฐิปุตฺโต ตาย สทฺธึ กีฬิตุํ อนิจฺฉนฺโต เวสึ อาเนตฺวา กีฬติ. สา ตํ ทาสีนํ สนฺติกา สุตฺวา เสฏฺฐิปุตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา นานปฺปกาเรหิ อนุนยิตฺวา อาห – ‘‘อยฺยปุตฺต, อิตฺถี นาม สเจปิ ทสนฺนํ ราชูนํ กนิฏฺฐา โหติ, จกฺกวตฺติโน วา ธีตา, ตถาปิ สามิกสฺส เปสนกรา โหติ. สามิเก อนาลปนฺเต สูเล อาโรปิตา วิย ทุกฺขํ ปฏิสํเวเทติ. สเจ อหํ อนุคฺคหารหา, อนุคฺคเหตพฺพา. โน เจ, วิสฺสชฺเชตพฺพา, อตฺตโน ญาติกุลํ คมิสฺสามี’’ติ. เสฏฺฐิปุตฺโต – ‘‘โหตุ, ภทฺเท, มา โสจิ, กีฬนสชฺชา โหหิ, นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสามา’’ติ อาห. เสฏฺฐิธีตา ตาวตเกนปิ สลฺลาปมตฺเตน อุสฺสาหชาตา ‘‘เสฺว นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสามี’’ติ พหุํ ขชฺชโภชฺชํ ปฏิยาเทติ. เสฏฺฐิปุตฺโต ทุติยทิวเส อนาโรเจตฺวาว กีฬนฏฺฐานํ คโต. สา ‘‘อิทานิ เปเสสฺสติ, อิทานิ เปเสสฺสตี’’ติ มคฺคํ โอโลเกนฺตี นิสินฺนา อุสฺสูรํ ทิสฺวา มนุสฺเส เปเสสิ. เต ปจฺจาคนฺตฺวา ‘‘เสฏฺฐิปุตฺโต คโต’’ติ อาโรเจสุํ. สา สพฺพํ ตํ ปฏิยาทิตํ อาทาย ยานํ อภิรุหิตฺวา อุยฺยานํ คนฺตุํ อารทฺธา.
อถ นนฺทมูลกปพฺภาเร ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ สตฺตเม ทิวเส นิโรธา วุฏฺฐาย อโนตตฺเต มุขํ โธวิตฺวา นาคลตาทนฺตโปณํ ขาทิตฺวา ‘‘กตฺถ อชฺช ภิกฺขํ จริสฺสามี’’ติ อาวชฺเชนฺโต ตํ เสฏฺฐิธีตรํ ทิสฺวา ‘‘อิมิสฺสา มยิ สกฺการํ กริตฺวา ตํ กมฺมํ ปริกฺขยํ คมิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ปพฺภารสมีเป สฏฺฐิโยชนํ มโนสิลาตลํ, ตตฺถ ฐตฺวา นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา อากาเสนาคนฺตฺวา ตสฺสา ปฏิปเถ โอรุยฺห พาราณสีภิมุโข อคมาสิ. ตํ ทิสฺวา ทาสิโย เสฏฺฐิธีตาย อาโรเจสุํ. สา ยานา โอรุยฺห สกฺกจฺจํ วนฺทิตฺวา, ปตฺตํ คเหตฺวา, สพฺพรสสมฺปนฺเนน ขาทนียโภชนีเยน ปูเรตฺวา, ปทุมปุปฺเผน ปฏิจฺฉาเทตฺวา เหฏฺฐาปิ ปทุมปุปฺผํ กตฺวา, ปุปฺผกลาปํ หตฺเถน คเหตฺวา, ปจฺเจกพุทฺธํ อุปสงฺกมิตฺวา, ตสฺส หตฺเถ ปตฺตํ ทตฺวา, วนฺทิตฺวา, ปุปฺผกลาปหตฺถา ปตฺเถสิ ‘‘ภนฺเต, ยถา อิทํ ปุปฺผํ, เอวาหํ ยตฺถ ยตฺถ อุปฺปชฺชามิ, ตตฺถ ตตฺถ มหาชนสฺส ปิยา ภเวยฺยํ มนาปา’’ติ. เอวํ ปตฺเถตฺวา ทุติยํ ปตฺเถสิ ‘‘ภนฺเต, ทุกฺโข คพฺภวาโส, ตํ อนุปคมฺม ปทุมปุปฺเผ เอวํ ปฏิสนฺธิ ภเวยฺยา’’ติ. ตติยมฺปิ ปตฺเถสิ ‘‘ภนฺเต, ชิคุจฺฉนีโย มาตุคาโม, จกฺกวตฺติธีตาปิ ปรวสํ คจฺฉติ, ตสฺมา อหํ อิตฺถิภาวํ อนุปคมฺม ปุริโส ภเวยฺย’’นฺติ. จตุตฺถมฺปิ ปตฺเถสิ ‘‘ภนฺเต, อิมํ สํสารทุกฺขํ อติกฺกมฺม ปริโยสาเน ตุเมฺหหิ ปตฺตํ อมตํ ปาปุเณยฺย’’นฺติ.
เอวํ จตุโร ปณิธโย กตฺวา, ตํ ปทุมปุปฺผกลาปํ ปูเชตฺวา, ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา ‘‘ปุปฺผสทิโส เอว เม คนฺโธ เจว วณฺโณ จ โหตู’’ติ อิมํ ปญฺจมํ ปณิธึ อกาสิ. ตโต ปจฺเจกพุทฺโธ ปตฺตํ ปุปฺผกลาปญฺจ คเหตฺวา อากาเส ฐตฺวา –
‘‘อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ, ขิปฺปเมว สมิชฺฌตุ;
สพฺเพ ปูเรนฺตุ สงฺกปฺปา, จนฺโท ปนฺนรโส ยถา’’ติ. –
อิมาย คาถาย เสฏฺฐิธีตาย อนุโมทนํ กตฺวา ‘‘เสฏฺฐิธีตา มํ คจฺฉนฺตํ ปสฺสตู’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา นนฺทมูลกปพฺภารํ อคมาสิ. เสฏฺฐิธีตาย ตํ ทิสฺวา มหตี ปีติ อุปฺปนฺนา. ภวนฺตเร กตํ อกุสลกมฺมํ อโนกาสตาย ปริกฺขีณํ, จิญฺจมฺพิลโธตตมฺพภาชนมิว สุทฺธา ชาตา. ตาวเทว จสฺสา ปติกุเล ญาติกุเล จ สพฺโพ ชโน ตุฏฺโฐ ‘‘กึ กโรมา’’ติ ปิยวจนานิ ปณฺณาการานิ จ เปเสสิ. เสฏฺฐิปุตฺโต มนุสฺเส เปเสสิ ‘‘สีฆํ สีฆํ อาเนถ เสฏฺฐิธีตรํ, อหํ วิสฺสริตฺวา อุยฺยานํ อาคโต’’ติ. ตโต ปภุติ จ นํ อุเร วิลิตฺตจนฺทนํ วิย อามุตฺตมุตฺตาหารํ วิย ปุปฺผมาลํ วิย จ ปิยายนฺโต ปริหริ.
สา ตตฺถ ยาวตายุกํ อิสฺสริยโภคสุขํ อนุภวิตฺวา กาลํ กตฺวา ปุริสภาเวน เทวโลเก ปทุมปุปฺเผ อุปฺปชฺชิ. โส เทวปุตฺโต คจฺฉนฺโตปิ ปทุมปุปฺผคพฺเภเยว คจฺฉติ, ติฏฺฐนฺโตปิ, นิสีทนฺโตปิ, สยนฺโตปิ ปทุมคพฺเภเยว สยติ. มหาปทุมเทวปุตฺโตติ จสฺส นามํ อกํสุ. เอวํ โส เตน อิทฺธานุภาเวน อนุโลมปฏิโลมํ ฉเทวโลเก เอว สํสรติ.
เตน จ สมเยน พาราณสิรญฺโญ วีสติ อิตฺถิสหสฺสานิ โหนฺติ. ราชา เอกิสฺสาปิ กุจฺฉิยํ ปุตฺตํ น ลภติ. อมจฺจา ราชานํ วิญฺญาเปสุํ ‘‘เทว, กุลวํสานุปาลโก ปุตฺโต อิจฺฉิตพฺโพ, อตฺรเช อวิชฺชมาเน เขตฺรโชปิ กุลวํสธโร โหตี’’ติ. ราชา ‘‘ฐเปตฺวา มเหสึ อวเสสา นาฏกิตฺถิโย สตฺตาหํ ธมฺมนาฏกํ กโรถา’’ติ ยถากามํ พหิ จราเปสิ, ตถาปิ ปุตฺตํ นาลตฺถ. ปุน อมจฺจา อาหํสุ – ‘‘มหาราช, มเหสี นาม ปุญฺเญน จ ปญฺญาย จ สพฺพิตฺถีนํ อคฺคา, อปฺเปว นาม เทโว มเหสิยาปิ กุจฺฉิสฺมึ ปุตฺตํ ลเภยฺยา’’ติ. ราชา มเหสิยา เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. สา อาห – ‘‘มหาราช, ยา อิตฺถี สจฺจวาทินี สีลวตี, สา ปุตฺตํ ลเภยฺย, หิโรตฺตปฺปรหิตาย กุโต ปุตฺโต’’ติ ปาสาทํ อภิรุหิตฺวา ปญฺจ สีลานิ สมาทิยิตฺวา ปุนปฺปุนํ อนุมชฺชติ. สีลวติยา ราชธีตาย ปญฺจ สีลานิ อนุมชฺชนฺติยา ปุตฺตปตฺถนาจิตฺเต อุปฺปนฺนมตฺเต สกฺกสฺส อาสนํ สนฺตปฺปิ.
อถ สกฺโก อาสนตาปการณํ อาวชฺเชนฺโต เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ‘‘สีลวติยา ราชธีตาย ปุตฺตวรํ เทมี’’ติ อากาเสนาคนฺตฺวา เทวิยา สมฺมุเข ฐตฺวา ‘‘กึ ปตฺเถสิ เทวี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ปุตฺตํ, มหาราชา’’ติ. ‘‘ทมฺมิ เต, เทวิ, ปุตฺตํ, มา จินฺตยี’’ติ วตฺวา เทวโลกํ คนฺตฺวา ‘‘อตฺถิ นุ โข เอตฺถ ขีณายุโก’’ติ อาวชฺเชนฺโต ‘‘อยํ มหาปทุโม อุปริเทวโลเก อุปฺปชฺชิตุํ อิโต จวตี’’ติ ญตฺวา ตสฺส วิมานํ คนฺตฺวา ‘‘ตาต มหาปทุม, มนุสฺสโลกํ คจฺฉาหี’’ติ ยาจิ. โส อาห – ‘‘มหาราช, มา เอวํ ภณิ, เชคุจฺโฉ มนุสฺสโลโก’’ติ. ‘‘ตาต, ตฺวํ มนุสฺสโลเก ปุญฺญํ กตฺวา อิธูปปนฺโน, ตตฺเถว ฐตฺวา ปารมิโย ปูเรตพฺพา, คจฺฉ, ตาตา’’ติ. ‘‘ทุกฺโข, มหาราช, คพฺภวาโส, น สกฺโกมิ ตตฺถ วสิตุ’’นฺติ. ‘‘กึ เต, ตาต, คพฺภวาเสน, ตถา หิ ตฺวํ กมฺมมกาสิ, ยถา ปทุมคพฺเภเยว นิพฺพตฺติสฺสสิ, คจฺฉ, ตาตา’’ติ ปุนปฺปุนํ วุจฺจมาโน อธิวาเสสิ.
ตโต มหาปทุโม เทวโลกา จวิตฺวา พาราณสิรญฺโญ อุยฺยาเน สิลาปฏฺฏโปกฺขรณิยํ ปทุมคพฺเภ นิพฺพตฺโต. ตญฺจ รตฺตึ มเหสี ปจฺจูสสมเย สุปินนฺเตน วีสติอิตฺถิสหสฺสปริวุตา อุยฺยานํ คนฺตฺวา สิลาปฏฺฏโปกฺขรณิยํ ปทุมสฺสเร ปุตฺตํ ลทฺธา วิย อโหสิ. สา ปภาตาย รตฺติยา สีลานิ รกฺขมานา ตเถว ตตฺถ คนฺตฺวา เอกํ ปทุมปุปฺผํ อทฺทส. ตํ เนว ตีเร โหติ น คมฺภีเร. สห ทสฺสเนเนว จสฺสา ตตฺถ ปุตฺตสิเนโห อุปฺปชฺชิ. สา สามํเยว ปวิสิตฺวา ตํ ปุปฺผํ อคฺคเหสิ. ปุปฺเผ คหิตมตฺเตเยว ปตฺตานิ วิกสึสุ. ตตฺถ ตฏฺฏเก อาสิตฺตสุวณฺณปฏิมํ วิย ทารกํ อทฺทส. ทิสฺวาว ‘‘ปุตฺโต เม ลทฺโธ’’ติ สทฺทํ นิจฺฉาเรสิ. มหาชโน สาธุการสหสฺสานิ มุญฺจิ, รญฺโญ จ เปเสสิ. ราชา สุตฺวา ‘‘กตฺถ ลทฺโธ’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ลทฺโธกาสญฺจ สุตฺวา ‘‘อุยฺยานญฺจ โปกฺขรณิยํ ปทุมญฺจ อมฺหากญฺเญว เขตฺตํ, ตสฺมา อมฺหากํ เขตฺเต ชาตตฺตา เขตฺรโช นามายํ ปุตฺโต’’ติ วตฺวา นครํ ปเวเสตฺวา วีสติสหสฺสอิตฺถิโย ธาติกิจฺจํ การาเปสิ. ยา ยา กุมารสฺส รุจึ ญตฺวา ปตฺถิตปตฺถิตํ ขาทนียํ ขาทาเปติ, สา สา สหสฺสํ ลภติ. สกลพาราณสี จลิตา, สพฺโพ ชโน กุมารสฺส ปณฺณาการสหสฺสานิ เปเสสิ. กุมาโร ตํ ตํ อติเนตฺวา ‘‘อิมํ ขาท, อิมํ ภุญฺชา’’ติ วุจฺจมาโน โภชเนน อุพฺพาโฬฺห อุกฺกณฺฐิโต หุตฺวา, โคปุรทฺวารํ คนฺตฺวา, ลาขาคุฬเกน กีฬติ.
ตทา อญฺญตโร ปจฺเจกพุทฺโธ พาราณสึ นิสฺสาย อิสิปตเน วสติ. โส กาลสฺเสว วุฏฺฐาย เสนาสนวตฺตสรีรปริกมฺมมนสิการาทีนิ สพฺพกิจฺจานิ กตฺวา, ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต ‘‘อชฺช กตฺถ ภิกฺขํ คเหสฺสามี’’ติ อาวชฺเชนฺโต กุมารสฺส สมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘เอส ปุพฺเพ กึ กมฺมํ กรี’’ติ วีมํสนฺโต ‘‘มาทิสสฺส ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา, จตสฺโส ปตฺถนา ปตฺเถสิ ตตฺถ ติสฺโส สิทฺธา, เอกา ตาว น สิชฺฌติ, ตสฺส อุปาเยน อารมฺมณํ ทสฺเสมี’’ติ ภิกฺขาจริยวเสน กุมารสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. กุมาโร ตํ ทิสฺวา ‘‘สมณ, มา อิธ อาคจฺฉิ, อิเม หิ ตมฺปิ ‘อิทํ ขาท, อิทํ ภุญฺชา’ติ วเทยฺยุ’’นฺติ อาห. โส เอกวจเนเนว ตโต นิวตฺติตฺวา อตฺตโน เสนาสนํ ปาวิสิ. กุมาโร ปริชนํ อาห – ‘‘อยํ สมโณ มยา วุตฺตมตฺโตว นิวตฺโต, กุทฺโธ, นุ, โข มมา’’ติ. ตโต เตหิ ‘‘ปพฺพชิตา นาม, เทว, น โกธปรายณา โหนฺติ, ปเรน ปสนฺนมเนน ยํ ทินฺนํ โหติ, เตน ยาเปนฺตี’’ติ วุจฺจมาโนปิ ‘‘กุทฺโธ เอว มมายํ สมโณ, ขมาเปสฺสามิ น’’นฺติ มาตาปิตูนํ อาโรเจตฺวา หตฺถึ อภิรุหิตฺวา, มหตา ราชานุภาเวน อิสิปตนํ คนฺตฺวา, มิคยูถํ ทิสฺวา, ปุจฺฉิ ‘‘กึ นาม เอเต’’ติ? ‘‘เอเต, สามิ, มิคา นามา’’ติ. เอเตสํ ‘‘อิมํ ขาทถ, อิมํ ภุญฺชถ, อิมํ สายถา’’ติ วตฺวา ปฏิชคฺคนฺตา อตฺถีติ. นตฺถิ สามิ, ยตฺถ ติโณทกํ สุลภํ, ตตฺถ วสนฺตีติ.
กุมาโร ‘‘ยถา อิเม อรกฺขิยมานาว ยตฺถ อิจฺฉนฺติ, ตตฺถ วสนฺติ, กทา นุ, โข, อหมฺปิ เอวํ วเสยฺย’’นฺติ เอตมารมฺมณํ อคฺคเหสิ. ปจฺเจกพุทฺโธปิ ตสฺส อาคมนํ ญตฺวา เสนาสนมคฺคญฺจ จงฺกมญฺจ สมฺมชฺชิตฺวา, มฏฺฐํ กตฺวา, เอกทฺวิกฺขตฺตุํ จงฺกมิตฺวา, ปทนิกฺเขปํ ทสฺเสตฺวา, ทิวาวิหาโรกาสญฺจ ปณฺณสาลญฺจ สมฺมชฺชิตฺวา, มฏฺฐํ กตฺวา, ปวิสนปทนิกฺเขปํ ทสฺเสตฺวา, นิกฺขมนปทนิกฺเขปํ อทสฺเสตฺวา, อญฺญตฺร อคมาสิ. กุมาโร ตตฺถ คนฺตฺวา ตํ ปเทสํ สมฺมชฺชิตฺวา มฏฺฐํ กตํ ทิสฺวา ‘‘วสติ มญฺเญ เอตฺถ โส ปจฺเจกพุทฺโธ’’ติ ปริชเนน ภาสิตํ สุตฺวา อาห – ‘‘ปาโตปิ โส สมโณ กุทฺโธ, อิทานิ หตฺถิอสฺสาทีหิ อตฺตโน โอกาสํ อกฺกนฺตํ ทิสฺวา, สุฏฺฐุตรํ กุชฺเฌยฺย, อิเธว ตุเมฺห ติฏฺฐถา’’ติ หตฺถิกฺขนฺธา โอรุยฺห เอกโกว เสนาสนํ ปวิฏฺโฐ วตฺตสีเสน สุสมฺมฏฺโฐกาเส ปทนิกฺเขปํ ทิสฺวา, ‘‘อยํ สมโณ เอตฺถ จงฺกมนฺโต น วณิชฺชาทิกมฺมํ จินฺเตสิ, อทฺธา อตฺตโน หิตเมว จินฺเตสิ มญฺเญ’’ติ ปสนฺนมานโส จงฺกมํ อารุหิตฺวา, ทูรีกตปุถุวิตกฺโก คนฺตฺวา, ปาสาณผลเก นิสีทิตฺวา, สญฺชาตเอกคฺโค หุตฺวา, ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา, วิปสฺสนฺโต ปจฺเจกโพธิญาณํ อธิคนฺตฺวา, ปุริมนเยเนว ปุโรหิเตน กมฺมฏฺฐาเน ปุจฺฉิเต คคนตเล นิสินฺโน อิมํ คาถมาห –
‘‘มิโค อรญฺญมฺหิ ยถา อพทฺโธ, เยนิจฺฉกํ คจฺฉติ โคจราย;
วิญฺญู นโร เสริตํ เปกฺขมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ.
ตตฺถ มิโคติ เทฺว มิคา เอณีมิโค, ปสทมิโค จาติ. อปิจ สพฺเพสํ อารญฺญิกานํ จตุปฺปทานเมตํ อธิวจนํ. อิธ ปน ปสทมิโค อธิปฺเปโต. อรญฺญมฺหีติ คามญฺจ คามูปจารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสํ อรญฺญํ, อิธํ ปน อุยฺยานมธิปฺเปตํ, ตสฺมา อุยฺยานมฺหีติ วุตฺตํ โหติ. ยถาติ ปฏิภาเค. อพทฺโธติ รชฺชุพนฺธนาทีหิ อพทฺโธ, เอเตน วิสฺสตฺถจริยํ ทีเปติ. เยนิจฺฉกํ คจฺฉติ โคจรายติ เยน เยน ทิสาภาเคน คนฺตุมิจฺฉติ, เตน เตน ทิสาภาเคน โคจราย คจฺฉติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ภควตา –
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อารญฺญโก มิโค อรญฺเญ ปวเน จรมาโน วิสฺสตฺโถ คจฺฉติ, วิสฺสตฺโถ ติฏฺฐติ, วิสฺสตฺโถ นิสีทติ, วิสฺสตฺโถ เสยฺยํ กปฺเปติ. ตํ กิสฺส เหตุ? อนาปาถคโต, ภิกฺขเว, ลุทฺทสฺส; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ…เป… ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อนฺธมกาสิ มารํ อปทํ, วธิตฺวา มารจกฺขุํ อทสฺสนํ คโต ปาปิมโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๘๗; จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๕) วิตฺถาโร.
วิญฺญู นโรติ ปณฺฑิตปุริโส. เสริตนฺติ สจฺฉนฺทวุตฺติตํ อปรายตฺตตํ. เปกฺขมาโนติ ปญฺญาจกฺขุนา โอโลกยมาโน. อถ วา ธมฺมเสริตํ ปุคฺคลเสริตญฺจ. โลกุตฺตรธมฺมา หิ กิเลสวสํ อคมนโต เสริโน เตหิ สมนฺนาคตา ปุคฺคลา จ, เตสํ ภาวนิทฺเทโส เสริตา. ตํ เปกฺขมาโนติ. กึ วุตฺตํ โหติ? ‘‘ยถา มิโค อรญฺญมฺหิ อพทฺโธ เยนิจฺฉกํ คจฺฉติ โคจราย, กทา นุ โข อหมฺปิ เอวํ คจฺเฉยฺย’’นฺติ อิติ เม ตุเมฺหหิ อิโต จิโต จ ปริวาเรตฺวา ฐิเตหิ พทฺธสฺส เยนิจฺฉกํ คนฺตุํ อลภนฺตสฺส ตสฺมึ เยนิจฺฉกคมนาภาเวน เยนิจฺฉกคมเน จานิสํสํ ทิสฺวา อนุกฺกเมน สมถวิปสฺสนา ปาริปูรึ อคมํสุ. ตโต ปจฺเจกโพธึ อธิคโตมฺหิ. ตสฺมา อญฺโญปิ วิญฺญู ปณฺฑิโต นโร เสริตํ เปกฺขมาโน เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโปติ. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ.
มิคอรญฺญคาถาวณฺณนา สมตฺตา.
๔๐. อามนฺตนา โหตีติ กา อุปฺปตฺติ? อตีเต กิร เอกวชฺชิกพฺรหฺมทตฺโต นาม ราชา อโหสิ มุทุกชาติโก. ยทา อมจฺจา เตน สห ยุตฺตํ วา อยุตฺตํ วา มนฺเตตุกามา โหนฺติ, ตทา นํ ปาฏิเยกฺกํ ปาฏิเยกฺกํ เอกมนฺตํ เนนฺติ. ตํ เอกทิวสํ ทิวาเสยฺยํ อุปคตํ อญฺญตโร อมจฺโจ ‘‘เทว, มม โสตพฺพํ อตฺถี’’ติ เอกมนฺตํ คมนํ ยาจิ. โส อุฏฺฐาย อคมาสิ. ปุน เอโก มหาอุปฏฺฐาเน นิสินฺนํ วรํ ยาจิ, เอโก หตฺถิกฺขนฺเธ, เอโก อสฺสปิฏฺฐิยํ, เอโก สุวณฺณรเถ, เอโก สิวิกาย นิสีทิตฺวา อุยฺยานํ คจฺฉนฺตํ ยาจิ. ราชา ตโต โอโรหิตฺวา เอกมนฺตํ อคมาสิ. อปโร ชนปทจาริกํ คจฺฉนฺตํ ยาจิ, ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา หตฺถิโต โอรุยฺห เอกมนฺตํ อคมาสิ. เอวํ โส เตหิ นิพฺพินฺโน หุตฺวา ปพฺพชิ. อมจฺจา อิสฺสริเยน วฑฺฒนฺติ. เตสุ เอโก คนฺตฺวา ราชานํ อาห – ‘‘อมุกํ, มหาราช, ชนปทํ มยฺหํ เทหี’’ติ. ราชา ‘‘ตํ อิตฺถนฺนาโม ภุญฺชตี’’ติ ภณติ. โส รญฺโญ วจนํ อนาทิยิตฺวา ‘‘คจฺฉามหํ ตํ ชนปทํ คเหตฺวา ภุญฺชามี’’ติ ตตฺถ คนฺตฺวา, กลหํ กตฺวา, ปุน อุโภปิ รญฺโญ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา, อญฺญมญฺญสฺส โทสํ อาโรเจนฺติ. ราชา ‘‘น สกฺกา อิเม โตเสตุ’’นฺติ เตสํ โลเภ อาทีนวํ ทิสฺวา วิปสฺสนฺโต ปจฺเจกสมฺโพธึ สจฺฉากาสิ. โส ปุริมนเยเนว อิมํ อุทานคาถํ อภาสิ –
‘‘อามนฺตนา โหติ สหายมชฺเฌ, วาเส ฐาเน คมเน จาริกาย;
อนภิชฺฌิตํ เสริตํ เปกฺขมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ.
ตสฺสตฺโถ – สหายมชฺเฌ ฐิตสฺส ทิวาเสยฺยสงฺขาเต วาเส จ, มหาอุปฏฺฐานสงฺขาเต ฐาเน จ, อุยฺยานคมนสงฺขาเต คมเน จ, ชนปทจาริกสงฺขาตาย จาริกาย จ ‘‘อิทํ เม สุณ, อิทํ เม เทหี’’ติอาทินา นเยน ตถา ตถา อามนฺตนา โหติ, ตสฺมา อหํ ตตฺถ นิพฺพิชฺชิตฺวา ยายํ อริยชนเสวิตา อเนกานิสํสา เอกนฺตสุขา, เอวํ สนฺเตปิ โลภาภิภูเตหิ สพฺพกาปุริเสหิ อนภิชฺฌิตา อนภิปตฺถิตา ปพฺพชฺชา, ตํ อนภิชฺฌิตํ ปเรสํ อวสวตฺตเนน ธมฺมปุคฺคลวเสน จ เสริตํ เปกฺขมาโน วิปสฺสนํ อารภิตฺวา อนุกฺกเมน ปจฺเจกสมฺโพธึ อธิคโตมฺหีติ. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ.
อามนฺตนาคาถาวณฺณนา สมตฺตา.
๔๑. ขิฑฺฑา รตีติ กา อุปฺปตฺติ? พาราณสิยํ เอกปุตฺตกพฺรหฺมทตฺโต นาม ราชา อโหสิ. โส จสฺส เอกปุตฺตโก ปิโย อโหสิ มนาโป ปาณสโม. โส สพฺพิริยาปเถสุ ปุตฺตํ คเหตฺวาว วตฺตติ. โส เอกทิวสํ อุยฺยานํ คจฺฉนฺโต ตํ ฐเปตฺวา คโต. กุมาโรปิ ตํ ทิวสํเยว อุปฺปนฺเนน พฺยาธินา มโต. อมจฺจา ‘‘ปุตฺตสิเนเหน รญฺโญ หทยมฺปิ ผเลยฺยา’’ติ อนาโรเจตฺวาว นํ ฌาเปสุํ. ราชา อุยฺยาเน สุรามเทน มตฺโต ปุตฺตํ เนว สริ, ตถา ทุติยทิวเสปิ นฺหานโภชนเวลาสุ. อถ ภุตฺตาวี นิสินฺโน สริตฺวา ‘‘ปุตฺตํ เม อาเนถา’’ติ อาห. ตสฺส อนุรูเปน วิธาเนน ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสุํ. ตโต โสกาภิภูโต นิสินฺโน เอวํ โยนิโส มนสากาสิ ‘‘อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ, อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชตี’’ติ. โส เอวํ อนุกฺกเมน อนุโลมปฏิโลมํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ สมฺมสนฺโต ปจฺเจกโพธึ สจฺฉากาสิ. เสสํ สํสคฺคคาถาย วุตฺตสทิสเมว ฐเปตฺวา คาถายตฺถวณฺณนํ.
อตฺถวณฺณนายํ ปน ขิฑฺฑาติ กีฬนา. สา ทุวิธา โหติ – กายิกา, วาจสิกา จ. ตตฺถ กายิกา นาม หตฺถีหิปิ กีฬนฺติ, อสฺเสหิปิ, รเถหิปิ, ธนูหิปิ, ถรูหิปีติ เอวมาทิ. วาจสิกา นาม คีตํ, สิโลกภณนํ, มุขเภรีติ เอวมาทิ. รตีติ ปญฺจกามคุณรติ. วิปุลนฺติ ยาว อฏฺฐิมิญฺชํ อาหจฺจ ฐาเนน สกลตฺตภาวพฺยาปกํ. เสสํ ปากฏเมว. อนุสนฺธิโยชนาปิ เจตฺถ สํสคฺคคาถาย วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา, ตโต ปรญฺจ สพฺพนฺติ.
ขิฑฺฑารติคาถาวณฺณนา สมตฺตา.
๔๒. จาตุทฺทิโสติ กา อุปฺปตฺติ? ปุพฺเพ กิร กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน ปญฺจ ปจฺเจกโพธิสตฺตา ปพฺพชิตฺวา วีสติ วสฺสสหสฺสานิ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรตฺวา เทวโลเก อุปฺปนฺนา. ตโต จวิตฺวา เตสํ เชฏฺฐโก พาราณสิยํ ราชา อโหสิ, เสสา ปากติกราชาโน. เต จตฺตาโรปิ กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคณฺหิตฺวา, รชฺชํ ปหาย ปพฺพชิตฺวา, อนุกฺกเมน ปจฺเจกพุทฺธา หุตฺวา นนฺทมูลกปพฺภาเร วสนฺตา เอกทิวสํ สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย วํสกฬีรคาถายํ วุตฺตนเยเนว อตฺตโน กมฺมญฺจ สหายญฺจ อาวชฺเชตฺวา ญตฺวา พาราณสิรญฺโญ อุปาเยน อารมฺมณํ ทสฺเสตุํ โอกาสํ คเวสนฺติ. โส จ ราชา ติกฺขตฺตุํ รตฺติยา อุพฺพิชฺชติ, ภีโต วิสฺสรํ กโรติ, มหาตเล ธาวติ. ปุโรหิเตน กาลสฺเสว วุฏฺฐาย สุขเสยฺยํ ปุจฺฉิโตปิ ‘‘กุโต เม, อาจริย, สุข’’นฺติ สพฺพํ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. ปุโรหิโตปิ ‘‘อยํ โรโค น สกฺกา เยน เกนจิ อุทฺธํวิเรจนาทินา เภสชฺชกมฺเมน วิเนตุํ, มยฺหํ ปน ขาทนูปาโย อุปฺปนฺโน’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘รชฺชหานิชีวิตนฺตรายาทีนํ ปุพฺพนิมิตฺตํ เอตํ มหาราชา’’ติ ราชานํ สุฏฺฐุตรํ อุพฺเพเชตฺวา ตสฺส วูปสมนตฺถํ ‘‘เอตฺตเก จ เอตฺตเก จ หตฺถิอสฺสรถาทโย หิรญฺญสุวณฺณญฺจ ทกฺขิณํ ทตฺวา ยญฺโญ ยชิตพฺโพ’’ติ ตํ ยญฺญยชเน สมาทเปสิ.
ตโต ปจฺเจกพุทฺธา อเนกานิ ปาณสหสฺสานิ ยญฺญตฺถาย สมฺปิณฺฑิยมานานิ ทิสฺวา ‘‘เอตสฺมึ กมฺเม กเต ทุพฺโพธเนยฺโย ภวิสฺสติ, หนฺท นํ ปฏิกจฺเจว คนฺตฺวา เปกฺขามา’’ติ วํสกฬีรคาถายํ วุตฺตนเยเนว อาคนฺตฺวา ปิณฺฑาย จรมานา ราชงฺคเณ ปฏิปาฏิยา อคมํสุ. ราชา สีหปญฺชเร ฐิโต ราชงฺคณํ โอโลกยมาโน เต อทฺทกฺขิ, สห ทสฺสเนเนว จสฺส สิเนโห อุปฺปชฺชิ. ตโต เต ปกฺโกสาเปตฺวา อากาสตเล ปญฺญตฺตาสเน นิสีทาเปตฺวา สกฺกจฺจํ โภเชตฺวา กตภตฺตกิจฺเจ ‘‘เก ตุเมฺห’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘มยํ, มหาราช, จาตุทฺทิสา นามา’’ติ. ‘‘ภนฺเต, จาตุทฺทิสาติ อิมสฺส โก อตฺโถ’’ติ? ‘‘จตูสุ ทิสาสุ กตฺถจิ กุโตจิ ภยํ วา จิตฺตุตฺราโส วา อมฺหากํ นตฺถิ, มหาราชา’’ติ. ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ ตํ ภยํ กึ การณา น โหตี’’ติ? ‘‘มยญฺหิ, มหาราช, เมตฺตํ ภาเวม, กรุณํ ภาเวม, มุทิตํ ภาเวม, อุเปกฺขํ ภาเวม, เตน โน ตํ ภยํ น โหตี’’ติ วตฺวา อุฏฺฐายาสนา อตฺตโน วสตึ อคมํสุ.
ตโต ราชา จินฺเตสิ ‘‘อิเม สมณา เมตฺตาทิภาวนาย ภยํ น โหตีติ ภณนฺติ, พฺราหฺมณา ปน อเนกสหสฺสปาณวธํ วณฺณยนฺติ, เกสํ นุ โข วจนํ สจฺจ’’นฺติ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘สมณา สุทฺเธน อสุทฺธํ โธวนฺติ, พฺราหฺมณา ปน อสุทฺเธน อสุทฺธํ. น จ สกฺกา อสุทฺเธน อสุทฺธํ โธวิตุํ, ปพฺพชิตานํ เอว วจนํ สจฺจ’’นฺติ. โส ‘‘สพฺเพ สตฺตา สุขิตา โหนฺตู’’ติอาทินา นเยน เมตฺตาทโย จตฺตาโรปิ พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา หิตผรณจิตฺเตน อมจฺเจ อาณาเปสิ ‘‘สพฺเพ ปาเณ มุญฺจถ, สีตานิ ปานียานิ ปิวนฺตุ, หริตานิ ติณานิ ขาทนฺตุ, สีโต จ เนสํ วาโต อุปวายตู’’ติ. เต ตถา อกํสุ.
ตโต ราชา ‘‘กลฺยาณมิตฺตานํ วจเนเนว ปาปกมฺมโต มุตฺโตมฺหี’’ติ ตตฺเถว นิสินฺโน วิปสฺสิตฺวา ปจฺเจกสมฺโพธึ สจฺฉากาสิ. อมจฺเจหิ จ โภชนเวลายํ ‘‘ภุญฺช, มหาราช, กาโล’’ติ วุตฺเต ‘‘นาหํ ราชา’’ติ ปุริมนเยเนว สพฺพํ วตฺวา อิมํ อุทานพฺยากรณคาถํ อภาสิ –
‘‘จาตุทฺทิโส อปฺปฏิโฆ จ โหติ, สนฺตุสฺสมาโน อิตรีตเรน;
ปริสฺสยานํ สหิตา อฉมฺภี, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ.
ตตฺถ จาตุทฺทิโสติ จตูสุ ทิสาสุ ยถาสุขวิหารี, ‘‘เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๓๐๘; อ. นิ. ๔.๑๒๕; จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๘) วา นเยน พฺรหฺมวิหารภาวนาผริตา จตสฺโส ทิสา อสฺส สนฺตีติปิ จาตุทฺทิโส. ตาสุ ทิสาสุ กตฺถจิ สตฺเต วา สงฺขาเร วา ภเยน น ปฏิหญฺญตีติ อปฺปฏิโฆ. สนฺตุสฺสมาโนติ ทฺวาทสวิธสฺส สนฺโตสสฺสวเสน สนฺตุสฺสโก, อิตรีตเรนาติ อุจฺจาวเจน ปจฺจเยน. ปริสฺสยานํ สหิตา อฉมฺภีติ เอตฺถ ปริสฺสยนฺติ กายจิตฺตานิ, ปริหาเปนฺติ วา เตสํ สมฺปตฺตึ, ตานิ วา ปฏิจฺจ สยนฺตีติ ปริสฺสยา, พาหิรานํ สีหพฺยคฺฆาทีนํ อพฺภนฺตรานญฺจ กามจฺฉนฺทาทีนํ กายจิตฺตุปทฺทวานํ เอตํ อธิวจนํ. เต ปริสฺสเย อธิวาสนขนฺติยา จ วีริยาทีหิ ธมฺเมหิ จ สหตีติ ปริสฺสยานํ สหิตา. ถทฺธภาวกรภยาภาเวน อฉมฺภี. กึ วุตฺตํ โหติ? ยถา เต จตฺตาโร สมณา, เอวํ อิตรีตเรน ปจฺจเยน สนฺตุสฺสมาโน เอตฺถ ปฏิปตฺติปทฏฺฐาเน สนฺโตเส ฐิโต จตูสุ ทิสาสุ เมตฺตาทิภาวนาย จาตุทฺทิโส, สตฺตสงฺขาเรสุ ปฏิหนนภยาภาเวน อปฺปฏิโฆ จ โหติ. โส จาตุทฺทิสตฺตา วุตฺตปฺปการานํ ปริสฺสยานํ สหิตา, อปฺปฏิฆตฺตา อฉมฺภี จ โหตีติ เอวํ ปฏิปตฺติคุณํ ทิสฺวา โยนิโส ปฏิปชฺชิตฺวา ปจฺเจกโพธึ อธิคโตมฺหีติ. อถ วา เต สมณา วิย สนฺตุสฺสมาโน อิตรีตเรน วุตฺตนเยเนว จาตุทฺทิโส โหตีติ ญตฺวา เอวํ จาตุทฺทิสภาวํ ปตฺถยนฺโต โยนิโส ปฏิปชฺชิตฺวา อธิคโตมฺหิ. ตสฺมา อญฺโญปิ อีทิสํ ฐานํ ปตฺถยมาโน จาตุทฺทิสตาย ปริสฺสยานํ สหิตา อปฺปฏิฆตาย จ อฉมฺภี หุตฺวา เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโปติ. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ.
จาตุทฺทิสคาถาวณฺณนา สมตฺตา.
๔๓. ทุสฺสงฺคหาติ กา อุปฺปตฺติ? พาราณสิรญฺโญ กิร อคฺคมเหสี กาลมกาสิ. ตโต วีติวตฺเตสุ โสกทิวเสสุ เอกํ ทิวสํ อมจฺจา ‘‘ราชูนํ นาม เตสุ เตสุ กิจฺเจสุ อคฺคมเหสี อวสฺสํ อิจฺฉิตพฺพา, สาธุ, เทโว, อญฺญํ เทวึ อาเนตู’’ติ ยาจึสุ. ราชา‘‘เตน หิ, ภเณ, ชานาถา’’ติ อาห. เต ปริเยสนฺตา สามนฺตรชฺเช ราชา มโต. ตสฺส เทวี รชฺชํ อนุสาสติ. สา จ คพฺภินี โหติ. อมจฺจา ‘‘อยํ รญฺโญ อนุรูปา’’ติ ญตฺวา ตํ ยาจึสุ. สา ‘‘คพฺภินี นาม มนุสฺสานํ อมนาปา โหติ, สเจ อาคเมถ, ยาว วิชายามิ, เอวํ โหตุ, โน เจ, อญฺญํ ปริเยสถา’’ติ อาห. เต รญฺโญปิ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ราชา ‘‘คพฺภินีปิ โหตุ อาเนถา’’ติ. เต อาเนสุํ. ราชา ตํ อภิสิญฺจิตฺวา สพฺพํ มเหสีโภคํ อทาสิ. ตสฺสา ปริชนญฺจ นานาวิเธหิ ปณฺณากาเรหิ สงฺคณฺหาติ. สา กาเลน ปุตฺตํ วิชายิ. ตมฺปิ ราชา อตฺตโน ชาตปุตฺตมิว สพฺพิริยาปเถสุ องฺเก จ อุเร จ กตฺวา วิหรติ. ตโต เทวิยา ปริชโน จินฺเตสิ ‘‘ราชา อติวิย สงฺคณฺหาติ กุมารํ, อติวิสฺสาสนิยานิ ราชหทยานิ, หนฺท นํ ปริเภเทมา’’ติ.
ตโต กุมารํ – ‘‘ตฺวํ, ตาต, อมฺหากํ รญฺโญ ปุตฺโต, น อิมสฺส รญฺโญ, มา เอตฺถ วิสฺสาสํ อาปชฺชี’’ติ อาหํสุ. อถ กุมาโร ‘‘เอหิ ปุตฺตา’’ติ รญฺญา วุจฺจมาโนปิ หตฺเถ คเหตฺวา อากฑฺฒิยมาโนปิ ปุพฺเพ วิย ราชานํ น อลฺลียติ. ราชา ‘‘กึ เอต’’นฺติ วีมํสนฺโต ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา ‘‘อเร, เอเต มยา เอวํ สงฺคหิตาปิ ปฏิกูลวุตฺติโน เอวา’’ติ นิพฺพิชฺชิตฺวา รชฺชํ ปหาย ปพฺพชิโต. ‘‘ราชา ปพฺพชิโต’’ติ อมจฺจปริชนาปิ พหู ปพฺพชิตา, ‘‘สปริชโน ราชา ปพฺพชิโต’’ติ มนุสฺสา ปณีเต ปจฺจเย อุปเนนฺติ. ราชา ปณีเต ปจฺจเย ยถาวุฑฺฒํ ทาเปติ. ตตฺถ เย สุนฺทรํ ลภนฺติ, เต ตุสฺสนฺติ. อิตเร อุชฺฌายนฺติ ‘‘มยํ ปริเวณสมฺมชฺชนาทีนิ สพฺพกิจฺจานิ กโรนฺตา ลูขภตฺตํ ชิณฺณวตฺถญฺจ ลภามา’’ติ. โส ตมฺปิ ญตฺวา ‘‘อเร, ยถาวุฑฺฒํ ทิยฺยมาเนปิ นาม อุชฺฌายนฺติ, อโห, อยํ ปริสา ทุสฺสงฺคหา’’ติ ปตฺตจีวรํ อาทาย เอโก อรญฺญํ ปวิสิตฺวา วิปสฺสนํ อารภิตฺวา ปจฺเจกโพธึ สจฺฉากาสิ. ตตฺถ อาคเตหิ จ กมฺมฏฺฐานํ ปุจฺฉิโต อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘ทุสฺสงฺคหา ปพฺพชิตาปิ เอเก, อโถ คหฏฺฐา ฆรมาวสนฺตา;
อปฺโปสฺสุกฺโก ปรปุตฺเตสุ หุตฺวา, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ.
สา อตฺถโต ปากฏา เอว. อยํ ปน โยชนา – ทุสฺสงฺคหา ปพฺพชิตาปิ เอเก, เย อสนฺโตสาภิภูตา, ตถาวิธา เอว จ อโถ คหฏฺฐา ฆรมาวสนฺตา. เอตมหํ ทุสฺสงฺคหภาวํ ชิคุจฺฉนฺโต วิปสฺสนํ อารภิตฺวา ปจฺเจกโพธึ อธิคโตมฺหีติ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ.
ทุสฺสงฺคหคาถาวณฺณนา สมตฺตา.
๔๔. โอโรปยิตฺวาติ กา อุปฺปตฺติ? พาราณสิยํ กิร จาตุมาสิกพฺรหฺมทตฺโต นาม ราชา คิมฺหานํ ปฐเม มาเส อุยฺยานํ คโต. ตตฺถ รมณีเย ภูมิภาเค นีลฆนปตฺตสญฺฉนฺนํ โกวิฬารรุกฺขํ ทิสฺวา ‘‘โกวิฬารมูเล มม สยนํ ปญฺญาเปถา’’ติ วตฺวา อุยฺยาเน กีฬิตฺวา สายนฺหสมยํ ตตฺถ เสยฺยํ กปฺเปสิ. ปุน คิมฺหานํ มชฺฌิเม มาเส อุยฺยานํ คโต. ตทา โกวิฬาโร ปุปฺผิโต โหติ, ตทาปิ ตเถว อกาสิ. ปุน คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส คโต. ตทา โกวิฬาโร สญฺฉินฺนปตฺโต สุกฺขรุกฺโข วิย โหติ. ตทาปิ โส อทิสฺวาว ตํ รุกฺขํ ปุพฺพปริจเยน ตตฺเถว เสยฺยํ อาณาเปสิ. อมจฺจา ชานนฺตาปิ ‘‘รญฺญา อาณตฺต’’นฺติ ภเยน ตตฺถ สยนํ ปญฺญาเปสุํ. โส อุยฺยาเน กีฬิตฺวา สายนฺหสมยํ ตตฺถ เสยฺยํ กปฺเปนฺโต ตํ รุกฺขํ ทิสฺวา ‘‘อเร, อยํ ปุพฺเพ สญฺฉนฺนปตฺโต มณิมโย วิย อภิรูปทสฺสโน อโหสิ. ตโต มณิวณฺณสาขนฺตเร ฐปิตปวาฬงฺกุรสทิเสหิ ปุปฺเผหิ สสฺสิริกจารุทสฺสโน อโหสิ. มุตฺตาทลสทิสวาลิกากิณฺโณ จสฺส เหฏฺฐา ภูมิภาโค พนฺธนา ปมุตฺตปุปฺผสญฺฉนฺโน รตฺตกมฺพลสนฺถโต วิย อโหสิ. โส นามชฺช สุกฺขรุกฺโข วิย สาขามตฺตาวเสโส ฐิโต. ‘อโห, ชราย อุปหโต โกวิฬาโร’’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อนุปาทินฺนมฺปิ ตาว ชรา หญฺญติ, กิมงฺค ปน อุปาทินฺน’’นฺติ อนิจฺจสญฺญํ ปฏิลภิ. ตทนุสาเรเนว สพฺพสงฺขาเร ทุกฺขโต อนตฺตโต จ วิปสฺสนฺโต ‘‘อโห วตาหมฺปิ สญฺฉินฺนปตฺโต โกวิฬาโร วิย อเปตคิหิพฺยญฺชโน ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถยมาโน อนุปุพฺเพน ตสฺมึ สยนตเล ทกฺขิเณน ปสฺเสน นิปนฺโนเยว ปจฺเจกโพธึ สจฺฉากาสิ. ตโต คมนกาเล อมจฺเจหิ ‘‘กาโล คนฺตุํ, มหาราชา’’ติ วุตฺเต ‘‘นาหํ ราชา’’ติอาทีนิ วตฺวา ปุริมนเยเนว อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘โอโรปยิตฺวา คิหิพฺยญฺชนานิ, สญฺฉินฺนปตฺโต ยถา โกวิฬาโร;
เฉตฺวาน วีโร คิหิพนฺธนานิ, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ.
ตตฺถ โอโรปยิตฺวาติ อปเนตฺวา. คิหิพฺยญฺชนานีติ เกสมสฺสุโอทาตวตฺถาลงฺการมาลาคนฺธวิเลปนอิตฺถิปุตฺตทาสิทาสาทีนิ. เอตานิ หิ คิหิภาวํ พฺยญฺชยนฺติ, ตสฺมา ‘‘คิหิพฺยญฺชนานี’’ติ วุจฺจนฺติ. สญฺฉินฺนปตฺโตติ ปติตปตฺโต. เฉตฺวานาติ มคฺคญาเณน ฉินฺทิตฺวา. วีโรติ มคฺควีริยสมนฺนาคโต. คิหิพนฺธนานีติ กามพนฺธนานิ. กามา หิ คิหีนํ พนฺธนานิ. อยํ ตาว ปทตฺโถ.
อยํ ปน อธิปฺปาโย – ‘‘อโห วตาหมฺปิ โอโรปยิตฺวา คิหิพฺยญฺชนานิ สญฺฉินฺนปตฺโต ยถา โกวิฬาโร ภเวยฺย’’นฺติ เอวญฺหิ จินฺตยมาโน วิปสฺสนํ อารภิตฺวา ปจฺเจกโพธึ อธิคโตมฺหีติ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ.
โกวิฬารคาถาวณฺณนา สมตฺตา. ปฐโม วคฺโค นิฏฺฐิโต.
๔๕-๔๖. สเจ ลเภถาติ กา อุปฺปตฺติ? ปุพฺเพ กิร กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน เทฺว ปจฺเจกโพธิสตฺตา ปพฺพชิตฺวา วีสติ วสฺสสหสฺสานิ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรตฺวา เทวโลเก อุปฺปนฺนา. ตโต จวิตฺวา เตสํ เชฏฺฐโก พาราณสิรญฺโญ ปุตฺโต อโหสิ, กนิฏฺโฐ ปุโรหิตสฺส ปุตฺโต อโหสิ. เต เอกทิวสํเยว ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา เอกทิวสเมว มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขมิตฺวา สหปํสุกีฬิตสหายกา อเหสุํ. ปุโรหิตปุตฺโต ปญฺญวา อโหสิ. โส ราชปุตฺตํ อาห – ‘‘สมฺม, ตฺวํ ปิตุโน อจฺจเยน รชฺชํ ลภิสฺสสิ, อหํ ปุโรหิตฏฺฐานํ, สุสิกฺขิเตน จ สุขํ รชฺชํ อนุสาสิตุํ สกฺกา, เอหิ สิปฺปํ อุคฺคเหสฺสามา’’ติ. ตโต อุโภปิ ปุพฺโพปจิตกมฺมา หุตฺวา คามนิคมาทีสุ ภิกฺขํ จรมานา ปจฺจนฺตชนปทคามํ คตา. ตญฺจ คามํ ปจฺเจกพุทฺธา ภิกฺขาจารเวลาย ปวิสนฺติ. อถ มนุสฺสา ปจฺเจกพุทฺเธ ทิสฺวา อุสฺสาหชาตา อาสนานิ ปญฺญาเปนฺติ, ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ อุปนาเมนฺติ, มาเนนฺติ, ปูเชนฺติ. เตสํ เอตทโหสิ – ‘‘อเมฺหหิ สทิสา อุจฺจากุลิกา นาม นตฺถิ, อถ จ ปนิเม มนุสฺสา ยทิ อิจฺฉนฺติ, อมฺหากํ ภิกฺขํ เทนฺติ, ยทิ จ นิจฺฉนฺติ, น เทนฺติ, อิเมสํ ปน ปพฺพชิตานํ เอวรูปํ สกฺการํ กโรนฺติ, อทฺธา เอเต กิญฺจิ สิปฺปํ ชานนฺติ, หนฺท เนสํ สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคณฺหามา’’ติ.
เต มนุสฺเสสุ ปฏิกฺกนฺเตสุ โอกาสํ ลภิตฺวา ‘‘ยํ, ภนฺเต, ตุเมฺห สิปฺปํ ชานาถ, ตํ อเมฺหปิ สิกฺขาเปถา’’ติ ยาจึสุ. ปจฺเจกพุทฺธา ‘‘น สกฺกา อปพฺพชิเตน สิกฺขิตุ’’นฺติ อาหํสุ. เต ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา ปพฺพชึสุ. ตโต เนสํ ปจฺเจกพุทฺธา ‘‘เอวํ โว นิวาเสตพฺพํ, เอวํ ปารุปิตพฺพ’’นฺติอาทินา นเยน อาภิสมาจาริกํ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘อิมสฺส สิปฺปสฺส เอกีภาวาภิรติ นิปฺผตฺติ, ตสฺมา เอเกเนว นิสีทิตพฺพํ, เอเกน จงฺกมิตพฺพํ, ฐาตพฺพํ, สยิตพฺพ’’นฺติ ปาฏิเยกฺกํ ปณฺณสาลมทํสุ. ตโต เต อตฺตโน อตฺตโน ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา นิสีทึสุ. ปุโรหิตปุตฺโต นิสินฺนกาลโต ปภุติ จิตฺตสมาธานํ ลทฺธา ฌานํ ลภิ. ราชปุตฺโต มุหุตฺเตเนว อุกฺกณฺฐิโต ตสฺส สนฺติกํ อาคโต. โส ตํ ทิสฺวา ‘‘กึ, สมฺมา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อุกฺกณฺฐิโตมฺหี’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ อิธ นิสีทา’’ติ. โส ตตฺถ มุหุตฺตํ นิสีทิตฺวา อาห – ‘‘อิมสฺส กิร, สมฺม, สิปฺปสฺส เอกีภาวาภิรติ นิปฺผตฺตี’’ติ ปุโรหิตปุตฺโต ‘‘เอวํ, สมฺม, เตน หิ ตฺวํ อตฺตโน นิสินฺโนกาสํ เอว คจฺฉ, อุคฺคเหสฺสามิ อิมสฺส สิปฺปสฺส นิปฺผตฺติ’’นฺติ อาห. โส คนฺตฺวา ปุนปิ มุหุตฺเตเนว อุกฺกณฺฐิโต ปุริมนเยเนว ติกฺขตฺตุํ อาคโต.
ตโต นํ ปุโรหิตปุตฺโต ตเถว อุยฺโยเชตฺวา ตสฺมึ คเต จินฺเตสิ ‘‘อยํ อตฺตโน จ กมฺมํ หาเปติ, มม จ อิธาภิกฺขณํ อาคจฺฉนฺโต’’ติ. โส ปณฺณสาลโต นิกฺขมฺม อรญฺญํ ปวิฏฺโฐ. อิตโร อตฺตโน ปณฺณสาลาเยว นิสินฺโน ปุนปิ มุหุตฺเตเนว อุกฺกณฺฐิโต หุตฺวา ตสฺส ปณฺณสาลํ อาคนฺตฺวา อิโต จิโต จ มคฺคนฺโตปิ ตํ อทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘โย คหฏฺฐกาเล ปณฺณาการมฺปิ อาทาย อาคโต มํ ทฏฺฐุํ น ลภติ, โส นาม มยิ อาคเต ทสฺสนมฺปิ อทาตุกาโม ปกฺกามิ, อโห, เร จิตฺต, น ลชฺชสิ, ยํ มํ จตุกฺขตฺตุํ อิธาเนสิ, โสทานิ เต วเส น วตฺติสฺสามิ, อญฺญทตฺถุ ตํเยว มม วเส วตฺตาเปสฺสามี’’ติ อตฺตโน เสนาสนํ ปวิสิตฺวา วิปสฺสนํ อารภิตฺวา ปจฺเจกโพธึ สจฺฉิกตฺวา อากาเสน นนฺทมูลกปพฺภารํ อคมาสิ. อิตโรปิ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา วิปสฺสนํ อารภิตฺวา ปจฺเจกโพธึ สจฺฉิกตฺวา ตตฺเถว อคมาสิ. เต อุโภปิ มโนสิลาตเล นิสีทิตฺวา ปาฏิเยกฺกํ ปาฏิเยกฺกํ อิมา อุทานคาถาโย อภาสึสุ –
‘‘สเจ ลเภถ นิปกํ สหายํ, สทฺธึ จรํ สาธุวิหาริ ธีรํ;
อภิภุยฺย สพฺพานิ ปริสฺสยานิ, จเรยฺย เตนตฺตมโน สตีมา.
‘‘โน เจ ลเภถ นิปกํ สหายํ, สทฺธึ จรํ สาธุวิหาริ ธีรํ;
ราชาว รฏฺฐํ วิชิตํ ปหาย, เอโก จเร มาตงฺครญฺเญว นาโค’’ติ.
ตตฺถ นิปกนฺติ ปกตินิปุณํ ปณฺฑิตํ กสิณปริกมฺมาทีสุ กุสลํ. สาธุวิหารินฺติ อปฺปนาวิหาเรน วา อุปจาเรน วา สมนฺนาคตํ. ธีรนฺติ ธิติสมฺปนฺนํ. ตตฺถ นิปกตฺเตน ธิติสมฺปทา วุตฺตา. อิธ ปน ธิติสมฺปนฺนเมวาติ อตฺโถ. ธิติ นาม อสิถิลปรกฺกมตา, ‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จา’’ติ (ม. นิ. ๒.๑๘๔; อ. นิ. ๒.๕; มหานิ. ๑๙๖) เอวํ ปวตฺตวีริยสฺเสตํ อธิวจนํ. อปิจ ธิกตปาโปติปิ ธีโร. ราชาว รฏฺฐํ วิชิตํ ปหายาติ ยถา ปฏิราชา ‘‘วิชิตํ รฏฺฐํ อนตฺถาวห’’นฺติ ญตฺวา รชฺชํ ปหาย เอโก จรติ, เอวํ พาลสหายํ ปหาย เอโก จเร. อถ วา ราชาว รฏฺฐนฺติ ยถา สุตโสโม ราชา วิชิตํ รฏฺฐํ ปหาย เอโก จริ, ยถา จ มหาชนโก, เอวํ เอโก จเรติ อยมฺปิ ตสฺสตฺโถ. เสสํ วุตฺตานุสาเรน สกฺกา ชานิตุนฺติ น วิตฺถาริตนฺติ.
สหายคาถาวณฺณนา สมตฺตา.
๔๗. อทฺธา ปสํสามาติ อิมิสฺสา คาถาย ยาว อากาสตเล ปญฺญตฺตาสเน ปจฺเจกพุทฺธานํ นิสชฺชา, ตาว จาตุทฺทิสคาถาย อุปฺปตฺติสทิสา เอว อุปฺปตฺติ. อยํ ปน วิเสโส – ยถา โส ราชา รตฺติยา ติกฺขตฺตุํ อุพฺพิชฺชิ, น ตถา อยํ, เนวสฺส ยญฺโญ ปจฺจุปฏฺฐิโต อโหสิ. โส อากาสตเล ปญฺญตฺเตสุ อาสเนสุ ปจฺเจกพุทฺเธ นิสีทาเปตฺวา ‘‘เก ตุเมฺห’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘มยํ, มหาราช, อนวชฺชโภชิโน นามา’’ติ. ‘‘ภนฺเต, ‘อนวชฺชโภชิโน’ติ อิมสฺส โก อตฺโถ’’ติ? ‘‘สุนฺทรํ วา อสุนฺทรํ วา ลทฺธา นิพฺพิการา ภุญฺชาม, มหาราชา’’ติ. ตํ สุตฺวา รญฺโญ เอตทโหสิ ‘‘ยํนูนาหํ อิเม อุปปริกฺเขยฺยํ เอทิสา วา โน วา’’ติ. ตํ ทิวสํ กณาชเกน พิลงฺคทุติเยน ปริวิสิ. ปจฺเจกพุทฺธา อมตํ ภุญฺชนฺตา วิย นิพฺพิการา ภุญฺชึสุ. ราชา ‘‘โหนฺติ นาม เอกทิวสํ ปฏิญฺญาตตฺตา นิพฺพิการา, เสฺว ชานิสฺสามี’’ติ สฺวาตนายปิ นิมนฺเตสิ. ตโต ทุติยทิวเสปิ ตเถวากาสิ. เตปิ ตเถว ปริภุญฺชึสุ. อถ ราชา ‘‘อิทานิ สุนฺทรํ ทตฺวา วีมํสิสฺสามี’’ติ ปุนปิ นิมนฺเตตฺวา, เทฺว ทิวเส มหาสกฺการํ กตฺวา, ปณีเตน อติวิจิเตฺรน ขาทนีเยน โภชนีเยน ปริวิสิ. เตปิ ตเถว นิพฺพิการา ภุญฺชิตฺวา รญฺโญ มงฺคลํ วตฺวา ปกฺกมึสุ. ราชา อจิรปกฺกนฺเตสุ เตสุ ‘‘อนวชฺชโภชิโนว เอเต สมณา, อโห วตาหมฺปิ อนวชฺชโภชี ภเวยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา มหารชฺชํ ปหาย ปพฺพชฺชํ สมาทาย วิปสฺสนํ อารภิตฺวา, ปจฺเจกพุทฺโธ หุตฺวา, มญฺชูสกรุกฺขมูเล ปจฺเจกพุทฺธานํ มชฺเฌ อตฺตโน อารมฺมณํ วิภาเวนฺโต อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘อทฺธา ปสํสาม สหายสมฺปทํ, เสฏฺฐา สมา เสวิตพฺพา สหายา;
เอเต อลทฺธา อนวชฺชโภชี, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ.
สา ปทตฺถโต อุตฺตานา เอว. เกวลํ ปน สหายสมฺปทนฺติ เอตฺถ อเสเขหิ สีลาทิกฺขนฺเธหิ สมฺปนฺนา สหายา เอว สหายสมฺปทาติ เวทิตพฺพา. อยํ ปเนตฺถ โยชนา – ยายํ วุตฺตา สหายสมฺปทา, ตํ สหายสมฺปทํ อทฺธา ปสํสาม, เอกํเสเนว โถเมมาติ วุตฺตํ โหติ. กถํ? เสฏฺฐา สมา เสวิตพฺพา สหายาติ. กสฺมา? อตฺตโน หิ สีลาทีหิ เสฏฺเฐ เสวมานสฺส สีลาทโย ธมฺมา อนุปฺปนฺนา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ ปาปุณนฺติ. สเม เสวมานสฺส อญฺญมญฺญํ สมธารเณน กุกฺกุจฺจสฺส วิโนทเนน จ ลทฺธา น ปริหายนฺติ. เอเต ปน สหายเก เสฏฺเฐ จ สเม จ อลทฺธา กุหนาทิมิจฺฉาชีวํ วชฺเชตฺวา ธมฺเมน สเมน อุปฺปนฺนํ โภชนํ ภุญฺชนฺโต ตตฺถ จ ปฏิฆานุนยํ อนุปฺปาเทนฺโต อนวชฺชโภชี หุตฺวา อตฺถกาโม กุลปุตฺโต เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป. อหมฺปิ หิ เอวํ จรนฺโต อิมํ สมฺปตฺตึ อธิคโตมฺหีติ.
อนวชฺชโภชิคาถาวณฺณนา สมตฺตา.
๔๘. ทิสฺวา สุวณฺณสฺสาติ กา อุปฺปตฺติ? อญฺญตโร พาราณสิราชา คิมฺหสมเย ทิวาเสยฺยํ อุปคโต. สนฺติเก จสฺส วณฺณทาสี โคสีตจนฺทนํ ปิสติ. ตสฺสา เอกพาหายํ เอกํ สุวณฺณวลยํ, เอกพาหายํ เทฺว, ตานิ สงฺฆฏฺฏนฺติ อิตรํ น สงฺฆฏฺฏติ. ราชา ตํ ทิสฺวา ‘‘เอวเมว คณวาเส สงฺฆฏฺฏนา, เอกวาเส อสงฺฆฏฺฏนา’’ติ ปุนปฺปุนํ ตํ ทาสึ โอโลกยมาโน จินฺเตสิ. เตน จ สมเยน สพฺพาลงฺการภูสิตา เทวี ตํ พีชยนฺตี ฐิตา โหติ. สา ‘‘วณฺณทาสิยา ปฏิพทฺธจิตฺโต มญฺเญ ราชา’’ติ จินฺเตตฺวา ตํ ทาสึ อุฏฺฐาเปตฺวา สยเมว ปิสิตุมารทฺธา. ตสฺสา อุโภสุ พาหาสุ อเนเก สุวณฺณวลยา, เต สงฺฆฏฺฏนฺตา มหาสทฺทํ ชนยึสุ. ราชา สุฏฺฐุตรํ นิพฺพินฺโน ทกฺขิเณน ปสฺเสน นิปนฺโนเยว วิปสฺสนํ อารภิตฺวา ปจฺเจกโพธึ สจฺฉากาสิ. ตํ อนุตฺตเรน สุเขน สุขิตํ นิปนฺนํ จนฺทนหตฺถา เทวี อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อาลิมฺปามิ, มหาราชา’’ติ อาห. ราชา – ‘‘อเปหิ, มา อาลิมฺปาหี’’ติ อาห. สา ‘‘กิสฺส, มหาราชา’’ติ อาห. โส ‘‘นาหํ ราชา’’ติ. เอวเมเตสํ ตํ กถาสลฺลาปํ สุตฺวา อมจฺจา อุปสงฺกมึสุ. เตหิปิ มหาราชวาเทน อาลปิโต ‘‘นาหํ, ภเณ, ราชา’’ติ อาห. เสสํ ปฐมคาถาย วุตฺตสทิสเมว.
อยํ ปน คาถาวณฺณนา – ทิสฺวาติ โอโลเกตฺวา. สุวณฺณสฺสาติ กญฺจนสฺส ‘‘วลยานี’’ติ ปาฐเสโส. สาวเสสปาโฐ หิ อยํ อตฺโถ. ปภสฺสรานีติ ปภาสนสีลานิ, ชุติมนฺตานีติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว. อยํ ปน โยชนา – ทิสฺวา ภุชสฺมึ สุวณฺณสฺส วลยานิ ‘‘คณวาเส สติ สงฺฆฏฺฏนา, เอกวาเส อสงฺฆฏฺฏนา’’ติ เอวํ จินฺเตนฺโต วิปสฺสนํ อารภิตฺวา ปจฺเจกโพธึ อธิคโตมฺหีติ. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ.