๑๑. วิชยสุตฺตวณฺณนา
จรํ วา ยทิ วา ติฏฺฐนฺติ นนฺทสุตฺตํ. ‘‘วิชยสุตฺตํ กายวิจฺฉนฺทนิกสุตฺต’’นฺติปิ วุจฺจติ. กา อุปฺปตฺติ? อิทํ กิร สุตฺตํ ทฺวีสุ ฐาเนสุ วุตฺตํ, ตสฺมา อสฺส ทุวิธา อุปฺปตฺติ. ตตฺถ ภควตา อนุปุพฺเพน กปิลวตฺถุํ อนุปฺปตฺวา, สากิเย วิเนตฺวา นนฺทาทโย ปพฺพาเชตฺวา, อนุญฺญาตาย มาตุคามสฺส ปพฺพชฺชาย อานนฺทตฺเถรสฺส ภคินี นนฺทา, เขมกสกฺกรญฺโญ ธีตา อภิรูปนนฺทา, ชนปทกลฺยาณี นนฺทาติ ติสฺโส นนฺทาโย ปพฺพชึสุ. เตน จ สมเยน ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ. อภิรูปนนฺทา อภิรูปา เอว อโหสิ ทสฺสนียา ปาสาทิกา, เตเนวสฺสา อภิรูปนนฺทาติ นามมกํสุ. ชนปทกลฺยาณี นนฺทาปิ รูเปน อตฺตนา สทิสํ น ปสฺสติ. ตา อุโภปิ รูปมทมตฺตา ‘‘ภควา รูปํ วิวณฺเณติ, ครหติ, อเนกปริยาเยน รูเป อาทีนวํ ทสฺเสตี’’ติ ภควโต อุปฏฺฐานํ น คจฺฉนฺติ, ทฏฺฐุมฺปิ น อิจฺฉนฺติ. เอวํ อปฺปสนฺนา กสฺมา ปพฺพชิตาติ เจ? อคติยา. อภิรูปนนฺทาย หิ วาเรยฺยทิวเสเยว สามิโก สกฺยกุมาโร กาลมกาสิ. อถ นํ มาตาปิตโร อกามกํ ปพฺพาเชสุํ. ชนปทกลฺยาณี นนฺทาปิ อายสฺมนฺเต นนฺเท อรหตฺตํ ปตฺเต นิราสา หุตฺวา ‘‘มยฺหํ สามิโก จ มาตา จ มหาปชาปติ อญฺเญ จ ญาตกา ปพฺพชิตา, ญาตีหิ วินา ทุกฺโข ฆราวาโส’’ติ ฆราวาเส อสฺสาทมลภนฺตี ปพฺพชิตา, น สทฺธาย.
อถ ภควา ตาสํ ญาณปริปากํ วิทิตฺวา มหาปชาปตึ อาณาเปสิ ‘‘สพฺพาปิ ภิกฺขุนิโย ปฏิปาฏิยา โอวาทํ อาคจฺฉนฺตู’’ติ. ตา อตฺตโน วาเร สมฺปตฺเต อญฺญํ เปเสนฺติ. ตโต ภควา ‘‘สมฺปตฺเต วาเร อตฺตนาว อาคนฺตพฺพํ, น อญฺญา เปเสตพฺพา’’ติ อาห. อเถกทิวสํ อภิรูปนนฺทา อคมาสิ. ตํ ภควา นิมฺมิตรูเปน สํเวเชตฺวา ‘‘อฏฺฐีนํ นครํ กต’’นฺติ อิมาย ธมฺมปทคาถาย –
‘‘อาตุรํ อสุจึ ปูตึ, ปสฺส นนฺเท สมุสฺสยํ;
อุคฺฆรนฺตํ ปคฺฆรนฺตํ, พาลานํ อภิปตฺถิตํ. (เถรีคา. ๑๙);
‘‘อนิมิตฺตญฺจ ภาเวหิ, มานานุสยมุชฺชห;
ตโต มานาภิสมยา, อุปสนฺตา จริสฺสสี’’ติ. (สุ. นิ. ๓๔๔; เถรีคา. ๒๐) –
อิมาหิ เถรีคาถาหิ จ อนุปุพฺเพน อรหตฺเต ปติฏฺฐาเปสิ. อเถกทิวสํ สาวตฺถิวาสิโน ปุเรภตฺตํ ทานํ ทตฺวา สมาทินฺนุโปสถา สุนิวตฺถา สุปารุตา คนฺธปุปฺผาทีนิ อาทาย ธมฺมสฺสวนตฺถาย เชตวนํ คนฺตฺวา ธมฺมสฺสวนปริโยสาเน ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา นครํ ปวิสนฺติ. ภิกฺขุนิสงฺโฆปิ ธมฺมกถํ สุตฺวา ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ คจฺฉติ. ตตฺถ มนุสฺสา จ ภิกฺขุนิโย จ ภควโต วณฺณํ ภาสนฺติ. จตุปฺปมาณิเก หิ โลกสนฺนิวาเส สมฺมาสมฺพุทฺธํ ทิสฺวา อปฺปสีทนฺโต นาม นตฺถิ. รูปปฺปมาณิกา หิ ปุคฺคลา ภควโต ลกฺขณขจิตมนุพฺยญฺชนวิจิตฺรํ สมุชฺชลิตเกตุมาลาพฺยามปฺปภาวินทฺธมลงฺการตฺถมิว โลกสฺส สมุปฺปนฺนํ รูปํ ทิสฺวา ปสีทนฺติ, โฆสปฺปมาณิกา อเนกสเตสุ ชาตเกสุ กิตฺติโฆสํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ กรวีกมธุรนิคฺโฆสํ พฺรหฺมสฺสรญฺจ สุตฺวา, ลูขปฺปมาณิกา ปตฺตจีวราทิลูขตํ ทุกฺกรการิกลูขตํ วา ทิสฺวา, ธมฺมปฺปมาณิกา สีลกฺขนฺธาทีสุ ยํกิญฺจิ ธมฺมกฺขนฺธํ อุปปริกฺขิตฺวา. ตสฺมา สพฺพฏฺฐาเนสุ ภควโต วณฺณํ ภาสนฺติ. ชนปทกลฺยาณี นนฺทา ภิกฺขุนิปสฺสยํ ปตฺวาปิ อเนกปริยาเยน ภควโต วณฺณํ ภาสนฺตานํ เตสํ สุตฺวา ภควนฺตํ อุปคนฺตุกามา หุตฺวา ภิกฺขุนีนํ อาโรเจสิ. ภิกฺขุนิโย ตํ คเหตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ.
ภควา ปฏิกจฺเจว ตสฺสาคมนํ วิทิตฺวา กณฺฏเกน กณฺฏกํ, อาณิยา จ อาณึ นีหริตุกาโม ปุริโส วิย รูเปเนว รูปมทํ วิเนตุํ อตฺตโน อิทฺธิพเลน ปนฺนรสโสฬสวสฺสุทฺเทสิกํ อติทสฺสนียํ อิตฺถึ ปสฺเส ฐตฺวา พีชมานํ อภินิมฺมินิ. นนฺทา ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ อุปสงฺกมิตฺวา, ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา, ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส อนฺตเร นิสีทิตฺวา, ปาทตลา ปภุติ ยาว เกสคฺคา ภควโต รูปสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ปุน ตํ ภควโต ปสฺเส ฐิตํ นิมฺมตรูปญฺจ ทิสฺวา ‘‘อโห อยํ อิตฺถี รูปวตี’’ติ อตฺตโน รูปมทํ ชหิตฺวา ตสฺสา รูเป อภิรตฺตภาวา อโหสิ. ตโต ภควา ตํ อิตฺถึ วีสติวสฺสปฺปมาณํ กตฺวา ทสฺเสสิ. มาตุคาโม หิ โสฬสวสฺสุทฺเทสิโกเยว โสภติ, น ตโต อุทฺธํ. อถ ตสฺสา รูปปริหานึ ทิสฺวา นนฺทาย ตสฺมึ รูเป ฉนฺทราโค ตนุโก อโหสิ. ตโต ภควา อวิชาตวณฺณํ, สกึวิชาตวณฺณํ, มชฺฌิมิตฺถิวณฺณํ, มหิตฺถิวณฺณนฺติ เอวํ ยาว วสฺสสติกํ โอภคฺคํ ทณฺฑปรายณํ ติลกาหตคตฺตํ กตฺวา, ทสฺเสตฺวา ปสฺสมานาเยว นนฺทาย ตสฺสา มรณํ อุทฺธุมาตกาทิเภทํ กากาทีหิ สมฺปริวาเรตฺวา ขชฺชมานํ ทุคฺคนฺธํ เชคุจฺฉปฏิกูลภาวญฺจ ทสฺเสสิ. นนฺทาย ตํ กมํ ทิสฺวา ‘‘เอวเมวํ มมปิ อญฺเญสมฺปิ สพฺพสาธารโณ อยํ กโม’’ติ อนิจฺจสญฺญา สณฺฐาสิ, ตทนุสาเรน จ ทุกฺขนตฺตสญฺญาปิ, ตโย ภวา อาทิตฺตมิว อคารํ อปฺปฏิสรณา หุตฺวา อุปฏฺฐหึสุ. อถ ภควา ‘‘กมฺมฏฺฐาเน ปกฺขนฺตํ นนฺทาย จิตฺต’’นฺติ ญตฺวา ตสฺสา สปฺปายวเสน อิมา คาถาโย อภาสิ –
‘‘อาตุรํ อสุจึ ปูตึ, ปสฺส นนฺเท สมุสฺสยํ;
อุคฺฆรนฺตํ ปคฺฆรนฺตํ, พาลานํ อภิปตฺถิตํ. (เถรีคา. ๑๙);
‘‘ยถา อิทํ ตถา เอตํ, ยถา เอตํ ตถา อิทํ;
ธาตุโส สุญฺญโต ปสฺส, มา โลกํ ปุนราคมิ;
ภเว ฉนฺทํ วิราเชตฺวา, อุปสนฺตา จริสฺสสี’’ติ. (สุ. นิ. ๒๐๕);
คาถาปริโยสาเน นนฺทา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. อถสฺสา ภควา อุปริมคฺคาธิคมตฺถํ สุญฺญตปริวารํ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต อิมํ สุตฺตมภาสิ. อยํ ตาวสฺส เอกา อุปฺปตฺติ.
ภควติ ปน ราชคเห วิหรนฺเต ยา สา จีวรกฺขนฺธเก (มหาว. ๓๒๖) วิตฺถารโต วุตฺตสมุฏฺฐานาย สาลวติยา คณิกาย ธีตา ชีวกสฺส กนิฏฺฐา สิริมา นาม มาตุ อจฺจเยน ตํ ฐานํ ลภิตฺวา ‘‘อกฺโกเธน ชิเน โกธ’’นฺติ (ธ. ป. ๒๒๓; ชา. ๑.๒.๑) อิมิสฺสา คาถาย วตฺถุมฺหิ ปุณฺณกเสฏฺฐิธีตรํ อวมญฺญิตฺวา, ภควนฺตํ ขมาเปนฺตี ธมฺมเทสนํ สุตฺวา, โสตาปนฺนา หุตฺวา อฏฺฐ นิจฺจภตฺตานิ ปวตฺเตสิ. ตํ อารพฺภ อญฺญตโร นิจฺจภตฺติโก ภิกฺขุ ราคํ อุปฺปาเทสิ. อาหารกิจฺจมฺปิ จ กาตุํ อสกฺโกนฺโต นิราหาโร นิปชฺชีติ ธมฺมปทคาถาวตฺถุมฺหิ วุตฺตํ. ตสฺมึ ตถานิปนฺเนเยว สิริมา กาลํ กตฺวา ยามภวเน สุยามสฺส เทวี อโหสิ. อถ ตสฺสา สรีรสฺส อคฺคิกิจฺจํ นิวาเรตฺวา อามกสุสาเน รญฺญา นิกฺขิปาปิตํ สรีรํ ทสฺสนาย ภควา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อคมาสิ, ตมฺปิ ภิกฺขุํ อาทาย, ตถา นาครา จ ราชา จ. ตตฺถ มนุสฺสา ภณนฺติ ‘‘ปุพฺเพ สิริมาย อฏฺฐุตฺตรสหสฺเสนาปิ ทสฺสนํ ทุลฺลภํ, ตํ ทานชฺช กากณิกายาปิ ทฏฺฐุกาโม นตฺถี’’ติ. สิริมาปิ เทวกญฺญา ปญฺจหิ รถสเตหิ ปริวุตา ตตฺราคมาสิ. ตตฺราปิ ภควา สนฺนิปติตานํ ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ สุตฺตํ ตสฺส ภิกฺขุโน โอวาทตฺถํ ‘‘ปสฺส จิตฺตกตํ พิมฺพ’’นฺติ (ธ. ป. ๑๔๗) อิมญฺจ ธมฺมปทคาถํ อภาสิ. อยมสฺส ทุติยา อุปฺปตฺติ.
๑๙๕. ตตฺถ จรํ วาติ สกลรูปกายสฺส คนฺตพฺพทิสาภิมุเขนาภินีหาเรน คจฺฉนฺโต วา. ยทิ วา ติฏฺฐนฺติ ตสฺเสว อุสฺสาปนภาเวน ติฏฺฐนฺโต วา. นิสินฺโน อุท วา สยนฺติ ตสฺเสว เหฏฺฐิมภาคสมิญฺชนอุปริมภาคสมุสฺสาปนภาเวน นิสินฺโน วา, ติริยํ ปสารณภาเวน สยนฺโต วา. สมิญฺเชติ ปสาเรตีติ ตานิ ตานิ ปพฺพานิ สมิญฺเชติ จ ปสาเรติ จ.
เอสา กายสฺส อิญฺชนาติ สพฺพาเปสา อิมสฺเสว สวิญฺญาณกสฺส กายสฺส อิญฺชนา จลนา ผนฺทนา, นตฺเถตฺถ อญฺโญ โกจิ จรนฺโต วา ปสาเรนฺโต วา, อปิจ โข ปน ‘‘จรามี’’ติ จิตฺเต อุปฺปชฺชนฺเต ตํสมุฏฺฐานา วาโยธาตุ กายํ ผรติ, เตนสฺส คนฺตพฺพทิสาภิมุโข อภินีหาโร โหติ, เทสนฺตเร รูปนฺตรปาตุภาโวติ อตฺโถ. เตน ‘‘จร’’นฺติ วุจฺจติ. ตถา ‘‘ติฏฺฐามี’’ติ จิตฺเต อุปฺปชฺชนฺเต ตํสมุฏฺฐานา วาโยธาตุ กายํ ผรติ, เตนสฺส สมุสฺสาปนํ โหติ, อุปรูปริฏฺฐาเนน รูปปาตุภาโวติ อตฺโถ. เตน ‘‘ติฏฺฐ’’นฺติ วุจฺจติ. ตถา ‘‘นิสีทามี’’ติ จิตฺเต อุปฺปชฺชนฺเต ตํสมุฏฺฐานา วาโยธาตุ กายํ ผรติ, เตนสฺส เหฏฺฐิมภาคสมิญฺชนญฺจ อุปริมภาคสมุสฺสาปนญฺจ โหติ, ตถาภาเวน รูปปาตุภาโวติ อตฺโถ. เตน ‘‘นิสินฺโน’’ติ วุจฺจติ. ตถา ‘‘สยามี’’ติ จิตฺเต อุปฺปชฺชนฺเต ตํสมุฏฺฐานา วาโยธาตุ กายํ ผรติ, เตนสฺส ติริยํ ปสารณํ โหติ, ตถาภาเวน รูปปาตุภาโวติ อตฺโถ. เตน ‘‘สย’’นฺติ วุจฺจติ.
เอวํ จายมายสฺมา โย โกจิ อิตฺถนฺนาโม จรํ วา ยทิ วา ติฏฺฐํ, นิสินฺโน อุท วา สยํ ยเมตํ ตตฺถ ตตฺถ อิริยาปเถ เตสํ เตสํ ปพฺพานํ สมิญฺชนปฺปสารณวเสน สมิญฺเชติ ปสาเรตีติ วุจฺจติ. ตมฺปิ ยสฺมา สมิญฺชนปฺปสารณจิตฺเต อุปฺปชฺชมาเน ยถาวุตฺเตเนว นเยน โหติ, ตสฺมา เอสา กายสฺส อิญฺชนา, นตฺเถตฺถ อญฺโญ โกจิ, สุญฺญมิทํ เกนจิ จรนฺเตน วา ปสาเรนฺเตน วา สตฺเตน วา ปุคฺคเลน วา. เกวลํ ปน –
‘‘จิตฺตนานตฺตมาคมฺม, นานตฺตํ โหติ วายุโน;
วายุนานตฺตโต นานา, โหติ กายสฺส อิญฺชนา’’ติ. –
อยเมตฺถ ปรมตฺโถ.
เอวเมตาย คาถาย ภควา ยสฺมา เอกสฺมึ อิริยาปเถ จิรวินิโยเคน กายปีฬนํ โหติ, ตสฺส จ วิโนทนตฺถํ อิริยาปถปริวตฺตนํ กรียติ, ตสฺมา ‘‘จรํ วา’’ติอาทีหิ อิริยาปถปฏิจฺฉนฺนํ ทุกฺขลกฺขณํ ทีเปติ, ตถา จรณกาเล ฐานาทีนมภาวโต สพฺพเมตํ จรณาทิเภทํ ‘‘เอสา กายสฺส อิญฺชนา’’ติ ภณนฺโต สนฺตติปฏิจฺฉนฺนํ อนิจฺจลกฺขณํ. ตาย ตาย สามคฺคิยา ปวตฺตาย ‘‘เอสา กายสฺส อิญฺชนา’’ติ จ อตฺตปฏิกฺเขเปน ภณนฺโต อตฺตสญฺญาฆนปฏิจฺฉนฺนํ อนตฺตลกฺขณํ ทีเปติ.
๑๙๖. เอวํ ลกฺขณตฺตยทีปเนน สุญฺญตกมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา ปุน สวิญฺญาณกาวิญฺญาณกอสุภทสฺสนตฺถํ ‘‘อฏฺฐินหารุสํยุตฺโต’’ติ อารภิ. ตสฺสตฺโถ – ยสฺส เจสา กายสฺส อิญฺชนา, สฺวายํ กาโย วิสุทฺธิมคฺเค ทฺวตฺตึสาการวณฺณนายํ วณฺณสณฺฐานทิโสกาสปริจฺเฉทเภเทน อพฺยาปารนเยน จ ปกาสิเตหิ สฏฺฐาธิเกหิ ตีหิ อฏฺฐิสเตหิ นวหิ นฺหารุสเตหิ จ สํยุตฺตตฺตา อฏฺฐินหารุสํยุตฺโต. ตตฺเถว ปกาสิเตน อคฺคปาทงฺคุลิตจาทินา ตเจน จ นวเปสิสตปฺปเภเทน จ มํเสน อวลิตฺตตฺตา ตจมํสาวเลปโน ปรมทุคฺคนฺธเชคุจฺฉปฏิกูโลติ เวทิตพฺโพ. กิญฺเจตฺถ เวทิตพฺพํ สิยา, ยทิ เอส ยา สา มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส สกลสรีรโต สํกฑฺฒิตา พทรฏฺฐิปฺปมาณา ภเวยฺย, ตาย มกฺขิกาปตฺตสุขุมจฺฉวิยา นีลาทิรงฺคชาเตน เคหภิตฺติ วิย ปฏิจฺฉนฺโน น ภเวยฺย, อยํ ปน เอวํ สุขุมายปิ ฉวิยา กาโย ปฏิจฺฉนฺโน ปญฺญาจกฺขุวิรหิเตหิ พาลปุถุชฺชเนหิ ยถาภูตํ น ทิสฺสติ. ฉวิราครญฺชิโต หิสฺส ปรมเชคุจฺฉปฏิกูลธมฺมสงฺขาโต ตโจปิ ตจปลิเวฐิตํ ยํ ตํ ปเภทโต –
‘‘นวเปสิสตา มํสา, อวลิตฺตา กเฬวเร;
นานากิมิกุลากิณฺณํ, มิฬฺหฏฺฐานํว ปูติกา’’ติ. –
เอวํ วุตฺตํ นวมํสสตมฺปิ, มํสาวลิตฺตา เย เต –
‘‘นวนฺหารุสตา โหนฺติ, พฺยามมตฺเต กเฬวเร;
พนฺธนฺติ อฏฺฐิสงฺฆาตํ, อคารมิว วลฺลิยา’’ติ. –
เตปิ, นฺหารุสมุฏฺฐิตานิ ปฏิปาฏิยา อวฏฺฐิตานิ ปูตีนิ ทุคฺคนฺธานิ ตีณิ สฏฺฐาธิกานิ อฏฺฐิสตานิปิ ยถาภูตํ น ทิสฺสนฺติ ยโต อนาทิยิตฺวา ตํ มกฺขิกาปตฺตสุขุมจฺฉวึ. ยานิ ปนสฺส ฉวิราครตฺเตน ตเจน ปลิเวฐิตตฺตา สพฺพโลกสฺส อปากฏานิ นานปฺปการานิ อพฺภนฺตรกุณปานิ ปรมาสุจิทุคฺคนฺธเชคุจฺฉนียปฏิกูลานิ, ตานิปิ ปญฺญาจกฺขุนา ปฏิวิชฺฌิตฺวา เอวํ ปสฺสิตพฺโพ ‘‘อนฺตปูโร อุทรปูโร…เป… ปิตฺตสฺส จ วสาย จา’’ติ.
๑๙๗. ตตฺถ อนฺตสฺส ปูโร อนฺตปูโร. อุทรสฺส ปูโร อุทรปูโร. อุทรนฺติ จ อุทริยสฺเสตํ อธิวจนํ. ตญฺหิ ฐานนาเมน ‘‘อุทร’’นฺติ วุตฺตํ. ยกนเปฬสฺสาติ ยกนปิณฺฑสฺส. วตฺถิโนติ มุตฺตสฺส. ฐานูปจาเรน ปเนตํ ‘‘วตฺถี’’ติ วุตฺตํ. ปูโรติ อธิกาโร, ตสฺมา ยกนเปฬสฺส ปูโร วตฺถิโน ปูโรติ เอวํ โยเชตพฺพํ. เอส นโย หทยสฺสาติอาทีสุ. สพฺพาเนว เจตานิ อนฺตาทีนิ วณฺณสณฺฐานทิโสกาสปริจฺเฉทเภเทน อพฺยาปารนเยน จ วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตนยวเสเนว เวทิตพฺพานิ.
๑๙๙-๒๐๐. เอวํ ภควา ‘‘น กิญฺเจตฺถ เอกมฺปิ คยฺหูปคํ มุตฺตามณิสทิสํ อตฺถิ, อญฺญทตฺถุ อสุจิปริปูโรวายํ กาโย’’ติ อพฺภนฺตรกุณปํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตเมว อพฺภนฺตรกุณปํ พหินิกฺขมนกุณเปน ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ปุพฺเพ วุตฺตญฺจ สงฺคณฺหิตฺวา ‘‘อถสฺส นวหิ โสเตหี’’ติ คาถาทฺวยมาห.
ตตฺถ อถาติ ปริยายนฺตรนิทสฺสนํ, อปเรนาปิ ปริยาเยน อสุจิภาวํ ปสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. อสฺสาติ อิมสฺส กายสฺส. นวหิ โสเตหีติ อุโภอกฺขิจฺฉิทฺทกณฺณจฺฉิทฺทนาสาฉิทฺทมุขวจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺเคหิ. อสุจิ สวตีติ สพฺพโลกปากฏนานปฺปการปรมทุคฺคนฺธเชคุจฺฉอสุจิเยว สวติ, สนฺทติ, ปคฺฆรติ, น อญฺญํ กิญฺจิ อครุจนฺทนาทิคนฺธชาตํ วา มณิมุตฺตาทิรตนชาตํ วา. สพฺพทาติ ตญฺจ โข สพฺพทา รตฺติมฺปิ ทิวาปิ ปุพฺพเณฺหปิ สายเนฺหปิ ติฏฺฐโตปิ คจฺฉโตปีติ. กึ ตํ อสุจีติ เจ? ‘‘อกฺขิมฺหา อกฺขิคูถโก’’ติอาทิ. เอตสฺส หิ ทฺวีหิ อกฺขิจฺฉิทฺเทหิ อปนีตตจมํสสทิโส อกฺขิคูถโก, กณฺณจฺฉิทฺเทหิ รโชชลฺลสทิโส กณฺณคูถโก, นาสาฉิทฺเทหิ ปุพฺพสทิสา สิงฺฆาณิกา จ สวติ, มุเขน จ วมติ. กึ วมตีติ เจ? เอกทา ปิตฺตํ, ยทา อพทฺธปิตฺตํ กุปฺปิตํ โหติ, ตทา ตํ วมตีติ อธิปฺปาโย. เสมฺหญฺจาติ น เกวลญฺจ ปิตฺตํ, ยมฺปิ อุทรปฏเล เอกปตฺถปูรปฺปมาณํ เสมฺหํ ติฏฺฐติ, ตมฺปิ เอกทา วมติ. ตํ ปเนตํ วณฺณาทิโต วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๐๓-๒๐๔, ๒๑๐-๒๑๑) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ‘‘เสมฺหญฺจา’’ติ จ-สทฺเทน เสมฺหญฺจ อญฺญญฺจ เอวรูปํ อุทริยโลหิตาทิอสุจึ วมตีติ ทสฺเสติ. เอวํ สตฺตหิ ทฺวาเรหิ อสุจิวมนํ ทสฺเสตฺวา กาลญฺญู ปุคฺคลญฺญู ปริสญฺญู จ ภควา ตทุตฺตริ เทฺว ทฺวารานิ วิเสสวจเนน อนามสิตฺวา อปเรน ปริยาเยน สพฺพสฺมาปิ กายา อสุจิสวนํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กายมฺหา เสทชลฺลิกา’’ติ. ตตฺถ เสทชลฺลิกาติ เสโท จ โลณปฏลมลเภทา ชลฺลิกา จ, ตสฺส ‘‘สวติ สพฺพทา’’ติ อิมินา สทฺธึ สมฺพนฺโธ.
๒๐๑. เอวํ ภควา ยถา นาม ภตฺเต ปจฺจมาเน ตณฺฑุลมลญฺจ อุทกมลญฺจ เผเณน สทฺธึ อุฏฺฐหิตฺวา อุกฺขลิมุขํ มกฺเขตฺวา พหิ คฬติ, ตถา อสิตปีตาทิเภเท อาหาเร กมฺมเชน อคฺคินา ปจฺจมาเน ยํ อสิตปีตาทิมลํ อุฏฺฐหิตฺวา ‘‘อกฺขิมฺหา อกฺขิคูถโก’’ติอาทินา เภเทน นิกฺขมนฺตํ อกฺขิอาทีนิ มกฺเขตฺวา พหิ คฬติ, ตสฺสาปิ วเสน อิมสฺส กายสฺส อสุจิภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยํ โลเก อุตฺตมงฺคสมฺมตํ สีสํ อติวิสิฏฺฐภาวโต ปจฺเจนฺตา วนฺทเนยฺยานมฺปิ วนฺทนํ น กโรนฺติ, ตสฺสาปิ นิสฺสารตาย อสุจิตาย จสฺส อสุจิภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถสฺส สุสิรํ สีส’’นฺติ อิมํ คาถมาห.
ตตฺถ สุสิรนฺติ ฉิทฺทํ. มตฺถลุงฺคสฺส ปูริตนฺติ ทธิภริตอลาพุกํ วิย มตฺถลุงฺคภริตํ. ตญฺจ ปเนตํ มตฺถลุงฺคํ วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. สุภโต นํ มญฺญติ พาโลติ ตเมนํ เอวํ นานาวิธกุณปภริตมฺปิ กายํ ทุจฺจินฺติตจินฺตี พาโล สุภโต มญฺญติ, สุภํ สุจึ อิฏฺฐํ กนฺตํ มนาปนฺติ ตีหิปิ ตณฺหาทิฏฺฐิมานมญฺญนาหิ มญฺญติ. กสฺมา? ยสฺมา อวิชฺชาย ปุรกฺขโต จตุสจฺจปฏิจฺฉาทเกน โมเหน ปุรกฺขโต, โจทิโต, ปวตฺติโต, ‘‘เอวํ อาทิย, เอวํ อภินิวิส เอวํ มญฺญาหี’’ติ คาหิโตติ อธิปฺปาโย. ปสฺส ยาว อนตฺถกรา จายํ อวิชฺชาติ.
๒๐๒. เอวํ ภควา สวิญฺญาณกวเสน อสุภํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อวิญฺญาณกวเสน ทสฺเสตุํ, ยสฺมา วา จกฺกวตฺติรญฺโญปิ กาโย ยถาวุตฺตกุณปภริโตเยว โหติ, ตสฺมา สพฺพปฺปกาเรนปิ สมฺปตฺติภเว อสุภํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิปตฺติภเว ทสฺเสตุํ ‘‘ยทา จ โส มโต เสตี’’ติ คาถมาห.
ตสฺสตฺโถ – สฺวายเมวํวิโธ กาโย ยทา อายุอุสฺมาวิญฺญาณาปคเมน มโต วาตภริตภสฺตา วิย อุทฺธุมาตโก วณฺณปริเภเทน วินีลโก สุสานสฺมึ นิรตฺถํว กลิงฺครํ ฉฑฺฑิตตฺตา อปวิทฺโธ เสติ, อถ ‘‘น ทานิสฺส ปุน อุฏฺฐานํ ภวิสฺสตี’’ติ เอกํสโตเยว อนเปกฺขา โหนฺติ ญาตโย. ตตฺถ มโตติ อนิจฺจตํ ทสฺเสติ, เสตีติ นิรีหกตฺตํ. ตทุภเยน จ ชีวิตพลมทปฺปหาเน นิโยเชติ. อุทฺธุมาโตติ สณฺฐานวิปตฺตึ ทสฺเสติ, วินีลโกติ ฉวิราควิปตฺตึ. ตทุภเยน จ รูปมทปฺปหาเน วณฺณโปกฺขรตํ ปฏิจฺจ มานปฺปหาเน จ นิโยเชติ. อปวิทฺโธติ คเหตพฺพาภาวํ ทสฺเสติ, สุสานสฺมินฺติ อนฺโต อธิวาเสตุมนรหํ ชิคุจฺฉนียภาวํ. ตทุภเยนปิ ‘‘มม’’นฺติ คาหสฺส สุภสญฺญาย จ ปหาเน นิโยเชติ. อนเปกฺขา โหนฺติ ญาตโยติ ปฏิกิริยาภาวํ ทสฺเสติ, เตน จ ปริวารมทปฺปหาเน นิโยเชติ.
๒๐๓. เอวมิมาย คาถาย อปริภินฺนาวิญฺญาณกวเสน อสุภํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปริภินฺนวเสนาปิ ทสฺเสตุํ ‘‘ขาทนฺติ น’’นฺติ คาถมาห. ตตฺถ เย จญฺเญติ เย จ อญฺเญปิ กากกุลลาทโย กุณปภกฺขา ปาณิโน สนฺติ, เตปิ นํ ขาทนฺตีติ อตฺโถ. เสสํ อุตฺตานเมว.
๒๐๔. เอวํ ‘‘จรํ วา’’ติอาทินา นเยน สุญฺญตกมฺมฏฺฐานวเสน, ‘‘อฏฺฐินหารุสํยุตฺโต’’ติอาทินา สวิญฺญาณกาสุภวเสน ‘‘ยทา จ โส มโต เสตี’’ติอาทินา อวิญฺญาณกาสุภวเสน กายํ ทสฺเสตฺวา เอวํ นิจฺจสุขตฺตภาวสุญฺเญ เอกนฺตอสุเภ จาปิ กายสฺมึ ‘‘สุภโต นํ มญฺญติ พาโล, อวิชฺชาย ปุรกฺขโต’’ติ อิมินา พาลสฺส วุตฺตึ ปกาเสตฺวา อวิชฺชามุเขน จ วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตตฺถ ปณฺฑิตสฺส วุตฺตึ ปริญฺญามุเขน จ วิวฏฺฏํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุตฺวาน พุทฺธวจน’’นฺติ อารภิ.
ตตฺถ สุตฺวานาติ โยนิโส นิสาเมตฺวา. พุทฺธวจนนฺติ กายวิจฺฉนฺทนกรํ พุทฺธวจนํ. ภิกฺขูติ เสกฺโข วา ปุถุชฺชโน วา. ปญฺญาณวาติ ปญฺญาณํ วุจฺจติ วิปสฺสนา อนิจฺจาทิปฺปกาเรสุ ปวตฺตตฺตา, ตาย สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. อิธาติ สาสเน. โส โข นํ ปริชานาตีติ โส อิมํ กายํ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานาติ. กถํ? ยถา นาม กุสโล วาณิโช อิทญฺจิทญฺจาติ ภณฺฑํ โอโลเกตฺวา ‘‘เอตฺตเกน คหิเต เอตฺตโก นาม อุทโย ภวิสฺสตี’’ติ ตุลยิตฺวา ตถา กตฺวา ปุน สอุทยํ มูลํ คณฺหนฺโต ตํ ภณฺฑํ ฉฑฺเฑติ, เอวเมวํ ‘‘อฏฺฐินฺหารุอาทโย อิเม เกสโลมาทโย จา’’ติ ญาณจกฺขุนา โอโลเกนฺโต ญาตปริญฺญาย ปริชานาติ, ‘‘อนิจฺจา เอเต ธมฺมา ทุกฺขา อนตฺตา’’ติ ตุลยนฺโต ตีรณปริญฺญาย ปริชานาติ, เอวํ ตีรยิตฺวา อริยมคฺคํ ปาปุณนฺโต ตตฺถ ฉนฺทราคปฺปหาเนน ปหานปริญฺญาย ปริชานาติ. สวิญฺญาณกาวิญฺญาณกอสุภวเสน วา ปสฺสนฺโต ญาตปริญฺญาย ปริชานาติ, อนิจฺจาทิวเสน ปสฺสนฺโต ตีรณปริญฺญาย, อรหตฺตมคฺเคน ตโต ฉนฺทราคํ อปกฑฺฒิตฺวา ตํ ปชหนฺโต ปหานปริญฺญาย ปริชานาติ.
กสฺมา โส เอวํ ปริชานาตีติ เจ? ยถาภูตญฺหิ ปสฺสติ, ยสฺมา ยถาภูตํ ปสฺสตีติ อตฺโถ. ‘‘ปญฺญาณวา’’ติอาทินา เอว จ เอตสฺมึ อตฺเถ สิทฺเธ ยสฺมา พุทฺธวจนํ สุตฺวา ตสฺส ปญฺญาณวตฺตํ โหติ, ยสฺมา จ สพฺพชนสฺส ปากโฏปายํ กาโย อสุตฺวา พุทฺธวจนํ น สกฺกา ปริชานิตุํ, ตสฺมา ตสฺส ญาณเหตุํ อิโต พาหิรานํ เอวํ ทฏฺฐุํ อสมตฺถตญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘สุตฺวาน พุทฺธวจน’’นฺติ อาห. นนฺทาภิกฺขุนึ ตญฺจ วิปลฺลตฺถจิตฺตํ ภิกฺขุํ อารพฺภ เทสนาปวตฺติโต อคฺคปริสโต ตปฺปฏิปตฺติปฺปตฺตานํ ภิกฺขุภาวทสฺสนโต จ ‘‘ภิกฺขู’’ติ อาห.
๒๐๕. อิทานิ ‘‘ยถาภูตญฺหิ ปสฺสตี’’ติ เอตฺถ ยถา ปสฺสนฺโต ยถาภูตํ ปสฺสติ, ตํ ทสฺเสตุํ อาห ‘‘ยถา อิทํ ตถา เอตํ, ยถา เอตํ ตถา อิท’’นฺติ. ตสฺสตฺโถ – ยถา อิทํ สวิญฺญาณกาสุภํ อายุอุสฺมาวิญฺญาณานํ อนปคมา จรติ, ติฏฺฐติ, นิสีทติ, สยติ; ตถา เอตํ เอตรหิ สุสาเน สยิตํ อวิญฺญาณกมฺปิ ปุพฺเพ เตสํ ธมฺมานํ อนปคมา อโหสิ. ยถา จ เอตํ เอตรหิ มตสรีรํ เตสํ ธมฺมานํ อปคมา น จรติ, น ติฏฺฐติ, น นิสีทติ, น เสยฺยํ กปฺเปติ, ตถา อิทํ สวิญฺญาณกมฺปิ เตสํ ธมฺมานํ อปคมา ภวิสฺสติ. ยถา จ อิทํ สวิญฺญาณกํ เอตรหิ น สุสาเน มตํ เสติ, น อุทฺธุมาตกาทิภาวมุปคตํ, ตถา เอตํ เอตรหิ มตสรีรมฺปิ ปุพฺเพ อโหสิ. ยถา ปเนตํ เอตรหิ อวิญฺญาณกาสุภํ มตํ สุสาเน เสติ, อุทฺธุมาตกาทิภาวญฺจ อุปคตํ, ตถา อิทํ สวิญฺญาณกมฺปิ ภวิสฺสตีติ.
ตตฺถ ยถา อิทํ ตถา เอตนฺติ อตฺตนา มตสฺส สรีรสฺส สมานภาวํ กโรนฺโต พาหิเร โทสํ ปชหติ. ยถา เอตํ ตถา อิทนฺติ มตสรีเรน อตฺตโน สมานภาวํ กโรนฺโต อชฺฌตฺติเก ราคํ ปชหติ. เยนากาเรน อุภยํ สภํ กโรติ, ตํ ปชานนฺโต อุภยตฺถ โมหํ ปชหติ. เอวํ ยถาภูตทสฺสเนน ปุพฺพภาเคเยว อกุสลมูลปฺปหานํ สาเธตฺวา, ยสฺมา เอวํ ปฏิปนฺโน ภิกฺขุ อนุปุพฺเพน อรหตฺตมคฺคํ ปตฺวา สพฺพํ ฉนฺทราคํ วิราเชตุํ สมตฺโถ โหติ, ตสฺมา อาห ‘‘อชฺฌตฺตญฺจ พหิทฺธา จ, กาเย ฉนฺทํ วิราชเย’’ติ. เอวํ ปฏิปนฺโน ภิกฺขุ อนุปุพฺเพนาติ ปาฐเสโส.
๒๐๖. เอวํ เสกฺขภูมึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อเสกฺขภูมึ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ฉนฺทราควิรตฺโต โส’’ติ. ตสฺสตฺโถ – โส ภิกฺขุ อรหตฺตมคฺคญาเณน ปญฺญาณวา มคฺคานนฺตรํ ผลํ ปาปุณาติ, อถ สพฺพโส ฉนฺทราคสฺส ปหีนตฺตา ‘‘ฉนฺทราควิรตฺโต’’ติ จ, มรณาภาเวน ปณีตฏฺเฐน วา อมตํ สพฺพสงฺขารวูปสมนโต สนฺตึ ตณฺหาสงฺขาตวานาภาวโต นิพฺพานํ, จวนาภาวโต อจฺจุตนฺติ สํวณฺณิตํ ปทมชฺฌคาติ จ วุจฺจติ. อถ วา โส ภิกฺขุ อรหตฺตมคฺคญาเณน ปญฺญาณวา มคฺคานนฺตรผเล ฐิโต ฉนฺทราควิรตฺโต นาม โหติ, วุตฺตปฺปการญฺจ ปทมชฺฌคาติ เวทิตพฺโพ. เตน ‘‘อิทมสฺส ปหีนํ, อิทญฺจาเนน ลทฺธ’’นฺติ ทีเปติ.
๒๐๗-๒๐๘. เอวํ สวิญฺญาณกาวิญฺญาณกวเสน อสุภกมฺมฏฺฐานํ สห นิปฺผตฺติยา กเถตฺวา ปุน สงฺเขปเทสนาย เอวํ มหโต อานิสํสสฺส อนฺตรายกรํ ปมาทวิหารํ ครหนฺโต ‘‘ทฺวิปาทโกย’’นฺติ คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ กิญฺจาปิ อปาทกาทโยปิ กายา อสุจีเยว, อิธาธิการวเสน ปน อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวเสน วา, ยสฺมา วา อญฺเญ อสุจิภูตาปิ กายา โลณมฺพิลาทีหิ อภิสงฺขริตฺวา มนุสฺสานํ โภชเนปิ อุปนียนฺติ, น เตฺวว มนุสฺสกาโย, ตสฺมา อสุจิตรภาวมสฺส ทสฺเสนฺโตปิ ‘‘ทฺวิปาทโก’’ติ อาห.
อยนฺติ มนุสฺสกายํ ทสฺเสติ. ทุคฺคนฺโธ ปริหีรตีติ ทุคฺคนฺโธ สมาโน ปุปฺผคนฺธาทีหิ อภิสงฺขริตฺวา ปริหีรติ. นานากุณปปริปูโรติ เกสาทิอเนกปฺปการกุณปภริโต. วิสฺสวนฺโต ตโต ตโตติ ปุปฺผคนฺธาทีหิ ปฏิจฺฉาเทตุํ ฆเฏนฺตานมฺปิ ตํ วายามํ นิปฺผลํ กตฺวา นวหิ ทฺวาเรหิ เขฬสิงฺฆาณิกาทีนิ, โลมกูเปหิ จ เสทชลฺลิกํ วิสฺสวนฺโตเยว. ตตฺถ ทานิ ปสฺสถ – เอตาทิเสน กาเยน โย ปุริโส วา อิตฺถี วา โกจิ พาโล มญฺเญ อุณฺณเมตเว ตณฺหาทิฏฺฐิมานมญฺญนาหิ ‘‘อห’’นฺติ วา ‘‘มม’’นฺติ วา ‘‘นิจฺโจ’’ติ วาติอาทินา นเยน โย อุณฺณมิตุํ มญฺเญยฺย, ปรํ วา ชาติอาทีหิ อวชาเนยฺย อตฺตานํ อุจฺเจ ฐาเน ฐเปนฺโต, กิมญฺญตฺร อทสฺสนา ฐเปตฺวา อริยมคฺเคน อริยสจฺจทสฺสนาภาวํ กิมญฺญํ ตสฺส เอวํ อุณฺณมาวชานนการณํ สิยาติ.
เทสนาปริโยสาเน นนฺทา ภิกฺขุนี สํเวคมาปาทิ – ‘‘อโห วต เร, อหํ พาลา, ยา มํเยว อารพฺภ เอวํ วิวิธธมฺมเทสนาปวตฺตกสฺส ภควโต อุปฏฺฐานํ นาคมาสิ’’นฺติ. เอวํ สํวิคฺคา จ ตเมว ธมฺมเทสนํ สมนฺนาหริตฺวา เตเนว กมฺมฏฺฐาเนน กติปยทิวสพฺภนฺตเร อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. ทุติยฏฺฐาเนปิ กิร เทสนาปริโยสาเน จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ, สิริมา เทวกญฺญา อนาคามิผลํ ปตฺตา, โส จ ภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหีติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย วิชยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.