๑๒. มุนิสุตฺตวณฺณนา
๒๐๙. สนฺถวาโต ภยํ ชาตนฺติ มุนิสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? น สพฺพสฺเสว สุตฺตสฺส เอกา อุปฺปตฺติ, อปิเจตฺถ อาทิโต ตาว จตุนฺนํ คาถานํ อยมุปฺปตฺติ – ภควติ กิร สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต คามกาวาเส อญฺญตรา ทุคฺคติตฺถี มตปติกา ปุตฺตํ ภิกฺขูสุ ปพฺพาเชตฺวา อตฺตนาปิ ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิ. เต อุโภปิ สาวตฺถิยํ วสฺสํ อุปคนฺตฺวา อภิณฺหํ อญฺญมญฺญสฺส ทสฺสนกามา อเหสุํ. มาตา กิญฺจิ ลภิตฺวา ปุตฺตสฺส หรติ, ปุตฺโตปิ มาตุ. เอวํ สายมฺปิ ปาโตปิ อญฺญมญฺญํ สมาคนฺตฺวา ลทฺธํ ลทฺธํ สํวิภชมานา, สมฺโมทมานา, สุขทุกฺขํ ปุจฺฉมานา, นิราสงฺกา อเหสุํ. เตสํ เอวํ อภิณฺหทสฺสเนน สํสคฺโค อุปฺปชฺชิ, สํสคฺคา วิสฺสาโส, วิสฺสาสา โอตาโร, ราเคน โอติณฺณจิตฺตานํ ปพฺพชิตสญฺญา จ มาตุปุตฺตสญฺญา จ อนฺตรธายิ. ตโต มริยาทวีติกฺกมํ กตฺวา อสทฺธมฺมํ ปฏิเสวึสุ, อยสปฺปตฺตา จ วิพฺภมิตฺวา อคารมชฺเฌ วสึสุ. ภิกฺขู ภควโต อาโรเจสุํ. ‘‘กึ นุ โส, ภิกฺขเว, โมฆปุริโส มญฺญติ น มาตา ปุตฺเต สารชฺชติ, ปุตฺโต วา ปน มาตรี’’ติ ครหิตฺวา ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกรูปมฺปิ สมนุปสฺสามี’’ติอาทินา (อ. นิ. ๕.๕๕) อวเสสสุตฺเตนปิ ภิกฺขู สํเวเชตฺวา ‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว –
‘‘วิสํ ยถา หลาหลํ, เตลํ ปกฺกุถิตํ ยถา;
ตมฺพโลหวิลีนํว, มาตุคามํ วิวชฺชเย’’ติ จ. –
วตฺวา ปุน ภิกฺขูนํ ธมฺมเทสนตฺถํ – ‘‘สนฺถวาโต ภยํ ชาต’’นฺติ อิมา อตฺตุปนายิกา จตสฺโส คาถา อภาสิ.
ตตฺถ สนฺถโว ตณฺหาทิฏฺฐิมิตฺตเภเทน ติวิโธติ ปุพฺเพ วุตฺโต. อิธ ตณฺหาทิฏฺฐิสนฺถโว อธิปฺเปโต. ตํ สนฺธาย ภควา อาห – ‘‘ปสฺสถ, ภิกฺขเว, ยถา อิทํ ตสฺส โมฆปุริสสฺส สนฺถวาโต ภยํ ชาต’’นฺติ. ตญฺหิ ตสฺส อภิณฺหทสฺสนกามตาทิตณฺหาย พลวกิเลสภยํ ชาตํ, เยน สณฺฐาตุํ อสกฺโกนฺโต มาตริ วิปฺปฏิปชฺชิ. อตฺตานุวาทาทิกํ วา มหาภยํ, เยน สาสนํ ฉฑฺเฑตฺวา วิพฺภนฺโต. นิเกตาติ ‘‘รูปนิมิตฺตนิเกตวิสารวินิพนฺธา โข, คหปติ, ‘นิเกตสารี’ติ วุจฺจตี’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๓) นเยน วุตฺตา อารมฺมณปฺปเภทา. ชายเต รโชติ ราคโทสโมหรโช ชายเต. กึ วุตฺตํ โหติ? น เกวลญฺจ ตสฺส สนฺถวาโต ภยํ ชาตํ, อปิจ โข ปน ยเทตํ กิเลสานํ นิวาสฏฺเฐน สาสวารมฺมณํ ‘‘นิเกต’’นฺติ วุจฺจติ, อิทานิสฺส ภินฺนสํวรตฺตา อติกฺกนฺตมริยาทตฺตา สุฏฺฐุตรํ ตโต นิเกตา ชายเต รโช, เยน สํกิลิฏฺฐจิตฺโต อนยพฺยสนํ ปาปุณิสฺสติ. อถ วา ปสฺสถ, ภิกฺขเว, ยถา อิทํ ตสฺส โมฆปุริสสฺส สนฺถวาโต ภยํ ชาตํ, ยถา จ สพฺพปุถุชฺชนานํ นิเกตา ชายเต รโชติ เอวมฺเปตํ ปททฺวยํ โยเชตพฺพํ.
สพฺพถา ปน อิมินา ปุริมทฺเธน ภควา ปุถุชฺชนทสฺสนํ ครหิตฺวา อตฺตโน ทสฺสนํ ปสํสนฺโต ‘‘อนิเกต’’นฺติ ปจฺฉิมทฺธมาห. ตตฺถ ยถาวุตฺตนิเกตปฏิกฺเขเปน อนิเกตํ, สนฺถวปฏิกฺเขเปน จ อสนฺถวํ เวทิตพฺพํ. อุภยมฺเปตํ นิพฺพานสฺสาธิวจนํ. เอตํ เว มุนิทสฺสนนฺติ เอตํ อนิเกตมสนฺถวํ พุทฺธมุนินา ทิฏฺฐนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ เวติ วิมฺหยตฺเถ นิปาโต ทฏฺฐพฺโพ. เตน จ ยํ นาม นิเกตสนฺถววเสน มาตาปุตฺเตสุ วิปฺปฏิปชฺชมาเนสุ อนิเกตมสนฺถวํ, เอตํ มุนินา ทิฏฺฐํ อโห อพฺภุตนฺติ อยมธิปฺปาโย สิทฺโธ โหติ. อถ วา มุนิโน ทสฺสนนฺติปิ มุนิทสฺสนํ, ทสฺสนํ นาม ขนฺติ รุจิ, ขมติ เจว รุจฺจติ จาติ อตฺโถ.
๒๑๐. ทุติยคาถาย โย ชาตมุจฺฉิชฺชาติ โย กิสฺมิญฺจิเทว วตฺถุสฺมึ ชาตํ ภูตํ นิพฺพตฺตํ กิเลสํ ยถา อุปฺปนฺนากุสลปฺปหานํ โหติ, ตถา วายมนฺโต ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปุน อนิพฺพตฺตนวเสน อุจฺฉินฺทิตฺวา โย อนาคโตปิ กิเลโส ตถารูปปฺปจฺจยสโมธาเน นิพฺพตฺติตุํ อภิมุขีภูตตฺตา วตฺตมานสมีเป วตฺตมานลกฺขเณน ‘‘ชายนฺโต’’ติ วุจฺจติ, ตญฺจ น โรปเยยฺย ชายนฺตํ, ยถา อนุปฺปนฺนากุสลานุปฺปาโท โหติ, ตถา วายมนฺโต น นิพฺพตฺเตยฺยาติ อตฺโถ. กถญฺจ น นิพฺพตฺเตยฺย? อสฺส นานุปฺปเวจฺเฉ, เยน ปจฺจเยน โส นิพฺพตฺเตยฺย ตํ นานุปฺปเวเสยฺย น สโมธาเนยฺย. เอวํ สมฺภารเวกลฺลกรเณน ตํ น โรปเยยฺย ชายนฺตํ. อถ วา ยสฺมา มคฺคภาวนาย อตีตาปิ กิเลสา อุจฺฉิชฺชนฺติ อายตึ วิปากาภาเวน วตฺตมานาปิ น โรปียนฺติ ตทภาเวน, อนาคตาปิ จิตฺตสนฺตตึ นานุปฺปเวสียนฺติ อุปฺปตฺติสามตฺถิยวิฆาเตน, ตสฺมา โย อริยมคฺคภาวนาย ชาตมุจฺฉิชฺช น โรปเยยฺย ชายนฺตํ, อนาคตมฺปิ จสฺส ชายนฺตสฺส นานุปฺปเวจฺเฉ, ตมาหุ เอกํ มุนินํ จรนฺตํ, โส จ อทฺทกฺขิ สนฺติปทํ มเหสีติ เอวมฺเปตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา. เอกนฺตนิกฺกิเลสตาย เอกํ, เสฏฺฐฏฺเฐน วา เอกํ. มุนินนฺติ มุนึ, มุนีสุ วา เอกํ. จรนฺตนฺติ สพฺพาการปริปูราย โลกตฺถจริยาย อวเสสจริยาหิ จ จรนฺตํ. อทฺทกฺขีติ อทฺทส. โสติ โย ชาตมุจฺฉิชฺช อโรปเน อนนุปฺปเวสเน จ สมตฺถตาย ‘‘น โรปเยยฺย ชายนฺตมสฺส นานุปฺปเวจฺเฉ’’ติ วุตฺโต พุทฺธมุนิ. สนฺติปทนฺติ สนฺติโกฏฺฐาสํ, ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตวิปสฺสนานิพฺพานเภทาสุ ตีสุ สมฺมุติสนฺติ, ตทงฺคสนฺติ, อจฺจนฺตสนฺตีสุ เสฏฺฐํ เอวํ อนุปสนฺเต โลเก อจฺจนฺตสนฺตึ อทฺทส มเหสีติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๒๑๑. ตติยคาถาย สงฺขายาติ คณยิตฺวา, ปริจฺฉินฺทิตฺวา วีมํสิตฺวา ยถาภูตโต ญตฺวา, ทุกฺขปริญฺญาย ปริชานิตฺวาติ อตฺโถ. วตฺถูนีติ เยสุ เอวมยํ โลโก สชฺชติ, ตานิ ขนฺธายตนธาตุเภทานิ กิเลสฏฺฐานานิ. ปมาย พีชนฺติ ยํ เตสํ วตฺถูนํ พีชํ อภิสงฺขารวิญฺญาณํ, ตํ ปมาย หึสิตฺวา, พาธิตฺวา, สมุจฺเฉทปฺปหาเนน ปชหิตฺวาติ อตฺโถ. สิเนหมสฺส นานุปฺปเวจฺเฉติ เยน ตณฺหาทิฏฺฐิสิเนเหน สิเนหิตํ ตํ พีชํ อายตึ ปฏิสนฺธิวเสน ตํ ยถาวุตฺตํ วตฺถุสสฺสํ วิรุเหยฺย, ตํ สิเนหมสฺส นานุปฺปเวจฺเฉ, ตปฺปฏิปกฺขาย มคฺคภาวนาย ตํ นานุปฺปเวเสยฺยาติ อตฺโถ. ส เว มุนิ ชาติขยนฺตทสฺสีติ โส เอวรูโป พุทฺธมุนิ นิพฺพานสจฺฉิกิริยาย ชาติยา จ มรณสฺส จ อนฺตภูตสฺส นิพฺพานสฺส ทิฏฺฐตฺตา ชาติกฺขยนฺตทสฺสี ตกฺกํ ปหาย น อุเปติ สงฺขํ. อิมาย จตุสจฺจภาวนาย นวปฺปเภทมฺปิ อกุสลวิตกฺกํ ปหาย สอุปาทิเสสนิพฺพานธาตุํ ปตฺวา โลกตฺถจริยํ กโรนฺโต อนุปุพฺเพน จริมวิญฺญาณกฺขยา อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุปฺปตฺติยา ‘‘เทโว วา มนุสฺโส วา’’ติ น อุเปติ สงฺขํ. อปรินิพฺพุโต เอว วา ยถา กามวิตกฺกาทิโน วิตกฺกสฺส อปฺปหีนตฺตา ‘‘อยํ ปุคฺคโล รตฺโต’’ติ วา ‘‘ทุฏฺโฐ’’ติ วา สงฺขํ อุเปติ, เอวํ ตกฺกํ ปหาย น อุเปติ สงฺขนฺติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
๒๑๒. จตุตฺถคาถาย อญฺญายาติ อนิจฺจาทินเยน ชานิตฺวา. สพฺพานีติ อนวเสสานิ, นิเวสนานีติ กามภวาทิเก ภเว. นิวสนฺติ หิ เตสุ สตฺตา, ตสฺมา ‘‘นิเวสนานี’’ติ วุจฺจนฺติ. อนิกามยํ อญฺญตรมฺปิ เตสนฺติ เอวํ ทิฏฺฐาทีนวตฺตา เตสํ นิเวสนานํ เอกมฺปิ อปตฺเถนฺโต โส เอวรูโป พุทฺธมุนิ มคฺคภาวนาพเลน ตณฺหาเคธสฺส วิคตตฺตา วีตเคโธ, วีตเคธตฺตา เอว จ อคิทฺโธ, น ยถา เอเก อวีตเคธา เอว สมานา ‘‘อคิทฺธมฺหา’’ติ ปฏิชานนฺติ, เอวํ. นายูหตีติ ตสฺส ตสฺส นิเวสนสฺส นิพฺพตฺตกํ กุสลํ วา อกุสลํ วา น กโรติ. กึ การณา? ปารคโต หิ โหติ, ยสฺมา เอวรูโป สพฺพนิเวสนานํ ปารํ นิพฺพานํ คโต โหตีติ อตฺโถ.
เอวํ ปฐมคาถาย ปุถุชฺชนทสฺสนํ ครหิตฺวา อตฺตโน ทสฺสนํ ปสํสนฺโต ทุติยคาถาย เยหิ กิเลเสหิ ปุถุชฺชโน อนุปสนฺโต โหติ, เตสํ อภาเวน อตฺตโน สนฺติปทาธิคมํ ปสํสนฺโต ตติยคาถาย เยสุ วตฺถูสุ ปุถุชฺชโน ตกฺกํ อปฺปหาย ตถา ตถา สงฺขํ อุเปติ, เตสุ จตุสจฺจภาวนาย ตกฺกํ ปหาย อตฺตโน สงฺขานุปคมนํ ปสํสนฺโต จตุตฺถคาถาย อายติมฺปิ ยานิ นิเวสนานิ กามยมาโน ปุถุชฺชโน ภวตณฺหาย อายูหติ, เตสุ ตณฺหาภาเวน อตฺตโน อนายูหนํ ปสํสนฺโต จตูหิ คาถาหิ อรหตฺตนิกูเฏเนว เอกฏฺฐุปฺปตฺติกํ เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.
๒๑๓. สพฺพาภิภุนฺติ กา อุปฺปตฺติ? มหาปุริโส มหาภินิกฺขมนํ กตฺวา อนุปุพฺเพน สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนตฺถาย พาราณสึ คจฺฉนฺโต โพธิมณฺฑสฺส จ คยาย จ อนฺตเร อุปเกนาชีวเกน สมาคจฺฉิ. เตน จ ‘‘วิปฺปสนฺนานิ โข เต, อาวุโส, อินฺทฺริยานี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๘๕; มหาว. ๑๑) นเยน ปุฏฺโฐ ‘‘สพฺพาภิภู’’ติอาทีนิ อาห. อุปโก ‘‘หุเปยฺยาวุโส’’ติ วตฺวา, สีสํ โอกมฺเปตฺวา, อุมฺมคฺคํ คเหตฺวา ปกฺกามิ. อนุกฺกเมน จ วงฺกหารชนปเท อญฺญตรํ มาควิกคามํ ปาปุณิ. ตเมนํ มาควิกเชฏฺฐโก ทิสฺวา – ‘‘อโห อปฺปิจฺโฉ สมโณ วตฺถมฺปิ น นิวาเสติ, อยํ โลเก อรหา’’ติ ฆรํ เนตฺวา มํสรเสน ปริวิสิตฺวา ภุตฺตาวิญฺจ นํ สปุตฺตทาโร วนฺทิตฺวา ‘‘อิเธว, ภนฺเต, วสถ, อหํ ปจฺจเยน อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ นิมนฺเตตฺวา, วสโนกาสํ กตฺวา อทาสิ. โส ตตฺถ วสติ.
มาควิโก คิมฺหกาเล อุทกสมฺปนฺเน สีตเล ปเทเส จริตุํ ทูรํ อปกฺกนฺเตสุ มิเคสุ ตตฺถ คจฺฉนฺโต ‘‘อมฺหากํ อรหนฺตํ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหสฺสู’’ติ ฉาวํ นาม ธีตรํ อาณาเปตฺวา อคมาสิ สทฺธึ ปุตฺตภาตุเกหิ. สา จสฺส ธีตา ทสฺสนียา โหติ โกฏฺฐาสสมฺปนฺนา. ทุติยทิวเส อุปโก ฆรํ อาคโต ตํ ทาริกํ สพฺพํ อุปจารํ กตฺวา, ปริวิสิตุํ อุปคตํ ทิสฺวา, ราเคน อภิภูโต ภุญฺชิตุมฺปิ อสกฺโกนฺโต ภาชเนน ภตฺตํ อาทาย วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา, ภตฺตํ เอกมนฺเต นิกฺขิปิตฺวา – ‘‘สเจ ฉาวํ ลภามิ, ชีวามิ, โน เจ, มรามี’’ติ นิราหาโร สยิ. สตฺตเม ทิวเส มาควิโก อาคนฺตฺวา ธีตรํ อุปกสฺส ปวตฺตึ ปุจฺฉิ. สา – ‘‘เอกทิวสเมว อาคนฺตฺวา ปุน นาคตปุพฺโพ’’ติ อาห. มาควิโก ‘‘อาคตเวเสเนว นํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ ตงฺขณญฺเญว คนฺตฺวา – ‘‘กึ, ภนฺเต, อผาสุก’’นฺติ ปาเท ปรามสนฺโต ปุจฺฉิ. อุปโก นิตฺถุนนฺโต ปริวตฺตติเยว. โส ‘‘วท, ภนฺเต, ยํ มยา สกฺกา กาตุํ, สพฺพํ กริสฺสามี’’ติ อาห. อุปโก – ‘‘สเจ ฉาวํ ลภามิ, ชีวามิ, โน เจ, อิเธว มรณํ เสยฺโย’’ติ อาห. ‘‘ชานาสิ ปน, ภนฺเต, กิญฺจิ สิปฺป’’นฺติ? ‘‘น ชานามี’’ติ. ‘‘น, ภนฺเต, กิญฺจิ สิปฺปํ อชานนฺเตน สกฺกา ฆราวาสํ อธิฏฺฐาตุ’’นฺติ? โส อาห – ‘‘นาหํ กิญฺจิ สิปฺปํ ชานามิ, อปิจ ตุมฺหากํ มํสหารโก ภวิสฺสามิ, มํสญฺจ วิกฺกิณิสฺสามี’’ติ. มาควิโกปิ ‘‘อมฺหากํ เอตเทว รุจฺจตี’’ติ อุตฺตรสาฏกํ ทตฺวา, ฆรํ อาเนตฺวา ธีตรํ อทาสิ. เตสํ สํวาสมนฺวาย ปุตฺโต วิชายิ. สุภทฺโทติสฺส นามํ อกํสุ. ฉาวา ปุตฺตโตสนคีเตน อุปกํ อุปฺปณฺเฑสิ. โส ตํ อสหนฺโต ‘‘ภทฺเท, อหํ อนนฺตชินสฺส สนฺติกํ คจฺฉามี’’ติ มชฺฌิมเทสาภิมุโข ปกฺกามิ.
ภควา จ เตน สมเยน สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวนมหาวิหาเร. อถ โข ภควา ปฏิกจฺเจว ภิกฺขู อาณาเปสิ – ‘‘โย, ภิกฺขเว, อนนฺตชิโนติ ปุจฺฉมาโน อาคจฺฉติ, ตสฺส มํ ทสฺเสยฺยาถา’’ติ. อุปโกปิ โข อนุปุพฺเพเนว สาวตฺถึ อาคนฺตฺวา วิหารมชฺเฌ ฐตฺวา ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร มม สหาโย อนนฺตชิโน นาม อตฺถิ, โส กุหึ วสตี’’ติ ปุจฺฉิ. ตํ ภิกฺขู ภควโต สนฺติกํ นยึสุ. ภควา ตสฺสานุรูปํ ธมฺมํ เทเสสิ. โส เทสนาปริโยสาเน อนาคามิผเล ปติฏฺฐาสิ. ภิกฺขู ตสฺส ปุพฺพปฺปวตฺตึ สุตฺวา กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘ภควา ปฐมํ นิสฺสิริกสฺส นคฺคสมณสฺส ธมฺมํ เทเสสี’’ติ. ภควา ตํ กถาสมุฏฺฐานํ วิทิตฺวา คนฺธกุฏิโต นิกฺขมฺม ตงฺขณานุรูเปน ปาฏิหาริเยน พุทฺธาสเน นิสีทิตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ? เต สพฺพํ กเถสุํ. ตโต ภควา – ‘‘น, ภิกฺขเว, ตถาคโต อเหตุอปฺปจฺจยา ธมฺมํ เทเสติ, นิมฺมลา ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนา, น สกฺกา ตตฺถ โทสํ ทฏฺฐุํ. เตน, ภิกฺขเว, ธมฺมเทสนูปนิสฺสเยน อุปโก เอตรหิ อนาคามี ชาโต’’ติ วตฺวา อตฺตโน เทสนามลาภาวทีปิกํ อิมํ คาถมภาสิ.
ตสฺสตฺโถ – สาสเวสุ สพฺพขนฺธายตนธาตูสุ ฉนฺทราคปฺปหาเนน เตหิ อนภิภูตตฺตา สยญฺจ เต ธมฺเม สพฺเพ อภิภุยฺย ปวตฺตตฺตา สพฺพาภิภุํ. เตสญฺจ อญฺเญสญฺจ สพฺพธมฺมานํ สพฺพากาเรน วิทิตตฺตา สพฺพวิทุํ. สพฺพธมฺมเทสนสมตฺถาย โสภนาย เมธาย สมนฺนาคตตฺตา สุเมธํ. เยสํ ตณฺหาทิฏฺฐิเลปานํ วเสน สาสวขนฺธาทิเภเทสุ สพฺพธมฺเมสุ อุปลิมฺปติ, เตสํ เลปานํ อภาวา เตสุ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนุปลิตฺตํ. เตสุ จ สพฺพธมฺเมสุ ฉนฺทราคาภาเวน สพฺเพ เต ธมฺเม ชหิตฺวา ฐิตตฺตา สพฺพญฺชหํ. อุปธิวิเวกนินฺเนน จิตฺเตน ตณฺหกฺขเย นิพฺพาเน วิเสเสน มุตฺตตฺตา ตณฺหกฺขเย วิมุตฺตํ, อธิมุตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตํ วาปิ ธีรา มุนิ เวทยนฺตีติ ตมฺปิ ปณฺฑิตา สตฺตา มุนึ เวทยนฺติ ชานนฺติ. ปสฺสถ ยาว ปฏิวิสิฏฺโฐวายํ มุนิ, ตสฺส กุโต เทสนามลนฺติ อตฺตานํ วิภาเวติ. วิภาวนตฺโถ หิ เอตฺถ วาสทฺโทติ. เกจิ ปน วณฺณยนฺติ – ‘‘อุปโก ตทา ตถาคตํ ทิสฺวาปิ ‘อยํ พุทฺธมุนี’ติ น สทฺทหี’’ติ เอวํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ, ตโต ภควา ‘‘สทฺทหตุ วา มา วา, ธีรา ปน ตํ มุนึ เวทยนฺตี’’ติ ทสฺเสนฺโต อิมํ คาถมภาสีติ.
๒๑๔. ปญฺญาพลนฺติ กา อุปฺปตฺติ? อยํ คาถา เรวตตฺเถรํ อารพฺภ วุตฺตา. ตตฺถ ‘‘คาเม วา ยทิ วารญฺเญ’’ติ อิมิสฺสา คาถาย วุตฺตนเยเนว เรวตตฺเถรสฺส อาทิโต ปภุติ ปพฺพชฺชา, ปพฺพชิตสฺส ขทิรวเน วิหาโร, ตตฺถ วิหรโต วิเสสาธิคโม, ภควโต ตตฺถ คมนปจฺจาคมนญฺจ เวทิตพฺพํ. ปจฺจาคเต ปน ภควติ โย โส มหลฺลกภิกฺขุ อุปาหนํ สมฺมุสฺสิตฺวา ปฏินิวตฺโต ขทิรรุกฺเข อาลคฺคิตํ ทิสฺวา สาวตฺถึ อนุปฺปตฺโต วิสาขาย อุปาสิกาย ‘‘กึ, ภนฺเต, เรวตตฺเถรสฺส วสโนกาโส รมณีโย’’ติ ภิกฺขู ปุจฺฉมานาย เยหิ ภิกฺขูหิ ปสํสิโต, เต อปสาเทนฺโต ‘‘อุปาสิเก, เอเต ตุจฺฉํ ภณนฺติ, น สุนฺทโร ภูมิปฺปเทโส, อติลูขกกฺขฬํ ขทิรวนเมวา’’ติ อาห. โส วิสาขาย อาคนฺตุกภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ มณฺฑลมาเฬ สนฺนิปติเต ภิกฺขู อุชฺฌาเปนฺโต อาห – ‘‘กึ, อาวุโส, เรวตตฺเถรสฺส เสนาสเน รมณียํ ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐ’’นฺติ. ภควา ตํ ญตฺวา คนฺธกุฏิโต นิกฺขมฺม ตงฺขณานุรูเปน ปาฏิหาริเยน ปริสมชฺฌํ ปตฺวา, พุทฺธาสเน นิสีทิตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ? เต อาหํสุ – ‘‘เรวตํ, ภนฺเต, อารพฺภ กถา อุปฺปนฺนา ‘เอวํ นวกมฺมิโก กทา สมณธมฺมํ กริสฺสตี’’’ติ. ‘‘น, ภิกฺขเว, เรวโต นวกมฺมิโก, อรหา เรวโต ขีณาสโว’’ติ วตฺวา ตํ อารพฺภ เตสํ ภิกฺขูนํ ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ คาถมภาสิ.
ตสฺสตฺโถ – ทุพฺพลกรกิเลสปฺปหานสาธเกน วิกุพฺพนอธิฏฺฐานปฺปเภเทน วา ปญฺญาพเลน สมนฺนาคตตฺตา ปญฺญาพลํ, จตุปาริสุทฺธิสีเลน ธุตงฺควเตน จ อุปปนฺนตฺตา สีลวตูปปนฺนํ, มคฺคสมาธินา ผลสมาธินา อิริยาปถสมาธินา จ สมาหิตํ, อุปจารปฺปนาเภเทน ฌาเนน ฌาเน วา รตตฺตา ฌานรตํ, สติเวปุลฺลปฺปตฺตตฺตา สติมํ, ราคาทิสงฺคโต ปมุตฺตตา สงฺคา ปมุตฺตํ, ปญฺจเจโตขิลจตุอาสวาภาเวน อขิลํ อนาสวํ ตํ วาปิ ธีรา มุนึ เวทยนฺติ. ตมฺปิ เอวํ ปญฺญาทิคุณสํยุตฺตํ สงฺคาทิโทสวิสํยุตฺตํ ปณฺฑิตา สตฺตา มุนึ วา เวทยนฺติ. ปสฺสถ ยาว ปฏิวิสิฏฺโฐวายํ ขีณาสวมุนิ, โส ‘‘นวกมฺมิโก’’ติ วา ‘‘กทา สมณธมฺมํ กริสฺสตี’’ติ วา กถํ วตฺตพฺโพ. โส หิ ปญฺญาพเลน ตํ วิหารํ นิฏฺฐาเปสิ, น นวกมฺมกรเณน, กตกิจฺโจว โส, น อิทานิ สมณธมฺมํ กริสฺสตีติ เรวตตฺเถรํ วิภาเวติ. วิภาวนตฺโถ หิ เอตฺถ วา-สทฺโทติ.
๒๑๕. เอกํ จรนฺตนฺติ กา อุปฺปตฺติ? โพธิมณฺฑโต ปภุติ ยถากฺกมํ กปิลวตฺถุํ อนุปฺปตฺเต ภควติ ปิตาปุตฺตสมาคเม วตฺตมาเน ภควา สมฺโมทมาเนน รญฺญา สุทฺโธทเนน ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, คหฏฺฐกาเล คนฺธกรณฺฑเก วาสิตานิ กาสิกาทีนิ ทุสฺสานิ นิวาเสตฺวา อิทานิ กถํ ฉินฺนกานิ ปํสุกูลานิ ธาเรถา’’ติ เอวมาทินา วุตฺโต ราชานํ อนุนยมาโน –
‘‘ยํ ตฺวํ ตาต วเท มยฺหํ, ปฏฺฏุณฺณํ ทุกูลกาสิกํ;
ปํสุกูลํ ตโต เสยฺยํ, เอตํ เม อภิปตฺถิต’’นฺติ. –
อาทีนิ วตฺวา โลกธมฺเมหิ อตฺตโน อวิกมฺปภาวํ ทสฺเสนฺโต รญฺโญ ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ สตฺตปทคาถมภาสิ.
ตสฺสตฺโถ – ปพฺพชฺชาสงฺขาตาทีหิ เอกํ, อิริยาปถาทีหิ จริยาหิ จรนฺตํ. โมเนยฺยธมฺมสมนฺนาคเมน มุนึ. สพฺพฏฺฐาเนสุ ปมาทาภาวโต อปฺปมตฺตํ. อกฺโกสนครหนาทิเภทาย นินฺทาย วณฺณนโถมนาทิเภทาย ปสํสาย จาติ อิมาสุ นินฺทาปสํสาสุ ปฏิฆานุนยวเสน อเวธมานํ. นินฺทาปสํสามุเขน เจตฺถ อฏฺฐปิ โลกธมฺมา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. สีหํว เภริสทฺทาทีสุ สทฺเทสุ อฏฺฐสุ โลกธมฺเมสุ ปกติวิการานุปคเมน อสนฺตสนฺตํ, ปนฺเตสุ วา เสนาสเนสุ สนฺตาสาภาเวน. วาตํว สุตฺตมยาทิเภเท ชาลมฺหิ จตูหิ มคฺเคหิ ตณฺหาทิฏฺฐิชาเล อสชฺชมานํ, อฏฺฐสุ วา โลกธมฺเมสุ ปฏิฆานุนยวเสน อสชฺชมานํ. ปทุมํว โตเยน โลเก ชาตมฺปิ เยสํ ตณฺหาทิฏฺฐิเลปานํ วเสน สตฺตา โลเกน ลิปฺปนฺติ, เตสํ เลปานํ ปหีนตฺตา โลเกน อลิปฺปมานํ, นิพฺพานคามิมคฺคํ อุปฺปาเทตฺวา เตน มคฺเคน เนตารมญฺเญสํ เทวมนุสฺสานํ. อตฺตโน ปน อญฺเญน เกนจิ มคฺคํ ทสฺเสตฺวา อเนตพฺพตฺตา อนญฺญเนยฺยํ ตํ วาปิ ธีรา มุนิ เวทยนฺติ พุทฺธมุนึ เวทยนฺตีติ อตฺตานํ วิภาเวติ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมว.
๒๑๖. โย โอคหเณติ กา อุปฺปตฺติ? ภควโต ปฐมาภิสมฺพุทฺธสฺส จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ ปูริตทสปารมิทสอุปปารมิทสปรมตฺถปารมิปฺปเภทํ อภินีหารคุณปารมิโย ปูเรตฺวา ตุสิตภวเน อภินิพฺพตฺติคุณํ ตตฺถ นิวาสคุณํ มหาวิโลกนคุณํ คพฺภโวกฺกนฺตึ คพฺภวาสํ คพฺภนิกฺขมนํ ปทวีติหารํ ทิสาวิโลกนํ พฺรหฺมคชฺชนํ มหาภินิกฺขมนํ มหาปธานํ อภิสมฺโพธึ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ จตุพฺพิธํ มคฺคญาณํ ผลญาณํ อฏฺฐสุ ปริสาสุ อกมฺปนญาณํ, ทสพลญาณํ, จตุโยนิปริจฺเฉทกญาณํ, ปญฺจคติปริจฺเฉทกญาณํ, ฉพฺพิธํ อสาธารณญาณํ, อฏฺฐวิธํ สาวกสาธารณพุทฺธญาณํ, จุทฺทสวิธํ พุทฺธญาณํ, อฏฺฐารสพุทฺธคุณปริจฺเฉทกญาณํ, เอกูนวีสติวิธปจฺจเวกฺขณญาณํ, สตฺตสตฺตติวิธญาณวตฺถุ เอวมิจฺจาทิคุณสตสหสฺเส นิสฺสาย ปวตฺตํ มหาลาภสกฺการํ อสหมาเนหิ ติตฺถิเยหิ อุยฺโยชิตาย จิญฺจมาณวิกาย ‘‘เอกํ ธมฺมํ อตีตสฺสา’’ติ อิมิสฺสา คาถาย วตฺถุมฺหิ วุตฺตนเยน จตุปริสมชฺเฌ ภควโต อยเส อุปฺปาทิเต ตปฺปจฺจยา ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘เอวรูเปปิ นาม อยเส อุปฺปนฺเน น ภควโต จิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ อตฺถี’’ติ. ตํ ญตฺวา ภควา คนฺธกุฏิโต นิกฺขมฺม ตงฺขณานุรูเปน ปาฏิหาริเยน ปริสมชฺฌํ ปตฺวา, พุทฺธาสเน นิสีทิตฺวา, ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ? เต สพฺพํ อาโรเจสุํ. ตโต ภควา – ‘‘พุทฺธา นาม, ภิกฺขเว, อฏฺฐสุ โลกธมฺเมสุ ตาทิโน โหนฺตี’’ติ วตฺวา เตสํ ภิกฺขูนํ ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ คาถมภาสิ.
ตสฺสตฺโถ – ยถา นาม โอคหเณ มนุสฺสานํ นฺหานติตฺเถ องฺคฆํสนตฺถาย จตุรสฺเส วา อฏฺฐํเส วา ถมฺเภ นิขาเต อุจฺจกุลีนาปิ นีจกุลีนาปิ องฺคํ ฆํสนฺติ, น เตน ถมฺภสฺส อุนฺนติ วา โอนติ วา โหติ. เอวเมวํ โย โอคหเณ ถมฺโภริวาภิชายติ ยสฺมึ ปเร วาจาปริยนฺตํ วทนฺติ. กึ วุตฺตํ โหติ? ยสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปเร ติตฺถิยา วา อญฺเญ วา วณฺณวเสน อุปริมํ วา อวณฺณวเสน เหฏฺฐิมํ วา วาจาปริยนฺตํ วทนฺติ, ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ อนุนยํ วา ปฏิฆํ วา อนาปชฺชมาโน ตาทิภาเวน โย โอคหเณ ถมฺโภริว ภวตีติ. ตํ วีตราคํ สุสมาหิตินฺทฺริยนฺติ ตํ อิฏฺฐารมฺมเณ ราคาภาเวน วีตราคํ, อนิฏฺฐารมฺมเณ จ โทสโมหาภาเวน สุสมาหิตินฺทฺริยํ, สุฏฺฐุ วา สโมธาเนตฺวา ฐปิตินฺทฺริยํ, รกฺขิตินฺทฺริยํ, โคปิตินฺทฺริยนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตํ วาปิ ธีรา มุนิ เวทยนฺติ พุทฺธมุนึ เวทยนฺติ, ตสฺส กถํ จิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ ภวิสฺสตีติ อตฺตานํ วิภาเวติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
๒๑๗. โย เว ฐิตตฺโตติ กา อุปฺปตฺติ? สาวตฺถิยํ กิร อญฺญตรา เสฏฺฐิธีตา ปาสาทา โอรุยฺห เหฏฺฐาปาสาเท ตนฺตวายสาลํ คนฺตฺวา ตสรํ วฏฺเฏนฺเต ทิสฺวา ตสฺส อุชุภาเวน ตปฺปฏิภาคนิมิตฺตํ อคฺคเหสิ – ‘‘อโห วต สพฺเพ สตฺตา กายวจีมโนวงฺกํ ปหาย ตสรํ วิย อุชุจิตฺตา ภเวยฺยุ’’นฺติ. สา ปาสาทํ อภิรุหิตฺวาปิ ปุนปฺปุนํ ตเทว นิมิตฺตํ อาวชฺเชนฺตี นิสีทิ. เอวํ ปฏิปนฺนาย จสฺสา น จิรสฺเสว อนิจฺจลกฺขณํ ปากฏํ อโหสิ, ตทนุสาเรเนว จ ทุกฺขานตฺตลกฺขณานิปิ. อถสฺสา ตโยปิ ภวา อาทิตฺตา วิย อุปฏฺฐหึสุ. ตํ ตถา วิปสฺสมานํ ญตฺวา ภควา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโนว โอภาสํ มุญฺจิ. สา ตํ ทิสฺวา ‘‘กึ อิท’’นฺติ อาวชฺเชนฺตี ภควนฺตํ ปสฺเส นิสินฺนมิว ทิสฺวา อุฏฺฐาย ปญฺชลิกา อฏฺฐาสิ. อถสฺสา ภควา สปฺปายํ วิทิตฺวา ธมฺมเทสนาวเสน อิมํ คาถมภาสิ.
ตสฺสตฺโถ – โย เว เอกคฺคจิตฺตตาย อกุปฺปวิมุตฺติตาย จ วุฑฺฒิหานีนํ อภาวโต วิกฺขีณชาติสํสารตฺตา ภวนฺตรูปคมนาภาวโต จ ฐิตตฺโต, ปหีนกายวจีมโนวงฺกตาย อคติคมนาภาเวน วา ตสรํว อุชุ, หิโรตฺตปฺปสมฺปนฺนตฺตา ชิคุจฺฉติ กมฺเมหิ ปาปเกหิ, ปาปกานิ กมฺมานิ คูถคตํ วิย มุตฺตคตํ วิย จ ชิคุจฺฉติ, หิรียตีติ วุตฺตํ โหติ. โยควิภาเคน หิ อุปโยคตฺเถ กรณวจนํ สทฺทสตฺเถ สิชฺฌติ. วีมํสมาโน วิสมํ สมญฺจาติ กายวิสมาทิวิสมํ กายสมาทิสมญฺจ ปหานภาวนากิจฺจสาธเนน มคฺคปญฺญาย วีมํสมาโน อุปปริกฺขมาโน. ตํ วาปิ ขีณาสวํ ธีรา มุนึ เวทยนฺตีติ. กึ วุตฺตํ โหติ? ยถาวุตฺตนเยน มคฺคปญฺญาย วีมํสมาโน วิสมํ สมญฺจ โย เว ฐิตตฺโต โหติ, โส เอวํ ตสรํว อุชุ หุตฺวา กิญฺจิ วีติกฺกมํ อนาปชฺชนฺโต ชิคุจฺฉติ กมฺเมหิ ปาปเกหิ. ตํ วาปิ ธีรา มุนึ เวทยนฺติ. ยโต อีทิโส โหตีติ ขีณาสวมุนึ ทสฺเสนฺโต อรหตฺตนิกูเฏน คาถํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน เสฏฺฐิธีตา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. เอตฺถ จ วิกปฺเป วา สมุจฺจเย วา วาสทฺโท ทฏฺฐพฺโพ.
๒๑๘. โย สญฺญตตฺโตติ กา อุปฺปตฺติ? ภควติ กิร อาฬวิยํ วิหรนฺเต อาฬวีนคเร อญฺญตโร ตนฺตวาโย สตฺตวสฺสิกํ ธีตรํ อาณาเปสิ – ‘‘อมฺม, หิยฺโย อวสิฏฺฐตสรํ น พหุ, ตสรํ วฏฺเฏตฺวา ลหุํ ตนฺตวายสาลํ อาคจฺเฉยฺยาสิ, มา โข จิรายี’’ติ. สา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. โส สาลํ คนฺตฺวา ตนฺตํ วิเนนฺโต อฏฺฐาสิ. ตํ ทิวสญฺจ ภควา มหากรุณาสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย โลกํ โวโลเกนฺโต ตสฺสา ทาริกาย โสตาปตฺติผลูปนิสฺสยํ เทสนาปริโยสาเน จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานญฺจ ธมฺมาภิสมยํ ทิสฺวา ปเคว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย นครํ ปาวิสิ. มนุสฺสา ภควนฺตํ ทิสฺวา – ‘‘อทฺธา อชฺช โกจิ อนุคฺคเหตพฺโพ อตฺถิ, ปเคว ปวิฏฺโฐ ภควา’’ติ ภควนฺตํ อุปคจฺฉึสุ. ภควา เยน มคฺเคน สา ทาริกา ปิตุสนฺติกํ คจฺฉติ, ตสฺมึ อฏฺฐาสิ. นครวาสิโน ตํ ปเทสํ สมฺมชฺชิตฺวา, ปริปฺโผสิตฺวา, ปุปฺผูปหารํ กตฺวา, วิตานํ พนฺธิตฺวา, อาสนํ ปญฺญาเปสุํ. นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน, มหาชนกาโย ปริวาเรตฺวา อฏฺฐาสิ. สา ทาริกา ตํ ปเทสํ ปตฺตา มหาชนปริวุตํ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิ. ตํ ภควา อามนฺเตตฺวา – ‘‘ทาริเก กุโต อาคตาสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘น ชานามิ ภควา’’ติ. ‘‘กุหึ คมิสฺสสี’’ติ? ‘‘น ชานามิ ภควา’’ติ. ‘‘น ชานาสี’’ติ? ‘‘ชานามิ ภควา’’ติ. ‘‘ชานาสี’’ติ? ‘‘น ชานามิ ภควา’’ติ.
ตํ สุตฺวา มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ – ‘‘ปสฺสถ, โภ, อยํ ทาริกา อตฺตโน ฆรา อาคตาปิ ภควตา ปุจฺฉิยมานา ‘น ชานามี’ติ อาห, ตนฺตวายสาลํ คจฺฉนฺตี จาปิ ปุจฺฉิยมานา ‘น ชานามี’ติ อาห, ‘น ชานาสี’ติ วุตฺตา ‘ชานามี’ติ อาห, ‘ชานาสี’ติ วุตฺตา ‘น ชานามี’ติ อาห, สพฺพํ ปจฺจนีกเมว กโรตี’’ติ. ภควา มนุสฺสานํ ตมตฺถํ ปากฏํ กาตุกาโม ตํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ มยา ปุจฺฉิตํ, กึ ตยา วุตฺต’’นฺติ? สา อาห – ‘‘น มํ, ภนฺเต, โกจิ น ชานาติ, ฆรโต อาคตา ตนฺตวายสาลํ คจฺฉตี’’ติ; อปิจ มํ ตุเมฺห ปฏิสนฺธิวเสน ปุจฺฉถ, ‘‘กุโต อาคตาสี’’ติ, จุติวเสน ปุจฺฉถ, ‘‘กุหึ คมิสฺสสี’’ติ อหญฺจ น ชานามิ. ‘‘กุโต จมฺหิ อาคตา; นิรยา วา เทวโลกา วา’’ติ, น หิ ชานามิ, ‘‘กุหิมฺปิ คมิสฺสามิ นิรยํ วา เทวโลกํ วา’’ติ, ตสฺมา ‘‘น ชานามี’’ติ อวจํ. ตโต มํ ภควา มรณํ สนฺธาย ปุจฺฉิ – ‘‘น ชานาสี’’ติ, อหญฺจ ชานามิ. ‘‘สพฺเพสํ มรณํ ธุว’’นฺติ, เตนาโวจํ ‘‘ชานามี’’ติ. ตโต มํ ภควา มรณกาลํ สนฺธาย ปุจฺฉิ ‘‘ชานาสี’’ติ, อหญฺจ น ชานามิ ‘‘กทา มริสฺสามิ กึ อชฺช วา อุทาหุ เสฺว วา’’ติ, เตนาโวจํ ‘‘น ชานามี’’ติ. ภควา ตาย วิสฺสชฺชิตํ ปญฺหํ ‘‘สาธุ สาธู’’ติ อนุโมทิ. มหาชนกาโยปิ ‘‘ยาว ปณฺฑิตา อยํ ทาริกา’’ติ สาธุการสหสฺสานิ อทาสิ. อถ ภควา ทาริกาย สปฺปายํ วิทิตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต –
‘‘อนฺธภูโต อยํ โลโก, ตนุเกตฺถ วิปสฺสติ;
สกุโณ ชาลมุตฺโตว, อปฺโป สคฺคาย คจฺฉตี’’ติ. (ธ. ป. ๑๗๔) –
อิมํ คาถมาห. สา คาถาปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ, จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานญฺจ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ.
สา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปิตุ สนฺติกํ อคมาสิ. ปิตา ตํ ทิสฺวา ‘‘จิเรนาคตา’’ติ กุทฺโธ เวเคน ตนฺเต เวมํ ปกฺขิปิ. ตํ นิกฺขมิตฺวา ทาริกาย กุจฺฉึ ภินฺทิ. สา ตตฺเถว กาลมกาสิ. โส ทิสฺวา – ‘‘นาหํ มม ธีตรํ ปหรึ, อปิจ โข อิมํ เวมํ เวคสา นิกฺขมิตฺวา อิมิสฺสา กุจฺฉึ ภินฺทิ. ชีวติ นุ โข นนุ โข’’ติ วีมํสนฺโต มตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มนุสฺสา มํ ‘อิมินา ธีตา มาริตา’ติ ญตฺวา อุปกฺโกเสยฺยุํ, เตน ราชาปิ ครุกํ ทณฺฑํ ปเณยฺย, หนฺทาหํ ปฏิกจฺเจว ปลายามี’’ติ. โส ทณฺฑภเยน ปลายนฺโต ภควโต สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺเญ วสนฺตานํ ภิกฺขูนํ วสโนกาสํ ปาปุณิ. เต จ ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. เต ตํ ปพฺพาเชตฺวา ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อทํสุ. โส ตํ อุคฺคเหตฺวา วายมนฺโต น จิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ, เต จสฺส อาจริยุปชฺฌายา. อถ มหาปวารณาย สพฺเพว ภควโต สนฺติกํ อคมํสุ – ‘‘วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรสฺสามา’’ติ. ภควา ปวาเรตฺวา วุตฺถวสฺโส ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต คามนิคมาทีสุ จาริกํ จรมาโน อนุปุพฺเพน อาฬวึ อคมาสิ. ตตฺถ มนุสฺสา ภควนฺตํ นิมนฺเตตฺวา ทานาทีนิ กโรนฺตา ตํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา ‘‘ธีตรํ มาเรตฺวา อิทานิ กํ มาเรตุํ อาคโตสี’’ติอาทีนิ วตฺวา อุปฺปณฺเฑสุํ. ภิกฺขู ตํ สุตฺวา อุปฏฺฐานเวลายํ อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ภควา – ‘‘น, ภิกฺขเว, อยํ ภิกฺขุ ธีตรํ มาเรสิ, สา อตฺตโน กมฺเมน มตา’’ติ วตฺวา ตสฺส ภิกฺขุโน มนุสฺเสหิ ทุพฺพิชานํ ขีณาสวมุนิภาวํ ปกาเสนฺโต ภิกฺขูนํ ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ คาถมภาสิ.
ตสฺสตฺโถ – โย ตีสุปิ กมฺมทฺวาเรสุ สีลสํยเมน สํยตตฺโต กาเยน วา วาจาย วา เจตสา วา หึสาทิกํ น กโรติ ปาปํ, ตญฺจ โข ปน ทหโร วา ทหรวเย ฐิโต, มชฺฌิโม วา มชฺฌิมวเย ฐิโต, เอเตเนว นเยน เถโร วา ปจฺฉิมวเย ฐิโตติ กทาจิปิ น กโรติ. กึ การณา? ยตตฺโต, ยสฺมา อนุตฺตราย วิรติยา สพฺพปาเปหิ อุปรตจิตฺโตติ วุตฺตํ โหติ.
อิทานิ มุนิ อโรสเนยฺโย น โส โรเสติ กญฺจีติ เอเตสํ ปทานํ อยํ โยชนา จ อธิปฺปาโย จ – โส ขีณาสวมุนิ อโรสเนยฺโย ‘‘ธีตุมารโก’’ติ วา ‘‘เปสกาโร’’ติ วา เอวมาทินา นเยน กาเยน วา วาจาย วา โรเสตุํ, ฆฏฺเฏตุํ, พาเธตุํ อรโห น โหติ. โสปิ หิ น โรเสติ กญฺจิ, ‘‘นาหํ มม ธีตรํ มาเรมิ, ตฺวํ มาเรสิ, ตุมฺหาทิโส วา มาเรตี’’ติอาทีนิ วตฺวา กญฺจิ น โรเสติ, น ฆฏฺเฏติ, น พาเธติ, ตสฺมา โสปิ น โรสเนยฺโย. อปิจ โข ปน ‘‘ติฏฺฐตุ นาโค, มา นาคํ ฆฏฺเฏสิ, นโม กโรหิ นาคสฺสา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๙) วุตฺตนเยน นมสฺสิตพฺโพเยว โหติ. ตํ วาปิ ธีรา มุนิ เวทยนฺตีติ เอตฺถ ปน ตมฺปิ ธีราว มุนึ เวทยนฺตีติ เอวํ ปทวิภาโค เวทิตพฺโพ. อธิปฺปาโย เจตฺถ – ตํ ‘‘อยํ อโรสเนยฺโย’’ติ เอเต พาลมนุสฺสา อชานิตฺวา โรเสนฺติ. เย ปน ธีรา โหนฺติ, เต ธีราว ตมฺปิ มุนึ เวทยนฺติ, อยํ ขีณาสวมุนีติ ชานนฺตีติ.
๒๑๙. ยทคฺคโตติ กา อุปฺปตฺติ? สาวตฺถิยํ กิร ปญฺจคฺคทายโก นาม พฺราหฺมโณ อโหสิ. โส นิปฺผชฺชมาเนสุ สสฺเสสุ เขตฺตคฺคํ, ราสคฺคํ, โกฏฺฐคฺคํ, กุมฺภิอคฺคํ, โภชนคฺคนฺติ อิมานิ ปญฺจ อคฺคานิ เทติ. ตตฺถ ปฐมปกฺกานิเยว สาลิ-ยว-โคธูม-สีสานิ อาหราเปตฺวา ยาคุปายาสปุถุกาทีนิ ปฏิยาเทตฺวา ‘‘อคฺคสฺส ทาตา เมธาวี, อคฺคํ โส อธิคจฺฉตี’’ติ เอวํทิฏฺฐิโก หุตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ เทติ, อิทมสฺส เขตฺตคฺคทานํ. นิปฺผนฺเนสุ ปน สสฺเสสุ ลายิเตสุ มทฺทิเตสุ จ วรธญฺญานิ คเหตฺวา ตเถว ทานํ เทติ, อิทมสฺส ราสคฺคทานํ. ปุน เตหิ ธญฺเญหิ โกฏฺฐาคารานิ ปูราเปตฺวา ปฐมโกฏฺฐาคารวิวรเณ ปฐมนีหฏานิ ธญฺญานิ คเหตฺวา ตเถว ทานํ เทติ, อิทมสฺส โกฏฺฐคฺคทานํ. ยํ ยเทว ปนสฺส ฆเร รนฺเธติ, ตโต อคฺคํ อนุปฺปตฺตปพฺพชิตานํ อทตฺวา อนฺตมโส ทารกานมฺปิ น กิญฺจิ เทติ, อิทมสฺส กุมฺภิอคฺคทานํ. ปุน อตฺตโน โภชนกาเล ปฐมูปนีตํ โภชนํ ปุเรภตฺตกาเล สงฺฆสฺส, ปจฺฉาภตฺตกาเล สมฺปตฺตยาจกานํ, ตทภาเว อนฺตมโส สุนขานมฺปิ อทตฺวา น ภุญฺชติ, อิทมสฺส โภชนคฺคทานํ. เอวํ โส ปญฺจคฺคทายโกเตฺวว อภิลกฺขิโต อโหสิ.
อเถกทิวสํ ภควา ปจฺจูสสมเย พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต ตสฺส พฺราหฺมณสฺส พฺราหฺมณิยา จ โสตาปตฺติมคฺคอุปนิสฺสยํ ทิสฺวา สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา อติปฺปเคว คนฺธกุฏึ ปาวิสิ. ภิกฺขู ปิหิตทฺวารํ คนฺธกุฏึ ทิสฺวา – ‘‘อชฺช ภควา เอกโกว คามํ ปวิสิตุกาโม’’ติ ญตฺวา ภิกฺขาจารเวลาย คนฺธกุฏึ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. ภควาปิ พฺราหฺมณสฺส โภชนเวลายํ นิกฺขมิตฺวา สาวตฺถึ ปาวิสิ. มนุสฺสา ภควนฺตํ ทิสฺวา เอวํ – ‘‘นูนชฺช โกจิ สตฺโต อนุคฺคเหตพฺโพ อตฺถิ, ตถา หิ ภควา เอกโกว ปวิฏฺโฐ’’ติ ญตฺวา น ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ นิมนฺตนตฺถาย. ภควาปิ อนุปุพฺเพน พฺราหฺมณสฺส ฆรทฺวารํ สมฺปตฺวา อฏฺฐาสิ. เตน จ สมเยน พฺราหฺมโณ โภชนํ คเหตฺวา นิสินฺโน โหติ, พฺราหฺมณี ปนสฺส พีชนึ คเหตฺวา ฐิตา. สา ภควนฺตํ ทิสฺวา ‘‘สจายํ พฺราหฺมโณ ปสฺเสยฺย, ปตฺตํ คเหตฺวา สพฺพํ โภชนํ ทเทยฺย, ตโต เม ปุน ปจิตพฺพํ ภเวยฺยา’’ติ จินฺเตตฺวา อปฺปสาทญฺจ มจฺเฉรญฺจ อุปฺปาเทตฺวา ยถา พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ น ปสฺสติ, เอวํ ตาลวณฺเฏน ปฏิจฺฉาเทสิ. ภควา ตํ ญตฺวา สรีราภํ มุญฺจิ. ตํ พฺราหฺมโณ สุวณฺโณภาสํ ทิสฺวา ‘‘กิเมต’’นฺติ อุลฺโลเกนฺโต อทฺทส ภควนฺตํ ทฺวาเร ฐิตํ. พฺราหฺมณีปิ ‘‘ทิฏฺโฐเนน ภควา’’ติ ตาวเทว ตาลวณฺฏํ นิกฺขิปิตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิ, วนฺทิตฺวา จสฺสา อุฏฺฐหนฺติยา สปฺปายํ วิทิตฺวา –
‘‘สพฺพโส นามรูปสฺมึ, ยสฺส นตฺถิ มมายิตํ;
อสตา จ น โสจติ, ส เว ภิกฺขูติ วุจฺจตี’’ติ. (ธ. ป. ๓๖๗) –
อิมํ คาถมภาสิ. สา คาถาปริโยสาเนเยว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. พฺราหฺมโณปิ ภควนฺตํ อนฺโตฆรํ ปเวเสตฺวา, วราสเน นิสีทาเปตฺวา, ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา, อตฺตโน อุปนีตโภชนํ อุปนาเมสิ – ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, สเทวเก โลเก อคฺคทกฺขิเณยฺยา, สาธุ, เม ตํ โภชนํ อตฺตโน ปตฺเต ปติฏฺฐาเปถา’’ติ. ภควา ตสฺส อนุคฺคหตฺถํ ปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชิ. กตภตฺตกิจฺโจ จ พฺราหฺมณสฺส สปฺปายํ วิทิตฺวา อิมํ คาถมภาสิ.
ตสฺสตฺโถ – ยํ กุมฺภิโต ปฐมเมว คหิตตฺตา อคฺคโต, อทฺธาวเสสาย กุมฺภิยา อาคนฺตฺวา ตโต คหิตตฺตา มชฺฌโต, เอกทฺวิกฏจฺฉุมตฺตาวเสสาย กุมฺภิยา อาคนฺตฺวา ตโต คหิตตฺตา เสสโต วา ปิณฺฑํ ลเภถ. ปรทตฺตูปชีวีติ ปพฺพชิโต. โส หิ อุทกทนฺตโปณํ ฐเปตฺวา อวเสสํ ปเรเนว ทตฺตํ อุปชีวติ, ตสฺมา ‘‘ปรทตฺตูปชีวี’’ติ วุจฺจติ. นาลํ ถุตุํ โนปิ นิปจฺจวาทีติ อคฺคโต ลทฺธา อตฺตานํ วา ทายกํ วา โถเมตุมฺปิ นารหติ ปหีนานุนยตฺตา. เสสโต ลทฺธา ‘‘กึ เอตํ อิมินา ทินฺน’’นฺติอาทินา นเยน ทายกํ นิปาเตตฺวา อปฺปิยวจนานิ วตฺตาปิ น โหติ ปหีนปฏิฆตฺตา. ตํ วาปิ ธีรา มุนิ เวทยนฺตีติ ตมฺปิ ปหีนานุนยปฏิฆํ ธีราว มุนึ เวทยนฺตีติ พฺราหฺมณสฺส อรหตฺตนิกูเฏน คาถํ เทเสสิ. คาถาปริโยสาเน พฺราหฺมโณ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหีติ.
๒๒๐. มุนึ จรนฺตนฺติ กา อุปฺปตฺติ? สาวตฺถิยํ กิร อญฺญตโร เสฏฺฐิปุตฺโต อุตุวเสน ตีสุ ปาสาเทสุ สพฺพสมฺปตฺตีหิ ปริจารยมาโน ทหโรว ปพฺพชิตุกาโม หุตฺวา, มาตาปิตโร ยาจิตฺวา, ขคฺควิสาณสุตฺเต ‘‘กามา หิ จิตฺรา’’ติ (สุ. นิ. ๕๐) อิมิสฺสา คาถาย อฏฺฐุปฺปตฺติยํ วุตฺตนเยเนว ติกฺขตฺตุํ ปพฺพชิตฺวา จ อุปฺปพฺพชิตฺวา จ จตุตฺถวาเร อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตํ ปุพฺพปริจเยน ภิกฺขู ภณนฺติ – ‘‘สมโย, อาวุโส, อุปฺปพฺพชิตุ’’นฺติ. โส ‘‘อภพฺโพ ทานาหํ, อาวุโส, วิพฺภมิตุ’’นฺติ อาห. ตํ สุตฺวา ภิกฺขู ภควโต อาโรเจสุํ. ภควา ‘‘เอวเมตํ, ภิกฺขเว, อภพฺโพ โส ทานิ วิพฺภมิตุ’’นฺติ ตสฺส ขีณาสวมุนิภาวํ อาวิกโรนฺโต อิมํ คาถมาห.
ตสฺสตฺโถ – โมเนยฺยธมฺมสมนฺนาคเมน มุนึ, เอกวิหาริตาย, ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการาสุ วา จริยาสุ ยาย กายจิ จริยาย จรนฺตํ, ปุพฺเพ วิย เมถุนธมฺเม จิตฺตํ อกตฺวา อนุตฺตราย วิรติยา วิรตํ เมถุนสฺมา. ทุติยปาทสฺส สมฺพนฺโธ – กีทิสํ มุนึ จรนฺตํ วิรตํ เมถุนสฺมาติ เจ? โย โยพฺพเน โนปนิพชฺฌเต กฺวจิ, โย ภเทฺรปิ โยพฺพเน วตฺตมาเน กฺวจิ อิตฺถิรูเป ยถา ปุเร, เอวํ เมถุนราเคน น อุปนิพชฺฌติ. อถ วา กฺวจิ อตฺตโน วา ปรสฺส วา โยพฺพเน ‘‘ยุวา ตาวมฺหิ, อยํ วา ยุวาติ ปฏิเสวามิ ตาว กาเม’’ติ เอวํ โย ราเคน น อุปนิพชฺฌตีติ อยมฺเปตฺถ อตฺโถ. น เกวลญฺจ วิรตํ เมถุนสฺมา, อปิจ โข ปน ชาติมทาทิเภทา มทา, กามคุเณสุ สติวิปฺปวาสสงฺขาตา ปมาทาปิ จ วิรตํ, เอวํ มทปฺปมาทา วิรตตฺตา เอว จ วิปฺปมุตฺตํ สพฺพกิเลสพนฺธเนหิ. ยถา วา เอโก โลกิกายปิ วิรติยา วิรโต โหติ, น เอวํ, กึ ปน วิปฺปมุตฺตํ วิรตํ, สพฺพกิเลสพนฺธเนหิ วิปฺปมุตฺตตฺตา โลกุตฺตรวิรติยา วิรตนฺติปิ อตฺโถ. ตํ วาปิ ธีรา มุนิ เวทยนฺตีติ ตมฺปิ ธีรา เอว มุนึ เวทยนฺติ, ตุเมฺห ปน นํ น เวทยถ, เตน นํ เอวํ ภณถาติ ทสฺเสติ.
๒๒๑. อญฺญาย โลกนฺติ กา อุปฺปตฺติ? ภควา กปิลวตฺถุสฺมึ วิหรติ. เตน สมเยน นนฺทสฺส อาภรณมงฺคลํ, อภิเสกมงฺคลํ, อาวาหมงฺคลนฺติ ตีณิ มงฺคลานิ อกํสุ. ภควาปิ ตตฺถ นิมนฺติโต ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ ตตฺถ คนฺตฺวา ภุญฺชิตฺวา นิกฺขมนฺโต นนฺทสฺส หตฺเถ ปตฺตํ อทาสิ. ตํ นิกฺขมนฺตํ ทิสฺวา ชนปทกลฺยาณี ‘‘ตุวฏฺฏํ โข, อยฺยปุตฺต, อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ อาห. โส ภควโต คารเวน ‘‘หนฺท ภควา ปตฺต’’นฺติ วตฺตุํ อสกฺโกนฺโต วิหารเมว คโต. ภควา คนฺธกุฏิปริเวเณ ฐตฺวา ‘‘อาหร, นนฺท, ปตฺต’’นฺติ คเหตฺวา ‘‘ปพฺพชิสฺสสี’’ติ อาห. โส ภควโต คารเวน ปฏิกฺขิปิตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘ปพฺพชามิ, ภควา’’ติ อาห. ตํ ภควา ปพฺพาเชสิ. โส ปน ชนปทกลฺยาณิยา วจนํ ปุนปฺปุนํ สรนฺโต อุกฺกณฺฐิ. ภิกฺขู ภควโต อาโรเจสุํ. ภควา นนฺทสฺส อนภิรตึ วิโนเทตุกาโม ‘‘ตาวตึสภวนํ คตปุพฺโพสิ, นนฺทา’’ติ อาห. นนฺโท ‘‘นาหํ, ภนฺเต, คตปุพฺโพ’’ติ อโวจ.
ตโต นํ ภควา อตฺตโน อานุภาเวน ตาวตึสภวนํ เนตฺวา เวชยนฺตปาสาททฺวาเร อฏฺฐาสิ. ภควโต อาคมนํ วิทิตฺวา สกฺโก อจฺฉราคณปริวุโต ปาสาทา โอโรหิ. ตา สพฺพาปิ กสฺสปสฺส ภควโต สาวกานํ ปาทมกฺขนเตลํ ทตฺวา กกุฏปาทินิโย อเหสุํ. อถ ภควา นนฺทํ อามนฺเตสิ – ‘‘ปสฺสสิ โน, ตฺวํ นนฺท, อิมานิ ปญฺจ อจฺฉราสตานิ กกุฏปาทานี’’ติ สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ. มาตุคามสฺส นาม นิมิตฺตานุพฺยญฺชนํ คเหตพฺพนฺติ สกเลปิ พุทฺธวจเน เอตํ นตฺถิ. อถ จ ปเนตฺถ ภควา อุปายกุสลตาย อาตุรสฺส โทเส อุคฺคิเลตฺวา นีหริตุกาโม เวชฺโช สุโภชนํ วิย นนฺทสฺส ราคํ อุคฺคิเลตฺวา นีหริตุกาโม นิมิตฺตานุพฺยญฺชนคฺคหณํ อนุญฺญาสิ ยถา ตํ อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ. ตโต ภควา อจฺฉราเหตุ นนฺทสฺส พฺรหฺมจริเย อภิรตึ ทิสฺวา ภิกฺขู อาณาเปสิ – ‘‘ภตกวาเทน นนฺทํ โจเทถา’’ติ. โส เตหิ โจทิยมาโน ลชฺชิโต โยนิโส มนสิ กโรนฺโต ปฏิปชฺชิตฺวา น จิรสฺเสว อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. ตสฺส จงฺกมนโกฏิยํ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. ภควโตปิ ญาณํ อุทปาทิ. ภิกฺขู อชานนฺตา ตเถวายสฺมนฺตํ โจเทนฺติ. ภควา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทานิ นนฺโท เอวํ โจเทตพฺโพ’’ติ ตสฺส ขีณาสวมุนิภาวํ ทีเปนฺโต เตสํ ภิกฺขูนํ ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ คาถมภาสิ.
ตสฺสตฺโถ – ทุกฺขสจฺจววตฺถานกรเณน ขนฺธาทิโลกํ อญฺญาย ชานิตฺวา ววตฺถเปตฺวา นิโรธสจฺจสจฺฉิกิริยาย ปรมตฺถทสฺสึ, สมุทยปฺปหาเนน จตุพฺพิธมฺปิ โอฆํ, ปหีนสมุทยตฺตา รูปมทาทิเวคสหเนน จกฺขาทิอายตนสมุทฺทญฺจ อติตริย อติตริตฺวา อติกฺกมิตฺวา มคฺคภาวนาย, ‘‘ตนฺนิทฺเทสา ตาที’’ติ อิมาย ตาทิลกฺขณปฺปตฺติยา ตาทึ. โย วายํ กามราคาทิกิเลสราสิเยว อวหนนฏฺเฐน โอโฆ, กุจฺฉิตคติปริยาเยน สมุทฺทนฏฺเฐน สมุทฺโท, สมุทยปฺปหาเนเนว ตํ โอฆํ สมุทฺทญฺจ อติตริย อติติณฺโณฆตฺตา อิทานิ ตุเมฺหหิ เอวํ วุจฺจมาเนปิ วิการมนาปชฺชนตาย ตาทิมฺปิ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ จ อธิปฺปาโย จ เวทิตพฺโพ. ตํ ฉินฺนคนฺถํ อสิตํ อนาสวนฺติ อิทํ ปนสฺส ถุติวจนเมว, อิมาย จตุสจฺจภาวนาย จตุนฺนํ คนฺถานํ ฉินฺนตฺตา ฉินฺนคนฺถํ, ทิฏฺฐิยา ตณฺหาย วา กตฺถจิ อนิสฺสิตตฺตา อสิตํ, จตุนฺนํ อาสวานํ อภาเวน อนาสวนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตํ วาปิ ธีรา มุนิ เวทยนฺตีติ ตมฺปิ ธีราว ขีณาสวมุนึ เวทยนฺติ ตุเมฺห ปน อเวทยมานา เอวํ ภณถาติ ทสฺเสติ.
๒๒๒. อสมา อุโภติ กา อุปฺปตฺติ? อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสลรฏฺเฐ ปจฺจนฺตคามํ นิสฺสาย อรญฺเญ วิหรติ. ตสฺมิญฺจ คาเม มิคลุทฺทโก ตสฺส ภิกฺขุโน วสโนกาสํ คนฺตฺวา มิเค พนฺธติ. โส อรญฺญํ ปวิสนฺโต เถรํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิสนฺตมฺปิ ปสฺสติ, อรญฺญา อาคจฺฉนฺโต คามโต นิกฺขมนฺตมฺปิ ปสฺสติ. เอวํ อภิณฺหทสฺสเนน เถเร ชาตสิเนโห อโหสิ. โส ยทา พหุํ มํสํ ลภติ, ตทา เถรสฺสาปิ รสปิณฺฑปาตํ เทติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ – ‘‘อยํ ภิกฺขุ ‘อมุกสฺมึ ปเทเส มิคา ติฏฺฐนฺติ, จรนฺติ, ปานียํ ปิวนฺตี’ติ ลุทฺทกสฺส อาโรเจติ. ตโต ลุทฺทโก มิเค มาเรติ, เตน อุโภ สงฺคมฺม ชีวิกํ กปฺเปนฺตี’’ติ. อถ ภควา ชนปทจาริกํ จรมาโน ตํ ชนปทํ อคมาสิ. ภิกฺขู คามํ ปิณฺฑาย ปวิสนฺตา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ภควโต อาโรเจสุํ. ภควา ลุทฺทเกน สทฺธึ สมานชีวิกาภาวสาธกํ ตสฺส ภิกฺขุโน ขีณาสวมุนิภาวํ ทีเปนฺโต เตสํ ภิกฺขูนํ ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ คาถมภาสิ.
ตสฺสตฺโถ – โย จ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ, โย จ ลุทฺทโก, เอเต อสมา อุโภ. ยํ มนุสฺสา ภณนฺติ ‘‘สมานชีวิกา’’ติ, ตํ มิจฺฉา. กึ การณา? ทูรวิหารวุตฺติโน, ทูเร วิหาโร จ วุตฺติ จ เนสนฺติ ทูรวิหารวุตฺติโน. วิหาโรติ วสโนกาโส, โส จ ภิกฺขุโน อรญฺเญ, ลุทฺทกสฺส จ คาเม. วุตฺตีติ ชีวิกา, สา จ ภิกฺขุโน คาเม สปทานภิกฺขาจริยา, ลุทฺทกสฺส จ อรญฺเญ มิคสกุณมารณา. ปุน จปรํ คิหี ทารโปสี, โส ลุทฺทโก เตน กมฺเมน ปุตฺตทารํ โปเสติ. อมโม จ สุพฺพโต, ปุตฺตทาเรสุ ตณฺหาทิฏฺฐิมมตฺตวิรหิโต สุจิวตตฺตา สุนฺทรวตตฺตา จ สุพฺพโต โส ขีณาสวภิกฺขุ. ปุน จปรํ ปรปาณโรธาย คิหี อสญฺญโต, โส ลุทฺทโก คิหี ปรปาณโรธาย เตสํ ปาณานํ ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทาย กายวาจาจิตฺเตหิ อสํยโต. นิจฺจํ มุนี รกฺขติ ปาณิเน ยโต, อิตโร ปน ขีณาสวมุนิ กายวาจาจิตฺเตหิ นิจฺจํ ยโต สํยโต ปาณิโน รกฺขติ. เอวํ สนฺเต เต กถํ สมานชีวิกา ภวิสฺสนฺตีติ?
๒๒๓. สิขี ยถาติ กา อุปฺปตฺติ? ภควติ กปิลวตฺถุสฺมึ วิหรนฺเต สากิยานํ กถา อุทปาทิ – ‘‘ปฐมกโสตาปนฺโน ปจฺฉา โสตาปตฺตึ ปตฺตสฺส ธมฺเมน วุฑฺฒตโร โหติ, ตสฺมา ปจฺฉา โสตาปนฺเนน ภิกฺขุนา ปฐมโสตาปนฺนสฺส คิหิโน อภิวาทนาทีนิ กตฺตพฺพานี’’ติ ตํ กถํ อญฺญตโร ปิณฺฑจาริโก ภิกฺขุ สุตฺวา ภควโต อาโรเจสิ. ภควา ‘‘อญฺญา เอว หิ อยํ ชาติ, ปูชเนยฺยวตฺถุ ลิงฺค’’นฺติ สนฺธาย ‘‘อนาคามีปิ เจ, ภิกฺขเว, คิหี โหติ, เตน ตทหุปพฺพชิตสฺสาปิ สามเณรสฺส อภิวาทนาทีนิ กตฺตพฺพาเนวา’’ติ วตฺวา ปุน ปจฺฉา โสตาปนฺนสฺสาปิ ภิกฺขุโน ปฐมโสตาปนฺนคหฏฺฐโต อติมหนฺตํ วิเสสํ ทสฺเสนฺโต ภิกฺขูนํ ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ คาถมภาสิ.
ตสฺสตฺโถ – ยฺวายํ มตฺถเก ชาตาย สิขาย สพฺภาเวน สิขี, มณิทณฺฑสทิสาย คีวาย นีลคีโวติ จ มยูรวิหงฺคโม วุจฺจติ. โส ยถา หริตหํสตมฺพหํสขีรหํสกาฬหํสปากหํสสุวณฺณหํเสสุ ยฺวายํ สุวณฺณหํโส, ตสฺส หํสสฺส ชเวน โสฬสิมฺปิ กลํ น อุเปติ. สุวณฺณหํโส หิ มุหุตฺตเกน โยชนสหสฺสมฺปิ คจฺฉติ, โยชนมฺปิ อสมตฺโถ อิตโร. ทสฺสนียตาย ปน อุโภปิ ทสฺสนียา โหนฺติ, เอวํ คิหี ปฐมโสตาปนฺโนปิ กิญฺจาปิ มคฺคทสฺสเนน ทสฺสนีโย โหติ. อถ โข โส ปจฺฉา โสตาปนฺนสฺสาปิ มคฺคทสฺสเนน ตุลฺยทสฺสนียภาวสฺสาปิ ภิกฺขุโน ชเวน นานุกโรติ. กตเมน ชเวน? อุปริมคฺควิปสฺสนาญาณชเวน. คิหิโน หิ ตํ ญาณํ ทนฺธํ โหติ ปุตฺตทาราทิชฏาย ชฏิตตฺตา, ภิกฺขุโน ปน ติกฺขํ โหติ ตสฺสา ชฏาย วิชฏิตตฺตา. สฺวายมตฺโถ ภควตา ‘‘มุนิโน วิวิตฺตสฺส วนมฺหิ ฌายโต’’ติ อิมินา ปาเทน ทีปิโต. อยญฺหิ เสกฺขมุนิ ภิกฺขุ กายจิตฺตวิเวเกน จ วิวิตฺโต โหติ, ลกฺขณารมฺมณูปนิชฺฌาเนน จ นิจฺจํ วนสฺมึ ฌายติ. กุโต คิหิโน เอวรูโป วิเวโก จ ฌานญฺจาติ อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโยติ?
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย มุนิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิฏฺฐิโต จ ปฐโม วคฺโค อตฺถวณฺณนานยโต, นาเมน
อุรควคฺโคติ.