๔. มหาวคฺโค
๑. อมฺพสกฺกรเปตวตฺถุวณฺณนา
เวสาลี นาม นครตฺถิ วชฺชีนนฺติ อิทํ อมฺพสกฺกรเปตวตฺถุ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควติ เชตวเน วิหรนฺเต อมฺพสกฺกโร นาม ลิจฺฉวิราชา มิจฺฉาทิฏฺฐิโก นตฺถิกวาโท เวสาลิยํ รชฺชํ กาเรสิ. เตน จ สมเยน เวสาลินคเร อญฺญตรสฺส วาณิชสฺส อาปณสมีเป จิกฺขลฺลํ โหติ, ตตฺถ พหู ชนา อุปฺปติตฺวา อติกฺกมนฺตา กิลมนฺติ, เกจิ กทฺทเมน ลิมฺปนฺติ. ตํ ทิสฺวา โส วาณิโช ‘‘มา อิเม มนุสฺสา กลลํ อกฺกมึสู’’ติ อปคตทุคฺคนฺธํ สงฺขวณฺณปฏิภาคํ โคสีสฏฺฐึ อาหราเปตฺวา นิกฺขิปาเปสิ. ปกติยา จ สีลวา อโหสิ อกฺโกธโน สณฺหวาโจ, ปเรสญฺจ ยถาภูตํ คุณํ กิตฺเตติ.
โส เอกสฺมึ ทิวเส อตฺตโน สหายสฺส นฺหายนฺตสฺส ปมาเทน อโนโลเกนฺตสฺส นิวาสนวตฺถํ กีฬาธิปฺปาเยน อปนิธาย ตํ ทุกฺขาเปตฺวา อทาสิ. ภาคิเนยฺโย ปนสฺส โจริกาย ปรเคหโต ภณฺฑํ อาหริตฺวา ตสฺเสว อาปเณ นิกฺขิปิ. ภณฺฑสามิกา วีมํสนฺตา ภณฺเฑน สทฺธึ ตสฺส ภาคิเนยฺยํ ตญฺจ รญฺโญ ทสฺเสสุํ. ราชา ‘‘อิมสฺส สีสํ ฉินฺทถ, ภาคิเนยฺยํ ปนสฺส สูเล อาโรเปถา’’ติ อาณาเปสิ. ราชปุริสา ตถา อกํสุ. โส กาลํ กตฺวา ภุมฺมเทเวสุ อุปฺปชฺชิ. โส โคสีเสน เสตุโน กตตฺตา เสตวณฺณํ ทิพฺพํ มโนชวํ อสฺสาชานียํ ปฏิลภิ, คุณวนฺตานํ วณฺณกถเนน ตสฺส คตฺตโต ทิพฺพคนฺโธ วายติ, สาฏกสฺส ปน อปนิหิตตฺตา นคฺโค อโหสิ. โส อตฺตนา ปุพฺเพ กตกมฺมํ โอโลเกนฺโต ตทนุสาเรน อตฺตโน ภาคิเนยฺยํ สูเล อาโรปิตํ ทิสฺวา กรุณาย โจทิยมาโน มโนชวํ อสฺสํ อภิรุหิตฺวา อฑฺฒรตฺติสมเย ตสฺส สูลา โรปิตฏฺฐานํ คนฺตฺวา อวิทูเร ฐิโต ‘‘ชีว, โภ, ชีวิตเมว เสยฺโย’’ติ ทิวเส ทิวเส วทติ.
เตน จ สมเยน อมฺพสกฺกโร ราชา หตฺถิกฺขนฺธวรคโต นครํ ปทกฺขิณํ กโรนฺโต อญฺญตรสฺมึ เคเห วาตปานํ วิวริตฺวา ราชวิภูตึ ปสฺสนฺตึ เอกํ อิตฺถึ ทิสฺวา ปฏิพทฺธจิตฺโต หุตฺวา ปจฺฉาสเน นิสินฺนสฺส ปุริสสฺส ‘‘อิมํ ฆรํ อิมญฺจ อิตฺถึ อุปธาเรหี’’ติ สญฺญํ ทตฺวา อนุกฺกเมน อตฺตโน ราชเคหํ ปวิฏฺโฐ ตํ ปุริสํ เปเสสิ – ‘‘คจฺฉ, ภเณ, ตสฺสา อิตฺถิยา สสามิกภาวํ วา อสามิกภาวํ วา ชานาหี’’ติ. โส คนฺตฺวา ตสฺสา สสามิกภาวํ ญตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ตสฺสา อิตฺถิยา ปริคฺคหณูปายํ จินฺเตนฺโต ตสฺสา สามิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘เอหิ, ภเณ, มํ อุปฏฺฐาหี’’ติ อาห. โส อนิจฺฉนฺโตปิ ‘‘ราชา อตฺตโน วจนํ อกโรนฺเต มยิ ราชทณฺฑํ กเรยฺยา’’ติ ภเยน ราชุปฏฺฐานํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ทิวเส ทิวเส ราชุปฏฺฐานํ คจฺฉติ. ราชาปิ ตสฺส ภตฺตเวตนํ ทาเปตฺวา กติปยทิวสาติกฺกเมน ปาโตว อุปฏฺฐานํ อาคตํ เอวมาห – ‘‘คจฺฉ, ภเณ, อมุมฺหิ ฐาเน เอกา โปกฺขรณี อตฺถิ, ตโต อรุณวณฺณมตฺติกํ รตฺตุปฺปลานิ จ อาเนหิ, สเจ อชฺเชว นาคจฺเฉยฺยาสิ, ชีวิตํ เต นตฺถี’’ติ. ตสฺมิญฺจ คเต ทฺวารปาลํ อาห – ‘‘อชฺช อนตฺถงฺคเต เอว สูริเย สพฺพทฺวารานิ ถเกตพฺพานี’’ติ.
สา จ โปกฺขรณี เวสาลิยา ติโยชนมตฺถเก โหติ, ตถาปิ โส ปุริโส มรณภยตชฺชิโต วาตเวเคน ปุพฺพเณฺหเยว ตํ โปกฺขรณึ สมฺปาปุณิ. ‘‘สา จ โปกฺขรณี อมนุสฺสปริคฺคหิตา’’ติ ปเคว สุตตฺตา ภเยน โส ‘‘อตฺถิ นุ โข เอตฺถ โกจิ ปริสฺสโย’’ติ สมนฺตโต อนุปริยายติ. ตํ ทิสฺวา โปกฺขรณิปาลโก อมนุสฺโส กรุณายมานรูโป มนุสฺสรูเปน อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘กิมตฺถํ, โภ ปุริส, อิธาคโตสี’’ติ อาห. โส ตสฺส ตํ ปวตฺตึ กเถสิ. โส ‘‘ยทิ เอวํ ยาวทตฺถํ คณฺหาหี’’ติ อตฺตโน ทิพฺพรูปํ ทสฺเสตฺวา อนฺตรธายิ.
โส ตตฺถ อรุณวณฺณมตฺติกํ รตฺตุปฺปลานิ จ คเหตฺวา อนตฺถงฺคเตเยว สูริเย นครทฺวารํ สมฺปาปุณิ. ตํ ทิสฺวา ทฺวารปาโล ตสฺส วิรวนฺตสฺเสว ทฺวารํ ถเกสิ. โส ถกิเต ทฺวาเร ปเวสนํ อลภนฺโต ทฺวารสมีเป สูเล อาโรปิตํ ปุริสํ ทิสฺวา ‘‘เอเต มยิ อนตฺถงฺคเต เอว สูริเย อาคเต วิรวนฺเต เอวํ ทฺวารํ ถเกสุํ. ‘อหํ กาเลเยว อาคโต, มม ทาโส นตฺถี’ติ ตยาปิ ญาตํ โหตู’’ติ สกฺขิมกาสิ. ตํ สุตฺวา โส อาห ‘‘อหํ สูเล อาวุโต วชฺโฌ มรณาภิมุโข, กถํ ตว สกฺขิ โหมิ. เอโก ปเนตฺถ เปโต มหิทฺธิโก มม สมีปํ อาคมิสฺสติ, ตํ สกฺขึ กโรหี’’ติ. ‘‘กถํ ปน โส มยา ทฏฺฐพฺโพ’’ติ? อิเธว ตฺวํ ติฏฺฐ, ‘‘สยเมว ทกฺขิสฺสสี’’ติ. โส ตตฺถ ฐิโต มชฺฌิมยาเม ตํ เปตํ อาคตํ ทิสฺวา สกฺขึ อกาสิ. วิภาตาย จ รตฺติยา รญฺญา ‘‘มม อาณา ตยา อติกฺกนฺตา, ตสฺมา ราชทณฺฑํ เต กริสฺสามี’’ติ วุตฺเต, เทว, มยา ตว อาณา นาติกฺกนฺตา, อนตฺถงฺคเต เอว สูริเย อหํ อิธาคโตติ. ตตฺถ โก เต สกฺขีติ? โส ตสฺส สูลาวุตสฺส ปุริสสฺส สนฺติเก อาคจฺฉนฺตํ นคฺคเปตํ ‘‘สกฺขี’’ติ นิทฺทิสิตฺวา ‘‘กถเมตํ อเมฺหหิ สทฺธาตพฺพ’’นฺติ รญฺญา วุตฺเต ‘‘อชฺช รตฺติยํ ตุเมฺหหิ สทฺธาตพฺพํ ปุริสํ มยา สทฺธึ เปเสถา’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา ราชา สยเมว เตน สทฺธึ ตตฺถ คนฺตฺวา ฐิโต เปเตน จ ตตฺถาคนฺตฺวา ‘‘ชีว, โภ, ชีวิตเมว เสยฺโย’’ติ วุตฺเต ตํ ‘‘เสยฺยา นิสชฺชา นยิมสฺส อตฺถี’’ติอาทินา ปญฺจหิ คาถาหิ ปฏิปุจฺฉิ. อิทานิ อาทิโต ปน ‘‘เวสาลิ นาม นครตฺถิ วชฺชีน’’นฺติ คาถา ตาสํ สมฺพนฺธทสฺสนตฺถํ สงฺคีติกาเรหิ ฐปิตา –
๕๑๗. ‘‘เวสาลี นาม นครตฺถิ วชฺชีนํ, ตตฺถ อหุ ลิจฺฉวิ อมฺพสกฺกโร;
ทิสฺวาน เปตํ นครสฺส พาหิรํ, ตตฺเถว ปุจฺฉิตฺถ ตํ การณตฺถิโก.
๕๑๘. ‘‘เสยฺยา นิสชฺชา นยิมสฺส อตฺถิ, อภิกฺกโม นตฺถิ ปฏิกฺกโม จ;
อสิตปีตขายิตวตฺถโภคา, ปริจารณา สาปิ อิมสฺส นตฺถิ.
๕๑๙. ‘‘เย ญาตกา ทิฏฺฐสุตา สุหชฺชา, อนุกมฺปกา ยสฺส อเหสุํ ปุพฺเพ;
ทฏฺฐุมฺปิ เต ทานิ น ตํ ลภนฺติ, วิราชิตโต หิ ชเนน เตน.
๕๒๐. ‘‘น โอคฺคตตฺตสฺส ภวนฺติ มิตฺตา, ชหนฺติ มิตฺตา วิกลํ วิทิตฺวา;
อตฺถญฺจ ทิสฺวา ปริวารยนฺติ, พหู มิตฺตา อุคฺคตตฺตสฺส โหนฺติ.
๕๒๑. ‘‘นิหีนตฺโต สพฺพโภเคหิ กิจฺโฉ, สมฺมกฺขิโต สมฺปริภินฺนคตฺโต;
อุสฺสาวพินฺทูว ปลิมฺปมานา, อชฺช สุเว ชีวิตสฺสูปโรโธ.
๕๒๒. ‘‘เอตาทิสํ อุตฺตมกิจฺฉปฺปตฺตํ,
อุตฺตาสิตํ ปุจิมนฺทสฺส สูเล;
อถ ตฺวํ เกน วณฺเณน วเทสิ ยกฺข,
‘ชีว โภ ชีวิตเมว เสยฺโย’’’ติ.
๕๑๗. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺสํ เวสาลิยํ. นครสฺส พาหิรนฺติ นครสฺส พหิ ภวํ, เวสาลินครสฺส พหิ เอว ชาตํ ปวตฺตํ สมฺพนฺธํ. ตตฺเถวาติ ยตฺถ ตํ ปสฺสิ, ตตฺเถว ฐาเน. ตนฺติ ตํ เปตํ. การณตฺถิโกติ ‘‘ชีว, โภ, ชีวิตเมว เสยฺโย’’ติ วุตฺตอตฺถสฺส การเณน อตฺถิโก หุตฺวา.
๕๑๘. เสยฺยา นิสชฺชา นยิมสฺส อตฺถีติ ปิฏฺฐิปสารณลกฺขณา เสยฺยา, ปลฺลงฺกาภุชนลกฺขณา นิสชฺชา จ อิมสฺส สูเล อาโรปิตปุคฺคลสฺส นตฺถิ. อภิกฺกโม นตฺถิ ปฏิกฺกโม จาติ อภิกฺกมาทิลกฺขณํ อปฺปมตฺตกมฺปิ คมนํ อิมสฺส นตฺถิ. ปริจาริกา สาปีติ ยา อสิตปีตขายิตวตฺถปริโภคาทิลกฺขณา อินฺทฺริยานํ ปริจารณา, สาปิ อิมสฺส นตฺถิ. ‘‘ปริหรณา สาปี’’ติ วา ปาโฐ, อสิตาทิปริโภควเสน อินฺทฺริยานํ ปริหรณา, สาปิ อิมสฺส นตฺถิ วิคตชีวิตตฺตาติ อตฺโถ. ‘‘ปริจารณา สาปี’’ติ เกจิ ปฐนฺติ.
๕๑๙. ทิฏฺฐสุตา สุหชฺชา, อนุกมฺปกา ยสฺส อเหสุํ ปุพฺเพติ สนฺทิฏฺฐสหายา เจว อทิฏฺฐสหายา จ ยสฺส มิตฺตา อนุทฺทยาวนฺโต เย อสฺส อิมสฺส ปุพฺเพ อเหสุํ. ทฏฺฐุมฺปีติ ปสฺสิตุมฺปิ น ลภนฺติ, กุโต สห วสิตุนฺติ อตฺโถ. วิราชิตตฺโตติ ปริจฺจตฺตสภาโว. ชเนน เตนาติ เตน ญาติอาทิชเนน.
๕๒๐. น โอคฺคตตฺตสฺส ภวนฺติ มิตฺตาติ อปคตวิญฺญาณสฺส มตสฺส มิตฺตา นาม น โหนฺติ ตสฺส มิตฺเตหิ กาตพฺพกิจฺจสฺส อติกฺกนฺตตฺตา. ชหนฺติ มิตฺตา วิกลํ วิทิตฺวาติ มโต ตาว ติฏฺฐตุ, ชีวนฺตมฺปิ โภควิกลํ ปุริสํ วิทิตฺวา ‘‘น อิโต กิญฺจิ คยฺหูปค’’นฺติ มิตฺตา ปชหนฺติ. อตฺถญฺจ ทิสฺวา ปริวารยนฺตีติ ตสฺส ปน สนฺตกํ อตฺถํ ธนํ ทิสฺวา ปิยวาทิโน มุขุลฺโลกิกา หุตฺวา ตํ ปริวาเรนฺติ. พหู มิตฺตา อุคฺคตตฺตสฺส โหนฺตีติ วิภวสมฺปตฺติยา อุคฺคตสภาวสฺส สมิทฺธสฺส พหู อเนกา มิตฺตา โหนฺติ, อยํ โลกิยสภาโวติ อตฺโถ.
๕๒๑. นิหีนตฺโต สพฺพโภเคหีติ สพฺเพหิ อุปโภคปริโภควตฺถูหิ ปริหีนตฺโต. กิจฺโฉติ ทุกฺขิโต. สมฺมกฺขิโตติ รุหิเรหิ สมฺมกฺขิตสรีโร. สมฺปริภินฺนคตฺโตติ สูเลน อพฺภนฺตเร วิทาลิตคตฺโต. อุสฺสาวพินฺทูว ปลิมฺปมาโนติ ติณคฺเค ลิมฺปมานอุสฺสาวพินฺทุสทิโส. อชฺช สุเวติ อชฺช วา สุเว วา อิมสฺส นาม ปุริสสฺส ชีวิตสฺส อุปโรโธ นิโรโธ, ตโต อุทฺธํ นปฺปวตฺตตีติ อตฺโถ.
๕๒๒. อุตฺตาสิตนฺติ อาวุตํ อาโรปิตํ. ปุจิมนฺทสฺส สูเลติ นิมฺพรุกฺขสฺส ทณฺเฑน กตสูเล. เกน วณฺเณนาติ เกน การเณน. ชีว, โภ, ชีวิตเมว เสยฺโยติ, โภ ปุริส, ชีว. กสฺมา? สูลํ อาโรปิตสฺสาปิ หิ เต อิธ ชีวิตเมว อิโต จุตสฺส ชีวิตโต สตภาเคน สหสฺสภาเคน เสยฺโย สุนฺทรตโรติ.
เอวํ เตน รญฺญา ปุจฺฉิโต โส เปโต อตฺตโน อธิปฺปายํ ปกาเสนฺโต –
๕๒๓. ‘‘สาโลหิโต เอส อโหสิ มยฺหํ, อหํ สรามิ ปุริมาย ชาติยา;
ทิสฺวา จ เม การุญฺญมโหสิ ราช, มา ปาปธมฺโม นิรยํ ปตายํ.
๕๒๔. ‘‘อิโต จุโต ลิจฺฉวิ เอส โปโส, สตฺถุสฺสทํ นิรยํ โฆรรูปํ;
อุปปชฺชติ ทุกฺกฏกมฺมการี, มหาภิตาปํ กฏุกํ ภยานกํ.
๕๒๕. ‘‘อเนกภาเคน คุเณน เสยฺโย, อยเมว สูโล นิรเยน เตน;
เอกนฺตทุกฺขํ กฏุกํ ภยานกํ, เอกนฺตติพฺพํ นิรยํ ปตายํ.
๕๒๖. ‘‘อิทญฺจ สุตฺวา วจนํ มเมโส, ทุกฺขูปนีโต วิชเหยฺย ปาณํ;
ตสฺมา อหํ สนฺติเก น ภณามิ, มา เมกโต ชีวิตสฺสูปโรโธ’’ติ. –
จตสฺโส คาถา อภาสิ.
๕๒๓. ตตฺถ สาโลหิโต สมานโลหิโต โยนิสมฺพนฺเธน สมฺพนฺโธ, ญาตโกติ อตฺโถ. ปุริมาย ชาติยาติ ปุริมตฺตภาเว. มา ปาปธมฺโม นิรยํ ปตายนฺติ อยํ ปาปธมฺโม ปุริโส นิรยํ มา ปติ, มา นิรยํ อุปปชฺชีติ อิมํ ทิสฺวา เม การุญฺญํ อโหสีติ โยชนา.
๕๒๔. สตฺตุสฺสทนฺติ ปาปการีหิ สตฺเตหิ อุสฺสนฺนํ, อถ วา ปญฺจวิธพนฺธนํ, มุเข ตตฺตโลหเสจนํ, องฺคารปพฺพตาโรปนํ, โลหกุมฺภิปกฺเขปนํ, อสิปตฺตวนปฺปเวสนํ, เวตฺตรณิยํ สโมตรณํ, มหานิรเย ปกฺเขโปติ. อิเมหิ สตฺตหิ ปญฺจวิธพนฺธนาทีหิ ทารุณการเณหิ อุสฺสนฺนํ, อุปรูปริ นิจิตนฺติ อตฺโถ. มหาภิตาปนฺติ มหาทุกฺขํ, มหาอคฺคิสนฺตาปํ วา. กฏุกนฺติ อนิฏฺฐํ. ภยานกนฺติ ภยชนกํ.
๕๒๕. อเนกภาเคน คุเณนาติ อเนกโกฏฺฐาเสน อานิสํเสน. อยเมว สูโล นิรเยน เตนาติ ตโต อิมสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานภูตโต นิรยโต อยเมว สูโล เสยฺโยติ. นิสฺสกฺเก หิ อิทํ กรณวจนํ. เอกนฺต ติพฺพนฺติ เอกนฺเตเนว ติขิณทุกฺขํ, นิยตมหาทุกฺขนฺติ อตฺโถ.
๕๒๖. อิทญฺจ สุตฺวา วจนํ มเมโสติ ‘‘อิโต จุโต’’ติอาทินา วุตฺตํ มม วจนํ สุตฺวา เอโส ปุริโส ทุกฺขูปนีโต มม วจเนน นิรยทุกฺขํ อุปนีโต วิย หุตฺวา. วิชเหยฺย ปาณนฺติ อตฺตโน ชีวิตํ ปริจฺจเชยฺย. ตสฺมาติ เตน การเณน. มา เมกโตติ ‘‘มยา เอกโต อิมสฺส ปุริสสฺส ชีวิตสฺส อุปโรโธ มา โหตู’’ติ อิมสฺส สนฺติเก อิทํ วจนํ อหํ น ภณามิ, อถ โข ‘‘ชีว, โภ, ชีวิตเมว เสยฺโย’’ติ อิทเมว ภณามีติ อธิปฺปาโย.
เอวํ เปเตน อตฺตโน อธิปฺปาเย ปกาสิเต ปุน ราชา เปตสฺส ปวตฺตึ ปุจฺฉิตุํ โอกาสํ กโรนฺโต อิมํ คาถมาห –
๕๒๗. ‘‘อญฺญาโต เอโส ปุริสสฺส อตฺโถ, อญฺญมฺปิ อิจฺฉามเส ปุจฺฉิตุํ ตุวํ;
โอกาสกมฺมํ สเจ โน กโรสิ, ปุจฺฉาม ตํ โน น จ กุชฺฌิตพฺพ’’นฺติ.
๕๒๘. ‘‘อทฺธา ปฏิญฺญา เม ตทา อหุ, นาจิกฺขณา อปฺปสนฺนสฺส โหติ;
อกามา สทฺเธยฺยวโจติ กตฺวา, ปุจฺฉสฺสุ มํ กามํ ยถา วิสยฺห’’นฺติ. –
อิมา รญฺโญ เปตสฺส จ วจนปฏิวจนคาถา.
๕๒๗. ตตฺถ อญฺญาโตติ อวคโต. อิจฺฉามเสติ อิจฺฉาม. โนติ อมฺหากํ. น จ กุชฺฌิตพฺพนฺติ ‘‘อิเม มนุสฺสา ยํกิญฺจิ ปุจฺฉนฺตี’’ติ โกโธ น กาตพฺโพ.
๕๒๘. อทฺธาติ เอกํเสน. ปฏิญฺญา เมติ ญาณวเสน มยฺหํ ‘‘ปุจฺฉสฺสู’’ติ ปฏิญฺญา, โอกาสทานนฺติ อตฺโถ. ตทา อหูติ ตสฺมึ กาเล ปฐมทสฺสเน อโหสิ. นาจิกฺขณา อปฺปสนฺนสฺส โหตีติ อกถนา อปฺปสนฺนสฺส โหติ. ปสนฺโน เอว หิ ปสนฺนสฺส กิญฺจิ กเถติ. ตฺวํ ปน ตทา มยิ อปฺปสนฺโน, อหญฺจ ตยิ, เตน ปฏิชานิตฺวา กเถตุกาโม นาโหสิ. อิทานิ ปนาหํ ตุยฺหํ อกามา สทฺเธยฺยวโจ อกาโม เอว สทฺธาตพฺพวจโน อิติ กตฺวา อิมินา การเณน. ปุจฺฉสฺสุ มํ กามํ ยถา วิสยฺหนฺติ ตฺวํ ยถา อิจฺฉสิ, ตมตฺถํ มํ ปุจฺฉสฺสุ. อหํ ปน ยถา วิสยฺหํ ยถา มยฺหํ สหิตุํ สกฺกา, ตถา อตฺตโน ญาณพลานุรูปํ กเถสฺสามีติ อธิปฺปาโย.
เอวํ เปเตน ปุจฺฉนาย โอกาเส กเต ราชา –
๕๒๙. ‘‘ยํ กิญฺจหํ จกฺขุนา ปสฺสิสามิ,
สพฺพมฺปิ ตาหํ อภิสทฺทเหยฺยํ;
ทิสฺวาว ตํ โนปิ เจ สทฺทเหยฺยํ,
กเรยฺยาสิ เม ยกฺข นิยสฺสกมฺม’’นฺติ. –
คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – อหํ ยํ กิญฺจิเทว จกฺขุนา ปสฺสิสฺสามิ, ตํ สพฺพมฺปิ ตเถว อหํ อภิสทฺทเหยฺยํ, ตํ ปน ทิสฺวาว ตํ วจนํ โนปิ เจ สทฺทเหยฺยํ. ยกฺข, มยฺหํ นิยสฺสกมฺมํ นิคฺคหกมฺมํ กเรยฺยาสีติ. อถ วา ยํ กิญฺจหํ จกฺขุนา ปสฺสิสฺสามีติ อหํ ยํ กิญฺจิเทว จกฺขุนา ปสฺสิสฺสามิ อจกฺขุโคจรสฺส อทสฺสนโต. สพฺพมฺปิ ตาหํ อภิสทฺทเหยฺยนฺติ สพฺพมฺปิ เต อหํ ทิฏฺฐํ สุตํ อญฺญํ วา อภิสทฺทเหยฺยํ. ตาทิโส หิ มยฺหํ ตยิ อภิปฺปสาโทติ อธิปฺปาโย. ปจฺฉิมปทสฺส ปน ยถาวุตฺโตว อตฺโถ.
ตํ สุตฺวา เปโต –
๕๓๐. ‘‘สจฺจปฺปฏิญฺญา ตว เมสา โหตุ, สุตฺวาน ธมฺมํ ลภ สุปฺปสาทํ;
อญฺญตฺถิโก โน จ ปทุฏฺฐจิตฺโต, ยํ เต สุตํ อสุตญฺจาปิ ธมฺมํ;
สพฺพมฺปิ อกฺขิสฺสํ ยถา ปชาน’’นฺติ. – คาถมาห; อิโต ปรํ –
๕๓๑. ‘‘เสเตน อสฺเสน อลงฺกเตน, อุปยาสิ สูลาวุตกสฺส สนฺติเก;
ยานํ อิทํ อพฺภุตํ ทสฺสเนยฺยํ, กิสฺเสตํ กมฺมสฺส อยํ วิปาโกติ.
๕๓๒. ‘‘เวสาลิยา นครสฺส มชฺเฌ, จิกฺขลฺลมคฺเค นรกํ อโหสิ;
โคสีสเมกาหํ ปสนฺนจิตฺโต, เสตํ คเหตฺวา นรกสฺมึ นิกฺขิปึ.
๕๓๓. ‘‘เอตสฺมึ ปาทานิ ปติฏฺฐเปตฺวา, มยญฺจ อญฺเญ จ อติกฺกมิมฺหา;
ยานํ อิทํ อพฺภุตํ ทสฺสเนยฺยํ, ตสฺเสว กมฺมสฺส อยํ วิปาโกติ.
๕๓๔. ‘‘วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสติ, คนฺโธ จ เต สพฺพทิสา ปวายติ;
ยกฺขิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว, นคฺโค จาสิ กิสฺส อยํ วิปาโกติ.
๕๓๕. ‘‘อกฺโกธโน นิจฺจปสนฺนจิตฺโต, สณฺหาหิ วาจาหิ ชนํ อุเปมิ;
ตสฺเสว กมฺมสฺส อยํ วิปาโก, ทิพฺโพ เม วณฺโณ สตตํ ปภาสติ.
๕๓๖. ‘‘ยสญฺจ กิตฺติญฺจ ธมฺเม ฐิตานํ, ทิสฺวาน มนฺเตมิ ปสนฺนจิตฺโต;
ตสฺเสว กมฺมสฺส อยํ วิปาโก, ทิพฺโพ เม คนฺโธ สตตํ ปวายติ.
๕๓๗. ‘‘สหายานํ ติตฺถสฺมึ นฺหายนฺตานํ, ถเล คเหตฺวา นิทหิสฺส ทุสฺสํ;
ขิฑฺฑตฺถิโก โน จ ปทุฏฺฐจิตฺโต, เตนมฺหิ นคฺโค กสิรา จ วุตฺตีติ.
๕๓๘. ‘‘โย กีฬมาโน ปกโรติ ปาปํ, ตสฺเสทิสํ กมฺมวิปากมาหุ;
อกีฬมาโน ปน โย กโรติ, กึ ตสฺส กมฺมสฺส วิปากมาหูติ.
๕๓๙. ‘‘เย ทุฏฺฐสงฺกปฺปมนา มนุสฺสา, กาเยน วาจาย จ สํกิลิฏฺฐา;
กายสฺส เภทา อภิสมฺปรายํ, อสํสยํ เต นิรยํ อุเปนฺติ.
๕๔๐. ‘‘อปเร ปน สุคติมาสมานา, ทาเน รตา สงฺคหิตตฺตภาวา;
กายสฺส เภทา อภิสมฺปรายํ, อสํสยํ เต สุคตึ อุเปนฺตี’’ติ. –
เตสํ อุภินฺนํ วจนปฏิวจนคาถา โหนฺติ.
๕๓๐. ตตฺถ สจฺจปฺปฏิญฺญา ตว เมสา โหตูติ ‘‘สพฺพมฺปิ ตาหํ อภิสทฺทเหยฺย’’นฺติ ตว เอสา ปฏิญฺญา มยฺหํ สจฺจํ โหตุ. สุตฺวาน ธมฺมํ ลภ สุปฺปสาทนฺติ มยา วุจฺจมานํ ธมฺมํ สุตฺวา สุนฺทรํ ปสาทํ ลภสฺสุ. อญฺญตฺถิโกติ อาชานนตฺถิโก. ยถา ปชานนฺติ ยถา อญฺโญปิ ปชานนฺโต, ‘‘ยถาปิ ญาต’’นฺติ วา มยา ยถา ญาตนฺติ อตฺโถ.
๕๓๑. กิสฺเสตํ กมฺมสฺส อยํ วิปาโกติ กิสฺเสตํ กิสฺส นาม เอตํ, กิสฺส กมฺมสฺส อยํ วิปาโก. เอตนฺติ วา นิปาตมตฺตํ, กิสฺส กมฺมสฺสาติ โยชนา. ‘‘กิสฺส เต’’ติ จ เกจิ ปฐนฺติ.
๕๓๒-๓๓. จิกฺขลฺลมคฺเคติ จิกฺขลฺลวติ ปถมฺหิ. นรกนฺติ อาวาฏํ. เอกาหนฺติ เอกํ อหํ. นรกสฺมึ นิกฺขิปินฺติ ยถา กทฺทโม น อกฺกมียติ, เอวํ ตสฺมึ จิกฺขลฺลาวาเฏ ฐเปสึ. ตสฺสาติ ตสฺส โคสีเสน เสตุกรณสฺส.
๕๓๖-๗. ธมฺเม ฐิตานนฺติ ธมฺมจารีนํ สมจารีนํ. มนฺเตมีติ กเถมิ กิตฺตยามิ. ขิฑฺฑตฺถิโกติ หสาธิปฺปาโย. โน จ ปทุฏฺฐจิตฺโตติ ทุสฺสสามิเก น ทูสิตจิตฺโต, น อวหรณาธิปฺปาโย นาปิ วินาสาธิปฺปาโยติ อตฺโถ.
๕๓๘. อกีฬมาโนติ อขิฑฺฑาธิปฺปาโย, โลภาทีหิ ทูสิตจิตฺโต. กึ ตสฺส กมฺมสฺส วิปากมาหูติ ตสฺส ตถา กตสฺส ปาปกมฺมสฺส กีว กฏุกํ ทุกฺขวิปากํ ปณฺฑิตา อาหุ.
๕๓๙-๔๐. ทุฏฺฐสงฺกปฺปมนาติ กามสงฺกปฺปาทิวเสน ทูสิตมโนวิตกฺกา, เอเตน มโนทุจฺจริตมาห. กาเยน วาจาย จ สํกิลิฏฺฐาติ ปาณาติปาตาทิวเสน กายวาจาหิ มลินา. อาสมานาติ อาสีสมานา ปตฺถยมานา.
เอวํ เปเตน สงฺเขเปเนว กมฺมผเลสุ วิภชิตฺวา ทสฺสิเตสุ ตํ อสทฺทหนฺโต ราชา –
๕๔๑. ‘‘ตํ กินฺติ ชาเนยฺยมหํ อเวจฺจ, กลฺยาณปาปสฺส อยํ วิปาโก;
กึ วาหํ ทิสฺวา อภิสทฺทเหยฺยํ, โก วาปิ มํ สทฺทหาเปยฺย เอต’’นฺติ. –
คาถมาห. ตตฺถ ตํ กินฺติ ชาเนยฺยมหํ อเวจฺจาติ โยยํ ตยา ‘‘เย ทุฏฺฐสงฺกปฺปมนา มนุสฺสา, กาเยน วาจาย จ สํกิลิฏฺฐา’’ติอาทินา. ‘‘อปเร ปน สุคติมาสมานา’’ติอาทินา จ กลฺยาณสฺส ปาปสฺส จ กมฺมสฺส วิปาโก วิภชิตฺวา วุตฺโต, ตํ กินฺติ เกน การเณน อหํ อเวจฺจ อปรปจฺจยภาเวน สทฺทเหยฺยํ. กึ วาหํ ทิสฺวา อภิสทฺทเหยฺยนฺติ กีทิสํ วา ปนาหํ ปจฺจกฺขภูตํ นิทสฺสนํ ทิสฺวา ปฏิสทฺทเหยฺยํ. โก วาปิ มํ สทฺทหาเปยฺย เอตนฺติ โก วา วิญฺญู ปุริโส ปณฺฑิโต เอตมตฺถํ มํ สทฺทหาเปยฺย, ตํ กเถหีติ อตฺโถ.
ตํ สุตฺวา เปโต การเณน ตมตฺถํ ตสฺส ปกาเสนฺโต –
๕๔๒. ‘‘ทิสฺวา จ สุตฺวา อภิสทฺทหสฺสุ, กลฺยาณปาปสฺส อยํ วิปาโก;
กลฺยาณปาเป อุภเย อสนฺเต, สิยา นุ สตฺตา สุคตา ทุคฺคตา วา.
๕๔๓. ‘‘โน เจตฺถ กมฺมานิ กเรยฺยุํ มจฺจา, กลฺยาณปาปานิ มนุสฺสโลเก;
นาเหสุํ สตฺตา สุคตา ทุคฺคตา วา, หีนา ปณีตา จ มนุสฺสโลเก.
๕๔๔. ‘‘ยสฺมา จ กมฺมานิ กโรนฺติ มจฺจา, กลฺยาณปาปานิ มนุสฺสโลเก;
ตสฺมา หิ สตฺตา สุคตา ทุคฺคตา วา, หีนา ปณีตา จ มนุสฺสโลเก.
๕๔๕. ‘‘ทฺวยชฺช กมฺมานํ วิปากมาหุ, สุขสฺส ทุกฺขสฺส จ เวทนียํ;
ตา เทวตาโย ปริจารยนฺติ, ปจฺเจนฺติ พาลา ทฺวยตํ อปสฺสิโน’’ติ. –
คาถา อภาสิ.
๕๔๒. ตตฺถ ทิสฺวา จาติ ปจฺจกฺขโต ทิสฺวาปิ. สุตฺวาติ ธมฺมํ สุตฺวา ตทนุสาเรน นยํ เนนฺโต อนุมินนฺโต. กลฺยาณปาปสฺสาติ กุสลสฺส อกุสลสฺส จ กมฺมสฺส อยํ สุโข อยํ ทุกฺโข จ วิปาโกติ อภิสทฺทหสฺสุ. อุภเย อสนฺเตติ กลฺยาเณ ปาเป จาติ ทุวิเธ กมฺเม อวิชฺชมาเน. สิยา นุ สตฺตา สุคตา ทุคฺคตา วาติ ‘‘อิเม สตฺตา สุคตึ คตา ทุคฺคตึ คตา วา, สุคติยํ วา อฑฺฒา ทุคฺคติยํ ทลิทฺทา วา’’ติ อยมตฺโถ กึ นุ สิยา กถํ สมฺภเวยฺยาติ อตฺโถ.
๕๔๓-๔. อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ ‘‘โน เจตฺถ กมฺมานี’’ติ จ ‘‘ยสฺมา จ กมฺมานี’’ติ จ คาถาทฺวเยน พฺยติเรกโต อนฺวยโต จ วิภาเวติ. ตตฺถ หีนา ปณีตาติ กุลรูปาโรคฺยปริวาราทีหิ หีนา อุฬารา จ.
๕๔๕. ทฺวยชฺช กมฺมานํ วิปากมาหูติ ทฺวยํ ทุวิธํ อชฺช อิทานิ กมฺมานํ สุจริตทุจฺจริตานํ วิปากํ วทนฺติ กเถนฺติ. กึ ตนฺติ อาห ‘‘สุขสฺส ทุกฺขสฺส จ เวทนีย’’นฺติ, อิฏฺฐสฺส จ อนิฏฺฐสฺส จ อนุภวนโยคฺคํ. ตา เทวตาโย ปริจารยนฺตีติ เย อุกฺกํสวเสน สุขเวทนียํ วิปากํ ปฏิลภนฺติ, เต เทวโลเก ตา เทวตา หุตฺวา ทิพฺพสุขสมปฺปิตา อินฺทฺริยานิ ปริจาเรนฺติ. ปจฺเจนฺติ พาลา ทฺวยตํ อปสฺสิโนติ เย พาลา กมฺมญฺจ กมฺมผลญฺจาติ ทฺวยํ อปสฺสนฺตา อสทฺทหนฺตา, เต ปาปปฺปสุตา ทุกฺขเวทนียํ วิปากํ อนุภวนฺตา นิรยาทีสุ กมฺมุนา ปจฺเจนฺติ ทุกฺขํ ปาปุณนฺติ.
เอวํ กมฺมผลํ สทฺทหนฺโต ปน ตฺวํ กสฺมา เอวรูปํ ทุกฺขํ ปจฺจนุภวสีติ อนุโยคํ สนฺธาย –
๕๔๖. ‘‘น มตฺถิ กมฺมานิ สยํกตานิ, ทตฺวาปิ เม นตฺถิ โย อาทิเสยฺย;
อจฺฉาทนํ สยนมถนฺนปานํ, เตนมฺหิ นคฺโค กสิรา จ วุตฺตี’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ น มตฺถิ กมฺมานิ สยํกตานีติ ยสฺมา สยํ อตฺตนา ปุพฺเพ กตานิ ปุญฺญกมฺมานิ มม นตฺถิ น วิชฺชนฺติ, เยหิ อิทานิ อจฺฉาทนาทีนิ ลเภยฺยํ. ทตฺวาปิ เม นตฺถิ โย อาทิเสยฺยาติ โย สมณพฺราหฺมณานํ ทานํ ทตฺวา ‘‘อสุกสฺส เปตสฺส โหตู’’ติ เม อาทิเสยฺย อุทฺทิเสยฺย, โส นตฺถิ. เตนมฺหิ นคฺโค กสิรา จ วุตฺตีติ เตน ทุวิเธนาปิ การเณน อิทานิ นคฺโค นิจฺโจโฬ อมฺหิ, กสิรา ทุกฺขา จ วุตฺติ ชีวิกา โหตีติ.
ตํ สุตฺวา ราชา ตสฺส อจฺฉาทนาทิลาภํ อากงฺขนฺโต –
๕๔๗. ‘‘สิยา นุ โข การณํ กิญฺจิ ยกฺข, อจฺฉาทนํ เยน ตุวํ ลเภถ;
อาจิกฺข เม ตฺวํ ยทตฺถิ เหตุ, สทฺธายิกํ เหตุวโจ สุโณมา’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ เยนาติ เยน การเณน ตฺวํ อจฺฉาทนํ ลเภถ ลเภยฺยาสิ, กิญฺจิ ตํ การณํ สิยา นุ โข ภเวยฺย นุ โขติ อตฺโถ. ยทตฺถีติ ยทิ อตฺถิ.
อถสฺส เปโต ตํ การณํ อาจิกฺขนฺโต –
๕๔๘. ‘‘กปฺปิตโก นาม อิธตฺถิ ภิกฺขุ, ฌายี สุสีโล อรหา วิมุตฺโต;
คุตฺตินฺทฺริโย สํวุตปาติโมกฺโข, สีติภูโต อุตฺตมทิฏฺฐิปตฺโต.
๕๔๙. ‘‘สขิโล วทญฺญู สุวโจ สุมุโข, สฺวาคโม สุปฺปฏิมุตฺตโก จ;
ปุญฺญสฺส เขตฺตํ อรณวิหารี, เทวมนุสฺสานญฺจ ทกฺขิเณยฺโย.
๕๕๐. ‘‘สนฺโต วิธูโม อนีโฆ นิราโส, มุตฺโต วิสลฺโล อมโม อวงฺโก;
นิรูปธี สพฺพปปญฺจขีโณ, ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺโต ชุติมา.
๕๕๑. ‘‘อปฺปญฺญาโต ทิสฺวาปิ น จ สุชาโน, มุนีติ นํ วชฺชิสุ โวหรนฺติ;
ชานนฺติ ตํ ยกฺขภูตา อเนชํ, กลฺยาณธมฺมํ วิจรนฺตํ โลเก.
๕๕๒. ‘‘ตสฺส ตุวํ เอกยุคํ ทุเว วา, มมุทฺทิสิตฺวาน สเจ ทเทถ;
ปฏิคฺคหีตานิ จ ตานิ อสฺสุ, มมญฺจ ปสฺเสถ สนฺนทฺธทุสฺส’’นฺติ. –
คาถา อภาสิ.
๕๔๘. ตตฺถ กปฺปิตโต นามาติ ชฏิลสหสฺสสฺส อพฺภนฺตเร อายสฺมโต อุปาลิตฺเถรสฺส อุปชฺฌายํ สนฺธาย วทติ. อิธาติ อิมิสฺสา เวสาลิยา สมีเป. ฌายีติ อคฺคผลฌาเนน ฌายี. สีติภูโตติ สพฺพกิเลสทรถปริฬาหวูปสเมน สีติภาวปฺปตฺโต. อุตฺตมทิฏฺฐิปตฺโตติ อุตฺตมํ อคฺคผลํ สมฺมาทิฏฺฐึ ปตฺโต.
๕๔๙. สขิโลติ มุทุ. สุวโจติ สุพฺพโจ. สฺวาคโมติ สุฏฺฐุ อาคตาคโม. สุปฺปฏิมุตฺตโกติ สุฏฺฐุ ปฏิมุตฺตกวาโจ, มุตฺตภาณีติ อตฺโถ. อรณวิหารีติ เมตฺตาวิหารี.
๕๕๐. สนฺโตติ อุปสนฺตกิเลโส. วิธูโมติ วิคตมิจฺฉาวิตกฺกธูโม. อนีโฆติ นิทฺทุกฺโข. นิราโสติ นิตฺตโณฺห. มุตฺโตติ สพฺพภเวหิ วิมุตฺโต. วิสลฺโลติ วีตราคาทิสลฺโล. อมโมติ มมํการวิรหิโต. อวงฺโกติ กายวงฺกาทิวงฺกวิรหิโต. นิรูปธีติ กิเลสาภิสงฺขาราทิอุปธิปฺปหายี. สพฺพปปญฺจขีโณติ ปริกฺขีณตณฺหาทิปปญฺโจ. ชุติมาติ อนุตฺตราย ญาณชุติยา ชุติมา. อปฺปญฺญาโตติ ปรมปฺปิจฺฉตาย ปฏิจฺฉนฺนคุณตาย จ น ปากโฏ.
๕๕๑. ทิสฺวาปิ น จ สุชาโนติ คมฺภีรภาเวน ทิสฺวาปิ ‘‘เอวํสีโล, เอวํธมฺโม, เอวํปญฺโญ’’ติ น สุวิญฺเญยฺโย. ชานนฺติ ตํ ยกฺขภูตา อเนชนฺติ ยกฺขภูตา จ อเนชํ นิตฺตณฺหํ ‘‘อรหา’’ติ ตํ ชานนฺติ. กลฺยาณธมฺมนฺติ สุนฺทรสีลาทิคุณํ.
๕๕๒. ตสฺสาติ ตสฺส กปฺปิตกมหาเถรสฺส. เอกยุคนฺติ เอกํ วตฺถยุคํ. ทุเว วาติ เทฺว วา วตฺถยุคานิ. มมุทฺทิสิตฺวานาติ มมํ อุทฺทิสิตฺวา. ปฏิคฺคหีตานิจ ตานิ อสฺสูติ ตานิ วตฺถยุคานิ เตน ปฏิคฺคหิตานิ จ อสฺสุ ภเวยฺยุํ. สนฺนทฺธทุสฺสนฺติ ทุสฺเสน กตสนฺนาหํ, ลทฺธวตฺถํ นิวตฺถปารุตทุสฺสนฺติ อตฺโถ.
ตโต ราชา –
๕๕๓. ‘‘กสฺมึ ปเทเส สมณํ วสนฺตํ, คนฺตฺวาน ปสฺเสมุ มยํ อิทานิ;
โย มชฺช กงฺขํ วิจิกิจฺฉิตญฺจ, ทิฏฺฐีวิสูกานิ วิโนทเยยฺยา’’ติ. –
เถรสฺส วสนฏฺฐานํ ปุจฺฉิ. ตตฺถ กสฺมึ ปเทเสติ กตรสฺมึ ปเทเส. โย มชฺชาติ โย อชฺช, ม-กาโร ปทสนฺธิกโร.
ตโต เปโต –
๕๕๔. ‘‘เอโส นิสินฺโน กปินจฺจนายํ, ปริวาริโต เทวตาหิ พหูหิ;
ธมฺมึ กถํ ภาสติ สจฺจนาโม, สกสฺมิมาเจรเก อปฺปมตฺโต’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ กปินจฺจนายนฺติ กปีนํ วานรานํ นจฺจเนน ‘‘กปินจฺจนา’’ติ ลทฺธโวหาเร ปเทเส. สจฺจนาโมติ ฌายี สุสีโล อรหา วิมุตฺโตติอาทีหิ คุณนาเมหิ ยาถาวนาโม อวิปรีตนาโม.
เอวํ เปเตน วุตฺเต ราชา ตาวเทว เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตุกาโม –
๕๕๕. ‘‘ตถาหํ กสฺสามิ คนฺตฺวา อิทานิ, อจฺฉาทยิสฺสํ สมณํ ยุเคน;
ปฏิคฺคหีตานิ จ ตานิ อสฺสุ, ตุวญฺจ ปสฺเสมุ สนฺนทฺธทุสฺส’’นฺติ. –
คาถมาห. ตตฺถ กสฺสามีติ กริสฺสามิ.
อถ เปโต ‘‘เทวตานํ เถโร ธมฺมํ เทเสติ, ตสฺมา นายํ อุปสงฺกมนกาโล’’ติ ทสฺเสนฺโต –
๕๕๖. ‘‘มา อกฺขเณ ปพฺพชิตํ อุปาคมิ, สาธุ โว ลิจฺฉวิ เนส ธมฺโม;
ตโต จ กาเล อุปสงฺกมิตฺวา, ตตฺเถว ปสฺสาหิ รโห นิสินฺน’’นฺติ. –
คาถมาห. ตตฺถ สาธูติ อายาจเน นิปาโต. โว ลิจฺฉวิ เนส ธมฺโมติ, ลิจฺฉวิราช, ตุมฺหากํ ราชูนํ เอส ธมฺโม น โหติ, ยํ อกาเล อุปสงฺกมนํ. ตตฺเถวาติ ตสฺมึเยว ฐาเน.
เอวํ เปเตน วุตฺเต ราชา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อตฺตโน นิเวสนเมว คนฺตฺวา ปุน ยุตฺตปตฺตกาเล อฏฺฐ วตฺถุยุคานิ คาหาเปตฺวา เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘อิมานิ, ภนฺเต, อฏฺฐ วตฺถยุคานิ ปฏิคฺคณฺหา’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา เถโร กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ ‘‘มหาราช, ปุพฺเพ ตฺวํ อทานสีโล สมณพฺราหฺมณานํ วิเหฐนชาติโกว กถํ ปณีตานิ วตฺถานิ ทาตุกาโม ชาโต’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา ราชา ตสฺส การณํ อาจิกฺขนฺโต เปเตน สมาคมํ, เตน จ อตฺตนา จ กถิตํ สพฺพํ เถรสฺส อาโรเจตฺวา วตฺถานิ ทตฺวา เปตสฺส อุทฺทิสิ. เตน เปโต ทิพฺพวตฺถธโร อลงฺกตปฏิยตฺโต อสฺสารุโฬฺห เถรสฺส จ รญฺโญ จ ปุรโต ปาตุภวิ. ตํ ทิสฺวา ราชา อตฺตมโน ปมุทิโต ปีติโสมนสฺสชาโต ‘‘ปจฺจกฺขโต วต มยา กมฺมผลํ ทิฏฺฐํ, น ทานาหํ ปาปํ กริสฺสามิ, ปุญฺญเมว กริสฺสามี’’ติ วตฺวา เตน เปเตน สกฺขึ อกาสิ. โส จ เปโต ‘‘สเจ, ตฺวํ ลิจฺฉวิราช, อิโต ปฏฺฐาย อธมฺมํ ปหาย ธมฺมํ จรสิ, เอวาหํ ตว สกฺขึ กริสฺสามิ, สนฺติกญฺจ เต อาคมิสฺสามิ, สูลาวุตญฺจ ปุริสํ สีฆํ สูลโต โมเจหิ, เอวํ โส ชีวิตํ ลภิตฺวา ธมฺมํ จรนฺโต ทุกฺขโต มุจฺจิสฺสติ, เถรญฺจ กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต ปุญฺญานิ กโรหี’’ติ วตฺวา คโต.
อถ ราชา เถรํ วนฺทิตฺวา นครํ ปวิสิตฺวา สีฆํ สีฆํ ลิจฺฉวิปริสํ สนฺนิปาเตตฺวา เต อนุชานาเปตฺวา ตํ ปุริสํ สูลโต โมเจตฺวา ‘‘อิมํ อโรคํ กโรถา’’ติ ติกิจฺฉเก อาณาเปสิ. เถรญฺจ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘สิยา นุ โข, ภนฺเต, นิรยคามิกมฺมํ กตฺวา ฐิตสฺส นิรยโต มุตฺตี’’ติ. สิยา, มหาราช, สเจ อุฬารํ ปุญฺญํ กโรติ, มุจฺจตีติ วตฺวา เถโร ราชานํ สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐาเปสิ. โส ตตฺถ ปติฏฺฐิโต เถรสฺส โอวาเท ฐตฺวา โสตาปนฺโน อโหสิ, สูลาวุโต ปน ปุริโส อโรโค หุตฺวา สํเวคชาโต ภิกฺขูสุ ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตมตฺถํ ทสฺเสนฺตา สงฺคีติการา –
๕๕๗. ‘‘ตถาติ วตฺวา อคมาสิ ตตฺถ, ปริวาริโต ทาสคเณน ลิจฺฉวิ;
โส ตํ นครํ อุปสงฺกมิตฺวา, วาสูปคจฺฉิตฺถ สเก นิเวสเน.
๕๕๘. ‘‘ตโต จ กาเล คิหิกิจฺจานิ กตฺวา,
นฺหตฺวา ปิวิตฺวา จ ขณํ ลภิตฺวา;