๙. องฺกุรเปตวตฺถุวณฺณนา
ยสฺส อตฺถาย คจฺฉามาติ อิทํ สตฺถา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต องฺกุรเปตํ อารพฺภ กเถสิ. กามญฺเจตฺถ องฺกุโร เปโต น โหติ, ตสฺส ปน จริตํ ยสฺมา เปตสมฺพนฺธํ, ตสฺมา ตํ ‘‘องฺกุรเปตวตฺถู’’ติ วุตฺตํ.
ตตฺรายํ สงฺเขปกถา – เย เต อุตฺตรมธุราธิปติโน รญฺโญ มหาสาครสฺส ปุตฺตํ อุปสาครํ ปฏิจฺจ อุตฺตราปเถ กํสโภเค อสิตญฺชนนคเร มหากํสสฺส ธีตุยา เทวคพฺภาย กุจฺฉิยํ อุปฺปนฺนา อญฺชนเทวี วาสุเทโว พลเทโว จนฺทเทโว สูริยเทโว อคฺคิเทโว วรุณเทโว อชฺชุโน ปชฺชุโน ฆฏปณฺฑิโต องฺกุโร จาติ วาสุเทวาทโย ทส ภาติกาติ เอกาทส ขตฺติยา อเหสุํ, เตสุ วาสุเทวาทโย ภาตโร อสิตญฺชนนครํ อาทึ กตฺวา ทฺวารวตีปริโยสาเนสุ สกลชมฺพุทีเป เตสฏฺฐิยา นครสหสฺเสสุ สพฺเพ ราชาโน จกฺเกน ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา ทฺวารวติยํ วสมานา รชฺชํ ทส โกฏฺฐาเส กตฺวา วิภชึสุ. ภคินึ ปน อญฺชนเทวึ น สรึสุ. ปุน สริตฺวา ‘‘เอกาทส โกฏฺฐาเส กโรมา’’ติ วุตฺเต เตสํ สพฺพกนิฏฺโฐ องฺกุโร ‘‘มม โกฏฺฐาสํ ตสฺสา เทถ, อหํ โวหารํ กตฺวา ชีวิสฺสามิ, ตุเมฺห อตฺตโน อตฺตโน ชนปเทสุ สุงฺกํ มยฺหํ วิสฺสชฺเชถา’’ติ อาห. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตสฺส โกฏฺฐายํ ภคินิยา ทตฺวา นว ราชาโน ทฺวารวติยํ วสึสุ.
องฺกุโร ปน วณิชฺชํ กโรนฺโต นิจฺจกาลํ มหาทานํ เทติ. ตสฺส ปเนโก ทาโส ภณฺฑาคาริโก อตฺถกาโม อโหสิ. องฺกุโร ปสนฺนมานโส ตสฺส เอกํ กุลธีตรํ คเหตฺวา อทาสิ. โส ปุตฺเต คพฺภคเตเยว กาลมกาสิ. องฺกุโร ตสฺมึ ชาเต ตสฺส ปิตุโน ทินฺนํ ภตฺตเวตนํ ตสฺส อทาสิ. อถ ตสฺมึ ทารเก วยปฺปตฺเต ‘‘ทาโส น ทาโส’’ติ ราชกุเล วินิจฺฉโย อุปฺปชฺชิ. ตํ สุตฺวา อญฺชนเทวี เธนูปมํ วตฺวา ‘‘มาตุ ภุชิสฺสาย ปุตฺโตปิ ภุชิสฺโส เอวา’’ติ ทาสพฺยโต โมเจสิ.
ทารโก ปน ลชฺชาย ตตฺถ วสิตุํ อวิสหนฺโต โรรุวนครํ คนฺตฺวา ตตฺถ อญฺญตรสฺส ตุนฺนวายสฺส ธีตรํ คเหตฺวา ตุนฺนวายสิปฺเปน ชีวิกํ กปฺเปสิ. เตน สมเยน โรรุวนคเร อสยฺหมหาเสฏฺฐิ นาม อโหสิ. โส สมณพฺราหฺมณกปณทฺธิกวนิพฺพกยาจกานํ มหาทานํ เทติ. โส ตุนฺนวาโย เสฏฺฐิโน ฆรํ อชานนฺตานํ ปีติโสมนสฺสชาโต หุตฺวา อสยฺหเสฏฺฐิโน นิเวสนํ ทกฺขิณพาหุํ ปสาเรตฺวา ทสฺเสสิ ‘‘เอตฺถ คนฺตฺวา ลทฺธพฺพํ ลภนฺตู’’ติ. ตสฺส กมฺมํ ปาฬิยํเยว อาคตํ.
โส อปเรน สมเยน กาลํ กตฺวา มรุภูมิยํ อญฺญตรสฺมึ นิโคฺรธรุกฺเข ภุมฺมเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ตสฺส ทกฺขิณหตฺโถ สพฺพกามทโท อโหสิ. ตสฺมึเยว จ โรรุเว อญฺญตโร ปุริโส อสยฺหเสฏฺฐิโน ทาเน พฺยาวโฏ อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโน มิจฺฉาทิฏฺฐิโก ปุญฺญกิริยาย อนาทโร กาลํ กตฺวา ตสฺส เทวปุตฺตสฺส วสนฏฺฐานสฺส อวิทูเร เปโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. เตน จ กตกมฺมํ ปาฬิยํเยว อาคตํ. อสยฺหมหาเสฏฺฐิ ปน กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน สกฺกสฺส เทวรญฺโญ สหพฺยตํ อุปคโต.
อถ อปเรน สมเยน องฺกุโร ปญฺจหิ สกฏสเตหิ, อญฺญตโร จ พฺราหฺมโณ ปญฺจหิ สกฏสเตหีติ เทฺวปิ ชนา สกฏสหสฺเสน ภณฺฑํ อาทาย มรุกนฺตารมคฺคํ ปฏิปนฺนา มคฺคมูฬฺหา หุตฺวา พหุํ ทิวสํ ตตฺเถว วิจรนฺตา ปริกฺขีณติโณทกาหารา อเหสุํ. องฺกุโร อสฺสทูเตหิ จตูสุ ทิสาสุ ปานิยํ มคฺคาเปสิ. อถ โส กามททหตฺโถ ยกฺโข ตํ เตสํ พฺยสนปฺปตฺตึ ทิสฺวา องฺกุเรน ปุพฺเพ อตฺตโน กตํ อุปการํ จินฺเตตฺวา ‘‘หนฺท ทานิ อิมสฺส มยา อวสฺสเยน ภวิตพฺพ’’นฺติ อตฺตโน วสนวฏรุกฺขํ ทสฺเสสิ. โส กิร วฏรุกฺโข สาขาวิฏปสมฺปนฺโน ฆนปลาโส สนฺทจฺฉาโย อเนกสหสฺสปาโรโห อายาเมน วิตฺถาเรน อุพฺเพเธน จ โยชนปริมาโณ อโหสิ. ตํ ทิสฺวา องฺกุโร หฏฺฐตุฏฺโฐ ตสฺส เหฏฺฐา ขนฺธาวารํ พนฺธาเปสิ. ยกฺโข อตฺตโน ทกฺขิณหตฺถํ ปสาเรตฺวา ปฐมํ ตาว ปานีเยน สพฺพํ ชนํ สนฺตปฺเปสิ. ตโต โย โย ยํ ยํ อิจฺฉติ, ตสฺส ตสฺส ตํ ตํ อทาสิ.
เอวํ ตสฺมึ มหาชเน นานาวิเธน อนฺนปานาทินา ยถากามํ สนฺตปฺปิเต ปจฺฉา วูปสนฺเต มคฺคปริสฺสเม โส พฺราหฺมณวาณิโช อโยนิโส มนสิกโรนฺโต เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘ธนลาภาย อิโต กมฺโพชํ คนฺตฺวา มยํ กึ กริสฺสาม, อิมเมว ปน ยกฺขํ เยน เกนจิ อุปาเยน คเหตฺวา ยานํ อาโรเปตฺวา อมฺหากํ นครเมว คมิสฺสามา’’ติ. เอวํ จินฺเตตฺวา ตมตฺถํ องฺกุรสฺส กเถนฺโต –
๒๕๗. ‘‘ยสฺส อตฺถาย คจฺฉาม, กมฺโพชํ ธนหารกา;
อยํ กามทโท ยกฺโข, อิมํ ยกฺขํ นยามเส.
๒๕๘. ‘‘อิมํ ยกฺขํ คเหตฺวาน, สาธุเกน ปสยฺห วา;
ยานํ อาโรปยิตฺวาน, ขิปฺปํ คจฺฉาม ทฺวารก’’นฺติ. –
คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ ยสฺส อตฺถายาติ ยสฺส การณา. กมฺโพชนฺติ กมฺโพชรฏฺฐํ. ธนหารกาติ ภณฺฑวิกฺกเยน ลทฺธธนหาริโน. กามทโทติ อิจฺฉิติจฺฉิตทายโก. ยกฺโขติ เทวปุตฺโต. นยามเสติ นยิสฺสาม. สาธุเกนาติ ยาจเนน. ปสยฺหาติ อภิภวิตฺวา พลกฺกาเรน, ยานนฺติ สุขยานํ. ทฺวารกนฺติ ทฺวารวตีนครํ. อยํ เหตฺถาธิปฺปาโย – ยทตฺถํ มยํ อิโต กมฺโพชํ คนฺตุกามา, เตน คมเนน สาเธตพฺโพ อตฺโถ อิเธว สิชฺฌติ. อยญฺหิ ยกฺโข กามทโท, ตสฺมา อิมํ ยกฺขํ ยาจิตฺวา ตสฺส อนุมติยา วา, สเจ สญฺญตฺตึ น คจฺฉติ, พลกฺกาเรน วา ยานํ อาโรเปตฺวา ยาเน ปจฺฉาพาหํ พนฺธิตฺวา ตํ คเหตฺวา อิโตเยว ขิปฺปํ ทฺวารวตีนครํ คจฺฉามาติ.
เอวํ ปน พฺราหฺมเณน วุตฺโต องฺกุโร สปฺปุริสธมฺเม ฐตฺวา ตสฺส วจนํ ปฏิกฺขิปนฺโต –
๒๕๙. ‘‘ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย, นิสีเทยฺย สเยยฺย วา;
น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย, มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ น ภญฺเชยฺยาติ น ฉินฺเทยฺย. มิตฺตทุพฺโภติ มิตฺเตสุ ทุพฺภนํ เตสํ อนตฺถุปฺปาทนํ. ปาปโกติ อภทฺทโก มิตฺตทุพฺโภ. โย หิ สีตจฺฉาโย รุกฺโข ฆมฺมาภิตตฺตสฺส ปุริสสฺส ปริสฺสมวิโนทโก, ตสฺสาปิ นาม ปาปกํ น จินฺเตตพฺพํ, กิมงฺกํ ปน สตฺตภูเตสุ. อยํ เทวปุตฺโต สปฺปุริโส ปุพฺพการี อมฺหากํ ทุกฺขปนูทโก พหูปกาโร, น ตสฺส กิญฺจิ อนตฺถํ จินฺเตตพฺพํ, อญฺญทตฺถุ โส ปูเชตพฺโพ เอวาติ ทสฺเสติ.
ตํ สุตฺวา พฺราหฺมณา ‘‘อตฺถสฺส มูลํ นิกติวินโย’’ติ นีติมคฺคํ นิสฺสาย องฺกุรสฺส ปฏิโลมปกฺเข ฐตฺวา –
๒๖๐. ‘‘ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย, นิสีเทยฺย สเยยฺย วา;
ขนฺธมฺปิ ตสฺส ฉินฺเทยฺย, อตฺโถ เจ ตาทิโส สิยา’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ อตฺโถ เจ ตาทิโส สิยาติ ตาทิเสน ทพฺพสมฺภาเรน สเจ อตฺโถ ภเวยฺย, ตสฺส รุกฺขสฺส ขนฺธมฺปิ ฉินฺเทยฺย, กิมงฺคํ ปน สาขาทโยติ อธิปฺปาโย.
เอวํ พฺราหฺมเณน วุตฺเต องฺกุโร สปฺปุริสธมฺมํเยว ปคฺคณฺหนฺโต –
๒๖๑. ‘‘ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย, นิสีเทยฺย สเยยฺย วา;
น ตสฺส ปตฺตํ ภินฺเทยฺย, มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก’’ติ. –
อิมํ คาถมาห. ตตฺถ น ตสฺส ปตฺตํ ภินฺเทยฺยาติ ตสฺส รุกฺขสฺส เอกปณฺณมตฺตมฺปิ น ปาเตยฺย, ปเคว สาขาทิเกติ อธิปฺปาโย.
ปุนปิ พฺราหฺมโณ อตฺตโน วาทํ ปคฺคณฺหนฺโต –
๒๖๒. ‘‘ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย, นิสีเทยฺย สเยยฺย วา;
สมูลมฺปิ ตํ อพฺพุเห, อตฺโถ เจ ตาทิโส สิยา’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ สมูลมฺปิ ตํ อพฺพุเหติ ตํ ตตฺถ สมูลมฺปิ สห มูเลนปิ อพฺพุเหยฺย, อุทฺธเรยฺยาติ อตฺโถ.
เอวํ พฺราหฺมเณน วุตฺเต ปุน องฺกุโร ตํ นีตึ นิรตฺถกํ กาตุกาโม –
๒๖๓. ‘‘ยสฺเสกรตฺติมฺปิ ฆเร วเสยฺย, ยตฺถนฺนปานํ ปุริโส ลเภถ;
น ตสฺส ปาปํ มนสาปิ จินฺตเย, กตญฺญุตา สปฺปุริเสหิ วณฺณิตา.
๒๖๔. ‘‘ยสฺเสกรตฺติมฺปิ ฆเร วเสยฺย, อนฺเนน ปาเนน อุปฏฺฐิโต สิยา;
น ตสฺส ปาปํ มนสาปิ จินฺตเย, อทุพฺภปาณี ทหเต มิตฺตทุพฺภึ.
๒๖๕. ‘‘โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ, ปจฺฉา ปาเปน หึสติ;
อลฺลปาณิหโต โปโส, น โส ภทฺรานิ ปสฺสตี’’ติ. –
อิมา ติสฺโส คาถา อภาสิ.
๒๖๓. ตตฺถ ยสฺสาติ ยสฺส ปุคฺคลสฺส. เอกรตฺติมฺปีติ เอกรตฺติมตฺตมฺปิ เกวลํ เคเห วเสยฺย. ยตฺถนฺนปานํ ปุริโส ลเภถาติ ยสฺส สนฺติเก โกจิ ปุริโส อนฺนปานํ วา ยํกิญฺจิ โภชนํ วา ลเภยฺย. น ตสฺส ปาปํ มนสาปิ จินฺตเยติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส อภทฺทกํ อนตฺถํ มนสาปิ น จินฺเตยฺย น ปิเหยฺย, ปเคว กายวาจาหิ. กสฺมาติ เจ? กตญฺญุตา สปฺปุริเสหิ วณฺณิตาติ กตญฺญุตา นาม พุทฺธาทีหิ อุตฺตมปุริเสหิ ปสํสิตา.
๒๖๔. อุปฏฺฐิโตติ ปยิรุปาสิโต ‘‘อิทํ คณฺห อิทํ ภุญฺชา’’ติ อนฺนปานาทินา อุปฏฺฐิโต. อทุพฺภปาณีติ อหึสกหตฺโถ หตฺถสํยโต. ทหเต มิตฺตทุพฺภินฺติ ตํ มิตฺตทุพฺภึ ปุคฺคลํ ทหติ วินาเสติ, อปฺปทุฏฺเฐ หิตชฺฌาสยสมฺปนฺเน ปุคฺคเล ปเรน กโต อปราโธ อวิเสเสน ตสฺเสว อนตฺถาวโห, อปฺปทุฏฺโฐ ปุคฺคโล อตฺถโต ตํ ทหติ นาม. เตนาห ภควา –
‘‘โย อปฺปทุฏฺฐสฺส นรสฺส ทุสฺสติ, สุทฺธสฺส โปสสฺส อนงฺคณสฺส;
ตเมว พาลํ ปจฺเจติ ปาปํ, สุขุโม รโช ปฏิวาตํว ขิตฺโต’’ติ. (ธ. ป. ๑๒๕; ชา. ๑.๕.๙๔; สํ. นิ. ๑.๒๒);
๒๖๕. โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณติ โย ปุคฺคโล เกนจิ สาธุนา กตภทฺทโก กตูปกาโร. ปจฺฉา ปาเปน หึสตีติ ตํ ปุพฺพการินํ อปรภาเค ปาเปน อภทฺทเกน อนตฺถเกน พาธติ. อลฺลปาณิหโต โปโสติ อลฺลปาณินา อุปการกิริยาย อลฺลปาณินา โธตหตฺเถน ปุพฺพการินา เหฏฺฐา วุตฺตนเยน หโต พาธิโต, ตสฺส วา ปุพฺพการิโน พาธเนน หโต อลฺลปาณิหโต นาม, อกตญฺญุปุคฺคโล. น โส ภทฺรานิ ปสฺสตีติ โส ยถาวุตฺตปุคฺคโล อิธโลเก จ ปรโลเก จ อิฏฺฐานิ น ปสฺสติ, น วินฺทติ, น ลภตีติ อตฺโถ.
เอวํ สปฺปุริสธมฺมํ ปคฺคณฺหนฺเตน องฺกุเรน อภิภวิตฺวา วุตฺโต โส พฺราหฺมโณ นิรุตฺตโร ตุณฺหี อโหสิ. ยกฺโข ปน เตสํ ทฺวินฺนํ วจนปฏิวจนานิ สุตฺวา พฺราหฺมณสฺส กุชฺฌิตฺวาปิ ‘‘โหตุ อิมสฺส ทุฏฺฐพฺราหฺมณสฺส กตฺตพฺพํ ปจฺฉา ชานิสฺสามี’’ติ อตฺตโน เกนจิ อนภิภวนียตเมว ตาว ทสฺเสนฺโต –
๒๖๖. ‘‘นาหํ เทเวน วา มนุสฺเสน วา, อิสฺสริเยน วา หํ สุปฺปสโยฺห;
ยกฺโขหมสฺมิ ปรมิทฺธิปตฺโต, ทูรงฺคโม วณฺณพลูปปนฺโน’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ เทเวน วาติ เยน เกนจิ เทเวน วา. มนุสฺเสน วาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อิสฺสริเยน วาติ เทวิสฺสริเยน วา มนุสฺสิสฺสริเยน วา. ตตฺถ เทวิสฺสริยํ นาม จตุมหาราชิกสกฺกสุยามาทีนํ เทวิทฺธิ, มนุสฺสิสฺสริยํ นาม จกฺกวตฺติอาทีนํ ปุญฺญิทฺธิ. ตสฺมา อิสฺสริยคฺคหเณน มหานุภาเว เทวมนุสฺเส สงฺคณฺหาติ. มหานุภาวาปิ หิ เทวา อตฺตโน ปุญฺญผลูปตฺถมฺภิเต มนุสฺเสปิ อสติ ปโยควิปตฺติยํ อภิภวิตุํ น สกฺโกนฺติ, ปเคว อิตเร. หนฺติ อสหเน นิปาโต. น สุปฺปสโยฺหติ อปฺปธํสิโย. ยกฺโขหมสฺมิ ปรมิทฺธิปตฺโตติ อตฺตโน ปุญฺญผเลน อหํ ยกฺขตฺตํ อุปคโต อสฺมิ, ยกฺโขว สมาโน น โย วา โส วา, อถ โข ปรมิทฺธิปตฺโต ปรมาย อุตฺตมาย ยกฺขิทฺธิยา สมนฺนาคโต. ทูรงฺคโมติ ขเณเนว ทูรมฺปิ ฐานํ คนฺตุํ สมตฺโถ. วณฺณพลูปปนฺโนติ รูปสมฺปตฺติยา สรีรพเลน จ อุปปนฺโน สมนฺนาคโตติ ตีหิปิ ปเทหิ มนฺตปฺปโยคาทีหิ อตฺตโน อนภิภวนียตํเยว ทสฺเสติ. รูปสมฺปนฺโน หิ ปเรสํ พหุมานิโต โหติ, รูปสมฺปทํ นิสฺสาย วิสภาควตฺถุนาปิ อนากฑฺฒนิโยวาติ วณฺณสมฺปทา อนภิภวนียการณนฺติ วุตฺตา.
อิโต ปรํ องฺกุรสฺส จ เทวปุตฺตสฺส จ วจนปฏิวจนกถา โหติ –
๒๖๗. ‘‘ปาณิ เต สพฺพโสวณฺโณ, ปญฺจธาโร มธุสฺสโว;
นานารสา ปคฺฆรนฺติ, มญฺเญหํ ตํ ปุรินฺททํ.
๒๖๘. ‘‘นามฺหิ เทโว น คนฺธพฺโพ, นาปิ สกฺโก ปุรินฺทโท;
เปตํ มํ องฺกุร ชานาหิ, โรรุวมฺหา อิธาคตํ.
๒๖๙. ‘‘กึสีโล กึสมาจาโร, โรรุวสฺมึ ปุเร ตุวํ;
เกน เต พฺรหฺมจริเยน, ปุญฺญํ ปาณิมฺหิ อิชฺฌติ.
๒๗๐. ‘‘ตุนฺนวาโย ปุเร อาสึ, โรรุวสฺมึ ตทา อหํ;
สุกิจฺฉวุตฺติ กปโณ, น เม วิชฺชติ ทาตเว.
๒๗๑. ‘‘นิเวสนญฺจ เม อาสิ, อสยฺหสฺส อุปนฺติเก;
สทฺธสฺส ทานปติโน, กตปุญฺญสฺส ลชฺชิโน.
๒๗๒. ‘‘ตตฺถ ยาจนกายนฺติ, นานาโคตฺตา วนิพฺพกา;
เต จ มํ ตตฺถ ปุจฺฉนฺติ, อสยฺหสฺส นิเวสนํ.
๒๗๓. ‘‘กตฺถ คจฺฉาม ภทฺทํ โว, กตฺถ ทานํ ปทียติ;
เตสาหํ ปุฏฺโฐ อกฺขามิ, อสยฺหสฺส นิเวสนํ.
๒๗๔. ‘‘ปคฺคยฺห ทกฺขิณํ พาหุํ, เอตฺถ คจฺฉถ ภทฺทํ โว;
เอตฺถ ทานํ ปทียติ, อสยฺหสฺส นิเวสเน.
๒๗๕. ‘‘เตน ปาณิ กามทโท, เตน ปาณิ มธุสฺสโว;
เตน เม พฺรหฺมจริเยน, ปุญฺญํ ปาณิมฺหิ อิชฺฌติ.
๒๗๖. ‘‘น กิร ตฺวํ อทา ทานํ, สกปาณีหิ กสฺสจิ;
ปรสฺส ทานํ อนุโมทมาโน, ปาณึ ปคฺคยฺห ปาวทิ.
๒๗๗. ‘‘เตน ปาณิ กามทโท, เตน ปาณิ มธุสฺสโว;
เตน เต พฺรหฺมจริเยน, ปุญฺญํ ปาณิมฺหิ อิชฺฌติ.
๒๗๘. ‘‘โย โส ทานมทา ภนฺเต, ปสนฺโน สกปาณิภิ;
โส หิตฺวา มานุสํ เทหํ, กึ นุ โส ทิสตํ คโต.
๒๗๙. ‘‘นาหํ ปชานามิ อสยฺหสาหิโน, องฺคีรสสฺส คตึ อาคตึ วา;
สุตญฺจ เม เวสฺสวณสฺส สนฺติเก, สกฺกสฺส สหพฺยตํ คโต อสโยฺห.
๒๘๐. ‘‘อลเมว กาตุํ กลฺยาณํ, ทานํ ทาตุํ ยถารหํ;
ปาณึ กามททํ ทิสฺวา, โก ปุญฺญํ น กริสฺสติ.
๒๘๑. ‘‘โส หิ นูน อิโต คนฺตฺวา, อนุปฺปตฺวาน ทฺวารกํ;
ทานํ ปฏฺฐปยิสฺสามิ, ยํ มมสฺส สุขาวหํ.
๒๘๒. ‘‘ทสฺสามนฺนญฺจ ปานญฺจ, วตฺถเสนาสนานิ จ;
ปปญฺจ อุทปานญฺจ, ทุคฺเค สงฺกมนานิ จา’’ติ. –
ปนฺนรส วจนปฏิวจนคาถา โหนฺติ.
๒๖๗. ตตฺถ ปาณิ เตติ ตว ทกฺขิณหตฺโถ. สพฺพโสวณฺโณติ สพฺพโส สุวณฺณวณฺโณ. ปญฺจธาโรติ ปญฺจหิ องฺคุลีหิ ปเรหิ กามิตวตฺถูนํ ธารา เอตสฺส สนฺตีติ ปญฺจธาโร. มธุสฺสโวติ มธุรรสวิสฺสนฺทโก. เตนาห ‘‘นานารสา ปคฺฆรนฺตี’’ติ, มธุรกฏุกกสาวาทิเภทา นานาวิธา รสา วิสฺสนฺทนฺตีติ อตฺโถ. ยกฺขสฺส หิ กามทเท มธุราทิรสสมฺปนฺนานิ วิวิธานิ ขาทนียโภชนียานิ หตฺเถ วิสฺสชฺชนฺเต มธุราทิรสา ปคฺฆรนฺตีติ วุตฺตํ. มญฺเญหํ ตํ ปุรินฺททนฺติ มญฺเญ อหํ ตํ ปุรินฺททํ สกฺกํ, ‘‘เอวํมหานุภาโว สกฺโก เทวราชา’’ติ ตํ อหํ มญฺญามีติ อตฺโถ.
๒๖๘. นามฺหิ เทโวติ เวสฺสวณาทิโก ปากฏเทโว น โหมิ. น คนฺธพฺโพติ คนฺธพฺพกายิกเทโวปิ น โหมิ. นาปิ สกฺโก ปุรินฺทโทติ ปุริมตฺตภาเว ปุเร ทานสฺส ปฏฺฐปิตตฺตา ‘‘ปุรินฺทโท’’ติ ลทฺธนาโม สกฺโก เทวราชาปิ น โหมิ. กตโร ปน อโหสีติ อาห ‘‘เปตํ มํ องฺกุร ชานาหี’’ติอาทิ. องฺกุรเปตูปปตฺติกํ มํ ชานาหิ, ‘‘อญฺญตโร เปตมหิทฺธิโก’’ติ มํ อุปธาเรหิ. โรรุวมฺหา อิธาคตนฺติ โรรุวนครโต จวิตฺวา มรุกนฺตาเร อิธ อิมสฺมึ นิโคฺรธรุกฺเข อุปปชฺชนวเสน อาคตํ, เอตฺถ นิพฺพตฺตนฺติ อตฺโถ.
๒๖๙. กึสีโล กึสมาจาโร, โรรุวสฺมึ ปุเร ตุวนฺติ ปุพฺเพ ปุริมตฺตภาเว โรรุวนคเร วสนฺโต ตฺวํ กึสีโล กึสมาจาโร อโหสิ, ปาปโต นิวตฺตนลกฺขณํ กีทิสํ สีลํ สมาทาย สํวตฺติตปุญฺญกิริยาลกฺขเณน สมาจาเรน กึสมาจาโร, ทานาทีสุ กุสลสมาจาเรสุ กีทิโส สมาจาโร อโหสีติ อตฺโถ. เกน เต พฺรหฺมจริเยน, ปุญฺญํ ปาณิมฺหิ อิชฺฌตีติ กีทิเสน เสฏฺฐจริเยน อิทํ เอวรูปํ ตว หตฺเถสุ ปุญฺญผลํ อิทานิ สมิชฺฌติ นิปฺผชฺชติ, ตํ กเถหีติ อตฺโถ. ปุญฺญผลญฺหิ อิธ อุตฺตรปทโลเปน ‘‘ปุญฺญ’’นฺติ อธิปฺเปตํ. ตตฺถา หิ ตํ ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๘๐) ปุญฺญนฺติ วุตฺตํ.
๒๗๐. ตุนฺนวาโยติ ตุนฺนกาโร. สุกิจฺฉวุตฺตีติ สุฏฺฐุ กิจฺฉปุตฺติโก อติวิย ทุกฺขชีวิโก. กปโณติ วราโก, ทีโนติ อตฺโถ. น เม วิชฺชติ ทาตเวติ อทฺธิกานํ สมณพฺราหฺมณานํ ทาตุํ กิญฺจิ ทาตพฺพยุตฺตกํ มยฺหํ นตฺถิ, จิตฺตํ ปน เม ทานํ ทินฺนนฺติ อธิปฺปาโย.
๒๗๑. นิเวสนนฺติ ฆรํ, กมฺมกรณสาลา วา. อสยฺหสฺส อุปนฺติเกติ อสยฺหสฺส มหาเสฏฺฐิโน เคหสฺส สมีเป. สทฺธสฺสาติ กมฺมผลสทฺธาย สมนฺนาคตสฺส. ทานปติโนติ ทาเน นิรนฺตรปฺปวตฺตาย ปริจฺจาคสมฺปตฺติยา โลภสฺส จ อภิภเวน ปติภูตสฺส. กตปุญฺญสฺสาติ ปุพฺเพ กตสุจริตกมฺมสฺส. ลชฺชิโนติ ปาปชิคุจฺฉนสภาวสฺส.
๒๗๒. ตตฺถาติ ตสฺมึ มม นิเวสเน. ยาจนกายนฺตีติ ยาจนกา ชนา อสยฺหเสฏฺฐึ กิญฺจิ ยาจิตุกามา อาคจฺฉนฺติ. นานาโคตฺตาติ นานาวิธโคตฺตาปเทสา. วนิพฺพกาติ วณฺณทีปกา, เย ทายกสฺส ปุญฺญผลาทิญฺจ คุณกิตฺตนาทิมุเขน อตฺตโน อตฺถิกภาวํ ปเวเทนฺตา วิจรนฺติ. เต จ มํ ตตฺถ ปุจฺฉนฺตีติ ตตฺถาติ นิปาตมตฺตํ, เต ยาจกาทโย มํ อสยฺหเสฏฺฐิโน นิเวสนํ ปุจฺฉนฺติ. อกฺขรจินฺตกา หิ อีทิเสสุ ฐาเนสุ กมฺมทฺวยํ อิจฺฉนฺติ.
๒๗๓. กตฺถ คจฺฉาม ภทฺทํ โว, กตฺถ ทานํ ปทียตีติ เตสํ ปุจฺฉนาการทสฺสนํ. อยํ เปตฺถ อตฺโถ – ภทฺทํ ตุมฺหากํ โหตุ, มยํ ‘‘อสยฺหมหาเสฏฺฐินา ทานํ ปทียตี’’ติ สุตฺวา อาคตา, กตฺถ ทานํ ปทียติ, กตฺถ วา มยํ คจฺฉาม, กตฺถ คเตน ทานํ สกฺกา ลทฺธุนฺติ. เตสาหํ ปุฏฺโฐ อกฺขามีติ เอวํ เตหิ อทฺธิกชเนหิ ลภนฏฺฐานํ ปุฏฺโฐ ‘‘อหํ ปุพฺเพ อกตปุญฺญตาย อิทานิ อีทิสานํ กิญฺจิ ทาตุํ อสมตฺโถ ชาโต, ทานคฺคํ ปน อิเมสํ ทสฺเสนฺโต ลาภสฺส อุปายาจิกฺขเณน ปีตึ อุปฺปาเทนฺโต เอตฺตเกนปิ พหุํ ปุญฺญํ ปสวามี’’ติ คารวํ อุปฺปาเทตฺวา ทกฺขิณํ พาหุํ ปสาเรตฺวา เตสํ อสยฺหเสฏฺฐิสฺส นิเวสนํ อกฺขามิ. เตนาห ‘‘ปคฺคยฺห ทกฺขิณํ พาหุ’’นฺติอาทิ.
๒๗๔. เตน ปาณิ กามทโทติ เตน ปรทานปกาสเนน ปเรน กตสฺส ทานสฺส สกฺกจฺจํ อนุโมทนมตฺเตน เหตุนา อิทานิ มยฺหํ หตฺโถ กปฺปรุกฺโข วิย สนฺตานกลตา วิย จ กามทุโห อิจฺฉิติจฺฉิตทายี กามทโท โหติ. กามทโท จ โหนฺโต เตน ปาณิ มธุสฺสโว อิฏฺฐวตฺถุวิสฺสชฺชนโก ชาโต.
๒๗๖. น กิร ตฺวํ อทา ทานนฺติ กิราติ อนุสฺสวนตฺเถ นิปาโต, ตฺวํ กิร อตฺตโน สนฺตกํ น ปริจฺจชิ, สกปาณีหิ สหตฺเถหิ ยสฺส กสฺสจิ สมณสฺส วา พฺราหฺมณสฺส วา กิญฺจิ ทานํ น อทาสิ. ปรสฺส ทานํ อนุโมทมาโนติ เกวลํ ปน ปเรน กตํ ปรสฺส ทานํ ‘‘อโห ทานํ ปวตฺเตสี’’ติ อนุโมทมาโนเยว วิหาสิ.
๒๗๗. เตน ปาณิ กามทโทติ เตน ตุยฺหํ ปาณิ เอวํ กามทโท, อโห อจฺฉริยา วต ปุญฺญานํ คตีติ อธิปฺปาโย.
๒๗๘. โย โส ทานมทา, ภนฺเต, ปสนฺโน สกปาณิภีติ เทวปุตฺตํ คารเวน อาลปติ. ภนฺเต, ปเรน กตสฺส ทานานุโมทกสฺส ตาว ตุยฺหํ อีทิสํ ผลํ เอวรูโป อานุภาโว, โย ปน โส อสยฺหมหาเสฏฺฐิ มหาทานํ อทาสิ, ปสนฺนจิตฺโต หุตฺวา สหตฺเถหิ ตทา มหาทานํ ปวตฺเตสิ. โส หิตฺวา มานุสํ เทหนฺติ โส อิธ มนุสฺสตฺตภาวํ ปหาย. กินฺติ กตรํ. นุ โสติ นูติ นิปาตมตฺตํ. ทิสตํ คโตติ ทิสํ ฐานํ คโต, กีทิสี ตสฺส คโต นิปฺผตฺตีติ อสยฺหเสฏฺฐิโน อภิสมฺปรายํ ปุจฺฉิ.
๒๗๙. อสยฺหสาหิโนติ อญฺเญหิ มจฺฉรีหิ โลภาภิภูเตหิ สหิตุํ วหิตุํ อสกฺกุเณยฺยสฺส ปริจฺจาคาทิวิภาคสฺส สปฺปุริสธุรสฺส สหนโต อสยฺหสาหิโน. องฺคีรสสฺสาติ องฺคโต นิกฺขมนกชุติสฺส. รโสติ หิ ชุติยา อธิวจนํ. ตสฺส กิร ยาจเก อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวา อุฬารํ ปีติโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, มุขวณฺโณ วิปฺปสีทติ, ตํ อตฺตโน ปจฺจกฺขํ กตฺวา เอวมาห. คตึ อาคตึ วาติ ตสฺส ‘‘อสุกํ นาม คตึ, อิโต คโต’’ติ คตึ วา ‘‘ตโต วา ปน อสุกสฺมึ กาเล อิธาคมิสฺสตี’’ติ อาคตึ วา นาหํ ชานามิ, อวิสโย เอส มยฺหํ. สุตญฺจ เม เวสฺสวณสฺส สนฺติเกติ อปิจ โข อุปฏฺฐานํ คเตน เวสฺสวณสฺส มหาราชสฺส สนฺติเก สุตเมตํ มยา. สกฺกสฺส สหพฺยตํ คโต อสโยฺหติ อสยฺหเสฏฺฐิ สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส สหพฺยตํ คโต อโหสิ, ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺโตติ อตฺโถ.
๒๘๐. อลเมว กาตุํ กลฺยาณนฺติ ยํกิญฺจิ กลฺยาณํ กุสลํ ปุญฺญํ กาตุํ ยุตฺตเมว ปติรูปเมว. ตตฺถ ปน ยํ สพฺพสาธารณํ สุกตตรํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทานํ ทาตุํ ยถารห’’นฺติ วุตฺตํ, อตฺตโน วิภวพลานุรูปํ ทานํ ทาตุํ อลเมว. ตตฺถ การณมาห ‘‘ปาณึ กามททํ ทิสฺวา’’ติ. ยตฺร หิ นาม ปรกตปุญฺญานุโมทนปุพฺพเกน ทานปตินิเวสนมคฺคาจิกฺขณมตฺเตน อยํ หตฺโถ กามทโท ทิฏฺโฐ, อิมํ ทิสฺวา. โก ปุญฺญํ น กริสฺสตีติ มาทิโส โก นาม อตฺตโน ปติฏฺฐานภูตํ ปุญฺญํ น กริสฺสตีติ.
๒๘๑. เอวํ อนิยมวเสน ปุญฺญกิริยาย อาทรํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺตนิ ตํ นิยเมตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘โส หิ นูนา’’ติอาทิคาถาทฺวยมาห. ตตฺถ โสติ โส อหํ. หีติ อวธารเณ นิปาโต, นูนาติ ปริวิตกฺเก. อิโต คนฺตฺวาติ อิโต มรุภูมิโต อปคนฺตฺวา. อนุปฺปตฺวาน ทฺวารกนฺติ ทฺวารวตีนครํ อนุปาปุณิตฺวา. ปฏฺฐปยิสฺสามีติ ปวตฺตยิสฺสามิ.
เอวํ องฺกุเรน ‘‘ทานํ ทสฺสามี’’ติ ปฏิญฺญาย กตาย ยกฺโข ตุฏฺฐมานโส ‘‘มาริส, ตฺวํ วิสฺสตฺโถ ทานํ เทหิ, อหํ ปน เต สหายกิจฺจํ กริสฺสามิ, เยน เต เทยฺยธมฺโม น ปริกฺขยํ คมิสฺสติ, เตน ปกาเรน กริสฺสามี’’ติ ตํ ทานกิริยาย สมุตฺเตเชตฺวา ‘‘พฺราหฺมณ วาณิช, ตฺวํ กิร มาทิเส พลกฺกาเรน เนตุกาโม อตฺตโน ปมาณํ น ชานาสี’’ติ ตสฺส ภณฺฑมนฺตรธาเปตฺวา ตํ ยกฺขวิภึสกาย ภึสาเปนฺโต สนฺตชฺเชสิ. อถ นํ องฺกุโร นานปฺปการํ ยาจิตฺวา พฺราหฺมเณน ขมาเปนฺโต ปสาเทตฺวา สพฺพภณฺฑํ ปากติกํ การาเปตฺวา รตฺติยา อุปคตาย ยกฺขํ วิสฺสชฺเชตฺวา คจฺฉนฺโต ตสฺส อวิทูเร อญฺญตรํ อติวิย พีภจฺฉทสฺสนํ เปตํ ทิสฺวา เตน กตกมฺมํ ปุจฺฉนฺโต –
๒๘๓. ‘‘เกน เต องฺคุลี กุณา, มุขญฺจ กุณลีกตํ;
อกฺขีนิ จ ปคฺฆรนฺติ, กึ ปาปํ ปกตํ ตยา’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ กุณาติ กุณิกา ปฏิกุณิกา อนุชุภูตา. กุณลีกตนฺติ มุขวิกาเรน วิกุณิตํ สํกุณิตํ. ปคฺฆรนฺตีติ อสุจึ วิสฺสนฺทนฺติ.
อถสฺส เปโต –
๒๘๔. ‘‘องฺคีรสสฺส คหปติโน, สทฺธสฺส ฆรเมสิโน;
ตสฺสาหํ ทานวิสฺสคฺเค, ทาเน อธิกโต อหุํ.
๒๘๕. ‘‘ตตฺถ ยาจนเก ทิสฺวา, อาคเต โภชนตฺถิเก;
เอกมนฺตํ อปกฺกมฺม, อกาสึ กุณลึ มุขํ.
๒๘๖. ‘‘เตน เม องฺคุลี กุณา, มุขญฺจ กุณลีกตํ;
อกฺขีนิ เม ปคฺฆรนฺติ, ตํ ปาปํ ปกตํ มยา’’ติ. –
ติสฺโส คาถา อภาสิ.
๒๘๔. ตตฺถ ‘‘องฺคีรสสฺสา’’ติอาทินา อสยฺหเสฏฺฐึ กิตฺเตติ. ฆรเมสิโนติ ฆรมาวสนฺตสฺส คหฏฺฐสฺส. ทานวิสฺสคฺเคติ ทานคฺเค ปริจฺจาคฏฺฐาเน. ทาเน อธิกโต อหุนฺติ เทยฺยธมฺมสฺส ปริจฺจชเน ทานาธิกาเร อธิกโต ฐปิโต อโหสึ.
๒๘๕. เอกมนฺตํ อปกฺกมฺมาติ ยาจนเก โภชนตฺถิเก อาคเต ทิสฺวา ทานพฺยาวเฏน ทานคฺคโต อนปกฺกมฺม ยถาฐาเนเยว ฐตฺวา สญฺชาตปีติโสมนสฺเสน วิปฺปสนฺนมุขวณฺเณน สหตฺเถน ทานํ ทาตพฺพํ, ปเรหิ วา ปติรูเปหิ ทาเปตพฺพํ, อหํ ปน ตถา อกตฺวา ยาจนเก อาคจฺฉนฺเต ทูรโตว ทิสฺวา อตฺตานํ อทสฺเสนฺโต เอกมนฺตํ อปกฺกมฺม อปกฺกมิตฺวา. อกาสึ กุณลึ มุขนฺติ วิกุณิตํ สงฺกุจิตํ มุขํ อกาสึ.
๒๘๖. เตนาติ ยสฺมา ตทาหํ สามินา ทานาธิกาเร นิยุตฺโต สมาโน ทานกาเล อุปฏฺฐิเต มจฺฉริยาปกโต ทานคฺคโต อปกฺกมนฺโต ปาเทหิ สงฺโกจํ อาปชฺชึ, สหตฺเถหิ ทาตพฺเพ ตถา อกตฺวา หตฺถสงฺโกจํ อาปชฺชึ, ปสนฺนมุเขน ภวิตพฺเพ มุขสงฺโกจํ อาปชฺชึ, ปิยจกฺขูหิ โอโลเกตพฺเพ จกฺขุกาลุสิยํ อุปฺปาเทสึ, ตสฺมา หตฺถงฺคุลิโย จ ปาทงฺคุลิโย จ กุณิตา ชาตา, มุขญฺจ กุณลีกตํ วิรูปรูปํ สงฺกุจิตํ, อกฺขีนิ อสุจีทุคฺคนฺธเชคุจฺฉานิ อสฺสูนิ ปคฺฆรนฺตีติ อตฺโถ. เตน วุตฺตํ –
‘‘เตน เม องฺคุลี กุณา, มุขญฺจ กุณลีกตํ;
อกฺขีนิ เม ปคฺฆรนฺติ, ตํ ปาปํ ปกตํ มยา’’ติ.
ตํ สุตฺวา องฺกุโร เปตํ ครหนฺโต –
๒๘๗. ‘‘ธมฺเมน เต กาปุริส, มุขญฺจ กุณลีกตํ;
อกฺขีนิ จ ปคฺฆรนฺติ, ยํ ตํ ปรสฺส ทานสฺส;
อกาสิ กุณลึ มุข’’นฺติ. –
คาถมาห. ตตฺถ ธมฺเมนาติ ยุตฺเตเนว การเณน. เตติ ตว. กาปุริสาติ ลามกปุริส. ยนฺติ ยสฺมา. ปรสฺส ทานสฺสาติ ปรสฺส ทานสฺมึ. อยเมว วา ปาโฐ.
ปุน องฺกุโร ตํ ทานปตึ เสฏฺฐึ ครหนฺโต –
๒๘๘. ‘‘กถญฺหิ ทานํ ททมาโน, กเรยฺย ปรปตฺติยํ;
อนฺนปานํ ขาทนียํ, วตฺถเสนาสนานิ จา’’ติ. –
คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ทานํ ททนฺโต ปุริโส กถญฺหิ นาม ตํ ปรปตฺติยํ ปเรน ปาเปตพฺพํ สาเธตพฺพํ กเรยฺย, อตฺตปจฺจกฺขเมว กตฺวา สหตฺเถเนว ทเทยฺย, สยํ วา ตตฺถ พฺยาวโฏ ภเวยฺย, อญฺญถา อตฺตโน เทยฺยธมฺโม อฏฺฐาเน วิทฺธํสิเยถ, ทกฺขิเณยฺยา จ ทาเนน ปริหาเยยฺยุนฺติ.
เอวํ ตํ ครหิตฺวา อิทานิ อตฺตนา ปฏิปชฺชิตพฺพวิธึ ทสฺเสนฺโต –
๒๘๙. ‘‘โส หิ นูน อิโต คนฺตฺวา, อนุปฺปตฺวาน ทฺวารกํ;
ทานํ ปฏฺฐปยิสฺสามิ, ยํ มมสฺส สุขาวหํ.
๒๙๐. ‘‘ทสฺสามนฺนญฺจ ปานญฺจ, วตฺถเสนาสนานิ จ;
ปปญฺจ อุทปานญฺจ, ทุคฺเค สงฺกมนานิ จา’’ติ. –
คาถาทฺวยมาห, ตํ วุตฺตตฺถเมว.
๒๙๑. ‘‘ตโต หิ โส นิวตฺติตฺวา, อนุปฺปตฺวาน ทฺวารกํ;
ทานํ ปฏฺฐปยิ องฺกุโร, ยํตุมสฺส สุขาวหํ.
๒๙๒. ‘‘อทา อนฺนญฺจ ปานญฺจ, วตฺถเสนาสนานิ จ;
ปปญฺจ อุทปานญฺจ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.
๒๙๓. ‘‘โก ฉาโต โก จ ตสิโต, โก วตฺถํ ปริทหิสฺสติ;
กสฺส สนฺตานิ โยคฺคานิ, อิโต โยเชนฺตุ วาหนํ.
๒๙๔. ‘‘โก ฉตฺติจฺฉติ คนฺธญฺจ, โก มาลํ โก อุปาหนํ;
อิติสฺสุ ตตฺถ โฆเสนฺติ, กปฺปกา สูทมาคธา;
สทา สายญฺจ ปาโต จ, องฺคุรสฺส นิเวสเน’’ติ. –
จตสฺโส คาถา องฺคุรสฺส ปฏิปตฺตึ ทสฺเสตุํ สงฺคีติกาเรหิ ฐปิตา.
๒๙๑. ตตฺถ ตโตติ มรุกนฺตารโต. นิวตฺติตฺวาติ ปฏินิวตฺติตฺวา. อนุปฺปตฺวาน ทฺวารกนฺติ ทฺวารวตีนครํ อนุปาปุณิตฺวา. ทานํ ปฏฺฐปยิ องฺคุโรติ ยกฺเขน ปริปูริตสกลโกฏฺฐาคาโร สพฺพปาเถยฺยกํ มหาทานํ โส องฺคุโร ปฏฺฐเปสิ. ยํตุมสฺส สุขาวหนฺติ ยํ อตฺตโน สมฺปติ อายติญฺจ สุขนิพฺพตฺตกํ.
๒๙๓. โก ฉาโตติ โก ชิฆจฺฉิโต, โส อาคนฺตฺวา ยถารุจิ ภุญฺชตูติ อธิปฺปาโย. เอเสว นโย เสเสสุปิ. ตสิโตติ ปิปาสิโต. ปริทหิสฺสตีติ นิวาเสสฺสติ ปารุปิสฺสติ จาติ อตฺโถ. สนฺตานีติ ปริสฺสมปฺปตฺตานิ. โยคฺคานีติ รถวาหนานิ. อิโต โยเชนฺตุ วาหนนฺติ อิโต โยคฺคสมูหโต ยถารุจิตํ คเหตฺวา วาหนํ โยเชนฺตุ.
๒๙๔. โก ฉตฺติจฺฉตีติ โก กิลญฺชฉตฺตาทิเภทํ ฉตฺตํ อิจฺฉติ, โส คณฺหาตูติ อธิปฺปาโย. เสเสสุปิ เอเสว นโย. คนฺธนฺติ จตุชฺชาติยคนฺธาทิกํ คนฺธํ. มาลนฺติ คนฺถิตาคนฺถิตเภทํ ปุปฺผํ. อุปาหนนฺติ ขลฺลพทฺธาทิเภทํ อุปาหนํ. อิติสฺสูติ เอตฺถ สูติ นิปาตมตฺตํ, อิติ เอวํ ‘‘โก ฉาโต, โก ตสิโต’’ติอาทินาติ อตฺโถ. กปฺปกาติ นฺหาปิตกา. สูทาติ ภตฺตการกา. มาคธาติ คนฺธิโน. สทาติ สพฺพกาลํ ทิวเส ทิวเส สายญฺจ ปาโต จ ตตฺถ องฺคุรสฺส นิเวสเน โฆเสนฺติ อุคฺโฆเสนฺตีติ โยชนา.
เอวํ มหาทานํ ปวตฺเตนฺตสฺส คจฺฉนฺเต กาเล ติตฺติภาวโต อตฺถิกชเนหิ ปวิวิตฺตํ วิรฬํ ทานคฺคํ อโหสิ. ตํ ทิสฺวา องฺกุโร ทาเน อุฬารชฺฌาสยตาย อตุฏฺฐมานโส หุตฺวา อตฺตโน ทาเน นิยุตฺตํ สินฺธกํ นาม มาณวํ อามนฺเตตฺวา –
๒๙๕. ‘‘สุขํ สุปติ องฺกุโร, อิติ ชานาติ มํ ชโน;
ทุกฺขํ สุปามิ สินฺธก, ยํ น ปสฺสามิ ยาจเก.
๒๙๖. ‘‘สุขํ สุปติ องฺกุโร, อิติ ชานาติ มํ ชโน;
ทุกฺขํ สุปามิ สินฺธก, อปฺปเก สุ วนิพฺพเก’’ติ. –
คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ สุขํ สุปติ องฺกุโร, อิติ ชานาติ มํ ชโนติ ‘‘องฺกุโร ราชา ยสโภคสมปฺปิโต ทานปติ อตฺตโน โภคสมฺปตฺติยา ทานสมฺปตฺติยา จ สุขํ สุปติ, สุเขเนว นิทฺทํ อุปคจฺฉติ, สุขํ ปฏิพุชฺฌตี’’ติ เอวํ มํ ชโน สมฺภาเวติ. ทุกฺขํ สุปามิ สินฺธกาติ อหํ ปน สินฺธก ทุกฺขเมว สุปามิ. กสฺมา? ยํ น ปสฺสามิ ยาจเกติ, ยสฺมา มม อชฺฌาสยานุรูปํ เทยฺยธมฺมปฏิคฺคาหเก พหู ยาจเก น ปสฺสามิ, ตสฺมาติ อตฺโถ. อปฺปเก สุ วนิพฺพเกติ วนิพฺพกชเน อปฺปเก กติปเย ชาเต ทุกฺขํ สุปามีติ โยชนา. สูติ จ นิปาตมตฺตํ, อปฺปเก วนิพฺพกชเน สตีติ อตฺโถ.
ตํ สุตฺวา สินฺธโก ตสฺส อุฬารํ ทานาธิมุตฺตึ ปากฏตรํ กาตุกาโม –
๒๙๗. ‘‘สกฺโก เจ เต วรํ ทชฺชา, ตาวตึสานมิสฺสโร;
กิสฺส สพฺพสฺส โลกสฺส, วรมาโน วรํ วเร’’ติ. –
คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ตาวตึสานํ เทวานํ สพฺพสฺส จ โลกสฺส อิสฺสโร สกฺโก ‘‘วรํ วรสฺสุ, องฺกุร, ยํกิญฺจิ มนสิจฺฉิต’’นฺติ ตุยฺหํ วรํ ทชฺชา ทเทยฺย เจ, วรมาโน ปตฺถยมาโน กิสฺส กีทิสํ วรํ วเรยฺยาสีติ อตฺโถ.
อถ องฺกุโร อตฺตโน อชฺฌาสยํ ยาถาวโต ปเวเทนฺโต –