๒. อุพฺพริวคฺโค

๑. สํสารโมจกเปติวตฺถุวณฺณนา

นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสีติ อิทํ สตฺถริ เวฬุวเน วิหรนฺเต มคธรฏฺเฐ อิฏฺฐกวตีนามเก คาเม อญฺญตรํ เปตึ อารพฺภ วุตฺตํ. มคธรฏฺเฐ กิร อิฏฺฐกวตี จ ทีฆราชิ จาติ เทฺว คามกา อเหสุํ, ตตฺถ พหู สํสารโมจกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกา ปฏิวสนฺติ. อตีเต จ กาเล ปญฺจนฺนํ วสฺสสตานํ มตฺถเก อญฺญตรา อิตฺถี ตตฺเถว อิฏฺฐกวติยํ อญฺญตรสฺมึ สํสารโมจกกุเล นิพฺพตฺติตฺวา มิจฺฉาทิฏฺฐิวเสน พหู กีฏปฏงฺเค ชีวิตา โวโรเปตฺวา เปเตสุ นิพฺพตฺติ.

สา ปญฺจ วสฺสสตานิ ขุปฺปิปาสาทิทุกฺขํ อนุภวิตฺวา อมฺหากํ ภควติ โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺเก อนุกฺกเมน ราชคหํ อุปนิสฺสาย เวฬุวเน วิหรนฺเต ปุนปิ อิฏฺฐกวติยํเยว อญฺญตรสฺมึ สํสารโมจกกุเลเยว นิพฺพตฺติตฺวา ยทา สตฺตฏฺฐวสฺสุทฺเทสิกกาเล อญฺญาหิ ทาริกาหิ สทฺธึ รถิกาย กีฬนสมตฺถา อโหสิ, ตทา อายสฺมา สาริปุตฺตตฺเถโร ตเมว คามํ อุปนิสฺสาย อรุณวตีวิหาเร วิหรนฺโต เอกทิวสํ ทฺวาทสหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ตสฺส คามสฺส ทฺวารสมีเปน มคฺเคน อติกฺกมติ. ตสฺมึ ขเณ พหู คามทาริกา คามโต นิกฺขมิตฺวา ทฺวารสมีเป กีฬนฺติโย ปสนฺนมานสา มาตาปิตูนํ ปฏิปตฺติทสฺสเนน เวเคนาคนฺตฺวา เถรํ อญฺเญ จ ภิกฺขู ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทึสุ. สา ปเนสา อสฺสทฺธกุลสฺส ธีตา จิรกาลํ อปริจิตกุสลตาย สาธุชนาจารวิรหิตา อนาทรา อลกฺขิกา วิย อฏฺฐาสิ. เถโร ตสฺสา ปุพฺพจริตํ อิทานิ จ สํสารโมจกกุเล นิพฺพตฺตนํ อายติญฺจ นิรเย นิพฺพตฺตนารหตํ ทิสฺวา ‘‘สจายํ มํ วนฺทิสฺสติ, นิรเย น อุปฺปชฺชิสฺสติ, เปเตสุ นิพฺพตฺติตฺวาปิ มมํเยว นิสฺสาย สมฺปตฺตึ ปฏิลภิสฺสตี’’ติ ญตฺวา กรุณาสญฺโจทิตมานโส ตา ทาริกาโย อาห – ‘‘ตุเมฺห ภิกฺขู วนฺทถ, อยํ ปน ทาริกา อลกฺขิกา วิย ฐิตา’’ติ. อถ นํ ตา ทาริกา หตฺเถสุ ปริคฺคเหตฺวา อากฑฺฒิตฺวา พลกฺกาเรน เถรสฺส ปาเท วนฺทาเปสุํ.

สา อปเรน สมเยน วยปฺปตฺตา ทีฆราชิยํ สํสารโมจกกุเล อญฺญตรสฺส กุมารสฺส ทินฺนา ปริปุณฺณคพฺภา หุตฺวา กาลกตา เปเตสุ อุปฺปชฺชิตฺวา นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปา ขุปฺปิปาสาภิภูตา อติวิย พีภจฺฉทสฺสนา วิจรนฺตี รตฺติยํ อายสฺมโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. ตํ ทิสฺวา เถโร –

๙๕. ‘‘นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ, กิสา ธมนิสนฺถตา;

อุปฺผาสุลิเก กิสิเก, กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสี’’ติ. –

คาถาย ปุจฺฉิ. ตตฺถ ธมนิสนฺถตาติ นิมฺมํสโลหิตตาย สิราชาเลหิ ปตฺถตคตฺตา. อุปฺผาสุลิเกติ อุคฺคตผาสุลิเก. กิสิเกติ กิสสรีเร. ปุพฺเพปิ ‘‘กิสา’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘กิสิเก’’ติ วจนํ อฏฺฐิจมฺมนฺหารุมตฺตสรีรตาย อติวิย กิสภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตํ สุตฺวา เปตี อตฺตานํ ปเวเทนฺตี –

๙๖. ‘‘อหํ ภทนฺเต เปตีมฺหิ, ทุคฺคตา ยมโลกิกา;

ปาปกมฺมํ กริตฺวาน, เปตโลกํ อิโต คตา’’ติ. – คาถํ วตฺวา ปุน เถเรน –

๙๗. ‘‘กึ นุ กาเยน วาจาย, มนสา ทุกฺกฏํ กตํ;

กิสฺสกมฺมวิปาเกน, เปตโลกํ อิโต คตา’’ติ. –

กตกมฺมํ ปุฏฺฐา ‘‘อทานสีลา มจฺฉรินี หุตฺวา เปตโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา เอวํ มหาทุกฺขํ อนุภวามี’’ติ ทสฺเสนฺตี ติสฺโส คาถา อภาสิ –

๙๘. ‘‘อนุกมฺปกา มยฺหํ นาเหสุํ ภนฺเต, ปิตา จ มาตา อถวาปิ ญาตกา;

เย มํ นิโยเชยฺยุํ ททาหิ ทานํ, ปสนฺนจิตฺตา สมณพฺราหฺมณานํ.

๙๙. ‘‘อิโต อหํ วสฺสสตานิ ปญฺจ, ยํ เอวรูปา วิจรามิ นคฺคา;

ขุทาย ตณฺหาย จ ขชฺชมานา, ปาปสฺส กมฺมสฺส ผลํ มเมทํ.

๑๐๐. ‘‘วนฺทามิ ตํ อยฺย ปสนฺนจิตฺตา, อนุกมฺป มํ วีร มหานุภาว;

ทตฺวา จ เม อาทิส ยญฺหิ กิญฺจิ, โมเจหิ มํ ทุคฺคติยา ภทนฺเต’’ติ.

๙๘. ตตฺถ อนุกมฺปกาติ สมฺปรายิเกน อตฺเถน อนุคฺคณฺหกา. ภนฺเตติ เถรํ อาลปติ. เย มํ นิโยเชยฺยุนฺติ มาตา วา ปิตา วา อถ วา ญาตกา เอทิสา ปสนฺนจิตฺตา หุตฺวา ‘‘สมณพฺราหฺมณานํ ททาหิ ทาน’’นฺติ เย มํ นิโยเชยฺยุํ, ตาทิสา อนุกมฺปกา มยฺหํ นาเหสุนฺติ โยชนา.

๙๙. อิโต อหํ วสฺสสตานิ ปญฺจ, ยํ เอวรูปา วิจรามิ นคฺคาติ อิทํ สา เปตี อิโต ตติยาย ชาติยา อตฺตโน เปตตฺตภาวํ อนุสฺสริตฺวา อิทานิปิ ตถา ปญฺจวสฺสสตานิ วิจรามีติ อธิปฺปาเยนาห. ตตฺถ ยนฺติ ยสฺมา, ทานาทีนํ ปุญฺญานํ อกตตฺตา เอวรูปา นคฺคา เปตี หุตฺวา อิโต ปฏฺฐาย วสฺสสตานิ ปญฺจ วิจรามีติ โยชนา. ตณฺหายาติ ปิปาสาย. ขชฺชมานาติ ขาทิยมานา, พาธิยมานาติ อตฺโถ.

๑๐๐. วนฺทามิ ตํ อยฺย ปสนฺนจิตฺตาติ อยฺย, ตมหํ ปสนฺนจิตฺตา หุตฺวา วนฺทามิ, เอตฺตกเมว ปุญฺญํ อิทานิ มยา กาตุํ สกฺกาติ ทสฺเสติ. อนุกมฺป มนฺติ อนุคฺคณฺห มมํ อุทฺทิสฺส อนุทฺทยํ กโรหิ. ทตฺวา จ เม อาทิส ยญฺหิ กิญฺจีติ กิญฺจิเทว เทยฺยธมฺมํ สมณพฺราหฺมณานํ ทตฺวา ตํ ทกฺขิณํ มยฺหํ อาทิส, เตน เม อิโต เปตโยนิโต โมกฺโข ภวิสฺสตีติ อธิปฺปาเยน วทติ. เตเนวาห ‘‘โมเจหิ มํ ทุคฺคติยา ภทนฺเต’’ติ.

เอวํ เปติยา วุตฺเต ยถา โส เถโร ปฏิปชฺชิ, ตํ ทสฺเสตุํ สงฺคีติกาเรหิ ติสฺโส คาถา วุตฺตา –

๑๐๑. ‘‘สาธูติ โส ปฏิสฺสุตฺวา, สาริปุตฺโตนุกมฺปโก;

ภิกฺขูนํ อาโลปํ ทตฺวา, ปาณิมตฺตญฺจ โจฬกํ;

ถาลกสฺส จ ปานียํ, ตสฺสา ทกฺขิณมาทิสิ.

๑๐๒. ‘‘สมนนฺตรานุทฺทิฏฺเฐ, วิปาโก อุทปชฺชถ;

โภชนจฺฉาทนปานียํ, ทกฺขิณาย อิทํ ผลํ.

๑๐๓. ‘‘ตโต สุทฺธา สุจิวสนา, กาสิกุตฺตมธารินี;

วิจิตฺตวตฺถาภรณา, สาริปุตฺตํ อุปสงฺกมี’’ติ.

๑๐๑-๑๐๓. ตตฺถ ภิกฺขูนนฺติ ภิกฺขุโน, วจนวิปลฺลาเสน เหตํ วุตฺตํ. ‘‘อาโลปํ ภิกฺขุโน ทตฺวา’’ติ เกจิ ปฐนฺติ. อาโลปนฺติ กพฬํ, เอกาโลปมตฺตํ โภชนนฺติ อตฺโถ. ปาณิมตฺตญฺจ โจฬกนฺติ เอกหตฺถปฺปมาณํ โจฬขณฺฑนฺติ อตฺโถ. ถาลกสฺส จ ปานียนฺติ เอกถาลกปูรณมตฺตํ อุทกํ. เสสํ ขลฺลาฏิยเปตวตฺถุสฺมึ วุตฺตนยเมว.

อถายสฺมา สาริปุตฺโต ตํ เปตึ ปีณินฺทฺริยํ ปริสุทฺธฉวิวณฺณํ ทิพฺพวตฺถาภรณาลงฺการํ สมนฺตโต อตฺตโน ปภาย โอภาเสนฺตึ อตฺตโน สนฺติกํ อุปคนฺตฺวา ฐิตํ ทิสฺวา ปจฺจกฺขโต กมฺมผลํ ตาย วิภาเวตุกาโม หุตฺวา ติสฺโส คาถา อภาสิ –

๑๐๔. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;

โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.

๑๐๕. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๑๐๖. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๑๐๔. ตตฺถ อภิกฺกนฺเตนาติ อติมนาเปน, อภิรูเปนาติ อตฺโถ. วณฺเณนาติ ฉวิวณฺเณน. โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพาติ สพฺพาปิ ทส ทิสา โชเตนฺตี เอกาโลกํ กโรนฺตี. ยถา กินฺติ อาห ‘‘โอสธี วิย ตารกา’’ติ. อุสฺสนฺนา ปภา เอตาย ธียติ, โอสธานํ วา อนุพลปฺปทายิกาติ กตฺวา ‘‘โอสธี’’ติ ลทฺธนามา ตารกา ยถา สมนฺตโต อาโลกํ กุรุมานา ติฏฺฐติ, เอวเมว ตฺวํ สพฺพทิสา โอภาเสนฺตีติ อตฺโถ.

๑๐๕. เกนาติ กึ-สทฺโท ปุจฺฉายํ. เหตุอตฺเถ เจตํ กรณวจนํ, เกน เหตุนาติ อตฺโถ. เตติ ตว. เอตาทิโสติ เอทิโส, เอตรหิ ยถาทิสฺสมาโนติ วุตฺตํ โหติ. เกน เต อิธ มิชฺฌตีติ เกน ปุญฺญวิเสเสน อิธ อิมสฺมึ ฐาเน อิทานิ ตยา ลพฺภมานํ สุจริตผลํ อิชฺฌติ นิปฺผชฺชติ. อุปฺปชฺชนฺตีติ นิพฺพตฺตนฺติ. โภคาติ ปริภุญฺชิตพฺพฏฺเฐน ‘‘โภคา’’ติ ลทฺธนามา วตฺถาภรณาทิวิตฺตูปกรณวิเสสา. เย เกจีติ โภเค อนวเสสโต พฺยาเปตฺวา สงฺคณฺหาติ. อนวเสสพฺยาปโก หิ อยํ นิทฺเทโส ยถา ‘‘เย เกจิ สงฺขารา’’ติ. มนโส ปิยาติ มนสา ปิยายิตพฺพา, มนาปิยาติ อตฺโถ.

๑๐๖. ปุจฺฉามีติ ปุจฺฉํ กโรมิ, ญาตุํ อิจฺฉามีติ อตฺโถ. ตนฺติ ตฺวํ. เทวีติ ทิพฺพานภาวสมงฺคิตาย, เทวิ. เตนาห ‘‘มหานุภาเว’’ติ. มนุสฺสภูตาติ มนุสฺเสสุ ชาตา มนุสฺสภาวํ ปตฺตา. อิทํ เยภุยฺเยน สตฺตา มนุสฺสตฺตภาเว ฐิตา ปุญฺญานิ กโรนฺตีติ กตฺวา วุตฺตํ. อยเมตายํ คาถานํ สงฺเขปโต อตฺโถ, วิตฺถารโต ปน ปรมตฺถทีปนิยํ วิมานวตฺถุอฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

เอวํ ปุน เถเรน ปุฏฺฐา เปตี ตสฺสา สมฺปตฺติยา ลทฺธการณํ ปกาเสนฺตี เสสคาถา อภาสิ –

๑๐๗. ‘‘อุปฺปณฺฑุกึ กิสํ ฉาตํ, นคฺคํ สมฺปติตจฺฉวึ;

มุนิ การุณิโก โลเก, ตํ มํ อทฺทกฺขิ ทุคฺคตํ.

๑๐๘. ‘‘ภิกฺขูนํ อาโลปํ ทตฺวา, ปาณิมตฺตญฺจ โจฬกํ;

ถาลกสฺส จ ปานียํ, มม ทกฺขิณมาทิสิ.

๑๐๙. ‘‘อาโลปสฺส ผลํ ปสฺส, ภตฺตํ วสฺสสตํ ทส;

ภุญฺชามิ กามกามินี, อเนกรสพฺยญฺชนํ.

๑๑๐. ‘‘ปาณิมตฺตสฺส โจฬสฺส, วิปากํ ปสฺส ยาทิสํ;

ยาวตา นนฺทราชสฺส, วิชิตสฺมึ ปฏิจฺฉทา.

๑๑๑. ‘‘ตโต พหุตรา ภนฺเต, วตฺถานจฺฉาทนานิ เม;

โกเสยฺยกมฺพลียานิ, โขมกปฺปาสิกานิ จ.

๑๑๒. ‘‘วิปุลา จ มหคฺฆา จ, เตปากาเสวลมฺพเร;

สาหํ ตํ ปริทหามิ, ยํ ยญฺหิ มนโส ปิยํ.

๑๑๓. ‘‘ถาลกสฺส จ ปานียํ, วิปากํ ปสฺส ยาทิสํ;

คมฺภีรา จตุรสฺสา จ, โปกฺขรญฺโญ สุนิมฺมิตา.

๑๑๔. ‘‘เสโตทกา สุปฺปติตฺถา, สีตา อปฺปฏิคนฺธิยา;

ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺนา, วาริกิญฺชกฺขปูริตา.

๑๑๕. ‘‘สาหํ รมามิ กีฬามิ, โมทามิ อกุโตภยา;

มุนึ การุณิกํ โลเก, ภนฺเต วนฺทิตุมาคตา’’ติ.

๑๐๗. ตตฺถ อุปฺปณฺฑุกินฺติ อุปฺปณฺฑุกชาตํ. ฉาตนฺติ พุภุกฺขิตํ ขุทาย อภิภูตํ. สมฺปติตจฺฉวินฺติ ฉินฺนภินฺนสรีรจฺฉวึ. โลเกติ อิทํ ‘‘การุณิโก’’ติ เอตฺถ วุตฺตกรุณาย วิสยทสฺสนํ. ตํ มนฺติ ตาทิสํ มมํ, วุตฺตนเยน เอกนฺตโต กรุณฏฺฐานิยํ มํ. ทุคฺคตนฺติ ทุคฺคตึ คตํ.

๑๐๘-๑๐๙. ภิกฺขูนํ อาโลปํ ทตฺวาติอาทิ เถเรน อตฺตโน กรุณาย กตาการทสฺสนํ. ตตฺถ ภตฺตนฺติ โอทนํ, ทิพฺพโภชนนฺติ อตฺโถ. วสฺสสตํ ทสาติ ทส วสฺสสตานิ, วสฺสสหสฺสนฺติ วุตฺตํ โหติ. อจฺจนฺตสํโยเค เจตํ อุปโยควจนํ. ภุญฺชามิ กามกามินี, อเนกรสพฺยญฺชนนฺติ อญฺเญหิปิ กาเมตพฺพกาเมหิ สมนฺนาคตา อเนกรสพฺยญฺชนํ ภตฺตํ ภุญฺชามีติ โยชนา.

๑๑๐. โจฬสฺสาติ เทยฺยธมฺมสีเสน ตพฺพิสยํ ทานมยํ ปุญฺญเมว ทสฺเสติ. วิปากํ ปสฺส ยาทิสนฺติ ตสฺส โจฬทานสฺส วิปากสงฺขาตํ ผลํ ปสฺส, ภนฺเต. ตํ ปน ยาทิสํ ยถารูปํ, กินฺติ เจติ อาห ‘‘ยาวตา นนฺทราชสฺสา’’ติอาทิ.

ตตฺถ โกยํ นนฺทราชา นาม? อตีเต กิร ทสวสฺสสหสฺสายุเกสุ มนุสฺเสสุ พาราณสิวาสี เอโก กุฏุมฺพิโก อรญฺเญ ชงฺฆาวิหารํ วิจรนฺโต อรญฺญฏฺฐาเน อญฺญตรํ ปจฺเจกพุทฺธํ อทฺทส. โส ปจฺเจกพุทฺโธ ตตฺถ จีวรกมฺมํ กโรนฺโต อนุวาเต อปฺปโหนฺเต สํหริตฺวาว ฐเปตุํ อารทฺโธ. โส กุฏุมฺพิโก ตํ ทิสฺวา, ‘‘ภนฺเต, กึ กโรถา’’ติ วตฺวา เตน อปฺปิจฺฉตาย กิญฺจิ อวุตฺเตปิ ‘‘จีวรทุสฺสํ นปฺปโหตี’’ติ ญตฺวา อตฺตโน อุตฺตราสงฺคํ ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปาทมูเล ฐเปตฺวา อคมาสิ. ปจฺเจกพุทฺโธ ตํ คเหตฺวา อนุวาตํ อาโรเปนฺโต จีวรํ กตฺวา ปารุปิ. โส กุฏุมฺพิกา ชีวิตปริโยสาเน กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺติตฺวา ตตฺถ ยาวตายุกํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา ตโต จวิตฺวา พาราณสิโต โยชนมตฺเต ฐาเน อญฺญตรสฺมึ คาเม อมจฺจกุเล นิพฺพตฺติ.

ตสฺส วยปฺปตฺตกาเล ตสฺมึ คาเม นกฺขตฺตํ สงฺฆุฏฺฐํ อโหสิ. โส มาตรํ อาห – ‘‘อมฺม, สาฏกํ เม เทหิ, นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสามี’’ติ. สา สุโธตวตฺถํ นีหริตฺวา อทาสิ. ‘‘อมฺม, ถูลํ อิท’’นฺติ. อญฺญํ นีหริตฺวา อทาสิ, ตมฺปิ ปฏิกฺขิปิ. อถ นํ มาตา อาห – ‘‘ตาต, ยาทิเส เคเห มยํ ชาตา, นตฺถิ โน อิโต สุขุมตรสฺส วตฺถสฺส ปฏิลาภาย ปุญฺญ’’นฺติ. ‘‘ลภนฏฺฐานํ คจฺฉามิ, อมฺมา’’ติ. ‘‘คจฺฉ, ปุตฺต, อหํ อชฺเชว ตุยฺหํ พาราณสินคเร รชฺชปฏิลาภํ อิจฺฉามี’’ติ. โส ‘‘สาธุ, อมฺมา’’ติ มาตรํ วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา อาห – ‘‘คจฺฉามิ, อมฺมา’’ติ. ‘‘คจฺฉ, ตาตา’’ติ. เอวํ กิรสฺสา จิตฺตํ อโหสิ – ‘‘กหํ คมิสฺสติ, อิธ วา เอตฺถ วา เคเห นิสีทิสฺสตี’’ติ. โส ปน ปุญฺญนิยาเมน โจทิยมาโน คามโต นิกฺขมิตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา มงฺคลสิลาปฏฺเฏ สสีสํ ปารุปิตฺวา นิปชฺชิ. โส จ พาราณสิรญฺโญ กาลกตสฺส สตฺตโม ทิวโส โหติ.

อมจฺจา จ ปุโรหิโต จ รญฺโญ สรีรกิจฺจํ กตฺวา ราชงฺคเณ นิสีทิตฺวา มนฺตยึสุ – ‘‘รญฺโญ เอกา ธีตา อตฺถิ, ปุตฺโต นตฺถิ, อราชกํ รชฺชํ น ติฏฺฐติ, ผุสฺสรถํ วิสฺสชฺเชมา’’ติ. เต กุมุทวณฺเณ จตฺตาโร สินฺธเว โยเชตฺวา เสตจฺฉตฺตปฺปมุขํ ปญฺจวิธํ ราชกกุธภณฺฑํ รถสฺมึเยว ฐเปตฺวา รถํ วิสฺสชฺเชตฺวา ปจฺฉโต ตูริยานิ ปคฺคณฺหาเปสุํ. รโถ ปาจีนทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา อุยฺยานาภิมุกฺโข อโหสิ. ‘‘ปริจเยน อุยฺยานาภิมุโข คจฺฉติ, นิวตฺเตมา’’ติ เกจิ อาหํสุ. ปุโรหิโต ‘‘มา นิวตฺตยิตฺถา’’ติ อาห. รโถ กุมารํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อาโรหนสชฺโช หุตฺวา อฏฺฐาสิ, ปุโรหิโต ปารุปนกณฺณํ อปเนตฺวา ปาทตลานิ โอโลเกนฺโต ‘‘ติฏฺฐตุ อยํ ทีโป, ทฺวิสหสฺสทีปปริวาเรสุ จตูสุ มหาทีเปสุ เอกรชฺชํ กาเรตุํ ยุตฺโต’’ติ วตฺวา ‘‘ตูริยานิ ปคฺคณฺหถ, ปุนปิ ปคฺคณฺหถา’’ติ ติกฺขตฺตุํ ตูริยานิ ปคฺคณฺหาเปสิ.

อถ กุมาโร มุขํ วิวริตฺวา โอโลเกตฺวา ‘‘เกน กมฺเมน อาคตตฺถ, ตาตา’’ติ อาห. ‘‘เทว, ตุมฺหากํ รชฺชํ ปาปุณาตี’’ติ. ‘‘ตุมฺหากํ ราชา กห’’นฺติ? ‘‘ทิวงฺคโต, สามี’’ติ. ‘‘กติ ทิวสา อติกฺกนฺตา’’ติ? ‘‘อชฺช สตฺตโม ทิวโส’’ติ. ‘‘ปุตฺโต วา ธีตา วา นตฺถี’’ติ? ‘‘ธีตา อตฺถิ, เทว, ปุตฺโต นตฺถี’’ติ. ‘‘เตน หิ กริสฺสามิ รชฺช’’นฺติ. เต ตาวเทว อภิเสกมณฺฑปํ กตฺวา ราชธีตรํ สพฺพาลงฺกาเรหิ อลงฺกริตฺวา อุยฺยานํ อาเนตฺวา กุมารสฺส อภิเสกํ อกํสุ.

อถสฺส กตาภิเสกสฺส สตสหสฺสคฺฆนิกํ วตฺถํ อุปเนสุํ. โส ‘‘กิมิทํ, ตาตา’’ติ อาห. ‘‘นิวาสนวตฺถํ, เทวา’’ติ. ‘‘นนุ, ตาตา, ถูล’’นฺติ? ‘‘มนุสฺสานํ ปริโภควตฺเถสุ อิโต สุขุมตรํ นตฺถิ, เทวา’’ติ. ‘‘ตุมฺหากํ ราชา เอวรูปํ นิวาเสสี’’ติ? ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘น มญฺเญ ปุญฺญวา ตุมฺหากํ ราชา (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๙๑) สุวณฺณภิงฺการํ อาหรถ, ลภิสฺสามิ วตฺถ’’นฺติ. สุวณฺณภิงฺการํ อาหรึสุ. โส อุฏฺฐาย หตฺเถ โธวิตฺวา มุขํ วิกฺขาเลตฺวา หตฺเถน อุทกํ อาทาย ปุรตฺถิมทิสายํ อพฺภุกฺกิริ. ตทา ฆนปถวึ ภินฺทิตฺวา อฏฺฐ กปฺปรุกฺขา อุฏฺฐหึสุ. ปุน อุทกํ คเหตฺวา ทกฺขิณาย ปจฺฉิมาย อุตฺตรายาติ เอวํ จตูสุ ทิสาสุ อพฺภุกฺกิริ. สพฺพทิสาสุ อฏฺฐ อฏฺฐ กตฺวา ทฺวตฺตึส กปฺปรุกฺขา อุฏฺฐหึสุ. เอเกกาย ทิสาย โสฬส โสฬส กตฺวา จตุสฏฺฐิ กมฺมรุกฺขาติ เกจิ วทนฺติ. โส เอกํ ทิพฺพทุสฺสํ นิวาเสตฺวา เอกํ ปารุปิตฺวา ‘‘นนฺทรญฺโญ วิชิเต สุตฺตกนฺติกา อิตฺถิโย มา สุตฺตํ กนฺตึสูติ เภรึ จราเปถา’’ติ วตฺวา ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา อลงฺกตปฏิยตฺโต หตฺถิกฺขนฺธวรคโต นครํ ปวิสิตฺวา ปาสาทํ อารุยฺห มหาสมฺปตฺตึ อนุภวิ.

เอวํ คจฺฉนฺเต กาเล เอกทิวสํ เทวี รญฺโญ สมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘อโห ตปสฺสี’’ติ การุญฺญาการํ ทสฺเสสิ. ‘‘กิมิทํ, เทวี’’ติ จ ปุฏฺฐา ‘‘อติมหตี เต, เทว, สมฺปตฺติ. อตีเต อทฺธนิ กลฺยาณํ อกตฺถ, อิทานิ อนาคตสฺส อตฺถาย กุสลํ น กโรถา’’ติ อาห. ‘‘กสฺส เทม? สีลวนฺโต นตฺถี’’ติ. ‘‘อสุญฺโญ, เทว, ชมฺพุทีโป อรหนฺเตหิ, ตุเมฺห ทานเมว สชฺเชถ, อหํ อรหนฺเต ลจฺฉามี’’ติ อาห. ปุนทิวเส ราชา มหารหํ ทานํ สชฺชาเปสิ. เทวี ‘‘สเจ อิมิสฺสาย ทิสาย อรหนฺโต อตฺถิ, อิธาคนฺตฺวา อมฺหากํ ภิกฺขํ คณฺหนฺตู’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา อุตฺตรทิสาภิมุขา อุเรน นิปชฺชิ. นิปนฺนมตฺตาย เอว เทวิยา หิมวนฺเต วสนฺตานํ ปทุมวติยา ปุตฺตานํ ปญฺจสตานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ เชฏฺฐโก มหาปทุมปจฺเจกพุทฺโธ ภาติเก อามนฺเตสิ – ‘‘มาริสา นนฺทราชา ตุเมฺห นิมนฺเตติ, อธิวาเสถ ตสฺสา’’ติ. เต อธิวาเสตฺวา ตาวเทว อากาเสนาคนฺตฺวา อุตฺตรทฺวาเร โอตรึสุ. มนุสฺสา ‘‘ปญฺจสตา, เทว, ปจฺเจกพุทฺธา อาคตา’’ติ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา สทฺธึ เทวิยา อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา ปจฺเจกพุทฺเธ ปาสาทํ อาโรเปตฺวา ตตฺถ เตสํ ทานํ ทตฺวา ภตฺตกิจฺจาวสาเน ราชา สงฺฆตฺเถรสฺส, เทวี สงฺฆนวกสฺส ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ‘‘อยฺยา, ปจฺจเยหิ น กิลมิสฺสนฺติ, มยํ ปุญฺเญน น หายิสฺสาม, อมฺหากํ อิธ นิวาสาย ปฏิญฺญํ เทถา’’ติ ปฏิญฺญํ กาเรตฺวา อุยฺยาเน นิวาสฏฺฐานานิ กาเรตฺวา ยาวชีวํ ปจฺเจกพุทฺเธ อุปฏฺฐหิตฺวา เตสุ ปรินิพฺพุเตสุ สาธุกีฬิตํ กาเรตฺวา คนฺธทารุอาทีหิ สรีรกิจฺจํ กาเรตฺวา ธาตุโย คเหตฺวา เจติยํ ปติฏฺฐาเปตฺวา ‘‘เอวรูปานมฺปิ นาม มหานุภาวานํ มเหสีนํ มรณํ ภวิสฺสติ, กิมงฺคํ ปน มาทิสาน’’นฺติ สํเวคชาโต เชฏฺฐปุตฺตํ รชฺเช ปติฏฺฐาเปตฺวา สยํ ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ. เทวีปิ ‘‘รญฺเญ ปพฺพชิเต อหํ กึ กริสฺสามี’’ติ ปพฺพชิ. เทฺวปิ อุยฺยาเน วสนฺตา ฌานานิ นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานสุเขน วีตินาเมตฺวา อายุปริโยสาเน พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตึสุ. โส กิร นนฺทราชา อมฺหากํ สตฺถุ มหาสาวโก มหากสฺสปตฺเถโร อโหสี, ตสฺส อคฺคมเหสี ภทฺทา กาปิลานี นาม.

อยํ ปน นนฺทราชา ทส วสฺสสหสฺสานิ สยํ ทิพฺพวตฺถานิ ปริทหนฺโต สพฺพเมว อตฺตโน วิชิตํ อุตฺตรกุรุสทิสํ กโรนฺโต อาคตาคตานํ มนุสฺสานํ ทิพฺพทุสฺสานิ อทาสิ. ตยิทํ ทิพฺพวตฺถสมิทฺธึ สนฺธาย สา เปตี อาห ‘‘ยาวตา นนฺทราชสฺส, วิชิตสฺมึ ปฏิจฺฉทา’’ติ. ตตฺถ วิชิตสฺมินฺติ รฏฺเฐ. ปฏิจฺฉทาติ วตฺถานิ. ตานิ หิ ปฏิจฺฉาเทนฺติ เอเตหีติ ‘‘ปฏิจฺฉทา’’ติ วุจฺจนฺติ.

๑๑๑. อิทานิ สา เปตี ‘‘นนฺทราชสมิทฺธิโตปิ เอตรหิ มยฺหํ สมิทฺธิ วิปุลตรา’’ติ ทสฺเสนฺตี ‘‘ตโต พหุตรา, ภนฺเต, วตฺถานจฺฉาทนานิ เม’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตโตติ นนฺทราชสฺส ปริคฺคหภูตวตฺถโตปิ พหุตรานิ มยฺหํ วตฺถจฺฉาทนานีติ อตฺโถ. วตฺถานจฺฉาทนานีติ นิวาสนวตฺถานิ เจว ปารุปนวตฺถานิ จ. โกเสยฺยกมฺพลียานีติ โกเสยฺยานิ เจว กมฺพลานิ จ. โขมกปฺปาสิกานีติ โขมวตฺถานิ เจว กปฺปาสมยวตฺถานิ จ.

๑๑๒. วิปุลาติ อายามโต จ วิตฺถารโต จ วิปุลา. มหคฺฆาติ มหคฺฆวเสน มหนฺตา มหารหา. อากาเสวลมฺพเรติ อากาเสเยว โอลมฺพมานา ติฏฺฐนฺติ. ยํ ยญฺหิ มนโส ปิยนฺติ ยํ ยํ มยฺหํ มนโส ปิยํ, ตํ ตํ คเหตฺวา ปริทหามิ ปารุปามิ จาติ โยชนา.

๑๑๓. ถาลกสฺส จ ปานียํ, วิปากํ ปสฺส ยาทิสนฺติ ถาลกปูรณมตฺตํ ปานียํ ทินฺนํ อนุโมทิตํ, ตสฺส ปน วิปากํ ยาทิสํ ยาว มหนฺตํ ปสฺสาติ ทสฺเสนฺตี ‘‘คมฺภีรา จตุรสฺสา จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ คมฺภีราติ อคาธา. จตุรสฺสาติ จตุรสฺสสณฺฐานา. โปกฺขรญฺโญติ โปกฺขรณิโย. สุนิมฺมิตาติ กมฺมานุภาเวเนว สุฏฺฐุ นิมฺมิตา.

๑๑๔. เสโตทกาติ เสตอุทกา เสตวาลุกสมฺปริกิณฺณา. สุปฺปติตฺถาติ สุนฺทรติตฺถา. สีตาติ สีตโลทกา. อปฺปฏิคนฺธิยาติ ปฏิกูลคนฺธรหิตา สุรภิคนฺธา. วาริกิญฺชกฺขปูริตาติ กมลกุวลยาทีนํ เกสรสญฺฉนฺเนน วารินา ปริปุณฺณา.

๑๑๕. สาหนฺติ สา อหํ. รมามีติ รตึ วินฺทามิ. กีฬามีติ อินฺทฺริยานิ ปริจาเรมิ. โมทามีติ โภคสมฺปตฺติยา ปมุทิตา โหมิ. อกุโตภยาติ กุโตจิปิ อสญฺชาตภยา, เสรี สุขวิหารินี โหมิ. ภนฺเต, วนฺทิตุมาคตาติ, ภนฺเต, อิมิสฺสา ทิพฺพสมฺปตฺติยา ปฏิลาภสฺส การณภูตํ ตฺวํ วนฺทิตุํ อาคตา อุปคตาติ อตฺโถ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตเมว.

เอวํ ตาย เปติยา วุตฺเต อายสฺมา สาริปุตฺโต อิฏฺฐกวติยํ ทีฆราชิยนฺติ คามทฺวยวาสิเกสุ อตฺตโน สนฺติกํ อุปคเตสุ มนุสฺเสสุ อิมมตฺถํ วิตฺถารโต กเถนฺโต สํเวเชตฺวา สํสารโมจนปาปกมฺมโต โมเจตฺวา อุปาสกภาเว ปติฏฺฐาเปสิ. สา ปวตฺติ ภิกฺขูสุ ปากฏา ชาตา. ตํ ภิกฺขู ภควโต อาโรเจสุํ. ภควา ตมตฺถํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ, สา เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา อโหสีติ.

สํสารโมจกเปติวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สาริปุตฺตตฺเถรมาตุเปติวตฺถุวณฺณนา

นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสีติ อิทํ สตฺถริ เวฬุวเน วิหรนฺเต อายสฺมโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส อิโต ปญฺจมาย ชาติยา มาตุภูตํ เปตึ อารพฺภ วุตฺตํ. เอกทิวสํ อายสฺมา จ สาริปุตฺโต อายสฺมา จ มหาโมคฺคลฺลาโน อายสฺมา จ อนุรุทฺโธ อายสฺมา จ กปฺปิโน ราชคหสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ อรญฺญายตเน วิหรนฺติ. เตน จ สมเยน พาราณสิยํ อญฺญตโร พฺราหฺมโณ อฑฺโฒ มหทฺธโน มหาโภโค สมณพฺราหฺมณกปณทฺธิกวนิพฺพกยาจกานํ โอปานภูโต อนฺนปานวตฺถสยนาทีนิ เทติ. เทนฺโต จ อาคตาคตานํ ยถากาลํ ยถารหญฺจ ปาโททกปาทพฺภญฺชนาทิทานานุปุพฺพกํ สพฺพาภิเทยฺยํ ปฏิปนฺโน โหติ, ปุเรภตฺตํ ภิกฺขู อนฺนปานาทินา สกฺกจฺจํ ปริวิสติ. โส เทสนฺตรํ คจฺฉนฺโต ภริยํ อาห – ‘‘โภติ, ยถาปญฺญตฺตํ อิมํ ทานวิธึ อปริหาเปนฺตี สกฺกจฺจํ อนุปติฏฺฐาหี’’ติ. สา ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ตสฺมึ ปกฺกนฺเต เอว ตาว ภิกฺขูนํ ปญฺญตฺตํ ทานวิธึ ปจฺฉินฺทิ, อทฺธิกานํ ปน นิวาสตฺถาย อุปคตานํ เคหปิฏฺฐิโต ฉฑฺฑิตํ ชรสาลํ ทสฺเสสิ ‘‘เอตฺถ วสถา’’ติ. อนฺนปานาทีนํ อตฺถาย ตตฺถ อทฺธิเกสุ อาคเตสุ ‘‘คูถํ ขาทถ, มุตฺตํ ปิวถ, โลหิตํ ปิวถ, ตุมฺหากํ มาตุ มตฺถลุงฺคํ ขาทถา’’ติ ยํ ยํ อสุจิ เชคุจฺฉํ, ตสฺส ตสฺส นามํ คเหตฺวา นิฏฺฐุรํ วทติ.

สา อปเรน สมเยน กาลํ กตฺวา กมฺมานุภาวุกฺขิตฺตา เปตโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา อตฺตโน วจีทุจฺจริตานุรูปํ ทุกฺขํ อนุภวนฺตี ปุริมชาติสมฺพนฺธํ อนุสฺสริตฺวา อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส สนฺติกํ อุปสงฺกมิตุกามา ตสฺส วิหารทฺวารํ สมฺปาปุณิ, ตสฺส วิหารทฺวารเทวตาโย วิหารปฺปเวสนํ นิวาเรสุํ. สา กิร อิโต ปญฺจมาย ชาติยา เถรสฺส มาตุภูตปุพฺพา, ตสฺมา เอวมาห – ‘‘อหํ อยฺยสฺส สาริปุตฺตตฺเถรสฺส อิโต ปญฺจมาย ชาตียา มาตา, เทถ เม ทฺวารปฺปเวสนํ เถรํ ทฏฺฐุ’’นฺติ. ตํ สุตฺวา เทวตา ตสฺสา ปเวสนํ อนุชานึสุ. สา ปวิสิตฺวา จงฺกมนโกฏิยํ ฐตฺวา เถรสฺส อตฺตานํ ทสฺเสสิ. เถโร ตํ ทิสฺวา กรุณาย สญฺโจทิตมานโส หุตฺวา –

๑๑๖. ‘‘นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ, กิสา ธมนิสนฺถตา;

อุปฺผาสุลิเก กิสิเก, กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสี’’ติ. –

คาถาย ปุจฺฉิ. สา เถเรน ปุฏฺฐา ปฏิวจนํ เทนฺตี –

๑๑๗. ‘‘อหํ เต สกิยา มาตา, ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาตีสุ;

อุปปนฺนา เปตฺติวิสยํ, ขุปฺปิปาสสมปฺปิตา.

๑๑๘. ‘‘ฉฑฺฑิตํ ขิปิตํ เขฬํ, สิงฺฆาณิกํ สิเลสุมํ;

วสญฺจ ฑยฺหมานานํ, วิชาตานญฺจ โลหิตํ.

๑๑๙. ‘‘วณิกานญฺจ ยํ ฆาน-สีสจฺฉินฺนาน โลหิตํ;

ขุทาปเรตา ภุญฺชามิ, อิจฺฉิปุริสนิสฺสิตํ.

๑๒๐. ‘‘ปุพฺพโลหิตํ ภกฺขามิ, ปสูนํ มานุสาน จ;

อเลณา อนคารา จ, นีลมญฺจปรายณา.

๑๒๑. ‘‘เทหิ ปุตฺตก เม ทานํ, ทตฺวา อนฺวาทิสาหิ เม;

อปฺเปว นาม มุจฺเจยฺยํ, ปุพฺพโลหิตโภชนา’’ติ. – ปญฺจคาถา อภาสิ;

๑๑๗. ตตฺถ อหํ เต สกิยา มาตาติ อหํ ตุยฺหํ ชนนิภาวโต สกิยา มาตา. ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาตีสูติ มาตา โหนฺตีปิ น อิมิสฺสํ ชาติยํ, อถ โข ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาตีสุ, อิโต ปญฺจมิยนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อุปปนฺนา เปตฺติวิสยนฺติ ปฏิสนฺธิวเสน เปตโลกํ อุปคตา. ขุปฺปิปาสสมปฺปิตาติ ขุทาย จ ปิปาสาย จ อภิภูตา, นิรนฺตรํ ชิฆจฺฉาปิปาสาหิ อภิภุยฺยมานาติ อตฺโถ.

๑๑๘-๑๑๙. ฉฑฺฑิตนฺติ อุจฺฉิฏฺฐกํ, วนฺตนฺติ อตฺโถ. ขิปิตนฺติ ขิปิเตน สทฺธึ มุขโต นิกฺขนฺตมลํ. เขฬนฺติ นิฏฺฐุภํ. สิงฺฆาณิกนฺติ มตฺถลุงฺคโต วิสฺสนฺทิตฺวา นาสิกาย นิกฺขนฺตมลํ. สิเลสุมนฺติ เสมฺหํ. วสญฺจ ฑยฺหมานานนฺติ จิตกสฺมึ ฑยฺหมานานํ กเฬวรานํ วสาเตลญฺจ. วิชาตานญฺจ โลหิตนฺติ ปสูตานํ อิตฺถีนํ โลหิตํ, คพฺภมลํ จ-สทฺเทน สงฺคณฺหาติ. วณิกานนฺติ สญฺชาตวณานํ. ยนฺติ ยํ โลหิตนฺติ สมฺพนฺโธ. ฆานสีสจฺฉินฺนานนฺติ ฆานจฺฉินฺนานํ สีสจฺฉินฺนานญฺจ ยํ โลหิตํ, ตํ ภุญฺชามีติ โยชนา. เทสนาสีสเมตํ ‘‘ฆานสีสจฺฉินฺนาน’’นฺติ, ยสฺมา หตฺถปาทาทิจฺฉินฺนานมฺปิ โลหิตํ ภุญฺชามิเยว. ตถา ‘‘วณิกาน’’นฺติ อิมินา เตสมฺปิ โลหิตํ สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ขุทาปเรตาติ ชิฆจฺฉาภิภูตา หุตฺวา. อิตฺถิปุริสนิสฺสิตนฺติ อิตฺถิปุริสสรีรนิสฺสิตํ ยถาวุตฺตํ อญฺญญฺจ จมฺมมํสนฺหารุปุพฺพาทิกํ ปริภุญฺชามีติ ทสฺเสติ.

๑๒๐-๑๒๑. ปสูนนฺติ อชโคมหึสาทีนํ. อเลณาติ อสรณา. อนคาราติ อนาวาสา. นีลมญฺจปรายณาติ สุสาเน ฉฑฺฑิตมลมญฺจสยนา. อถ วา นีลาติ ฉาริกงฺคารพหุลา สุสานภูมิ อธิปฺเปตา, ตํเยว มญฺจํ วิย อธิสยนาติ อตฺโถ. อนฺวาทิสาหิ เมติ ยถา ทินฺนํ ทกฺขิณํ มยฺหํ อุปกปฺปติ, ตถา อุทฺทิส ปตฺติทานํ เทหิ. อปฺเปว นาม มุจฺเจยฺยํ, ปุพฺพโลหิตโภชนาติ ตว อุทฺทิสเนน เอตสฺมา ปุพฺพโลหิตโภชนา เปตชีวิกา อปิ นาม มุจฺเจยฺยํ.

ตํ สุตฺวา อายสฺมา สาริปุตฺตตฺเถโร ทุติยทิวเส มหาโมคฺคลฺลานตฺเถราทิเก ตโย เถเร อามนฺเตตฺวา เตหิ สทฺธึ ราชคเห ปิณฺฑาย จรนฺโต รญฺโญ พิมฺพิสารสฺส นิเวสนํ อคมาสิ. ราชา เถเร ทิสฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘กึ, ภนฺเต, อาคตตฺถา’’ติ อาคมนการณํ ปุจฺฉิ. อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ตํ ปวตฺตึ รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ‘‘อญฺญาตํ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา เถเร วิสฺสชฺเชตฺวา สพฺพกมฺมิกํ อมจฺจํ ปกฺโกสาเปตฺวา อาณาเปสิ ‘‘นครสฺส อวิทูเร วิวิตฺเต ฉายูทกสมฺปนฺเน ฐาเน จตสฺโส กุฏิโย กาเรหี’’ติ. อนฺเตปุเร จ ปโหนกวิเสสวเสน ติธา วิภชิตฺวา จตสฺโส กุฏิโย ปฏิจฺฉาเปสิ, สยญฺจ ตตฺถ คนฺตฺวา กาตพฺพยุตฺตกํ อกาสิ. นิฏฺฐิตาสุ กุฏิกาสุ สพฺพํ พลิกรณํ สชฺชาเปตฺวา อนฺนปานวตฺถาทีนิ พุทฺธปฺปมุขสฺส จาตุทฺทิสสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส อนุจฺฉวิเก สพฺพปริกฺขาเร จ อุปฏฺฐาเปตฺวา อายสฺมโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ตํ สพฺพํ นิยฺยาเทสิ. อถ เถโร ตํ เปตึ อุทฺทิสฺส ตํ สพฺพํ พุทฺธปฺปมุขสฺส จาตุทฺทิสสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส อทาสิ. สา เปตี ตํ อนุโมทิตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา สพฺพกามสมิทฺธา จ หุตฺวา อปรทิวเส อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส สนฺติกํ อุปคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. ตํ เถโร ปฏิปุจฺฉิ, สา อตฺตโน เปตูปปตฺตึ ปุน เทวูปปตฺติญฺจ วิตฺถารโต กเถสิ. เตน วุตฺตํ –

๑๒๒. ‘‘มาตุยา วจนํ สุตฺวา, อุปติสฺโสนุกมฺปโก;

อามนฺตยิ โมคฺคลฺลานํ, อนุรุทฺธญฺจ กปฺปินํ.

๑๒๓. ‘‘จตสฺโส กุฏิโย กตฺวา, สงฺเฆ จาตุทฺทิเส อทา;

กุฏิโย อนฺนปานญฺจ, มาตุ ทกฺขิณมาทิสี.

๑๒๔. ‘‘สมนนฺตรานุทฺทิฏฺเฐ, วิปาโก อุทปชฺชถ;

โภชนํ ปานียํ วตฺถํ, ทกฺขิณาย อิทํ ผลํ.

๑๒๕. ‘‘ตโต สุทฺธา สุจิวสนา, กาสิกุตฺตมธารินี;

วิจิตฺตวตฺถาภรณา, โกลิกํ อุปสงฺกมี’’ติ.

๑๒๓. ตตฺถ สงฺเฆ จาตุทฺทิเส อทาติ จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺส อทาสิ, นิยฺยาเทสีติ อตฺโถ. เสสํ วุตฺตตฺถเมว.

อถายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ตํ เปตึ –

๑๒๖. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;

โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.

๑๒๗. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เตน เต อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๑๒๘. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา,

วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. – ปุจฺฉิ;

๑๒๙-๑๓๓. อถ สา ‘‘สาริปุตฺตสฺสาหํ มาตา’’ติอาทินา วิสฺสชฺเชสิ. เสสํ วุตฺตตฺถเมว. อถายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ตํ ปวตฺตึ ภควโต อาโรเจสิ. ภควา ตมตฺถํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ, สา เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา อโหสีติ.

สาริปุตฺตตฺเถรมาตุเปติวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. มตฺตาเปติวตฺถุวณฺณนา

นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสีติ อิทํ สตฺถริ เชตวเน วิหรนฺเต มตฺตํ นาม เปตึ อารพฺภ วุตฺตํ. สาวตฺถิยํ กิร อญฺญตโร กุฏุมฺพิโก สทฺโธ ปสนฺโน อโหสิ. ตสฺส ภริยา อสฺสทฺธา อปฺปสนฺนา โกธนา วญฺฌา จ อโหสิ นาเมน มตฺตา นาม. อถ โส กุฏุมฺพิโก กุลวํสูปจฺเฉทนภเยน สทิสกุลโต ติสฺสํ นาม อญฺญํ กญฺญํ อาเนสิ. สา อโหสิ สทฺธา ปสนฺนา สามิโน จ ปิยา มนาปา, สา นจิรสฺเสว คพฺภินี หุตฺวา ทสมาสจฺจเยน ปุตฺตํ วิชายิ, ‘‘ภูโต’’ติสฺส นามํ อโหสิ. สา เคหสฺสามินี หุตฺวา จตฺตาโร ภิกฺขู สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหิ, วญฺฌา ปน ตํ อุสูยติ.

ตา อุโภปิ เอกสฺมึ ทิวเส สีสํ นฺหตฺวา อลฺลเกสา อฏฺฐํสุ, กุฏุมฺพิโก คุณวเสน ติสฺสาย อาพทฺธสิเนโห มนุญฺเญน หทเยน ตาย สทฺธึ พหุํ สลฺลปนฺโต อฏฺฐาสิ. ตํ อสหมานา มตฺตา อิสฺสาปกตา เคเห สมฺมชฺชิตฺวา ฐปิตํ สงฺการํ ติสฺสาย มตฺถเก โอกิริ. สา อปเรน สมเยน กาลํ กตฺวา เปตโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา อตฺตโน กมฺมพเลน ปญฺจวิธํ ทุกฺขํ อนุภวติ. ตํ ปน ทุกฺขํ ปาฬิโต เอว วิญฺญายติ. อเถกทิวสํ สา เปตี สญฺฌาย วีติวตฺตาย เคหสฺส ปิฏฺฐิปสฺเส นฺหายนฺติยา ติสฺสาย อตฺตานํ ทสฺเสสิ. ตํ ทิสฺวา ติสฺสา –

๑๓๔. ‘‘นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ, กิสา ธมนิสนฺถตา;

อุปฺผาสุลิเก กิสิเก, กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสี’’ติ. –

คาถาย ปฏิปุจฺฉิ. อิตรา –

๑๓๕. ‘‘อหํ มตฺตา ตุวํ ติสฺสา, สปตฺตี เต ปุเร อหุํ;

ปาปกมฺมํ กริตฺวาน, เปตโลกํ อิโต คตา’’ติ. –

คาถาย ปฏิวจนํ อทาสิ. ตตฺถ อหํ มตฺตา ตุวํ ติสฺสาติ อหํ มตฺตา นาม, ตุวํ ติสฺสา นาม. ปุเรติ ปุริมตฺตภาเว. เตติ ตุยฺหํ สปตฺตี อหุํ, อโหสินฺติ อตฺโถ. ปุน ติสฺสา –

๑๓๖. ‘‘กึ นุ กาเยน วาจาย, มนสา ทุกฺกฏํ กตํ;

กิสฺสกมฺมวิปาเกน, เปตโลกํ อิโต คตา’’ติ. –

คาถาย กตกมฺมํ ปุจฺฉิ. ปุน อิตรา –

๑๓๗. ‘‘จณฺฑี จ ผรุสา จาสึ, อิสฺสุกี มจฺฉรี สฐา;

ตาหํ ทุรุตฺตํ วตฺวาน, เปตโลกํ อิโต คตา’’ติ. –

คาถาย อตฺตนา กตกมฺมํ อาจิกฺขิ. ตตฺถ จณฺฑีติ โกธนา. ผรุสาติ ผรุสวจนา. อาสินฺติ อโหสึ. ตาหนฺติ ตํ อหํ. ทุรุตฺตนฺติ ทุพฺภาสิตํ นิรตฺถกวจนํ. อิโต ปรมฺปิ ตาสํ วจนปฏิวจนวเสเนว คาถา ปวตฺตา –

๑๓๘. ‘‘สพฺพํ อหมฺปิ ชานามิ, ยถา ตฺวํ จณฺฑิกา อหุ;

อญฺญญฺจ โข ตํ ปุจฺฉามิ, เกนาสิ ปํสุกุนฺถิตา.

๑๓๙. ‘‘สีสํนฺหาตา ตุวํ อาสิ, สุจิวตฺถา อลงฺกตา;

อหญฺจ โข อธิมตฺตํ, สมลงฺกตตรา ตยา.

๑๔๐. ‘‘ตสฺสา เม เปกฺขมานาย, สามิเกน สมนฺตยิ;

ตโต เม อิสฺสา วิปุลา, โกโธ เม สมชายถ.

๑๔๑. ‘‘ตโต ปํสุํ คเหตฺวาน, ปํสุนา ตญฺหิ โอกิรึ;

ตสฺสกมฺมวิปาเกน, เตนมฺหิ ปํสุกุนฺถิตา.

๑๔๒. ‘‘สพฺพํ อหมฺปิ ชานามิ, ปํสุนา มํ ตฺวโมกิริ;

อญฺญญฺจ โข ตํ ปุจฺฉามิ, เกน ขชฺชสิ กจฺฉุยา.

๑๔๓. ‘‘เภสชฺชหารี อุภโย, วนนฺตํ อคมิมฺหเส;

ตฺวญฺจ เภสชฺชมาหริ, อหญฺจ กปิกจฺฉุโน.

๑๔๔. ‘‘ตสฺสา ตฺยาชานมานาย, เสยฺยํ ตฺยาหํ สโมกิรึ;

ตสฺสกมฺมวิปาเกน, เตน ขชฺชามิ กจฺฉุยา.

๑๔๕. ‘‘สพฺพํ อหมฺปิ ชานามิ, เสยฺยํ เม ตฺวํ สโมกิริ;

อญฺญญฺจ โข ตํ ปุจฺฉามิ, เกนาสิ นคฺคิยา ตุวํ.

๑๔๖. ‘‘สหายานํ สมโย อาสิ, ญาตีนํ สมิตี อหุ;

ตฺวญฺจ อามนฺติตา อาสิ, สสามินี โน จ โขหํ.

๑๔๗. ‘‘ตสฺสา ตฺยาชานมานาย, ทุสฺสํ ตฺยาหํ อปานุทึ;