๖. กณฺหเปตวตฺถุวณฺณนา
อุฏฺเฐหิ กณฺห กึ เสสีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ มตปุตฺตํ อุปาสกํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยํ กิร อญฺญตรสฺส อุปาสกสฺส ปุตฺโต กาลมกาสิ. โส เตน โสกสลฺลสมปฺปิโต น นฺหายติ, น ภุญฺชติ, น กมฺมนฺเต วิจาเรติ, น พุทฺธุปฏฺฐานํ คจฺฉติ, เกวลํ, ‘‘ตาต ปิยปุตฺตก, มํ โอหาย กหํ ปฐมตรํ คโตสี’’ติอาทีนิ วทนฺโต วิปฺปลปติ. สตฺถา ปจฺจูสสมเย โลกํ โอโลเกนฺโต ตสฺส โสตาปตฺติผลูปนิสฺสยํ ทิสฺวา ปุนทิวเส ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ ภิกฺขู อุยฺโยเชตฺวา อานนฺทตฺเถเรน ปจฺฉาสมเณน ตสฺส ฆรทฺวารํ อคมาสิ. สตฺถุ อาคตภาวํ อุปาสกสฺส อาโรเจสุํ. อถสฺส เคหชโน เคหทฺวาเร อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา สตฺถารํ นิสีทาเปตฺวา อุปาสกํ ปริคฺคเหตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อุปเนสิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ ตํ ทิสฺวา ‘‘กึ, อุปาสก, โสจสี’’ติ วตฺวา ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต, ‘‘อุปาสก, โปราณกปณฺฑิตา ปณฺฑิตานํ กถํ สุตฺวา มตปุตฺตํ นานุโสจึสู’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต ทฺวารวตีนคเร ทส ภาติกราชาโน อเหสุํ – วาสุเทโว พลเทโว จนฺทเทวา สูริยเทโว อคฺคิเทโว วรุณเทโว อชฺชุโน ปชฺชุโน ฆฏปณฺฑิโต องฺกุโร จาติ. เตสุ วาสุเทวมหาราชสฺส ปิยปุตฺโต กาลมกาสิ. เตน ราชา โสกปเรโต สพฺพกิจฺจานิ ปหาย มญฺจสฺส อฏนึ ปริคฺคเหตฺวา วิปฺปลปนฺโต นิปชฺชิ. ตสฺมึ กาเล ฆฏปณฺฑิโต จินฺเตสิ – ‘‘ฐเปตฺวา มํ อญฺโญ โกจิ มม ภาตุ โสกํ ปริหริตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ, อุปาเยนสฺส โสกํ หริสฺสามี’’ติ. โส อุมฺมตฺตกเวสํ คเหตฺวา ‘‘สสํ เม เทถ, สสํ เม เทถา’’ติ อากาสํ โอโลเกนฺโต สกลนครํ วิจริ. ‘‘ฆฏปณฺฑิโต อุมฺมตฺตโก ชาโต’’ติ สกลนครํ สงฺขุภิ.
ตสฺมึ กาเล โรหิเณยฺโย นาม อมจฺโจ วาสุเทวรญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา เตน สทฺธึ กถํ สมุฏฺฐาเปนฺโต –
๒๐๗. ‘‘อุฏฺเฐหิ กณฺห กึ เสสิ, โก อตฺโถ สุปเนน เต;
โย จ ตุยฺหํ สโก ภาตา, หทยํ จกฺขุ จ ทกฺขิณํ;
ตสฺส วาตา พลียนฺติ, สสํ ชปฺปติ เกสวา’’ติ. – อิมํ คาถมาห;
๒๐๗. ตตฺถ กณฺหาติ วาสุเทวํ โคตฺเตนาลปติ. โก อตฺโถ สุปเนน เตติ สุปเนน ตุยฺหํ กา นาม วฑฺฒิ. สโก ภาตาติ โสทริโย ภาตา. หทยํ จกฺขุ จ ทกฺขิณนฺติ หทเยน เจว ทกฺขิณจกฺขุนา จ สทิโสติ อตฺโถ. ตสฺส วาตา พลียนฺตีติ ตสฺส อปราปรํ อุปฺปชฺชมานา อุมฺมาทวาตา พลวนฺโต โหนฺติ วฑฺฒนฺติ อภิภวนฺติ. สสํ ชปฺปตีติ ‘‘สสํ เม เทถา’’ติ วิปฺปลปติ. เกสวาติ โส กิร เกสานํ โสภนานํ อตฺถิตาย ‘‘เกสโว’’ติ โวหรียติ. เตน นํ นาเมน อาลปติ.
ตสฺส วจนํ สุตฺวา สยนโต อุฏฺฐิตภาวํ ทีเปนฺโต สตฺถา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา –
๒๐๘. ‘‘ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา, โรหิเณยฺยสฺส เกสโว;
ตรมานรูโป วุฏฺฐาสิ, ภาตุ โสเกน อฏฺฏิโต’’ติ. – อิมํ คาถมาห;
ราชา อุฏฺฐาย สีฆํ ปาสาทา โอตริตฺวา ฆฏปณฺฑิตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อุโภสุ หตฺเถสุ นํ ทฬฺหํ คเหตฺวา เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต –
๒๐๙. ‘‘กึ นุ อุมฺมตฺตรูโปว, เกวลํ ทฺวารกํ อิมํ;
สโส สโสติ ลปสิ, กีทิสํ สสมิจฺฉสิ.
๒๑๐. ‘‘โสวณฺณมยํ มณิมยํ, โลหมยํ อถ รูปิยมยํ;
สงฺขสิลาปวาฬมยํ, การยิสฺสามิ เต สสํ.
๒๑๑. ‘‘สนฺติ อญฺเญปิ สสกา, อรญฺญวนโคจรา;
เตปิ เต อานยิสฺสามิ, กีทิสํ สสมิจฺฉสี’’ติ. –
ติสฺโส คาถาโย อภาสิ.
๒๐๙-๒๑๑. ตตฺถ อุมฺมตฺตรูโปวาติ อุมฺมตฺตโก วิย. เกวลนฺติ สกลํ. ทฺวารกนฺติ ทฺวารวตีนครํ วิจรนฺโต. สโส สโสติ ลปสีติ สโส สโสติ วิลปสิ. โสวณฺณมยนฺติ สุวณฺณมยํ. โลหมยนฺติ ตมฺพโลหมยํ. รูปิยมยนฺติ รชตมยํ. ยํ อิจฺฉสิ ตํ วเทหิ, อถ เกน โสจสิ. อญฺเญปิ อรญฺเญ วนโคจรา สสกา อตฺถิ, เต เต อานยิสฺสามิ, วท, ภทฺรมุข, กีทิสํ สสมิจฺฉสีติ ฆฏปณฺฑิตํ ‘‘สเสน อตฺถิโก’’ติ อธิปฺปาเยน สเสน นิมนฺเตสิ. ตํ สุตฺวา ฆฏปณฺฑิโต –
๒๑๒. ‘‘นาหเมเต สเส อิจฺเฉ, เย สสา ปถวิสฺสิตา;
จนฺทโต สสมิจฺฉามิ, ตํ เม โอหร เกสวา’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ โอหราติ โอหาเรหิ. ตํ สุตฺวา ราชา ‘‘นิสฺสํสยํ เม ภาตา อุมฺมตฺตโก ชาโต’’ติ โทมนสฺสปฺปตฺโต –
๒๑๓. ‘‘โส นูน มธุรํ ญาติ, ชีวิตํ วิชหิสฺสสิ;
อปตฺถิยํ ปตฺถยสิ, จนฺทโต สสมิจฺฉสี’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ ญาตีติ กนิฏฺฐํ อาลปติ. อยเมตฺถ อตฺโถ – มยฺหํ ปิยญาติ ยํ อติมธุรํ อตฺตโน ชีวิตํ, ตํ วิชหิสฺสสิ มญฺเญ, โย อปตฺถยิตพฺพํ ปตฺเถสีติ.
ฆฏปณฺฑิโต รญฺโญ วจนํ สุตฺวา นิจฺจโลว ฐตฺวา ‘‘ภาติก, ตฺวํ จนฺทโต สสํ ปตฺเถนฺตสฺส ตํ อลภิตฺวา ชีวิตกฺขโย ภวิสฺสตีติ ชานนฺโต กสฺมา มตํ ปุตฺตํ อลภิตฺวา อนุโสจสี’’ติ อิมมตฺถํ ทีเปนฺโต –
๒๑๔. ‘‘เอวํ เจ กณฺห ชานาสิ, ยถญฺญมนุสาสสิ;
กสฺมา ปุเร มตํ ปุตฺตํ, อชฺชาปิ มนุโสจสี’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ เอวํ เจ, กณฺห, ชานาสีติ, ภาติก, กณฺหนามก มหาราช, ‘‘อลพฺภเนยฺยวตฺถุ นาม น ปตฺเถตพฺพ’’นฺติ ยทิ เอวํ ชานาสิ. ยถญฺญนฺติ เอวํ ชานนฺโตว ยถา อญฺญํ อนุสาสสิ, ตถา อกตฺวา. กสฺมา ปุเร มตํ ปุตฺตนฺติ อถ กสฺมา อิโต จตุมาสมตฺถเก มตํ ปุตฺตํ อชฺชาปิ อนุโสจสีติ.
เอวํ โส อนฺตรวีถิยํ ฐิตโกว ‘‘อหํ ตาว เอวํ ปญฺญายมานํ ปตฺเถมิ, ตฺวํ ปน อปญฺญายมานสฺสตฺถาย โสจสี’’ติ วตฺวา ตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต –
๒๑๕. ‘‘น ยํ ลพฺภา มนุสฺเสน, อมนุสฺเสน วา ปน;
ชาโต เม มา มริ ปุตฺโต, กุโต ลพฺภา อลพฺภิยํ.
๒๑๖. ‘‘น มนฺตา มูลเภสชฺชา, โอสเธหิ ธเนน วา;
สกฺกา อานยิตุํ กณฺห, ยํ เปตมนุโสจสี’’ติ. – คาถาทฺวยมาห;
๒๑๕. ตตฺถ ยนฺติ, ภาติก, ยํ ‘‘เอวํ ชาโต เม ปุตฺโต มา มรี’’ติ มนุสฺเสน วา เทเวน วา ปน น ลพฺภา น สกฺกา ลทฺธุํ, ตํ ตฺวํ ปตฺเถสิ, ตํ ปเนตํ กุโต ลพฺภา, เกน การเณน ลทฺธุํ สกฺกา. ยสฺมา อลพฺภิยํ อลพฺภเนยฺยวตฺถุ นาเมตนฺติ อตฺโถ.
๒๑๖. มนฺตาติ มนฺตปฺปโยเคน. มูลเภสชฺชาติ มูลเภสชฺเชน. โอสเธหีติ นานาวิเธหิ โอสเธหิ. ธเนน วาติ โกฏิสตสงฺเขน ธเนน วาปิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ เปตมนุโสจสิ, ตํ เอเตหิ มนฺตปฺปโยคาทีหิปิ อาเนตุํ น สกฺกาติ.
ปุน ฆฏปณฺฑิโต ‘‘ภาติก, อิทํ มรณํ นาม ธเนน วา ชาติยา วา วิชฺชาย วา สีเลน วา ภาวนาย วา น สกฺกา ปฏิพาหิตุ’’นฺติ ทสฺเสนฺโต –
๒๑๗. ‘‘มหทฺธนา มหาโภคา, รฏฺฐวนฺโตปิ ขตฺติยา;
ปหูตธนธญฺญาเส, เตปิ โน อชรามรา.
๒๑๘. ‘‘ขตฺติยา พฺราหฺมณา เวสฺสา, สุทฺทา จณฺฑาลปุกฺกุสฺสา;
เอเต จญฺเญ จ ชาติยา, เตปิ โน อชรามรา.
๒๑๙. ‘‘เย มนฺตํ ปริวตฺเตนฺติ, ฉฬงฺคํ พฺรหฺมจินฺติตํ;
เอเต จญฺเญ จ วิชฺชาย, เตปิ โน อชรามรา.
๒๒๐. ‘‘อิสโย วาปิ เย สนฺตา, สญฺญตตฺตา ตปสฺสิโน;
สรีรํ เตปิ กาเลน, วิชหนฺติ ตปสฺสิโน.
๒๒๑. ‘‘ภาวิตตฺตา อรหนฺโต, กตกิจฺจา อนาสวา;
นิกฺขิปนฺติ อิมํ เทหํ, ปุญฺญปาปปริกฺขยา’’ติ. –
ปญฺจหิ คาถาหิ รญฺโญ ธมฺมํ เทเสสิ.
๒๑๗. ตตฺถ มหทฺธนาติ นิธานคตสฺเสว มหโต ธนสฺส อตฺถิตาย พหุธนา. มหาโภคาติ เทวโภคสทิสาย มหติยา โภคสมฺปตฺติยา สมนฺนาคตา. รฏฺฐวนฺโตติ สกลรฏฺฐวนฺโต. ปหูตธนธญฺญาเสติ ติณฺณํ จตุนฺนํ วา สํวจฺฉรานํ อตฺถาย นิทหิตฺวา ฐเปตพฺพสฺส นิจฺจปริพฺพยภูตสฺส ธนธญฺญสฺส วเสน อปริยนฺตธนธญฺญา. เตปิ โน อชรามราติ เตปิ เอวํ มหาวิภวา มนฺธาตุมหาสุทสฺสนาทโย ขตฺติยา อชรามรา นาเหสุํ, อญฺญทตฺถุ มรณมุขเมว อนุปวิฏฺฐาติ อตฺโถ.
๒๑๘. เอเตติ ยถาวุตฺตขตฺติยาทโย. อญฺเญติ อญฺญตรา เอวํภูตา อมฺพฏฺฐาทโย. ชาติยาติ อตฺตโน ชาตินิมิตฺตํ อชรามรา นาเหสุนฺติ อตฺโถ.
๒๑๙. มนฺตนฺติ เวทํ. ปริวตฺเตนฺตีติ สชฺฌายนฺติ วาเจนฺติ จ. อถ วา ปริวตฺเตนฺตีติ เวทํ อนุปริวตฺเตนฺตา โหมํ กโรนฺตา ชปนฺติ. ฉฬงฺคนฺติ สิกฺขากปฺปนิรุตฺติพฺยากรณโชติสตฺถฉนฺโทวิจิติสงฺขาเตหิ ฉหิ องฺเคหิ ยุตฺตํ. พฺรหฺมจินฺติตนฺติ พฺราหฺมณานมตฺถาย พฺรหฺมนา จินฺติตํ กถิตํ. วิชฺชายาติ พฺรหฺมสทิสวิชฺชาย สมนฺนาคตา, เตปิ โน อชรามราติ อตฺโถ.
๒๒๐-๒๒๑. อิสโยติ ยมนิยมาทีนํ ปฏิกูลสญฺญาทีนญฺจ เอสนฏฺเฐน อิสโย. สนฺตาติ กายวาจาหิ สนฺตสภาวา. สญฺญตตฺตาติ ราคาทีนํ สํยเมน สํยตจิตฺตา. กายตปนสงฺขาโต ตโป เอเตสํ อตฺถีติ ตปสฺสิโน. ปุน ตปสฺสิโนติ สํวรกา. เตน เอวํ ตปนิสฺสิตกา หุตฺวา สรีเรน จ วิโมกฺขํ ปตฺตุกามาปิ สํวรกา สรีรํ วิชหนฺติ เอวาติ ทสฺเสติ. อถ วา อิสโยติ อธิสีลสิกฺขาทีนํ เอสนฏฺเฐน อิสโย, ตทตฺถํ ตปฺปฏิปกฺขานํ ปาปธมฺมานํ วูปสเมน สนฺตา, เอการมฺมเณ จิตฺตสฺส สํยเมน สญฺญตตฺตา, สมฺมปฺปธานโยคโต วีริยตาเปน ตปสฺสิโน, สปฺปโยคา ราคาทีนํ สนฺตปเนน ตปสฺสิโนติ โยเชตพฺพํ. ภาวิตตฺตาติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานภาวนาย ภาวิตจิตฺตา.
เอวํ ฆฏปณฺฑิเตน ธมฺเม กถิเต ตํ สุตฺวา ราชา อปคตโสกสลฺโล ปสนฺนมานโส ฆฏปณฺฑิตํ ปสํสนฺโต –
๒๒๒. ‘‘อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ, ฆฏสิตฺตํว ปาวกํ;
วารินา วิย โอสิญฺจํ, สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ.
๒๒๓. ‘‘อพฺพหี วต เม สลฺลํ, โสกํ หทยนิสฺสิตํ;
โย เม โสกปเรตสฺส, ปุตฺตโสกํ อปานุทิ.
๒๒๔. ‘‘สฺวาหํ อพฺพูฬฺหสลฺโลสฺมิ, สีติภูโตสฺมิ นิพฺพุโต;
น โสจามิ น โรทามิ, ตว สุตฺวาน ภาติก.
๒๒๕. ‘‘เอวํ กโรนฺติ สปฺปญฺญา, เย โหนฺติ อนุกมฺปกา;
นิวตฺตยนฺติ โสกมฺหา, ฆโฏ เชฏฺฐํว ภาตรํ.
๒๒๖. ‘‘ยสฺส เอตาทิสา โหนฺติ, อมจฺจา ปริจารกา;
สุภาสิเตน อเนฺวนฺติ, ฆโฏ เชฏฺฐํว ภาตร’’นฺติ. – เสสคาถา อภาสิ;
๒๒๕. ตตฺถ ฆโฏ เชฏฺฐํว ภาตรนฺติ ยถา ฆฏปณฺฑิโต อตฺตโน เชฏฺฐภาตรํ มตปุตฺตโสกาภิภูตํ อตฺตโน อุปายโกสลฺเลน เจว ธมฺมกถาย จ ตโต ปุตฺตโสกโต วินิวตฺตยิ, เอวํ อญฺเญปิ สปฺปญฺญา เย โหนฺติ อนุกมฺปกา, เต ญาตีนํ อุปการํ กโรนฺตีติ อตฺโถ.
๒๒๖. ยสฺส เอตาทิสา โหนฺตีติ อยํ อภิสมฺพุทฺธคาถา. ตสฺสตฺโถ – ยถา เยน การเณน ปุตฺตโสกปเรตํ ราชานํ วาสุเทวํ ฆฏปณฺฑิโต โสกหรณตฺถาย สุภาสิเตน อเนฺวสิ อนุเอสิ, ยสฺส อญฺญสฺสาปิ เอตาทิสา ปณฺฑิตา อมจฺจา ปฏิลทฺธา อสฺสุ, ตสฺส กุโต โสโกติ! เสสคาถา เหฏฺฐา วุตฺตตฺถา เอวาติ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘เอวํ, อุปาสก, โปราณกปณฺฑิตา ปณฺฑิตานํ กถํ สุตฺวา ปุตฺตโสกํ หรึสู’’ติ วตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ. สจฺจปริโยสาเน อุปาสโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหีติ.
กณฺหเปตวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.