๓. มตฺตาเปติวตฺถุวณฺณนา
นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสีติ อิทํ สตฺถริ เชตวเน วิหรนฺเต มตฺตํ นาม เปตึ อารพฺภ วุตฺตํ. สาวตฺถิยํ กิร อญฺญตโร กุฏุมฺพิโก สทฺโธ ปสนฺโน อโหสิ. ตสฺส ภริยา อสฺสทฺธา อปฺปสนฺนา โกธนา วญฺฌา จ อโหสิ นาเมน มตฺตา นาม. อถ โส กุฏุมฺพิโก กุลวํสูปจฺเฉทนภเยน สทิสกุลโต ติสฺสํ นาม อญฺญํ กญฺญํ อาเนสิ. สา อโหสิ สทฺธา ปสนฺนา สามิโน จ ปิยา มนาปา, สา นจิรสฺเสว คพฺภินี หุตฺวา ทสมาสจฺจเยน ปุตฺตํ วิชายิ, ‘‘ภูโต’’ติสฺส นามํ อโหสิ. สา เคหสฺสามินี หุตฺวา จตฺตาโร ภิกฺขู สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหิ, วญฺฌา ปน ตํ อุสูยติ.
ตา อุโภปิ เอกสฺมึ ทิวเส สีสํ นฺหตฺวา อลฺลเกสา อฏฺฐํสุ, กุฏุมฺพิโก คุณวเสน ติสฺสาย อาพทฺธสิเนโห มนุญฺเญน หทเยน ตาย สทฺธึ พหุํ สลฺลปนฺโต อฏฺฐาสิ. ตํ อสหมานา มตฺตา อิสฺสาปกตา เคเห สมฺมชฺชิตฺวา ฐปิตํ สงฺการํ ติสฺสาย มตฺถเก โอกิริ. สา อปเรน สมเยน กาลํ กตฺวา เปตโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา อตฺตโน กมฺมพเลน ปญฺจวิธํ ทุกฺขํ อนุภวติ. ตํ ปน ทุกฺขํ ปาฬิโต เอว วิญฺญายติ. อเถกทิวสํ สา เปตี สญฺฌาย วีติวตฺตาย เคหสฺส ปิฏฺฐิปสฺเส นฺหายนฺติยา ติสฺสาย อตฺตานํ ทสฺเสสิ. ตํ ทิสฺวา ติสฺสา –
๑๓๔. ‘‘นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ, กิสา ธมนิสนฺถตา;
อุปฺผาสุลิเก กิสิเก, กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสี’’ติ. –
คาถาย ปฏิปุจฺฉิ. อิตรา –
๑๓๕. ‘‘อหํ มตฺตา ตุวํ ติสฺสา, สปตฺตี เต ปุเร อหุํ;
ปาปกมฺมํ กริตฺวาน, เปตโลกํ อิโต คตา’’ติ. –
คาถาย ปฏิวจนํ อทาสิ. ตตฺถ อหํ มตฺตา ตุวํ ติสฺสาติ อหํ มตฺตา นาม, ตุวํ ติสฺสา นาม. ปุเรติ ปุริมตฺตภาเว. เตติ ตุยฺหํ สปตฺตี อหุํ, อโหสินฺติ อตฺโถ. ปุน ติสฺสา –
๑๓๖. ‘‘กึ นุ กาเยน วาจาย, มนสา ทุกฺกฏํ กตํ;
กิสฺสกมฺมวิปาเกน, เปตโลกํ อิโต คตา’’ติ. –
คาถาย กตกมฺมํ ปุจฺฉิ. ปุน อิตรา –
๑๓๗. ‘‘จณฺฑี จ ผรุสา จาสึ, อิสฺสุกี มจฺฉรี สฐา;
ตาหํ ทุรุตฺตํ วตฺวาน, เปตโลกํ อิโต คตา’’ติ. –
คาถาย อตฺตนา กตกมฺมํ อาจิกฺขิ. ตตฺถ จณฺฑีติ โกธนา. ผรุสาติ ผรุสวจนา. อาสินฺติ อโหสึ. ตาหนฺติ ตํ อหํ. ทุรุตฺตนฺติ ทุพฺภาสิตํ นิรตฺถกวจนํ. อิโต ปรมฺปิ ตาสํ วจนปฏิวจนวเสเนว คาถา ปวตฺตา –
๑๓๘. ‘‘สพฺพํ อหมฺปิ ชานามิ, ยถา ตฺวํ จณฺฑิกา อหุ;
อญฺญญฺจ โข ตํ ปุจฺฉามิ, เกนาสิ ปํสุกุนฺถิตา.
๑๓๙. ‘‘สีสํนฺหาตา ตุวํ อาสิ, สุจิวตฺถา อลงฺกตา;
อหญฺจ โข อธิมตฺตํ, สมลงฺกตตรา ตยา.
๑๔๐. ‘‘ตสฺสา เม เปกฺขมานาย, สามิเกน สมนฺตยิ;
ตโต เม อิสฺสา วิปุลา, โกโธ เม สมชายถ.
๑๔๑. ‘‘ตโต ปํสุํ คเหตฺวาน, ปํสุนา ตญฺหิ โอกิรึ;
ตสฺสกมฺมวิปาเกน, เตนมฺหิ ปํสุกุนฺถิตา.
๑๔๒. ‘‘สพฺพํ อหมฺปิ ชานามิ, ปํสุนา มํ ตฺวโมกิริ;
อญฺญญฺจ โข ตํ ปุจฺฉามิ, เกน ขชฺชสิ กจฺฉุยา.
๑๔๓. ‘‘เภสชฺชหารี อุภโย, วนนฺตํ อคมิมฺหเส;
ตฺวญฺจ เภสชฺชมาหริ, อหญฺจ กปิกจฺฉุโน.
๑๔๔. ‘‘ตสฺสา ตฺยาชานมานาย, เสยฺยํ ตฺยาหํ สโมกิรึ;
ตสฺสกมฺมวิปาเกน, เตน ขชฺชามิ กจฺฉุยา.
๑๔๕. ‘‘สพฺพํ อหมฺปิ ชานามิ, เสยฺยํ เม ตฺวํ สโมกิริ;
อญฺญญฺจ โข ตํ ปุจฺฉามิ, เกนาสิ นคฺคิยา ตุวํ.
๑๔๖. ‘‘สหายานํ สมโย อาสิ, ญาตีนํ สมิตี อหุ;
ตฺวญฺจ อามนฺติตา อาสิ, สสามินี โน จ โขหํ.
๑๔๗. ‘‘ตสฺสา ตฺยาชานมานาย, ทุสฺสํ ตฺยาหํ อปานุทึ;
ตสฺสกมฺมวิปาเกน, เตนมฺหิ นคฺคิยา อหํ.
๑๔๘. ‘‘สพฺพํ อหมฺปิ ชานามิ, ทุสฺสํ เม ตฺวํ อปานุทิ;
อญฺญญฺจ โข ตํ ปุจฺฉามิ, เกนาสิ คูถคนฺธินี.
๑๔๙. ‘‘ตว คนฺธญฺจ มาลญฺจ, ปจฺจคฺฆญฺจ วิเลปนํ;
คูถกูเป อตาเรสึ, ตํ ปาปํ ปกตํ มยา;
ตสฺสกมฺมวิปาเกน, เตนมฺหิ คูถคนฺธินี.
๑๕๐. ‘‘สพฺพํ อหมฺปิ ชานามิ, ตํ ปาปํ ปกตํ ตยา;
อญฺญญฺจ โข ตํ ปุจฺฉามิ, เกนาสิ ทุคฺคตา ตุวํ.
๑๕๑. ‘‘อุภินฺนํ สมกํ อาสิ, ยํ เคเห วิชฺชเต ธนํ;
สนฺเตสุ เทยฺยธมฺเมสุ, ทีปํ นากาสิมตฺตโน;
ตสฺสกมฺมวิปาเกน, เตนมฺหิ ทุคฺคตา อหํ.
๑๕๒. ‘‘ตเทว มํ ตฺวํ อวจ, ปาปกมฺมํ นิเสวสิ;
น หิ ปาเปหิ กมฺเมหิ, สุลภา โหติ สุคฺคติ.
๑๕๓. ‘‘วามโต มํ ตฺวํ ปจฺเจสิ, อโถปิ มํ อุสูยสิ;
ปสฺส ปาปานํ กมฺมานํ, วิปาโก โหติ ยาทิโส.
๑๕๔. ‘‘เต ฆรา ตา จ ทาสิโย, ตาเนวาภรณานิเม;
เต อญฺเญ ปริจาเรนฺติ, น โภคา โหนฺติ สสฺสตา.
๑๕๕. ‘‘อิทานิ ภูตสฺส ปิตา, อาปณา เคหเมหิติ;
อปฺเปว เต ทเท กิญฺจิ, มา สุ ตาว อิโต อคา.
๑๕๖. ‘‘นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปามฺหิ, กิสา ธมนิสนฺถตา;
โกปีนเมตํ อิตฺถีนํ, มา มํ ภูตปิตาทฺทส.
๑๕๗. ‘‘หนฺท กึ วา ตฺยาหํ ทมฺมิ, กึ วา เตจ กโรมหํ;
เยน ตฺวํ สุขิตา อสฺส, สพฺพกามสมิทฺธินี.
๑๕๘. ‘‘จตฺตาโร ภิกฺขู สงฺฆโต, จตฺตาโร ปน ปุคฺคเล;
อฏฺฐ ภิกฺขู โภชยิตฺวา, มม ทกฺขิณมาทิส;
ตทาหํ สุขิตา เหสฺสํ, สพฺพกามสมิทฺธินี.
๑๕๙. ‘‘สาธูติ สา ปฏิสฺสุตฺวา, โภชยิตฺวาฏฺฐ ภิกฺขโว;
วตฺเถหจฺฉาทยิตฺวาน, ตสฺสา ทกฺขิณมาทิสี.
๑๖๐. ‘‘สมนนฺตรานุทฺทิฏฺเฐ, วิปาโก อุทปชฺชถ;
โภชนจฺฉาทนปานียํ, ทกฺขิณาย อิทํ ผลํ.
๑๖๑. ‘‘ตโต สุทฺธา สุจิวสนา, กาสิกุตฺตมธารินี;
วิจิตฺตวตฺถาภรณา, สปตฺตึ อุปสงฺกมิ.
๑๖๒. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.
๑๖๓. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๑๖๔. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสี ปุญฺญํ;
เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ.
๑๖๕. ‘‘อหํ มตฺตา ตุวํ ติสฺสา, สปตฺตี เต ปุเร อหุํ;
ปาปกมฺมํ กริตฺวาน, เปตโลกํ อิโต คตา.
๑๖๖. ‘‘ตว ทินฺเนน ทาเนน, โมทามิ อกุโตภยา;
จิรํ ชีวาหิ ภคินิ, สห สพฺเพหิ ญาติภิ;
อโสกํ วิรชํ ฐานํ, อาวาสํ วสวตฺตินํ.
๑๖๗. ‘‘อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน, ทานํ ทตฺวาน โสภเน;
วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ สมูลํ, อนินฺทิตา สคฺคมุเปหิ ฐาน’’นฺติ.
๑๓๘. ตตฺถ สพฺพํ อหมฺปิ ชานามิ, ยถา ตฺวํ จณฺฑิกา อหูติ ‘‘จณฺฑี จ ผรุสา จาสิ’’นฺติ ยํ ตยา วุตฺตํ, ตํ สพฺพํ อหมฺปิ ชานามิ, ยถา ตฺวํ จณฺฑิกา โกธนา ผรุสวจนา อิสฺสุกี มจฺฉรี สฐา จ อโหสิ. อญฺญญฺจ โข ตํ ปุจฺฉามีติ อญฺญํ ปุน ตํ อิทานิ ปุจฺฉามิ. เกนาสิ ปํสุกุนฺถิตาติ เกน กมฺเมน สงฺการปํสูติ โอคุณฺฐิตา สพฺพโส โอกิณฺณสรีรา อหูติ อตฺโถ.
๑๓๙-๔๐. สีสํนฺหาตาติ สสีสํ นฺหาตา. อธิมตฺตนฺติ อธิกตรํ. สมลงฺกตตราติ สมฺมา อติสเยน อลงฺกตา. ‘‘อธิมตฺตา’’ติ วา ปาโฐ, อติวิย มตฺตา มานมทมตฺตา, มานนิสฺสิตาติ อตฺโถ. ตยาติ โภติยา. สามิเกน สมนฺตยีติ สามิเกน สทฺธึ อลฺโลปสลฺลาปวเสน กเถสิ.
๑๔๒-๑๔๔. ขชฺชสิ กจฺฉุยาติ กจฺฉุโรเคน ขาทียสิ, พาธียสีติ อตฺโถ. เภสชฺชหารีติ เภสชฺชหารินิโย โอสธหาริกาโย. อุภโยติ ทุเว, ตฺวญฺจ อหญฺจาติ อตฺโถ. วนนฺตนฺติ วนํ. ตฺวญฺจ เภสชฺชมาหรีติ ตฺวํ เวชฺเชหิ วุตฺตํ อตฺตโน อุปการาวหํ เภสชฺชํ อาหริ. อหญฺจ กปิกจฺฉุโนติ อหํ ปน กปิกจฺฉุผลานิ ทุผสฺสผลานิ อาหรึ. กปิกจฺฉูติ วา สยํภูตา วุจฺจติ, ตสฺมา สยํภูตาย ปตฺตผลานิ อาหรินฺติ อตฺโถ. เสยฺยํ ตฺยาหํ สโมกิรินฺติ ตว เสยฺยํ อหํ กปิกจฺฉุผลปตฺเตหิ สมนฺตโต อวกิรึ.
๑๔๖-๑๔๗. สหายานนฺติ มิตฺตานํ. สมโยติ สมาคโม. ญาตีนนฺติ พนฺธูนํ. สมิตีติ สนฺนิปาโต. อามนฺติตาติ มงฺคลกิริยาวเสน นิมนฺติตา. สสามินีติ สภตฺติกา, สห ภตฺตุนาติ อตฺโถ. โน จ โขหนฺติ โน จ โข อหํ อามนฺติตา อาสินฺติ โยชนา. ทุสฺสํ ตฺยาหนฺติ ทุสฺสํ เต อหํ. อปานุทินฺติ โจริกาย อวหรึ อคฺคโหสึ.
๑๔๙. ปจฺจคฺฆนฺติ อภินวํ, มหคฺฆํ วา. อตาเรสินฺติ ขิปึ. คูถคนฺธินีติ คูถคนฺธคนฺธินี กรีสวายินี.
๑๕๑. ยํ เคเห วิชฺชเต ธนนฺติ ยํ เคเห ธนํ อุปลพฺภติ, ตํ ตุยฺหํ มยฺหญฺจาติ อมฺหากํ อุภินฺน สมกํ ตุลฺยเมว อาสิ. สนฺเตสูติ วิชฺชมาเนสุ. ทีปนฺติ ปติฏฺฐํ, ปุญฺญกมฺมํ สนฺธาย วทติ.
๑๕๒. เอวํ สา เปตี ติสฺสาย ปุจฺฉิตมตฺถํ กตฺเถตฺวา ปุน ปุพฺเพ ตสฺสา วจนํ อกตฺวา อตฺตนา กตํ อปราธํ ปกาเสนฺตี ‘‘ตเทว มํ ตฺว’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ตเทวาติ ตทา เอว, มยฺหํ มนุสฺสตฺตภาเว ฐิตกาเลเยว. ตเถวาติ วา ปาโฐ, ยถา เอตรหิ ชาตํ, ตํ ตถา เอวาติ อตฺโถ. มนฺติ อตฺตานํ นิทฺทิสติ, ตฺวนฺติ ติสฺสํ. อวจาติ อภณิ. ยถา ปน อวจ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปาปกมฺม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ปาปกมฺมานี’’ติ ปาฬิ. ‘‘ตฺวํ ปาปกมฺมานิเยว กโรสิ, ปาเปหิ ปน กมฺเมหิ สุคติ สุลภา น โหติ, อถ โข ทุคฺคติ เอว สุลภา’’ติ ยถา มํ ตฺวํ ปุพฺเพ อวจ โอวทิ, ตํ ตเถวาติ วทติ.
๑๕๓. ตํ สุตฺวา ติสฺสา ‘‘วามโต มํ ตฺวํ ปจฺเจสี’’ติอาทินา ติสฺโส คาถา อาห. ตตฺถ วามโต มํ ตฺวํ ปจฺเจสีติ วิโลมโต มํ ตฺวํ อธิคจฺฉสิ, ตุยฺหํ หิเตสิมฺปิ วิปจฺจนีกการินึ กตฺวา มํ คณฺหาสิ. มํ อุสูยสีติ มยฺหํ อุสูยสิ, มยิ อิสฺสํ กโรสิ. ปสฺส ปาปานํ กมฺมานํ, วิปาโก โหติ ยาทิโสติ ปาปกานํ นาม กมฺมานํ วิปาโก ยาทิโส ยถา โฆรตโร, ตํ ปจฺจกฺขโต ปสฺสาติ วทติ.
๑๕๔. เต อญฺเญ ปริจาเรนฺตีติ เต ฆเร ทาสิโย อาภรณานิ จ อิมานิ ตยา ปุพฺเพ ปริคฺคหิตานิ อิทานิ อญฺเญ ปริจาเรนฺติ ปริภุญฺชนฺติ. ‘‘อิเม’’ติ หิ ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ. น โภคา โหนฺติ สสฺสตาติ โภคา นาเมเต น สสฺสตา อนวฏฺฐิตา ตาวกาลิกา มหายคมนียา, ตสฺมา ตทตฺถํ อิสฺสามจฺฉริยาทีนิ น กตฺตพฺพานีติ อธิปฺปาโย.
๑๕๕. อิทานิ ภูตสฺส ปิตาติ อิทาเนว ภูตสฺส มยฺหํ ปุตฺตสฺส ปิตา กุฏุมฺพิโก. อาปณาติ อาปณโต อิมํ เคหํ เอหิติ อาคมิสฺสติ. อปฺเปว เต ทเท กิญฺจีติ เคหํ อาคโต กุฏุมฺพิโก ตุยฺหํ ทาตพฺพยุตฺตกํ กิญฺจิ เทยฺยธมฺมํ อปิ นาม ทเทยฺย. มา สุ ตาว อิโต อคาติ อิโต เคหสฺส ปจฺฉา วตฺถุโต มา ตาว อคมาสีติ ตํ อนุกมฺปมานา อาห.
๑๕๖. ตํ สุตฺวา เปตี อตฺตโน อชฺฌาสยํ ปกาเสนฺตี ‘‘นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปามฺหี’’ติ คาถมาห. ตตฺถ โกปีนเมตํ อิตฺถีนนฺติ เอตํ นคฺคทุพฺพณฺณตาทิกํ ปฏิจฺฉาเทตพฺพตาย อิตฺถีนํ โกปีนํ รุนฺธนียํ. มา มํ ภูตปิตาทฺทสาติ ตสฺมา ภูตสฺส ปิตา กุฏุมฺพิโก มํ มา อทฺทกฺขีติ ลชฺชมานา วทติ.
๑๕๗. ตํ สุตฺวา ติสฺสา สญฺชาตนุทฺทยา ‘‘หนฺท กึ วา ตฺยาหํ ทมฺมี’’ติ คาถมาห. ตตฺถ หนฺทาติ โจทนตฺเถ นิปาโต. กึ วา ตฺยาหํ ทมฺมีติ กึ เต อหํ ทมฺมิ, กึ วตฺถํ ทสฺสามิ, อุทาหุ ภตฺตนฺติ. กึ วา เตธ กโรมหนฺติ กึ วา อญฺญํ เต อิธ อิมสฺมึ กาเล อุปการํ กริสฺสามิ.
๑๕๘. ตํ สุตฺวา เปตี ‘‘จตฺตาโร ภิกฺขู สงฺฆโต’’ติ คาถมาห. ตตฺถ จตฺตาโร ภิกฺขู สงฺฆโต, จตฺตาโร ปน ปุคฺคเลติ ภิกฺขุสงฺฆโต สงฺฆวเสน จตฺตาโร ภิกฺขู, ปุคฺคลวเสน จตฺตาโร ภิกฺขูติ เอวํ อฏฺฐ ภิกฺขู ยถารุจึ โภเชตฺวา ตํ ทกฺขิณํ มม อาทิส, มยฺหํ ปตฺติทานํ เทหิ. ตทาหํ สุขิตา เหสฺสนฺติ ยทา ตฺวํ ทกฺขิณํ มม อุทฺทิสิสฺสสิ, ตทา อหํ สุขิตา สุขปฺปตฺตา สพฺพกามสมิทฺธินี ภวิสฺสามีติ อตฺโถ.
๑๕๙-๑๖๑. ตํ สุตฺวา ติสฺสา ตมตฺถํ อตฺตโน สามิกสฺส อาโรเจตฺวา ทุติยทิวเส อฏฺฐ ภิกฺขู โภเชตฺวา ตสฺสา ทกฺขิณมาทิสิ, สา ตาวเทว ปฏิลทฺธทิพฺพสมฺปตฺติกา ปุน ติสฺสาย สนฺติกํ อุปสงฺกมิ. ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ สงฺคีติกาเรหิ ‘‘สาธูติ สา ปฏิสฺสุตฺวา’’ติอาทิกา ติสฺโส คาถา ฐปิตา.
๑๖๒-๑๖๗. อุปสงฺกมิตฺวา ฐิตํ ปน นํ ติสฺสา ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนา’’ติอาทีหิ ตีหิ คาถาหิ ปฏิปุจฺฉิ. อิตรา ‘‘อหํ มตฺตา’’ติ คาถาย อตฺตานํ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘จิรํ ชีวาหี’’ติ คาถาย ตสฺสา อนุโมทนํ ทตฺวา ‘‘อิธ ธมฺมํ จริตฺวานา’’ติ คาถาย โอวาทํ อทาสิ. ตตฺถ ตว ทินฺเนนาติ ตยา ทินฺเนน. อโสกํ วิรชํ ฐานนฺติ โสกาภาเวน อโสกํ, เสทชลฺลิกานํ ปน อภาเวน วิรชํ ทิพฺพฏฺฐานํ, สพฺพเมตํ เทวโลกํ สนฺธาย วทติ. อาวาสนฺติ ฐานํ. วสวตฺตินนฺติ ทิพฺเพน อาธิปเตยฺเยน อตฺตโน วสํ วตฺเตนฺตานํ. สมูลนฺติ สโลภโทสํ. โลภโทสา หิ มจฺฉริยสฺส มูลํ นาม. อนินฺทิตาติ อครหิตา ปาสํสา, สคฺคมุเปหิ ฐานนฺติ รูปาทีหิ วิสเยหิ สุฏฺฐุ อคฺคตฺตา ‘‘สคฺค’’นฺติ ลทฺธนามํ ทิพฺพฏฺฐานํ อุเปหิ, สุคติปรายณา โหหีติ อตฺโถ. เสสํ อุตฺตานเมว.
อถ ติสฺสา ตํ ปวตฺตึ กุฏุมฺพิกสฺส อาโรเจสิ, กุฏุมฺพิโก ภิกฺขูนํ อาโรเจสิ, ภิกฺขู ภควโต อาโรเจสุํ. ภควา ตมตฺถํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ, ตํ สุตฺวา มหาชโน ปฏิลทฺธสํเวโค วิเนยฺย มจฺเฉราทิมลํ ทานสีลาทิรโต สุคติปรายโณ อโหสีติ.
มตฺตาเปติวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.