๑. เขตฺตูปมเปตวตฺถุวณฺณนา

ตํ ปเนตํ วตฺถุํ ภควา ราชคเห วิหรนฺโต เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป อญฺญตรํ เสฏฺฐิปุตฺตเปตํ อารพฺภ กเถสิ. ราชคเห กิร อญฺญตโร อฑฺโฒ มหทฺธโน มหาโภโค ปหูตวิตฺตูปกรโณ อเนกโกฏิธนสนฺนิจโย เสฏฺฐิ อโหสิ. ตสฺส มหาธนสมฺปนฺนตาย ‘‘มหาธนเสฏฺฐิ’’เตฺวว สมญฺญา อโหสิ. เอโกว ปุตฺโต อโหสิ, ปิโย มนาโป. ตสฺมึ วิญฺญุตํ ปตฺเต มาตาปิตโร เอวํ จินฺเตสุํ – ‘‘อมฺหากํ ปุตฺตสฺส ทิวเส ทิวเส สหสฺสํ สหสฺสํ ปริพฺพยํ กโรนฺตสฺส วสฺสสเตนาปิ อยํ ธนสนฺนิจโย ปริกฺขยํ น คมิสฺสติ, กึ อิมสฺส สิปฺปุคฺคหณปริสฺสเมน, อกิลนฺตกายจิตฺโต ยถาสุขํ โภเค ปริภุญฺชตู’’ติ สิปฺปํ น สิกฺขาเปสุํ. วยปฺปตฺเต ปน กุลรูปโยพฺพนวิลาสสมฺปนฺนํ กามาภิมุขํ ธมฺมสญฺญาวิมุขํ กญฺญํ อาเนสุํ. โส ตาย สทฺธึ อภิรมนฺโต ธมฺเม จิตฺตมตฺตมฺปิ อนุปฺปาเทตฺวา, สมณพฺราหฺมณคุรุชเนสุ อนาทโร หุตฺวา, ธุตฺตชนปริวุโต รชฺชมาโน ปญฺจกามคุเณ รโต คิทฺโธ โมเหน อนฺโธ หุตฺวา กาลํ วีตินาเมตฺวา, มาตาปิตูสุ กาลกเตสุ นฏนาฏกคายกาทีนํ ยถิจฺฉิตํ เทนฺโต ธนํ วินาเสตฺวา นจิรสฺเสว ปาริชุญฺญปฺปตฺโต หุตฺวา, อิณํ คเหตฺวา ชีวิกํ กปฺเปนฺโต ปุน อิณมฺปิ อลภิตฺวา อิณายิเกหิ โจทิยมาโน เตสํ อตฺตโน เขตฺตวตฺถุฆราทีนิ ทตฺวา, กปาลหตฺโถ ภิกฺขํ จริตฺวา ภุญฺชนฺโต ตสฺมึเยว นคเร อนาถสาลายํ วสติ.

อถ นํ เอกทิวสํ โจรา สมาคตา เอวมาหํสุ – ‘‘อมฺโภ ปุริส, กึ ตุยฺหํ อิมินา ทุชฺชีวิเตน, ตรุโณ ตฺวมสิ ถามชวพลสมฺปนฺโน, กสฺมา หตฺถปาทวิกโล วิย อจฺฉสิ? เอหิ อเมฺหหิ สห โจริกาย ปเรสํ สนฺตกํ คเหตฺวา สุเขน ชีวิกํ กปฺเปหี’’ติ. โส ‘‘นาหํ โจริกํ กาตุํ ชานามี’’ติ อาห. โจรา ‘‘มยํ ตํ สิกฺขาเปม, เกวลํ ตฺวํ อมฺหากํ วจนํ กโรหี’’ติ อาหํสุ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เตหิ สทฺธึ อคมาสิ. อถ เต โจรา ตสฺส หตฺเถ มหนฺตํ มุคฺครํ ทตฺวา สนฺธึ ฉินฺทิตฺวา ฆรํ ปวิสนฺโต ตํ สนฺธิมุเข ฐเปตฺวา อาหํสุ – ‘‘สเจ อิธ อญฺโญ โกจิ อาคจฺฉติ, ตํ อิมินา มุคฺคเรน ปหริตฺวา เอกปฺปหาเรเนว มาเรหี’’ติ. โส อนฺธพาโล หิตาหิตํ อชานนฺโต ปเรสํ อาคมนเมว โอโลเกนฺโต ตตฺถ อฏฺฐาสิ. โจรา ปน ฆรํ ปวิสิตฺวา คยฺหูปคํ ภณฺฑํ คเหตฺวา ฆรมนุสฺเสหิ ญาตมตฺตาว อิโต จิโต จ ปลายึสุ. ฆรมนุสฺสา อุฏฺฐหิตฺวา สีฆํ สีฆํ ธาวนฺตา อิโต จิโต จ โอโลเกนฺตา ตํ ปุริสํ สนฺธิทฺวาเร ฐิตํ ทิสฺวา ‘‘หเร ทุฏฺฐโจรา’’ติ คเหตฺวา หตฺถปาเท มุคฺคราทีหิ โปเถตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ – ‘‘อยํ, เทว, โจโร สนฺธิสุเข คหิโต’’ติ. ราชา ‘‘อิมสฺส สีสํ ฉินฺทาเปหี’’ติ นครคุตฺติกํ อาณาเปสิ. ‘‘สาธุ, เทวา’’ติ นครคุตฺติโก ตํ คาหาเปตฺวา ปจฺฉาพาหํ คาฬฺหพนฺธนํ พนฺธาเปตฺวา รตฺตวณฺณวิรฬมาลาพนฺธกณฺฐํ อิฏฺฐกจุณฺณมกฺขิตสีสํ วชฺฌปหฏเภริเทสิตมคฺคํ รถิกาย รถิกํ สิงฺฆาฏเกน สิงฺฆาฏกํ วิจราเปตฺวา กสาหิ ตาเฬนฺโต อาฆาตนาภิมุขํ เนติ. ‘‘อยํ อิมสฺมึ นคเร วิลุมฺปมานกโจโร คหิโต’’ติ โกลาหลํ อโหสิ.

เตน จ สมเยน ตสฺมึ นคเร สุลสา นาม นครโสภินี ปาสาเท ฐิตา วาตปานนฺตเรน โอโลเกนฺตี ตํ ตถา นียมานํ ทิสฺวา ปุพฺเพ เตน กตปริจยา ‘‘อยํ ปุริโส อิมสฺมึเยว นคเร มหตึ สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา อิทานิ เอวรูปํ อนตฺถํ อนยพฺยสนํ ปตฺโต’’ติ ตสฺส การุญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา จตฺตาโร โมทเก ปานียญฺจ เปเสสิ. นครคุตฺติกสฺส จ อาโรจาเปสิ – ‘‘ตาว อยฺโย อาคเมตุ, ยาวายํ ปุริโส อิเม โมทเก ขาทิตฺวา ปานียํ ปิวิสฺสตี’’ติ.

อเถตสฺมึ อนฺตเร อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ทิพฺเพน จกฺขุนา โอโลเกนฺโต ตสฺส พฺยสนปฺปตฺตึ ทิสฺวา กรุณาย สญฺโจทิตมานโส – ‘‘อยํ ปุริโส อกตปุญฺโญ กตปาโป, เตนายํ นิรเย นิพฺพตฺติสฺสติ, มยิ ปน คเต โมทเก จ ปานียญฺจ ทตฺวา ภุมฺมเทเวสุ อุปฺปชฺชิสฺสติ, ยํนูนาหํ อิมสฺส อวสฺสโย ภเวยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา ปานียโมทเกสุ อุปนียมาเนสุ ตสฺส ปุริสสฺส ปุรโต ปาตุรโหสิ. โส เถรํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ‘‘กึ เม อิทาเนว อิเมหิ มาริยมานสฺส โมทเกหิ ขาทิเตหิ, อิทํ ปน ปรโลกํ คจฺฉนฺตสฺส ปาเถยฺยํ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา โมทเก จ ปานียญฺจ เถรสฺส ทาเปสิ. เถโร ตสฺส ปสาทสํวฑฺฒนตฺถํ ตสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว ตถารูเป ฐาเน นิสีทิตฺวา โมทเก ปริภุญฺชิตฺวา ปานียญฺจ ปิวิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ. โส ปน ปุริโส โจรฆาตเกหิ อาฆาตนํ เนตฺวา สีสจฺเฉทํ ปาปิโต อนุตฺตเร ปุญฺญกฺเขตฺเต มหาโมคฺคลฺลานตฺเถเร กเตน ปุญฺเญน อุฬาเร เทวโลเก นิพฺพตฺตนารโหปิ ยสฺมา ‘‘สุลสํ อาคมฺม มยา อยํ เทยฺยธมฺโม ลทฺโธ’’ติ สุลสาย คเตน สิเนเหน มรณกาเล จิตฺตํ อุปกฺกิลิฏฺฐํ อโหสิ. ตสฺมา หีนกายํ อุปปชฺชนฺโต ปพฺพตคหนสมฺภูเต สนฺทจฺฉาเย มหานิโคฺรธรุกฺเข รุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ.

โส กิร สเจ ปฐมวเย กุลวํสฏฺฐปเน อุสฺสุกฺกํ อกริสฺส, ตสฺมึเยว นคเร เสฏฺฐีนํ อคฺโค อภวิสฺส, มชฺฌิมวเย มชฺฌิโม, ปจฺฉิมวเย ปจฺฉิโม. สเจ ปน ปฐมวเย ปพฺพชิโต อภวิสฺส, อรหา อภวิสฺส, มชฺฌิมวเย สกทาคามี อนาคามี วา อภวิสฺส, ปจฺฉิมวเย โสตาปนฺโน อภวิสฺส. ปาปมิตฺตสํสคฺเคน ปน อิตฺถิธุตฺโต สุราธุตฺโต ทุจฺจริตนิรโต อนาทริโก หุตฺวา อนุกฺกเมน สพฺพสมฺปตฺติโต ปริหายิตฺวา มหาพฺยสนํ ปตฺโตติ วทนฺติ.

อถ โส อปเรน สมเยน สุลสํ อุยฺยานคตํ ทิสฺวา สญฺชาตกามราโค อนฺธการํ มาเปตฺวา ตํ อตฺตโน ภวนํ เนตฺวา สตฺตาหํ ตาย สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปสิ, อตฺตานญฺจสฺสา อาโรเจสิ. ตสฺสา มาตา ตํ อปสฺสนฺตี โรทมานา อิโต จิโต จ ปริพฺภมติ. ตํ ทิสฺวา มหาชโน ‘‘อยฺโย มหาโมคฺคลฺลาโน มหิทฺธิโก มหานุภาโว ตสฺสา คตึ ชาเนยฺย, ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺเฉยฺยาสี’’ติ อาห. สา ‘‘สาธุ อยฺโย’’ติ เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ตมตฺถํ ปุจฺฉิ. เถโร ‘‘อิโต สตฺตเม ทิวเส เวฬุวนมหาวิหาเร ภควติ ธมฺมํ เทเสนฺเต ปริสปริยนฺเต ปสฺสิสฺสสี’’ติ อาห. อถ สุลสา ตํ เทวปุตฺตํ อโวจ – ‘‘อยุตฺตํ มยฺหํ ตว ภวเน วสนฺติยา, อชฺช สตฺตโม ทิวโส, มม มาตา มํ อปสฺสนฺตี ปริเทวโสกสมาปนฺนา ภวิสฺสติ, สาธุ มํ, เทว, ตตฺเถว เนหี’’ติ. โส ตํ เนตฺวา เวฬุวเน ภควติ ธมฺมํ เทเสนฺเต ปริสปริยนฺเต ฐเปนฺตฺวา อทิสฺสมานรูโป อฏฺฐาสิ.

ตโต มหาชโน สุลสํ ทิสฺวา เอวมาห – ‘‘อมฺม สุลเส, ตฺวํ เอตฺตกํ ทิวสํ กุหึ คตา? ตว มาตา ตฺวํ อปสฺสนฺตี ปริเทวโสกสมาปนฺนา อุมฺมาทปฺปตฺตา วิย ชาตา’’ติ. สา ตํ ปวตฺตึ มหาชนสฺส อาจิกฺขิ. มหาชเนน จ ‘‘กถํ โส ปุริโส ตถาปาปปสุโต อกตกุสโล เทวูปปตฺตึ ปฏิลภตี’’ติ วุตฺเต สุลสา ‘‘มยา ทาปิเต โมทเก ปานียญฺจ อยฺยสฺส มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส ทตฺวา เตน ปุญฺเญน เทวูปปตฺตึ ปฏิลภตี’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา มหาชโน อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาโต อโหสิ – ‘‘อรหนฺโต นาม อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส, เยสุ อปฺปโกปิ กโต กาโร สตฺตานํ เทวูปปตฺตึ อาวหตี’’ติ อุฬารํ ปีติโสมนสฺสํ ปฏิสํเวเทสิ. ภิกฺขู ตมตฺถํ ภควโต อาโรเจสุํ. ตโต ภควา อิมิสฺสา อฏฺฐุปฺปตฺติยา –

๑. ‘‘เขตฺตูปมา อรหนฺโต, ทายกา กสฺสกูปมา;

พีชูปมํ เทยฺยธมฺมํ, เอตฺโต นิพฺพตฺตเต ผลํ.

๒. ‘‘เอตํ พีชํ กสี เขตฺตํ, เปตานํ ทายกสฺส จ;

ตํ เปตา ปริภุญฺชนฺติ, ทาตา ปุญฺเญน วฑฺฒติ.

๓. ‘‘อิเธว กุสลํ กตฺวา, เปเต จ ปฏิปูชิย;

สคฺคญฺจ กมติฏฺฐานํ, กมฺมํ กตฺวาน ภทฺทก’’นฺติ. – อิมา คาถา อภาสิ;

๑. ตตฺถ เขตฺตูปมาติ ขิตฺตํ วุตฺตํ พีชํ ตายติ มหปฺผลภาวกรเณน รกฺขตีติ เขตฺตํ, สาลิพีชาทีนํ วิรุหนฏฺฐานํ. ตํ อุปมา เอเตสนฺติ เขตฺตูปมา, เกทารสทิสาติ อตฺโถ. อรหนฺโตติ ขีณาสวา. เต หิ กิเลสารีนํ สํสารจกฺกสฺส อรานญฺจ หตตฺตา, ตโต เอว อารกตฺตา, ปจฺจยาทีนํ อรหตฺตา, ปาปกรเณ รหาภาวา จ ‘‘อรหนฺโต’’ติ วุจฺจนฺติ. ตตฺถ ยถา เขตญฺหิ ติณาทิโทสรหิตํ สฺวาภิสงฺขตพีชมฺหิ วุตฺเต อุตุสลิลาทิปจฺจยนฺตรูเปตํ กสฺสกสฺส มหปฺผลํ โหติ, เอวํ ขีณาสวสนฺตาโน โลภาทิโทสรหิโต สฺวาภิสงฺขเต เทยฺยธมฺมพีเช วุตฺเต กาลาทิปจฺจยนฺตรสหิโต ทายกสฺส มหปฺผโล โหติ. เตนาห ภควา ‘‘เขตฺตูปมา อรหนฺโต’’ติ. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทโส อยํ ตสฺส เสขาทีนมฺปิ เขตฺตภาวาปฏิกฺเขปโต.

ทายกาติ จีวราทีนํ ปจฺจยานํ ทาตาโร ปริจฺจชนกา, เตสํ ปริจฺจาเคน อตฺตโน สนฺตาเน โลภาทีนํ ปริจฺจชนกา เฉทนกา, ตโต วา อตฺตโน สนฺตานสฺส โสธกา, รกฺขกา จาติ อตฺโถ. กสฺสกูปมาติ กสฺสกสทิสา. ยถา กสฺสโก สาลิเขตฺตาทีนิ กสิตฺวา ยถากาลญฺจ วุตฺตุทกทานนีหรณนิธานรกฺขณาทีหิ อปฺปมชฺชนฺโต อุฬารํ วิปุลญฺจ สสฺสผลํ ปฏิลภติ, เอวํ ทายโกปิ อรหนฺเตสุ เทยฺยธมฺมปริจฺจาเคน ปาริจริยาย จ อปฺปมชฺชนฺโต อุฬารํ วิปุลญฺจ ทานผลํ ปฏิลภติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ทายกา กสฺสกูปมา’’ติ.

พีชูปมํ เทยฺยธมฺมนฺติ ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ, พีชสทิโส เทยฺยธมฺโมติ อตฺโถ. อนฺนปานาทิกสฺส หิ ทสวิธสฺส ทาตพฺพวตฺถุโน เอตํ นามํ. เอตฺโต นิพฺพตฺตเต ผลนฺติ เอตสฺมา ทายกปฏิคฺคาหกเทยฺยธมฺมปริจฺจาคโต ทานผลํ นิพฺพตฺตติ เจว อุปฺปชฺชติ จ, จิรตรปพนฺธวเสน ปวตฺตติ จาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ยสฺมา ปริจฺจาคเจตนาภิสงฺขตสฺส อนฺนปานาทิวตฺถุโน ภาโว, น อิตรสฺส, ตสฺมา ‘‘พีชูปมํ เทยฺยธมฺม’’นฺติ เทยฺยธมฺมคฺคหณํ กตํ. เตน เทยฺยธมฺมาปเทเสน เทยฺยธมฺมวตฺถุวิสยาย ปริจฺจาคเจตนายเยว พีชภาโว ทฏฺฐพฺโพ. สา หิ ปฏิสนฺธิอาทิปฺปเภทสฺส ตสฺส นิสฺสยารมฺมณปฺปเภทสฺส จ ผลสฺส นิปฺผาทิกา, น เทยฺยธมฺโมติ.

๒. เอตํ พีชํ กสี เขตฺตนฺติ ยถาวุตฺตํ พีชํ, ยถาวุตฺตญฺจ เขตฺตํ, ตสฺส พีชสฺส ตสฺมึ เขตฺเต วปนปโยคสงฺขาตา กสิ จาติ อตฺโถ. เอตํ ตยํ เกสํ อิจฺฉิตพฺพนฺติ อาห ‘‘เปตานํ ทายกสฺส จา’’ติ. ยทิ ทายโก เปเต อุทฺทิสฺส ทานํ เทติ, เปตานญฺจ ทายกสฺส จ, ยทิ น เปเต อุทฺทิสฺส ทานํ เทติ, ทายกสฺเสว เอตํ พีชํ เอสา กสิ เอตํ เขตฺตํ อุปการาย โหตีติ อธิปฺปาโย. อิทานิ ตํ อุปการํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ เปตา ปริภุญฺชนฺติ, ทาตา ปุญฺเญน วฑฺฒตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ตํ เปตา ปริภุญฺชนฺตีติ ทายเกน เปเต อุทฺทิสฺส ทาเน ทินฺเน ยถาวุตฺตเขตฺตกสิพีชสมฺปตฺติยา อนุโมทนาย จ ยํ เปตานํ อุปกปฺปติ, ตํ ทานผลํ เปตา ปริภุญฺชนฺติ. ทาตา ปุญฺเญน วฑฺฒตีติ ทาตา ปน อตฺตโน ทานมยปุญฺญนิมิตฺตํ เทวมนุสฺเสสุ โภคสมฺปตฺติอาทินา ปุญฺญผเลน อภิวฑฺฒติ. ปุญฺญผลมฺปิ หิ ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๘๐) ปุญฺญนฺติ วุจฺจติ.

๓. อิเธว กุสลํ กตฺวาติ อนวชฺชสุขวิปากฏฺเฐน กุสลํ เปตานํ อุทฺทิสนวเสน ทานมยํ ปุญฺญํ อุปจินิตฺวา อิเธว อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. เปเต จ ปฏิปูชิยาติ เปเต อุทฺทิสฺส ทาเนน สมฺมาเนตฺวา อนุภุยฺยมานทุกฺขโต เต โมเจตฺวา. เปเต หิ อุทฺทิสฺส ทิยฺยมานํ ทานํ เตสํ ปูชา นาม โหติ. เตนาห – ‘‘อมฺหากญฺจ กตา ปูชา’’ติ (เป. ว. ๑๘), ‘‘เปตานํ ปูชา จ กตา อุฬารา’’ติ (เป. ว. ๒๕) จ. ‘‘เปเต จา’’ติ จ-สทฺเทน ‘‘ปิโย จ โหติ มนาโป, อภิคมนีโย จ โหติ วิสฺสาสนีโย, ภาวนีโย จ โหติ ครุกาตพฺโพ, ปาสํโส จ โหติ กิตฺตนีโย วิญฺญูน’’นฺติ เอวมาทิเก ทิฏฺฐธมฺมิเก ทานานิสํเส สงฺคณฺหาติ. สคฺคญฺจ กมติ ฐานํ, กมฺมํ กตฺวาน ภทฺทกนฺติ กลฺยาณํ กุสลกมฺมํ กตฺวา ทิพฺเพหิ อายุอาทีหิ ทสหิ ฐาเนหิ สุฏฺฐุ อคฺคตฺตา ‘‘สคฺค’’นฺติ ลทฺธนามํ กตปุญฺญานํ นิพฺพตฺตนฏฺฐานํ เทวโลกํ กมติ อุปปชฺชนวเสน อุปคจฺฉติ.

เอตฺถ จ ‘‘กุสลํ กตฺวา’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘กมฺมํ กตฺวาน ภทฺทก’’นฺติ วจนํ ‘‘เทยฺยธมฺมปริจฺจาโค วิย ปตฺติทานวเสน ทานธมฺมปริจฺจาโคปิ ทานมยกุสลกมฺมเมวา’’ติ ทสฺสนตฺถนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เกจิ ปเนตฺถ ‘‘เปตาติ อรหนฺโต อธิปฺเปตา’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ ‘‘เปตา’’ติ ขีณาสวานํ อาคตฏฺฐานสฺเสว อภาวโต, พีชาทิภาวสฺส จ ทายกสฺส วิย เตสํ อยุชฺชมานตฺตา, เปตโยนิกานํ ยุชฺชมานตฺตา จ. เทสนาปริโยสาเน เทวปุตฺตํ สุลสญฺจ อาทึ กตฺวา จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสีติ.

เขตฺตูปมเปตวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.