๕. สโตการิญาณนิทฺเทสวณฺณนา
๑๖๓. สโตการิญาณนิทฺเทเส มาติกายํ อิธ ภิกฺขูติ อิมสฺมึ สาสเน ภิกฺขุ. อยญฺหิ เอตฺถ อิธ-สทฺโท สพฺพปฺปการอานาปานสฺสติสมาธินิพฺพตฺตกสฺส ปุคฺคลสฺส สนฺนิสฺสยภูตสาสนปริทีปโน, อญฺญสาสนสฺส ตถาภาวปฏิเสธโน จ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ…เป… สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภิ อญฺเญหี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๙; อ. นิ. ๔.๒๔๑).
อรญฺญคโต วา รุกฺขมูลคโต วา สุญฺญาคารคโต วาติ อิทมสฺส อานาปานสฺสติสมาธิ ภาวนานุรูปเสนาสนปริคฺคหปริทีปนํ. อิมสฺส หิ ภิกฺขุโน ทีฆรตฺตํ รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ อนุวิสฏํ จิตฺตํ อานาปานสฺสติสมาธิอารมฺมณํ อภิรุหิตุํ น อิจฺฉติ, กูฏโคณยุตฺตรโถ วิย อุปฺปถเมว ธาวติ. ตสฺมา เสยฺยถาปิ นาม โคโป กูฏเธนุยา สพฺพํ ขีรํ ปิวิตฺวา วฑฺฒิตํ กูฏวจฺฉํ ทเมตุกาโม เธนุโต อปเนตฺวา เอกมนฺเต มหนฺตํ ถมฺภํ นิขณิตฺวา ตตฺถ โยตฺเตน พนฺเธยฺย, อถสฺส โส วจฺโฉ อิโต จิโต จ วิปฺผนฺทิตฺวา ปลายิตุํ อสกฺโกนฺโต ตเมว ถมฺภํ อุปนิสีเทยฺย วา อุปนิปชฺเชยฺย วา, เอวเมว อิมินาปิ ภิกฺขุนา ทีฆรตฺตํ รูปารมฺมณาทิรสปานวฑฺฒิตํ ทุฏฺฐจิตฺตํ ทเมตุกาเมน รูปาทิอารมฺมณโต อปเนตฺวา อรญฺญํ วา รุกฺขมูลํ วา สุญฺญาคารํ วา ปเวเสตฺวา ตตฺถ อสฺสาสปสฺสาสถมฺเภ สติโยตฺเตน พนฺธิตพฺพํ. เอวมสฺส ตํ จิตฺตํ อิโต จิโต จ วิปฺผนฺทิตฺวาปิ ปุพฺเพ อาจิณฺณารมฺมณํ อลภมานํ สติโยตฺตํ ฉินฺทิตฺวา ปลายิตุํ อสกฺโกนฺตํ ตเมวารมฺมณํ อุปจารปฺปนาวเสน อุปนิสีทติ เจว อุปนิปชฺชติ จ. เตนาหุ โปราณา –
‘‘ยถา ถมฺเภ นิพนฺเธยฺย, วจฺฉํ ทมํ นโร อิธ;
พนฺเธยฺเยวํ สกํ จิตฺตํ, สติยารมฺมเณ ทฬฺห’’นฺติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๑๗; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๖๕; ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๔; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๗) –
เอวมสฺส ตํ เสนาสนํ ภาวนานุรูปํ โหติ. อถ วา ยสฺมา อิทํ กมฺมฏฺฐานปฺปเภเท มุทฺธภูตํ สพฺพพุทฺธปจฺเจกพุทฺธพุทฺธสาวกานํ วิเสสาธิคมทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารปทฏฺฐานํ อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐานํ อิตฺถิปุริสหตฺถิอสฺสาทิสทฺทสมากุลํ คามนฺตํ อปริจฺจชิตฺวา น สุกรํ ภาเวตุํ สทฺทกณฺฏกตฺตา ฌานสฺส. อคามเก ปน อรญฺเญ สุกรํ โยคาวจเรน อิทํ กมฺมฏฺฐานํ ปริคฺคเหตฺวา อานาปานจตุกฺกชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ตเทว ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา อคฺคผลํ อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ. ตสฺมา ตสฺส อนุรูปํ เสนาสนํ อุปทิสนฺโต ภควา ‘‘อรญฺญคโต วา’’ติอาทิมาห, ตเถว เถโร.
วตฺถุวิชฺชาจริโย วิย หิ ภควา, โส ยถา วตฺถุวิชฺชาจริโย นครภูมึ ปสฺสิตฺวา สุฏฺฐุ อุปปริกฺขิตฺวา ‘‘เอตฺถ นครํ มาเปถา’’ติ อุปทิสติ, โสตฺถินา จ นคเร นิฏฺฐิเต ราชกุลโต มหาสกฺการํ ลภติ, เอวเมวํ โยคาวจรสฺส อนุรูปํ เสนาสนํ อุปปริกฺขิตฺวา ‘‘เอตฺถ กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชิตพฺพ’’นฺติ อุปทิสติ, ตโต ตตฺถ กมฺมฏฺฐานมนุยุตฺเตน โยคินา กเมน อรหตฺเต ปตฺเต ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ วต โส ภควา’’ติ มหนฺตํ สกฺการํ ลภติ. อยํ ปน ภิกฺขุ ‘‘ทีปิสทิโส’’ติ วุจฺจติ. ยถา หิ มหาทีปิราชา อรญฺเญ ติณคหนํ วา วนคหนํ วา ปพฺพตคหนํ วา นิสฺสาย นิลียิตฺวา วนมหึสโคกณฺณสูกราทโย มิเค คณฺหาติ, เอวเมวํ อยํ อรญฺญาทีสุ กมฺมฏฺฐานมนุยุญฺชนฺโต ภิกฺขุ ยถากฺกเมน โสตาปตฺติสกทาคามิอนาคามิอรหตฺตมคฺเค เจว อริยผลานิ จ คณฺหาตีติ เวทิตพฺโพ. เตนาหุ โปราณา –
‘‘ยถาปิ ทีปิโก นาม, นิลียิตฺวา คณฺหเต มิเค;
ตเถวายํ พุทฺธปุตฺโต, ยุตฺตโยโค วิปสฺสโก;
อรญฺญํ ปวิสิตฺวาน, คณฺหาติ ผลมุตฺตม’’นฺติ. (มิ. ป. ๖.๑.๕);
เตนสฺส ปรกฺกมชวโยคฺคภูมึ อรญฺญเสนาสนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อรญฺญคโต วา’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ อรญฺญคโตติ อุปริ วุตฺตลกฺขณํ ยํกิญฺจิ ปวิเวกสุขํ อรญฺญํ คโต. รุกฺขมูลคโตติ รุกฺขสมีปํ คโต. สุญฺญาคารคโตติ สุญฺญํ วิวิตฺโตกาสํ คโต. เอตฺถ จ ฐเปตฺวา อรญฺญญฺจ รุกฺขมูลญฺจ อวเสสสตฺตวิธเสนาสนํ คโตปิ ‘‘สุญฺญาคารคโต’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. นววิธญฺหิ เสนาสนํ. ยถาห – ‘‘โส วิวิตฺตํ เสนาสนํ ภชติ อรญฺญํ รุกฺขมูลํ ปพฺพตํ กนฺทรํ คิริคุหํ สุสานํ วนปตฺถํ อพฺโภกาสํ ปลาลปุญฺช’’นฺติ (วิภ. ๕๐๘). เอวมสฺส อุตุตฺตยานุกูลํ ธาตุจริยานุกูลญฺจ อานาปานสฺสติภาวนานุรูปํ เสนาสนํ อุปทิสิตฺวา อลีนานุทฺธจฺจปกฺขิกํ สนฺตมิริยาปถํ อุปทิสนฺโต นิสีทตีติ อาห. อถสฺส นิสชฺชาย ทฬฺหภาวํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ปวตฺตนสมตฺถตํ อารมฺมณปริคฺคหูปายญฺจ ทสฺเสนฺโต ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาติอาทิมาห. ตตฺถ ปลฺลงฺกนฺติ สมนฺตโต อูรุพทฺธาสนํ. อาภุชิตฺวาติ พนฺธิตฺวา. อุชุํ กายํ ปณิธายาติ อุปริมสรีรํ อุชุกํ ฐเปตฺวา อฏฺฐารส ปิฏฺฐิกณฺฏเก โกฏิยา โกฏึ ปฏิปาเทตฺวา. เอวญฺหิ นิสินฺนสฺส ธมฺมมํสนฺหารูนิ น ปณมนฺติ. อถสฺส ยา เตสํ ปณมนปจฺจยา ขเณ ขเณ เวทนา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, ตา น อุปฺปชฺชนฺติ. ตาสุ อนุปฺปชฺชมานาสุ จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ, กมฺมฏฺฐานํ น ปริปตติ, วุทฺธึ ผาตึ อุปคจฺฉติ.
ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาติ กมฺมฏฺฐานาภิมุขํ สตึ ฐปยิตฺวา. โส สโตว อสฺสสติ สโต ปสฺสสตีติ โส ภิกฺขุ เอวํ นิสีทิตฺวา เอวญฺจ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา ตํ สตึ อวิชหนฺโต สโต เอว อสฺสสติ สโต ปสฺสสติ, สโตการี โหตีติ วุตฺตํ โหติ.
อิทานิ เยหิ ปกาเรหิ สโตการี โหติ, เต ปกาเร ทสฺเสตุํ ทีฆํ วา อสฺสสนฺโตติอาทิมาห. ตตฺถ ทีฆํ วา อสฺสสนฺโตติ ทีฆํ วา อสฺสาสํ ปวตฺตยนฺโต. ตถา รสฺสํ. ยา ปน เนสํ ทีฆรสฺสตา, สา กาลวเสน เวทิตพฺพา. กทาจิ หิ มนุสฺสา หตฺถิอหิอาทโย วิย กาลวเสน ทีฆํ อสฺสสนฺติ จ ปสฺสสนฺติ จ, กทาจิ สุนขสสาทโย วิย รสฺสํ. อญฺญถา หิ จุณฺณวิจุณฺณา อสฺสาสปสฺสาสา ทีฆรสฺสา นาม น โหนฺติ. ตสฺมา เต ทีฆํ กาลํ ปวิสนฺตา จ นิกฺขมนฺตา จ ทีฆา, รสฺสํ กาลํ ปวิสนฺตา จ นิกฺขมนฺตา จ รสฺสาติ เวทิตพฺพา. ตตฺรายํ ภิกฺขุ อุปริ วุตฺเตหิ นวหากาเรหิ ทีฆํ อสฺสสนฺโต จ ปสฺสสนฺโต จ ทีฆํ อสฺสสามิ, ปสฺสสามีติ ปชานาติ, ตถา รสฺสํ.
เอวํ ปชานโต จ –
‘‘ทีโฆ รสฺโส จ อสฺสาโส, ปสฺสาโสปิ จ ตาทิโส;
จตฺตาโร วณฺณา วตฺตนฺติ, นาสิกคฺเคว ภิกฺขุโน’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๑๙; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๖๕);
นวนฺนญฺจสฺส อาการานํ เอเกนากาเรน กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานภาวนา สมฺปชฺชตีติ เวทิตพฺพา. สพฺพกายปฏิสํเวที อสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ. สพฺพกายปฏิสํเวที ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตีติ สกลสฺส อสฺสาสกายสฺสาทิมชฺฌปริโยสานํ วิทิตํ กโรนฺโต ปากฏํ กโรนฺโต อสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ. สกลสฺส ปสฺสาสกายสฺสาทิมชฺฌปริโยสานํ วิทิตํ กโรนฺโต ปากฏํ กโรนฺโต ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ. เอวํ วิทิตํ กโรนฺโต ปากฏํ กโรนฺโต ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺเตน อสฺสสติ เจว ปสฺสสติ จ. ตสฺมา ‘‘อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตี’’ติ วุจฺจติ. เอกสฺส หิ ภิกฺขุโน จุณฺณวิจุณฺณวิสเฏ (วิสุทฺธิ. ๑.๒๑๙; ปารา. ๒.๑๖๕) อสฺสาสกาเย, ปสฺสาสกาเย วา อาทิ ปากโฏ โหติ, น มชฺฌปริโยสานํ. โส อาทิเมว ปริคฺคเหตุํ สกฺโกติ, มชฺฌปริโยสาเน กิลมติ. เอกสฺส มชฺฌํ ปากฏํ โหติ, น อาทิปริโยสานํ. โส มชฺฌเมว ปริคฺคเหตุํ สกฺโกติ, อาทิปริโยสาเน กิลมติ. เอกสฺส ปริโยสานํ ปากฏํ โหติ, น อาทิมชฺฌํ. โส ปริโยสานํเยว ปริคฺคเหตุํ สกฺโกติ, อาทิมชฺเฌ กิลมติ. เอกสฺส สพฺพํ ปากฏํ โหติ, โส สพฺพมฺปิ ปริคฺคเหตุํ สกฺโกติ, น กตฺถจิ กิลมติ. ตาทิเสน ภวิตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘สพฺพกายปฏิสํเวที’’ติอาทิ.
ตตฺถ สิกฺขตีติ เอวํ ฆฏติ วายมติ. โย วา ตถาภูตสฺส สํวโร, อยเมตฺถ อธิสีลสิกฺขา. โย ตถาภูตสฺส สมาธิ, อยํ อธิจิตฺตสิกฺขา. ยา ตถาภูตสฺส ปญฺญา, อยํ อธิปญฺญาสิกฺขาติ อิมา ติสฺโส สิกฺขาโย ตสฺมึ อารมฺมเณ ตาย สติยา เตน มนสิกาเรน สิกฺขติ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺถ ยสฺมา ปุริมนเยน เกวลํ อสฺสสิตพฺพํ ปสฺสสิตพฺพเมว จ, น อญฺญํ กิญฺจิ กาตพฺพํ, อิโต ปฏฺฐาย ปน ญาณุปฺปาทนาทีสุ โยโค กรณีโย. ตสฺมา ตตฺถ ‘‘อสฺสสามีติ ปชานาติ ปสฺสสามีติ ปชานาติ’’จฺเจว วตฺตมานกาลวเสน ปาฬึ วตฺวา อิโต ปฏฺฐาย กตฺตพฺพสฺส ญาณุปฺปาทนาทิโน อา-การสฺส ทสฺสนตฺถํ ‘‘สพฺพกายปฏิสํเวที อสฺสสิสฺสามี’’ติอาทินา นเยน อนาคตกาลวเสน ปาฬิ อาโรปิตาติ เวทิตพฺพา.
ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ…เป… สิกฺขตีติ โอฬาริกํ อสฺสาสปสฺสาสสงฺขาตํ กายสงฺขารํ ปสฺสมฺเภนฺโต ปฏิปฺปสฺสมฺเภนฺโต นิโรเธนฺโต วูปสเมนฺโต อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ.
ตเตฺรวํ โอฬาริกสุขุมตา จ ปสฺสทฺธิ จ เวทิตพฺพา – อิมสฺส หิ ภิกฺขุโน ปุพฺเพ อปริคฺคหิตกาเล กาโย จ จิตฺตญฺจ สทรถา โหนฺติ โอฬาริกา. กายจิตฺตานํ โอฬาริกตฺเต อวูปสนฺเต อสฺสาสปสฺสาสาปิ โอฬาริกา โหนฺติ, พลวตรา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ, นาสิกา นปฺปโหติ, มุเขน อสฺสสนฺโตปิ ปสฺสสนฺโตปิ ติฏฺฐติ. ยทา ปนสฺส กาโยปิ จิตฺตมฺปิ ปริคฺคหิตา โหนฺติ, ตทา เต สนฺตา โหนฺติ วูปสนฺตา. เตสุ วูปสนฺเตสุ อสฺสาสปสฺสาสา สุขุมา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ, ‘‘อตฺถิ นุ โข, นตฺถี’’ติ วิเจตพฺพาการปฺปตฺตา โหนฺติ. เสยฺยถาปิ ปุริสสฺส ธาวิตฺวา ปพฺพตา วา โอโรหิตฺวา มหาภารํ วา สีสโต โอโรเปตฺวา ฐิตสฺส โอฬาริกา อสฺสาสปสฺสาสา โหนฺติ, นาสิกา นปฺปโหติ, มุเขน อสฺสสนฺโตปิ ปสฺสสนฺโตปิ ติฏฺฐติ. ยทา ปเนส ตํ ปริสฺสมํ วิโนเทตฺวา นฺหตฺวา จ ปิวิตฺวา จ อลฺลสาฏกํ หทเย กตฺวา สีตาย ฉายาย นิปนฺโน โหติ, อถสฺส เต อสฺสาสปสฺสาสา สุขุมา โหนฺติ ‘‘อตฺถิ นุ โข, นตฺถี’’ติ วิเจตพฺพาการปฺปตฺตา, เอวเมวํ อิมสฺส ภิกฺขุโน อปริคฺคหิตกาเลติ วิตฺถาเรตพฺพํ. ตถา หิสฺส ปุพฺเพ อปริคฺคหิตกาเล ‘‘โอฬาริโกฬาริเก กายสงฺขาเร ปสฺสมฺเภมี’’ติ อาโภคสมนฺนาหารมนสิกาโร นตฺถิ, ปริคฺคหิตกาเล ปน อตฺถิ. เตนสฺส อปริคฺคหิตกาลโต ปริคฺคหิตกาเล กายสงฺขาโร สุขุโม โหติ. เตนาหุ โปราณา –
‘‘สารทฺเธ กาเย จิตฺเต จ, อธิมตฺตํ ปวตฺตติ;
อสารทฺธมฺหิ กายมฺหิ, สุขุมํ สมฺปวตฺตตี’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๒๐; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๖๕);
ปริคฺคเหปิ โอฬาริโก, ปฐมชฺฌานูปจาเร สุขุโม. ตสฺมิมฺปิ โอฬาริโก, ปฐมชฺฌาเน สุขุโม. ปฐมชฺฌาเน จ ทุติยชฺฌานูปจาเร จ โอฬาริโก, ทุติยชฺฌาเน สุขุโม. ทุติยชฺฌาเน จ ตติยชฺฌานูปจาเร จ โอฬาริโก, ตติยชฺฌาเน สุขุโม. ตติยชฺฌาเน จ จตุตฺถชฺฌานูปจาเร จ โอฬาริโก, จตุตฺถชฺฌาเน อติสุขุโม อปฺปวตฺติเมว ปาปุณาติ. อิทํ ตาว ทีฆภาณกสํยุตฺตภาณกานํ มตํ.
มชฺฌิมภาณกา ปน ‘‘ปฐมชฺฌาเน โอฬาริโก, ทุติยชฺฌานูปจาเร สุขุโม’’ติ เอวํ เหฏฺฐิมเหฏฺฐิมชฺฌานโต อุปรูปริชฺฌานูปจาเรปิ สุขุมตรํ อิจฺฉนฺติ. สพฺเพสํเยว ปน มเตน อปริคฺคหิตกาเล ปวตฺตกายสงฺขาโร ปริคฺคหิตกาเล ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, ปริคฺคหิตกาเล ปวตฺตกายสงฺขาโร ปฐมชฺฌานูปจาเร…เป… จตุตฺถชฺฌานูปจาเร ปวตฺตกายสงฺขาโร จตุตฺถชฺฌาเน ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. อยํ ตาว สมเถ นโย.
วิปสฺสนายํ ปน อปริคฺคหิตกาเล ปวตฺตกายสงฺขาโร โอฬาริโก, มหาภูตปริคฺคเห สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, อุปาทารูปปริคฺคเห สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, สกลรูปปริคฺคเห สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, อรูปปริคฺคเห สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, รูปารูปปริคฺคเห สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, ปจฺจยปริคฺคเห สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, สปฺปจฺจยนามรูปทสฺสเน สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, ลกฺขณารมฺมณิก วิปสฺสนาย สุขุโม. โสปิ ทุพฺพลวิปสฺสนาย โอฬาริโก, พลววิปสฺสนาย สุขุโม. ตตฺถ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว ปุริมสฺส ปุริมสฺส ปจฺฉิเมน ปจฺฉิเมน ปฏิปฺปสฺสทฺธิ เวทิตพฺพา. เอวเมตฺถ โอฬาริกสุขุมตา ปฏิปฺปสฺสทฺธิ จ เวทิตพฺพา. อยํ ตาเวตฺถ กายานุปสฺสนาวเสน วุตฺตสฺส ปฐมจตุกฺกสฺส อนุปุพฺพปทวณฺณนา.
ยสฺมา ปเนตฺถ อิทเมว จตุกฺกํ อาทิกมฺมิกสฺส กมฺมฏฺฐานวเสน วุตฺตํ, อิตรานิ ปน ตีณิ จตุกฺกานิ เอตฺถ ปตฺตชฺฌานสฺส เวทนาจิตฺตธมฺมานุปสฺสนาวเสน, ตสฺมา อิมํ กมฺมฏฺฐานํ ภาเวตฺวา อานาปานจตุกฺกชฺฌานปทฏฺฐานาย วิปสฺสนาย สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิตุกาเมน อาทิกมฺมิเกน กุลปุตฺเตน วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตนเยน สีลปริโสธนาทีนิ สพฺพกิจฺจานิ กตฺวา สตฺตงฺคสมนฺนาคตสฺส อาจริยสฺส สนฺติเก ปญฺจสนฺธิกํ กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคเหตพฺพํ. ตตฺริเม ปญฺจ สนฺธโย อุคฺคโห ปริปุจฺฉา อุปฏฺฐานํ อปฺปนา ลกฺขณนฺติ. ตตฺถ อุคฺคโห นาม กมฺมฏฺฐานสฺส อุคฺคณฺหนํ. ปริปุจฺฉา นาม กมฺมฏฺฐานสฺส ปริปุจฺฉนํ. อุปฏฺฐานํ นาม กมฺมฏฺฐานสฺส อุปฏฺฐานํ. อปฺปนา นาม กมฺมฏฺฐานสฺส อปฺปนา. ลกฺขณํ นาม กมฺมฏฺฐานสฺส ลกฺขณํ, ‘‘เอวํ ลกฺขณมิทํ กมฺมฏฺฐาน’’นฺติ กมฺมฏฺฐานสภาวูปธารณนฺติ วุตฺตํ โหติ.
เอวํ ปญฺจสนฺธิกํ กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคณฺหนฺโต อตฺตนาปิ น กิลมติ, อาจริยมฺปิ น วิเหเสติ. ตสฺมา โถกํ อุทฺทิสาเปตฺวา พหุํ กาลํ สชฺฌายิตฺวา เอวํ ปญฺจสนฺธิกํ กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคเหตฺวา อาจริยสฺส สนฺติเก วา อญฺญตฺถ วา อฏฺฐารส โทสยุตฺเต วิหาเร วชฺเชตฺวา ปญฺจงฺคสมนฺนาคเต เสนาสเน วสนฺเตน อุปจฺฉินฺนขุทฺทกปลิโพเธน กตภตฺตกิจฺเจน ภตฺตสมฺมทํ ปฏิวิโนเทตฺวา สุขนิสินฺเนน รตนตฺตยคุณานุสฺสรเณน จิตฺตํ สมฺปหํเสตฺวา อาจริยุคฺคหโต เอกปทมฺปิ อปริหาเปนฺเตน อิทํ อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐานํ มนสิ กาตพฺพํ. ตตฺรายํ มนสิการวิธิ –
‘‘คณนา อนุพนฺธนา, ผุสนา ฐปนา สลฺลกฺขณา;
วิวฏฺฏนา ปาริสุทฺธิ, เตสญฺจ ปฏิปสฺสนา’’ติ.
ตตฺถ คณนาติ คณนาเยว. อนุพนฺธนาติ อนุคมนา. ผุสนาติ ผุฏฺฐฏฺฐานํ. ฐปนาติ อปฺปนา. สลฺลกฺขณาติ วิปสฺสนา. วิวฏฺฏนาติ มคฺโค. ปาริสุทฺธีติ ผลํ. เตสญฺจ ปฏิปสฺสนาติ ปจฺจเวกฺขณา. ตตฺถ อิมินา อาทิกมฺมิเกน กุลปุตฺเตน ปฐมํ คณนาย อิทํ กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กาตพฺพํ. คเณนฺเตน ปน ปญฺจนฺนํ เหฏฺฐา น ฐเปตพฺพํ, ทสนฺนํ อุปริ น เนตพฺพํ, อนฺตรา ขณฺฑํ น ทสฺเสตพฺพํ. ปญฺจนฺนํ เหฏฺฐา ฐเปนฺตสฺส หิ สมฺพาเธ โอกาเส จิตฺตุปฺปาโท วิปฺผนฺทติ สมฺพาเธ วเช สนฺนิรุทฺธโคคโณ วิย. ทสนฺนํ อุปริ เนนฺตสฺส คณนนิสฺสิโตว จิตฺตุปฺปาโท โหติ. อนฺตรา ขณฺฑํ ทสฺเสนฺตสฺส ‘‘สิขาปฺปตฺตํ นุ โข เม กมฺมฏฺฐานํ, โน’’ติ จิตฺตํ วิกมฺปติ, ตสฺมา เอเต โทเส วชฺเชตฺวา คเณตพฺพํ.
คเณนฺเตน จ ปฐมํ ทนฺธคณนาย ธญฺญมาปกคณนาย คเณตพฺพํ. ธญฺญมาปโก หิ นาฬึ ปูเรตฺวา ‘‘เอก’’นฺติ วตฺวา โอกิรติ, ปุน ปูเรนฺโต กิญฺจิ กจวรํ ทิสฺวา ฉฑฺเฑนฺโต ‘‘เอกํ เอก’’นฺติ วทติ. เอเสว นโย เทฺว เทฺวติอาทีสุ. เอวเมวํ อิมินาปิ อสฺสาสปสฺสาเสสุ โย อุปฏฺฐาติ, ตํ คเหตฺวา ‘‘เอกํ เอก’’นฺติอาทึ กตฺวา ยาว ‘‘ทส ทสา’’ติ ปวตฺตมานํ ปวตฺตมานํ อุปลกฺเขตฺวาว คเณตพฺพํ. ตสฺส เอวํ คณยโต นิกฺขมนฺตา จ ปวิสนฺตา จ อสฺสาสปสฺสาสา ปากฏา โหนฺติ.
อถาเนน ตํ ทนฺธคณนํ ธญฺญมาปกคณนํ ปหาย สีฆคณนาย โคปาลกคณนาย คเณตพฺพํ. เฉโก หิ โคปาลโก สกฺขราทโย อุจฺฉงฺเคน คเหตฺวา รชฺชุทณฺฑหตฺโถ ปาโตว วชํ คนฺตฺวา คาโว ปิฏฺฐิยํ ปหริตฺวา ปลิฆตฺถมฺภมตฺถเก นิสินฺโน ทฺวารํ ปตฺตํ ปตฺตํเยว คาวํ ‘‘เอโก เทฺว’’ติ สกฺขรํ ขิปิตฺวา ขิปิตฺวา คเณติ. ติยามรตฺตึ สมฺพาเธ โอกาเส ทุกฺขํ วุตฺถโคคโณ นิกฺขมนฺโต อญฺญมญฺญํ อุปนิฆํสนฺโต เวเคน เวเคน ปุญฺชปุญฺโช หุตฺวา นิกฺขมติ. โส เวเคน เวเคน ‘‘ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจ ทสา’’ติ คเณติเยว, เอวมสฺสาปิ ปุริมนเยน คณยโต อสฺสาสปสฺสาสา ปากฏา หุตฺวา สีฆํ สีฆํ ปุนปฺปุนํ สญฺจรนฺติ. ตโต เตน ‘‘ปุนปฺปุนํ สญฺจรนฺตี’’ติ ญตฺวา อนฺโต จ พหิ จ อคฺคเหตฺวา ทฺวารปฺปตฺตํ ทฺวารปฺปตฺตํเยว คเหตฺวา ‘‘เอโก เทฺว ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจ, เอโก เทฺว ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจ ฉ, เอโก เทฺว ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจ ฉ สตฺต…เป… อฏฺฐ นว ทสา’’ติ สีฆํ สีฆํ คเณตพฺพเมว. คณนาปฏิพทฺเธ หิ กมฺมฏฺฐาเน คณนพเลเนว จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ อริตฺตุปตฺถมฺภนวเสน จณฺฑโสเต นาวาฐปนมิว.
ตสฺเสวํ สีฆํ สีฆํ คณยโต กมฺมฏฺฐานํ นิรนฺตรํ ปวตฺตํ วิย หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. อถ ‘‘นิรนฺตรํ ปวตฺตตี’’ติ ญตฺวา อนฺโต จ พหิ จ วาตํ อปริคฺคเหตฺวา ปุริมนเยเนว เวเคน เวเคน คเณตพฺพํ. อนฺโตปวิสนวาเตน หิ สทฺธึ จิตฺตํ ปเวสยโต อพฺภนฺตรํ วาตพฺภาหตํ เมทปูริตํ วิย โหติ. พหินิกฺขมนวาเตน สทฺธึ จิตฺตํ นีหรโต พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมเณ จิตฺตํ วิกฺขิปติ. ผุฏฺฐผุฏฺโฐกาเส ปน สตึ ฐเปตฺวา ภาเวนฺตสฺเสว ภาวนา สมฺปชฺชติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อนฺโต จ พหิ จ วาตํ อปริคฺคเหตฺวา ปุริมนเยเนว เวเคน เวเคน คเณตพฺพ’’นฺติ.
กีวจิรํ ปเนตํ คเณตพฺพนฺติ? ยาว วินา คณนาย อสฺสาสปสฺสาสารมฺมเณ สติ สนฺติฏฺฐติ. พหิ วิสฏวิตกฺกวิจฺเฉทํ กตฺวา อสฺสาสปสฺสาสารมฺมเณ สติ สณฺฐาปนตฺถํเยว หิ คณนาติ.
เอวํ คณนาย มนสิ กตฺวา อนุพนฺธนาย มนสิ กาตพฺพํ. อนุพนฺธนา นาม คณนํ ปฏิสํหริตฺวา สติยา นิรนฺตรํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อนุคมนํ. ตญฺจ โข น อาทิมชฺฌปริโยสานานุคมนวเสน. อาทิมชฺฌปริโยสานานิ ตสฺสานุคมเน อาทีนวา จ เหฏฺฐา วุตฺตาเยว.
ตสฺมา อนุพนฺธนาย มนสิกโรนฺเตน น อาทิมชฺฌปริโยสานวเสน มนสิ กาตพฺพํ, อปิจ โข ผุสนาวเสน จ ฐปนาวเสน จ มนสิ กาตพฺพํ. คณนานุพนฺธนาวเสน วิย หิ ผุสนาฐปนาวเสน วิสุํ มนสิกาโร นตฺถิ, ผุฏฺฐผุฏฺฐฏฺฐาเนเยว ปน คเณนฺโต คณนาย จ ผุสนาย จ มนสิ กโรติ, ตตฺเถว คณนํ ปฏิสํหริตฺวา เต สติยา อนุพนฺธนฺโต, อปฺปนาวเสน จ จิตฺตํ ฐเปนฺโต ‘‘อนุพนฺธนาย จ ผุสนาย จ ฐปนาย จ มนสิ กโรตี’’ติ วุจฺจติ. สฺวายมตฺโถ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตปงฺคุฬโทวาริโกปมาหิ อิเธว ปาฬิยํ วุตฺตกกจูปมาย จ เวทิตพฺโพ.
ตตฺรายํ ปงฺคุโฬปมา – เสยฺยถาปิ ปงฺคุโฬ โทลาย กีฬตํ มาตาปุตฺตานํ โทลํ ขิปิตฺวา ตตฺเถว โทลาถมฺภมูเล นิสินฺโน กเมน อาคจฺฉนฺตสฺส จ คจฺฉนฺตสฺส จ โทลาผลกสฺส อุโภ โกฏิโย มชฺฌญฺจ ปสฺสติ, น จ อุโภโกฏิมชฺฌานํ ทสฺสนตฺถํ พฺยาวโฏ โหติ, เอวเมว ภิกฺขุ สติวเสน อุปนิพนฺธนตฺถมฺภมูเล ฐตฺวา อสฺสาสปสฺสาสโทลํ ขิปิตฺวา ตตฺเถว นิมิตฺเต สติยา นิสีทนฺโต กเมน อาคจฺฉนฺตานญฺจ คจฺฉนฺตานญฺจ ผุฏฺฐฏฺฐาเน อสฺสาสปสฺสาสานํ อาทิมชฺฌปริโยสานํ สติยา อนุคจฺฉนฺโต ตตฺเถว (วิสุทฺธิ. ๑.๒๒๕) จิตฺตํ ฐเปตฺวา ปสฺสติ, น จ เตสํ ทสฺสนตฺถํ พฺยาวโฏ โหติ. อยํ ปงฺคุโฬปมา.
อยํ ปน โทวาริโกปมา – เสยฺยถาปิ โทวาริโก นครสฺส อนฺโต จ พหิ จ ปุริเส ‘‘โก ตฺวํ, กุโต วา อาคโต, กุหึ วา คจฺฉสิ, กึ วา เต หตฺเถ’’ติ น วีมํสติ. น หิ ตสฺส เต ภารา, ทฺวารปฺปตฺตํ ทฺวารปฺปตฺตํเยว ปน วีมํสติ, เอวเมว อิมสฺส ภิกฺขุโน อนฺโตปวิฏฺฐวาตา จ พหินิกฺขนฺตวาตา จ น ภารา โหนฺติ, ทฺวารปฺปตฺตา ทฺวารปฺปตฺตาเยว ภาราติ อยํ โทวาริโกปมา.
กกจูปมา ปน ‘‘นิมิตฺตํ อสฺสาสปสฺสาสา’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๑๕๙) นเยน อิธ วุตฺตาเยว. อิธ ปนสฺส อาคตาคตวเสน อมนสิการมตฺตเมว ปโยชนนฺติ เวทิตพฺพํ.
อิทํ กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรโต กสฺสจิ น จิเรเนว นิมิตฺตญฺจ อุปฺปชฺชติ, อวเสสฌานงฺคปฏิมณฺฑิตา อปฺปนาสงฺขาตา ฐปนา จ สมฺปชฺชติ. กสฺสจิ ปน คณนาวเสเนว มนสิการกาลโต ปภุติ ยถา สารทฺธกายสฺส มญฺเจ วา ปีเฐ วา นิสีทโต มญฺจปีฐํ โอนมติ วิกูชติ, ปจฺจตฺถรณํ วลึ คณฺหาติ, อสารทฺธกายสฺส ปน นิสีทโต เนว มญฺจปีฐํ โอนมติ น วิกูชติ, น ปจฺจตฺถรณํ วลึ คณฺหาติ, ตูลปิจุปูริตํ วิย มญฺจปีฐํ โหติ. กสฺมา? ยสฺมา อสารทฺโธ กาโย ลหุโก โหติ, เอวเมวํ คณนาวเสน มนสิการกาลโต ปภุติ อนุกฺกมโต โอฬาริกอสฺสาสปสฺสาสนิโรธวเสน กายทรเถ วูปสนฺเต กาโยปิ จิตฺตมฺปิ ลหุกํ โหติ, สรีรํ อากาเส ลงฺฆนาการปฺปตฺตํ วิย โหติ.
ตสฺส โอฬาริเก อสฺสาสปสฺสาเส นิรุทฺเธ สุขุมอสฺสาสปสฺสาสนิมิตฺตารมฺมณํ จิตฺตํ ปวตฺตติ. ตสฺมิมฺปิ นิรุทฺเธ อปราปรํ ตโต สุขุมตรํ สุขุมตรํ อสฺสาสปสฺสาสนิมิตฺตารมฺมณํ ปวตฺตติเยว. สฺวายมตฺโถ อุปริ วุตฺตกํสถาโลปมาย เวทิตพฺโพ.
ยถา หิ อญฺญานิ กมฺมฏฺฐานานิ อุปรูปริ วิภูตานิ โหนฺติ, น ตถา อิทํ. อิทํ ปน อุปรูปริ ภาเวนฺตสฺส สุขุมตฺตํ คจฺฉติ, อุปฏฺฐานมฺปิ น อุปคจฺฉติ. เอวํ อนุปฏฺฐหนฺเต ปน ตสฺมึ เตน ภิกฺขุนา ‘‘อาจริยํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ วา ‘‘นฏฺฐํ ทานิ เม กมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วา อุฏฺฐายาสนา น คนฺตพฺพํ. อิริยาปถํ วิโกเปตฺวา คจฺฉโต หิ กมฺมฏฺฐานํ นวนวเมว โหติ. ตสฺมา ยถานิสินฺเนเนว เทสโต อาหริตพฺพํ.
ตตฺรายํ อาหรณูปาโย – เตน ภิกฺขุนา กมฺมฏฺฐานสฺส อนุปฏฺฐานภาวํ ญตฺวา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ‘‘อิเม อสฺสาสปสฺสาสา นาม กตฺถ อตฺถิ, กตฺถ นตฺถิ. กสฺส วา อตฺถิ, กสฺส วา นตฺถี’’ติ. อเถวํ ปฏิสญฺจิกฺขโต ‘‘อิเม อนฺโตมาตุกุจฺฉิยํ นตฺถิ, อุทเก นิมุคฺคานํ นตฺถิ, ตถา อสญฺญีภูตานํ มตานํ จตุตฺถชฺฌานสมาปนฺนานํ รูปารูปภวสมงฺคีนํ นิโรธสมาปนฺนาน’’นฺติ ญตฺวา เอวํ อตฺตนาว อตฺตา ปฏิโจเทตพฺโพ ‘‘นนุ, ตฺวํ ปณฺฑิต, เนว มาตุกุจฺฉิคโต, น อุทเก นิมุคฺโค, น อสญฺญีภูโต, น มโต, น จตุตฺถชฺฌานสมาปนฺโน, น รูปารูปภวสมงฺคี, น นิโรธสมาปนฺโน. อตฺถิเยว เต อสฺสาสปสฺสาสา, มนฺทปญฺญตาย ปน ปริคฺคเหตุํ น สกฺโกสี’’ติ. อถาเนน ปกติผุฏฺฐวเสน จิตฺตํ ฐเปตฺวา มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพ. อิเม หิ ทีฆนาสิกสฺส นาสาปุฏํ ฆฏฺเฏนฺตา ปวตฺตนฺติ, รสฺสนาสิกสฺส อุตฺตโรฏฺฐํ. ตสฺมาเนน อิมํ นาม ฐานํ ฆฏฺเฏนฺตีติ นิมิตฺตํ ฐเปตพฺพํ. อิมเมว หิ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ภควตา – ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, มุฏฺฐสฺสติสฺส อสมฺปชานสฺส อานาปานสฺสติภาวนํ วทามี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๔๙; สํ. นิ. ๕.๙๙๒). กิญฺจาปิ หิ ยํกิญฺจิ กมฺมฏฺฐานํ สตสฺส สมฺปชานสฺเสว สมฺปชฺชติ, อิโต อญฺญํ ปน มนสิกโรนฺตสฺส ปากฏํ โหติ. อิทํ ปน อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐานํ ครุกํ ครุกภาวนํ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธพุทฺธปุตฺตานํ มหาปุริสานํเยว มนสิการภูมิภูตํ, น เจว อิตฺตรํ, น จ อิตฺตรสตฺตสมาเสวิตํ. ยถา ยถา มนสิ กรียติ, ตถา ตถา สนฺตญฺเจว โหติ สุขุมญฺจ. ตสฺมา เอตฺถ พลวตี สติ จ ปญฺญา จ อิจฺฉิตพฺพา.
ยถา หิ มฏฺฐสาฏกสฺส ตุนฺนกรณกาเล สูจิปิ สุขุมา อิจฺฉิตพฺพา, สูจิปาสเวธนมฺปิ ตโต สุขุมตรํ, เอวเมวํ มฏฺฐสาฏกสทิสสฺส อิมสฺส กมฺมฏฺฐานสฺส ภาวนากาเล สูจิปฏิภาคา สติปิ สูจิปาสเวธนปฏิภาคา ตํสมฺปยุตฺตา ปญฺญาปิ พลวตี อิจฺฉิตพฺพา. ตาหิ จ ปน สติปญฺญาหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา น เต อสฺสาสปสฺสาสา อญฺญตฺร ปกติผุฏฺโฐกาสา ปริเยสิตพฺพา.
ยถา หิ กสฺสโก เขตฺตํ กสิตฺวา พลีพทฺเท มุญฺจิตฺวา โคจรมุเข กตฺวา ฉายาย นิสินฺโน วิสฺสเมยฺย, อถสฺส เต พลีพทฺทา เวเคน อฏวึ ปวิเสยฺยุํ. โย โหติ เฉโก กสฺสโก, โส ปุน เต คเหตฺวา โยเชตุกาโม น เตสํ อนุปทํ คนฺตฺวา อฏวึ อาหิณฺฑติ. อถ โข รสฺมิญฺจ ปโตทญฺจ คเหตฺวา อุชุกเมว เตสํ นิปาตนติตฺถํ คนฺตฺวา นิสีทติ วา นิปชฺชติ วา. อถ เต โคเณ ทิวสภาคํ จริตฺวา นิปาตนติตฺถํ โอตริตฺวา นฺหตฺวา จ ปิวิตฺวา จ ปจฺจุตฺตริตฺวา ฐิเต ทิสฺวา รสฺมิยา พนฺธิตฺวา ปโตเทน วิชฺฌนฺโต อาเนตฺวา โยเชตฺวา ปุน กมฺมํ กโรติ. เอวเมวํ เตน ภิกฺขุนา น เต อสฺสาสปสฺสาสา อญฺญตฺร ปกติผุฏฺโฐกาสา ปริเยสิตพฺพา. สติรสฺมึ ปน ปญฺญาปโตทญฺจ คเหตฺวา ปกติผุฏฺโฐกาเส จิตฺตํ ฐเปตฺวา มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพ. เอวํ หิสฺส มนสิกโรโต น จิรสฺเสว เต อุปฏฺฐหนฺติ นิปาตนติตฺเถ วิย โคณา. ตโต เตน สติรสฺมิยา พนฺธิตฺวา ตสฺมึเยว ฐาเน โยเชตฺวา ปญฺญาปโตเทน วิชฺฌนฺเตน ปุนปฺปุนํ กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชิตพฺพํ. ตสฺเสวมนุยุญฺชโต น จิรสฺเสว นิมิตฺตํ อุปฏฺฐาติ. ตํ ปเนตํ น สพฺเพสํ เอกสทิสํ โหติ, อปิจ โข กสฺสจิ สุขสมฺผสฺสํ อุปฺปาทยมาโน ตูลปิจุ วิย กปฺปาสปิจุ วิย วาตธารา วิย จ อุปฏฺฐาตีติ เอกจฺเจ อาหุ.
อยํ ปน อฏฺฐกถาสุ วินิจฺฉโย – อิทญฺหิ กสฺสจิ ตารกรูปํ วิย มณิคุฬิกา วิย มุตฺตาคุฬิกา วิย จ, กสฺสจิ ขรสมฺผสฺสํ หุตฺวา กปฺปาสฏฺฐิ วิย ทารุสารสูจิ วิย จ, กสฺสจิ ทีฆปามงฺคสุตฺตํ วิย กุสุมทามํ วิย ธูมสิขา วิย จ, กสฺสจิ วิตฺถตํ มกฺกฏกสุตฺตํ วิย วลาหกปฏลํ วิย ปทุมปุปฺผํ วิย รถจกฺกํ วิย จนฺทมณฺฑลํ วิย สูริยมณฺฑลํ วิย จ อุปฏฺฐาติ, ตญฺจ ปเนตํ ยถา สมฺพหุเลสุ ภิกฺขูสุ สุตฺตนฺตํ สชฺฌายิตฺวา นิสินฺเนสุ เอเกน ภิกฺขุนา ‘‘ตุมฺหากํ กีทิสํ หุตฺวา อิทํ สุตฺตํ อุปฏฺฐาตี’’ติ วุตฺเต เอโก ‘‘มยฺหํ มหตี ปพฺพเตยฺยา นที วิย หุตฺวา อุปฏฺฐาตี’’ติ อาห. อปโร ‘‘มยฺหํ เอกา วนราชิ วิย’’. อญฺโญ ‘‘มยฺหํ เอโก สีตจฺฉาโย สาขาสมฺปนฺโน ผลภารภริโต รุกฺโข วิยา’’ติ. เตสญฺหิ ตํ เอกเมว สุตฺตํ สญฺญานานตาย นานโต อุปฏฺฐาติ. เอวํ เอกเมว กมฺมฏฺฐานํ สญฺญานานตาย นานโต อุปฏฺฐาติ. สญฺญชญฺหิ เอตํ สญฺญานิทานํ สญฺญาปภวํ, ตสฺมา สญฺญานานตาย นานโต อุปฏฺฐาตีติ เวทิตพฺพํ.
เอวํ อุปฏฺฐิเต ปน นิมิตฺเต เตน ภิกฺขุนา อาจริยสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อาโรเจตพฺพํ ‘‘มยฺหํ, ภนฺเต, เอวรูปํ นาม อุปฏฺฐาตี’’ติ. อาจริเยน ปน ‘‘นิมิตฺตมิทํ, อาวุโส, กมฺมฏฺฐานํ ปุนปฺปุนํ มนสิ กโรหิ สปฺปุริสา’’ติ วตฺตพฺโพ. อถาเนน นิมิตฺเตเยว จิตฺตํ ฐเปตพฺพํ. เอวมสฺสายํ อิโต ปภุติ ฐปนาวเสน ภาวนา โหติ. วุตฺตเญฺหตํ โปราเณหิ –
‘‘นิมิตฺเต ฐปยํ จิตฺตํ, นานาการํ วิภาวยํ;
ธีโร อสฺสาสปสฺสาเส, สกํ จิตฺตํ นิพนฺธตี’’ติ. (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๖๕; วิสุทฺธิ. ๑.๒๓๒);
ตสฺเสวํ นิมิตฺตุปฏฺฐานโต ปภุติ นีวรณานิ วิกฺขมฺภิตาเนว โหนฺติ, กิเลสา สนฺนิสินฺนาว, จิตฺตํ อุปจารสมาธินา สมาหิตเมว. อถาเนน ตํ นิมิตฺตํ เนว วณฺณโต มนสิ กาตพฺพํ, น ลกฺขณโต ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ, อปิจ โข ขตฺติยมเหสิยา จกฺกวตฺติคพฺโภ วิย กสฺสเกน สาลิยวคพฺโภ วิย จ อาวาสาทีนิ สตฺต อสปฺปายานิ วชฺเชตฺวา ตาเนว สตฺต สปฺปายานิ เสวนฺเตน สาธุกํ รกฺขิตพฺพํ, อถ นํ เอวํ รกฺขิตฺวา ปุนปฺปุนํ มนสิการวเสน วุทฺธึ วิรูฬฺหึ คมยิตฺวา ทสวิธํ อปฺปนาโกสลฺลํ สมฺปาเทตพฺพํ, วีริยสมตา โยเชตพฺพา. ตสฺเสวํ ฆเฏนฺตสฺส วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตานุกฺกเมน ตสฺมึ นิมิตฺเต จตุกฺกปญฺจกชฺฌานานิ นิพฺพตฺตนฺติ. เอวํ นิพฺพตฺตจตุกฺกปญฺจกชฺฌาโน ปเนตฺถ ภิกฺขุ สลฺลกฺขณาวิวฏฺฏนาวเสน กมฺมฏฺฐานํ วฑฺเฒตฺวา ปาริสุทฺธึ ปตฺตุกาโม ตเทว ฌานํ ปญฺจหากาเรหิ วสิปฺปตฺตํ ปคุณํ กตฺวา นามรูปํ ววตฺถเปตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปติ. กถํ? โส หิ สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย อสฺสาสปสฺสาสานํ สมุทโย กรชกาโย จ จิตฺตญฺจาติ ปสฺสติ. ยถา หิ กมฺมารคคฺคริยา ธมมานาย ภสฺตญฺจ ปุริสสฺส จ ตชฺชํ วายามํ ปฏิจฺจ วาโต สญฺจรติ, เอวเมวํ กายญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ อสฺสาสปสฺสาสาติ. ตโต อสฺสาสปสฺสาเส จ กายญฺจ รูปนฺติ, จิตฺตญฺจ ตํสมฺปยุตฺเต จ ธมฺเม อรูปนฺติ ววตฺถเปติ.
เอวํ นามรูปํ ววตฺถเปตฺวา ตสฺส ปจฺจยํ ปริเยสติ, ปริเยสนฺโต จ ตํ ทิสฺวา ตีสุปิ อทฺธาสุ นามรูปสฺส ปวตฺตึ อารพฺภ กงฺขํ วิตรติ, วิติณฺณกงฺโข กลาปสมฺมสนวเสน ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา อุทยพฺพยานุปสฺสนาย ปุพฺพภาเค อุปฺปนฺเน โอภาสาทโย ทส วิปสฺสนุปกฺกิเลเส ปหาย อุปกฺกิเลสวิมุตฺตํ อุทยพฺพยานุปสฺสนาญาณํ ‘‘มคฺโค’’ติ ววตฺถเปตฺวา อุทยํ ปหาย ภงฺคานุปสฺสนํ ปตฺวา นิรนฺตรํ ภงฺคานุปสฺสเนน ภยโต อุปฏฺฐิเตสุ สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทนฺโต วิรชฺชนฺโต วิมุจฺจนฺโต ยถากฺกเมน จตฺตาโร อริยมคฺเค ปาปุณิตฺวา อรหตฺตผเล ปติฏฺฐาย เอกูนวีสติเภทสฺส ปจฺจเวกฺขณาญาณสฺส ปริยนฺตํ ปตฺโต สเทวกสฺส โลกสฺส อคฺคทกฺขิเณยฺโย โหติ. เอตฺตาวตา จสฺส คณนํ อาทึ กตฺวา วิปสฺสนาปริโยสานา อานาปานสฺสติสมาธิภาวนา สมตฺตา โหตีติ. อยํ สพฺพาการโต ปฐมจตุกฺกวณฺณนา.
อิตเรสุ ปน ตีสุ จตุกฺเกสุ ยสฺมา วิสุํ กมฺมฏฺฐานภาวนานโย นาม นตฺถิ, ตสฺมา อนุปทวณฺณนานเยเนว เตสํ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปีติปฏิสํเวทีติ ปีตึ ปฏิสํวิทิตํ กโรนฺโต ปากฏํ กโรนฺโต อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ. ตตฺถ ทฺวีหากาเรหิ ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ อารมฺมณโต จ อสมฺโมหโต จ.
กถํ อารมฺมณโต ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ? สปฺปีติเก เทฺว ฌาเน สมาปชฺชติ, ตสฺส สมาปตฺติกฺขเณ ฌานปฏิลาเภน อารมฺมณโต ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ อารมฺมณสฺส ปฏิสํวิทิตตฺตา.
กถํ อสมฺโมหโต? สปฺปีติเก เทฺว ฌาเน สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ฌานสมฺปยุตฺตํ ปีตึ ขยโต วยโต สมฺมสติ, ตสฺส วิปสฺสนากฺขเณ ลกฺขณปฏิเวเธน อสมฺโมหโต ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ. เอเตเนว นเยน อวเสสปทานิปิ อตฺถโต เวทิตพฺพานิ. อิทํ ปเนตฺถ วิเสสมตฺตํ – ติณฺณํ ฌานานํ วเสน สุขปฏิสํวิทิตา โหติ. จตุนฺนมฺปิ ฌานานํ วเสน จิตฺตสงฺขารปฏิสํวิทิตา เวทิตพฺพา. จิตฺตสงฺขาโรติ เวทนาสญฺญากฺขนฺธา. ปสฺสมฺภยํ จิตฺตสงฺขารนฺติ โอฬาริกํ โอฬาริกํ จิตฺตสงฺขารํ ปสฺสมฺเภนฺโต, นิโรเธนฺโตติ อตฺโถ. โส วิตฺถารโต กายสงฺขาเร วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. อปิเจตฺถ ปีติปเท ปีติสีเสน เวทนา วุตฺตา, สุขปเท สรูเปเนว เวทนา. ทฺวีสุ จิตฺตสงฺขารปเทสุ ‘‘สญฺญา จ เวทนา จ เจตสิกา, เอเต ธมฺมา จิตฺตปฏิพทฺธา จิตฺตสงฺขารา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๗๔; ม. นิ. ๑.๔๖๓) วจนโต สญฺญาสมฺปยุตฺตา เวทนาติ เอวํ เวทนานุปสฺสนานเยน อิทํ จตุกฺกํ ภาสิตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ตติยจตุกฺเกปิ จตุนฺนํ ฌานานํ วเสน จิตฺตปฏิสํวิทิตา เวทิตพฺพา. อภิปฺปโมทยํ จิตฺตนฺติ จิตฺตํ โมเทนฺโต ปโมเทนฺโต หาเสนฺโต ปหาเสนฺโต อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ. ตตฺถ ทฺวีหากาเรหิ อภิปฺปโมโท โหติ สมาธิวเสน จ วิปสฺสนาวเสน จ.
กถํ สมาธิวเสน? สปฺปีติเก เทฺว ฌาเน สมาปชฺชติ, โส สมาปตฺติกฺขเณ สมฺปยุตฺตาย ปีติยา จิตฺตํ อาโมเทติ ปโมเทติ. กถํ วิปสฺสนาวเสน? สปฺปีติเก เทฺว ฌาเน สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ฌานสมฺปยุตฺตํ ปีตึ ขยโต วยโต สมฺมสติ. เอวํ วิปสฺสนากฺขเณ ฌานสมฺปยุตฺตํ ปีตึ อารมฺมณํ กตฺวา จิตฺตํ อาโมเทติ ปโมเทติ. เอวํ ปฏิปนฺโน ‘‘อภิปฺปโมทยํ จิตฺตํ อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตี’’ติ วุจฺจติ.
สมาทหํ จิตฺตนฺติ ปฐมชฺฌานาทิวเสน อารมฺมเณ จิตฺตํ สมํ อาทหนฺโต สมํ ฐเปนฺโต, ตานิ วา ปน ฌานานิ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ฌานสมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ ขยโต วยโต สมฺมสโต วิปสฺสนากฺขเณ ลกฺขณปฏิเวเธน อุปฺปชฺชติ ขณิกจิตฺเตกคฺคตา, เอวํ อุปฺปนฺนาย ขณิกจิตฺเตกคฺคตาย วเสนปิ อารมฺมเณ จิตฺตํ สมํ อาทหนฺโต สมํ ฐเปนฺโต ‘‘สมาทหํ จิตฺตํ อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตี’’ติ วุจฺจติ.
วิโมจยํ จิตฺตนฺติ ปฐมชฺฌาเนน นีวรเณหิ จิตฺตํ โมเจนฺโต วิโมเจนฺโต, ทุติเยน วิตกฺกวิจาเรหิ, ตติเยน ปีติยา, จตุตฺเถน สุขทุกฺเขหิ จิตฺตํ โมเจนฺโต วิโมเจนฺโต, ตานิ วา ปน ฌานานิ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ฌานสมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ ขยโต วยโต สมฺมสติ. โส วิปสฺสนากฺขเณ อนิจฺจานุปสฺสนาย นิจฺจสญฺญาโต จิตฺตํ โมเจนฺโต วิโมเจนฺโต, ทุกฺขานุปสฺสนาย สุขสญฺญาโต, อนตฺตานุปสฺสนาย อตฺตสญฺญาโต, นิพฺพิทานุปสฺสนาย นนฺทิโต, วิราคานุปสฺสนาย ราคโต, นิโรธานุปสฺสนาย สมุทยโต, ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนาย อาทานโต จิตฺตํ โมเจนฺโต วิโมเจนฺโต อสฺสสติ เจว ปสฺสสติ จ. เตน วุจฺจติ – ‘‘วิโมจยํ จิตฺตํ อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตี’’ติ. เอวํ จิตฺตานุปสฺสนาวเสน อิทํ จตุกฺกํ ภาสิตนฺติ เวทิตพฺพํ.
จตุตฺถจตุกฺเก ปน อนิจฺจานุปสฺสีติ เอตฺถ ตาว อนิจฺจํ เวทิตพฺพํ, อนิจฺจตา เวทิตพฺพา, อนิจฺจานุปสฺสนา เวทิตพฺพา, อนิจฺจานุปสฺสี เวทิตพฺโพ. ตตฺถ อนิจฺจนฺติ ปญฺจกฺขนฺธา. กสฺมา? อุปฺปาทวยญฺญถตฺตภาวา. อนิจฺจตาติ เตสํเยว อุปฺปาทวยญฺญถตฺตํ, หุตฺวา อภาโว วา, นิพฺพตฺตานํ เตเนวากาเรน อฏฺฐตฺวา ขณภงฺเคน เภโทติ อตฺโถ. อนิจฺจานุปสฺสนาติ ตสฺสา อนิจฺจตาย วเสน รูปาทีสุ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ อนุปสฺสนา. อนิจฺจานุปสฺสีติ ตาย อนุปสฺสนาย สมนฺนาคโต. ตสฺมา เอวํภูโต อสฺสสนฺโต จ ปสฺสสนฺโต จ อิธ ‘‘อนิจฺจานุปสฺสี อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตี’’ติ เวทิตพฺโพ.
วิราคานุปสฺสีติ เอตฺถ ปน เทฺว วิราคา ขยวิราโค จ อจฺจนฺตวิราโค จ. ตตฺถ ขยวิราโคติ สงฺขารานํ ขณภงฺโค. อจฺจนฺตวิราโคติ นิพฺพานํ. วิราคานุปสฺสนาติ ตทุภยทสฺสนวเสน ปวตฺตา วิปสฺสนา จ มคฺโค จ. ตาย ทุวิธายปิ อนุปสฺสนาย สมนฺนาคโต หุตฺวา อสฺสสนฺโต จ ปสฺสสนฺโต จ ‘‘วิราคานุปสฺสี อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตี’’ติ เวทิตพฺโพ. นิโรธานุปสฺสีปเทปิ เอเสว นโย.
ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสีติ เอตฺถาปิ เทฺว ปฏินิสฺสคฺคา ปริจฺจาคปฏินิสฺสคฺโค จ ปกฺขนฺทนปฏินิสฺสคฺโค จ. ปฏินิสฺสคฺโคเยว อนุปสฺสนา ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนา, วิปสฺสนามคฺคานเมตํ อธิวจนํ. วิปสฺสนาติ ตทงฺควเสน สทฺธึ ขนฺธาภิสงฺขาเรหิ กิเลเส ปริจฺจชติ, สงฺขตโทสทสฺสเนน จ ตพฺพิปรีเต นิพฺพาเน ตนฺนินฺนตาย ปกฺขนฺทตีติ ปริจฺจาคปฏินิสฺสคฺโค เจว ปกฺขนฺทนปฏินิสฺสคฺโค จาติ วุจฺจติ. มคฺโค สมุจฺเฉทวเสน สทฺธึ ขนฺธาภิสงฺขาเรหิ กิเลเส ปริจฺจชติ, อารมฺมณกรเณน จ นิพฺพาเน ปกฺขนฺทตีติ ปริจฺจาคปฏินิสฺสคฺโค เจว ปกฺขนฺทนปฏินิสฺสคฺโค จาติ วุจฺจติ. อุภยมฺปิ ปน ปุริมปุริมญาณานํ อนุอนุ ปสฺสนโต อนุปสฺสนาติ วุจฺจติ. ตาย ทุวิธายปิ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนาย สมนฺนาคโต หุตฺวา อสฺสสนฺโต จ ปสฺสสนฺโต จ ‘‘ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตี’’ติ เวทิตพฺโพ.
เอตฺถ จ ‘‘อนิจฺจานุปสฺสี’’ติ ตรุณวิปสฺสนาย วเสน วุตฺตํ, ‘‘วิราคานุปสฺสี’’ติ ตโต พลวตราย สงฺขาเรสุ วิรชฺชนสมตฺถาย วิปสฺสนาย วเสน, ‘‘นิโรธานุปสฺสี’’ติ ตโต พลวตราย กิเลสนิโรธนสมตฺถาย วิปสฺสนาย วเสน, ‘‘ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี’’ติ มคฺคสฺส อาสนฺนภูตาย อติติกฺขาย วิปสฺสนาย วเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยตฺถ ปน มคฺโคปิ ลพฺภติ, โส อภินฺโนเยว. เอวมิทํ จตุกฺกํ สุทฺธวิปสฺสนาวเสน วุตฺตํ, ปุริมานิ ปน ตีณิ สมถวิปสฺสนาวเสนาติ.
อานาปานสฺสติมาติกาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๖๔. อิทานิ ยถานิกฺขิตฺตํ มาติกํ ปฏิปาฏิยา ภาเชตฺวา ทสฺเสตุํ อิธาติ อิมิสฺสา ทิฏฺฐิยาติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อิมิสฺสา ทิฏฺฐิยาติอาทีหิ ทสหิ ปเทหิ สิกฺขตฺตยสงฺขาตํ สพฺพญฺญุพุทฺธสาสนเมว กถิตํ. ตญฺหิ พุทฺเธน ภควตา ทิฏฺฐตฺตา ทิฏฺฐีติ วุจฺจติ, ตสฺเสว ขมนวเสน ขนฺติ, รุจฺจนวเสน รุจิ, คหณวเสน อาทาโย, สภาวฏฺเฐน ธมฺโม, สิกฺขิตพฺพฏฺเฐน วินโย, ตทุภเยนปิ ธมฺมวินโย, ปวุตฺตวเสน ปาวจนํ, เสฏฺฐจริยฏฺเฐน พฺรหฺมจริยํ, อนุสิฏฺฐิทานวเสน สตฺถุสาสนนฺติ วุจฺจติ. ตสฺมา ‘‘อิมิสฺสา ทิฏฺฐิยา’’ติอาทีสุ อิมิสฺสา พุทฺธทิฏฺฐิยา, อิมิสฺสา พุทฺธขนฺติยา, อิมิสฺสา พุทฺธรุจิยา, อิมสฺมึ พุทฺธอาทาเย, อิมสฺมึ พุทฺธธมฺเม, อิมสฺมึ พุทฺธวินเย, อิมสฺมึ พุทฺธธมฺมวินเย, อิมสฺมึ พุทฺธปาวจเน, อิมสฺมึ พุทฺธพฺรหฺมจริเย, อิมสฺมึ พุทฺธสตฺถุสาสเนติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อปิเจตํ สิกฺขตฺตยสงฺขาตํ สกลํ ปาวจนํ ภควตา ทิฏฺฐตฺตา สมฺมาทิฏฺฐิปจฺจยตฺตา สมฺมาทิฏฺฐิปุพฺพงฺคมตฺตา จ ทิฏฺฐิ. ภควโต ขมนวเสน ขนฺติ. รุจฺจนวเสน รุจิ. คหณวเสน อาทาโย. อตฺตโน การกํ อปาเย อปตมานํ ธาเรตีติ ธมฺโม. โสว สํกิเลสปกฺขํ วิเนตีติ วินโย. ธมฺโม จ โส วินโย จาติ ธมฺมวินโย, กุสลธมฺเมหิ วา อกุสลธมฺมานํ เอส วินโยติ ธมฺมวินโย. เตเนว วุตฺตํ – ‘‘เย จ โข ตฺวํ, โคตมิ, ธมฺเม ชาเนยฺยาสิ อิเม ธมฺมา วิราคาย สํวตฺตนฺติ, โน สราคาย…เป… เอกํเสน, โคตมิ, ธาเรยฺยาสิ เอโส ธมฺโม เอโส วินโย เอตํ สตฺถุสาสน’’นฺติ (อ. นิ. ๘.๕๓; จูฬว. ๔๐๖). ธมฺเมน วา วินโย, น ทณฺฑาทีหีติ ธมฺมวินโย. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ทณฺเฑเนเก ทมยนฺติ, องฺกุเสหิ กสาหิ จ;
อทณฺเฑน อสตฺเถน, นาโค ทนฺโต มเหสินา’’ติ. (ม. นิ. ๒.๓๕๒; จูฬว. ๓๔๒);
ตถา ‘‘ธมฺเมน นยมานานํ, กา อุสูยา วิชานต’’นฺติ (มหาว. ๖๓). ธมฺมาย วา วินโย ธมฺมวินโย. อนวชฺชธมฺมตฺถํ เหส วินโย, น ภวโภคามิสตฺถํ. เตนาห ภควา – ‘‘นยิทํ, ภิกฺขเว, พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ ชนกุหนตฺถ’’นฺติ (อิติวุ. ๓๕; อ. นิ. ๔.๒๕) วิตฺถาโร. ปุณฺณตฺเถโรปิ อาห – ‘‘อนุปาทาปรินิพฺพานตฺถํ โข, อาวุโส, ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๕๙). วิสุทฺธํ วา นยตีติ วินโย, ธมฺมโต วินโย ธมฺมวินโย. สํสารธมฺมโต หิ โสกาทิธมฺมโต วา เอส วิสุทฺธํ นิพฺพานํ นยติ, ธมฺมสฺส วา วินโย, น ติตฺถกรานนฺติ ธมฺมวินโย. ธมฺมภูโต หิ ภควา, ตสฺเสว เอส วินโย. ยสฺมา วา ธมฺมา เอว อภิญฺเญยฺยา ปริญฺเญยฺยา ปหาตพฺพา ภาเวตพฺพา สจฺฉิกาตพฺพา จ, ตสฺมา เอส ธมฺเมสุ วินโย, น สตฺเตสุ น ชีเวสุ จาติ ธมฺมวินโย. สาตฺถสพฺยญฺชนตาทีหิ อญฺเญสํ วจนโต ปธานํ วจนนฺติ ปวจนํ, ปวจนเมว ปาวจนํ. สพฺพจริยาหิ วิสิฏฺฐจริยภาเวน พฺรหฺมจริยํ. เทวมนุสฺสานํ สตฺถุภูตสฺส ภควโต สาสนนฺติ สตฺถุสาสนํ, สตฺถุภูตํ วา สาสนนฺติปิ สตฺถุสาสนํ. ‘‘โย โว, อานนฺท, มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต, โส โว มมจฺจเยน สตฺถา’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๖) หิ ธมฺมวินโยว สตฺถาติ วุตฺโต. เอวเมเตสํ ปทานํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยสฺมา ปน อิมสฺมึเยว สาสเน สพฺพาการอานาปานสฺสติสมาธินิพฺพตฺตโก ภิกฺขุ วิชฺชติ, น อญฺญตฺร, ตสฺมา ตตฺถ ตตฺถ ‘‘อิมิสฺสา’’ติ จ ‘‘อิมสฺมิ’’นฺติ จ อยํ นิยโม กโตติ เวทิตพฺโพ. อยํ ‘‘อิธา’’ติมาติกาย นิทฺเทสสฺส อตฺโถ.
ปุถุชฺชนกลฺยาณโก วาติอาทินา จ ภิกฺขุสทฺทสฺส วจนตฺถํ อวตฺวา อิธาธิปฺเปตภิกฺขุเยว ทสฺสิโต. ตตฺถ ปุถุชฺชโน จ โส กิเลสานํ อสมุจฺฉินฺนตฺตา, กลฺยาโณ จ สีลาทิปฏิปตฺติยุตฺตตฺตาติ ปุถุชฺชนกลฺยาโณ, ปุถุชฺชนกลฺยาโณว ปุถุชฺชนกลฺยาณโก. อธิสีลาทีนิ สิกฺขตีติ เสกฺโข. โสตาปนฺโน วา สกทาคามี วา อนาคามี วา. อกุปฺโป จลยิตุมสกฺกุเณยฺโย อรหตฺตผลธมฺโม อสฺสาติ อกุปฺปธมฺโม. โสปิ หิ อิมํ สมาธึ ภาเวติ.
อรญฺญนิทฺเทเส วินยปริยาเยน ตาว ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจ อวเสสํ อรญฺญ’’นฺติ (ปารา. ๙๒) อาคตํ. สุตฺตนฺตปริยาเยน อารญฺญกํ ภิกฺขุํ สนฺธาย ‘‘อารญฺญกํ นาม เสนาสนํ ปญฺจธนุสติกํ ปจฺฉิม’’นฺติ (ปาจิ. ๕๗๓) อาคตํ. วินยสุตฺตนฺตา ปน อุโภปิ ปริยายเทสนา นาม, อภิธมฺโม นิปฺปริยายเทสนาติ อภิธมฺมปริยาเยน (วิภ. ๕๒๙) อรญฺญํ ทสฺเสตุํ นิกฺขมิตฺวา พหิ อินฺทขีลาติ วุตฺตํ, อินฺทขีลโต พหิ นิกฺขมิตฺวาติ อตฺโถ. นิกฺขมิตฺวา พหิ อินฺทขีลนฺติปิ ปาโฐ, อินฺทขีลํ อติกฺกมิตฺวา พหีติ วุตฺตํ โหติ. อินฺทขีโลติ เจตฺถ คามสฺส วา นครสฺส วา อุมฺมาโร.
รุกฺขมูลนิทฺเทเส รุกฺขมูลสฺส ปากฏตฺตา ตํ อวตฺวาว ยตฺถาติอาทิมาห. ตตฺถ ยตฺถาติ ยสฺมึ รุกฺขมูเล. อาสนฺติ นิสีทนฺติ เอตฺถาติ อาสนํ. ปญฺญตฺตนฺติ ฐปิตํ. มญฺโจ วาติอาทีนิ อาสนสฺส ปเภทวจนานิ. มญฺโจปิ หิ นิสชฺชายปิ โอกาสตฺตา อิธ อาสเนสุ วุตฺโต. โส ปน มสารกพุนฺทิกาพทฺธกุฬีรปาทกอาหจฺจปาทกานํ อญฺญตโร. ปีฐํ เตสํ อญฺญตรเมว. ภิสีติ อุณฺณาภิสิโจฬภิสิวากภิสิติณภิสิปณฺณภิสีนํ อญฺญตรา. ตฏฺฏิกาติ ตาลปณฺณาทีหิ จินิตฺวา กตา. จมฺมขณฺโฑติ นิสชฺชารโห โย โกจิ จมฺมขณฺโฑ. ติณสนฺถราทโย ติณาทีนิ คุมฺเพตฺวา กตา. ตตฺถาติ ตสฺมึ รุกฺขมูเล. จงฺกมติ วาติอาทีหิ รุกฺขมูลสฺส จตุอิริยาปถปวตฺตนโยคฺยตา กถิตา. ‘‘ยตฺถา’’ติอาทีหิ สพฺพปเทหิ รุกฺขมูลสฺส สนฺทจฺฉายตา ชนวิวิตฺตตา จ วุตฺตา โหติ. เกนจีติ เกนจิ สมูเหน. ตํ สมูหํ ภินฺทิตฺวา วิตฺถาเรนฺโต คหฏฺเฐหิ วา ปพฺพชิเตหิ วาติ อาห. อนากิณฺณนฺติ อสํกิณฺณํ อสมฺพาธํ. ยสฺส เสนาสนสฺส สมนฺตา คาวุตมฺปิ อฑฺฒโยชนมฺปิ ปพฺพตคหนํ วนคหนํ นทีคหนํ โหติ, น โกจิ อเวลาย อุปสงฺกมิตุํ สกฺโกติ, อิทํ สนฺติเกปิ อนากิณฺณํ นาม. ยํ ปน อฑฺฒโยชนิกํ วา โยชนิกํ วา โหติ, อิทํ ทูรตาย เอว อนากิณฺณํ นาม.
วิหาโรติ อฑฺฒโยคาทิมุตฺตโก อวเสสาวาโส. อฑฺฒโยโคติ สุปณฺณวงฺกเคหํ. ปาสาโทติ เทฺว กณฺณิกา คเหตฺวา กโต ทีฆปาสาโท. หมฺมิยนฺติ อุปริอากาสตเล ปติฏฺฐิตกูฏาคารปาสาโทเยว. คุหาติ อิฏฺฐกาคุหา สิลาคุหา ทารุคุหา ปํสุคุหาติ เอวญฺหิ ขนฺธกฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๙๔) วุตฺตํ. วิภงฺคฏฺฐกถายํ ปน วิหาโรติ สมนฺตา ปริหารปถํ อนฺโตเยว รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานานิ จ ทสฺเสตฺวา กตเสนาสนํ. คุหาติ ภูมิคุหา, ยตฺถ รตฺตินฺทิวํ ทีปํ ลทฺธุํ วฏฺฏติ. ปพฺพตคุหา วา ภูมิคุหา วาติ อิทํ ทฺวยํ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ. มาติกาย สพฺพกาลสาธารณลกฺขณวเสน ‘‘นิสีทตี’’ติ วตฺตมานวจนํ กตํ, อิธ ปน นิสินฺนสฺส ภาวนารมฺภสพฺภาวโต นิสชฺชารมฺภปริโยสานทสฺสนตฺถํ นิสินฺโนติ นิฏฺฐานวจนํ กตํ. ยสฺมา ปน อุชุํ กายํ ปณิธาย นิสินฺนสฺส กาโย อุชุโก โหติ, ตสฺมา พฺยญฺชเน อาทรํ อกตฺวา อธิปฺเปตม เอว ทสฺเสนฺโต อุชุโกติอาทิมาห. ตตฺถ ฐิโต สุปณิหิโตติ อุชุกํ ปณิหิตตฺตา อุชุโก หุตฺวา ฐิโต, น สยเมวาติ อตฺโถ. ปริคฺคหฏฺโฐติ ปริคฺคหิตฏฺโฐ. กึ ปริคฺคหิตํ? นิยฺยานํ. กึ นิยฺยานํ? อานาปานสฺสติสมาธิเยว ยาว อรหตฺตมคฺคา นิยฺยานํ. เตนาหนิยฺยานฏฺโฐติ มุขสทฺทสฺส เชฏฺฐกตฺถวเสน สํสารโต นิยฺยานฏฺโฐ วุตฺโต. อุปฏฺฐานฏฺโฐติ สภาวฏฺโฐเยว. สพฺเพหิ ปเนเตหิ ปเทหิ ปริคฺคหิตนิยฺยานํ สตึ กตฺวาติ อตฺโถ วุตฺโต โหติ. เกจิ ปน ‘‘ปริคฺคหฏฺโฐติ สติยา ปริคฺคหฏฺโฐ, นิยฺยานฏฺโฐติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ปวิสนนิกฺขมนทฺวารฏฺโฐ’’ติ วณฺณยนฺติ. ปริคฺคหิตอสฺสาสปสฺสาสนิยฺยานํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาติ วุตฺตํ โหติ.
๑๖๕. พาตฺตึสาย อากาเรหีติ ตาสุ ตาสุ อวตฺถาสุ ยถากฺกเมน ลพฺภมานานํ อนวเสสปริยาทานวเสน วุตฺตํ. ทีฆํ อสฺสาสวเสนาติ มาติกาย ‘‘ทีฆ’’นฺติวุตฺตอสฺสาสวเสน. เอวํ เสเสสุ. เอกคฺคตนฺติ เอกคฺคภาวํ. อวิกฺเขปนฺติ อวิกฺขิปนํ. เอกคฺคตา เอว หิ นานารมฺมเณสุ จิตฺตสฺส อวิกฺขิปนโต อวิกฺเขโปติ วุจฺจติ. ปชานโตติ อสมฺโมหวเสน ปชานนฺตสฺส, วินฺทนฺตสฺสาติ วา อตฺโถ. ‘‘อวิกฺเขโป เม ปฏิลทฺโธ’’ติ อารมฺมณกรณวเสน ปชานนฺตสฺส วา. ตาย สติยาติ ตาย อุปฏฺฐิตาย สติยา. เตน ญาเณนาติ เตน อวิกฺเขปชานนญาเณน. สโต การี โหตีติ เอตฺถ ยสฺมา ญาณสมฺปยุตฺตา เอว สติ สตีติ อธิปฺเปตา, ยถาห – ‘‘สติมา โหติ ปรเมน สติเนปกฺเกน สมนฺนาคโต’’ติ (วิภ. ๔๖๗). ตสฺมา ‘‘สโต’’ติ วจเนเนว ญาณมฺปิ คหิตเมว โหติ.
๑๖๖. อทฺธานสงฺขาเตติ ทีฆสงฺขาเต กาเล. ทีโฆ หิ มคฺโค อทฺธาโนติ วุจฺจติ. อยมฺปิ กาโล ทีฆตฺตา อทฺธาโน วิย อทฺธาโนติ วุตฺโต. ‘‘อสฺสสตี’’ติ จ ‘‘ปสฺสสตี’’ติ จ อสฺสาสญฺจ ปสฺสาสญฺจ วิสุํ วิสุํ วตฺวาปิ ภาวนาย นิรนฺตรปฺปวตฺติทสฺสนตฺถํ ‘‘อสฺสสติปิ ปสฺสสติปี’’ติ ปุน สมาเสตฺวา วุตฺตํ. ฉนฺโท อุปฺปชฺชตีติ ภาวนาภิวุทฺธิยา ภิยฺโยภาวาย ฉนฺโท ชายติ. สุขุมตรนฺติ ปสฺสมฺภนสพฺภาวโต วุตฺตํ. ปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชตีติ ภาวนาปาริปูริยา ปีติ ชายติ. อสฺสาสปสฺสาสาปิ จิตฺตํ วิวตฺตตีติ อสฺสาสปสฺสาเส นิสฺสาย ปฏิภาคนิมิตฺเต อุปฺปชฺชนฺเต ปกติอสฺสาสปสฺสาสโต จิตฺตํ นิวตฺตติ. อุเปกฺขา สณฺฐาตีติ ตสฺมึ ปฏิภาคนิมิตฺเต อุปจารปฺปนาสมาธิปตฺติยา ปุน สมาธาเน พฺยาปาราภาวโต ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขา สณฺฐาติ นาม. นวหากาเรหีติ เอตฺถ ภาวนารมฺภโต ปภุติ ปุเร ฉนฺทุปฺปาทา ‘‘อสฺสสติปิ ปสฺสสติปี’’ติ วุตฺตา ตโย อาการา, ฉนฺทุปฺปาทโต ปภุติ ปุเร ปาโมชฺชุปฺปาทา ตโย, ปาโมชฺชุปฺปาทโต ปภุติ ตโยติ นว อาการา. กาโยติ จุณฺณวิจุณฺณาปิ อสฺสาสปสฺสาสา สมูหฏฺเฐน กาโย. ปกติอสฺสาสปกติปสฺสาเส นิสฺสาย อุปฺปนฺนนิมิตฺตมฺปิ อสฺสาสปสฺสาสาติ นามํ ลภติ. อุปฏฺฐานํ สตีติ ตํ อารมฺมณํ อุเปจฺจ ติฏฺฐตีติ สติ อุปฏฺฐานํ นาม. อนุปสฺสนา ญาณนฺติ สมถวเสน นิมิตฺตกายานุปสฺสนา, วิปสฺสนาวเสน นามกายรูปกายานุปสฺสนา ญาณนฺติ อตฺโถ. กาโย อุปฏฺฐานนฺติ โส กาโย อุเปจฺจ ติฏฺฐติ เอตฺถ สตีติ อุปฏฺฐานํ นาม. โน สตีติ โส กาโย สติ นาม น โหตีติ อตฺโถ. ตาย สติยาติ อิทานิ วุตฺตาย สติยา. เตน ญาเณนาติ อิทาเนว วุตฺเตน ญาเณน. ตํ กายํ อนุปสฺสตีติ สมถวิปสฺสนาวเสน ยถาวุตฺตํ กายํ อนุคนฺตฺวา ฌานสมฺปยุตฺตญาเณน วา วิปสฺสนาญาเณน วา ปสฺสติ.
มาติกาย กายาทีนํ ปทานํ อภาเวปิ อิมสฺส จตุกฺกสฺส กายานุปสฺสนาวเสน วุตฺตตฺตา อิทานิ วตฺตพฺพํ ‘‘กาเย กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานภาวนา’’ติ วจนํ สนฺธาย กายปทนิทฺเทโส กโต. กาเย กายานุปสฺสนาติ พหุวิเธ กาเย ตสฺส ตสฺส กายสฺส อนุปสฺสนา. อถ วา กาเย กายานุปสฺสนา, น อญฺญธมฺมานุปสฺสนาติ วุตฺตํ โหติ. อนิจฺจทุกฺขานตฺตาสุภภูเต กาเย น นิจฺจสุขตฺตสุภานุปสฺสนา, อถ โข อนิจฺจทุกฺขานตฺตาสุภโต กายสฺเสว อนุปสฺสนา. อถ วา กาเย อหนฺติ วา มมนฺติ วา อิตฺถีติ วา ปุริโสติ วา คเหตพฺพสฺส กสฺสจิ อนนุปสฺสนโต ตสฺเสว กายมตฺตสฺส อนุปสฺสนาติ วุตฺตํ โหติ. อุปริ เวทนาสุ เวทนานุปสฺสนาติอาทีสุ ตีสุปิ เอเสว นโย. สติเยว อุปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานํ, กายานุปสฺสนาย สมฺปยุตฺตํ สติปฏฺฐานํ กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ, ตสฺส ภาวนา กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานภาวนา.
๑๖๗. ตํ กายนฺติ อนิทฺทิฏฺเฐปิ นามรูปกาเย กายสทฺเทน ตสฺสาปิ สงฺคหิตตฺตา นิทฺทิฏฺฐํ วิย กตฺวา วุตฺตํ. อนิจฺจานุปสฺสนาทโย หิ นามรูปกาเย เอว ลพฺภนฺติ, น นิมิตฺตกาเย. อนุปสฺสนา จ ภาวนา จ วุตฺตตฺถา เอว. ทีฆํ อสฺสาสปสฺสาสวเสนาติอาทิ อานาปานสฺสติภาวนาย อานิสํสํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตสฺสา หิ สติเวปุลฺลตาญาณเวปุลฺลตา จ อานิสํโส. ตตฺถ จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ อวิกฺเขปํ ปชานโตติ ปฏิลทฺธชฺฌานสฺส วิปสฺสนากาเล จิตฺเตกคฺคตํ สนฺธาย วุตฺตํ. วิทิตา เวทนาติ สามญฺญโต อุทยทสฺสเนน วิทิตา เวทนา. วิทิตา อุปฏฺฐหนฺตีติ ขยโต วยโต สุญฺญโต วิทิตา อุปฏฺฐหนฺติ. วิทิตา อพฺภตฺถํ คจฺฉนฺตีติ สามญฺญโต วยทสฺสเนน วิทิตา วินาสํ คจฺฉนฺติ, ภิชฺชนฺตีติ อตฺโถ. สญฺญาวิตกฺเกสุปิ เอเสว นโย. อิเมสุ ปน ตีสุ วุตฺเตสุ เสสา รูปธมฺมาปิ วุตฺตา โหนฺติ. กสฺมา ปน อิเม ตโย เอว วุตฺตาติ เจ? ทุปฺปริคฺคหตฺตา. เวทนาสุ ตาว สุขทุกฺขา ปากฏา, อุเปกฺขา ปน สุขุมา ทุปฺปริคฺคหา, น สุฏฺฐุ ปากฏา. สาปิ จสฺส ปากฏา โหติ, สญฺญา อาการมตฺตคฺคาหกตฺตา น ยถาสภาวคฺคาหินี. สา จ สภาวสามญฺญลกฺขณคฺคาหเกน วิปสฺสนาญาเณน สมฺปยุตฺตา อติ วิย อปากฏา. สาปิ จสฺส ปากฏา โหติ, วิตกฺโก ญาณปติรูปกตฺตา ญาณโต วิสุํ กตฺวา ทุปฺปริคฺคโห. ญาณปติรูปโก หิ วิตกฺโก. ยถาห – ‘‘ยา จาวุโส วิสาข, สมฺมาทิฏฺฐิ โย จ สมฺมาสงฺกปฺโป, อิเม ธมฺมา ปญฺญากฺขนฺเธ สงฺคหิตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๒). โสปิ จสฺส วิตกฺโก ปากโฏ โหตีติ เอวํ ทุปฺปริคฺคเหสุ วุตฺเตสุ เสสา วุตฺตาว โหนฺตีติ. อิเมสํ ปน ปทานํ นิทฺเทเส กถํ วิทิตา เวทนา อุปฺปชฺชนฺตีติ ปุจฺฉิตฺวา ตํ อวิสฺสชฺเชตฺวาว เวทนุปฺปาทสฺส วิทิตตฺเตเยว วิสฺสชฺชิเต เวทนาย วิทิตตฺตํ วิสฺสชฺชิตํ โหตีติ กถํ เวทนาย อุปฺปาโท วิทิโต โหตีติอาทิมาห. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อวิชฺชาสมุทยา อวิชฺชานิโรธาติอาทโย เหฏฺฐา วุตฺตตฺถา เอว. อิมินาว นเยน สญฺญาวิตกฺกาปิ เวทิตพฺพา. วิตกฺกวาเร ปน ‘‘ผสฺสสมุทยา ผสฺสนิโรธา’’ติ อวตฺวา ผสฺสฏฺฐาเน สญฺญาสมุทยา สญฺญานิโรธาติ วุตฺตํ. ตํ กสฺมา อิติ เจ? สญฺญามูลกตฺตา วิตกฺกสฺส. ‘‘สญฺญานานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สงฺกปฺปนานตฺต’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๓๕๙) หิ วุตฺตํ.
อนิจฺจโต มนสิกโรโตติอาทีสุ จ ‘‘เวทนํ อนิจฺจโต มนสิกโรโต’’ติอาทินา นเยน ตสฺมึ ตสฺมึ วาเร โส โสเยว ธมฺโม โยเชตพฺโพ. ยสฺมา ปน วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา เวทนา วิปสฺสนากิจฺจกรเณ อสมตฺถตฺตา วิปสฺสนาย อนุปการิกา, ตสฺมาเยว จ โพธิปกฺขิยธมฺเมสุ นาคตา. วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตาย ปน สญฺญาย กิจฺจเมว อปริพฺยตฺตํ, ตสฺมา สา วิปสฺสนาย เอกนฺตมนุปการิกา เอว. วิตกฺกํ ปน วินา วิปสฺสนากิจฺจเมว นตฺถิ. วิตกฺกสหายา หิ วิปสฺสนา สกกิจฺจํ กโรติ. ยถาห –
‘‘ปญฺญา อตฺตโน ธมฺมตาย อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตาติ อารมฺมณํ นิจฺเฉตุํ น สกฺโกติ, วิตกฺเก ปน อาโกเฏตฺวา อาโกเฏตฺวา เทนฺเต สกฺโกติ. กถํ? ยถา หิ เหรญฺญิโก กหาปณํ หตฺเถ ฐเปตฺวา สพฺพภาเคสุ โอโลเกตุกาโม สมาโนปิ น จกฺขุตเลเนว ปริวตฺเตตุํ สกฺโกติ, องฺคุลิปพฺเพหิ ปน ปริวตฺเตตฺวา ปริวตฺเตตฺวา อิโต จิโต จ โอโลเกตุํ สกฺโกติ, เอวเมว น ปญฺญา อตฺตโน ธมฺมตาย อนิจฺจาทิวเสน อารมฺมณํ นิจฺเฉตุํ สกฺโกติ, อภินิโรปนลกฺขเณน ปน อาหนนปริยาหนนรเสน วิตกฺเกน อาโกเฏนฺเตน วิย ปริวตฺเตนฺเตน วิย จ อาทายาทาย ทินฺนเมว นิจฺเฉตุํ สกฺโกตี’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๕๖๘).
ตสฺมา เวทนาสญฺญานํ วิปสฺสนาย อนุปการตฺตา ลกฺขณมตฺตวเสเนว ทสฺเสตุํ ‘‘เวทนาย สญฺญายา’’ติ ตตฺถ ตตฺถ เอกวจเนน นิทฺเทโส กโต. ยตฺตโก ปน วิปสฺสนาย เภโท, ตตฺตโก เอว วิตกฺกสฺสาติ ทสฺเสตุํ ‘‘วิตกฺกาน’’นฺติ ตตฺถ ตตฺถ พหุวจเนน นิทฺเทโส กโตติ วตฺตุํ ยุชฺชติ.
๑๖๘. ปุน ทีฆํ อสฺสาสปสฺสาสวเสนาติอาทิ อานาปานสฺสติภาวนาย สมฺปตฺตึ ภาวนาผลญฺจ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ สโมธาเนตีติ อารมฺมณํ ฐเปติ, อารมฺมณํ ปติฏฺฐาเปตีติ วา อตฺโถ. สโมทหนพฺยาปาราภาเวปิ ภาวนาปาริปูริยา เอว สโมทหติ นาม. โคจรนฺติ วิปสฺสนากฺขเณ สงฺขารารมฺมณํ, มคฺคกฺขเณ ผลกฺขเณ จ นิพฺพานารมฺมณํ. สมตฺถนฺติ สมเมว อตฺโถ, สมสฺส วา อตฺโถติ สมตฺโถ. ตํ สมตฺถํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. มคฺคํ สโมธาเนตีติ มคฺคผลกฺขเณเยว โคจรํ นิพฺพานเมว. อยํ ปุคฺคโลติ อานาปานสฺสติภาวนํ อนุยุตฺโต โยคาวจโรว. อิมสฺมึ อารมฺมเณติ เอตฺถ ปน ‘‘กาเย’’ติปเทน สงฺคหิเต นามรูปกายสงฺขาเต สงฺขตารมฺมเณ เตเนว กเมน มคฺเค นิพฺพานารมฺมเณ จ. ยํ ตสฺสาติอาทีหิ อารมฺมณโคจรสทฺทานํ เอกตฺถตา วุตฺตา. ตสฺสาติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส. ปชานาตีติ ปุคฺคโล ปชานนา ปญฺญาติ ปุคฺคโล ปญฺญาย ปชานาตีติ วุตฺตํ โหติ. อารมฺมณสฺส อุปฏฺฐานนฺติ วิปสฺสนากฺขเณ สงฺขารารมฺมณสฺส, มคฺคผลกฺขเณ นิพฺพานารมฺมณสฺส อุปฏฺฐานํ สติ. เอตฺถ จ กมฺมตฺเถ สามิวจนํ ยถา รญฺโญ อุปฏฺฐานนฺติ. อวิกฺเขโปติ สมาธิ. อธิฏฺฐานนฺติ ยถาวุตฺตสงฺขารารมฺมณํ นิพฺพานารมฺมณญฺจ. ตญฺหิ อธิฏฺฐาติ เอตฺถ จิตฺตนฺติ อธิฏฺฐานํ. โวทานนฺติ ญาณํ. ตญฺหิ โวทายติ วิสุชฺฌติ เตน จิตฺตนฺติ โวทานํ. ลีนปกฺขิโก สมาธิ อลีนภาวปฺปตฺติยา สมภูตตฺตา สมํ, อุทฺธจฺจปกฺขิกํ ญาณํ อนุทฺธตภาวปฺปตฺติยา สมภูตตฺตา สมํ. เตน วิปสฺสนามคฺคผลกฺขเณสุ สมถวิปสฺสนานํ ยุคนทฺธตา วุตฺตา โหติ. สติ ปน สพฺพตฺถิกตฺตา ตทุภยสมตาย อุปการิกาติ สมํ, อารมฺมณํ สมตาธิฏฺฐานตฺตา สมํ. อนวชฺชฏฺโฐติ วิปสฺสนาย อนวชฺชสภาโว. นิเกฺลสฏฺโฐติ มคฺคสฺส นิกฺกิเลสสภาโว. นิกฺกิเลสฏฺโฐติ วา ปาโฐ. โวทานฏฺโฐติ ผลสฺส ปริสุทฺธสภาโว. ปรมฏฺโฐติ นิพฺพานสฺส สพฺพธมฺมุตฺตมสภาโว. ปฏิวิชฺฌตีติ ตํ ตํ สภาวํ อสมฺโมหโต ปฏิวิชฺฌติ. เอตฺถ จ ‘‘อารมฺมณสฺส อุปฏฺฐาน’’นฺติอาทีหิ สมฺมา ปฏิเวโธ วุตฺโต. เอตฺเถว จ โวทานฏฺฐปฏิเวธสฺส วุตฺตตฺตา เตน เอกลกฺขณา อนวชฺชฏฺฐนิกฺกิเลสฏฺฐปรมฏฺฐา ลกฺขณหารวเสน วุตฺตาเยว โหนฺติ. ยถาห –
‘‘วุตฺตมฺหิ เอกธมฺเม, เย ธมฺมา เอกลกฺขณา เกจิ;
วุตฺตา ภวนฺติ สพฺเพ, โส หาโร ลกฺขโณ นามา’’ติ. (เนตฺติ. ๔.๕ นิทฺเทสวาร);
อนวชฺชฏฺโฐ นิกฺกิเลสฏฺโฐ เจตฺถ อวิกฺเขปสงฺขาตสฺส สมสฺส อตฺโถ ปโยชนนฺติ สมตฺโถ, โวทานฏฺโฐ วิปสฺสนามคฺคโวทานํ สนฺธาย สมเมว อตฺโถติ สมตฺโถ, ผลโวทานํ สนฺธาย มคฺคโวทานสงฺขาตสฺส สมสฺส อตฺโถติ สมตฺโถ, ปรมฏฺโฐ ปน สมเมว อตฺโถติ วา นิพฺพานปโยชนตฺตา สพฺพสฺส สมสฺส อตฺโถติ วา สมตฺโถ, ตํ วุตฺตปฺปการํ สมญฺจ สมตฺถญฺจ เอกเทสสรูเปกเสสํ กตฺวา สมตฺถญฺจ ปฏิวิชฺฌตีติ วุตฺตํ. อินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคธมฺมา วิปสฺสนามคฺคผลกฺขเณปิ ลพฺภนฺติ, มคฺโค จ ติสฺโส จ วิสุทฺธิโย มคฺคผลกฺขเณเยว, วิโมกฺโข จ วิชฺชา จ ขเย ญาณญฺจ มคฺคกฺขเณเยว, วิมุตฺติ จ อนุปฺปาเท ญาณญฺจ ผลกฺขเณเยว, เสสา วิปสฺสนากฺขเณปีติ. ธมฺมวาเร อิเม ธมฺเม อิมสฺมึ อารมฺมเณ สโมธาเนตีติ นิพฺพานํ ฐเปตฺวา เสสา ยถาโยคํ เวทิตพฺพา. อิทํ ปน เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ. อวุตฺตตฺถา ปเนตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตา เอว. เอเกกจตุกฺกวเสเนตฺถ นิยฺยาเน ทสฺสิเตปิ จตุกฺกนฺโตคธสฺส เอเกกสฺสาปิ ภาคสฺส นิยฺยานสฺส อุปนิสฺสยตฺตา เอเกกภาควเสน นิยฺยานํ ทสฺสิตํ. น หิ เอเกกํ วินา นิยฺยานํ โหตีติ.
ทีฆํอสฺสาสปสฺสาสนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๖๙. รสฺสนิทฺเทเส อิตฺตรสงฺขาเตติ ปริตฺตสงฺขาเต กาเล. เสสเมตฺถ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ.
๑๗๐. สพฺพกายปฏิสํเวทินิทฺเทเส อรูปธมฺเมสุ เวทนาย โอฬาริกตฺตา สุขคฺคหณตฺถํ ปฐมํ อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณสํเวทิกา เวทนา วุตฺตา, ตโต ยํ เวเทติ, ตํ สญฺชานาตีติ เอวํ เวทนาวิสยสฺส อาการคฺคาหิกา สญฺญา, ตโต สญฺญาวเสน อภิสงฺขาริกา เจตนา, ตโต ‘‘ผุฏฺโฐ เวเทติ, ผุฏฺโฐ สญฺชานาติ, ผุฏฺโฐ เจเตตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๙๓) วจนโต ผสฺโส, ตโต สพฺเพสํ สาธารณลกฺขโณ มนสิกาโร, เจตนาทีหิ สงฺขารกฺขนฺโธ วุตฺโต. เอวํ ตีสุ ขนฺเธสุ วุตฺเตสุ ตํนิสฺสโย วิญฺญาณกฺขนฺโธ วุตฺโตว โหติ. นามญฺจาติ วุตฺตปฺปการํ นามญฺจ. นามกาโย จาติ อิทํ ปน นาเมน นิพฺพานสฺสปิ สงฺคหิตตฺตา โลกุตฺตรานญฺจ อวิปสฺสนุปคตฺตา ตํ อปเนตุํ วุตฺตํ. ‘‘กาโย’’ติ หิ วจเนน นิพฺพานํ อปนีตํ โหติ นิพฺพานสฺส ราสิวินิมุตฺตตฺตา. เย จ วุจฺจนฺติ จิตฺตสงฺขาราติ ‘‘สญฺญา จ เวทนา จ เจตสิกา เอเต ธมฺมา จิตฺตปฏิพทฺธา จิตฺตสงฺขารา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๗๔; ม. นิ. ๑.๔๖๓) เอวํ วุจฺจมานาปิ จิตฺตสงฺขารา อิธ นามกาเยเนว สงฺคหิตาติ วุตฺตํ โหติ. มหาภูตาติ มหนฺตปาตุภาวโต มหาภูตสามญฺญโต มหาปริหารโต มหาวิการโต มหนฺตภูตตฺตา จาติ มหาภูตา. เต ปน – ปถวี อาโป เตโช วาโยติ จตฺตาโร. จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายรูปนฺติ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ, จตฺตาโร มหาภูเต อุปาทาย นิสฺสาย อมุญฺจิตฺวา ปวตฺตรูปนฺติ อตฺโถ. ตํ ปน – จกฺขุ โสตํ ฆานํ ชิวฺหา กาโย รูปํ สทฺโท คนฺโธ รโส อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ หทยวตฺถุ โอชา กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ อากาสธาตุ รูปสฺส ลหุตา มุทุตา กมฺมญฺญตฺตา อุปจโย สนฺตติ ชรตา อนิจฺจตาติ จตุวีสติวิธํ. อสฺสาโส จ ปสฺสาโส จาติ ปากติโกเยว. อสฺสาสปสฺสาเส นิสฺสาย อุปฺปนฺนํ ปฏิภาคนิมิตฺตมฺปิ ตเทว นามํ ลภติ ปถวีกสิณาทีนิ วิย. รูปสริกฺขกตฺตา รูปนฺติ จ นามํ ลภติ ‘‘พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๒๐๔; ที. นิ. ๓.๓๓๘) วิย. นิมิตฺตญฺจ อุปนิพนฺธนาติ สติอุปนิพนฺธนาย นิมิตฺตภูตํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ผุสนฏฺฐานํ. เย จ วุจฺจนฺติ กายสงฺขาราติ ‘‘อสฺสาสปสฺสาสา กายิกา เอเต ธมฺมา กายปฏิพทฺธา กายสงฺขารา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๗๑; ม. นิ. ๑.๔๖๓) เอวํ วุจฺจมานาปิ กายสงฺขารา อิธ รูปกาเยเนว สงฺคหิตาติ วุตฺตํ โหติ.
เต กายา ปฏิวิทิตา โหนฺตีติ ฌานกฺขเณ อสฺสาสปสฺสาสนิมิตฺตกายา วิปสฺสนากฺขเณ อวเสสรูปารูปกายา อารมฺมณโต ปฏิวิทิตา โหนฺติ, มคฺคกฺขเณ อสมฺโมหโต ปฏิวิทิตา โหนฺติ. อสฺสาสปสฺสาสวเสน ปฏิลทฺธชฺฌานสฺส โยคิสฺส อุปฺปนฺนวิปสฺสนามคฺเคปิ สนฺธาย ทีฆํ อสฺสาสปสฺสาสวเสนาติอาทิ วุตฺตํ.
อาวชฺชโต ปชานโตติอาทีนิ สีลกถายํ วุตฺตตฺถานิ. เต วุตฺตปฺปกาเร กาเย อนฺโตกริตฺวา ‘‘สพฺพกายปฏิสํเวที’’ติ วุตฺตํ.
สพฺพกายปฏิสํเวที อสฺสาสปสฺสาสานํ สํวรฏฺเฐนาติอาทีสุ ‘‘สพฺพกายปฏิสํเวที’’ติวุตฺตอสฺสาสปสฺสาสโต อุปฺปนฺนชฺฌานวิปสฺสนามคฺเคสุ สํวโรเยว สํวรฏฺเฐน สีลวิสุทฺธิ. อวิกฺเขโปเยว อวิกฺเขปฏฺเฐน จิตฺตวิสุทฺธิ. ปญฺญาเยว ทสฺสนฏฺเฐน ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ. ฌานวิปสฺสนาสุ วิรติอภาเวปิ ปาปาภาวมตฺตเมว สํวโร นามาติ เวทิตพฺพํ.
๑๗๑. ปสฺสมฺภยนฺติอาทีนํ นิทฺเทเส กายิกาติ รูปกาเย ภวา. กายปฏิพทฺธาติ กายํ ปฏิพทฺธา กายํ นิสฺสิตา, กาเย สติ โหนฺติ, อสติ น โหนฺติ, ตสฺมาเยว เต กาเยน สงฺขรียนฺตีติ กายสงฺขารา. ปสฺสมฺเภนฺโตติ นิพฺพาเปนฺโต สนฺนิสีทาเปนฺโต. ปสฺสมฺภนวจเนเนว โอฬาริกานํ ปสฺสมฺภนํ สิทฺธํ. นิโรเธนฺโตติ โอฬาริกานํ อนุปฺปาทเนน นิโรเธนฺโต. วูปสเมนฺโตติ โอฬาริเกเยว เอกสนฺตติปริณามนเยน สนฺตภาวํ นยนฺโต. สิกฺขตีติ อธิการวเสน อสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตีติ สมฺพนฺโธ, ติสฺโส สิกฺขา สิกฺขตีติ วา อตฺโถ.
อิทานิ โอฬาริกปสฺสมฺภนํ ทสฺเสตุํ ยถารูเปหีติอาทิมาห. ตตฺถ ยถารูเปหีติ ยาทิเสหิ. อานมนาติ ปจฺฉโต นมนา. วินมนาติ อุภยปสฺสโต นมนา. สนฺนมนาติ สพฺพโตปิ นมนฺตสฺส สุฏฺฐุ นมนา. ปณมนาติ ปุรโต นมนา. อิญฺชนาติ กมฺปนา. ผนฺทนาติ อีสกํ จลนา. ปกมฺปนาติ ภุสํ กมฺปนา. ยถารูเปหิ กายสงฺขาเรหิ กายสฺส อานมนา…เป… ปกมฺปนา, ตถารูปํ กายสงฺขารํ ปสฺสมฺภยนฺติ จ, ยา กายสฺส อานมนา…เป… ปกมฺปนา, ตญฺจ ปสฺสมฺภยนฺติ จ สมฺพนฺโธ กาตพฺโพ. กายสงฺขาเรสุ หิ ปสฺสมฺภิเตสุ กายสฺส อานมนาทโย จ ปสฺสมฺภิตาเยว โหนฺตีติ. ยถารูเปหิ กายสงฺขาเรหิ กายสฺส น อานมนาทิกา โหติ, ตถารูปํ สนฺตํ สุขุมมฺปิ กายสงฺขารํ ปสฺสมฺภยนฺติ จ, ยา กายสฺส น อานมนาทิกา, ตญฺจ สนฺตํ สุขุมํ ปสฺสมฺภยนฺติ จ สมฺพนฺธโต เวทิตพฺพํ. สนฺตํ สุขุมนฺติ จ ภาวนปุํสกวจนเมตํ. อิติ กิราติ เอตฺถ อิติ เอวมตฺเถ, กิร ยทิอตฺเถ. ยทิ เอวํ สุขุมเกปิ อสฺสาสปสฺสาเส ปสฺสมฺภยํ อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตีติ โจทเกน โจทนา อารทฺธา โหติ. อถ วา กิราติ โจทกวจนตฺตา อสทฺทหนตฺเถ อสหนตฺเถ ปโรกฺขตฺเถ จ ยุชฺชติเยว, เอวํ สุขุมานมฺปิ ปสฺสมฺภนํ สิกฺขตีติ น สทฺทหามิ น สหามิ อปจฺจกฺขํ เมติ วุตฺตํ โหติ.
เอวํ สนฺเตติ เอวํ สุขุมานํ ปสฺสมฺภเน สนฺเต. วาตูปลทฺธิยา จ ปภาวนา น โหตีติ อสฺสาสปสฺสาสวาตสฺส อุปลทฺธิยา. อุปลทฺธีติ วิญฺญาณํ. อสฺสาสปสฺสาสวาตํ อุปลพฺภมานสฺส ตทารมฺมณสฺส ภาวนาวิญฺญาณสฺส ปภาวนา อุปฺปาทนา น โหติ, ตสฺส อารมฺมณสฺส ภาวนา น โหตีติ อตฺโถ. อสฺสาสปสฺสาสานญฺจ ปภาวนา น โหตีติ ภาวนาย สุขุมกานมฺปิ อสฺสาสปสฺสาสานํ นิโรธนโต เตสญฺจ อุปฺปาทนา ปวตฺตนา น โหตีติ อตฺโถ. อานาปานสฺสติยา จ ปภาวนา น โหตีติ อสฺสาสปสฺสาสาภาวโตเยว ตทารมฺมณาย ภาวนาวิญฺญาณสมฺปยุตฺตาย สติยา จ ปวตฺตนา น โหติ. ตสฺมาเยว ตํสมฺปยุตฺตสฺส อานาปานสฺสติสมาธิสฺส จ ภาวนา น โหติ. น จ นํ ตนฺติ เอตฺถ จ นนฺติ นิปาตมตฺตํ ‘‘ภิกฺขุ จ น’’นฺติอาทีสุ (ปารา. ๒๗๓) วิย. ตํ วุตฺตวิธึ สมาปตฺตึ ปณฺฑิตา น สมาปชฺชนฺติปิ ตโต น วุฏฺฐหนฺติปีติ สมฺพนฺโธ. โจทนาปกฺขสฺส ปริหารวจเน อิติ กิราติ เอวเมว. เอตฺถ เอวการตฺเถ กิรสทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. เอวํ สนฺเตติ เอวํ ปสฺสมฺภเน สนฺเต เอว.
ยถา กถํ วิยาติ ยถา ตํ วุตฺตวิธานํ โหติ, ตถา ตํ กถํ วิยาติ อุปมํ ปุจฺฉติ. อิทานิ เสยฺยถาปีติ ตํ อุปมํ ทสฺเสติ. กํเสติ กํสมยภาชเน. นิมิตฺตนฺติ เตสํ สทฺทานํ อาการํ. ‘‘นิมิตฺต’’นฺติ จ สามิอตฺเถ อุปโยควจนํ, นิมิตฺตสฺสาติ อตฺโถ. สทฺทนิมิตฺตญฺจ สทฺทโต อนญฺญํ. สุคฺคหิตตฺตาติ สุฏฺฐุ อุคฺคหิตตฺตา. สุคหิตตฺตาติปิ ปาโฐ, สุฏฺฐุ คหิตตฺตาติ อตฺโถ. สุมนสิกตตฺตาติ สุฏฺฐุ อาวชฺชิตตฺตา. สูปธาริตตฺตาติ สุฏฺฐุ จิตฺเต ฐปิตตฺตา. สุขุมสทฺทนิมิตฺตารมฺมณตาปีติ ตทา สุขุมานมฺปิ สทฺทานํ นิรุทฺธตฺตา อนุคฺคหิตสทฺทนิมิตฺตสฺส อนารมฺมณมฺปิ สุขุมตรํ สทฺทนิมิตฺตํ อารมฺมณํ กตฺวา สุขุมตรํ สทฺทนิมิตฺตารมฺมณมฺปิ จิตฺตํ ปวตฺตติ, สุขุมตรสทฺทนิมิตฺตารมฺมณภาวโตปีติ วา อตฺโถ. อิมินาว นเยน อปฺปนายมฺปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ปสฺสมฺภยนฺติอาทีสุ ‘‘ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขาร’’นฺติ วุตฺตา อสฺสาสปสฺสาสา กาโยติ วา ‘‘ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขาร’’นฺติ เอตฺถ อสฺสาสปสฺสาสา กาโยติ วา โยชนา เวทิตพฺพา. ภาวนาวิสุทฺธิยา กายสงฺขาเร ปสฺสมฺภมาเนปิ โอฬาริกํ กายสงฺขารํ ปสฺสมฺเภมีติ โยคิโน อาโภเค สติ เตนาทเรน อติวิย ปสฺสมฺภติ. อนุปฏฺฐหนฺตมฺปิ สุขุมํ สุอานยํ โหติ.
อฏฺฐ อนุปสฺสนาญาณานีติ ‘‘ทีฆํ รสฺสํ สพฺพกายปฏิสํเวที ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขาร’’นฺติ วุตฺเตสุ จตูสุ วตฺถูสุ อสฺสาสวเสน จตสฺโส, ปสฺสาสวเสน จตสฺโสติ อฏฺฐ อนุปสฺสนาญาณานิ. อฏฺฐ จ อุปฏฺฐานานุสฺสติโยติ ‘‘ทีฆํ อสฺสาสวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ อวิกฺเขปํ ปชานโต สติ อุปฏฺฐิตา โหตี’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๑๗๐) นเยน วุตฺเตสุ จตูสุ วตฺถูสุ อสฺสาสวเสน จตสฺโส, ปสฺสาสวเสน จตสฺโสติ อฏฺฐ จ อุปฏฺฐานานุสฺสติโย. อฏฺฐ จุปฏฺฐานานุสฺสติโยติปิ ปาโฐ. จตฺตาริ สุตฺตนฺติกวตฺถูนีติ ภควตา อานาปานสฺสติสุตฺตนฺเต (ม. นิ. ๓.๑๔๔ อาทโย) วุตฺตตฺตา ปฐมจตุกฺกวเสน จตฺตาริ สุตฺตนฺติกวตฺถูนีติ.
ปฐมจตุกฺกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๗๒. ทุติยจตุกฺกสฺส ปีติปฏิสํเวทินิทฺเทเส อุปฺปชฺชติ ปีติ ปาโมชฺชนฺติ เอตฺถ ปีตีติ มูลปทํ. ปาโมชฺชนฺติ ตสฺส อตฺถปทํ, ปมุทิตภาโวติ อตฺโถ. ยา ปีติ ปาโมชฺชนฺติอาทีสุ ยา ‘‘ปีตี’’ติ จ ‘‘ปาโมชฺช’’นฺติ จ เอวมาทีนิ นามานิ ลภติ, สา ปีตีติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ ปีตีติ สภาวปทํ. ปมุทิตสฺส ภาโว ปาโมชฺชํ. อาโมทนากาโร อาโมทนา. ปโมทนากาโร ปโมทนา. ยถา วา เภสชฺชานํ วา เตลานํ วา อุโณฺหทกสีโตทกานํ วา เอกโตกรณํ โมทนาติ วุจฺจติ, เอวมยมฺปิ ธมฺมานํ เอกโตกรเณน โมทนา, อุปสคฺควเสน ปน ปทํ มณฺเฑตฺวา อาโมทนา ปโมทนาติ วุตฺตํ. หาเสตีติ หาโส, ปหาเสตีติ ปหาโส, หฏฺฐปหฏฺฐาการานเมตํ อธิวจนํ. วิตฺตีติ วิตฺตํ, ธนสฺเสตํ นามํ. อยํ ปน โสมนสฺสปจฺจยตฺตา วิตฺติสริกฺขตาย วิตฺติ. ยถา หิ ธนิโน ธนํ ปฏิจฺจ โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, เอวํ ปีติมโตปิ ปีตึ ปฏิจฺจ โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ตสฺมา ‘‘วิตฺตี’’ติ วุตฺตา. ตุฏฺฐิสภาวสณฺฐิตาย หิ ปีติยา เอตํ นามํ. ปีติมา ปน ปุคฺคโล กายจิตฺตานํ อุคฺคตตฺตา อพฺภุคฺคตตฺตา ‘‘อุทคฺโค’’ติ วุจฺจติ, อุทคฺคสฺส ภาโค โอทคฺยํ. อตฺตโน มนตา อตฺตมนตา. อนภิรทฺธสฺส หิ มโน ทุกฺขปทฏฺฐานตฺตา น อตฺตโน มโน นาม โหติ, อภิรทฺธสฺส สุขปทฏฺฐานตฺตา อตฺตโน มโน นาม โหติ, อิติ อตฺตโน มนตา อตฺตมนตา, สกมนตา สกมนสฺส ภาโวติ อตฺโถ. สา ปน ยสฺมา น อญฺญสฺส กสฺสจิ อตฺตโน มนตา, จิตฺตสฺเสว ปเนโส ภาโว เจตสิโก ธมฺโม, ตสฺมา อตฺตมนตา จิตฺตสฺสาติ วุตฺตา. เสสเมตฺถ จ อุปริ จ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน โยเชตฺวา เวทิตพฺพํ.
๑๗๓. สุขปฏิสํเวทินิทฺเทเส เทฺว สุขานีติ สมถวิปสฺสนาภูมิทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. กายิกญฺหิ สุขํ วิปสฺสนาย ภูมิ, เจตสิกํ สุขํ สมถสฺส จ วิปสฺสนาย จ ภูมิ. กายิกนฺติ ปสาทกายํ วินา อนุปฺปตฺติโต กาเย นิยุตฺตนฺติ กายิกํ. เจตสิกนฺติ อวิปฺปโยควเสน เจตสิ นิยุตฺตนฺติ เจตสิกํ. ตตฺถ กายิกปเทน เจตสิกํ สุขํ ปฏิกฺขิปติ, สุขปเทน กายิกํ ทุกฺขํ. ตถา เจตสิกปเทน กายิกํ สุขํ ปฏิกฺขิปติ, สุขปเทน เจตสิกํ ทุกฺขํ. สาตนฺติ มธุรํ สุมธุรํ. สุขนฺติ สุขเมว, น ทุกฺขํ. กายสมฺผสฺสชนฺติ กายสมฺผสฺเส ชาตํ. สาตํ สุขํ เวทยิตนฺติ สาตํ เวทยิตํ, น อสาตํ เวทยิตํ. สุขํ เวทยิตํ, น ทุกฺขํ เวทยิตํ. ปรโต ตีณิ ปทานิ อิตฺถิลิงฺควเสน วุตฺตานิ. สาตา เวทนา, น อสาตา. สุขา เวทนา, น ทุกฺขาติ อยเมว ปเนตฺถ อตฺโถ.
เจตสิกสุขนิทฺเทโส วุตฺตปฏิปกฺขนเยน โยเชตพฺโพ. เต สุขาติ ลิงฺควิปลฺลาโส กโต, ตานิ สุขานีติ วุตฺตํ โหติ. เสสเมตฺถ จตุกฺเก เหฏฺฐา ปฐมจตุกฺเก วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. จตฺตาริ สุตฺตนฺติกวตฺถูนิ ทุติยจตุกฺกวเสน เวทิตพฺพานีติ.
ทุติยจตุกฺกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๗๖. ตติยจตุกฺกนิทฺเทเส จิตฺตนฺติ มูลปทํ. วิญฺญาณนฺติ อตฺถปทํ. ยํ จิตฺตนฺติอาทิ ปีติยํ วุตฺตนเยน โยเชตพฺพํ. ตตฺถ จิตฺตนฺติอาทีสุ จิตฺตวิจิตฺตตาย จิตฺตํ. อารมฺมณํ มินมานํ ชานาตีติ มโน. มานสนฺติ มโนเยว. ‘‘อนฺตลิกฺขจโร ปาโส, ยฺวายํ จรติ มานโส’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๕๑; มหาว. ๓๓) หิ เอตฺถ ปน สมฺปยุตฺตกธมฺโม มานโสติ วุตฺโต.
‘‘กถญฺหิ ภควา ตุยฺหํ, สาวโก สาสเน รโต;
อปฺปตฺตมานโส เสกฺโข, กาลํ กยิรา ชเน สุตา’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๕๙) –
เอตฺถ อรหตฺตํ มานสนฺติ วุตฺตํ. อิธ ปน มโนว มานสํ. พฺยญฺชนวเสน เหตํ ปทํ วฑฺฒิตํ.
หทยนฺติ จิตฺตํ. ‘‘จิตฺตํ วา เต ขิปิสฺสามิ, หทยํ วา เต ผาเลสฺสามี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๓๗; สุ. นิ. อาฬวกสุตฺต) เอตฺถ อุโร หทยนฺติ วุตฺตํ. ‘‘หทยา หทยํ มญฺเญ อญฺญาย ตจฺฉตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๖๓) เอตฺถ จิตฺตํ. ‘‘วกฺกํ หทย’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๓๗๗; ม. นิ. ๑.๑๑๐) เอตฺถ หทยวตฺถุ. อิธ ปน จิตฺตเมว อพฺภนฺตรฏฺเฐน ‘‘หทย’’นฺติ วุตฺตํ. ตเทว ปริสุทฺธฏฺเฐน ปณฺฑรํ. ภวงฺคํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ยถาห – ‘‘ปภสฺสรมิทํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ, ตญฺจ โข อาคนฺตุเกหิ อุปกฺกิเลเสหิ อุปกฺกิลิฏฺฐ’’นฺติ (อ. นิ. ๑.๔๙). ตโต นิกฺขนฺตตฺตา ปน อกุสลมฺปิ คงฺคาย นิกฺขนฺตา นที คงฺคา วิย, โคธาวริโต นิกฺขนฺตา โคธาวรี วิย จ ‘‘ปณฺฑร’’นฺเตฺวว วุตฺตํ. ยสฺมา ปน อารมฺมณวิชานนลกฺขณํ จิตฺตํ อุปกฺกิเลเสน กิเลโส น โหติ, สภาวโต ปริสุทฺธเมว โหติ, อุปกฺกิเลสโยเค ปน สติ อุปกฺกิลิฏฺฐํ นาม โหติ, ตสฺมาปิ ‘‘ปณฺฑร’’นฺติ วตฺตุํ ยุชฺชติ.
มโน มนายตนนฺติ อิธ ปน มโนคหณํ มนสฺเสว อายตนภาวทีปนตฺถํ. เตเนตํ ทีเปติ – ‘‘นยิทํ เทวายตนํ วิย มนสฺส อายตนตฺตา มนายตนํ, อถ โข มโน เอว อายตนํ มนายตน’’นฺติ.
อายตนฏฺโฐ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. มนเต อิติ มโน, วิชานาตีติ อตฺโถ. อฏฺฐกถาจริยา ปนาหุ – นาฬิยา มินมาโน วิย มหาตุลาย ธารยมาโน วิย จ อารมฺมณํ ชานาตีติ มโน, ตเทว มนนลกฺขเณ อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ อินฺทฺริยํ, มโนว อินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ.
วิชานาตีติ วิญฺญาณํ. วิญฺญาณเมว ขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ. รุฬฺหิโต ขนฺโธ วุตฺโต. ราสฏฺเฐน หิ วิญฺญาณกฺขนฺธสฺส เอกเทโส เอกํ วิญฺญาณํ. ตสฺมา ยถา รุกฺขสฺส เอกเทสํ ฉินฺทนฺโต รุกฺขํ ฉินฺทตีติ วุจฺจติ, เอวเมว วิญฺญาณกฺขนฺธสฺส เอกเทสภูตํ เอกมฺปิ วิญฺญาณํ รุฬฺหิโต ‘‘วิญฺญาณกฺขนฺโธ’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา ปน ราสฏฺโฐเยว ขนฺธฏฺโฐ น โหติ, โกฏฺฐาสฏฺโฐปิ ขนฺธฏฺโฐเยว, ตสฺมา โกฏฺฐาสฏฺเฐน วิญฺญาณโกฏฺฐาโสติปิ อตฺโถ. ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตูติ เตสํ ผสฺสาทีนํ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อนุจฺฉวิกา มโนวิญฺญาณธาตุ. อิมสฺมิญฺหิ ปเท เอกเมว จิตฺตํ มินนฏฺเฐน มโน, วิชานนฏฺเฐน วิญฺญาณํ, สภาวฏฺเฐน, นิสฺสตฺตฏฺเฐน วา ธาตูติ ตีหิ นาเมหิ วุตฺตํ.
๑๗๗. อภิปฺปโมโทติ อธิกา ตุฏฺฐิ.
๑๗๘. สมาธินิทฺเทเส อจลภาเวน อารมฺมเณ ติฏฺฐตีติ ฐิติ. ปรโต ปททฺวยํ อุปสคฺควเสน วฑฺฒิตํ. อปิจ สมฺปยุตฺตธมฺเม อารมฺมณมฺหิ สมฺปิณฺเฑตฺวา ติฏฺฐตีติ สณฺฐิติ. อารมฺมณํ โอคาเหตฺวา อนุปวิสิตฺวา ติฏฺฐตีติ อวฏฺฐิติ. กุสลปกฺขสฺมึ หิ จตฺตาโร ธมฺมา อารมฺมณํ โอคาหนฺติ สทฺธา สติ สมาธิ ปญฺญาติ. เตเนว สทฺธา ‘‘โอกปฺปนา’’ติ วุตฺตา, สติ ‘‘อปิลาปนตา’’ติ, สมาธิ ‘‘อวฏฺฐิตี’’ติ, ปญฺญา ‘‘ปริโยคาหนา’’ติ. อกุสลปกฺเข ปน ตโย ธมฺมา อารมฺมณํ โอคาหนฺติ ตณฺหา ทิฏฺฐิ อวิชฺชาติ. เตเนว เต ‘‘โอฆา’’ติ วุตฺตา. อุทฺธจฺจวิจิกิจฺฉาวเสน ปวตฺตสฺส วิสาหารสฺส ปฏิปกฺขโต อวิสาหาโร, อวิสาหรณนฺติ อตฺโถ. อุทฺธจฺจวิจิกิจฺฉาวเสเนว คจฺฉนฺตํ จิตฺตํ วิกฺขิปติ นาม, อยํ ปน ตถา น โหตีติ อวิกฺเขโป. อุทฺธจฺจวิจิกิจฺฉาวเสเนว จิตฺตํ วิสาหฏํ นาม โหติ, อิโต จิโต จ หรียติ, อยํ ปน อวิสาหฏสฺส มานสสฺส ภาโวติ อวิสาหฏมานสตา.
สมโถติ ติวิโธ สมโถ จิตฺตสมโถ อธิกรณสมโถ สพฺพสงฺขารสมโถติ. ตตฺถ อฏฺฐสุ สมาปตฺตีสุ จิตฺเตกคฺคตา จิตฺตสมโถ นาม. ตญฺหิ อาคมฺม จิตฺตจลนํ จิตฺตวิปฺผนฺทนํ สมฺมติ วูปสมฺมติ, ตสฺมา โส ‘‘จิตฺตสมโถ’’ติ วุจฺจติ. สมฺมุขาวินยาทิสตฺตวิโธ อธิกรณสมโถ นาม. ตญฺหิ อาคมฺม ตานิ ตานิ อธิกรณานิ สมฺมนฺติ วูปสมฺมนฺติ, ตสฺมา โส ‘‘อธิกรณสมโถ’’ติ วุจฺจติ. ยสฺมา ปน สพฺเพ สงฺขารา นิพฺพานํ อาคมฺม สมฺมนฺติ วูปสมฺมนฺติ, ตสฺมา ตํ สพฺพสงฺขารสมโถติ วุจฺจติ. อิมสฺมึ อตฺเถ จิตฺตสมโถ อธิปฺเปโต. สมาธิลกฺขเณ อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ สมาธินฺทฺริยํ. อุทฺธจฺเจ น กมฺปตีติ สมาธิพลํ. สมฺมาสมาธีติ ยาถาวสมาธิ นิยฺยานิกสมาธิ กุสลสมาธิ.
๑๗๙. ราคโต วิโมจยํ จิตฺตนฺติอาทีหิ ทสหิ กิเลสวตฺถูหิ วิโมจนํ วุตฺตํ. ถินคฺคหเณเนว เจตฺถ มิทฺธคฺคหณํ, อุทฺธจฺจคฺคหเณเนว จ กุกฺกุจฺจคฺคหณํ กตํ โหตีติ อญฺเญสุ ปาเฐสุ สหจาริตฺตา กิเลสวตฺถุโต วิโมจนวจเนเนว ปฐมชฺฌานาทีหิ นีวรณาทิโต วิโมจนํ, อนิจฺจานุปสฺสนาทีหิ นิจฺจสญฺญาทิโต จ วิโมจนํ วุตฺตเมว โหตีติ. กถํ ตํ จิตฺตํ อนุปสฺสตีติ เอตฺถ เปยฺยาเล จ อนิจฺจานุปสฺสนาทีหิ นิจฺจสญฺญาทีนํ ปหานํ วุตฺตเมว. จตฺตาริ สุตฺตนฺติกวตฺถูนิ ตติยจตุกฺกวเสน เวทิตพฺพานีติ.
ตติยจตุกฺกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๘๐. จตุตฺถจตุกฺกนิทฺเทเส ‘‘อนิทฺทิฏฺเฐ นปุํสก’’นฺติ วจนโต อสุกนฺติ อนิทฺทิฏฺฐตฺตา ‘‘อนิจฺจนฺติ กึ อนิจฺจ’’นฺติ นปุํสกวจเนน ปุจฺฉา กตา. อุปฺปาทวยฏฺเฐนาติ อุปฺปาทวยสงฺขาเตน อตฺเถน, อุปฺปาทวยสภาเวนาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ปญฺจกฺขนฺธา สภาวลกฺขณํ, ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อุปฺปาทวยา วิการลกฺขณํ. เอเตน หุตฺวา อภาเวน อนิจฺจาติ วุตฺตํ โหติ. เตเนว จ อฏฺฐกถายํ ‘‘สงฺขตลกฺขณวเสน อนิจฺจตาติ เตสํเยว อุปฺปาทวยญฺญถตฺต’’นฺติ จ วตฺวาปิ ‘‘หุตฺวา อภาโว วา’’ติ วุตฺตํ. เอเตน หุตฺวา อภาวากาโร อนิจฺจลกฺขณนฺติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ ปสฺสนฺโต อิมานิ ปญฺญาย ลกฺขณานี’’ติ เปยฺยาลํ กตฺวา วุตฺตํ. ธมฺมาติ รูปกฺขนฺธาทโย ยถาวุตฺตธมฺมา.
วิราคานุปสฺสีนิทฺเทเส รูเป อาทีนวํ ทิสฺวาติ ภงฺคานุปสฺสนโต ปฏฺฐาย ปรโต วุตฺเตหิ อนิจฺจฏฺฐาทีหิ รูปกฺขนฺเธ อาทีนวํ ทิสฺวา. รูปวิราเคติ นิพฺพาเน. นิพฺพานญฺหิ อาคมฺม รูปํ วิรชฺชติ อปุนรุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปชฺชเนน นิรุชฺฌติ, ตสฺมา นิพฺพานํ ‘‘รูปวิราโค’’ติ วุจฺจติ. ฉนฺทชาโต โหตีติ อนุสฺสววเสน อุปฺปนฺนธมฺมจฺฉนฺโท โหติ. สทฺธาธิมุตฺโตติ ตสฺมึเยว นิพฺพาเน สทฺธาย จ อธิมุตฺโต นิจฺฉิโต. จิตฺตญฺจสฺส สฺวาธิฏฺฐิตนฺติ อสฺส โยคิสฺส จิตฺตํ ขยวิราคสงฺขาเต รูปภงฺเค อารมฺมณวเสน, อจฺจนฺต วิราคสงฺขาเต รูปวิราเค นิพฺพาเน อนุสฺสววเสน สุฏฺฐุ อธิฏฺฐิตํ สุฏฺฐุ ปติฏฺฐิตํ โหตีติ สมฺพนฺธโต เวทิตพฺพํ. รูเป วิราคานุปสฺสีติ รูปสฺส ขยวิราโค รูเป วิราโคติ ปกติภุมฺมวจเนน วุตฺโต. รูปสฺส อจฺจนฺตวิราโค รูเป วิราโคติ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจเนน วุตฺโต. ตํ ทุวิธมฺปิ วิราคํ อารมฺมณโต อชฺฌาสยโต จ อนุปสฺสนสีโล ‘‘รูเป วิราคานุปสฺสี’’ติ วุตฺโต. เอส นโย เวทนาทีสุ. นิโรธานุปสฺสีปทนิทฺเทเสปิ เอเสว นโย.
๑๘๑. กติหากาเรหีติอาทิ ปเนตฺถ วิเสโส – ตตฺถ อวิชฺชาทีนํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺคานํ อาทีนวนิโรธทสฺสเนเนว รูปาทีนมฺปิ อาทีนวนิโรธา ทสฺสิตา โหนฺติ เตสมฺปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺคานติวตฺตนโต. อิมินา เอว จ วิเสสวจเนน วิราคานุปสฺสนโต นิโรธานุปสฺสนาย วิสิฏฺฐภาโว วุตฺโต โหติ. ตตฺถ อนิจฺจฏฺเฐนาติ ขยฏฺเฐน, หุตฺวา อภาวฏฺเฐน วา. ทุกฺขฏฺเฐนาติ ภยฏฺเฐน, ปฏิปีฬนฏฺเฐน วา. อนตฺตฏฺเฐนาติ อสารกฏฺเฐน, อวสวตฺตนฏฺเฐน วา. สนฺตาปฏฺเฐนาติ กิเลสสนฺตาปนฏฺเฐน. วิปริณามฏฺเฐนาติ ชราภงฺควเสน ทฺวิธา ปริณามนฏฺเฐน. นิทานนิโรเธนาติ มูลปจฺจยาภาเวน. นิรุชฺฌตีติ น ภวติ. สมุทยนิโรเธนาติ อาสนฺนปจฺจยาภาเวน. มูลปจฺจโย หิ พฺยาธิสฺส อสปฺปายโภชนํ วิย นิทานนฺติ วุตฺโต, อาสนฺนปจฺจโย พฺยาธิสฺส วาตปิตฺตเสมฺหา วิย สมุทโยติ วุตฺโต. นิทานญฺหิ นิจฺฉเยน ททาติ ผลมิติ นิทานํ, สมุทโย ปน สุฏฺฐุ อุเทติ เอตสฺมา ผลมิติ สมุทโย. ชาตินิโรเธนาติ มูลปจฺจยสฺส อุปฺปตฺติอภาเวน. ปภวนิโรเธนาติ อาสนฺนปจฺจยสฺส อุปฺปตฺติอภาเวน. ชาติเยว หิ ปภวติ เอตสฺมา ทุกฺขนฺติ ปภโวติ วตฺตุํ ยุชฺชติ. เหตุนิโรเธนาติ ชนกปจฺจยาภาเวน. ปจฺจยนิโรเธนาติ อุปตฺถมฺภกปจฺจยาภาเวน. มูลปจฺจโยปิ หิ อาสนฺนปจฺจโย จ ชนกปจฺจโย อุปตฺถมฺภกปจฺจโย จ โหติเยว. เอเตหิ ติกฺขวิปสฺสนากฺขเณ ตทงฺคนิโรโธ, มคฺคกฺขเณ สมุจฺเฉทนิโรโธ วุตฺโต โหติ. ญาณุปฺปาเทนาติ ติกฺขวิปสฺสนาญาณสฺส วา มคฺคญาณสฺส วา อุปฺปาเทน. นิโรธุปฏฺฐาเนนาติ วิปสฺสนากฺขเณ ปจฺจกฺขโต ขยนิโรธสฺส อนุสฺสววเสน นิโรธสงฺขาตสฺส นิพฺพานสฺส อุปฏฺฐาเนน, มคฺคกฺขเณ ปจฺจกฺขโต จ นิพฺพานสฺส อุปฏฺฐาเนน. เอเตหิ วิสยวิสยินิยโมว กโต โหติ, ตทงฺคสมุจฺเฉทนิโรโธ จ วุตฺโต โหติ.
๑๘๒. ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสีปทนิทฺเทเส รูปํ ปริจฺจชตีติ อาทีนวทสฺสเนน นิรเปกฺขตาย รูปกฺขนฺธํ ปริจฺจชติ. ปริจฺจาคปฏินิสฺสคฺโคติ ปริจฺจาคฏฺเฐน ปฏินิสฺสคฺโคติ วุตฺตํ โหติ. เอเตน ปฏินิสฺสคฺคปทสฺส ปริจฺจาคฏฺโฐ วุตฺโต, ตสฺมา กิเลสานํ ปชหนนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ จ วุฏฺฐานคามินี วิปสฺสนา กิเลเส ตทงฺควเสน ปริจฺจชติ, มคฺโค สมุจฺเฉทวเสน. รูปนิโรเธ นิพฺพาเน จิตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ วุฏฺฐานคามินี ตํนินฺนตาย ปกฺขนฺทติ, มคฺโค อารมฺมณกรเณน. ปกฺขนฺทนปฏินิสฺสคฺโคติ ปกฺขนฺทนฏฺเฐน ปฏินิสฺสคฺโคติ วุตฺตํ โหติ. เอเตน ปฏินิสฺสคฺคปทสฺส ปกฺขนฺทนฏฺโฐ วุตฺโต, ตสฺมา จิตฺตสฺส นิพฺพาเน วิสฺสชฺชนนฺติ อตฺโถ. จตฺตาริ สุตฺตนฺติกวตฺถูนิ จตุตฺถจตุกฺกวเสน เวทิตพฺพานิ. อิมสฺมึ จตุกฺเก ชรามรเณ วตฺตพฺพํเหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. สติปฏฺฐาเนสุ จ ‘‘กาเย กายานุปสฺสนา, จิตฺเต จิตฺตานุปสฺสนา’’ติ กายจิตฺตานํ เอกตฺตโวหารวเสน เอกวจนนิทฺเทโส กโต. ‘‘เวทนาสุ เวทนานุปสฺสนา, ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสนา’’ติ เวทนาธมฺมานํ นานตฺตโวหารวเสน พหุวจนนิทฺเทโส กโตติ เวทิตพฺโพติ.
จตุตฺถจตุกฺกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิฏฺฐิตา จ สโตการิญาณนิทฺเทสวณฺณนา.