ปฏิสมฺภิทามคฺค-อฏฺฐกถา

(ทุติโย ภาโค)

๖๘. อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณนิทฺเทสวณฺณนา

๑๑๑. อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณนิทฺเทเส ตถาคตสฺสาติ วจเน อุทฺเทเส สรูปโต อวิชฺชมาเนปิ ‘‘ฉ ญาณานิ อสาธารณานิ สาวเกหี’’ติ (ปฏิ. ม. มาติกา ๑.๗๓) วุตฺตตฺตา ‘‘ตถาคตสฺสา’’ติ วุตฺตเมว โหติ. ตสฺมา อุทฺเทเส อตฺถโต สิทฺธสฺส ตถาคตวจนสฺส นิทฺเทเส คหณํ กตํ. สตฺเต ปสฺสตีติ รูปาทีสุ ฉนฺทราเคน สตฺตตาย ลคฺคตาย สตฺตา, เต สตฺเต อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาเณน จกฺขุนา ปสฺสติ โอโลเกติ. อปฺปรชกฺเขติ ปญฺญามเย อกฺขิมฺหิ อปฺปํ ราคาทิรโช เอเตสนฺติ อปฺปรชกฺขา, อปฺปํ ราคาทิรโช เอเตสนฺติ วา อปฺปรชกฺขา. เต อปฺปรชกฺเข. มหารชกฺเขติ ปญฺญามเย อกฺขิมฺหิ มหนฺตํ ราคาทิรโช เอเตสนฺติ มหารชกฺขา, มหนฺตํ ราคาทิรโช เอเตสนฺติ วา มหารชกฺขา. ติกฺขินฺทฺริเย มุทินฺทฺริเยติ ติกฺขานิ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ เอเตสนฺติ ติกฺขินฺทฺริยา, มุทูนิ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ เอเตสนฺติ มุทินฺทฺริยา. สฺวากาเร ทฺวากาเรติ สุนฺทรา สทฺธาทโย อาการา โกฏฺฐาสา เอเตสนฺติ สฺวาการา, กุจฺฉิตา ครหิตา สทฺธาทโย อาการา โกฏฺฐาสา เอเตสนฺติ ทฺวาการา. สุวิญฺญาปเย ทุวิญฺญาปเยติ เย กถิตํ การณํ สลฺลกฺเขนฺติ สุเขน สกฺกา โหนฺติ วิญฺญาเปตุํ, เต สุวิญฺญาปยา, ตพฺพิปรีตา ทุวิญฺญาปยา. อปฺเปกจฺเจ ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิโนติ อปิ เอเก ปรโลกญฺเจว ราคาทิวชฺชญฺจ ภยโต ปสฺสนฺเต, อิมสฺส ปน ปทสฺส นิทฺเทเส ปรโลกสฺเสว น วุตฺตตฺตา ขนฺธาทิโลเก จ ราคาทิวชฺเช จ ปรํ พาฬฺหํ ภยํ ปสฺสนสีลาติ ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิโน. เต ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิเนติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ. อปฺเปกจฺเจ น ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิโนติ ตพฺพิปรีเต. โลโกติ จ ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน. วชฺชนฺติ จ วชฺชนียฏฺเฐน. เอตฺตาวตา อุทฺเทสสฺส นิทฺเทโส กโต โหติ.

ปุน นิทฺเทสสฺส ปฏินิทฺเทสํ กโรนฺโต อปฺปรชกฺเข มหารชกฺเขติอาทิมาห. ตตฺถ ตีสุ รตเนสุ โอกปฺปนสงฺขาตา สทฺธา อสฺส อตฺถีติ สทฺโธ. โส สทฺธาสมฺปนฺโน ปุคฺคโล อสฺสทฺธิยรชสฺส เจว อสฺสทฺธิยมูลกสฺส เสสากุสลรชสฺส จ อปฺปกตฺตา อปฺปรชกฺโข. นตฺถิ เอตสฺส สทฺธาติ อสฺสทฺโธ. โส วุตฺตปฺปการสฺส รชสฺส มหนฺตตฺตา มหารชกฺโข. อารทฺธํ วีริยมเนนาติ อารทฺธวีริโย. โส โกสชฺชรชสฺส เจว โกสชฺชมูลกสฺส เสสากุสลรชสฺส จ อปฺปกตฺตา อปฺปรชกฺโข. หีนวีริยตฺตา กุจฺฉิเตน อากาเรน สีทตีติ กุสีโท, กุสีโท เอว กุสีโต. โส วุตฺตปฺปการสฺส รชสฺส มหนฺตตฺตา มหารชกฺโข. อารมฺมณํ อุเปจฺจ ฐิตา สติ อสฺสาติ อุปฏฺฐิตสฺสติ. โส มุฏฺฐสฺสจฺจรชสฺส เจว มุฏฺฐสฺสจฺจมูลกสฺส เสสากุสลรชสฺส จ อปฺปกตฺตา อปฺปรชกฺโข. มุฏฺฐา นฏฺฐา สติ อสฺสาติ มุฏฺฐสฺสติ. โส วุตฺตปฺปการสฺส รชสฺส มหนฺตตฺตา มหารชกฺโข. อปฺปนาสมาธินา อุปจารสมาธินา วา อารมฺมเณ สมํ, สมฺมา วา อาหิโต ฐิโตติ สมาหิโต, สมาหิตจิตฺโตติ วา สมาหิโต. โส อุทฺธจฺจรชสฺส เจว อุทฺธจฺจมูลกสฺส เสสากุสลรชสฺส จ อปฺปกตฺตา อปฺปรชกฺโข. น สมาหิโต อสมาหิโต. โส วุตฺตปฺปการสฺส รชสฺส มหนฺตตฺตา มหารชกฺโข. อุทยตฺถคามินี ปญฺญา อสฺส อตฺถีติ ปญฺญวา. โส โมหรชสฺส เจว โมหมูลกสฺส เสสากุสลรชสฺส จ อปฺปกตฺตา อปฺปรชกฺโข. โมหมูฬฺหตฺตา ทุฏฺฐา ปญฺญา อสฺสาติ ทุปฺปญฺโญ. โส วุตฺตปฺปการสฺส รชสฺส มหนฺตตฺตา มหารชกฺโข. สทฺโธ ปุคฺคโล ติกฺขินฺทฺริโยติ พหุลํ อุปฺปชฺชมานาย พลวติยา สทฺธาย สทฺโธ, เตเนว สทฺธินฺทฺริเยน ติกฺขินฺทฺริโย. อสฺสทฺโธ ปุคฺคโล มุทินฺทฺริโยติ พหุลํ อุปฺปชฺชมาเนน อสฺสทฺธิเยน อสฺสทฺโธ, อนฺตรนฺตรา อุปฺปชฺชมาเนน ทุพฺพเลน สทฺธินฺทฺริเยน มุทินฺทฺริโย. เอส นโย เสเสสุปิ. สทฺโธ ปุคฺคโล สฺวากาโรติ ตาย เอว สทฺธาย โสภนากาโร. อสฺสทฺโธ ปุคฺคโล ทฺวากาโรติ เตเนว อสฺสทฺธิเยน วิรูปากาโร. เอส นโย เสเสสุปิ. สุวิญฺญาปโยติ สุเขน วิญฺญาเปตุํ สกฺกุเณยฺโย. ทุวิญฺญาปโยติ ทุกฺเขน วิญฺญาเปตุํ สกฺกุเณยฺโย. ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวีติ เอตฺถ ยสฺมา ปญฺญาสมฺปนฺนสฺเสว สทฺธาทีนิ สุปริสุทฺธานิ โหนฺติ, ตสฺมา สุปริสุทฺธสทฺธาทิสมฺปนฺโน ตํสมฺปยุตฺตาย, สุปริสุทฺธสทฺธาทิสมฺปนฺโนปิ วา ตปฺปจฺจยาย ปญฺญาย ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี โหติ. ตสฺมา เอว หิ สทฺธาทโยปิ จตฺตาโร ‘‘ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี’’ติ วุตฺตา.

๑๑๒. อิทานิ ‘‘ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี’’ติ เอตฺถ วุตฺตํ โลกญฺจ วชฺชญฺจ ทสฺเสตุํ โลโกติอาทิมาห. เอตฺถ ขนฺธา เอว ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโกติ ขนฺธโลโก. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. วิปตฺติภวโลโกติ อปายโลโก. โส หิ อนิฏฺฐผลตฺตา วิรูโป ลาโภติ วิปตฺติ, ภวตีติ ภโว, วิปตฺติ เอว ภโว วิปตฺติภโว, วิปตฺติภโว เอว โลโก วิปตฺติภวโลโก. วิปตฺติสมฺภวโลโกติ อปายูปคํ กมฺมํ. ตญฺหิ สมฺภวติ เอตสฺมา ผลนฺติ สมฺภโว, วิปตฺติยา สมฺภโว วิปตฺติสมฺภโว, วิปตฺติสมฺภโว เอว โลโก วิปตฺติสมฺภวโลโก. สมฺปตฺติภวโลโกติ สุคติโลโก. โส หิ อิฏฺฐผลตฺตา สุนฺทโร ลาโภติ สมฺปตฺติ, ภวตีติ ภโว, สมฺปตฺติ เอว ภโว สมฺปตฺติภโว, สมฺปตฺติภโว เอว โลโก สมฺปตฺติภวโลโก. สมฺปตฺติสมฺภวโลโกติ สุคตูปคํ กมฺมํ. ตญฺหิ สมฺภวติ เอตสฺมา ผลนฺติ สมฺภโว, สมฺปตฺติยา สมฺภโว สมฺปตฺติสมฺภโว, สมฺปตฺติสมฺภโว เอว โลโก สมฺปตฺติสมฺภวโลโก. เอโก โลโกติอาทีนิ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถาเนว.

วชฺชนฺติ นปุํสกวจนํ อสุโกติ อนิทฺทิฏฺฐตฺตา กตํ. กิเลสาติ ราคาทโย. ทุจฺจริตาติ ปาณาติปาตาทโย. อภิสงฺขาราติ ปุญฺญาภิสงฺขาราทโย. ภวคามิกมฺมาติ อตฺตโน วิปากทานวเสน ภวํ คจฺฉนฺตีติ ภวคามิโน, อภิสงฺขาเรสุปิ วิปากชนกาเนว กมฺมานิ วุตฺตานิ. อิตีติ วุตฺตปฺปการนิทสฺสนํ. อิมสฺมิญฺจ โลเก อิมสฺมิญฺจ วชฺเชติ วุตฺตปฺปกาเร โลเก จ วชฺเช จ. ติพฺพา ภยสญฺญาติ พลวตี ภยสญฺญา. ติพฺพาติ ปรสทฺทสฺส อตฺโถ วุตฺโต, ภยสญฺญาติ ภยสทฺทสฺส, โลกวชฺชทฺวยมฺปิ หิ ภยวตฺถุตฺตา สยญฺจ สภยตฺตา ภยํ, ภยมิติ สญฺญา ภยสญฺญา. ปจฺจุปฏฺฐิตา โหตีติ ตํ ตํ ปฏิจฺจ อุเปจฺจ ฐิตา โหติ. เสยฺยถาปิ อุกฺขิตฺตาสิเก วธเกติ ยถา นาม ปหริตุํ อุจฺจาริตขคฺเค ปจฺจามิตฺเต ติพฺพา ภยสญฺญา ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ, เอวเมว โลเก จ วชฺเช จ ติพฺพา ภยสญฺญา ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ. อิเมหิ ปญฺญาสาย อากาเรหีติ อปฺปรชกฺขปญฺจกาทีสุ ทสสุ ปญฺจเกสุ เอเกกสฺมึ ปญฺจนฺนํ ปญฺจนฺนํ อาการานํ วเสน ปญฺญาสาย อากาเรหิ. อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานีติ สทฺธินฺทฺริยาทีนิ ปญฺจินฺทฺริยานิ. ชานาตีติ ตถาคโต ปญฺญาย ปชานาติ. ปสฺสตีติ ทิพฺพจกฺขุนา ทิฏฺฐํ วิย กโรติ. อญฺญาตีติ สพฺพาการมริยาทาหิ ชานาติ. ปฏิวิชฺฌตีติ เอกเทสํ อเสเสตฺวา นิรวเสสทสฺสนวเสน ปญฺญาย ปทาเลตีติ.

อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖๙. อาสยานุสยญาณนิทฺเทสวณฺณนา

๑๑๓. อาสยานุสยญาณนิทฺเทเส อิธ ตถาคโตติอาทิ ปญฺจธา ฐปิโต นิทฺเทโส. ตตฺถ อาสยานุสยา วุตฺตตฺถา เอว. จริตนฺติ ปุพฺเพ กตํ กุสลากุสลํ กมฺมํ. อธิมุตฺตินฺติ สมฺปติ กุสเล อกุสเล วา จิตฺตโวสคฺโค. ภพฺพาภพฺเพติ ภพฺเพ จ อภพฺเพ จ. อริยาย ชาติยา สมฺภวนฺติ ชายนฺตีติ ภพฺพา. วตฺตมานสมีเป วตฺตมานวจนํ. ภวิสฺสนฺติ ชายิสฺสนฺตีติ วา ภพฺพา, ภาชนภูตาติ อตฺโถ. เย อริยมคฺคปฏิเวธสฺส อนุจฺฉวิกา อุปนิสฺสยสมฺปนฺนา, เต ภพฺพา. วุตฺตปฏิปกฺขา อภพฺพา.

กตโม สตฺตานํ อาสโยติอาทิ นิทฺเทสสฺส ปฏินิทฺเทโส. ตตฺถ สสฺสโตติ นิจฺโจ. โลโกติ อตฺตา. อิธ สรีรํเยว นสฺสติ, อตฺตา ปน อิธ ปรตฺถ จ โสเยวาติ มญฺญนฺติ. โส หิ สยํเยว อาโลเกตีติ กตฺวา ‘‘โลโก’’ติ มญฺญนฺติ. อสสฺสโตติ อนิจฺโจ. อตฺตา สรีเรเนว สห นสฺสตีติ มญฺญนฺติ. อนฺตวาติ ปริตฺเต กสิเณ ฌานํ อุปฺปาเทตฺวา ตํปริตฺตกสิณารมฺมณํ จิตฺตํ สปริยนฺโต อตฺตาติ มญฺญนฺติ. อนนฺตวาติ น อนฺตวา อปฺปมาเณ กสิเณ ฌานํ อุปฺปาเทตฺวา ตํอปฺปมาณกสิณารมฺมณํ จิตฺตํ อปริยนฺโต อตฺตาติ มญฺญนฺติ. ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ ชีโว จ สรีรญฺจ ตํเยว. ชีโวติ อตฺตา, ลิงฺควิปลฺลาเสน นปุํสกวจนํ กตํ. สรีรนฺติ ราสฏฺเฐน ขนฺธปญฺจกํ. อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ อญฺโญ ชีโว อญฺญํ ขนฺธปญฺจกํ. โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ขนฺธา อิเธว วินสฺสนฺติ, สตฺโต มรณโต ปรํ โหติ วิชฺชติ น นสฺสติ. ‘‘ตถาคโต’’ติ เจตฺถ สตฺตาธิวจนนฺติ วทนฺติ. เกจิ ปน ‘‘ตถาคโตติ อรหา’’ติ วทนฺติ. อิเม ‘‘น โหตี’’ติ ปกฺเข โทสํ ทิสฺวา เอวํ คณฺหนฺติ. น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ขนฺธาปิ อิเธว นสฺสนฺติ, ตถาคโต จ มรณโต ปรํ น โหติ อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ. อิเม ‘‘โหตี’’ติ ปกฺเข โทสํ ทิสฺวา เอวํ คณฺหนฺติ. โหติ จ น จ โหตีติ อิเม เอเกกปกฺขปริคฺคเห โทสํ ทิสฺวา อุภยปกฺขํ คณฺหนฺติ. เนว โหติ น น โหตีติ อิเม อุภยปกฺขปริคฺคเห อุภยโทสาปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘โหตีติ จ น โหติ, เนว โหตีติ จ น โหตี’’ติ อมราวิกฺเขปปกฺขํ คณฺหนฺติ.

อยํ ปเนตฺถ อฏฺฐกถานโย – ‘‘สสฺสโต โลโกติ วา’’ติอาทีหิ ทสหากาเรหิ ทิฏฺฐิปเภโทว วุตฺโต. ตตฺถ สสฺสโต โลโกติ จ ขนฺธปญฺจกํ โลโกติ คเหตฺวา ‘‘อยํ โลโก นิจฺโจ ธุโว สพฺพกาลิโก’’ติ คณฺหนฺตสฺส สสฺสตนฺติ คหณาการปฺปวตฺตา ทิฏฺฐิ. อสสฺสโตติ ตเมว โลกํ ‘‘อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสตี’’ติ คณฺหนฺตสฺส อุจฺเฉทคฺคหณาการปฺปวตฺตา ทิฏฺฐิ. อนฺตวาติ ปริตฺตกสิณลาภิโน สุปฺปมตฺเต วา สราวมตฺเต วา กสิเณ สมาปนฺนสฺส อนฺโตสมาปตฺติยํ ปวตฺติตรูปารูปธมฺเม ‘‘โลโก’’ติ จ กสิณปริจฺเฉทนฺเตน ‘‘อนฺตวา’’ติ จ คณฺหนฺตสฺส ‘‘อนฺตวา โลโก’’ติ คหณาการปฺปวตฺตา ทิฏฺฐิ. สา สสฺสตทิฏฺฐิปิ โหติ อุจฺเฉททิฏฺฐิปิ. วิปุลกสิณลาภิโน ปน ตสฺมึ กสิเณ สมาปนฺนสฺส อนฺโตสมาปตฺติยํ ปวตฺติตรูปารูปธมฺเม ‘‘โลโก’’ติ จ กสิณปริจฺเฉทนฺเตน ‘‘น อนฺตวา’’ติ จ คณฺหนฺตสฺส ‘‘อนนฺตวา โลโก’’ติ คหณาการปฺปวตฺตา ทิฏฺฐิ. สา สสฺสตทิฏฺฐิปิ โหติ อุจฺเฉททิฏฺฐิปิ. ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ เภทนธมฺมสฺส สรีรสฺเสว ‘‘ชีว’’นฺติ คหิตตฺตา ‘‘สรีเร อุจฺฉิชฺชมาเน ชีวมฺปิ อุจฺฉิชฺชตี’’ติ อุจฺเฉทคฺคหณาการปฺปวตฺตา ทิฏฺฐิ. ทุติยปเท สรีรโต อญฺญสฺส ชีวสฺส คหิตตฺตา ‘‘สรีเร อุจฺฉิชฺชมาเนปิ ชีวํ น อุจฺฉิชฺชตี’’ติ สสฺสตคฺคหณาการปฺปวตฺตา ทิฏฺฐิ. โหติ ตถาคโตติอาทีสุ ‘‘สตฺโต ตถาคโต นาม, โส ปรํ มรณา โหตี’’ติ คณฺหโต ปฐมา สสฺสตทิฏฺฐิ. ‘‘น โหตี’’ติ คณฺหโต ทุติยา อุจฺเฉททิฏฺฐิ. ‘‘โหติ จ น จ โหตี’’ติ คณฺหโต ตติยา เอกจฺจสสฺสตทิฏฺฐิ. ‘‘เนว โหติ น น โหตี’’ติ คณฺหโต จตุตฺถา อมราวิกฺเขปทิฏฺฐีติ.

อิตีติ วุตฺตปฺปการทิฏฺฐินิสฺสยนิทสฺสนํ. ภวทิฏฺฐิสนฺนิสฺสิตา วา สตฺตา โหนฺติ วิภวทิฏฺฐิสนฺนิสฺสิตา วาติ ภโว วุจฺจติ สสฺสโต, สสฺสตวเสน อุปฺปชฺชมานทิฏฺฐิ ภวทิฏฺฐิ, ภโวติ ทิฏฺฐีติ วุตฺตํ โหติ. วิภโว วุจฺจติ อุจฺเฉโท, อุจฺเฉทวเสน อุปฺปชฺชมานทิฏฺฐิ วิภวทิฏฺฐิ, วิภโวติ ทิฏฺฐีติ วุตฺตํ โหติ. วุตฺตปฺปการา ทสวิธา ทิฏฺฐิ ภวทิฏฺฐิ จ วิภวทิฏฺฐิ จาติ ทฺวิธาว โหติ. ตาสุ ทฺวีสุ เอเกกํ สนฺนิสฺสิตา อปสฺสิตา อลฺลีนา สตฺตา โหนฺติ.

เอเต วา ปน อุโภ อนฺเต อนุปคมฺมาติ เอตฺถ ‘‘อคฺคิโต วา อุทกโต วา มิถุเภทา วา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๕๒) วิย วา-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. เอเต วุตฺตปฺปกาเร สสฺสตุจฺเฉทวเสน เทฺว ปกฺเข จ น อุปคนฺตฺวา อนลฺลียิตฺวา ปหายาติ อตฺโถ. ‘‘อนุโลมิกา วา ขนฺตี’’ติ วิกปฺปตฺโถว. อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสูติ อิเมสํ ชรามรณาทีนํ ปจฺจยา อิทปฺปจฺจยา, อิทปฺปจฺจยา เอว อิทปฺปจฺจยตา, อิทปฺปจฺจยานํ วา สมูโห อิทปฺปจฺจยตา. ลกฺขณํ ปเนตฺถ สทฺทสตฺถโต ปริเยสิตพฺพํ. เต เต ปจฺจเย ปฏิจฺจ สห สมฺมา จ อุปฺปนฺนา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา. ตสฺสา อิทปฺปจฺจยตาย จ เตสุ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ จ ธมฺเมสุ. อนุโลมิกาติ โลกุตฺตรธมฺมานํ อนุโลมโต อนุโลมิกา. ขนฺตีติ ญาณํ. ญาณญฺหิ ขมนโต ขนฺติ. ปฏิลทฺธา โหตีติ สตฺเตหิ อธิคตา โหติ. อิทปฺปจฺจยตาย ขนฺติยา อุจฺเฉทตฺตานุปคโม โหติ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมานํ ปจฺจยสามคฺคิยํ อายตฺตวุตฺติตฺตา ปจฺจยานุปรมทสฺสเนน ผลานุปรมทสฺสนโต. ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ ขนฺติยา สสฺสตตฺตานุปคโม โหติ ปจฺจยสามคฺคิยํ นวนวานํ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมานํ อุปฺปาททสฺสนโต. เอวเมเต อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม ปฏิจฺจสมุปฺปาทปฏิจฺจสมุปฺปนฺนธมฺมทสฺสเนน น อุจฺเฉโท น สสฺสโตติ ปวตฺตํ สมฺมาทสฺสนํ ‘‘อนุโลมิกา ขนฺตี’’ติ เวทิตพฺพํ. เอวญฺหิ ตทุภยทิฏฺฐิปฏิปกฺขภูตา สมฺมาทิฏฺฐิ วุตฺตา โหติ. ยถาภูตํ วา ญาณนฺติ ยถาภูตํ ยถาสภาวํ เนยฺยํ. ตตฺถ ปวตฺตญาณมฺปิ วิสยโวหาเรน ‘‘ยถาภูตญาณ’’นฺติ วุตฺตํ. ตํ ปน สงฺขารุเปกฺขาปริยนฺตํ วิปสฺสนาญาณํ อิธาธิปฺเปตํ. เหฏฺฐา ปน ‘‘ยถาภูตญาณทสฺสน’’นฺติ ภยตูปฏฺฐานญาณํ วุตฺตํ. ยถาภูตํ วา ญาณํ สตฺเตหิ ปฏิลทฺธํ โหตีติ สมฺพนฺโธ.

อิทานิ ‘‘สสฺสโต โลโก’’ติอาทีหิ มิจฺฉาทิฏฺฐิปริภาวิตํ ‘‘เอเต วา ปนา’’ติอาทีหิ สมฺมาทิฏฺฐิปริภาวิตํ สตฺตสนฺตานํ ทสฺเสตฺวา ‘‘กามํ เสวนฺตญฺเญวา’’ติอาทีหิ เสสากุสเลหิ เสสกุสเลหิ จ ปริภาวิตํ สตฺตสนฺตานํ ทสฺเสติ. ตตฺถ กามํ เสวนฺตํเยว ปุคฺคลํ ตถาคโต ชานาตีติ โยชนา กาตพฺพา. เสวนฺตนฺติ จ อภิณฺหสมุทาจารวเสน เสวมานํ. ปุพฺเพ อาเสวิตวเสน กิเลสกาโม ครุ อสฺสาติ กามครุโก. ตเถว กาโม อาสเย สนฺตาเน อสฺสาติ กามาสโย. สนฺตานวเสเนว กาเม อธิมุตฺโต ลคฺโคติ กามาธิมุตฺโต. เสเสสุปิ เอเสว นโย. เนกฺขมฺมาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว. กามาทีหิ จ ตีหิ เสสากุสลา, เนกฺขมฺมาทีหิ ตีหิ เสสกุสลา คหิตาว โหนฺตีติ เวทิตพฺพา. ‘‘อยํ สตฺตานํ อาสโย’’ติ ติธา วุตฺตํ สนฺตานเมว ทสฺเสติ.

อยํ ปเนตฺถ อฏฺฐกถานโย – ‘‘อิติ ภวทิฏฺฐิสนฺนิสฺสิตา วา’’ติ เอวํ สสฺสตทิฏฺฐึ วา สนฺนิสฺสิตา. สสฺสตทิฏฺฐิ หิ เอตฺถ ภวทิฏฺฐีติ วุตฺตา, อุจฺเฉททิฏฺฐิ จ วิภวทิฏฺฐีติ. สพฺพทิฏฺฐีนญฺหิ สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐีหิ สงฺคหิตตฺตา สพฺเพปิเม ทิฏฺฐิคติกา สตฺตา อิมาว เทฺว ทิฏฺฐิโย สนฺนิสฺสิตา โหนฺติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘ทฺวยนิสฺสิโต ขฺวายํ, กจฺจาน, โลโก เยภุยฺเยน อตฺถิตญฺเจว นตฺถิตญฺจา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๕). เอตฺถ หิ อตฺถิตาติ สสฺสตํ. นตฺถิตาติ อุจฺเฉโท. อยํ ตาว วฏฺฏนิสฺสิตานํ ปุถุชฺชนานํ สตฺตานํ อาสโย. อิทานิ วิวฏฺฏนิสฺสิตานํ สุทฺธสตฺตานํ อาสยํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอเต วา ปน อุโภ อนฺเต อนุปคมฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘เอเต วา ปนา’’ติ เอเตเยว. ‘‘อุโภ อนฺเต’’ติ สสฺสตุจฺเฉทสงฺขาเต เทฺว อนฺเต. ‘‘อนุปคมฺมา’’ติ น อลฺลียิตฺวา. ‘‘อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสู’’ติ อิทปฺปจฺจยตาย เจว ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนธมฺเมสุ จ. ‘‘อนุโลมิกา ขนฺตี’’ติ วิปสฺสนาญาณํ. ‘‘ยถาภูตํ ญาณ’’นฺติ มคฺคญาณํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยา ปฏิจฺจสมุปฺปาเท เจว ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนธมฺเมสุ จ เอเต อุโภ สสฺสตุจฺเฉทอนฺเต อนุปคนฺตฺวา วิปสฺสนา ปฏิลทฺธา, ยญฺจ ตโต อุตฺตริ มคฺคญาณํ, อยํ สตฺตานํ อาสโย. อยํ วฏฺฏนิสฺสิตานญฺจ วิวฏฺฏนิสฺสิตานญฺจ สพฺเพสมฺปิ สตฺตานํ อาสโย อิทํ วสนฏฺฐานนฺติ. อยํ อาจริยานํ สมานฏฺฐกถา.

วิตณฺฑวาที ปนาห ‘‘มคฺโค นาม วาสํ วิทฺธํเสนฺโต คจฺฉติ, ตฺวํ มคฺโค วาโสติ วเทสี’’ติ? โส วตฺตพฺโพ ‘‘ตฺวํ อริยวาสภาณโก โหสิ น โหสี’’ติ? สเจ ‘‘น โหมี’’ติ วทติ, ‘‘ตฺวํ อภาณกตาย น ชานาสี’’ติ วตฺตพฺโพ. สเจ ‘‘ภาณโกสฺมี’’ติ วทติ, ‘‘สุตฺตํ อาหรา’’ติ วตฺตพฺโพ. สเจ อาหรติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ อาหรติ, สยํ อาหริตพฺพํ ‘‘ทสยิเม, ภิกฺขเว, อริยาวาสา, ยทริยา อาวสึสุ วา อาวสนฺติ วา อาวสิสฺสนฺติ วา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๑๙). เอตญฺหิ สุตฺตํ มคฺคสฺส วาสภาวํ ทีเปติ. ตสฺมา สุกถิตเมเวตนฺติ. อิมํ ปน ภควา สตฺตานํ อาสยํ ชานนฺโต อิเมสญฺจ ทิฏฺฐิคตานํ อิเมสญฺจ วิปสฺสนาญาณมคฺคญาณานํ อปฺปวตฺติกฺขเณปิ ชานาติ เอว. ตสฺมาเยว จ ‘‘กามํ เสวนฺตํเยว ชานาตี’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ.

อนุสยนิทฺเทเส อนุสยาติ เกนฏฺเฐน อนุสยา? อนุสยนฏฺเฐน. โก เอส อนุสยนฏฺโฐ นามาติ? อปฺปหีนฏฺโฐ. เอเต หิ อปฺปหีนฏฺเฐน ตสฺส ตสฺส สนฺตาเน อนุเสนฺติ นาม. ตสฺมา ‘‘อนุสยา’’ติ วุจฺจนฺติ. อนุเสนฺตีติ อนุรูปํ การณํ ลภิตฺวา อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. อถาปิ สิยา – อนุสยนฏฺโฐ นาม อปฺปหีนากาโร, โส จ อุปฺปชฺชตีติ วตฺตุํ น ยุชฺชติ, ตสฺมา น อนุสยา อุปฺปชฺชนฺตีติ. ตตฺริทํ ปฏิวจนํ – น อปฺปหีนากาโร, อนุสโยติ ปน อปฺปหีนฏฺเฐน ถามคตกิเลโส วุจฺจติ. โส จิตฺตสมฺปยุตฺโต สารมฺมโณ สปฺปจฺจยฏฺเฐน สเหตุโก เอกนฺตากุสโล อตีโตปิ โหติ อนาคโตปิ ปจฺจุปฺปนฺโนปิ, ตสฺมา อุปฺปชฺชตีติ วตฺตุํ ยุชฺชตีติ. ตตฺริทํ ปมาณํ – อิเธว ตาว อภิสมยกถาย (ปฏิ. ม. ๓.๒๑) ‘‘ปจฺจุปฺปนฺเน กิเลเส ปชหตี’’ติ ปุจฺฉํ กตฺวา อนุสยานํ ปจฺจุปฺปนฺนภาวสฺส อตฺถิตาย ‘‘ถามคโต อนุสยํ ปชหตี’’ติ วุตฺตํ. ธมฺมสงฺคณิยํ โมหสฺส ปทภาชเน ‘‘อวิชฺชานุสโย อวิชฺชาปริยุฏฺฐานํ อวิชฺชาลงฺคี โมโห อกุสลมูลํ, อยํ ตสฺมึ สมเย โมโห โหตี’’ติ (ธ. ส. ๓๙๐) อกุสลจิตฺเตน สทฺธึ โมหสฺส อุปฺปนฺนภาโว วุตฺโต. กถาวตฺถุสฺมึ ‘‘อนุสยา อพฺยากตา อนุสยา อเหตุกา อนุสยา จิตฺตวิปฺปยุตฺตา’’ติ สพฺเพ วาทา ปฏิเสธิตา. อนุสยยมเก สตฺตนฺนํ มหาวารานํ อญฺญตรสฺมึ อุปฺปชฺชนวาเร ‘‘ยสฺส กามราคานุสโย อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ปฏิฆานุสโย อุปฺปชฺชตี’’ติอาทิ (ยม. ๒.อนุสยยมก.๓๐๐) วุตฺตํ. ตสฺมา ‘‘อนุเสนฺตีติ อนุรูปํ การณํ ลภิตฺวา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ ยํ วุตฺตํ, ตํ อิมินา ตนฺติปฺปมาเณน ยุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยมฺปิ ‘‘จิตฺตสมฺปยุตฺโต สารมฺมโณ’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตมฺปิ สุวุตฺตเมว. อนุสโย หิ นาเมส ปรินิปฺผนฺโน จิตฺตสมฺปยุตฺโต อกุสลธมฺโมติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ.

กามราคานุสโยติอาทีสุ กามราโค จ โส อปฺปหีนฏฺเฐน อนุสโย จาติ กามราคานุสโย. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. กามราคานุสโย เจตฺถ โลภสหคตจิตฺเตสุ สหชาตวเสน อารมฺมณวเสน จ มนาเปสุ อวเสสกามาวจรธมฺเมสุ อารมฺมณวเสเนว อุปฺปชฺชมาโน โลโภ. ปฏิฆานุสโย จ โทมนสฺสสหคตจิตฺเตสุ สหชาตวเสน อารมฺมณวเสน จ อมนาเปสุ อวเสสกามาวจรธมฺเมสุ อารมฺมณวเสเนว อุปฺปชฺชมาโน โทโส. มานานุสโย ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตจิตฺเตสุ สหชาตวเสน อารมฺมณวเสน จ ทุกฺขเวทนาวชฺเชสุ อวเสสกามาวจรธมฺเมสุ รูปารูปาวจรธมฺเมสุ จ อารมฺมณวเสเนว อุปฺปชฺชมาโน มาโน. ทิฏฺฐานุสโย จตูสุ ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺเตสุ. วิจิกิจฺฉานุสโย วิจิกิจฺฉาสหคเต. อวิชฺชานุสโย ทฺวาทสสุ อกุสลจิตฺเตสุ สหชาตวเสน อารมฺมณวเสน จ. ตโยปิ อวเสสเตภูมกธมฺเมสุ อารมฺมณวเสเนว อุปฺปชฺชมานา ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาโมหา. ภวราคานุสโย จตูสุ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺเตสุ อุปฺปชฺชมาโนปิ สหชาตวเสน น วุตฺโต, อารมฺมณวเสเนว ปน รูปารูปาวจรธมฺเมสุ อุปฺปชฺชมาโน โลโภ วุตฺโต.

๑๑๔. อิทานิ ยถาวุตฺตานํ อนุสยานํ อนุสยนฏฺฐานํ ทสฺเสนฺโต ยํ โลเกติอาทิมาห. ตตฺถ ยํ โลเก ปิยรูปนฺติ ยํ อิมสฺมึ โลเก ปิยชาติกํ ปิยสภาวํ. สาตรูปนฺติ สาตชาติกํ อสฺสาทปทฏฺฐานํ อิฏฺฐารมฺมณํ. เอตฺถ สตฺตานํ กามราคานุสโย อนุเสตีติ เอตสฺมึ อิฏฺฐารมฺมเณ สตฺตานํ อปฺปหีนฏฺเฐน กามราคานุสโย อนุเสติ. ‘‘ปิยรูปํ สาตรูป’’นฺติ จ อิธ กามาวจรธมฺโมเยว อธิปฺเปโต. ยถา นาม อุทเก นิมุคฺคสฺส เหฏฺฐา จ อุปริ จ สมนฺตา จ อุทกเมว โหติ, เอวเมว อิฏฺฐารมฺมเณ ราคุปฺปตฺติ นาม สตฺตานํ อาจิณฺณสมาจิณฺณา. ตถา อนิฏฺฐารมฺมเณ ปฏิฆุปฺปตฺติ. อิติ อิเมสุ ทฺวีสุ ธมฺเมสูติ เอวํ อิเมสุ ทฺวีสุ อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณธมฺเมสุ. อวิชฺชานุปติตาติ กามราคปฏิฆสมฺปยุตฺตา หุตฺวา อารมฺมณกรณวเสน อวิชฺชา อนุปติตา อนุคตา. วิจฺเฉทํ กตฺวาปิ ปาโฐ. ตเทกฏฺโฐติ ตาย อวิชฺชาย สหเชกฏฺฐวเสน เอกโต ฐิโต. มาโน จ ทิฏฺฐิ จ วิจิกิจฺฉา จาติ นววิธมาโน, ทฺวาสฏฺฐิวิธา ทิฏฺฐิ, อฏฺฐวตฺถุกา วิจิกิจฺฉา, ตเทกฏฺโฐ มาโน จ ตเทกฏฺฐา ทิฏฺฐิ จ ตเทกฏฺฐา วิจิกิจฺฉา จาติ โยชนา. ทฏฺฐพฺพาติ ปสฺสิตพฺพา อวคนฺตพฺพา. ตโย เอกโต กตฺวา พหุวจนํ กตํ. ภวราคานุสโย ปเนตฺถ กามราคานุสเยเนว สงฺคหิโตติ เวทิตพฺโพ.

จริตนิทฺเทเส เตรส เจตนา ปุญฺญาภิสงฺขาโร. ทฺวาทส อปุญฺญาภิสงฺขาโร. จตสฺโส อาเนญฺชาภิสงฺขาโร. ตตฺถ กามาวจโร ปริตฺตภูมโก. อิตโร มหาภูมโก. ตีสุปิ วา เอเตสุ โย โกจิ อปฺปวิปาโก ปริตฺตภูมโก, มหาวิปาโก มหาภูมโกติ เวทิตพฺโพ.

๑๑๕. อธิมุตฺตินิทฺเทเส สนฺตีติ สํวิชฺชนฺติ. หีนาธิมุตฺติกาติ ลามกชฺฌาสยา. ปณีตาธิมุตฺติกาติ กลฺยาณชฺฌาสยา. เสวนฺตีติ นิสฺสยนฺติ อลฺลียนฺติ. ภชนฺตีติ อุปสงฺกมนฺติ. ปยิรุปาสนฺตีติ ปุนปฺปุนํ อุปสงฺกมนฺติ. สเจ หิ อาจริยุปชฺฌายา น สีลวนฺโต โหนฺติ, อนฺเตวาสิกสทฺธิวิหาริกา สีลวนฺโต, เต อตฺตโน อาจริยุปชฺฌาเยปิ น อุปสงฺกมนฺติ, อตฺตโน สทิเส สารุปฺเป ภิกฺขูเยว อุปสงฺกมนฺติ. สเจปิ อาจริยุปชฺฌายา สารุปฺปา ภิกฺขู, อิตเร อสารุปฺปา, เตปิ น อาจริยุปชฺฌาเย อุปสงฺกมนฺติ, อตฺตโน สทิเส หีนาธิมุตฺติเกเยว อุปสงฺกมนฺติ. เอวํ อุปสงฺกมนํ ปน น เกวลํ เอตรหิเยว, อตีตานาคเตปีติ ทสฺเสตุํ อตีตมฺปิ อทฺธานนฺติอาทิมาห. ตตฺถ อตีตมฺปิ อทฺธานนฺติ อตีตสฺมึ กาเล, อจฺจนฺตสํโยคตฺเถ วา อุปโยควจนํ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว. อิทํ ปน ทุสฺสีลานํ ทุสฺสีลเสวนเมว, สีลวนฺตานํ สีลวนฺตเสวนเมว, ทุปฺปญฺญานํ ทุปฺปญฺญเสวนเมว, ปญฺญวนฺตานํ ปญฺญวนฺตเสวนเมว โก นิยเมตีติ? อชฺฌาสยธาตุ นิยเมตีติ.

ภพฺพาภพฺพนิทฺเทเส ฉฑฺเฑตพฺเพ ปฐมํ นิทฺทิสิตฺวา คเหตพฺเพ ปจฺฉา นิทฺทิสิตุํ อุทฺเทสสฺส อุปฺปฏิปาฏิยา ปฐมํ อภพฺพา นิทฺทิฏฺฐา. อุทฺเทเส ปน ทฺวนฺทสมาเส อจฺจิตสฺส จ มนฺทกฺขรสฺส จ ปทสฺส ปุพฺพนิปาตลกฺขณวเสน ภพฺพสทฺโท ปุพฺพํ ปยุตฺโต. กมฺมาวรเณนาติ ปญฺจวิเธน อานนฺตริยกมฺเมน. สมนฺนาคตาติ สมงฺคีภูตา. กิเลสาวรเณนาติ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิยา. อิมานิ เทฺว สคฺคมคฺคานํ อาวรณโต อาวรณานิ. ภิกฺขุนีทูสกาทีนิ กมฺมานิปิ กมฺมาวรเณเนว สงฺคหิตานิ. วิปากาวรเณนาติ อเหตุกปฏิสนฺธิยา. ยสฺมา ปน ทุเหตุกานมฺปิ อริยมคฺคปฏิเวโธ นตฺถิ, ตสฺมา ทุเหตุกา ปฏิสนฺธิปิ วิปากาวรณเมวาติ เวทิตพฺพา, อสฺสทฺธาติ พุทฺธาทีสุ สทฺธารหิตา. อจฺฉนฺทิกาติ กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺทรหิตา. อุตฺตรกุรุกา มนุสฺสา อจฺฉนฺทิกฏฺฐานํ ปวิฏฺฐา. ทุปฺปญฺญาติ ภวงฺคปญฺญาย ปริหีนา. ภวงฺคปญฺญาย ปน ปริปุณฺณายปิ ยสฺส ภวงฺคํ โลกุตฺตรสฺส ปาทกํ น โหติ, โสปิ ทุปฺปญฺโญเยว นาม. อภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตนฺติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตนิยามสงฺขาตํ อริยมคฺคํ โอกฺกมิตุํ อภพฺพา. อริยมคฺโค หิ สมฺมา สภาโวติ สมฺมตฺตํ, โสเยว อนนฺตรผลทาเน, สยเมว วา อจลภาวโต นิยาโม, ตํ โอกฺกมิตุํ ปวิสิตุํ อภพฺพา. น กมฺมาวรเณนาติอาทีนิ วุตฺตวิปริยาเยเนว เวทิตพฺพานีติ.

อาสยานุสยญาณนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗๐. ยมกปาฏิหีรญาณนิทฺเทสวณฺณนา

๑๑๖. ยมกปาฏิหีรญาณนิทฺเทเส อสาธารณํ สาวเกหีติ เสสาสาธารณญาณนิทฺเทเส อญฺญวจเนหิ โอกาสาภาวโต น วุตฺตํ, อิธ ปน อญฺญวจนาภาวโต วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อุปริมกายโตติ นาภิยา อุทฺธํ สรีรโต. อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตตีติ เตโชกสิณารมฺมณํ ปาทกชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ‘‘อุปริมกายโต อคฺคิชาลา วุฏฺฐาตู’’ติ อาวชฺชิตฺวา ปริกมฺมํ กตฺวา อนนฺตรํ อภิญฺญาญาเณน ‘‘อุปริมกายโต อคฺคิชาลา วุฏฺฐาตู’’ติ อธิฏฺฐิเต สห อธิฏฺฐานา อุปริมกายโต อคฺคิชาลา วุฏฺฐาติ. สา หิ อิธ ราสฏฺเฐน ขนฺโธติ วุตฺตา. เหฏฺฐิมกายโตติ นาภิโต เหฏฺฐา สรีรโต. อุทกธารา ปวตฺตตีติ อาโปกสิณารมฺมณํ ปาทกชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ‘‘เหฏฺฐิมกายโต อุทกธารา วุฏฺฐาตู’’ติ อาวชฺชิตฺวา ปริกมฺมํ กตฺวา อนนฺตรํ อภิญฺญาญาเณน ‘‘เหฏฺฐิมกายโต อุทกธารา วุฏฺฐาตู’’ติ อธิฏฺฐิเต สห อธิฏฺฐานา เหฏฺฐิมกายโต อุทกธารา วุฏฺฐาติ. อุภยตฺถาปิ อพฺโพจฺเฉทวเสน ปวตฺตตีติ วุตฺตํ. อธิฏฺฐานสฺส อาวชฺชนสฺส จ อนฺตเร เทฺว ภวงฺคจิตฺตานิ วตฺตนฺติ. ตสฺมาเยว ยุคลา หุตฺวา อคฺคิกฺขนฺธอุทกธารา ปวตฺตนฺติ, อนฺตรํ น ปญฺญายติ. อญฺเญสํ ปน ภวงฺคปริจฺเฉโท นตฺถิ. ปุรตฺถิมกายโตติ อภิมุขปสฺสโต. ปจฺฉิมกายโตติ ปิฏฺฐิปสฺสโต. ทกฺขิณอกฺขิโต วามอกฺขิโตติอาทิ สมาสปาโฐเยว, น อญฺโญ. ทกฺขิณนาสิกาโสตโต วามนาสิกาโสตโตติ ปาโฐ สุนฺทโร. รสฺสํ กตฺวาปิ ปฐนฺติ. อํสกูฏโตติ เอตฺถ อพฺภุคฺคตฏฺเฐน กูโฏ วิยาติ กูโฏ, อํโสเยว กูโฏ อํสกูโฏ. องฺคุลงฺคุเลหีติ องฺคุลีหิ องฺคุลีหิ. องฺคุลนฺตริกาหีติ องฺคุลีนํ อนฺตริกาหิ. เอเกกโลมโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, เอเกกโลมโต อุทกธารา ปวตฺตตีติ อุภยตฺถาปิ อาเมฑิตวจเนน สพฺพโลมานํ ปริยาทินฺนตฺตา เอเกกโลมโตว อคฺคิกฺขนฺธอุทกธารา ยุคลา ยุคลา หุตฺวา ปวตฺตนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. โลมกูปโต โลมกูปโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, โลมกูปโต โลมกูปโต อุทกธารา ปวตฺตตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เกสุจิ โปตฺถเกสุ ‘‘เอเกกโลมโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ. โลมกูปโต โลมกูปโต อุทกธารา ปวตฺตติ, โลมกูปโต โลมกูปโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, เอเกกโลมโต อุทกธารา ปวตฺตตี’’ติ ลิขิตํ. ตมฺปิ ยุชฺชติเยว. ปาฏิหีรสฺส อติสุขุมตฺตทีปนโต ปน ปุริมปาโฐเยว สุนฺทรตโร.

อิทานิ ฉนฺนํ วณฺณานนฺติ โก สมฺพนฺโธ? เหฏฺฐา ‘‘อุปริมกายโต’’ติอาทีหิ อเนเกหิ สรีราวยวา วุตฺตา. เตน สรีราวยวสมฺพนฺโธ ปวตฺตตีติ วจนสมฺพนฺเธน จ ยมกปาฏิหีราธิกาเรน จ ฉนฺนํ วณฺณานํ สรีราวยวภูตานํ รสฺมิโย ยมกา หุตฺวา ปวตฺตนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. สามิวจนสมฺพนฺเธน จ อวสฺสํ ‘‘รสฺมิโย’’ติ ปาฐเสโส อิจฺฉิตพฺโพเยว. นีลานนฺติ อุมาปุปฺผวณฺณานํ. ปีตกานนฺติ กณิการปุปฺผวณฺณานํ. โลหิตกานนฺติ อินฺทโคปกวณฺณานํ. โอทาตานนฺติ โอสธิตารกวณฺณานํ. มญฺชิฏฺฐานนฺติ มนฺทรตฺตวณฺณานํ. ปภสฺสรานนฺติ ปภาสนปกติกานํ ปภสฺสรวณฺณานํ. ปภสฺสรวณฺเณ วิสุํ อวิชฺชมาเนปิ วุตฺเตสุ ปญฺจสุ วณฺเณสุ เย เย ปภา สมุชฺชลา, เต เต ปภสฺสรา. ตถา หิ ตถาคตสฺส ยมกปาฏิหีรํ กโรนฺตสฺส ยมกปาฏิหีรญาณพเลเนว เกสมสฺสูนญฺเจว อกฺขีนญฺจ นีลฏฺฐาเนหิ นีลรสฺมิโย นิกฺขมนฺติ, ยาสํ วเสน คคนตลํ อญฺชนจุณฺณสโมกิณฺณํ วิย อุมาปุปฺผนีลุปฺปลทลสญฺฉนฺนํ วิย วีติปตนฺตมณิตาลวณฺฏํ วิย ปสาริตเมจกปฏํ วิย จ โหติ. ฉวิโต เจว อกฺขีนญฺจ ปีตกฏฺฐาเนหิ ปีตรสฺมิโย นิกฺขมนฺติ, ยาสํ วเสน ทิสาภาคา สุวณฺณรสนิสิญฺจมานา วิย สุวณฺณปฏปสาริตา วิย กุงฺกุมจุณฺณกณิการปุปฺผสมฺปริกิณฺณา วิย จ วิโรจนฺติ. มํสโลหิเตหิ เจว อกฺขีนญฺจ รตฺตฏฺฐาเนหิ โลหิตรสฺมิโย นิกฺขมนฺติ, ยาสํ วเสน ทิสาภาคา จินปิฏฺฐจุณฺณรญฺชิตา วิย สุปกฺกลาขารสนิสิญฺจมานา วิย รตฺตกมฺพลปริกฺขิตฺตา วิย ชยสุมนปาลิภทฺทกพนฺธุชีวกกุสุมสมฺปริกิณฺณา วิย จ วิโรจนฺติ. อฏฺฐีหิ เจว ทนฺเตหิ จ อกฺขีนญฺจ เสตฏฺฐาเนหิ โอทาตรสฺมิโย นิกฺขมนฺติ, ยาสํ วเสน ทิสาภาคา รชตกุเฏหิ อาสิญฺจมานขีรธาราสมฺปริกิณฺณา วิย ปสาริตรชตปฏฺฏวิตานา วิย วีติปตนฺตรชตตาลวณฺฏา วิย กุนฺทกุมุทสินฺทุวารสุมนมลฺลิกาทิกุสุมสญฺฉนฺนา วิย จ วิโรจนฺติ. หตฺถตลปาทตลาทีหิ มนฺทรตฺตฏฺฐาเนหิ มญฺชิฏฺฐรสฺมิโย นิกฺขมนฺติ, ยาสํ วเสน ทิสาภาคา ปวาฬชาลปริกฺขิตฺตา วิย รตฺตกุรวกกุสุมสโมกิณฺณา วิย จ วิโรจนฺติ. อุณฺณานขาทีหิ ปภสฺสรฏฺฐาเนหิ ปภสฺสรรสฺมิโย นิกฺขมนฺติ, ยาสํ วเสน ทิสาภาคา โอสธิตารกปุญฺชปุณฺณา วิย วิชฺชุปฏลาทิปริปุณฺณา วิย จ วิโรจนฺติ.

ภควา จงฺกมตีติอาทิ ‘‘ภควโต จ นิมฺมิตานญฺจ นานาอิริยาปถกรณํ ยมกปาฏิหีเรเนว โหตี’’ติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เตสญฺหิ นิมฺมิตานํ อิริยาปถา ยุคลาว หุตฺวา วตฺตนฺติ. ยทิ นิมฺมิตา พหุกา โหนฺติ, ‘‘นิมฺมิโต’’ติอาทิ กสฺมา เอกวจนํ กตนฺติ เจ? นิมฺมิเตสุปิ เอเกกสฺส นานาอิริยาปถภาวทสฺสนตฺถํ. พหุวจเนน หิ วุตฺเต สพฺเพปิ นิมฺมิตา สกึ เอเกกอิริยาปถิกา วิย โหนฺติ. เอกวจเนน ปน วุตฺเต นิมฺมิเตสุ เอเกโก นานาอิริยาปถิโกติ ญายติ. ตสฺมา เอกวจนนิทฺเทโส กโต. จูฬปนฺถกตฺเถโรปิ ตาว นานาอิริยาปถิกภิกฺขูนํ สหสฺสํ มาเปสิ, กึ ปน ภควา ยมกปาฏิหีเร พหู นิมฺมิเต น กริสฺสติ. จูฬปนฺถกตฺเถรํ มุญฺจิตฺวา อญฺเญสํ สาวกานํ เอกาวชฺชเนน นานาอิริยปถิกานํ นานารูปานญฺจ นิมฺมานํ น อิชฺฌติ. อนิยเมตฺวา หิ นิมฺมิตา อิทฺธิมตา สทิสาว โหนฺติ. ฐานนิสชฺชาทีสุ วา ภาสิตตุณฺหีภาวาทีสุ วา ยํ ยํ อิทฺธิมา กโรติ, ตํ ตเทว กโรนฺติ, วิสทิสกรณํ นานากิริยากรณญฺจ ‘‘เอตฺตกา อีทิสา โหนฺตุ, เอตฺตกา อิมํ นาม กโรนฺตู’’ติ วิสุํ วิสุํ อาวชฺชิตฺวา อธิฏฺฐาเนน อิชฺฌติ. ตถาคตสฺส ปน เอกาวชฺชนาธิฏฺฐาเนเนว นานปฺปการนิมฺมานํ อิชฺฌติ. เอวเมว อคฺคิกฺขนฺธอุทกธารานิมฺมาเน จ นานาวณฺณนิมฺมาเน จ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ภควา จงฺกมตีติ อากาเส วา ปถวิยํ วา จงฺกมติ. นิมฺมิโตติ อิทฺธิยา มาปิตพุทฺธรูปํ. ติฏฺฐติ วาติอาทีนิปิ อากาเส วา ปถวิยํ วา. กปฺเปตีติ กโรติ. ภควา ติฏฺฐตีติอาทีสุปิ เอเสว นโยติ.

ยมกปาฏิหีรญาณนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗๑. มหากรุณาญาณนิทฺเทสวณฺณนา

๑๑๗. มหากรุณาญาณนิทฺเทเส พหุเกหิ อากาเรหีติ อิทานิ วุจฺจมาเนหิ เอกูนนวุติยา ปกาเรหิ. ปสฺสนฺตานนฺติ ญาณจกฺขุนา จ พุทฺธจกฺขุนา จ โอโลเกนฺตานํ. โอกฺกมตีติ โอตรติ ปวิสติ. อาทิตฺโตติ ทุกฺขลกฺขณวเสน ปีฬาโยคโต สนฺตาปนฏฺเฐน อาทีปิโต. ‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺข’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๑๕) วุตฺตตฺตา สพฺพสงฺขตสฺส เจว ทุกฺขลกฺขณวเสน ปีฬิตตฺตา ทุกฺขสฺส จ กรุณาย มูลภูตตฺตา ปฐมํ ทุกฺขลกฺขณวเสน ‘‘อาทิตฺโต’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ราคาทีหิ อาทิตฺตตํ ปน อุปริ วกฺขติ. อถ วา อาทิตฺโตติ ราคาทีหิเยว อาทิตฺโต. อุปริ ปน ‘‘ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ นิพฺพาเปตา’’ติ อตฺถาเปกฺขนวเสน ปุน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. โลกสนฺนิวาโสติ ปญฺจกฺขนฺธา ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโก, ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน สนฺนิวสนฺติ เอตฺถ สตฺตาติ สนฺนิวาโส, โลโกว สนฺนิวาโส โลกสนฺนิวาโส. ทุกฺขิตํ ขนฺธสนฺตานํ อุปาทาย สตฺตโวหารสพฺภาวโต โลกสนฺนิวาสโยคโต สตฺตสมูโหปิ โลกสนฺนิวาโส. โสปิ จ สหขนฺธโกเยว. อุยฺยุตฺโตติ อเนเกสุ กิจฺเจสุ นิจฺจพฺยาปารตาย กตโยโค กตอุสฺสาโห, สตตกิจฺเจสุ สอุสฺสุกฺโกติ อตฺโถ. ฆฏฺฏนยุตฺโตติ วา อุยฺยุตฺโต. ปยาโตติ ปพฺพเตยฺยา นที วิย อนวฏฺฐิตคมเนน มรณาย ยาตุํ อารทฺโธ. กุมฺมคฺคปฺปฏิปนฺโนติ กุจฺฉิตํ มิจฺฉามคฺคํ ปฏิปนฺโน. อุปริ ปน ‘‘วิปถปกฺขนฺโท’’ติ นานาปเทหิ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ.

อุปนียตีติ ชราวเสน มรณาย อุปนียติ หรียติ. ชรา หิ ‘‘อายุโน สํหานี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒) วุตฺตา. อทฺธุโวติ น ถิโร, สทา ตเถว น โหติ. ยสฺมา อทฺธุโว, ตสฺมา อุปนียตีติ ปุริมสฺส การณวจนเมตํ. เอเตน สการณํ ชราทุกฺขํ วุตฺตํ. ตํ ชราทุกฺขํ ทิสฺวา ชราปาริชุญฺญรหิตาปิ วิญฺญู ปพฺพชนฺติ. อตาโณติ ตายิตุํ รกฺขิตุํ สมตฺเถน รหิโต, อนารกฺโขติ วุตฺตํ โหติ. อนภิสฺสโรติ อภิสริตฺวา อภิคนฺตฺวา พฺยาหรเณน อสฺสาเสตุํ สมตฺเถน รหิโต, อสหาโยติ วา อตฺโถ. ยสฺมา อนภิสฺสโร, ตสฺมา อตาโณติ ปุริมสฺส การณวจนเมตํ. เอเตน สการณํ ปิยวิปฺปโยคทุกฺขํ วุตฺตํ. ตํ ปิยวิปฺปโยคทุกฺขํ ทิสฺวา ญาติปาริชุญฺญรหิตาปิ วิญฺญู ปพฺพชนฺติ. อสฺสโกติ สกภณฺฑรหิโต. สพฺพํ ปหาย คมนียนฺติ สกภณฺฑนฺติ สลฺลกฺขิตํ สพฺพํ ปหาย โลเกน คนฺตพฺพํ. ยสฺมา สพฺพํ ปหาย คมนียํ, ตสฺมา อสฺสโกติ ปุริมสฺส การณวจนเมตํ. เอเตน สการณํ มรณทุกฺขํ วุตฺตํ. ตํ ทิสฺวา โภคปาริชุญฺญรหิตาปิ วิญฺญู ปพฺพชนฺติ. อญฺญตฺถ ‘‘กมฺมสฺสกา มาณวสตฺตา’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๘๙) วุตฺตํ, อิธ จ รฏฺฐปาลสุตฺเต จ ‘‘อสฺสโก โลโก’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๐๕) วุตฺตํ, ตํ กถํ ยุชฺชตีติ เจ? ปหาย คมนียํ สนฺธาย ‘‘อสฺสโก’’ติ วุตฺตํ, กมฺมํ ปน น ปหาย คมนียํ. ตสฺมา ‘‘กมฺมสฺสกา’’ติ วุตฺตํ. รฏฺฐปาลสุตฺเตเยว จ เอวเมตํ วุตฺตํ ‘‘ตฺวํ ปน ยถากมฺมํ คมิสฺสสี’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๐๖). อูโนติ ปาริปูริรหิโต. อติตฺโตติ ภิยฺโย ภิยฺโย ปตฺถนายปิ น สุหิโต. อิทํ อูนภาวสฺส การณวจนํ. ตณฺหาทาโสติ ตณฺหาย วเส วตฺตนโต ตณฺหาย ทาสภูโต. อิทํ อติตฺตภาวสฺส การณวจนํ. เอเตน อิจฺฉาโรคาปเทเสน สการณํ พฺยาธิทุกฺขํ วุตฺตํ. ตํ พฺยาธิทุกฺขํ ทิสฺวา พฺยาธิปาริชุญฺญรหิตาปิ วิญฺญู ปพฺพชนฺติ. อตายโนติ ปุตฺตาทีหิปิ ตายนสฺส อภาวโต อตายโน อนารกฺโข, อลพฺภเนยฺยเขโม วา. อเลโณติ อลฺลียิตุํ นิสฺสิตุํ อนรโห อลฺลีนานมฺปิ จ เลณกิจฺจาการโก. อสรโณติ นิสฺสิตานํ น ภยสารโก น ภยวินาสโก. อสรณีภูโตติ ปุเร อุปฺปตฺติยา อตฺตโน อภาเวเนว อสรโณ, อุปฺปตฺติสมกาลเมว อสรณีภูโตติ อตฺโถ.

อุทฺธโตติ สพฺพากุสเลสุ อุทฺธจฺจสฺส อุปฺปชฺชนโต สตฺตสนฺตาเน จ อกุสลุปฺปตฺติพาหุลฺลโต อกุสลสมงฺคีโลโก เตน อุทฺธจฺเจน อุทฺธโต. อวูปสนฺโตติ อวูปสมนลกฺขณสฺส อุทฺธจฺจสฺเสว โยเคน อวูปสนฺโต ภนฺตมิคปฏิภาโค. ‘‘อุปนียติ โลโก’’ติอาทีสุ จตูสุ จ ‘‘อุทฺธโต โลโก’’ติ จ ปญฺจสุ ฐาเนสุ โลโกติ อาคตํ, เสเสสุ โลกสนฺนิวาโสติ. อุภยถาปิ โลโกเยว. สสลฺโลติ ปีฬาชนกตาย อนฺโตตุทนตาย ทุนฺนีหรณียตาย จ สลฺลาติ สงฺขํ คเตหิ ราคาทีหิ สลฺเลหิ สหวตฺตนโก. วิทฺโธติ มิคาทโย กทาจิ ปเรหิ วิทฺธา โหนฺติ, อยํ ปน โลโก นิจฺจํ อตฺตนาว วิทฺโธ. ปุถุสลฺเลหีติ ‘‘สตฺต สลฺลานิ – ราคสลฺลํ, โทสสลฺลํ, โมหสลฺลํ, มานสลฺลํ, ทิฏฺฐิสลฺลํ, กิเลสสลฺลํ, ทุจฺจริตสลฺล’’นฺติ (มหานิ. ๑๗๔) วุตฺเตหิ สตฺตหิ สลฺเลหิ. ตสฺสาติ ตสฺส โลกสนฺนิวาสสฺส. สลฺลานํ อุทฺธตาติ เตสํ สลฺลานํ สตฺตสนฺตานโต อุทฺธริตา ปุคฺคโล. อญฺญตฺร มยาติ มํ ฐเปตฺวา. เยปิ ภควโต สาวกา สลฺลานิ อุทฺธรนฺติ, เตสํ ภควโต วจเนเนว อุทฺธรณโต ภควาว อุทฺธรติ นาม. อวิชฺชนฺธการาวรโณติ อวิชฺชา เอว สภาวทสฺสนจฺฉาทเนน อนฺธํ วิย กโรตีติ อวิชฺชนฺธกาโร, โสว สภาวาวคมนนิวารเณน อาวรณํ เอตสฺสาติ อวิชฺชนฺธการาวรโณ. กิเลสปญฺชรปกฺขิตฺโตติ กิเลสา เอว กุสลคมนสนฺนิรุชฺฌนฏฺเฐน ปญฺชโรติ กิเลสปญฺชโร, อวิชฺชาปภเว กิเลสปญฺชเร ปกฺขิตฺโต ปาติโต. อาโลกํ ทสฺเสตาติ ปญฺญาโลกํ ทสฺสนสีโล, ปญฺญาโลกสฺส ทสฺเสตาติ วา อตฺโถ. อวิชฺชาคโตติ อวิชฺชํ คโต ปวิฏฺโฐ. น เกวลํ อวิชฺชาย อาวรณมตฺตเมว, อถ โข คหนคโต วิย อวิชฺชาโกสสฺส อนฺโต ปวิฏฺโฐติ ปุริมโต วิเสโส. อณฺฑภูโตติอาทโย จ วิเสสาเยว. อณฺฑภูโตติ อณฺเฑ ภูโต นิพฺพตฺโต. ยถา หิ อณฺเฑ นิพฺพตฺตา เอกจฺเจ สตฺตา ‘‘อณฺฑภูตา’’ติ วุจฺจนฺติ, เอวมยํ โลโก อวิชฺชณฺฑโกเส นิพฺพตฺตตฺตา ‘‘อณฺฑภูโต’’ติ วุจฺจติ. ปริโยนทฺโธติ เตน อวิชฺชณฺฑโกเสน สมนฺตโต โอนทฺโธ พทฺโธ เวฐิโต.

ตนฺตากุลกชาโตติ ตนฺตํ วิย อากุลภูโต. ยถา นาม ทุนฺนิกฺขิตฺตํ มูสิกจฺฉินฺนํ เปสการานํ ตนฺตํ ตหึ ตหึ อากุลํ โหติ, อิทํ อคฺคํ อิทํ มูลนฺติ อคฺเคน วา อคฺคํ, มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ ทุกฺกรํ โหติ, เอวเมว สตฺตา ปจฺจยากาเร ขลิตา อากุลา พฺยากุลา โหนฺติ, น สกฺโกนฺติ ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ. ตตฺถ ตนฺตํ ปจฺจตฺตปุริสกาเร ฐตฺวา สกฺกาปิ ภเวยฺย อุชุํ กาตุํ, ฐเปตฺวา ปน เทฺว โพธิสตฺเต อญฺโญ สตฺโต อตฺตโน ธมฺมตาย ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. ยถา ปน อากุลํ ตนฺตํ กญฺชิกํ ทตฺวา โกจฺเฉน ปหฏํ ตตฺถ ตตฺถ กุลกชาตํ โหติ คณฺฐิพทฺธํ, เอวมยํ โลโก ปจฺจเยสุ ปกฺขลิตฺวา ปจฺจเย อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตวเสน กุลกชาโต โหติ คณฺฐิพทฺโธ. เย หิ เกจิ ทิฏฺฐิโย นิสฺสิตา, สพฺเพ เต ปจฺจยํ อุชุํ กาตุํ น สกฺโกนฺติเยว. กุลาคณฺฐิกชาโตติ กุลาคณฺฐิกํ วิย ภูโต. กุลาคณฺฐิกํ วุจฺจติ เปสการกญฺชิกสุตฺตํ. ‘‘กุลา นาม สกุณิกา, ตสฺสา กุลาวโก’’ติปิ เอเก. ยถา ตทุภยมฺปิ อากุลํ อคฺเคน วา อคฺคํ, มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ ทุกฺกรนฺติ ปุริมนเยเนว โยเชตพฺพํ. มุญฺชปพฺพชภูโตติ มุญฺชติณํ วิย ปพฺพชติณํ วิย จ ภูโต มุญฺชติณปพฺพชติณสทิโส ชาโต. ยถา ตานิ ติณานิ โกฏฺเฏตฺวา โกฏฺเฏตฺวา กตรชฺชุ ชิณฺณกาเล กตฺถจิ ปติตํ คเหตฺวา เตสํ ติณานํ ‘‘อิทํ อคฺคํ อิทํ มูล’’นฺติ อคฺเคน วา อคฺคํ, มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ ทุกฺกรํ, ตมฺปิ ปจฺจตฺตปุริสกาเร ฐตฺวา สกฺกา ภเวยฺย อุชุํ กาตุํ, ฐเปตฺวา ปน เทฺว โพธิสตฺเต อญฺโญ สตฺโต อตฺตโน ธมฺมตาย ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. เอวมยํ โลโก ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตวเสน คณฺฐิชาโต หุตฺวา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ สํสารํ นาติวตฺตติ.

ตตฺถ อปาโยติ นิรโย ติรจฺฉานโยนิ เปตฺติวิสโย อสุรกาโย. สพฺเพปิ หิ เต วฑฺฒิสงฺขาตสฺส อายสฺส อภาวโต ‘‘อปาโย’’ติ วุจฺจนฺติ. ตถา ทุกฺขสฺส คติภาวโต ทุคฺคติ. สุขสมุสฺสยโต วินิปติตตฺตา วินิปาโต. อิตโร ปน –

‘‘ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ, ธาตุอายตนาน จ;

อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานา, สํสาโรติ ปวุจฺจติ’’.

ตํ สพฺพมฺปิ นาติวตฺตติ นาติกฺกมติ. อถ โข จุติโต ปฏิสนฺธึ, ปฏิสนฺธิโต จุตินฺติ เอวํ ปุนปฺปุนํ จุติปฏิสนฺธิโย คณฺหมาโน ตีสุ ภเวสุ จตูสุ โยนีสุ ปญฺจสุ คตีสุ สตฺตสุ วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ นวสุ สตฺตาวาเสสุ มหาสมุทฺเท วาตุกฺขิตฺตนาวา วิย ยนฺตโคโณ วิย จ ปริพฺภมติเยว. อวิชฺชาวิสโทสสลฺลิตฺโตติ อวิชฺชาเยว อกุสลุปฺปาทเนน กุสลชีวิตนาสนโต วิสนฺติ อวิชฺชาวิสํ, ตเทว สนฺตานทูสนโต อวิชฺชาวิสโทโส, เตน อนุสยปริยุฏฺฐานทุจฺจริตภูเตน ภุสํ ลิตฺโต มกฺขิโตติ อวิชฺชาวิสโทสสลฺลิตฺโต. กิเลสกลลีภูโตติ อวิชฺชาทิมูลกา กิเลสา เอว โอสีทนฏฺเฐน กลลํ กทฺทโมติ กิเลสกลลํ, ตทสฺส อตฺถีติ กิเลสกลลี, เอวํภูโต. ราคโทสโมหชฏาชฏิโตติ โลภปฏิฆาวิชฺชาสงฺขาตา ราคโทสโมหา เอว รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ เหฏฺฐุปริยวเสน ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต สํสิพฺพนฏฺเฐน เวฬุคุมฺพาทีนํ สาขาชาลสงฺขาตา ชฏา วิยาติ ชฏา, ตาย ราคโทสโมหชฏาย ชฏิโต. ยถา นาม เวฬุชฏาทีหิ เวฬุอาทโย, เอวํ ตาย ชฏาย อยํ โลโก ชฏิโต วินทฺโธ สํสิพฺพิโตติ อตฺโถ. ชฏํ วิชเฏตาติ อิมํ เอวํ เตธาตุกํ โลกํ ชเฏตฺวา ฐิตํ ชฏํ วิชเฏตา สํฉินฺทิตา สมฺปทาลยิตา.

ตณฺหาสงฺฆาฏปฏิมุกฺโกติ ตณฺหา เอว อพฺโพจฺฉินฺนํ ปวตฺติโต สงฺฆฏิตฏฺเฐน สงฺฆาโฏติ ตณฺหาสงฺฆาโฏ, ตสฺมึ ตณฺหาสงฺฆาเฏ ปฏิมุกฺโก อนุปวิฏฺโฐ อนฺโตคโตติ ตณฺหาสงฺฆาฏปฏิมุกฺโก. ตณฺหาชาเลน โอตฺถโฏติ ตณฺหา เอว ปุพฺเพ วุตฺตนเยน สํสิพฺพนฏฺเฐน ชาลนฺติ ตณฺหาชาลํ, เตน ตณฺหาชาเลน โอตฺถโฏ สมนฺตโต ฉาทิโต ปลิเวฐิโต. ตณฺหาโสเตน วุยฺหตีติ ตณฺหา เอว สํสาเร อากฑฺฒนฏฺเฐน โสโตติ ตณฺหาโสโต, เตน ตณฺหาโสเตน วุยฺหติ อากฑฺฒียติ. ตณฺหาสญฺโญชเนน สญฺญุตฺโตติ ตณฺหา เอว โลกํ วฏฺฏสฺมึ สํโยชนโต พนฺธนโต สํโยชนนฺติ ตณฺหาสํโยชนํ, เตน ตณฺหาสํโยชเนน สญฺญุตฺโต พทฺโธ. ตณฺหานุสเยน อนุสโฏติ ตณฺหา เอว อนุสยนฏฺเฐน อนุสโยติ ตณฺหานุสโย, เตน ตณฺหานุสเยน อนุสโฏ อนุคโต ถามคโต. ตณฺหาสนฺตาเปน สนฺตปฺปตีติ ตณฺหา เอว ปวตฺติกาเล ผลกาเล จ โลกํ สนฺตาเปตีติ สนฺตาโป, เตน ตณฺหาสนฺตาเปน สนฺตปฺปติ สนฺตาปียติ. ตณฺหาปริฬาเหน ปริฑยฺหตีติ ตณฺหา เอว พลวภูตา ปวตฺติกาเล ผลกาเล จ สมนฺตโต ทหนฏฺเฐน มหาปริฬาโหติ ตณฺหาปริฬาโห, เตน ตณฺหาปริฬาเหน ปริฑยฺหติ สมนฺตโต ฑหียติ. ทิฏฺฐิสงฺฆาฏาทโย อิมินาว นเยน โยเชตพฺพา.

อนุคโตติ อนุปวิฏฺโฐ. อนุสโฏติ อนุธาวิโต. อภิภูโตติ ปีฬิโต. อพฺภาหโตติ อภิอาหโต อภิมุขํ ภุสํ ปหโต. ทุกฺเข ปติฏฺฐิโตติ ทุกฺเข ขนฺธปญฺจเก สุขวิปลฺลาเสน ปติฏฺฐิโต อภินิวิฏฺโฐ.

ตณฺหาย อุฑฺฑิโตติ ตณฺหาย อุลฺลงฺฆิโต. จกฺขุ หิ ตณฺหารชฺชุนา อาวุนิตฺวา รูปนาคทนฺเต อุฑฺฑิตํ, โสตาทีนิ ตณฺหารชฺชุนา อาวุนิตฺวา สทฺทาทินาคทนฺเตสุ อุฑฺฑิตานิ. ตํสมงฺคีโลโกปิ อุฑฺฑิโตเยว นาม. ชราปาการปริกฺขิตฺโตติ อนติกฺกมนียฏฺเฐน ปาการภูตาย ชราย ปริวาริโต. มจฺจุปาเสน ปริกฺขิตฺโตติ ทุมฺโมจนียฏฺเฐน ปาสภูเตน มรเณน พทฺโธ. มหาพนฺธนพทฺโธติ ทฬฺหตฺตา ทุจฺเฉทตฺตา จ มหนฺเตหิ พนฺธเนหิ พทฺโธ. ราคพนฺธเนนาติ ราโค เอว พนฺธติ สํสารโต จลิตุํ น เทตีติ ราคพนฺธนํ. เตน ราคพนฺธเนน. เสเสสุปิ เอเสว นโย. กิเลสพนฺธเนนาติ วุตฺตาวเสเสน กิเลสพนฺธเนน. ทุจฺจริตพนฺธเนนาติ ติวิเธน. สุจริตํ ปน พนฺธนโมกฺขสฺส เหตุภูตํ พนฺธนโมกฺขภูตญฺจ อตฺถิ. ตสฺมา ตํ น คเหตพฺพํ.

พนฺธนํ โมเจตาติ ตสฺส พนฺธนํ โมเจตา. พนฺธนา โมเจตาติปิ ปาโฐ, พนฺธนโต ตํ โมเจตาติ อตฺโถ. มหาสมฺพาธปฺปฏิปนฺโนติ กุสลสญฺจารปีฬเนน มหาสมฺพาธสงฺขาตํ ราคโทสโมหมานทิฏฺฐิกิเลสทุจฺจริตคหนํ ปฏิปนฺโน. โอกาสํ ทสฺเสตาติ โลกิยโลกุตฺตรสมาธิปญฺญาโอกาสํ ทสฺเสตา. มหาปลิโพเธน ปลิพุทฺโธติ มหานิวารเณน นิวุโต. มหาเลเปน วา ลิตฺโต. ปลิโพโธติ จ ราคาทิสตฺตวิโธ เอว. ‘‘ตณฺหาทิฏฺฐิปลิโพโธ’’ติ เอเก. ปลิโพธํ เฉตาติ ตํ ปลิโพธํ ฉินฺทิตา. มหาปปาเตติ ปญฺจคติปปาเต, ชาติชรามรณปปาเต วา. ตํ สพฺพมฺปิ ทุรุตฺตรณฏฺเฐน ปปาโต. ปปาตา อุทฺธตาติ ตมฺหา ปปาตโต อุทฺธริตา. มหากนฺตารปฺปฏิปนฺโนติ ชาติชราพฺยาธิมรณโสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสกนฺตารํ ปฏิปนฺโน. สพฺพมฺปิ ตํ ทุรติกฺกมนฏฺเฐน กนฺตาโร, ตํ กนฺตารํ ตาเรตา. กนฺตารา ตาเรตาติ วา ปาโฐ. มหาสํสารปฺปฏิปนฺโนติ อพฺโพจฺฉินฺนํ ขนฺธสนฺตานํ ปฏิปนฺโน. สํสารา โมเจตาติ สํสารโต โมเจตา. สํสารํ โมเจตาติ วา ปาโฐ. มหาวิทุคฺเคติ สํสารวิทุคฺเค. สํสาโรเยว หิ ทุคฺคมนฏฺเฐน วิทุคฺโค. สมฺปริวตฺตตีติ ภุสํ นิวตฺติตฺวา จรติ. มหาปลิเปติ มหนฺเต กามกทฺทเม. กาโม หิ โอสีทนฏฺเฐน ปลิโป. ปลิปนฺโนติ ลคฺโค. มหาปลิปปลิปนฺโนติปิ ปาโฐ.

อพฺภาหโตติ สพฺโพปทฺทเวหิ อพฺภาหโต. ราคคฺคินาติ ราคาทโยเยว อนุทหนฏฺเฐน อคฺคิ, เตน ราคคฺคินา. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อุนฺนีตโกติ อุคฺคเหตฺวา นีโต, ชาติยา อุคฺคเหตฺวา ชราทิอุปทฺทวาย นีโตติ อตฺโถ. ก-กาโร ปเนตฺถ อนุกมฺปาย ทฏฺฐพฺโพ. หญฺญติ นิจฺจมตาโณติ ปริตฺตายเกน รหิโต สตตํ ปีฬียติ. ปตฺตทณฺโฑติ ราชาทีหิ ลทฺธอาโณ. ตกฺกโรติ โจโร. วชฺชพนฺธนพทฺโธติ ราคาทิวชฺชพนฺธเนหิ พทฺโธ. อาฆาตนปจฺจุปฏฺฐิโตติ มรณธมฺมคณฺฐิกฏฺฐานํ อุเปจฺจ ฐิโต. โกจิ พนฺธนา โมเจตา. โกจิ พนฺธนํ โมเจตาติปิ ปาโฐ. อนาโถติ นตฺถิ เอตสฺส นาโถ อิสฺสโร, สยํ วา น นาโถ น อิสฺสโรติ อนาโถ, อสรโณติ วา อตฺโถ. ปรมกาปญฺญปฺปตฺโตติ ชราทิปฏิพาหเน อปฺปหุตาย อตีว กปณภาวํ ปตฺโต. ตาเยตาติ รกฺขิตา. ตายิตาติ วา ปาโฐ สุนฺทโร. ทุกฺขาภิตุนฺโนติ ชาติทุกฺขาทีหิ อเนเกหิ ทุกฺเขหิ อภิตุนฺโน อติพฺยาธิโต อติกมฺปิโต จ. จิรรตฺตํ ปีฬิโตติ ทุกฺเขเหว ทีฆมทฺธานํ ปีฬิโต ฆฏฺฏิโต. คธิโตติ เคเธน คิทฺโธ, อภิชฺฌากายคนฺเถน วา คนฺถิโต. นิจฺจํ ปิปาสิโตติ ปาตุํ ภุญฺชิตุํ อิจฺฉา ปิปาสา, สา ตณฺหา เอว, ตณฺหาปิปาสาย นิรนฺตรํ ปิปาสิโต.

อนฺโธติ ทสฺสนฏฺเฐน จกฺขูติ สงฺขํ คตาย ปญฺญาย อภาวโต กาโณ. ปญฺญา หิ ธมฺมสภาวํ ปสฺสติ. อจกฺขุโกติ ตํ ปน อนฺธตฺตํ น ปจฺฉา สมฺภูตํ, ปกติยา เอว อวิชฺชมานจกฺขุโกติ ตเมว อนฺธตฺตํ วิเสเสติ. หตเนตฺโตติ นยนฏฺเฐน เนตฺตนฺติ สงฺขํ คตาย ปญฺญาย อภาวโตเยว วินฏฺฐเนตฺตโก. สมวิสมํ ทสฺเสนฺตํ อตฺตภาวํ เนตีติ เนตฺตนฺติ หิ วุตฺตํ. ปญฺญาย สุคติญฺจ อคติญฺจ นยติ. หตเนตฺตตฺตาเยวสฺส เนตุอภาวํ ทสฺเสนฺโต อปริณายโกติ อาห, อวิชฺชมานเนตฺตโกติ อตฺโถ. อญฺโญปิสฺส เนตา น วิชฺชตีติ วุตฺตํ โหติ. วิปถปกฺขนฺโทติ วิปรีโต, วิสโม วา ปโถ วิปโถ, ตํ วิปถํ ปกฺขนฺโท ปวิฏฺโฐ ปฏิปนฺโนติ วิปถปกฺขนฺโท, มิจฺฉาปถสงฺขาตํ มิจฺฉาทิฏฺฐึ ปฏิปนฺโนติ อตฺโถ. อญฺชสาปรทฺโธติ อญฺชเส อุชุมคฺคสฺมึ มชฺฌิมปฏิปทาย อปรทฺโธ วิรทฺโธ. อริยปถํ อาเนตาติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ อุปเนตา ปฏิปาทยิตา. มโหฆปกฺขนฺโทติ ยสฺส สํวิชฺชนฺติ, ตํ วฏฺฏสฺมึ โอหนนฺติ โอสีทาเปนฺตีติ โอฆา, ปกติโอฆโต มหนฺตา โอฆาติ มโหฆา. เต กาโมโฆ ภโวโฆ ทิฏฺโฐโฆ อวิชฺโชโฆติ จตุปฺปเภทา. เต มโหเฆ ปกฺขนฺโท ปวิฏฺโฐติ มโหฆปกฺขนฺโท, สํสารสงฺขาตํ มโหฆํ วา ปกฺขนฺโทติ.

๑๑๘. อิทานิ เอกุตฺตริกนโย. ตตฺถ ทฺวีหิ ทิฏฺฐิคเตหีติ สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐีหิ. ตตฺถ ทิฏฺฐิเยว ทิฏฺฐิคตํ ‘‘คูถคตํ มุตฺตคต’’นฺติอาทีนิ (อ. นิ. ๙.๑๑) วิย. คนฺตพฺพาภาวโต วา ทิฏฺฐิยา คตมตฺตเมเวตนฺติ ทิฏฺฐิคตํ, ทิฏฺฐีสุ คตํ อิทํ ทสฺสนํ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิอนฺโตคธตฺตาติปิ ทิฏฺฐิคตํ. ทฺวาสฏฺฐิเตสฏฺฐิทิฏฺฐิโยปิ หิ สสฺสตทิฏฺฐิ อุจฺเฉททิฏฺฐีติ เทฺวว ทิฏฺฐิโย โหนฺติ. ตสฺมา สงฺเขเปน สพฺพา ทิฏฺฐิโย อนฺโต กโรนฺโต ‘‘ทฺวีหิ ทิฏฺฐิคเตหี’’ติ วุตฺตํ. ปริยุฏฺฐิโตติ ปริยุฏฺฐานํ ปตฺโต สมุทาจารํ ปตฺโต, อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทาเนน กุสลจารสฺส คหณํ ปตฺโตติ อตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา – ‘‘ทฺวีหิ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิคเตหิ ปริยุฏฺฐิตา เทวมนุสฺสา โอลียนฺติ เอเก, อติธาวนฺติ เอเก, จกฺขุมนฺโต จ ปสฺสนฺตี’’ติอาทิ (อิติวุ. ๔๙).

ตีหิ ทุจฺจริเตหีติ ติวิธกายทุจฺจริเตน จตุพฺพิธวจีทุจฺจริเตน ติวิธมโนทุจฺจริเตน. วิปฺปฏิปนฺโนติ วิรูปํ ปฏิปนฺโน, มิจฺฉาปฏิปนฺโนติ อตฺโถ. โยเคหิ ยุตฺโตติ วฏฺฏสฺมึ โยเชนฺตีติ โยคา, อีติอตฺเถน วา โยคา, เตหิ โยเคหิ ยุตฺโต สมปฺปิโต. จตุโยคโยชิโตติ กามโยโค, ภวโยโค, ทิฏฺฐิโยโค, อวิชฺชาโยโคติ อิเมหิ จตูหิ โยเคหิ สกฏสฺมึ โยโค วิย วฏฺฏสฺมึ โยชิโต. ปญฺจกามคุณิโก ราโค กามโยโค. รูปารูปภเวสุ ฉนฺทราโค, ฌานนิกนฺติ จ, สสฺสตทิฏฺฐิสหชาโต ราโค ภววเสน ปตฺถนา ภวโยโค. ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ทิฏฺฐิโยโค. อฏฺฐสุ ฐาเนสุ อญฺญาณํ อวิชฺชาโยโค. เต เอว จตฺตาโร พลวภูตา โอฆา, ทุพฺพลภูตา โยคา.

จตูหิ คนฺเถหีติ ยสฺส สํวิชฺชนฺติ, ตํ จุติปฏิสนฺธิวเสน วฏฺฏสฺมึ คนฺเถนฺติ ฆเฏนฺตีติ คนฺถา. เต อภิชฺฌา กายคนฺโถ, พฺยาปาโท กายคนฺโถ, สีลพฺพตปรามาโส กายคนฺโถ, อิทํสจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถติ จตุปฺปเภทา. อภิชฺฌายนฺติ เอตาย, สยํ วา อภิชฺฌายติ, อภิชฺฌายนมตฺตเมว วา เอสาติ อภิชฺฌา, โลโภเยว. นามกายํ คนฺเถติ จุติปฏิสนฺธิวเสน วฏฺฏสฺมึ ฆเฏตีติ กายคนฺโถ. พฺยาปชฺชติ เตน จิตฺตํ ปูติภาวํ คจฺฉติ, พฺยาปาทยติ วา วินยาจารรูปสมฺปตฺติหิตสุขาทีนีติ พฺยาปาโท. อิโต พหิทฺธา สมณพฺราหฺมณานํ สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธิ สีลวเตน สุทฺธีติ ปรามสนํ สีลพฺพตปรามาโส. สพฺพญฺญุภาสิตมฺปิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘สสฺสโต โลโก, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติอาทินา อากาเรน อภินิวิสตีติ อิทํสจฺจาภินิเวโส. เตหิ จตูหิ คนฺเถหิ คนฺถิโต, พทฺโธติ อตฺโถ.

จตูหิ อุปาทาเนหีติ ภุสํ อาทิยนฺติ ทฬฺหคฺคาหํ คณฺหนฺตีติ อุปาทานา. เต กามุปาทานํ ทิฏฺฐุปาทานํ สีลพฺพตุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานนฺติ จตุปฺปเภทา. วตฺถุสงฺขาตํ กามํ อุปาทิยตีติ กามุปาทานํ, กาโม จ โส อุปาทานญฺจาติปิ กามุปาทานํ. ทิฏฺฐิ จ สา อุปาทานญฺจาติ ทิฏฺฐุปาทานํ, ทิฏฺฐึ อุปาทิยตีติปิ ทิฏฺฐุปาทานํ. ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๑๔๗) หิ ปุริมทิฏฺฐึ อุตฺตรทิฏฺฐิ อุปาทิยติ. สีลพฺพตํ อุปาทิยตีติ สีลพฺพตุปาทานํ, สีลพฺพตญฺจ ตํ อุปาทานญฺจาติปิ สีลพฺพตุปาทานํ. โคสีลโควตาทีนิ หิ เอวํ วิสุทฺธีติ อภินิเวสโต สยเมว อุปาทานานิ. วทนฺติ เอเตนาติ วาโท, อุปาทิยนฺติ เอเตนาติ อุปาทานํ. กึ วทนฺติ, อุปาทิยนฺติ วา? อตฺตานํ. อตฺตโน วาทุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานํ, อตฺตวาทมตฺตเมว วา อตฺตาติ อุปาทิยนฺติ เอเตนาติ อตฺตวาทุปาทานํ. ฐเปตฺวา อิมา เทฺว ทิฏฺฐิโย สพฺพาปิ ทิฏฺฐี ทิฏฺฐุปาทานํ. เตหิ จตูหิ อุปาทาเนหิ. อุปาทียตีติ ภุสํ คณฺหียติ. อุปาทิยตีติ วา ปาโฐ, โลโก อุปาทาเนหิ ตํ ตํ อารมฺมณํ ภุสํ คณฺหาตีติ อตฺโถ.

ปญฺจคติสมารุโฬฺหติ สุกตทุกฺกฏการเณหิ คมฺมติ อุปสงฺกมียตีติ คติ, สโหกาสกา ขนฺธา. นิรโย ติรจฺฉานโยนิ เปตฺติวิสโย มนุสฺสา เทวาติ อิมา ปญฺจ คติโย โวกฺกมนภาเวน ภุสํ อารุโฬฺห. ปญฺจหิ กามคุเณหีติ รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพสงฺขาเตหิ ปญฺจหิ วตฺถุกามโกฏฺฐาเสหิ. รชฺชตีติ อโยนิโสมนสิการํ ปฏิจฺจ ราคุปฺปาทเนน เตหิ รญฺชียติ, สารตฺโต กรียตีติ อตฺโถ. ปญฺจหิ นีวรเณหีติ จิตฺตํ นีวรนฺติ ปริโยนนฺธนฺตีติ นีวรณา. กามจฺฉนฺทพฺยาปาทถินมิทฺธอุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจวิจิกิจฺฉาสงฺขาเตหิ ปญฺจหิ นีวรเณหิ. โอตฺถโฏติ อุปริโต ปิหิโต.

ฉหิ วิวาทมูเลหีติ ฉหิ วิวาทสฺส มูเลหิ. ยถาห –

‘‘ฉยิมานิ, ภิกฺขเว, วิวาทมูลานิ. กตมานิ ฉ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โกธโน โหติ อุปนาหี. โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โกธโน โหติ อุปนาหี. โส สตฺถริปิ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส, ธมฺเมปิ, สงฺเฆปิ, สิกฺขายปิ น ปริปูรการี. โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สตฺถริ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส, ธมฺเมปิ, สงฺเฆปิ, สิกฺขายปิ น ปริปูรการี, โส สงฺเฆ วิวาทํ ชเนติ. โย โหติ วิวาโท พหุชนาหิตาย พหุชนาสุขาย พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานํ. เอวรูปํ เจ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, วิวาทมูลํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา สมนุปสฺเสยฺยาถ, ตตฺร ตุเมฺห, ภิกฺขเว, ตสฺเสว ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส ปหานาย วายเมยฺยาถ. เอวรูปํ เจ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, วิวาทมูลํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา น สมนุปสฺเสยฺยาถ. ตตฺร ตุเมฺห, ภิกฺขเว, ตสฺเสว ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส อายตึ อนวสฺสวาย ปฏิปชฺเชยฺยาถ. เอวเมตสฺส ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส ปหานํ โหติ. เอวเมตสฺส ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส อายตึ อนวสฺสโว โหติ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ มกฺขี โหติ ปฬาสี. อิสฺสุกี โหติ มจฺฉรี. สโฐ โหติ มายาวี. ปาปิจฺโฉ โหติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ. สนฺทิฏฺฐิปรามาสี โหติ อาธานคฺคาหี ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี. โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สนฺทิฏฺฐิปรามาสี โหติ อาธานคฺคาหี ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี, โส สตฺถริปิ…เป… อายตึ อนวสฺสโว โหตี’’ติ (ปริ. ๒๗๒; อ. นิ. ๖.๓๖).

ตตฺถ โกธโนติ กุชฺฌนลกฺขเณน โกเธน สมนฺนาคโต. อุปนาหีติ เวรอปฺปฏินิสฺสชฺชนลกฺขเณน อุปนาเหน สมนฺนาคโต. อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานนฺติ ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ วิวาโท กถํ เทวมนุสฺสานํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตตีติ? โกสมฺพกกฺขนฺธเก (มหาว. ๔๕๑ อาทโย) วิย ทฺวีสุ ภิกฺขูสุ วิวาทํ อาปนฺเนสุ ตสฺมึ วิหาเร เตสํ อนฺเตวาสิกา วิวทนฺติ, เตสํ โอวาทํ คณฺหนฺโต ภิกฺขุนิสงฺโฆ วิวทติ, ตโต เตสํ อุปฏฺฐากาปิ วิวทนฺติ. อถ มนุสฺสานํ อารกฺขเทวตา เทฺว โกฏฺฐาสา โหนฺติ. ธมฺมวาทีนํ อารกฺขเทวตา ธมฺมวาทินิโย โหนฺติ อธมฺมวาทีนํ อธมฺมวาทินิโย. ตโต อารกฺขเทวตานํ มิตฺตา ภุมฺมฏฺฐเทวตา ภิชฺชนฺติ. เอวํ ปรมฺปราย ยาว พฺรหฺมโลกา ฐเปตฺวา อริยสาวเก สพฺเพ เทวมนุสฺสา เทฺว โกฏฺฐาสา โหนฺติ. ธมฺมวาทีหิ ปน อธมฺมวาทิโนว พหุตรา โหนฺติ. ตโต ยํ พหุเกหิ คหิตํ, สพฺพํ ตํ สจฺจนฺติ ธมฺมํ วิสฺสชฺเชตฺวา พหุตราว อธมฺมํ คณฺหนฺติ. เต อธมฺมํ ปุรกฺขตฺวา วิหรนฺตา อปาเยสุ นิพฺพตฺตนฺติ. เอวํ ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ วิวาโท เทวมนุสฺสานํ อหิตาย ทุกฺขาย โหติ. อชฺฌตฺตํ วาติ ตุมฺหากํ อพฺภนฺตรปริสาย วา. พหิทฺธา วาติ ปเรสํ ปริสาย วา. มกฺขีติ ปเรสํ คุณมกฺขณลกฺขเณน มกฺเขน สมนฺนาคโต. ปฬาสีติ ยุคคฺคาหลกฺขเณน ปฬาเสน สมนฺนาคโต. อิสฺสุกีติ ปเรสํ สกฺการาทิอิสฺสายนลกฺขณาย อิสฺสาย สมนฺนาคโต. มจฺฉรีติ อาวาสมจฺฉริยาทีหิ ปญฺจหิ มจฺฉริเยหิ สมนฺนาคโต. สโฐติ เกราฏิโก. มายาวีติ กตปาปปฏิจฺฉาทโก. ปาปิจฺโฉติ อสนฺตสมฺภาวนิจฺฉโก ทุสฺสีโล. มิจฺฉาทิฏฺฐีติ นตฺถิกวาที อเหตุกวาที อกิริยวาที. สนฺทิฏฺฐิปรามาสีติ สยํ ทิฏฺฐิเมว ปรามสติ. อาธานคฺคาหีติ ทฬฺหคฺคาหี. ทุปฺปฏินิสฺสคฺคีติ น สกฺกา โหติ คหิตํ วิสฺสชฺชาเปตุํ. ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺเค ปน ‘‘ตตฺถ กตมานิ ฉ วิวาทมูลานิ? โกโธ มกฺโข อิสฺสา สาเฐยฺยํ ปาปิจฺฉตา สนฺทิฏฺฐิปรามาสิตา, อิมานิ ฉ วิวาทมูลานี’’ติ (วิภ. ๙๔๔) ปธานวเสน เอเกโกเยว ธมฺโม วุตฺโต.

ฉหิ ตณฺหากาเยหีติ ‘‘รูปตณฺหา, สทฺทตณฺหา, คนฺธตณฺหา, รสตณฺหา, โผฏฺฐพฺพตณฺหา, ธมฺมตณฺหา’’ติ (วิภ. ๙๔๔) วุตฺตาหิ ฉหิ ตณฺหาหิ. ตตฺถ ยสฺมา เอเกกาเยว ตณฺหา อเนกวิสยตฺตา เอเกกสฺมิมฺปิ วิสเย ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติโต อเนกา โหนฺติ, ตสฺมา สมูหฏฺเฐน กายสทฺเทน โยเชตฺวา ตณฺหากายาติ วุตฺตํ. ตณฺหากายาติ วุตฺเตปิ ตณฺหา เอว. รชฺชตีติ สยํ อารมฺมเณ รชฺชติ, สารตฺโต โหติ.

ฉหิ ทิฏฺฐิคเตหีติ สพฺพาสวสุตฺเต วุตฺเตหิ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ –

‘‘ตสฺส เอวํ อโยนิโส มนสิกโรโต ฉนฺนํ ทิฏฺฐีนํ อญฺญตรา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. ‘อตฺถิ เม อตฺตา’ติ วา อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, ‘นตฺถิ เม อตฺตา’ติ วา อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, ‘อตฺตนาว อตฺตานํ สญฺชานามี’ติ วา อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, ‘อตฺตนาว อนตฺตานํ สญฺชานามี’ติ วา อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, ‘อนตฺตนาว อตฺตานํ สญฺชานามี’ติ วา อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. อถ วา ปนสฺส เอวํ ทิฏฺฐิ โหติ ‘โย เม อยํ อตฺตา วโท เวเทยฺโย ตตฺร ตตฺร กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากํ ปฏิสํเวเทติ, โส จ โข ปน เม อยํ อตฺตา นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต อวิปริณามธมฺโม สสฺสติสมํ ตเถว ฐสฺสตี’’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๙).

ตตฺถ อตฺถิ เม อตฺตาติ สสฺสตทิฏฺฐิ สพฺพกาเลสุ อตฺตโน อตฺถิตํ คณฺหาติ. สจฺจโต เถตโตติ ภูตโต จ ถิรโต จ, ‘‘อิทํ สจฺจ’’นฺติ สุฏฺฐุ ทฬฺหภาเวนาติ วุตฺตํ โหติ. นตฺถิ เม อตฺตาติ อุจฺเฉททิฏฺฐิ สโต สตฺตสฺส ตตฺถ ตตฺถ วิภวคฺคหณโต. อถ วา ปุริมาปิ ตีสุ กาเลสุ อตฺถีติ คหณโต สสฺสตทิฏฺฐิ, ปจฺจุปฺปนฺนเมว อตฺถีติ คณฺหนฺตี อุจฺเฉททิฏฺฐิ, ปจฺฉิมาปิ อตีตานาคเตสุ นตฺถีติ คหณโต ‘‘ภสฺสนฺตา อาหุติโย’’ติ คหิตทิฏฺฐิคติกานํ วิย อุจฺเฉททิฏฺฐิ. อตีเต เอว นตฺถีติ คณฺหนฺตี อธิจฺจสมุปฺปนฺนกสฺส วิย สสฺสตทิฏฺฐิ. อตฺตนาว อตฺตานํ สญฺชานามีติ สญฺญากฺขนฺธสีเสน ขนฺเธ อตฺตาติ คเหตฺวา สญฺญาย อวเสสกฺขนฺเธ สญฺชานโต อิมินา อตฺตนา อิมํ อตฺตานํ สญฺชานามีติ โหติ. อตฺตนาว อนตฺตานนฺติ สญฺญากฺขนฺธํเยว อตฺตาติ คเหตฺวา, อิตเร จตฺตาโรปิ อนตฺตาติ คเหตฺวา สญฺญาย เต สญฺชานโต เอวํ โหติ. อนตฺตนาว อตฺตานนฺติ สญฺญากฺขนฺธํ อนตฺตาติ คเหตฺวา, อิตเร จตฺตาโรปิ อตฺตาติ คเหตฺวา สญฺญาย เต สญฺชานโต เอวํ โหติ. สพฺพาปิ สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิโยว. วโท เวเทยฺโยติอาทโย ปน สสฺสตทิฏฺฐิยา เอว อภินิเวสาการา. ตตฺถ วทตีติ วโท, วจีกมฺมสฺส การโกติ วุตฺตํ โหติ. เวทยตีติ เวเทยฺโย, ชานาติ อนุภวติ จาติ วุตฺตํ โหติ. กึ เวเทตีติ? ตตฺร ตตฺร กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากํ ปฏิสํเวเทติ. ตตฺร ตตฺราติ เตสุ เตสุ โยนิคติฐิตินิวาสนิกาเยสุ อารมฺมเณสุ วา. นิจฺโจติ อุปฺปาทวยรหิโต. ธุโวติ ถิโร สารภูโต. สสฺสโตติ สพฺพกาลิโก. อวิปริณามธมฺโมติ อตฺตโน ปกติภาวํ อวิชหนธมฺโม, กกณฺฏโก วิย นานปฺปการตํ นาปชฺชติ. สสฺสติสมนฺติ จนฺทสูริยสมุทฺทมหาปถวีปพฺพตา โลกโวหาเรน สสฺสติโยติ วุจฺจนฺติ. สสฺสตีหิ สมํ สสฺสติสมํ. ยาว สสฺสติโย ติฏฺฐนฺติ, ตาว ตเถว ฐสฺสตีติ คณฺหโต เอวํ ทิฏฺฐิ โหติ.

ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺเค ปน ‘‘ตตฺร ตตฺร ทีฆรตฺตํ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากํ ปจฺจนุโภติ, น โส ชาโต นาโหสิ, น โส ชาโต น ภวิสฺสติ, นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต อวิปริณามธมฺโมติ วา ปนสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตี’’ติ (วิภ. ๙๔๘) ฉ ทิฏฺฐี เอวํ วิเสเสตฺวา วุตฺตา.

ตตฺถ น โส ชาโต นาโหสีติ โส อตฺตา อชาติธมฺมโต น ชาโต นาม, สทา วิชฺชมาโนเยวาติ อตฺโถ. เตเนว อตีเต นาโหสิ, อนาคเต น ภวิสฺสติ. โย หิ ชาโต, โส อโหสิ. โย จ ชายิสฺสติ, โส ภวิสฺสตีติ วุจฺจติ. อถ วา น โส ชาโต นาโหสีติ โส สทา วิชฺชมานตฺตา อตีเตปิ น ชาตุ น อโหสิ, อนาคเตปิ น ชาตุ น ภวิสฺสติ. อนุสยา วุตฺตตฺถา.

สตฺตหิ สญฺโญชเนหีติ สตฺตกนิปาเต วุตฺเตหิ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ –

‘‘สตฺติมานิ, ภิกฺขเว, สํโยชนานิ. กตมานิ สตฺต? อนุนยสํโยชนํ, ปฏิฆสํโยชนํ, ทิฏฺฐิสํโยชนํ, วิจิกิจฺฉาสํโยชนํ, มานสํโยชนํ, ภวราคสํโยชนํ, อวิชฺชาสํโยชนํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, สตฺต สํโยชนานี’’ติ (อ. นิ. ๗.๘).

ตตฺถ อนุนยสํโยชนนฺติ กามราคสํโยชนํ. สพฺพาเนเวตานิ พนฺธนฏฺเฐน สํโยชนานิ.

สตฺตหิ มาเนหีติ ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺเค วุตฺเตหิ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ –

‘‘มาโน, อติมาโน, มานาติมาโน, โอมาโน, อธิมาโน, อสฺมิมาโน, มิจฺฉามาโน’’ติ (วิภ. ๙๕๐).

ตตฺถ มาโนติ เสยฺยาทิวเสน ปุคฺคลํ อนามสิตฺวา ชาติอาทีสุ วตฺถุวเสเนว อุนฺนติ. อติมาโนติ ชาติอาทีหิ ‘‘มยา สทิโส นตฺถี’’ติ อติกฺกมิตฺวา อุนฺนติ. มานาติมาโนติ ‘‘อยํ ปุพฺเพ มยา สทิโส, อิทานิ อหํ เสฏฺโฐ, อยํ หีนตโร’’ติ อุปฺปนฺนมาโน. โอมาโนติ ชาติอาทีหิ อตฺตานํ เหฏฺฐา กตฺวา ปวตฺตมาโน, หีโนหมสฺมีติ มาโนเยว. อธิมาโนติ อนธิคเตเยว จตุสจฺจธมฺเม อธิคโตติ มาโน. อยํ ปน อธิมาโน ปริสุทฺธสีลสฺส กมฺมฏฺฐาเน อปฺปมตฺตสฺส นามรูปํ ววตฺถเปตฺวา ปจฺจยปริคฺคเหน วิติณฺณกงฺขสฺส ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส อารทฺธวิปสฺสกสฺส ปุถุชฺชนสฺส อุปฺปชฺชติ, น อญฺเญสํ. อสฺมิมาโนติ รูปาทีสุ ขนฺเธสุ อสฺมีติ มาโน, ‘‘อหํ รูป’’นฺติอาทิวเสน อุปฺปนฺนมาโนติ วุตฺตํ โหติ. มิจฺฉามาโนติ ปาปเกน กมฺมายตนาทินา อุปฺปนฺนมาโน.

โลกธมฺมา วุตฺตตฺถา. สมฺปริวตฺตตีติ โลกธมฺเมหิ เหตุภูเตหิ ลาภาทีสุ จตูสุ อนุโรธวเสน, อลาภาทีสุ จตูสุ ปฏิวิโรธวเสน ภุสํ นิวตฺตติ, ปกติภาวํ ชหาตีติ อตฺโถ. มิจฺฉตฺตาปิ วุตฺตตฺถา. นิยฺยาโตติ คโต ปกฺขนฺโท, อภิภูโตติ อตฺโถ.

อฏฺฐหิ ปุริสโทเสหีติ อฏฺฐกนิปาเต อุปมาหิ สห, ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺเค อุปมํ วินา วุตฺเตหิ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ –

‘‘กตเม อฏฺฐ ปุริสโทสา? อิธ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน ‘น สรามิ น สรามี’ติ อสฺสติยาว นิพฺเพเฐติ. อยํ ปฐโม ปุริสโทโส.

‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน โจทกํเยว ปฏิปฺผรติ ‘กึ นุ โข ตุยฺหํ พาลสฺส อพฺยตฺตสฺส ภณิเตน, ตฺวมฺปิ นาม มํ ภณิตพฺพํ มญฺญสี’ติ? อยํ ทุติโย ปุริสโทโส.

‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน โจทกํเยว ปจฺจาโรเปติ ‘ตฺวมฺปิ โขสิ อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโน, ตฺวํ ตาว ปฐมํ ปฏิกโรหี’ติ. อยํ ตติโย ปุริสโทโส.

‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรติ, พหิทฺธา กถํ อปนาเมติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. อยํ จตุตฺโถ ปุริสโทโส.

‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน สงฺฆมชฺเฌ พาหาวิกฺเขปกํ ภณติ. อยํ ปญฺจโม ปุริสโทโส.

‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน อนาทิยิตฺวา สงฺฆํ อนาทิยิตฺวา โจทกํ สาปตฺติโกว เยน กามํ ปกฺกมติ. อยํ ฉฏฺโฐ ปุริสโทโส.

‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน ‘เนวาหํ อาปนฺโนมฺหิ, น ปนาหํ อนาปนฺโนมฺหี’ติ โส ตุณฺหีภูโต สงฺฆํ วิเหเสติ. อยํ สตฺตโม ปุริสโทโส.

‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน เอวมาห – ‘กึ นุ โข ตุเมฺห อายสฺมนฺโต อติพาฬฺหํ มยิ พฺยาวฏา? อิทานาหํ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺติสฺสามี’ติ. โส สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺติตฺวา เอวมาห ‘อิทานิ โข ตุเมฺห อายสฺมนฺโต อตฺตมนา โหถา’ติ. อยํ อฏฺฐโม ปุริสโทโส. อิเม อฏฺฐ ปุริสโทสา’’ติ (วิภ. ๙๕๗; อ. นิ. ๘.๑๔).

ตตฺถ ปุริสโทสาติ ปุริสานํ โทสา, เต ปน ปุริสสนฺตานํ ทูเสนฺตีติ โทสา. น สรามิ น สรามีติ ‘‘มยา เอตสฺส กมฺมสฺส กตฏฺฐานํ นสฺสรามิ น สลฺลกฺเขมี’’ติ เอวํ อสฺสติภาเวน นิพฺเพเฐติ โมเจติ. โจทกํเยว ปฏิปฺผรตีติ ปฏิวิรุทฺโธ หุตฺวา ผรติ, ปฏิอาณิภาเวน ติฏฺฐติ. กึ นุ โข ตุยฺหนฺติ ตุยฺหํ พาลสฺส อพฺยตฺตสฺส ภณิเตน นาม กึ, โย ตฺวํ เนว วตฺถุํ, น อาปตฺตึ, น โจทนํ ชานาสีติ ทีเปติ. ตฺวมฺปิ นาม เอวํ กิญฺจิ อชานนฺโต ภณิตพฺพํ มญฺญสีติ อชฺโฌตฺถรติ. ปจฺจาโรเปตีติ ‘‘ตฺวมฺปิ โขสี’’ติอาทีนิ วทนฺโต ปติอาโรเปติ. ปฏิกโรหีติ เทสนาคามินึ เทเสหิ, วุฏฺฐานคามินิโต วุฏฺฐาหิ, ตโต สุทฺธนฺเต ปติฏฺฐิโต อญฺญํ โจเทสฺสสีติ ทีเปติ. อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตีติ อญฺเญน การเณน, วจเนน วา อญฺญํ การณํ, วจนํ วา ปฏิจฺฉาเทติ. ‘‘อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ วุตฺโต ‘‘โก อาปนฺโน, กึ อาปนฺโน, กิสฺมึ อาปนฺโน, กถํ อาปนฺโน, กํ ภณถ, กึ ภณถา’’ติ ภณติ. ‘‘เอวรูปํ กิญฺจิ ตยา ทิฏฺฐ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘น สุณามี’’ติ โสตํ อุปเนติ. พหิทฺธา กถํ อปนาเมตีติ ‘‘อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘ปาฏลิปุตฺตํ คโตมฺหี’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘น ตว ปาฏลิปุตฺตคมนํ ปุจฺฉามา’’ติ วุตฺเต ตโต ราชคหํ คโตมฺหีติ. ‘‘ราชคหํ วา ยาหิ พฺราหฺมณเคหํ วา, อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ. ‘‘ตตฺถ เม สูกรมํสํ ลทฺธ’’นฺติอาทีนิ วทนฺโต กถํ พหิทฺธา วิกฺขิปติ. โกปนฺติ กุปิตภาวํ, โทสนฺติ ทุฏฺฐภาวํ. อุภยมฺเปตํ โกธสฺเสว นามํ. อปฺปจฺจยนฺติ อสนฺตุฏฺฐาการํ, โทมนสฺสสฺเสตํ นามํ. ปาตุกโรตีติ ทสฺเสติ ปกาเสติ. พาหาวิกฺเขปกํ ภณตีติ พาหํ วิกฺขิปิตฺวา วิกฺขิปิตฺวา อลชฺชิวจนํ วทติ. อนาทิยิตฺวาติ จิตฺตีกาเรน อคฺคเหตฺวา อวชานิตฺวา, อนาทโร หุตฺวาติ อตฺโถ. วิเหเสตีติ วิเหเฐติ พาธติ. อติพาฬฺหนฺติ อติทฬฺหํ อติปฺปมาณํ. มยิ พฺยาวฏาติ มยิ พฺยาปารํ อาปนฺนา. หีนายาวตฺติตฺวาติ หีนสฺส คิหิภาวสฺส อตฺถาย อาวตฺติตฺวา, คิหี หุตฺวาติ อตฺโถ. อตฺตมนา โหถาติ ตุฏฺฐจิตฺตา โหถ, ‘‘มยา ลภิตพฺพํ ลภถ, มยา วสิตพฺพฏฺฐาเน วสถ, ผาสุวิหาโร โว มยา กโต’’ติ อธิปฺปาเยน วทติ. ทุสฺสตีติ ทุฏฺโฐ โหติ.

นวหิ อาฆาตวตฺถูหีติ สตฺเตสุ อุปฺปตฺติวเสเนว กถิตานิ. ยถาห –

‘‘นวยิมานิ, ภิกฺขเว, อาฆาตวตฺถูนิ. กตมานิ นว? ‘อนตฺถํ เม อจรี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ, ‘อนตฺถํ เม จรตี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ, ‘อนตฺถํ เม จริสฺสตี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ, ‘ปิยสฺส เม มนาปสฺส อนตฺถํ อจริ, อนตฺถํ จรติ, อนตฺถํ จริสฺสตี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ, ‘อปฺปิยสฺส เม อมนาปสฺส อตฺถํ อจริ, อตฺถํ จรติ, อตฺถํ จริสฺสตี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, นว อาฆาตวตฺถูนี’’ติ (อ. นิ. ๙.๒๙).

ตตฺถ อาฆาตวตฺถูนีติ อาฆาตการณานิ. อาฆาตนฺติ เจตฺถ โกโป, โสเยว อุปรูปริ โกปสฺส วตฺถุตฺตา อาฆาตวตฺถุ. อาฆาตํ พนฺธตีติ โกปํ พนฺธติ กโรติ อุปฺปาเทติ. ‘‘อตฺถํ เม นาจริ, น จรติ, น จริสฺสติ. ปิยสฺส เม มนาปสฺส อตฺถํ นาจริ, น จรติ, น จริสฺสติ. อปฺปิยสฺส เม อมนาปสฺส อนตฺถํ นาจริ, น จรติ, น จริสฺสตี’’ติ (มหานิ. ๘๕; วิภ. ๙๖๐; ธ. ส. ๑๐๖๖) นิทฺเทเส วุตฺตานิ อปรานิปิ นว อาฆาตวตฺถูนิ อิเมเหว นวหิ สงฺคหิตานิ. อาฆาติโตติ ฆฏฺฏิโต.

นววิธมาเนหีติ กตเม นววิธมานา? เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน, เสยฺยสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน, เสยฺยสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน. สทิสสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน, สทิสสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน, สทิสสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน. หีนสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน, หีนสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน, หีนสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน. อิเม นววิธมานา (วิภ. ๙๖๒).

เอตฺถ ปน เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน ราชูนญฺเจว ปพฺพชิตานญฺจ อุปฺปชฺชติ. ราชา หิ ‘‘รฏฺเฐน วา ธเนน วา วาหเนหิ วา โก มยา สทิโส อตฺถี’’ติ เอตํ มานํ กโรติ, ปพฺพชิโตปิ ‘‘สีลธุตงฺคาทีหิ โก มยา สทิโส อตฺถี’’ติ เอตํ มานํ กโรติ.

เสยฺยสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโนปิ เอเตสํเยว อุปฺปชฺชติ. ราชา หิ ‘‘รฏฺเฐน วา ธเนน วา วาหเนหิ วา อญฺญราชูหิ สทฺธึ มยฺหํ กึ นานากรณ’’นฺติ เอตํ มานํ กโรติ, ปพฺพชิโตปิ ‘‘สีลธุตงฺคาทีหิ อญฺเญน ภิกฺขุนา มยฺหํ กึ นานากรณ’’นฺติ เอตํ มานํ กโรติ.

เสยฺยสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโนปิ เอเตสํเยว อุปฺปชฺชติ. ยสฺส หิ รญฺโญ รฏฺฐํ วา ธนํ วา วาหนาทีนิ วา นาติสมฺปนฺนานิ โหนฺติ, โส ‘‘มยฺหํ ราชาติ โวหารสุขมตฺตกเมว, กึ ราชา นาม อห’’นฺติ เอตํ มานํ กโรติ, ปพฺพชิโตปิ อปฺปลาภสกฺกาโร ‘‘อหํ ธมฺมกถิโก พหุสฺสุโต มหาเถโรติ กถามตฺตเมว, กึ ธมฺมกถิโก นามาหํ, กึ พหุสฺสุโต นามาหํ, กึ มหาเถโร นามาหํ, ยสฺส เม ลาภสกฺกาโร นตฺถี’’ติ เอตํ มานํ กโรติ.

สทิสสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มานาทโย อมจฺจาทีนํ อุปฺปชฺชนฺติ. อมจฺโจ วา หิ รฏฺฐิโย วา ‘‘โภคยานวาหนาทีหิ โก มยา สทิโส อญฺโญ ราชปุริโส อตฺถี’’ติ วา, ‘‘มยฺหํ อญฺเญหิ สทฺธึ กึ นานากรณ’’นฺติ วา, ‘‘อมจฺโจติ นามเมว มยฺหํ, ฆาสจฺฉาทนมตฺตมฺปิ เม นตฺถิ, กึ อมจฺโจ นามาห’’นฺติ วา เอตํ มานํ กโรติ.

หีนสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มานาทโย ทาสาทีนํ อุปฺปชฺชนฺติ. ทาโส หิ ‘‘มาติโต วา ปิติโต วา โก มยา สทิโส อญฺโญ ทาโส นาม อตฺถิ, อญฺเญ ชีวิตุํ อสกฺโกนฺตา กุจฺฉิเหตุ ทาสา นาม ชาตา, อหํ ปน ปเวณิอาคตตฺตา เสยฺโย’’ติ วา, ‘‘ปเวณิอาคตภาเวน อุภโตสุทฺธิกทาสตฺเตน อสุกทาเสน นาม สทฺธึ มยฺหํ กึ นานากรณ’’นฺติ วา, ‘‘กุจฺฉิวเสนาหํ ทาสพฺยํ อุปคโต, มาตาปิตุโกฏิยา ปน เม ทาสฏฺฐานํ นตฺถิ, กึ ทาโส นาม อห’’นฺติ วา เอตํ มานํ กโรติ. ยถา จ ทาโส, เอวํ ปุกฺกุสจณฺฑาลาทโยปิ เอตํ มานํ กโรนฺติเยว. เอตฺถ จ เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ อุปฺปนฺนมาโนว ยาถาวมาโน, อิตเร เทฺว อยาถาวมานา. ตถา สทิสสฺส สทิโสหมสฺมีติ หีนสฺส หีโนหมสฺมีติ อุปฺปนฺนมาโนว ยาถาวมาโน, อิตเร เทฺว อยาถาวมานา. ตตฺถ ยาถาวมานา อรหตฺตมคฺควชฺฌา, อยาถาวมานา โสตาปตฺติมคฺควชฺฌาติ.

ตณฺหามูลกา วุตฺตาเยว. รชฺชตีติ น เกวลํ ราเคเนว รชฺชติ, อถ โข ตณฺหามูลกานํ ปริเยสนาทีนมฺปิ สมฺภวโต ตณฺหามูลเกหิ สพฺเพหิ อกุสลธมฺเมหิ รชฺชติ, ยุชฺชติ พชฺฌตีติ อธิปฺปาโย.

ทสหิ กิเลสวตฺถูหีติ กตมานิ ทส กิเลสวตฺถูนิ? โลโภ, โทโส, โมโห, มาโน, ทิฏฺฐิ, วิจิกิจฺฉา, ถินํ, อุทฺธจฺจํ, อหิริกํ, อโนตฺตปฺปนฺติ อิมานิ ทส กิเลสวตฺถูนิ (วิภ. ๙๖๖).

ตตฺถ กิเลสา เอว กิเลสวตฺถูนิ, วสนฺติ วา เอตฺถ อขีณาสวา สตฺตา โลภาทีสุ ปติฏฺฐิตตฺตาติ วตฺถูนิ, กิเลสา จ เต ตปฺปติฏฺฐานํ สตฺตานํ วตฺถูนิ จาติ กิเลสวตฺถูนิ. ยสฺมา เจตฺถ อนนฺตรปจฺจยาทิภาเวน อุปฺปชฺชมานาปิ กิเลสา วสนฺติ เอว นาม, ตสฺมา กิเลสานํ วตฺถูนีติปิ กิเลสวตฺถูนิ. ลุพฺภนฺติ เตน, สยํ วา ลุพฺภติ, ลุพฺภนมตฺตเมว วา ตนฺติ โลโภ. ทุสฺสนฺติ เตน, สยํ วา ทุสฺสติ, ทุสฺสนมตฺตเมว วา ตนฺติ โทโส. มุยฺหนฺติ เตน, สยํ วา มุยฺหติ, มุยฺหนมตฺตเมว วา ตนฺติ โมโห. มญฺญตีติ มาโน. ทิฏฺฐิอาทโย วุตฺตตฺถาว. น หิรียตีติ อหิริโก, ตสฺส ภาโว อหิริกํ. น โอตฺตปฺปตีติ อโนตฺตปฺปี, ตสฺส ภาโว อโนตฺตปฺปํ. เตสุ อหิริกํ กายทุจฺจริตาทีหิ อชิคุจฺฉนลกฺขณํ, อโนตฺตปฺปํ เตเหว อสารชฺชนลกฺขณํ, กิลิสฺสตีติ อุปตาปียติ วิพาธียติ.

ทสหิ อาฆาตวตฺถูหีติ ปุพฺเพ วุตฺเตหิ นวหิ จ ‘‘อฏฺฐาเน วา ปนาฆาโต ชายตี’’ติ (ธ. ส. ๑๐๖๖) วุตฺเตน จาติ ทสหิ. อนตฺถํ เม อจรีติอาทีนิปิ หิ อวิกปฺเปตฺวา ขาณุกณฺฏกาทิมฺหิปิ อฏฺฐาเน อาฆาโต อุปฺปชฺชติ.

ทสหิ อกุสลกมฺมปเถหีติ กตเม ทส อกุสลกมฺมปถา (ที. นิ. ๓.๓๖๐)? ปาณาติปาโต, อทินฺนาทานํ, กาเมสุมิจฺฉาจาโร, มุสาวาโท, ปิสุณา วาจา, ผรุสา วาจา, สมฺผปฺปลาโป, อภิชฺฌา, พฺยาปาโท, มิจฺฉาทิฏฺฐิ. อิเม ทส อกุสลกมฺมปถา. ตตฺถ อกุสลกมฺมานิ จ ตานิ ปถา จ ทุคฺคติยาติ อกุสลกมฺมปถา. สมนฺนาคโตติ สมงฺคีภูโต.

ทสหิ สญฺโญชเนหีติ กตมานิ ทส สํโยชนานิ (ธ. ส. ๑๑๑๘)? กามราคสํโยชนํ, ปฏิฆสํโยชนํ, มานสํโยชนํ, ทิฏฺฐิสํโยชนํ, วิจิกิจฺฉาสํโยชนํ, สีลพฺพตปรามาสสํโยชนํ, ภวราคสํโยชนํ, อิสฺสาสํโยชนํ, มจฺฉริยสํโยชนํ, อวิชฺชาสํโยชนํ, อิมานิ ทส สํโยชนานิ. มิจฺฉตฺตา วุตฺตาเยว.

ทสวตฺถุกาย มิจฺฉาทิฏฺฐิยาติ กตมา ทสวตฺถุกา มิจฺฉาทิฏฺฐิ (วิภ. ๙๗๑)? นตฺถิ ทินฺนํ, นตฺถิ ยิฏฺฐํ, นตฺถิ หุตํ, นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก, นตฺถิ อยํ โลโก, นตฺถิ ปโร โลโก, นตฺถิ มาตา, นตฺถิ ปิตา, นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา, นตฺถิ โลเก สมณพฺราหฺมณา สมฺมคฺคตา สมฺมาปฏิปนฺนา เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺติ. อยํ ทสวตฺถุกา มิจฺฉาทิฏฺฐิ.

ตตฺถ ทสวตฺถุกาติ ทส วตฺถูนิ เอติสฺสาติ ทสวตฺถุกา. นตฺถิ ทินฺนนฺติ ทินฺนํ นาม อตฺถิ, สกฺกา กสฺสจิ กิญฺจิ ทาตุนฺติ ชานาติ. ทินฺนสฺส ปน ผลํ วิปาโก นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ ยิฏฺฐนฺติ ยิฏฺฐํ วุจฺจติ มหายาโค, ตํ ยชิตุํ สกฺกาติ ชานาติ. ยิฏฺฐสฺส ปน ผลํ วิปาโก นตฺถีติ คณฺหาติ. หุตนฺติ อาหุนปาหุนมงฺคลกิริยา, ตํ กาตุํ สกฺกาติ ชานาติ. ตสฺส ปน ผลํ วิปาโก นตฺถีติ คณฺหาติ. สุกตทุกฺกฏานนฺติ เอตฺถ ทส กุสลกมฺมปถา สุกตกมฺมานิ นาม, ทส อกุสลกมฺมปถา ทุกฺกฏกมฺมานิ นาม. เตสํ อตฺถิภาวํ ชานาติ. ผลํ วิปาโก ปน นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ อยํ โลโกติ ปรโลเก ฐิโต อิมํ โลกํ นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ ปโร โลโกติ อิธโลเก ฐิโต ปรโลกํ นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ มาตา นตฺถิ ปิตาติ มาตาปิตูนํ อตฺถิภาวํ ชานาติ. เตสุ กตปฺปจฺจเยน โกจิ ผลํ วิปาโก นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกาติ จวนกอุปปชฺชนกสตฺตา นตฺถีติ คณฺหาติ. สมฺมคฺคตา สมฺมาปฏิปนฺนาติ อนุโลมปฏิปทํ ปฏิปนฺนา ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณา โลกสฺมึ นตฺถีติ คณฺหาติ. เย อิมญฺจ โลกํ…เป… ปเวเทนฺตีติ อิมญฺจ ปรญฺจ โลกํ อตฺตนาว อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน ญตฺวา ปเวทนสมตฺโถ สพฺพญฺญู พุทฺโธ นตฺถีติ คณฺหาติ.

อนฺตคฺคาหิกาย ทิฏฺฐิยาติ ‘‘สสฺสโต โลโก’’ติอาทิกํ เอเกกํ อนฺตํ ภาคํ คณฺหาตีติ อนฺตคฺคาหิกา. อถ วา อนฺตสฺส คาโห อนฺตคฺคาโห, อนฺตคฺคาโห อสฺสา อตฺถีติ อนฺตคฺคาหิกา. ตาย อนฺตคฺคาหิกาย. สา ปน วุตฺตาเยว.

อฏฺฐสตตณฺหาปปญฺจสเตหีติ อฏฺฐุตฺตรํ สตํ อฏฺฐสตํ. สํสาเร ปปญฺเจติ จิรํ วสาเปตีติ ปปญฺโจ, ตณฺหา เอว ปปญฺโจ ตณฺหาปปญฺโจ, อารมฺมณเภเทน ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติวเสน จ ตณฺหานํ พหุกตฺตา พหุวจนํ กตฺวา ตณฺหาปปญฺจานํ สตํ ตณฺหาปปญฺจสตํ. เตน ‘‘ตณฺหาปปญฺจสเตนา’’ติ วตฺตพฺเพ วจนวิปลฺลาสวเสน ‘‘ตณฺหาปปญฺจสเตหี’’ติ พหุวจนนิทฺเทโส กโต. อฏฺฐสตนฺติ สงฺขาเตน ตณฺหาปปญฺจสเตนาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อฏฺฐ อพฺโพหาริกานิ กตฺวา สตเมว คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺเค ปน ตณฺหาวิจริตานีติ อาคตํ. ยถาห –

‘‘อฏฺฐารส ตณฺหาวิจริตานิ อชฺฌตฺติกสฺส อุปาทาย, อฏฺฐารส ตณฺหาวิจริตานิ พาหิรสฺส อุปาทาย, ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญุหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ โหนฺติ. อิติ อตีตานิ ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ, อนาคตานิ ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ, ปจฺจุปฺปนฺนานิ ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญุหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา อฏฺฐตณฺหาวิจริตสตํ โหตี’’ติ (วิภ. ๘๔๒).

ตณฺหาปปญฺจาเยว ปเนตฺถ ตณฺหาวิจริตานีติ วุตฺตา. ตณฺหาสมุทาจารา ตณฺหาปวตฺติโยติ อตฺโถ. อชฺฌตฺติกสฺส อุปาทายาติ อชฺฌตฺติกํ ขนฺธปญฺจกํ อุปาทาย. อิทญฺหิ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ. วิตฺถาโร ปนสฺส ตสฺส นิทฺเทเส (วิภ. ๙๗๓) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อยํ ปน อปโร นโย – รูปารมฺมณาเยว กามตณฺหา, ภวตณฺหา, วิภวตณฺหาติ ติสฺโส ตณฺหา โหนฺติ, ตถา สทฺทาทิอารมฺมณาติ ฉสุ อารมฺมเณสุ อฏฺฐารส ตณฺหา โหนฺติ, อชฺฌตฺตารมฺมณา อฏฺฐารส, พหิทฺธารมฺมณา อฏฺฐารสาติ ฉตฺตึส โหนฺติ. ตา เอว อตีตารมฺมณา ฉตฺตึส, อนาคตารมฺมณา ฉตฺตึส, ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ฉตฺตึสาติ อฏฺฐตณฺหาวิจริตสตํ โหติ. ปปญฺจิโตติ อารมฺมเณ, สํสาเร วา ปปญฺจิโต จิรวาสิโต.

ทฺวาสฏฺฐิยา ทิฏฺฐิคเตหีติ ‘‘กตมานิ ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตานิ พฺรหฺมชาเล เวยฺยากรเณ วุตฺตานิ ภควตา? จตฺตาโร สสฺสตวาทา, จตฺตาโร เอกจฺจสสฺสตวาทา, จตฺตาโร อนฺตานนฺติกา, จตฺตาโร อมราวิกฺเขปิกา, เทฺว อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกา, โสฬส สญฺญีวาทา, อฏฺฐ อสญฺญีวาทา, อฏฺฐ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาทา, สตฺต อุจฺเฉทวาทา, ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทาติ อิมานิ ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตานิ พฺรหฺมชาเล เวยฺยากรเณ วุตฺตานิ ภควตา’’ติ (วิภ. ๙๗๗). วิตฺถาโร ปเนตฺถ พฺรหฺมชาลสุตฺเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

อหญฺจมฺหิ ติณฺโณติ อหญฺจ จตุโรฆํ, สํสารสมุทฺทํ วา ติณฺโณ อมฺหิ ภวามิ. มุตฺโตติ ราคาทิพนฺธเนหิ มุตฺโต. ทนฺโตติ นิพฺพิเสวโน นิปฺปริปฺผนฺโท. สนฺโตติ สีตีภูโต. อสฺสตฺโถติ นิพฺพานทสฺสเน ลทฺธสฺสาโส. ปรินิพฺพุโตติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต. ปโหมีติ สมตฺโถมฺหิ. โขอิติ เอกํสตฺเถ นิปาโต. ปเร จ ปรินิพฺพาเปตุนฺติ เอตฺถ ปเร จ-สทฺโท ‘‘ปเร จ ตาเรตุ’’นฺติอาทีหิปิ โยเชตพฺโพติ.

มหากรุณาญาณนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗๒-๗๓. สพฺพญฺญุตญฺญาณนิทฺเทสวณฺณนา

๑๑๙. สพฺพญฺญุตญฺญาณนิทฺเทเส กตมํ ตถาคตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาณนฺติ ปุจฺฉิตฺวา เตน สมคติกตฺตา เตเนว สห อนาวรณญาณํ นิทฺทิฏฺฐํ. น หิ อนาวรณญาณํ ธมฺมโต วิสุํ อตฺถิ, เอกเมว เหตํ ญาณํ อาการเภทโต เทฺวธา วุจฺจติ สทฺธินฺทฺริยสทฺธาพลาทีนิ วิย. สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว หิ นตฺถิ เอตสฺส อาวรณนฺติ, เกนจิ ธมฺเมน, ปุคฺคเลน วา อาวรณํ กาตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อนาวรณนฺติ วุจฺจติ อาวชฺชนปฏิพทฺธตฺตา สพฺพธมฺมานํ. อญฺเญ ปน อาวชฺชิตฺวาปิ น ชานนฺติ. เกจิ ปนาหุ ‘‘มโนวิญฺญาณํ วิย สพฺพารมฺมณิกตฺตา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. ตํเยว ญาณํ อินฺทวชิรํ วิย วิสเยสุ อปฺปฏิหตตฺตา อนาวรณญาณํ. อนุปุพฺพสพฺพญฺญุตาปฏิกฺเขโป สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, สกึสพฺพญฺญุตาปฏิกฺเขโป อนาวรณญาณํ, ภควา สพฺพญฺญุตญฺญาณปฏิลาเภนปิ สพฺพญฺญูติ วุจฺจติ, น จ อนุปุพฺพสพฺพญฺญู. อนาวรณญาณปฏิลาเภนปิ สพฺพญฺญูติ วุจฺจติ, น จ สกึสพฺพญฺญู’’ติ.

สพฺพํ สงฺขตมสงฺขตํ อนวเสสํ ชานาตีติ เอตฺถ สพฺพนฺติ ชาติวเสน สพฺพธมฺมานํ นิสฺเสสปริยาทานํ. อนวเสสนฺติ เอเกกสฺเสว ธมฺมสฺส สพฺพาการวเสน นิสฺเสสปริยาทานํ. สงฺขตมสงฺขตนฺติ ทฺวิธา ปเภททสฺสนํ. สงฺขตญฺหิ เอโก ปเภโท, อสงฺขตํ เอโก ปเภโท. ปจฺจเยหิ สงฺคมฺม กตนฺติ สงฺขตํ. ขนฺธปญฺจกํ. ตถา น สงฺขตนฺติ อสงฺขตํ. นิพฺพานํ. สงฺขตํ อนิจฺจทุกฺขานตฺตาทีหิ อากาเรหิ อนวเสสํ ชานาติ, อสงฺขตํ สุญฺญตานิมิตฺตอปฺปณิหิตาทีหิ อากาเรหิ อนวเสสํ ชานาติ. นตฺถิ เอตสฺส สงฺขตสฺส อสงฺขตสฺส จ อวเสโสติ อนวเสสํ. สงฺขตํ อสงฺขตญฺจ. อเนกเภทาปิ ปญฺญตฺติ ปจฺจเยหิ อกตตฺตา อสงฺขตปกฺขํ ภชติ. สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺหิ สพฺพาปิ ปญฺญตฺติโย อเนกเภทโต ชานาติ. อถ วา สพฺพนฺติ สพฺพธมฺมคฺคหณํ. อนวเสสนฺติ นิปฺปเทสคฺคหณํ. ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ ตตฺถ ตสฺมึ อนวเสเส สงฺขตาสงฺขเต นิสฺสงฺคตฺตา สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส อาวรณํ นตฺถีติ ตเทว สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อนาวรณญาณํ นามาติ อตฺโถ.

๑๒๐. อิทานิ อเนกวิสยเภทโต ทสฺเสตุํ อตีตนฺติอาทิมาห. ตตฺถ อตีตํ อนาคตํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ กาลเภทโต ทสฺสิตํ, จกฺขุ เจว รูปา จาติอาทิ วตฺถารมฺมณเภทโต. เอวํ ตํ สพฺพนฺติ เตสํ จกฺขุรูปานํ อนวเสสปริยาทานํ. เอวํ เสเสสุ. ยาวตาติ อนวเสสปริยาทานํ. อนิจฺจฏฺฐนฺติอาทิ สามญฺญลกฺขณเภทโต ทสฺสิตํ. อนิจฺจฏฺฐนฺติ จ อนิจฺจาการํ. ปจฺจตฺตตฺเถ วา อุปโยควจนํ. เอส นโย เอทิเสสุ. รูปสฺสาติอาทิ ขนฺธเภทโต ทสฺสิตํ. จกฺขุสฺส…เป… ชรามรณสฺสาติ เหฏฺฐา วุตฺตเปยฺยาลนเยน โยเชตพฺพํ. อภิญฺญายาติอาทีสุ เหฏฺฐา วุตฺตญาณาเนว. อภิญฺญฏฺฐนฺติ อภิชานนสภาวํ. เอส นโย เอทิเสสุ. ขนฺธานํ ขนฺธฏฺฐนฺติอาทิ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. กุสเล ธมฺเมติอาทิ กุสลตฺติกวเสน เภโท. กามาวจเร ธมฺเมติอาทิ จตุภูมกวเสน. อุภยตฺถาปิ ‘‘สพฺเพ ชานาตี’’ติ พหุวจนปาโฐ สุนฺทโร. เอกวจนโสเต ปติตตฺตา ปน โปตฺถเกสุ เอกวจเนน ลิขิตํ. ทุกฺขสฺสาติอาทิ จุทฺทสนฺนํ พุทฺธญาณานํ วิสยเภโท. อินฺทฺริยปโรปริยตฺเต ญาณนฺติอาทีนิ จตฺตาริ ญาณานิ วตฺวา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ กสฺมา น วุตฺตนฺติ เจ? วุจฺจมานสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาณตฺตา. วิสยเภทโต หิ สพฺพญฺญุตญฺญาเณ วุจฺจมาเน ตํ ญาณํ น วตฺตพฺพํ โหติ, สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปน สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส วิสโย โหติเยว.

ปุน กาฬการามสุตฺตนฺตาทีสุ (อ. นิ. ๔.๒๔) วุตฺตนเยน สพฺพญฺญุตญฺญาณภูมึ ทสฺเสนฺโต ยาวตา สเทวกสฺส โลกสฺสาติอาทิมาห. ตตฺถ สห เทเวหิ สเทวกสฺส. สห มาเรน สมารกสฺส. สห พฺรหฺมุนา สพฺรหฺมกสฺส โลกสฺส. สห สมณพฺราหฺมเณหิ สสฺสมณพฺราหฺมณิยา. สห เทวมนุสฺเสหิ สเทวมนุสฺสาย ปชาย. ปชาตตฺตา ปชาติ สตฺตโลกสฺส ปริยายวจนเมตํ. ตตฺถ สเทวกวจเนน ปญฺจกามาวจรเทวคฺคหณํ, สมารกวจเนน ฉฏฺฐกามาวจรเทวคฺคหณํ, สพฺรหฺมกวจเนน พฺรหฺมกายิกาทิพฺรหฺมคฺคหณํ, สสฺสมณพฺราหฺมณิวจเนน สาสนสฺส ปจฺจตฺถิกปจฺจามิตฺตสมณพฺราหฺมณคฺคหณํ สมิตปาปพาหิตปาปสมณพฺราหฺมณคฺคหณญฺจ, ปชาวจเนน สตฺตโลกคฺคหณํ, สเทวมนุสฺสวจเนน สมฺมุติเทวเสสมนุสฺสคฺคหณํ เวทิตพฺพํ. เอวเมตฺถ ตีหิ ปเทหิ โอกาสโลโก, ทฺวีหิ ปชาวเสน สตฺตโลโก คหิโตติ เวทิตพฺโพ.

อปโร นโย – สเทวกคฺคหเณน อรูปาวจรโลโก คหิโต, สมารกคฺคหเณน ฉกามาวจรเทวโลโก, สพฺรหฺมกคฺคหเณน รูปาวจรพฺรหฺมโลโก, สสฺสมณพฺราหฺมณาทิคฺคหเณน จตุปริสวเสน, สมฺมุติเทเวหิ วา สห มนุสฺสโลโก, อวเสสสตฺตโลโก วา.

อปิเจตฺถ สเทวกวจเนน อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทโต สพฺพสฺสปิ โลกสฺส ทิฏฺฐาทิชานนภาวํ สาเธติ. ตโต เยสํ สิยา ‘‘มาโร มหานุภาโว ฉกามาวจริสฺสโร วสวตฺตี, กึ ตสฺสาปิ ทิฏฺฐาทึ ชานาตี’’ติ, เตสํ วิมตึ วิธมนฺโต ‘‘สมารกสฺสา’’ติ อาห. เยสํ ปน สิยา ‘‘พฺรหฺมา มหานุภาโว เอกงฺคุลิยา เอกสฺมึ จกฺกวาฬสหสฺเส อาโลกํ ผรติ, ทฺวีหิ…เป… ทสหิ องฺคุลีหิ ทสสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ อาโลกํ ผรติ, อนุตฺตรญฺจ ฌานสมาปตฺติสุขํ ปฏิสํเวเทติ, กึ ตสฺสาปิ ทิฏฺฐาทึ ชานาตี’’ติ, เตสํ วิมตึ วิธมนฺโต ‘‘สพฺรหฺมกสฺสา’’ติ อาห. ตโต เยสํ สิยา ‘‘ปุถู สมณพฺราหฺมณา สาสนสฺส ปจฺจตฺถิกา, กึ เตสมฺปิ ทิฏฺฐาทึ ชานาตี’’ติ, เตสํ วิมตึ วิธมนฺโต ‘‘สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชายา’’ติ อาห. เอวํ อุกฺกฏฺฐานํ ทิฏฺฐาทิชานนภาวํ ปกาเสตฺวา อถ สมฺมุติเทเว อวเสสมนุสฺเส จ อุปาทาย อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวเสน เสสสตฺตโลกสฺส ทิฏฺฐาทิชานนภาวํ ปกาเสติ. อยเมตฺถ อนุสนฺธิกฺกโม. โปราณา ปนาหุ – สเทวกสฺสาติ เทวตาหิ สทฺธึ อวเสสโลกสฺส. สมารกสฺสาติ มาเรน สทฺธึ อวเสสโลกสฺส. สพฺรหฺมกสฺสาติ พฺรเหฺมหิ สทฺธึ อวเสสโลกสฺส. เอวํ สพฺเพปิ ติภวูปเค สตฺเต ตีหากาเรหิ ตีสุ ปเทสุ ปกฺขิปิตฺวา ปุน ทฺวีหากาเรหิ ปริยาทาตุํ สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสายาติ วุตฺตํ. เอวํ ปญฺจหิ ปเทหิ เตน เตน อากาเรน เตธาตุกเมว ปริยาทินฺนํ โหตีติ.

ทิฏฺฐนฺติ รูปายตนํ. สุตนฺติ สทฺทายตนํ. มุตนฺติ ปตฺวา คเหตพฺพโต คนฺธายตนํ, รสายตนํ, โผฏฺฐพฺพายตนํ. วิญฺญาตนฺติ สุขทุกฺขาทิธมฺมารมฺมณํ. ปตฺตนฺติ ปริเยสิตฺวา วา อปริเยสิตฺวา วา ปตฺตํ. ปริเยสิตนฺติ ปตฺตํ วา อปฺปตฺตํ วา ปริเยสิตํ. อนุวิจริตํ มนสาติ จิตฺเตน อนุสญฺจริตํ. สพฺพํ ชานาตีติ อิมินา เอตํ ทสฺเสติ – ยํ อปริมานาสุ โลกธาตูสุ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส ‘‘นีลํ ปีต’’นฺติอาทิ (ธ. ส. ๖๑๙) รูปารมฺมณํ จกฺขุทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, อยํ สตฺโต อิมสฺมึ ขเณ อิมํ นาม รูปารมฺมณํ ทิสฺวา สุมโน วา ทุมฺมโน วา มชฺฌตฺโต วา ชาโตติ ตํ สพฺพํ ตถาคตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ชานาติ. ตถา ยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส ‘‘เภริสทฺโท, มุทิงฺคสทฺโท’’ติอาทิ สทฺทารมฺมณํ โสตทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, ‘‘มูลคนฺโธ ตจคนฺโธ’’ติอาทิ (ธ. ส. ๖๒๔-๖๒๗) คนฺธารมฺมณํ ฆานทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, ‘‘มูลรโส, ขนฺธรโส’’ติอาทิ (ธ. ส. ๖๒๘-๖๓๑) รสารมฺมณํ ชิวฺหาทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, ‘‘กกฺขฬํ, มุทุก’’นฺติอาทิ (ธ. ส. ๖๔๗-๖๕๐) ปถวีธาตุเตโชธาตุวาโยธาตุเภทํ โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ กายทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, อยํ สตฺโต อิมสฺมึ ขเณ อิมํ นาม โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ ผุสิตฺวา สุมโน วา ทุมฺมโน วา มชฺฌตฺโต วา ชาโตติ ตํ สพฺพํ ตถาคตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ชานาติ. ตถา ยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส สุขทุกฺขาทิเภทํ ธมฺมารมฺมณํ มโนทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉติ, อยํ สตฺโต อิมสฺมึ ขเณ อิมํ นาม ธมฺมารมฺมณํ วิชานิตฺวา สุมโน วา ทุมฺมโน วา มชฺฌตฺโต วา ชาโตติ ตํ สพฺพํ ตถาคตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ชานาติ. อิมสฺส ปน มหาชนสฺส ปริเยสิตฺวา อปฺปตฺตมฺปิ อตฺถิ, ปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อตฺถิ. อปริเยสิตฺวา อปฺปตฺตมฺปิ อตฺถิ, อปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อตฺถิ. สพฺพํ ตถาคตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาเณน อปฺปตฺตํ นาม นตฺถีติ.

๑๒๑. ปุน อปเรน ปริยาเยน สพฺพญฺญุตญฺญาณภาวสาธนตฺถํ น ตสฺสาติ คาถมาห. ตตฺถ น ตสฺส อทฺทิฏฺฐมิธตฺถิ กิญฺจีติ ตสฺส ตถาคตสฺส อิธ อิมสฺมึ เตธาตุเก โลเก, อิมสฺมึ ปจฺจุปฺปนฺนกาเล วา ปญฺญาจกฺขุนา อทฺทิฏฺฐํ นาม กิญฺจิ อปฺปมตฺตกมฺปิ น อตฺถิ น สํวิชฺชติ. อตฺถีติ อิทํ วตฺตมานกาลิกํ อาขฺยาตปทํ. อิมินา ปจฺจุปฺปนฺนกาลิกสฺส สพฺพธมฺมสฺส ญาตภาวํ ทสฺเสติ. คาถาพนฺธสุขตฺถํ ปเนตฺถ ท-กาโร สํยุตฺโต. อโถ อวิญฺญาตนฺติ เอตฺถ อโถอิติ วจโนปาทาเน นิปาโต. อวิญฺญาตนฺติ อตีตกาลิกํ อวิญฺญาตํ นาม กิญฺจิ ธมฺมชาตํ. นาโหสีติ ปาฐเสโส. อพฺยยภูตสฺส อตฺถิสทฺทสฺส คหเณ ปาฐเสสํ วินาปิ ยุชฺชติเยว. อิมินา อตีตกาลิกสฺส สพฺพธมฺมสฺส ญาตภาวํ ทสฺเสติ. อชานิตพฺพนฺติ อนาคตกาลิกํ อชานิตพฺพํ นาม ธมฺมชาตํ น ภวิสฺสติ, นตฺถิ วา. อิมินา อนาคตกาลิกสฺส สพฺพธมฺมสฺส ญาตภาวํ ทสฺเสติ. ชานนกิริยาวิเสสนมตฺตเมว วา เอตฺถ อ-กาโร. สพฺพํ อภิญฺญาสิ ยทตฺถิ เนยฺยนฺติ เอตฺถ ยํ เตกาลิกํ วา กาลวิมุตฺตํ วา เนยฺยํ ชานิตพฺพํ กิญฺจิ ธมฺมชาตํ อตฺถิ, ตํ สพฺพํ ตถาคโต อภิญฺญาสิ อธิเกน สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ชานิ ปฏิวิชฺฌิ. เอตฺถ อตฺถิสทฺเทน เตกาลิกสฺส กาลวิมุตฺตสฺส จ คหณา อตฺถิ-สทฺโท อพฺยยภูโตเยว ทฏฺฐพฺโพ. ตถาคโต เตน สมนฺตจกฺขูติ กาลวเสน โอกาสวเสน จ นิปฺปเทสตฺตา สมนฺตา สพฺพโต ปวตฺตํ ญาณจกฺขุ อสฺสาติ สมนฺตจกฺขุ. เตน ยถาวุตฺเตน การเณน ตถาคโต สมนฺตจกฺขุ, สพฺพญฺญูติ วุตฺตํ โหติ. อิมิสฺสา คาถาย ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย สพฺพญฺญุตญฺญาณํ สาธิตํ.

ปุน พุทฺธญาณานํ วิสยวเสน สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ทสฺเสตุกาโม สมนฺตจกฺขูติ เกนฏฺเฐน สมนฺตจกฺขูติอาทิมาห. ตตฺถ คาถาย สมนฺตจกฺขูติ วุตฺตปเท ยํ ตํ สมนฺตจกฺขุ, ตํ เกนฏฺเฐน สมนฺตจกฺขูติ อตฺโถ. อตฺโถ ปนสฺส ยาวตา ทุกฺขสฺส ทุกฺขฏฺโฐติอาทีหิ วุตฺโตเยว โหติ. สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺหิ สมนฺตจกฺขุ. ยถาห – ‘‘สมนฺตจกฺขุ วุจฺจติ สพฺพญฺญุตญฺญาณ’’นฺติ (จูฬนิ. โธตกมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๓๒). ตสฺมึ สพฺพญฺญุตญฺญาณฏฺเฐ วุตฺเต สมนฺตจกฺขุฏฺโฐ วุตฺโตเยว โหตีติ. พุทฺธสฺเสว ญาณานีติ พุทฺธญาณานิ. ทุกฺเข ญาณาทีนิปิ หิ สพฺพากาเรน พุทฺธสฺเสว ภควโต ปวตฺตนฺติ, อิตเรสํ ปน เอกเทสมตฺเตเนว ปวตฺตนฺติ. สาวกสาธารณานีติ ปน เอกเทเสนาปิ อตฺถิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. สพฺโพ ญาโตติ สพฺโพ ญาเณน ญาโต. อญฺญาโต ทุกฺขฏฺโฐ นตฺถีติ วุตฺตเมว อตฺถํ ปฏิเสเธน วิภาเวติ. สพฺโพ ทิฏฺโฐติ น เกวลํ ญาตมตฺโตเยว, อถ โข จกฺขุนา ทิฏฺโฐ วิย กโต. สพฺโพ วิทิโตติ น เกวลํ ทิฏฺฐมตฺโตเยว, อถ โข ปากโฏ. สพฺโพ สจฺฉิกโตติ น เกวลํ วิทิโตเยว, อถ โข ตตฺถ ญาณปฏิลาภวเสน ปจฺจกฺขีกโต. สพฺโพ ผสฺสิโตติ น เกวลํ สจฺฉิกโตเยว, อถ โข ปุนปฺปุนํ ยถารุจิ สมุทาจารวเสน ผุฏฺโฐติ. อถ วา ญาโต สภาวลกฺขณวเสน. ทิฏฺโฐ สามญฺญลกฺขณวเสน. วิทิโต รสวเสน. สจฺฉิกโต ปจฺจุปฏฺฐานวเสน. ผสฺสิโต ปทฏฺฐานวเสน. อถ วา ญาโต ญาณุปฺปาทวเสน. ทิฏฺโฐ จกฺขุปฺปาทวเสน. วิทิโต ปญฺญุปฺปาทวเสน. สจฺฉิกโต วิชฺชุปฺปาทวเสน. ผสฺสิโต อาโลกุปฺปาทวเสน. ‘‘ยาวตา ทุกฺขสฺส ทุกฺขฏฺโฐ, สพฺโพ ทิฏฺโฐ, อทิฏฺโฐ ทุกฺขฏฺโฐ นตฺถี’’ติอาทินา นเยน จ ‘‘ยาวตา สเทวกสฺส โลกสฺส…เป… อนุวิจริตํ มนสา, สพฺพํ ญาตํ, อญฺญาตํ นตฺถี’’ติอาทินา นเยน จ วิตฺถาโร เวทิตพฺโพ. ปฐมํ วุตฺตคาถา นิคมนวเสน ปุน วุตฺตา. ตํนิคมเนเยว หิ กเต ญาณนิคมนมฺปิ กตเมว โหตีติ.

สพฺพญฺญุตญฺญาณนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สทฺธมฺมปฺปกาสินิยา ปฏิสมฺภิทามคฺค-อฏฺฐกถาย

ญาณกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ทิฏฺฐิกถา

๑. อสฺสาททิฏฺฐินิทฺเทสวณฺณนา

๑๒๒. อิทานิ ญาณกถานนฺตรํ กถิตาย ทิฏฺฐิกถาย อนุปุพฺพอนุวณฺณนา อนุปฺปตฺตา. อยญฺหิ ทิฏฺฐิกถา ญาณกถาย กตญาณปริจยสฺส สมธิคตสมฺมาทิฏฺฐิสฺส มิจฺฉาทิฏฺฐิมลวิโสธนา สุกรา โหติ, สมฺมาทิฏฺฐิ จ สุปริสุทฺธา โหตีติ ญาณกถานนฺตรํ กถิตา. ตตฺถ กา ทิฏฺฐีติอาทิกา ปุจฺฉา. กา ทิฏฺฐีติ อภินิเวสปรามาโส ทิฏฺฐีติอาทิกํ ปุจฺฉิตปุจฺฉาย วิสฺสชฺชนํ. กถํ อภินิเวสปรามาโส ทิฏฺฐีติอาทิโก วิสฺสชฺชิตวิสฺสชฺชนสฺส วิตฺถารนิทฺเทโส, สพฺพาว ตา ทิฏฺฐิโย อสฺสาททิฏฺฐิโยติอาทิกา ทิฏฺฐิสุตฺตสํสนฺทนาติ เอวมิเม จตฺตาโร ปริจฺเฉทา. ตตฺถ ปุจฺฉาปริจฺเฉเท ตาว กา ทิฏฺฐีติ ธมฺมปุจฺฉา, สภาวปุจฺฉา. กติ ทิฏฺฐิฏฺฐานานีติ เหตุปุจฺฉา ปจฺจยปุจฺฉา, กิตฺตกานิ ทิฏฺฐีนํ การณานีติ อตฺโถ. กติ ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานานีติ สมุทาจารปุจฺฉา วิการปุจฺฉา. ทิฏฺฐิโย เอว หิ สมุทาจารวเสน จิตฺตํ ปริโยนนฺธนฺติโย อุฏฺฐหนฺตีติ ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานานิ นาม โหนฺติ. กติ ทิฏฺฐิโยติ ทิฏฺฐีนํ สงฺขาปุจฺฉา คณนาปุจฺฉา. กติ ทิฏฺฐาภินิเวสาติ วตฺถุปฺปเภทวเสน อารมฺมณนานตฺตวเสน ทิฏฺฐิปฺปเภทปุจฺฉา. ทิฏฺฐิโย เอว หิ ตํ ตํ วตฺถุํ ตํ ตํ อารมฺมณํ อภินิวิสนฺติ ปรามสนฺตีติ ทิฏฺฐิปรามาสาติ วุจฺจนฺติ. กตโม ทิฏฺฐิฏฺฐานสมุคฺฆาโตติ ทิฏฺฐีนํ ปฏิปกฺขปุจฺฉา ปหานูปายปุจฺฉา. ทิฏฺฐิการณานิ หิ ขนฺธาทีนิ ทิฏฺฐิสมุคฺฆาเตน ตาสํ การณานิ น โหนฺตีติ ตานิ จ การณานิ สมุคฺฆาติตานิ นาม โหนฺติ. ตสฺมา ทิฏฺฐิฏฺฐานานิ สมฺมา ภุสํ หญฺญนฺติ เอเตนาติ ทิฏฺฐิฏฺฐานสมุคฺฆาโตติ วุจฺจติ.

อิทานิ เอตาสํ ฉนฺนํ ปุจฺฉานํ กา ทิฏฺฐีติอาทีนิ ฉ วิสฺสชฺชนานิ. ตตฺถ กา ทิฏฺฐีติ วิสฺสชฺเชตพฺพปุจฺฉา. อภินิเวสปรามาโส ทิฏฺฐีติ วิสฺสชฺชนํ. สา ปน อนิจฺจาทิเก วตฺถุสฺมึ นิจฺจาทิวเสน อภินิวิสติ ปติฏฺฐหติ ทฬฺหํ คณฺหาตีติ อภินิเวโส. อนิจฺจาทิอาการํ อติกฺกมิตฺวา นิจฺจนฺติอาทิวเสน วตฺตมาโน ปรโต อามสติ คณฺหาตีติ ปรามาโส. อถ วา นิจฺจนฺติอาทิกํ ปรํ อุตฺตมํ สจฺจนฺติ อามสติ คณฺหาตีติ ปรามาโส, อภินิเวโส จ โส ปรามาโส จาติ อภินิเวสปรามาโส. เอวํปกาโร ทิฏฺฐีติ กิจฺจโต ทิฏฺฐิสภาวํ วิสฺสชฺเชติ. ตีณิ สตนฺติ ตีณิ สตานิ, วจนวิปลฺลาโส กโต. กตโม ทิฏฺฐิฏฺฐานสมุคฺฆาโตติ ปุจฺฉํ อนุทฺธริตฺวาว โสตาปตฺติมคฺโค ทิฏฺฐิฏฺฐานสมุคฺฆาโตติ วิสฺสชฺชนํ กตํ.

๑๒๓. อิทานิ กถํ อภินิเวสปรามาโสติอาทิ วิตฺถารนิทฺเทโส. ตตฺถ รูปนฺติ อุปโยควจนํ. รูปํ อภินิเวสปรามาโสติ สมฺพนฺโธ. รูปนฺติ เจตฺถ รูปุปาทานกฺขนฺโธ กสิณรูปญฺจ. ‘‘เอตํ มมา’’ติ อภินิเวสปรามาโส ทิฏฺฐิ, ‘‘เอโสหมสฺมี’’ติ อภินิเวสปรามาโส ทิฏฺฐิ, ‘‘เอโส เม อตฺตา’’ติ อภินิเวสปรามาโส ทิฏฺฐีติ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ. เอตนฺติ สามญฺญวจนํ. เตเนว ‘‘เวทนํ เอตํ มม, สงฺขาเร เอตํ มมา’’ติ นปุํสกวจนํ เอกวจนญฺจ กตํ. เอโสติ ปน วตฺตพฺพมเปกฺขิตฺวา ปุลฺลิงฺเคกวจนํ กตํ. เอตํ มมาติ ตณฺหามญฺญนามูลิกา ทิฏฺฐิ. เอโสหมสฺมีติ มานมญฺญนามูลิกา ทิฏฺฐิ. เอโส เม อตฺตาติ ทิฏฺฐิมญฺญนา เอว. เกจิ ปน ‘‘เอตํ มมาติ มมํการกปฺปนา, เอโสหมสฺมีติ อหํการกปฺปนา, เอโส เม อตฺตาติ อหํการมมํการกปฺปิโต อตฺตาภินิเวโสติ จ, ตถา ยถากฺกเมเนว ตณฺหามูลนิเวโส มานปคฺคาโห, ตณฺหามูลนิวิฏฺโฐ มานปคฺคหิโต, อตฺตาภินิเวโสติ จ, สงฺขารานํ ทุกฺขลกฺขณาทสฺสนํ, สงฺขารานํ อนิจฺจลกฺขณาทสฺสนํ, สงฺขารานํ ติลกฺขณาทสฺสนเหตุโก อตฺตาภินิเวโสติ จ, ทุกฺเข อสุเภ จ สุขํ สุภนฺติ วิปลฺลาสคตสฺส, อนิจฺเจ นิจฺจนฺติ วิปลฺลาสคตสฺส, จตุพฺพิธวิปลฺลาสคตสฺส จ อตฺตาภินิเวโสติ จ, ปุพฺเพนิวาสญาณสฺส อาการกปฺปนา, ทิพฺพจกฺขุญาณสฺส อนาคตปฏิลาภกปฺปนา, ปุพฺพนฺตาปรนฺตอิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ กปฺปนิสฺสิตสฺส อตฺตาภินิเวโสติ จ, นนฺทิยา อตีตมนฺวาคเมติ, นนฺทิยา อนาคตํ ปฏิกงฺขติ, ปจฺจุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ สํหีรติ อตฺตาภินิเวโสติ จ, ปุพฺพนฺเต อญฺญาณเหตุกา ทิฏฺฐิ, อปรนฺเต อญฺญาณเหตุกา ทิฏฺฐิ, ปุพฺพนฺตาปรนฺเต อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ อญฺญาณเหตุโก อตฺตาภินิเวโส’’ติ จ เอเตสํ ติณฺณํ วจนานํ อตฺถํ วณฺณยนฺติ.

ทิฏฺฐิโย ปเนตฺถ ปฐมํ ปญฺจกฺขนฺธวตฺถุกา. ตโต ฉอชฺฌตฺติกพาหิรายตนวิญฺญาณ- กายสมฺผสฺสกายเวทนากายสญฺญากายเจตนากายตณฺหากายวิตกฺกวิจารธาตุทสกสิณ- ทฺวตฺตึสาการวตฺถุกา ทิฏฺฐิโย วุตฺตา. ทฺวตฺตึสากาเรสุ จ ยตฺถ วิสุํ อภินิเวโส น ยุชฺชติ, ตตฺถ สกลสรีราภินิเวสวเสเนว วิสุํ อภินิเวโส วิย กโตติ เวทิตพฺพํ. ตโต ทฺวาทสายตนอฏฺฐารสธาตุเอกูนวีสติอินฺทฺริยวเสน โยชนา กตา. ตีณิ เอกนฺตโลกุตฺตรินฺทฺริยานิ น โยชิตานิ. น หิ โลกุตฺตรวตฺถุกา ทิฏฺฐิโย โหนฺติ. สพฺพตฺถาปิ จ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺเสสุ ธมฺเมสุ โลกุตฺตเร ฐเปตฺวา โลกิยา เอว คเหตพฺพา. อนินฺทฺริยพทฺธรูปญฺจ น คเหตพฺพเมว. ตโต เตธาตุกวเสน นววิธภววเสน ฌานพฺรหฺมวิหารสมาปตฺติวเสน ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺควเสน จ โยชนา กตา. ชาติชรามรณานํ วิสุํ คหเณ ปริหาโร วุตฺตนโย เอว. สพฺพานิ เจตานิ รูปาทิกานิ ชรามรณนฺตานิ อฏฺฐนวุติสตํ ปทานิ ภวนฺติ.

๑๒๔. ทิฏฺฐิฏฺฐาเนสุ ขนฺธาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ วีสติวตฺถุกายปิ สกฺกายทิฏฺฐิยา ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํเยว วตฺถุตฺตา ‘‘เย หิ เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา อตฺตานํ สมนุปสฺสมานา สมนุปสฺสนฺติ, สพฺเพ เต ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธสุเยว สมนุปสฺสนฺติ, เอเตสํ วา อญฺญตร’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๔๗) วุตฺตตฺตา จ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทิฏฺฐีนํ การณํ. อวิชฺชาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ อวิชฺชาย อนฺธีกตานํ ทิฏฺฐิอุปฺปตฺติโต ‘‘ยายํ, ภนฺเต, ทิฏฺฐิ ‘อสมฺมาสมฺพุทฺเธสุ สมฺมาสมฺพุทฺธา’ติ, อยํ นุ โข, ภนฺเต, ทิฏฺฐิ กึ ปฏิจฺจ ปญฺญายตีติ? มหตี โข เอสา, กจฺจาน, ธาตุ, ยทิทํ อวิชฺชาธาตุ. หีนํ, กจฺจาน, ธาตุํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ หีนา สญฺญา หีนา ทิฏฺฐี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๙๗) วจนโต จ อวิชฺชา ทิฏฺฐีนํ การณํ. ผสฺโสปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ เตน ผสฺเสน ผุฏฺฐสฺส ทิฏฺฐิอุปฺปตฺติโต ‘‘เย เต, ภิกฺขเว, สมณพฺราหฺมณา ปุพฺพนฺตกปฺปิกา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐิโน ปุพฺพนฺตํ อารพฺภ อเนกวิหิตานิ อธิวุตฺติปทานิ อภิวทนฺติ, ตทปิ ผสฺสปจฺจยา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๒๓) วจนโต จ ผสฺโส ทิฏฺฐีนํ การณํ. สญฺญาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ อาการมตฺตคฺคหเณน อยาถาวสภาวคาหเหตุตฺตา สญฺญาย –

‘‘ยานิ จ ตีณิ ยานิ จ สฏฺฐิ, สมณปฺปวาทสิตานิ ภูริปญฺญ;

สญฺญกฺขรสญฺญนิสฺสิตานิ, โอสรณานิ วิเนยฺย โอฆตมคา’’ติ. (สุ. นิ. ๕๔๓) –

วจนโต ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา’’ติ (สุ. นิ. ๘๘๐; มหานิ. ๑๐๙) วจนโต จ สญฺญา ทิฏฺฐีนํ การณํ. วิตกฺโกปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ อาการปริวิตกฺเกน ทิฏฺฐิอุปฺปตฺติโต –

‘‘นเหว สจฺจานิ พหูนิ นานา, อญฺญตฺร สญฺญาย นิจฺจานิ โลเก;

ตกฺกญฺจ ทิฏฺฐีสุ ปกปฺปยิตฺวา, สจฺจํ มุสาติ ทฺวยธมฺมมาหู’’ติ. (สุ. นิ. ๘๙๒) –

วจนโต จ วิตกฺโก ทิฏฺฐีนํ การณํ. อโยนิโสมนสิกาโรปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ อโยนิโส มนสิการสฺส อกุสลานํ อสาธารณเหตุตฺตา ‘‘ตสฺเสวํ อโยนิโส มนสิกโรโต ฉนฺนํ ทิฏฺฐีนํ อญฺญตรา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๙) วจนโต จ อโยนิโส มนสิกาโร ทิฏฺฐีนํ การณํ. ปาปมิตฺโตปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ ปาปมิตฺตสฺส ทิฏฺฐานุคติอาปชฺชเนน ทิฏฺฐิอุปฺปตฺติโต ‘‘พาหิรํ, ภิกฺขเว, องฺคนฺติ กริตฺวา น อญฺญํ เอกงฺคมฺปิ สมนุปสฺสามิ, ยํ เอวํ มหโต อนตฺถาย สํวตฺตติ. ยถยิทํ, ภิกฺขเว, ปาปมิตฺตตา’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๑๐) วจนโต จ ปาปมิตฺโต ทิฏฺฐีนํ การณํ. ปรโตปิ โฆโส ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ ทุรกฺขาตธมฺมสฺสวเนน ทิฏฺฐิอุปฺปตฺติโต ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, เหตู เทฺว ปจฺจยา มิจฺฉาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทาย ปรโต จ โฆโส อโยนิโส จ มนสิกาโร’’ติ (อ. นิ. ๒.๑๒๖) วจนโต จ ปรโต โฆโส มิจฺฉาทิฏฺฐิกโต มิจฺฉาทิฏฺฐิปฏิสญฺญุตฺตกถา ทิฏฺฐีนํ การณํ.

อิทานิ ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ ปทสฺส อตฺถํ วิวรนฺโต ขนฺธา เหตุ ขนฺธา ปจฺจโยติอาทิมาห. ขนฺธา เอว ทิฏฺฐีนํ อุปาทาย, ชนกเหตุ เจว อุปตฺถมฺภกปจฺจโย จาติ อตฺโถ. สมุฏฺฐานฏฺเฐนาติ สมุฏฺฐหนฺติ อุปฺปชฺชนฺติ เอเตนาติ สมุฏฺฐานํ, การณนฺติ อตฺโถ. เตน สมุฏฺฐานฏฺเฐน, ทิฏฺฐิการณภาเวนาติ อตฺโถ.

๑๒๕. อิทานิ กิจฺจเภเทน ทิฏฺฐิเภทํ ทสฺเสนฺโต กตมานิ อฏฺฐารส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานานีติอาทิมาห. ตตฺถ ยา ทิฏฺฐีติ อิทานิ วุจฺจมานานํ อฏฺฐารสนฺนํ ปทานํ สาธารณํ มูลปทํ. ยา ทิฏฺฐิ, ตเทว ทิฏฺฐิคตํ, ยา ทิฏฺฐิ, ตเทว ทิฏฺฐิคหนนฺติ สพฺเพหิ สมฺพนฺโธ กาตพฺโพ. อยาถาวทสฺสนฏฺเฐน ทิฏฺฐิ, ตเทว ทิฏฺฐีสุ คตํ ทสฺสนํ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิอนฺโตคธตฺตาติ ทิฏฺฐิคตํ. เหฏฺฐาปิสฺส อตฺโถ วุตฺโตเยว. ทฺวินฺนํ อนฺตานํ เอกนฺตคตตฺตาปิ ทิฏฺฐิคตํ. สา เอว ทิฏฺฐิ ทุรติกฺกมนฏฺเฐน ทิฏฺฐิคหนํ ติณคหนวนคหนปพฺพตคหนานิ วิย. สาสงฺกสปฺปฏิภยฏฺเฐน ทิฏฺฐิกนฺตารํ โจรกนฺตารวาฬกนฺตารนิรุทกกนฺตารทุพฺภิกฺขกนฺตารา วิย. ธมฺมสงฺคณิยํ ‘‘ทิฏฺฐิกนฺตาโร’’ติ สกลิงฺเคเนว อาคตํ. สมฺมาทิฏฺฐิยา วินิวิชฺฌนฏฺเฐน ปฏิโลมฏฺเฐน จ ทิฏฺฐิวิสูกํ. มิจฺฉาทสฺสนญฺหิ อุปฺปชฺชมานํ สมฺมาทสฺสนํ วินิวิชฺฌติ เจว วิโลเมติ จ. ธมฺมสงฺคณิยํ (ธ. ส. ๓๙๒, ๑๑๐๕) ‘‘ทิฏฺฐิวิสูกายิก’’นฺติ อาคตํ. กทาจิ สสฺสตสฺส, กทาจิ อุจฺเฉทสฺส คหณโต ทิฏฺฐิยา วิรูปํ ผนฺทิตนฺติ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตํ. ทิฏฺฐิคติโก หิ เอกสฺมึ ปติฏฺฐาตุํ น สกฺโกติ, กทาจิ สสฺสตํ อนุสฺสรติ, กทาจิ อุจฺเฉทํ. ทิฏฺฐิเยว อนตฺเถ สํโยเชตีติ ทิฏฺฐิสญฺโญชนํ. ทิฏฺฐิเยว อนฺโตตุทนฏฺเฐน ทุนฺนีหรณียฏฺเฐน จ สลฺลนฺติ ทิฏฺฐิสลฺลํ. ทิฏฺฐิเยว ปีฬากรณฏฺเฐน สมฺพาโธติ ทิฏฺฐิสมฺพาโธ. ทิฏฺฐิเยว โมกฺขาวรณฏฺเฐน ปลิโพโธติ ทิฏฺฐิปลิโพโธ. ทิฏฺฐิเยว ทุมฺโมจนียฏฺเฐน พนฺธนนฺติ ทิฏฺฐิพนฺธนํ. ทิฏฺฐิเยว ทุรุตฺตรฏฺเฐน ปปาโตติ ทิฏฺฐิปปาโต. ทิฏฺฐิเยว ถามคตฏฺเฐน อนุสโยติ ทิฏฺฐานุสโย. ทิฏฺฐิเยว อตฺตานํ สนฺตาเปตีติ ทิฏฺฐิสนฺตาโป. ทิฏฺฐิเยว อตฺตานํ อนุทหตีติ ทิฏฺฐิปริฬาโห. ทิฏฺฐิเยว กิเลสกายํ คนฺเถตีติ ทิฏฺฐิคนฺโถ. ทิฏฺฐิเยว ภุสํ อาทิยตีติ ทิฏฺฐุปาทานํ. ทิฏฺฐิเยว ‘‘สจฺจ’’นฺติอาทิวเสน อภินิวิสตีติ ทิฏฺฐาภินิเวโส. ทิฏฺฐิเยว อิทํ ปรนฺติ อามสติ, ปรโต วา อามสตีติ ทิฏฺฐิปรามาโส.

๑๒๖. อิทานิ ราสิวเสน โสฬส ทิฏฺฐิโย อุทฺทิสนฺโต กตมา โสฬส ทิฏฺฐิโยติอาทิมาห. ตตฺถ สุขโสมนสฺสสงฺขาเต อสฺสาเท ทิฏฺฐิ อสฺสาททิฏฺฐิ. อตฺตานํ อนุคตา ทิฏฺฐิ อตฺตานุทิฏฺฐิ. นตฺถีติ ปวตฺตตฺตา วิปรีตา ทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ. สติ กาเย ทิฏฺฐิ, สนฺตี วา กาเย ทิฏฺฐิ สกฺกายทิฏฺฐิ. กาโยติ เจตฺถ ขนฺธปญฺจกํ, ขนฺธปญฺจกสงฺขาโต สกฺกาโย วตฺถุ ปติฏฺฐา เอติสฺสาติ สกฺกายวตฺถุกา. สสฺสตนฺติ ปวตฺตา ทิฏฺฐิ สสฺสตทิฏฺฐิ. อุจฺเฉโทติ ปวตฺตา ทิฏฺฐิ อุจฺเฉททิฏฺฐิ. สสฺสตาทิอนฺตํ คณฺหาตีติ อนฺตคฺคาหิกา, อนฺตคฺคาโห วา อสฺสา อตฺถีติ อนฺตคฺคาหิกา. อตีตสงฺขาตํ ปุพฺพนฺตํ อนุคตา ทิฏฺฐิ ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐิ. อนาคตสงฺขาตํ อปรนฺตํ อนุคตา ทิฏฺฐิ อปรนฺตานุทิฏฺฐิ. อนตฺเถ สํโยเชตีติ สญฺโญชนิกา. อหงฺการวเสน อหนฺติ อุปฺปนฺเนน มาเนน ทิฏฺฐิยา มูลภูเตน วินิพนฺธา ฆฏิตา อุปฺปาทิตา ทิฏฺฐิ อหนฺติ มานวินิพนฺธา ทิฏฺฐิ. ตถา มมงฺการวเสน มมนฺติ อุปฺปนฺเนน มาเนน วินิพนฺธา ทิฏฺฐิ มมนฺติ มานวินิพนฺธา ทิฏฺฐิ. อตฺตโน วทนํ กถนํ อตฺตวาโท, เตน ปฏิสญฺญุตฺตา พทฺธา ทิฏฺฐิ อตฺตวาทปฏิสํยุตฺตา ทิฏฺฐิ. อตฺตานํ โลโกติ วทนํ กถนํ โลกวาโท, เตน ปฏิสญฺญุตฺตา ทิฏฺฐิ โลกวาทปฏิสํยุตฺตา ทิฏฺฐิ. ภโว วุจฺจติ สสฺสตํ, สสฺสตวเสน อุปฺปชฺชนทิฏฺฐิ ภวทิฏฺฐิ. วิภโว วุจฺจติ อุจฺเฉโท, อุจฺเฉทวเสน อุปฺปชฺชนทิฏฺฐิ วิภวทิฏฺฐิ.

๑๒๗-๑๒๘. อิทานิ ตีณิ สตํ ทิฏฺฐาภินิเวเส นิทฺทิสิตุกาโม กตเม ตีณิ สตํ ทิฏฺฐาภินิเวสาติ ปุจฺฉิตฺวา เต อวิสฺสชฺเชตฺวาว วิสุํ วิสุํ อภินิเวสวิสฺสชฺชเนเนว เต วิสฺสชฺเชตุกาโม อสฺสาททิฏฺฐิยา, กติหากาเรหิ อภินิเวโส โหตีติอาทินา นเยน โสฬสนฺนํ ทิฏฺฐีนํ อภินิเวสาการคณนํ ปุจฺฉิตฺวา ปุน อสฺสาททิฏฺฐิยา ปญฺจตึสาย อากาเรหิ อภินิเวโส โหตีติ ตาสํ โสฬสนฺนํ ทิฏฺฐีนํ อภินิเวสาการคณนํ วิสฺสชฺเชตฺวา ปุน ตานิ คณนานิ วิสฺสชฺเชนฺโต อสฺสาททิฏฺฐิยา กตเมหิ ปญฺจตึสาย อากาเรหิ อภินิเวโส โหตีติอาทิมาห. ตตฺถ รูปํ ปฏิจฺจาติ รูปกฺขนฺธํ ปฏิจฺจ. อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสนฺติ ‘‘อยํ เม กาโย อีทิโส’’ติ รูปสมฺปทํ นิสฺสาย เคหสิตํ ราคสมฺปยุตฺตํ สุขํ โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. เหฏฺฐา วุตฺเตนฏฺเฐน สุขญฺจ โสมนสฺสญฺจ. ตํเยว รูปสฺส อสฺสาโทติ รูปนิสฺสโย อสฺสาโท. ตญฺหิ สุขํ ตณฺหาวเสน อสฺสาทียติ อุปภุญฺชียตีติ อสฺสาโท. อภินิเวสปรามาโส ทิฏฺฐีติ โส อสฺสาโท สสฺสโตติ วา อุจฺฉิชฺชิสฺสตีติ วา สสฺสตํ วา อุจฺฉิชฺชมานํ วา อตฺตานํ สุขิตํ กโรตีติ วา อภินิเวสปรามาโส โหติ. ตสฺมา ยา จ ทิฏฺฐิ โย จ อสฺสาโทติ อสฺสาทสฺส ทิฏฺฐิภาวาภาเวปิ อสฺสาทํ วินา สา ทิฏฺฐิ น โหตีติ กตฺวา อุภยมฺปิ สมุจฺจิตํ. อสฺสาททิฏฺฐีติ อสฺสาเท ปวตฺตา ทิฏฺฐีติ วุตฺตํ โหติ.

อิทานิ นานาสุตฺเตหิ สํสนฺเทตฺวา มิจฺฉาทิฏฺฐึ มิจฺฉาทิฏฺฐิกญฺจ ครหิตุกาโม อสฺสาททิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐีติอาทิมาห. ตตฺถ ทิฏฺฐิวิปตฺตีติ สมฺมาทิฏฺฐิวินาสกมิจฺฉาทิฏฺฐิสงฺขาตทิฏฺฐิยา วิปตฺติ. ทิฏฺฐิวิปนฺโนติ วิปนฺนา วินฏฺฐา สมฺมาทิฏฺฐิ อสฺสาติ ทิฏฺฐิวิปนฺโน, วิปนฺนทิฏฺฐีติ วุตฺตํ โหติ. มิจฺฉาทิฏฺฐิยา วา วิปนฺโน วินฏฺโฐติ ทิฏฺฐิวิปนฺโน. น เสวิตพฺโพ อุปสงฺกมเนน. น ภชิตพฺโพ จิตฺเตน. น ปยิรุปาสิตพฺโพ อุปสงฺกมิตฺวา นิสีทเนน. ตํ กิสฺส เหตูติ ‘‘ตํ เสวนาทิกํ เกน การเณน น กาตพฺพ’’นฺติ ตสฺส การณปุจฺฉา. ทิฏฺฐิ หิสฺส ปาปิกาติ การณวิสฺสชฺชนํ. ยสฺมา อสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิ ปาปิกา, ตสฺมา ตํ เสวนาทิกํ น กาตพฺพนฺติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิยา ราโคติ ‘‘สุนฺทรา เม ทิฏฺฐี’’ติ ทิฏฺฐึ อารพฺภ ทิฏฺฐิยา อุปฺปชฺชนราโค. ทิฏฺฐิราครตฺโตติ เตน ทิฏฺฐิราเคน รงฺเคน รตฺตํ วตฺถํ วิย รตฺโต. น มหปฺผลนฺติ วิปากผเลน. น มหานิสํสนฺติ นิสฺสนฺทผเลน.

ปุริสปุคฺคลสฺสาติ ปุริสสงฺขาตสฺส ปุคฺคลสฺส. โลกิยโวหาเรน หิ ปุริ วุจฺจติ สรีรํ, ตสฺมึ ปุริสฺมึ เสติ ปวตฺตตีติ ปุริโส, ปุํ วุจฺจติ นิรโย, ตํ ปุํ คลติ คจฺฉตีติ ปุคฺคโล. เยภุยฺเยน หิ สตฺตา สุคติโต จุตา ทุคฺคติยํเยว นิพฺพตฺตนฺติ. ตํ กิสฺส เหตูติ ตํ น มหปฺผลตฺตํ เกน การเณน โหติ. ทิฏฺฐิ หิสฺส ปาปิกาติ ยสฺมา อสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิ ปาปิกา, ตสฺมา น มหปฺผลํ โหตีติ อตฺโถ. เทฺวว คติโยติ ปญฺจสุ คตีสุ เทฺวว คติโย. วิปชฺชมานาย ทิฏฺฐิยา นิรโย. สมฺปชฺชมานาย ติรจฺฉานโยนิ. ยญฺเจว กายกมฺมนฺติ สกลิงฺคธารณปฏิปทานุโยคอภิวาทนปจฺจุฏฺฐานอญฺชลิกมฺมาทิ กายกมฺมํ. ยญฺจ วจีกมฺมนฺติ สกสมยปริยาปุณนสชฺฌายนเทสนาสมาทปนาทิ วจีกมฺมํ. ยญฺจ มโนกมฺมนฺติ อิธโลกจินฺตาปฏิสํยุตฺตญฺจ ปรโลกจินฺตาปฏิสํยุตฺตญฺจ กตากตจินฺตาปฏิสํยุตฺตญฺจ มโนกมฺมํ. ติณกฏฺฐธญฺญพีเชสุ สตฺตทิฏฺฐิสฺส ทานานุปฺปทานปฏิคฺคหณปริโภเคสุ จ กายวจีมโนกมฺมานิ. ยถาทิฏฺฐีติ ยา อยํ ทิฏฺฐิ, ตสฺสานุรูปํ. สมตฺตนฺติ ปริปุณฺณํ. สมาทินฺนนฺติ คหิตํ.

อฏฺฐกถายํ ปน วุตฺตํ – ตเทตํ ยถาทิฏฺฐิยํ ฐิตกายกมฺมํ, ทิฏฺฐิสหชาตกายกมฺมํ, ทิฏฺฐานุโลมิกกายกมฺมนฺติ ติวิธํ โหติ. ตตฺถ ‘‘ปาณํ หนโต อทินฺนํ อาทิยโต มิจฺฉาจรโต นตฺถิ ตโตนิทานํ ปาปํ, นตฺถิ ปาปสฺส อาคโม’’ติ ยํ เอวํ ทิฏฺฐิกสฺส สโต ปาณาติปาตอทินฺนาทานมิจฺฉาจารสงฺขาตํ กายกมฺมํ, อิทํ ยถาทิฏฺฐิยํ ฐิตกายกมฺมํ นาม. ‘‘ปาณํ หนโต อทินฺนํ อาทิยโต มิจฺฉาจรโต นตฺถิ ตโตนิทานํ ปาปํ, นตฺถิ ปาปสฺส อาคโม’’ติ ยํ อิมาย ทิฏฺฐิยา อิมินา ทสฺสเนน สหชาตํ กายกมฺมํ, อิทํ ทิฏฺฐิสหชาตกายกมฺมํ นาม. ตเทว ปน สมตฺตํ สมาทินฺนํ คหิตํ ปรามฏฺฐํ ทิฏฺฐานุโลมิกกายกมฺมํ นาม. วจีกมฺมมโนกมฺเมสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ ปน มุสา ภณโต ปิสุณํ ภณโต ผรุสํ ภณโต สมฺผํ ปลปโต อภิชฺฌาลุโน พฺยาปนฺนจิตฺตสฺส มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส สโต นตฺถิ ตโตนิทานํ ปาปํ, นตฺถิ ปาปสฺส อาคโมติ โยชนา กาตพฺพา. ลิงฺคธารณาทิปริยาปุณนาทิโลกจินฺตาทิวเสน วุตฺตนโย เจตฺถ สุนฺทโร.

เจตนาทีสุ ทิฏฺฐิสหชาตา เจตนา เจตนา นาม. ทิฏฺฐิสหชาตา ปตฺถนา ปตฺถนา นาม. เจตนาปตฺถนานํ วเสน จิตฺตฏฺฐปนา ปณิธิ นาม. เตหิ ปน เจตนาทีหิ สมฺปยุตฺตา ผสฺสาทโย สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺนา ธมฺมา สงฺขารา นาม. อนิฏฺฐายาติอาทีหิ ทุกฺขเมว วุตฺตํ. ทุกฺขญฺหิ สุขกาเมหิ สตฺเตหิ น เอสิตตฺตา อนิฏฺฐํ. อปฺปิยตฺตา อกนฺตํ. มนสฺส อวฑฺฒนโต, มนสิ อวิสปฺปนโต จ อมนาปํ. อายตึ อภทฺทตาย อหิตํ. ปีฬนโต ทุกฺขนฺติ. ตํ กิสฺส เหตูติ ตํ เอวํ สํวตฺตนํ เกน การเณน โหตีติ อตฺโถ. อิทานิสฺส การณํ ทิฏฺฐิ หิสฺส ปาปิกาติ. ยสฺมา ตสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิ ปาปิกา ลามกา, ตสฺมา เอวํ สํวตฺตตีติ อตฺโถ. อลฺลาย ปถวิยา นิกฺขิตฺตนฺติ อุทเกน ตินฺตาย ภูมิยา โรปิตํ. ปถวีรสํ อาโปรสนฺติ ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน ปถวิยา จ สมฺปทํ อาปสฺส จ สมฺปทํ. พีชนิกฺขิตฺตฏฺฐาเน หิ น สพฺพา ปถวี น สพฺโพ อาโป จ พีชํ ผลํ คณฺหาเปติ. โย ปน เตสํ ปเทโส พีชํ ผุสติ, โสเยว พีชํ ผลํ คณฺหาเปติ. ตสฺมา พีชโปสนาย ปจฺจยภูโตเยว โส ปเทโส ปถวีรโส อาโปรโสติ เวทิตพฺโพ. รสสทฺทสฺส หิ สมฺปตฺติ จ อตฺโถ. ยถาห ‘‘กิจฺจสมฺปตฺติอตฺเถน รโส นาม ปวุจฺจตี’’ติ. โลเก จ ‘‘สุรโส คนฺธพฺโพ’’ติ วุตฺเต สุสมฺปนฺโน คนฺธพฺโพติ อตฺโถ ญายติ. อุปาทิยตีติ คณฺหาติ. โย หิ ปเทโส ปจฺจโย โหติ, ตํ ปจฺจยํ ลภมานํ พีชํ ตํ คณฺหาติ นาม. สพฺพํ ตนฺติ สพฺพํ ตํ รสชาตํ. ติตฺตกตฺตายาติ โส ปถวีรโส อาโปรโส จ อติตฺตโก สมาโนปิ ติตฺตกํ พีชํ นิสฺสาย นิมฺพรุกฺขาทีนํ เตสํ ผลานญฺจ ติตฺตกภาวาย สํวตฺตติ. กฏุกตฺตายาติ อิทํ ปุริมสฺเสว เววจนํ.

‘‘วณฺณคนฺธรสูเปโต, อมฺโพยํ อหุวา ปุเร;

ตเมว ปูชํ ลภมาโน, เกนมฺโพ กฏุกปฺผโล’’ติ. (ชา. ๑.๒.๗๑) –

อาคตฏฺฐาเน วิย หิ อิธาปิ ติตฺตกเมว อปฺปิยฏฺเฐน กฏุกนฺติ เวทิตพฺพํ. อสาตตฺตายาติ อมธุรภาวาย. อสาทุตฺตายาติปิ ปาโฐ, อสาทุภาวายาติ อตฺโถ. สาทูติ หิ มธุรํ. พีชํ หิสฺสาติ อสฺส นิมฺพาทิกสฺส พีชํ. เอวเมวนฺติ เอวํ เอวํ. ยสฺมา สุขา เวทนา ปรโม อสฺสาโท, ตสฺมา มิจฺฉาทิฏฺฐิยา ทุกฺขเวทนาวเสน อาทีนโว ทสฺสิโตติ. ปุน อฏฺฐารสเภเทน ทิฏฺฐิยา อาทีนวํ ทสฺเสตุํ อสฺสาททิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐีติอาทิมาห. ตํ วุตฺตตฺถเมว. อิเมหิ อฏฺฐารสหิ อากาเรหิ ปริยุฏฺฐิตจิตฺตสฺส สญฺโญโคติ ทิฏฺฐิยา เอว สํสาเร พนฺธนํ ทสฺเสติ.

๑๒๙. ยสฺมา ปน ทิฏฺฐิภูตานิปิ สญฺโญชนานิ อตฺถิ อทิฏฺฐิภูตานิปิ, ตสฺมา ตํ ปเภทํ ทสฺเสนฺโต อตฺถิ สญฺโญชนานิ เจวาติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา กามราคสญฺโญชนสฺเสว อนุนยสญฺโญชนนฺติ อาคตฏฺฐานมฺปิ อตฺถิ, ตสฺมา อนุนยสญฺโญชนนฺติ วุตฺตํ. กามราคภาวํ อปฺปตฺวา ปวตฺตํ โลภํ สนฺธาย เอตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เสสขนฺธายตนาทิมูลเกสุปิ วาเรสุ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เวทนาปรมตฺตา จ อสฺสาทสฺส เวทนาปริโยสานา เอว เทสนา กตา. สญฺญาทโย น คหิตา. อิเมหิ ปญฺจตึสาย อากาเรหีติ ปญฺจกฺขนฺธา อชฺฌตฺติกายตนาทีนิ ปญฺจ ฉกฺกานิ จาติ อิมานิ ปญฺจตึส วตฺถูนิ นิสฺสาย อุปฺปนฺนอสฺสาทารมฺมณวเสน ปญฺจตึสาย อากาเรหิ.

อสฺสาททิฏฺฐินิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อตฺตานุทิฏฺฐินิทฺเทสวณฺณนา

๑๓๐. อตฺตานุทิฏฺฐิยํ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโนติ อาคมาธิคมาภาวา เญยฺโย อสฺสุตวา อิติ. ยสฺส หิ ขนฺธธาตุอายตนสจฺจปจฺจยาการสติปฏฺฐานาทีสุ อุคฺคหปริปุจฺฉาวินิจฺฉยวิรหิตตฺตา อตฺตานุทิฏฺฐิปฏิเสธกโร เนว อาคโม, ปฏิปตฺติยา อธิคนฺตพฺพสฺส อนธิคตตฺตา น จ อธิคโม อตฺถิ, โส อาคมาธิคมานํ อภาวา เญยฺโย อสฺสุตวา อิติ. สุตนฺติ หิ พุทฺธวจนาคโม จ สุตผลตฺตา เหตุโวหารวเสน อธิคโม จ, ตํ สุตํ อสฺส อตฺถีติ สุตวา, น สุตวา อสฺสุตวา. สฺวายํ –

ปุถูนํ ชนนาทีหิ, การเณหิ ปุถุชฺชโน;

ปุถุชฺชนนฺโตคธตฺตา, ปุถุวายํ ชโน อิติ.

โส หิ ปุถูนํ นานปฺปการานํ กิเลสาทีนํ ชนนาทีหิ การเณหิ ปุถุชฺชโน. ยถาห – ‘‘ปุถุ กิเลเส ชเนนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ อวิหตสกฺกายทิฏฺฐิกาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ สตฺถารานํ มุขุลฺโลกิกาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ สพฺพคตีหิ อวุฏฺฐิตาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาภิสงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาโอเฆหิ วุยฺหนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาสนฺตาเปหิ สนฺตปฺเปนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาปริฬาเหหิ ปริทยฺหนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ รตฺตา คิทฺธา คธิตา มุจฺฉิตา อชฺโฌสนฺนา ลคฺคา ลคฺคิตา ปลิพุทฺธาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ ปญฺจหิ นีวรเณหิ อาวุตา นิวุตา โอวุตา ปิหิตา ปฏิจฺฉนฺนา ปฏิกุชฺชิตาติ ปุถุชฺชนา’’ติ (มหานิ. ๙๔). ปุถูนํ วา คณนปถมตีตานํ อริยธมฺมปรมฺมุขานํ นีจธมฺมสมุทาจารานํ ชนานํ อนฺโตคธตฺตาปิ ปุถุชฺชนา, ปุถุ วา อยํ, วิสุํเยว สงฺขํ คโต วิสํสฏฺโฐ สีลสุตาทิคุณยุตฺเตหิ อริเยหิ ชโนติปิ ปุถุชฺชโน. เอวเมเตหิ ‘‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน’’ติ ทฺวีหิ ปเทหิ เย เต –

‘‘ทุเว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา;

อนฺโธ ปุถุชฺชโน เอโก, กลฺยาเณโก ปุถุชฺชโน’’ติ. –

เทฺว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, เตสุ อนฺธปุถุชฺชโน วุตฺโต โหตีติ เวทิตพฺโพ.

อริยานํ อทสฺสาวีติอาทีสุ อริยาติ อารกตฺตา กิเลเสหิ, อนเย น อิริยนโต, อเย จ อิริยนโต, สเทวเกน จ โลเกน อรณียโต พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ พุทฺธสาวกา จ วุจฺจนฺติ, พุทฺธา เอว วา อิธ อริยา. ยถาห – ‘‘สเทวเก, ภิกฺขเว, โลเก…เป… ตถาคโต อริโยติ วุจฺจตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๘).

สปฺปุริสาติ เอตฺถ ปน ปจฺเจกพุทฺธา ตถาคตสาวกา จ ‘‘สปฺปุริสา’’ติ เวทิตพฺพา. เต หิ โลกุตฺตรคุณโยเคน โสภนา ปุริสาติ สปฺปุริสา. สพฺเพเยว วา เอเต เทฺวธาปิ วุตฺตา. พุทฺธาปิ หิ อริยา จ สปฺปุริสา จ ปจฺเจกพุทฺธา พุทฺธสาวกาปิ. ยถาห –

‘‘โย เว กตญฺญู กตเวทิ ธีโร, กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหติ;