๖. ญาณราสิฉกฺกนิทฺเทสวณฺณนา

๑๘๓. อิทานิ ฉหิ ราสีหิ อุทฺทิฏฺฐญาเณสุ จตุวีสติสมาธิญาณนิทฺเทเส ตาว กายานุปสฺสนาทีนํ ติณฺณํ จตุกฺกานํ วเสน ทฺวาทสนฺนํ วตฺถูนํ เอเกกสฺมึ อสฺสาสวเสน เอโก, ปสฺสาสวเสน เอโกติ เทฺว เทฺว สมาธีติ ทฺวาทสสุ วตฺถูสุ จตุวีสติ สมาธโย โหนฺติ. ฌานกฺขเณ เตหิ สมฺปยุตฺตานิ จตุวีสติสมาธิวเสน ญาณานิ.

ทฺวาสตฺตติวิปสฺสนาญาณนิทฺเทเส ทีฆํ อสฺสาสาติ ‘‘ทีฆ’’นฺติวุตฺตอสฺสาสโต. กึ วุตฺตํ โหติ? ทีฆํ อสฺสาสเหตุ ฌานํ ปฏิลภิตฺวา สมาหิเตน จิตฺเตน วิปสฺสนากฺขเณ อนิจฺจโต อนุปสฺสนฏฺเฐน วิปสฺสนาติ วุตฺตํ โหติ. เอส นโย อุตฺตรตฺราปิ. เตสํเยว ทฺวาทสนฺนํ วตฺถูนํ เอเกกสฺมึ อสฺสาสวเสน ติสฺโส, ปสฺสาสวเสน ติสฺโสติ ฉ ฉ อนุปสฺสนาติ ทฺวาทสสุ วตฺถูสุ ทฺวาสตฺตติ อนุปสฺสนา โหนฺติ. ตา เอว ทฺวาสตฺตติ อนุปสฺสนา ทฺวาสตฺตติวิปสฺสนาวเสน ญาณานิ.

นิพฺพิทาญาณนิทฺเทเส อนิจฺจานุปสฺสี อสฺสสนฺติ อนิจฺจานุปสฺสี หุตฺวา อสฺสสนฺโต, อนิจฺจานุปสฺสี หุตฺวา วตฺเตนฺโตติ อตฺโถ. ‘‘อสฺสส’’นฺติ จ อิทํ วจนํ เหตุอตฺเถ ทฏฺฐพฺพํ. ยถาภูตํ ชานาติ ปสฺสตีติ นิพฺพิทาญาณนฺติ กลาปสมฺมสนโต ปฏฺฐาย ยาว ภงฺคานุปสฺสนา ปวตฺตวิปสฺสนาญาเณน สงฺขารานํ ยถาสภาวํ ชานาติ, จกฺขุนา ทิฏฺฐมิว จ เตเนว ญาณจกฺขุนา ปสฺสติ. ตสฺมา นิพฺพิทาญาณํ นามาติ อตฺโถ, สงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทญาณํ นามาติ วุตฺตํ โหติ. อุปริ ภยตูปฏฺฐานาทีนํ มุญฺจิตุกมฺยตาทีนญฺจ ญาณานํ วิสุํ อาคตตฺตา อิธ ยถาวุตฺตาเนว วิปสฺสนาญาณานิ นิพฺพิทาญาณานีติ เวทิตพฺพานิ.

นิพฺพิทานุโลมญาณนิทฺเทเส อนิจฺจานุปสฺสี อสฺสสนฺติ อนิจฺจานุปสฺสิโน อสฺสสนฺตสฺส. สามิอตฺเถ ปจฺจตฺตวจนํ. ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญาติวจเนเนว ภยตุปฏฺฐานอาทีนวานุปสฺสนานิพฺพิทานุปสฺสนาญาณานิ วุตฺตานิ โหนฺติ ติณฺณํ เอกลกฺขณตฺตา. อิมานิ ตีณิ ญาณานิ อนนฺตรา วุตฺตานํ นิพฺพิทาญาณานํ อนุกูลภาเวน อนุโลมโต นิพฺพิทานุโลมญาณานีติ วุตฺตานิ.

นิพฺพิทาปฏิปฺปสฺสทฺธิญาณนิทฺเทเส อนิจฺจานุปสฺสี อสฺสสนฺติ อนนฺตรสทิสเมว. ปฏิสงฺขา สนฺติฏฺฐนา ปญฺญาติวจเนเนว มุญฺจิตุกมฺยตาปฏิสงฺขานุปสฺสนาสงฺขารุเปกฺขาญาณานิ วุตฺตานิ โหนฺติ ติณฺณํ เอกลกฺขณตฺตา. ‘‘ปฏิสงฺขา สนฺติฏฺฐนา’’ติวจเนเนว อนุโลมญาณมคฺคญาณานิปิ คหิตานิ โหนฺติ. สงฺขารุเปกฺขาญาณอนุโลมญาณานิปิ หิ นิพฺพิทาย สิขาปฺปตฺตตฺตา นิพฺพิทาชนนพฺยาปารปฺปหาเนน นิพฺพิทาปฏิปฺปสฺสทฺธิญาณานิ นาม โหนฺติ. มคฺคญาณํ ปน นิพฺพิทาปฏิปฺปสฺสทฺธนฺเต อุปฺปชฺชนโต นิพฺพิทาปฏิปฺปสฺสทฺธิญาณํ นาม โหตีติ อติวิย ยุชฺชตีติ. นิพฺพิทานุโลมญาเณสุ วิย อาทิภูตํ มุญฺจิตุกมฺยตาญาณํ อคฺคเหตฺวา ‘‘ปฏิสงฺขา สนฺติฏฺฐนา’’ติ อนฺเต ญาณทฺวยคฺคหณํ มคฺคญาณสงฺคหณตฺถํ. มุญฺจิตุกมฺยตาติ หิ วุตฺเต อนุโลมญาณํ สงฺคยฺหติ, น มคฺคญาณํ. มคฺคญาณญฺหิ มุญฺจิตุกมฺยตา นาม น โหติ, กิจฺจสิทฺธิยํ สนฺติฏฺฐนโต ปน สนฺติฏฺฐนา นาม โหติ. อฏฺฐกถายมฺปิ จ ‘‘ผุสนาติ อปฺปนา’’ติ วุตฺตํ. อิทญฺจ มคฺคญาณํ นิพฺพาเน อปฺปนาติ กตฺวา สนฺติฏฺฐนา นาม โหตีติ ‘‘สนฺติฏฺฐนา’’ติวจเนน มคฺคญาณมฺปิ สงฺคยฺหติ. นิพฺพิทานุโลมญาณานิปิ อตฺถโต นิพฺพิทาญาณาเนว โหนฺตีติ ตานิปิ นิพฺพิทาญาเณหิ สงฺคเหตฺวา นิพฺพิทาปฏิปฺปสฺสทฺธิญาณานีติ นิพฺพิทาคหณเมว กตํ, น นิพฺพิทานุโลมคฺคหณํ. ตีสุปิ เจเตสุ ญาณฏฺฐกนิทฺเทเสสุ จตุตฺถสฺส ธมฺมานุปสฺสนาจตุกฺกสฺส วเสน วุตฺตานํ จตุนฺนํ วตฺถูนํ เอเกกสฺมึ อสฺสาสวเสน เอกํ, ปสฺสาสวเสน เอกนฺติ เทฺว เทฺว ญาณานีติ จตูสุ วตฺถูสุ อฏฺฐ ญาณานิ โหนฺติ.

วิมุตฺติสุขญาณนิทฺเทเส ปหีนตฺตาติ ปหานํ ทสฺเสตฺวา ตสฺส ปหานสฺส สมุจฺเฉทปฺปหานตฺตํ ทสฺเสนฺโต สมุจฺฉินฺนตฺตาติ อาห. วิมุตฺติสุเข ญาณนฺติ ผลวิมุตฺติสุขสมฺปยุตฺตญาณญฺจ ผลวิมุตฺติสุขารมฺมณปจฺจเวกฺขณญาณญฺจ. อนุสยวตฺถุสฺส กิเลสสฺส ปหาเนน ปริยุฏฺฐานทุจฺจริตวตฺถุปฺปหานํ โหตีติ ทสฺสนตฺถํ ปุน อนุสยานํ ปหานํ วุตฺตํ. เอกวีสติผลญาณํ สนฺธาย ปหีนกิเลสคณนายปิ ญาณคณนา กตา โหติ, ปจฺจเวกฺขณญาณญฺจ สนฺธาย ปหีนกิเลสปจฺจเวกฺขณคณนาย ผลปจฺจเวกฺขณญาณคณนา กตา โหตีติ.

ญาณราสิฉกฺกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สทฺธมฺมปฺปกาสินิยา ปฏิสมฺภิทามคฺคฏฺฐกถาย

อานาปานสฺสติกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.