๑. คณนวารวณฺณนา
๑๕๒. อิทานิ ทิฏฺฐิกถานนฺตรํ กถิตาย อานาปานสฺสติกถาย อปุพฺพตฺถานุวณฺณนา อนุปฺปตฺตา. อยญฺหิ อานาปานสฺสติกถา ทิฏฺฐิกถาย สุวิทิตทิฏฺฐาทีนวสฺส มิจฺฉาทิฏฺฐิมลวิโสธเนน สุวิสุทฺธจิตฺตสฺส ยถาภูตาวโพธาย สมาธิภาวนา สุกรา โหติ, สพฺพสมาธิภาวนาสุ จ สพฺพสพฺพญฺญุโพธิสตฺตานํ โพธิมูเล อิมินาว สมาธินา สมาหิตจิตฺตานํ ยถาภูตาวโพธโต อยเมว สมาธิภาวนา ปธานาติ จ ทิฏฺฐิกถานนฺตรํ กถิตา. ตตฺถ โสฬสวตฺถุกํ อานาปานสฺสติสมาธึ ภาวยโต สมธิกานิ เทฺว ญาณสตานิ อุปฺปชฺชนฺตีติ ญาณคณนุทฺเทโส, อฏฺฐ ปริปนฺเถ ญาณานีติอาทิ ญาณคณนนิทฺเทโส, กตมานิ อฏฺฐ ปริปนฺเถ ญาณานีติอาทิ. อิมานิ เอกวีสติ วิมุตฺติสุเข ญาณานีติปริยนฺตํ สพฺพญาณานํ วิตฺถารนิทฺเทโส, อนฺเต โสฬสวตฺถุกํ อานาปานสฺสติสมาธึ ภาวยโตติอาทิ นิคมนนฺติ เอวํ ตาว ปาฬิววตฺถานํ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ คณนุทฺเทเส คณนวาเร ตาว โสฬสวตฺถุกนฺติ ทีฆํ รสฺสํ สพฺพกายปฏิสํเวที ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารนฺติ กายานุปสฺสนาจตุกฺกํ, ปีติปฏิสํเวที สุขปฏิสํเวที จิตฺตสงฺขารปฏิสํเวที ปสฺสมฺภยํ จิตฺตสงฺขารนฺติ เวทนานุปสฺสนาจตุกฺกํ, จิตฺตปฏิสํเวที อภิปฺปโมทยํ จิตฺตํ สมาทหํ จิตฺตํ วิโมจยํ จิตฺตนฺติ จิตฺตานุปสฺสนาจตุกฺกํ, อนิจฺจานุปสฺสี วิราคานุปสฺสี นิโรธานุปสฺสี ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสีติ ธมฺมานุปสฺสนาจตุกฺกนฺติ อิเมสํ จตุนฺนํ จตุกฺกานํ วเสน โสฬส วตฺถูนิ ปติฏฺฐา อารมฺมณานิ อสฺสาติ โสฬสวตฺถุโก. ตํ โสฬสวตฺถุกํ. สมาสวเสน ปเนตฺถ วิภตฺติโลโป กโต. อานนฺติ อพฺภนฺตรํ ปวิสนวาโต. อปานนฺติ พหินิกฺขมนวาโต. เกจิ ปน วิปริยาเยน วทนฺติ. อปานญฺหิ อเปตํ อานโตติ อปานนฺติ วุจฺจติ, นิทฺเทเส (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๐) ปน นา-การสฺส ทีฆตฺตมชฺฌุเปกฺขิตฺวา อาปานนฺติ. ตสฺมึ อานาปาเน สติ อานาปานสฺสติ, อสฺสาสปสฺสาสปริคฺคาหิกาย สติยา เอตํ อธิวจนํ. อานาปานสฺสติยา ยุตฺโต สมาธิ, อานาปานสฺสติยํ วา สมาธิ อานาปานสฺสติสมาธิ. ภาวยโตติ นิพฺเพธภาคิยํ ภาเวนฺตสฺส. สมธิกานีติ สห อธิเกน วตฺตนฺตีติ สมธิกานิ, สาติเรกานีติ อตฺโถ. ม-กาโร ปเนตฺถ ปทสนฺธิกโร. เกจิ ปน ‘‘สํอธิกานี’’ติ วทนฺติ. เอวํ สติ เทฺว ญาณสตานิเยว อธิกานีติ อาปชฺชติ, ตํ น ยุชฺชติ. อิมานิ หิ วีสติอธิกานิ เทฺว ญาณสตานิ โหนฺตีติ.
ปริปนฺเถ ญาณานีติ ปริปนฺถํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตญาณานิ. ตถา อุปกาเร อุปกฺกิเลเส ญาณานิ. โวทาเน ญาณานีติ โวทายติ, เตน จิตฺตํ ปริสุทฺธํ โหตีติ โวทานํ. กึ ตํ? ญาณํ. ‘‘โวทานญาณานี’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘สุตมเย ญาณ’’นฺติอาทีสุ (ปฏิ. ม. มาติกา ๑.๑; ปฏิ. ม. ๑.๑) วิย ‘‘โวทาเน ญาณานี’’ติ วุตฺตํ. สโต สมฺปชาโน หุตฺวา กโรตีติ สโตการี, ตสฺส สโตการิสฺส ญาณานิ. นิพฺพิทาญาณานีติ นิพฺพิทาภูตานิ ญาณานิ. นิพฺพิทานุโลมญาณานีติ นิพฺพิทาย อนุกูลานิ ญาณานิ. นิพฺพิทานุโลมิญาณานีติปิ ปาโฐ, นิพฺพิทานุโลโม เอเตสํ อตฺถีติ นิพฺพิทานุโลมีติ อตฺโถ. นิพฺพิทาปฏิปฺปสฺสทฺธิญาณานีติ นิพฺพิทาย ปฏิปฺปสฺสทฺธิยํ ญาณานิ. วิมุตฺติสุเข ญาณานีติ วิมุตฺติสุเขน สมฺปยุตฺตานิ ญาณานิ.
กตมานิ อฏฺฐาติอาทีหิ ปริปนฺถอุปการานํ ปฏิปกฺขวิปกฺขยุคลตฺตา เตสุ ญาณานิ สเหว นิทฺทิฏฺฐานิ. กามจฺฉนฺทเนกฺขมฺมาทีนิ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถานิ. อุปการนฺติ จ ลิงฺควิปลฺลาสวเสน นปุํสกวจนํ กตํ. สพฺเพปิ อกุสลา ธมฺมาติ วุตฺตาวเสสา เย เกจิ อกุสลา ธมฺมา. ตถา สพฺเพปิ นิพฺเพธภาคิยา กุสลา ธมฺมา. ‘‘ปริปนฺโถ อุปการ’’นฺติ จ ตํ ตเทว อเปกฺขิตฺวา เอกวจนํ กตํ. เอตฺถ จ ปริปนฺเถ ญาณานิ จ อุปกาเร ญาณานิ จ ปุจฺฉิตฺวา เตสํ อารมฺมณาเนว วิสฺสชฺชิตฺวา เตเหว ตานิ วิสฺสชฺชิตานิ โหนฺตีติ ตทารมฺมณานิ ญาณานิ นิคเมตฺวา ทสฺเสสิ. อุปกฺกิเลเส ญาณาทีสุปิ เอเสว นโย.
คณนวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.