๑. โสฬสปญฺญานิทฺเทสวณฺณนา
๔. สุตฺตนฺตนิทฺเทเส ฉนฺนํ อภิญฺญาญาณานนฺติ อิทฺธิวิธทิพฺพโสตเจโตปริยปุพฺเพนิวาสทิพฺพจกฺขุอาสวานํ ขยญาณานํ. เตสตฺตตีนํ ญาณานนฺติ ญาณกถาย นิทฺทิฏฺฐานํ สาวกสาธารณานํ ญาณานํ. สตฺตสตฺตตีนํ ญาณานนฺติ เอตฺถ –
‘‘สตฺตสตฺตริ โว, ภิกฺขเว, ญาณวตฺถูนิ เทเสสฺสามิ, ตํ สุณาถ สาธุกํ มนสิ กโรถ, ภาสิสฺสามีติ. กตมานิ, ภิกฺขเว, สตฺตสตฺตริ ญาณวตฺถูนิ? ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ญาณํ, อสติ ชาติยา นตฺถิ ชรามรณนฺติ ญาณํ. อตีตมฺปิ อทฺธานํ ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ญาณํ, อสติ ชาติยา นตฺถิ ชรามรณนฺติ ญาณํ, อนาคตมฺปิ อทฺธานํ ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ญาณํ, อสติ ชาติยา นตฺถิ ชรามรณนฺติ ญาณํ. ยมฺปิสฺส ตํ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ตมฺปิ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺมนฺติ ญาณํ. ภวปจฺจยา ชาตีติ ญาณํ…เป… อุปาทานปจฺจยา ภโวติ ญาณํ… ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานนฺติ ญาณํ… เวทนาปจฺจยา ตณฺหาติ ญาณํ… ผสฺสปจฺจยา เวทนาติ ญาณํ… สฬายตนปจฺจยา ผสฺโสติ ญาณํ… นามรูปปจฺจยา สฬายตนนฺติ ญาณํ… วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปนฺติ ญาณํ… สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณนฺติ ญาณํ… อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ญาณํ, อสติ อวิชฺชาย นตฺถิ สงฺขาราติ ญาณํ. อตีตมฺปิ อทฺธานํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ญาณํ, อสติ อวิชฺชาย นตฺถิ สงฺขาราติ ญาณํ, อนาคตมฺปิ อทฺธานํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ญาณํ, อสติ อวิชฺชาย นตฺถิ สงฺขาราติ ญาณํ. ยมฺปิสฺส ตํ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ตมฺปิ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺมนฺติ ญาณํ. อิมานิ วุจฺจนฺติ, ภิกฺขเว, สตฺตสตฺตริ ญาณวตฺถูนี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๓๔) –
เอวํ ภควตา นิทานวคฺเค วุตฺตานิ สตฺตสตฺตติ ญาณานิ. ‘‘ชรามรเณ ญาณํ, ชรามรณสมุทเย ญาณํ, ชรามรณนิโรเธ ญาณํ, ชรามรณนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ญาณ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๓๓) อิมินา นเยน เอกาทสสุ องฺเคสุ จตฺตาริ จตฺตาริ กตฺวา วุตฺตานิ จตุจตฺตารีส ญาณวตฺถูนิ ปน อิธ น คหิตานิ. อุภยตฺถ จ ญาณานิเยว หิตสุขสฺส วตฺถูนีติ ญาณวตฺถูนิ. ลาโภติอาทีสุ ลาโภเยว อุปสคฺเคน วิเสเสตฺวา ปฏิลาโภติ วุตฺโต. ปุน ตสฺเสว อตฺถวิวรณวเสน ปตฺติ สมฺปตฺตีติ วุตฺตํ. ผสฺสนาติ อธิคมวเสน ผุสนา. สจฺฉิกิริยาติ ปฏิลาภสจฺฉิกิริยา. อุปสมฺปทาติ นิปฺผาทนา.
สตฺตนฺนญฺจ เสกฺขานนฺติ ติสฺโส สิกฺขา สิกฺขนฺตีติ เสกฺขสญฺญิตานํ โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐาทีนํ สตฺตนฺนํ. ปุถุชฺชนกลฺยาณกสฺส จาติ นิพฺพานคามินิยา ปฏิปทาย ยุตฺตตฺตา สุนฺทรฏฺเฐน กลฺยาณสญฺญิตสฺส ปุถุชฺชนสฺส. วฑฺฒิตํ วฑฺฒนํ เอตายาติ วฑฺฒิตวฑฺฒนา. ยถาวุตฺตานํ อฏฺฐนฺนมฺปิ ปญฺญานํ วเสน วิเสสโต จ อรหโต ปญฺญาวเสน ปญฺญาวุทฺธิยา. ตถา ปญฺญาเวปุลฺลาย. มหนฺเต อตฺเถ ปริคฺคณฺหาตีติอาทีสุ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต อริยสาวโก อตฺถาทโย อารมฺมณกรเณน ปริคฺคณฺหาติ. สพฺพาปิ มหาปญฺญา อริยสาวกานํเยว. ตสฺสา จ ปญฺญาย วิสยา เหฏฺฐา วุตฺตตฺถา เอว.
ปุถุนานาขนฺเธสูติอาทีสุ นานาสทฺโท ปุถุสทฺทสฺส อตฺถวจนํ. ญาณํ ปวตฺตตีติ ปุถุปญฺญาติ เตสุ ตถาวุตฺเตสุ ขนฺธาทีสุ ญาณํ ปวตฺตตีติ กตฺวา ตํ ญาณํ ปุถุปญฺญา นามาติ อตฺโถ. นานาปฏิจฺจสมุปฺปาเทสูติ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนานํ ธมฺมานํ วเสน ปจฺจยพหุตฺตา วุตฺตํ. นานาสุญฺญตมนุปลพฺเภสูติ อุปลพฺภนํ อุปลพฺโภ, คหณนฺติ อตฺโถ. น อุปลพฺโภ อนุปลพฺโภ, อนุปลพฺภานํ พหุตฺตา พหุวจเนน อนุปลพฺภา, ปญฺจวีสติสุญฺญตาวเสน วา นานาสุญฺญตาสุ อตฺตตฺตนิยาทีนํ อนุปลพฺภา นานาสุญฺญตานุปลพฺภา, เตสุ. ‘‘นานาสุญฺญตานุปลพฺเภสู’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘อทุกฺขมสุขา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ติกมาติกา ๒) วิย ม-กาโร ปทสนฺธิวเสน วุตฺโต. อิมา ปญฺจ ปญฺญา กลฺยาณปุถุชฺชเนหิ สาธารณา, นานาอตฺถาทีสุ ปญฺญา อริยานํเยว. ปุถุชฺชนสาธารเณ ธมฺเมติ โลกิยธมฺเม. อิมินา อวสานปริยาเยน โลกิยโต ปุถุภูตนิพฺพานารมฺมณตฺตา ปุถุภูตา วิสุํภูตา ปญฺญาติ ปุถุปญฺญา นามาติ วุตฺตํ โหติ.
วิปุลปญฺญา มหาปญฺญานเยน เวทิตพฺพา. ยถาวุตฺเต ธมฺเม ปริคฺคณฺหนฺตสฺส คุณมหนฺตตาย เตสํ ธมฺมานํ ปริคฺคาหิกาย จ ปญฺญาย มหนฺตตา, เตสํ ธมฺมานํ สยเมว มหนฺตตฺตา อุฬารตฺตา ธมฺมานญฺจ ปญฺญาย จ วิปุลตา เวทิตพฺพา. คมฺภีรปญฺญา ปุถุปญฺญานเยน เวทิตพฺพา. เต จ ธมฺมา เต จ อนุปลพฺภา สา จ ปญฺญา ปกติชเนน อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐตฺตา คมฺภีรา.
ยสฺส ปุคฺคลสฺสาติ อริยปุคฺคลสฺเสว. อญฺโญ โกจีติ ปุถุชฺชโน. อภิสมฺภวิตุนฺติ สมฺปาปุณิตุํ. อนภิสมฺภวนีโยติ สมฺปาปุณิตุํ อสกฺกุเณยฺโย. อญฺเญหีติ ปุถุชฺชเนเหว. อฏฺฐมกสฺสาติ อรหตฺตผลฏฺฐโต ปฏฺฐาย คณิยมาเน อฏฺฐมภูตสฺส โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐสฺส. ทูเรติ วิปฺปกฏฺเฐ. วิทูเรติ วิเสเสน วิปฺปกฏฺเฐ. สุวิทูเรติ สุฏฺฐุ วิเสเสน วิปฺปกฏฺเฐ. น สนฺติเกติ น สมีเป. น สามนฺตาติ น สมีปภาเค. อิมานิ เทฺว ปฏิเสธสหิตานิ วจนานิ ทูรภาวสฺเสว นิยมนานิ. อุปาทายาติ ปฏิจฺจ. โสตาปนฺนสฺสาติ โสตาปตฺติผลฏฺฐสฺส. เอเตเนว ตํตํมคฺคปญฺญา ตํตํผลปญฺญาย ทูเรติ วุตฺตํ โหติ. ปจฺเจกสมฺพุทฺโธติ อุปสคฺเคน วิเสสิตํ. อิตรทฺวยํ ปน สุทฺธเมว อาคตํ.
๕. ‘‘ปจฺเจกพุทฺธสฺส สเทวกสฺส จ โลกสฺส ปญฺญา ตถาคตสฺส ปญฺญาย ทูเร’’ติอาทีนิ วตฺวา ตเมว ทูรฏฺฐํ อเนกปฺปการโต ทสฺเสตุกาโม ปญฺญาปเภทกุสโลติอาทิมาห. ตตฺถ ปญฺญาปเภทกุสโลติ อตฺตโน อนนฺตวิกปฺเป ปญฺญาปเภเท เฉโก. ปภินฺนญาโณติ อนนฺตปฺปเภทปตฺตญาโณ. เอเตน ปญฺญาปเภทกุสลตฺเตปิ สติ ตาสํ ปญฺญานํ อนนฺตเภทตฺตํ ทสฺเสติ. อธิคตปฏิสมฺภิโทติ ปฏิลทฺธอคฺคจตุปฏิสมฺภิทาญาโณ. จตุเวสารชฺชปฺปตฺโตติ จตฺตาริ วิสารทภาวสงฺขาตานิ ญาณานิ ปตฺโต. ยถาห –
‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโต ‘อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’ติ, ตตฺร วต มํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา โกจิ วา โลกสฺมึ สห ธมฺเมน ปฏิโจเทสฺสตีติ นิมิตฺตเมตํ, ภิกฺขเว, น สมนุปสฺสามิ, เอตมหํ, ภิกฺขเว, นิมิตฺตํ อสมนุปสฺสนฺโต เขมปฺปตฺโต อภยปฺปตฺโต เวสารชฺชปฺปตฺโต วิหรามิ. ขีณาสวสฺส เต ปฏิชานโต ‘อิเม อาสวา อปริกฺขีณา’ติ, ‘เย โข ปน เต อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา, เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายา’ติ, ‘ยสฺส โข ปน เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโต, โส น นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายา’ติ, ตตฺร วต มํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา โกจิ วา โลกสฺมึ สห ธมฺเมน ปฏิโจเทสฺสตีติ นิมิตฺตเมตํ, ภิกฺขเว, น สมนุปสฺสามิ, เอตมหํ, ภิกฺขเว, นิมิตฺตํ อสมนุปสฺสนฺโต เขมปฺปตฺโต อภยปฺปตฺโต เวสารชฺชปฺปตฺโต วิหรามี’’ติ (อ. นิ. ๔.๘; ม. นิ. ๑.๑๕๐).
ทสพลพลธารีติ ทส พลานิ เอเตสนฺติ ทสพลา, ทสพลานํ พลานิ ทสพลพลานิ, ตานิ ทสพลพลานิ ธารยตีติ ทสพลพลธารี, ทสพลญาณพลธารีติ อตฺโถ. เอเตหิ ตีหิ วจเนหิ อนนฺตปฺปเภทานํ เนยฺยานํ ปเภทมุขมตฺตํ ทสฺสิตํ. โสเยว ปญฺญาปโยควเสน อภิมงฺคลสมฺมตฏฺเฐน ปุริสาสโภ. อสนฺตาสฏฺเฐน ปุริสสีโห. มหนฺตฏฺเฐน ปุริสนาโค. ปชานนฏฺเฐน ปุริสาชญฺโญ. โลกกิจฺจธุรวหนฏฺเฐน ปุริสโธรโยฺห.
อถ เตชาทิกํ อนนฺตญาณโต ลทฺธํ คุณวิเสสํ ทสฺเสตุกาโม เตสํ เตชาทีนํ อนนฺตญาณมูลกภาวํ ทสฺเสนฺโต อนนฺตญาโณติ วตฺวา อนนฺตเตโชติอาทิมาห. ตตฺถ อนนฺตญาโณติ คณนวเสน จ ปภาววเสน จ อนฺตวิรหิตญาโณ. อนนฺตเตโชติ เวเนยฺยสนฺตาเน โมหตมวิธมเนน อนนฺตญาณเตโช. อนนฺตยโสติ ปญฺญาคุเณเหว โลกตฺตยวิตฺถตานนฺตกิตฺติโฆโส. อฑฺโฒติ ปญฺญาธนสมิทฺธิยา สมิทฺโธ. มหทฺธโนติ ปญฺญาธนวฑฺฒตฺเตปิ ปภาวมหตฺเตน มหนฺตํ ปญฺญาธนมสฺสาติ มหทฺธโน. มหาธโนติปิ ปาโฐ. ธนวาติ ปสํสิตพฺพปญฺญาธนวตฺตา นิจฺจยุตฺตปญฺญาธนวตฺตา อติสยภูตปญฺญาธนวตฺตา ธนวา. เอเตสุปิ หิ ตีสุ อตฺเถสุ อิทํ วจนํ สทฺทวิทู อิจฺฉนฺติ.
เอวํ ปญฺญาคุเณน ภควโต อตฺตสมฺปตฺติสิทฺธึ ทสฺเสตฺวา ปุน ปญฺญาคุเณเนว โลกหิตสมฺปตฺติสิทฺธึ ทสฺเสนฺโต เนตาติอาทิมาห. ตตฺถ เวเนยฺเย สํสารสงฺขาตภยฏฺฐานโต นิพฺพานสงฺขาตเขมฏฺฐานํ เนตา. ตตฺถ นยนกาเล เอว สํวรวินยปหานวินยวเสน เวเนยฺเย วิเนตา. ธมฺมเทสนากาเล เอว สํสยจฺเฉทเนน อนุเนตา. สํสยํ ฉินฺทิตฺวา ปญฺญาเปตพฺพํ อตฺถํ ปญฺญาเปตา. ตถา ปญฺญาปิตานํ นิจฺฉยกรเณน นิชฺฌาเปตา. ตถา นิชฺฌายิตสฺส อตฺถสฺส ปฏิปตฺติปโยชนวเสน เปกฺเขตา. ตถาปฏิปนฺเน ปฏิปตฺติผเลน ปสาเทตา. โส หิ ภควาติ เอตฺถ หิ-กาโร อนนฺตรํ วุตฺตสฺส อตฺถสฺส การโณปเทเส นิปาโต. อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตาติ สกสนฺตาเน น อุปฺปนฺนปุพฺพสฺส ฉอสาธารณญาณเหตุภูตสฺส อริยมคฺคสฺส โพธิมูเล โลกหิตตฺถํ สกสนฺตาเน อุปฺปาเทตา. อสญฺชาตสฺส มคฺคสฺส สญฺชเนตาติ เวเนยฺยสนฺตาเน อสญฺชาตปุพฺพสฺส สาวกปารมิญาณเหตุภูตสฺส อริยมคฺคสฺส ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนโต ปภุติ ยาวชฺชกาลา เวเนยฺยสนฺตาเน สญฺชเนตา. สาวกเวเนยฺยานมฺปิ หิ สนฺตาเน ภควโต วุตฺตวจเนเนว อริยมคฺคสฺส สญฺชนนโต ภควา สญฺชเนตา นาม โหติ. อนกฺขาตสฺส มคฺคสฺส อกฺขาตาติ อฏฺฐธมฺมสมนฺนาคตานํ พุทฺธภาวาย กตาภินีหารานํ โพธิสตฺตานํ พุทฺธภาวาย พฺยากรณํ ทตฺวา อนกฺขาตปุพฺพสฺส ปารมิตามคฺคสฺส, ‘‘พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากรณมตฺเตเนว วา โพธิมูเล อุปฺปชฺชิตพฺพสฺส อริยมคฺคสฺส อกฺขาตา. อยํ นโย ปจฺเจกโพธิสตฺตพฺยากรเณปิ ลพฺภติเยว.
มคฺคญฺญูติ ปจฺจเวกฺขณาวเสน อตฺตนา อุปฺปาทิตอริยมคฺคสฺส ญาตา. มคฺควิทูติ เวเนยฺยสนฺตาเน ชเนตพฺพสฺส อริยมคฺคสฺส กุสโล. มคฺคโกวิโทติ โพธิสตฺตานํ อกฺขาตพฺพมคฺเค วิจกฺขโณ. อถ วา อภิสมฺโพธิปฏิปตฺติมคฺคญฺญู, ปจฺเจกโพธิปฏิปตฺติมคฺควิทู, สาวกโพธิปฏิปตฺติมคฺคโกวิโท. อถ วา ‘‘เอเตน มคฺเคน อตํสุ ปุพฺเพ, ตริสฺสนฺติเยว ตรนฺติ โอฆ’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๔๐๙) วจนโต ยถาโยคํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนพุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวกานํ มคฺควเสน จ สุญฺญตานิมิตฺตอปฺปณิหิตมคฺควเสน จ อุคฺฆฏิตญฺญูวิปญฺจิตญฺญูเนยฺยปุคฺคลานํ มคฺควเสน จ ยถากฺกเมนตฺถโยชนํ กโรนฺติ. มคฺคานุคามี จ ปนาติ ภควตา คตมคฺคานุคามิโน หุตฺวา. เอตฺถ จ-สทฺโท เหตุอตฺเถ นิปาโต. เอเตน จ ภควโต มคฺคุปฺปาทนาทิคุณาธิคมาย เหตุ วุตฺโต โหติ. ปน-สทฺโท กตตฺเถ นิปาโต. เตน ภควตา กตมคฺคกรณํ วุตฺตํ โหติ. ปจฺฉา สมนฺนาคตาติ ปฐมํ คตสฺส ภควโต ปจฺฉาคตสีลาทิคุเณน สมนฺนาคตา. อิติ เถโร ‘‘อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา’’ติอาทีหิ ยสฺมา สพฺเพปิ ภควโต สีลาทโย คุณา อรหตฺตมคฺคเมว นิสฺสาย อาคตา, ตสฺมา อรหตฺตมคฺคเมว นิสฺสาย คุณํ กเถสิ.
ชานํ ชานาตีติ ชานิตพฺพํ ชานาติ, สพฺพญฺญุตาย ยํกิญฺจิ ปญฺญาย ชานิตพฺพํ นาม อตฺถิ, ตํ สพฺพํ ปญฺจเนยฺยปถภูตํ ปญฺญาย ชานาตีติ อตฺโถ. ปสฺสํ ปสฺสตีติ ปสฺสิตพฺพํ ปสฺสติ, สพฺพทสฺสาวิตาย ตํเยว เนยฺยปถํ จกฺขุนา ทิฏฺฐํ วิย กโรนฺโต ปญฺญาจกฺขุนา ปสฺสตีติ อตฺโถ. ยถา วา เอกจฺโจ วิปรีตํ คณฺหนฺโต ชานนฺโตปิ น ชานาติ, ปสฺสนฺโตปิ น ปสฺสติ, น เอวํ ภควา. ภควา ปน ยถาสภาวํ คณฺหนฺโต ชานนฺโต ชานาติเยว, ปสฺสนฺโต ปสฺสติเยว. สฺวายํ ทสฺสนปริณายกฏฺเฐน จกฺขุภูโต. วิทิตตาทิอตฺเถน ญาณภูโต. อวิปรีตสภาวฏฺเฐน วา ปริยตฺติธมฺมปวตฺตนโต หทเยน จินฺเตตฺวา วาจาย นิจฺฉาริตธมฺมมโยติ วา ธมฺมภูโต. เสฏฺฐฏฺเฐน พฺรหฺมภูโต. อถ วา จกฺขุ วิย ภูโตติ จกฺขุภูโต. ญาณํ วิย ภูโตติ ญาณภูโต. ธมฺโม วิย ภูโตติ ธมฺมภูโต. พฺรหฺมา วิย ภูโตติ พฺรหฺมภูโต. สฺวายํ ธมฺมสฺส วจนโต, วตฺตนโต วา วตฺตา. นานปฺปกาเรหิ วจนโต, วตฺตนโต วา ปวตฺตา. อตฺถํ นีหริตฺวา นีหริตฺวา นยนโต อตฺถสฺส นินฺเนตา. อมตาธิคมาย ปฏิปตฺติเทสนโต, อมตปฺปกาสนาย วา ธมฺมเทสนาย อมตสฺส อธิคมาปนโต อมตสฺส ทาตา. โลกุตฺตรธมฺมสฺส อุปฺปาทิตตฺตา เวเนยฺยานุรูเปน ยถาสุขํ โลกุตฺตรธมฺมสฺส ทาเนน จ, ธมฺเมสุ จ อิสฺสโรติ ธมฺมสฺสามี. ตถาคตปทํ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถํ.
อิทานิ ‘‘ชานํ ชานาตี’’ติอาทีหิ วุตฺตํ คุณํ สพฺพญฺญุตาย วิเสเสตฺวา ทสฺเสตุกาโม สพฺพญฺญุตํ สาเธนฺโต นตฺถีติอาทิมาห. เอวํภูตสฺส หิ ตสฺส ภควโต ปารมิตาปุญฺญพลปฺปภาวนิปฺผนฺเนน อรหตฺตมคฺคญาเณน สพฺพธมฺเมสุ สวาสนสฺส สมฺโมหสฺส วิหตตฺตา อสจฺฉิกตํ นาม นตฺถิ. อสมฺโมหโต สพฺพธมฺมานํ ญาตตฺตา อญฺญาตํ นาม นตฺถิ. ตเถว จ สพฺพธมฺมานํ จกฺขุนา วิย ญาณจกฺขุนา ทิฏฺฐตฺตา อทิฏฺฐํ นาม นตฺถิ. ญาเณน ปน ปตฺตตฺตา อวิทิตํ นาม นตฺถิ. อสมฺโมหสจฺฉิกิริยาย สจฺฉิกตตฺตา อสจฺฉิกตํ นาม นตฺถิ. อสมฺโมหปญฺญาย ผุฏฺฐตฺตา ปญฺญาย อผสฺสิตํ นาม นตฺถิ. ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ ปจฺจุปฺปนฺนํ กาลํ วา ธมฺมํ วา. อุปาทายาติ อาทาย, อนฺโตกตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘อุปาทายา’’ติ วจเนเนว กาลวินิมุตฺตํ นิพฺพานมฺปิ คหิตเมว โหติ. ‘‘อตีตา’’ทิวจนานิ จ ‘‘นตฺถี’’ติอาทิวจเนเนว ฆฏียนฺติ, ‘‘สพฺเพ’’ติอาทิวจเนน วา. สพฺเพ ธมฺมาติ สพฺพสงฺขตาสงฺขตธมฺมปริยาทานํ. สพฺพากาเรนาติ สพฺพธมฺเมสุ เอเกกสฺเสว ธมฺมสฺส อนิจฺจาการาทิสพฺพาการปริยาทานํ. ญาณมุเขติ ญาณาภิมุเข. อาปาถํ อาคจฺฉนฺตีติ โอสรณํ อุเปนฺติ. ‘‘ชานิตพฺพ’’นฺติปทํ ‘‘เนยฺย’’นฺติปทสฺส อตฺถวิวรณตฺถํ วุตฺตํ.
อตฺตตฺโถ วาติอาทีสุ วา-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. อตฺตตฺโถติ อตฺตโน อตฺโถ. ปรตฺโถติ ปเรสํ ติณฺณํ โลกานํ อตฺโถ. อุภยตฺโถติ อตฺตโน จ ปเรสญฺจาติ สกึเยว อุภินฺนํ อตฺโถ. ทิฏฺฐธมฺมิโกติ ทิฏฺฐธมฺเม นิยุตฺโต, ทิฏฺฐธมฺมปฺปโยชโน วา อตฺโถ. สมฺปราเย นิยุตฺโต, สมฺปรายปฺปโยชโน วา สมฺปรายิโก. อุตฺตาโนติอาทีสุ โวหารวเสน วตฺตพฺโพ สุขปติฏฺฐตฺตา อุตฺตาโน. โวหารํ อติกฺกมิตฺวา วตฺตพฺโพ สุญฺญตาปฏิสํยุตฺโต ทุกฺขปติฏฺฐตฺตา คมฺภีโร. โลกุตฺตโร อจฺจนฺตติโรกฺขตฺตา คูโฬฺห. อนิจฺจตาทิโก ฆนาทีหิ ปฏิจฺฉนฺนตฺตา ปฏิจฺฉนฺโน. อปฺปจุรโวหาเรน วตฺตพฺโพ ยถารุตํ อคฺคเหตฺวา อธิปฺปายสฺส เนตพฺพตฺตา เนยฺโย. ปจุรโวหาเรน วตฺตพฺโพ วจนมตฺเตน อธิปฺปายสฺส นีตตฺตา นีโต. สุปริสุทฺธสีลสมาธิวิปสฺสนตฺโถ ตทงฺควิกฺขมฺภนวเสน วชฺชวิรหิตตฺตา อนวชฺโช. กิเลสสมุจฺเฉทนโต อริยมคฺคตฺโถ นิกฺกิเลโส. กิเลสปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตา อริยผลตฺโถ โวทาโน. สงฺขตาสงฺขเตสุ อคฺคธมฺมตฺตา นิพฺพานํ ปรมตฺโถ. ปริวตฺตตีติ พุทฺธญาณสฺส วิสยภาวโต อพหิภูตตฺตา อนฺโตพุทฺธญาเณ พฺยาปิตฺวา วา สมนฺตา วา อาลิงฺคิตฺวา วา วิเสเสน วา วตฺตติ.
สพฺพํ กายกมฺมนฺติอาทีหิ ภควโต ญาณมยตํ ทสฺเสติ. ญาณานุปริวตฺตตีติ ญาณํ อนุปริวตฺตติ, ญาณวิรหิตํ น โหตีติ อตฺโถ. อปฺปฏิหตนฺติ นิราวรณตํ ทสฺเสติ. ปุน สพฺพญฺญุตํ อุปมาย สาเธตุกาโม ยาวตกนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ชานิตพฺพนฺติ เนยฺยํ, เนยฺยปริยนฺโต เนยฺยาวสานมสฺส อตฺถีติ เนยฺยปริยนฺติกํ. อสพฺพญฺญูนํ ปน เนยฺยาวสานเมว นตฺถิ. ญาณปริยนฺติเกปิ เอเสว นโย. ปุริมยมเก วุตฺตตฺถเมว อิมินา ยมเกน วิเสเสตฺวา ทสฺเสติ, ตติยยมเกน ปฏิเสธวเสน นิยมิตฺวา ทสฺเสติ. เอตฺถ จ เนยฺยํ ญาณสฺส ปถตฺตา เนยฺยปโถ. อญฺญมญฺญปริยนฺตฏฺฐายิโนติ เนยฺยญฺจ ญาณญฺจ เขเปตฺวา ฐานโต อญฺญมญฺญสฺส ปริยนฺเต ฐานสีลา. อาวชฺชนปฺปฏิพทฺธาติ มโนทฺวาราวชฺชนายตฺตา, อาวชฺชิตานนฺตรเมว ชานาตีติ อตฺโถ. อากงฺขปฺปฏิพทฺธาติ รุจิอายตฺตา, อาวชฺชนานนฺตรํ ชวนญาเณน ชานาตีติ อตฺโถ. อิตรานิ เทฺว ปทานิ อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปทานํ ยถากฺกเมน อตฺถปฺปกาสนตฺถํ วุตฺตานิ. พุทฺโธ อาสยํ ชานาตีติอาทีนิ ญาณกถายํ วณฺณิตานิ. มหานิทฺเทเส ปน ‘‘ภควา อาสยํ ชานาตี’’ติ (มหานิ. ๖๙) อาคตํ. ตตฺถ ‘‘พุทฺธสฺส ภควโต’’ติ (มหานิ. ๖๙) อาคตฏฺฐาเน จ อิธ กตฺถจิ ‘‘พุทฺธสฺสา’’ติ อาคตํ.
อนฺตมโสติ อุปริมนฺเตน. ติมิติมิงฺคลนฺติ เอตฺถ ติมิ นาม เอกา มจฺฉชาติ, ติมึ คิลิตุํ สมตฺถา ตโต มหนฺตสรีรา ติมิงฺคลา นาม เอกา มจฺฉชาติ, ติมิงฺคลมฺปิ คิลิตุํ สมตฺถา ปญฺจโยชนสติกสรีรา ติมิติมิงฺคลา นาม เอกา มจฺฉชาติ. อิธ ชาติคฺคหเณน เอกวจนํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. ครุฬํ เวนเตยฺยนฺติ เอตฺถ ครุโฬติ ชาติวเสน นามํ, เวนเตยฺโยติ โคตฺตวเสน. ปเทเสติ เอกเทเส. สาริปุตฺตสมาติ สพฺพพุทฺธานํ ธมฺมเสนาปติตฺเถเร คเหตฺวา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เสสสาวกา หิ ปญฺญาย ธมฺมเสนาปติตฺเถเรน สมา นาม นตฺถิ. ยถาห – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ มหาปญฺญานํ ยทิทํ สาริปุตฺโต’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๘๘-๑๘๙). อฏฺฐกถายญฺจ วุตฺตํ –
‘‘โลกนาถํ ฐเปตฺวาน, เย จญฺเญ สนฺติ ปาณิโน;
ปญฺญาย สาริปุตฺตสฺส, กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสิ’’นฺติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๑๗๑);
ผริตฺวาติ พุทฺธญาณํ สพฺพเทวมนุสฺสานมฺปิ ปญฺญํ ปาปุณิตฺวา ฐานโต เตสํ ปญฺญํ ผริตฺวา พฺยาปิตฺวา ติฏฺฐติ. อติฆํสิตฺวาติ พุทฺธญาณํ สพฺพเทวมนุสฺสานมฺปิ ปญฺญํ อติกฺกมิตฺวา เตสํ อวิสยภูตมฺปิ สพฺพํ เนยฺยํ ฆํสิตฺวา ภญฺชิตฺวา ติฏฺฐติ. มหานิทฺเทเส ปน (มหานิ. ๖๙) ‘‘อภิภวิตฺวา’’ติ ปาโฐ, มทฺทิตฺวาติปิ อตฺโถ. เยปิ เตติอาทีหิ เอวํ ผริตฺวา อติฆํสิตฺวา ฐานสฺส ปจฺจกฺขการณํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ปณฺฑิตาติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคตา. นิปุณาติ สณฺหสุขุมพุทฺธิโน สุขุเม อตฺถนฺตเร ปฏิวิชฺฌนสมตฺถา. กตปรปฺปวาทาติ ญาตปรปฺปวาทา เจว ปเรหิ สทฺธึ กตวาทปริจยา จ. วาลเวธิรูปาติ วาลเวธิธนุคฺคหสทิสา. โวภินฺทนฺตา มญฺเญ จรนฺติ ปญฺญาคเตน ทิฏฺฐิคตานีติ วาลเวธี วิย วาลํ สุขุมานิปิ ปเรสํ ทิฏฺฐิคมนานิ อตฺตโน ปญฺญาคมเนน ภินฺทนฺตา วิย จรนฺตีติ อตฺโถ. อถ วา ‘‘คูถคตํ มุตฺตคต’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๙.๑๑) วิย ปญฺญา เอว ปญฺญาคตานิ, ทิฏฺฐิโย เอว ทิฏฺฐิคตานิ.
ปญฺหํ อภิสงฺขริตฺวาติ ทฺวิปทมฺปิ ติปทมฺปิ จตุปฺปทมฺปิ ปุจฺฉํ รจยิตฺวา. เตสํ ปญฺหานํ อติพหุกตฺตา สพฺพสงฺคหตฺถํ ทฺวิกฺขตฺตุํ วุตฺตํ. คูฬฺหานิ จ ปฏิจฺฉนฺนานิ อตฺถชาตานีติ ปาฐเสโส. เตสํ ตถา วินยํ ทิสฺวา ‘‘อตฺตนา อภิสงฺขตปญฺหํ ปุจฺฉตู’’ติ เอวํ ภควตา อธิปฺเปตตฺตา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ. อญฺเญสํ ปน ปุจฺฉาย โอกาสเมว อทตฺวา ภควา อุปสงฺกมนฺตานํ ธมฺมํ เทเสติ. ยถาห –
‘‘เต ปญฺหํ อภิสงฺขโรนฺติ ‘อิมํ มยํ ปญฺหํ สมณํ โคตมํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิสฺสาม, สเจ โน สมโณ โคตโม เอวํ ปุฏฺโฐ เอวํ พฺยากริสฺสติ, เอวมสฺส มยํ วาทํ อาโรเปสฺสาม. เอวํ เจปิ โน ปุฏฺโฐ เอวํ พฺยากริสฺสติ, เอวํปิสฺส มยํ วาทํ อาโรเปสฺสามา’ติ. เต เยน สมโณ โคตโม, เตนุปสงฺกมนฺติ, เต สมโณ โคตโม ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ. เต สมเณน โคตเมน ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิตา สมาทปิตา สมุตฺเตชิตา สมฺปหํสิตา น เจว สมณํ โคตมํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, กุโตสฺส วาทํ อาโรเปสฺสนฺติ? อญฺญทตฺถุ สมณสฺเสว โคตมสฺส สาวกา สมฺปชฺชนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๘๙).
กสฺมา ปญฺหํ น ปุจฺฉนฺตีติ เจ? ภควา กิร ปริสมชฺเฌ ธมฺมํ เทเสนฺโต ปริสาย อชฺฌาสยํ โอโลเกติ. ตโต ปสฺสติ ‘‘อิเม ปณฺฑิตา คูฬฺหํ รหสฺสํ ปญฺหํ โอวฏฺฏิกสารํ กตฺวา อาคตา’’ติ. โส เตหิ อปุฏฺโฐเยว ‘‘ปญฺหปุจฺฉาย เอตฺตกา โทสา, วิสฺสชฺชเน เอตฺตกา, อตฺเถ ปเท อกฺขเร เอตฺตกาติ อิเม ปเญฺห ปุจฺฉนฺโต เอวํ ปุจฺเฉยฺย, วิสฺสชฺเชนฺโต เอวํ วิสฺสชฺเชยฺยา’’ติ อิติ โอวฏฺฏิกสารํ กตฺวา อานีเต ปเญฺห ธมฺมกถาย อนฺตเร ปกฺขิปิตฺวา วิทํเสติ. เต ปณฺฑิตา ‘‘เสยฺยา วต โน, เย มยํ อิเม ปเญฺห น ปุจฺฉิมฺห. สเจปิ มยํ ปุจฺเฉยฺยาม, อปฺปติฏฺฐิเต โน กตฺวา สมโณ โคตโม ขิเปยฺยา’’ติ อตฺตมนา ภวนฺติ. อปิจ พุทฺธา นาม ธมฺมํ เทเสนฺตา ปริสํ เมตฺตาย ผรนฺติ. เมตฺตาย จ ผรเณน ทสพเลสุ มหาชนสฺส จิตฺตํ ปสีทติ. พุทฺธา นาม รูปคฺคปฺปตฺตา โหนฺติ ทสฺสนสมฺปนฺนา มธุรสฺสรา มุทุชิวฺหา สุผุสิตทนฺตาวรณา อมเตน หทยํ สิญฺจนฺตา วิย ธมฺมํ กเถนฺติ. ตตฺร เนสํ เมตฺตาผรเณน ปสนฺนจิตฺตานํ เอวํ โหติ – เอวรูปํ อเทฺวชฺฌกถํ อโมฆกถํ นิยฺยานิกกถํ กเถนฺเตน ภควตา สทฺธึ น สกฺขิสฺสาม ปจฺจนีกคฺคาหํ คณฺหิตุนฺติ อตฺตโน ปสนฺนภาเวเนว ปญฺหํ น ปุจฺฉนฺตีติ.
กถิตา วิสชฺชิตา จาติ เอวํ ตุเมฺห ปุจฺฉถาติ ปุจฺฉิตปญฺหานํ อุจฺจารเณน เต ปญฺหา ภควตา กถิตา เอว โหนฺติ. ยถา จ เต วิสชฺเชตพฺพา, ตถา วิสชฺชิตา เอว โหนฺติ. นิทฺทิฏฺฐการณาติ อิมินา การเณน อิมินา เหตุนา เอวํ โหตีติ เอวํ สเหตุกํ กตฺวา วิสชฺชเนน ภควตา นิทฺทิฏฺฐการณา เอว โหนฺติ เต ปญฺหา. อุปกฺขิตฺตกา จ เต ภควโต สมฺปชฺชนฺตีติ เต ขตฺติยปณฺฑิตาทโย ภควโต ปญฺหวิสชฺชเนเนว ภควโต สมีเป ขิตฺตกา ปาทขิตฺตกา สมฺปชฺชนฺติ, สาวกา วา สมฺปชฺชนฺติ อุปาสกา วาติ อตฺโถ, สาวกสมฺปตฺตึ วา ปาปุณนฺติ อุปาสกสมฺปตฺตึ วาติ วุตฺตํ โหติ. อถาติ อนนฺตรตฺเถ, เตสํ อุปกฺขิตฺตกสมฺปตฺติสมนนฺตรเมวาติ อตฺโถ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ฐาเน, ตสฺมึ อธิกาเร วา. อติโรจตีติ อติวิย โชเตติ ปกาสติ. ยทิทํ ปญฺญายาติ ยายํ ภควโต ปญฺญา, ตาย ปญฺญาย ภควาว อติโรจตีติ อตฺโถ. อิติสทฺโท การณตฺเถ, อิมินา การเณน อคฺโค อสามนฺตปญฺโญติ อตฺโถ.
๖. ราคํ อภิภุยฺยตีติ ภูริปญฺญาติ สา สา มคฺคปญฺญา อตฺตนา วชฺฌํ ราคํ อภิภุยฺยติ อภิภวติ มทฺทตีติ ภูริปญฺญา. ภูรีติ หิ ผุฏฏฺโฐ วิสทตฺโถ. ยา จ ผุฏา, สา ปฏิปกฺขํ อภิภวติ น อผุฏา, ตสฺมา ภูริปญฺญาย อภิภวนตฺโถ วุตฺโต. อภิภวิตาติ สา สา ผลปญฺญา ตํ ตํ ราคํ อภิภวิตวตี มทฺทิตวตีติ ภูริปญฺญา. อภิภวตาติ วา ปาโฐ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ราคาทีสุ ปน รชฺชนลกฺขโณ ราโค. ทุสฺสนลกฺขโณ โทโส. มุยฺหนลกฺขโณ โมโห. กุชฺฌนลกฺขโณ โกโธ. อุปนนฺธนลกฺขโณ อุปนาโห. ปุพฺพกาลํ โกโธ, อปรกาลํ อุปนาโห. ปรคุณมกฺขนลกฺขโณ มกฺโข. ยุคคฺคาหลกฺขโณ ปฬาโส. ปรสมฺปตฺติขียนลกฺขณา อิสฺสา. อตฺตโน สมฺปตฺตินิคูหณลกฺขณํ มจฺฉริยํ. อตฺตนา กตปาปปฏิจฺฉาทนลกฺขณา มายา. อตฺตโน อวิชฺชมานคุณปฺปกาสนลกฺขณํ สาเฐยฺยํ. จิตฺตสฺส อุทฺธุมาตภาวลกฺขโณ ถมฺโภ. กรณุตฺตริยลกฺขโณ สารมฺโภ. อุนฺนติลกฺขโณ มาโน. อพฺภุนฺนติลกฺขโณ อติมาโน. มตฺตภาวลกฺขโณ มโท. ปญฺจสุ กามคุเณสุ จิตฺตโวสคฺคลกฺขโณ ปมาโท.
ราโค อริ, ตํ อรึ มทฺทนิปญฺญาติอาทีหิ กึ วุตฺตํ โหติ? ราคาทิโก กิเลโส จิตฺตสนฺตาเน ภูโต อรีติ ภู-อริ, ปทสนฺธิวเสน อ-การ โลปํ กตฺวา ภูรีติ วุตฺโต. ตสฺส ภูริสฺส มทฺทนี ปญฺญา ภูริมทฺทนิปญฺญาติ วตฺตพฺเพ มทฺทนิ สทฺท โลปํ กตฺวา ‘‘ภูริปญฺญา’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตํ อรึ มทฺทนีติ จ เตสํ อรีนํ มทฺทนีติ ปทจฺเฉโท กาตพฺโพ. ปถวีสมายาติ วิตฺถตวิปุลฏฺเฐเนว ปถวีสมาย. วิตฺถตายาติ ปชานิตพฺเพ วิสเย ปตฺถฏาย, น เอกเทเส วตฺตมานาย. วิปุลายาติ โอฬาริกภูตาย. มหานิทฺเทเส ปน ‘‘วิปุลาย วิตฺถตายา’’ติ (มหานิ. ๒๗) อาคตํ. สมนฺนาคโตติ ปุคฺคโล. อิติสทฺโท การณตฺเถ, อิมินา การเณน ปุคฺคลสฺส ภูริปญฺญาย สมนฺนาคตตฺตา ตสฺส ปญฺญา ภูริปญฺญา นามาติ ภูเต อตฺเถ รมตีติ อตฺโถ. ภูริปญฺญสฺส ปญฺญา ภูริปญฺญปญฺญาติ วตฺตพฺเพ เอกสฺส ปญฺญาสทฺทสฺส โลปํ กตฺวา ‘‘ภูริปญฺญา’’ติ วุตฺตํ. ภูริสมา ปญฺญาติ วา ภูริปญฺญา. อปิจาติ อญฺญปริยายทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ปญฺญายเมตนฺติ ปญฺญาย เอตํ. อธิวจนนฺติ อธิกวจนํ. ภูรีติ ภูเต อตฺเถ รมตีติ ภูริ. เมธาติ อสนิ วิย สิลุจฺจเย กิเลเส เมธติ หึสตีติ เมธา, ขิปฺปํ คหณธารณฏฺเฐน วา เมธา. ปริณายิกาติ ยสฺสุปฺปชฺชติ, ตํ สตฺตํ หิตปฏิปตฺติยํ สมฺปยุตฺตธมฺเม จ ยาถาวลกฺขณปฏิเวเธ จ ปริเนตีติ ปริณายิกา. อิเมเหว อญฺญานิปิ ปญฺญาปริยายวจนานิ วุตฺตานิ โหนฺติ.
ปญฺญาพาหุลฺลนฺติ ปญฺญา พหุลา อสฺสาติ ปญฺญาพหุโล, ตสฺส ภาโว ปญฺญาพาหุลฺลํ. ตญฺจ พหุลํ ปวตฺตมานา ปญฺญา เอว. อิเธกจฺโจติอาทีสุ ปุถุชฺชนกลฺยาณโก วา อริโย วา. ปญฺญา ครุกา อสฺสาติ ปญฺญาครุโก. ปญฺญา จริตํ ปวตฺตํ อสฺสาติ ปญฺญาจริโต. ปญฺญา อาสโย อสฺสาติ ปญฺญาสโย. ปญฺญาย อธิมุตฺโตติ ปญฺญาธิมุตฺโต. ปญฺญา เอว ธชภูตา อสฺสาติ ปญฺญาธโช. ปญฺญา เอว เกตุภูตา อสฺสาติ ปญฺญาเกตุ. ปญฺญา เอว อธิปติ ปญฺญาธิปติ, ปญฺญาธิปติโต อาคตตฺตา ปญฺญาธิปเตยฺโย. ธมฺมสภาววิจินนํ พหุลมสฺสาติ วิจยพหุโล. นานปฺปกาเรน ธมฺมสภาววิจินนํ พหุลมสฺสาติ ปวิจยพหุโล. ปญฺญาย โอคาเหตฺวา ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺส ขายนํ ปากฏกรณํ โอกฺขายนํ, โอกฺขายนํ พหุลมสฺสาติ โอกฺขายนพหุโล. ปญฺญาย ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺส สมฺมา เปกฺขณา สมฺเปกฺขา, สมฺเปกฺขาย อยนํ ปวตฺตนํ สมฺเปกฺขายนํ, สมฺเปกฺขายนํ ธมฺโม ปกติ อสฺสาติ สมฺเปกฺขายนธมฺโม. ตํ ตํ ธมฺมํ วิภูตํ ปากฏํ กตฺวา วิหรตีติ วิภูตวิหารี, วิภูโต วิหาโร วา อสฺส อตฺถีติ วิภูตวิหารี. สา ปญฺญา จริตํ, ครุกา, พหุลา อสฺสาติ ตจฺจริโต ตคฺครุโก ตพฺพหุโล. ตสฺสํ ปญฺญายํ นินฺโน, โปโณ, ปพฺภาโร, อธิมุตฺโตติ ตนฺนินฺโน ตปฺโปโณ ตปฺปพฺภาโร ตทธิมุตฺโต. สา ปญฺญา อธิปติ ตทธิปติ, ตโต อาคโต ตทธิปเตยฺโย. ‘‘ปญฺญาครุโก’’ติอาทีนิ ‘‘กามํ เสวนฺตํเยว ชานาติ อยํ ปุคฺคโล กามครุโก’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๓) วิย ปุริมชาติโต ปภุติ วุตฺตานิ. ‘‘ตจฺจริโต’’ติอาทีนิ อิมิสฺสา ชาติยา วุตฺตานิ.
สีฆปญฺญา จ ลหุปญฺญา จ หาสปญฺญา จ ชวนปญฺญา จ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา. ขิปฺปฏฺเฐน สีฆปญฺญา. ลหุกฏฺเฐน ลหุปญฺญา. หาสพหุลฏฺเฐน หาสปญฺญา. วิปสฺสนูปคสงฺขาเรสุ จ วิสงฺขาเร จ ชวนฏฺเฐน ชวนปญฺญา. สีฆํ สีฆนฺติ พหุนฺนํ สีลาทีนํ สงฺคหตฺถํ ทฺวิกฺขตฺตุํ วุตฺตํ. สีลานีติ จาริตฺตวาริตฺตวเสน ปญฺญตฺตานิ ปาติโมกฺขสํวรสีลานิ. อินฺทฺริยสํวรนฺติ จกฺขาทีนํ ฉนฺนํ อินฺทฺริยานํ ราคปฏิฆปฺปเวสํ อกตฺวา สติกวาเฏน วารณํ ถกนํ. โภชเน มตฺตญฺญุตนฺติ ปจฺจเวกฺขิตปริโภควเสน โภชเน ปมาณญฺญุภาวํ. ชาคริยานุโยคนฺติ ทิวสสฺส ตีสุ โกฏฺฐาเสสุ, รตฺติยา ปฐมปจฺฉิมโกฏฺฐาเสสุ จ ชาครติ น นิทฺทายติ, สมณธมฺมเมว จ กโรตีติ ชาคโร, ชาครสฺส ภาโว, กมฺมํ วา ชาคริยํ, ชาคริยสฺส อนุโยโค ชาคริยานุโยโค. ตํ ชาคริยานุโยคํ. สีลกฺขนฺธนฺติ เสกฺขํ อเสกฺขํ วา สีลกฺขนฺธํ. เอวมิตเรปิ ขนฺธา เวทิตพฺพา. ปญฺญากฺขนฺธนฺติ มคฺคปญฺญญฺจ เสกฺขาเสกฺขานํ โลกิยปญฺญญฺจ. วิมุตฺติกฺขนฺธนฺติ ผลวิมุตฺตึ. วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺธนฺติ ปจฺจเวกฺขณญาณํ.
หาสพหุโลติ มูลปทํ. เวทพหุโลติ ตสฺสา เอว ปีติยา สมฺปยุตฺตโสมนสฺสเวทนาวเสน นิทฺเทสปทํ. ตุฏฺฐิพหุโลติ นาติพลวปีติยา ตุฏฺฐาการวเสน. ปาโมชฺชพหุโลติ พลวปีติยา ปมุทิตภาววเสน.
๗. ยํ กิญฺจิ รูปนฺติอาทิ สมฺมสนญาณนิทฺเทเส วุตฺตตฺถํ. ตุลยิตฺวาติ กลาปสมฺมสนวเสน ตุเลตฺวา. ตีรยิตฺวาติ อุทยพฺพยานุปสฺสนาวเสน ตีรยิตฺวา. วิภาวยิตฺวาติ ภงฺคานุปสฺสนาทิวเสน ปากฏํ กตฺวา. วิภูตํ กตฺวาติ สงฺขารุเปกฺขานุโลมวเสน ผุฏํ กตฺวา. ติกฺขปญฺญา โลกุตฺตรา เอว. อุปฺปนฺนนฺติ สมถวิปสฺสนาวเสน วิกฺขมฺภนตทงฺควเสน ปหีนมฺปิ อริยมคฺเคน อสมูหตตฺตา อุปฺปตฺติธมฺมตํ อนตีตตาย อสมูหตุปฺปนฺนนฺติ วุจฺจติ, ตํ อิธ อธิปฺเปตํ. นาธิวาเสตีติ สนฺตานํ อาโรเปตฺวา น วาเสติ. ปชหตีติ สมุจฺเฉทวเสน ปชหติ. วิโนเทตีติ ขิปติ. พฺยนฺตีกโรตีติ วิคตนฺตํ กโรติ. อนภาวํ คเมตีติ อนุ อภาวํ คเมติ, วิปสฺสนานุกฺกเมน อริยมคฺคํ ปตฺวา สมุจฺเฉทวเสเนว อภาวํ คมยตีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ กามปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก กามวิตกฺโก. ‘‘อิเม สตฺตา มรนฺตู’’ติ ปเรสํ มรณปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก พฺยาปาทวิตกฺโก. ‘‘อิเม สตฺตา วิหึสียนฺตู’’ติ ปเรสํ วิหึสาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก วิหึสาวิตกฺโก. ปาปเกติ ลามเก. อกุสเล ธมฺเมติ อโกสลฺลสมฺภูเต ธมฺเม.
นิพฺเพธิกปญฺญาติ นิพฺพิทาพหุลสฺส ปุคฺคลสฺส อุปฺปนฺนมคฺคปญฺญา เอว. อุพฺเพคพหุโลติ ญาณภยวเสน ภยพหุโล. อุตฺตาสพหุโลติ พลวภยพหุโล. อิทํ ปุริมสฺเสว อตฺถวิวรณํ. อุกฺกณฺฐนพหุโลติ สงฺขารโต อุทฺธํ วิสงฺขาราภิมุขตาย อุกฺกณฺฐนพหุโล. อนภิรติพหุโลติ อุกฺกณฺฐนวเสเนว อภิรติอภาวํ ทีเปติ. อิทานิปิ ตมตฺถํ ทฺวีหิ วจเนหิ วิวรติ. ตตฺถ พหิมุโขติ สงฺขารโต พหิภูตนิพฺพานาภิมุโข. น รมตีติ นาภิรมติ. อนิพฺพิทฺธปุพฺพนฺติ อนมตคฺเค สํสาเร อนฺตํ ปาเปตฺวา อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ. อปฺปทาลิตปุพฺพนฺติ ตสฺเสว อตฺถวจนํ, อนฺตกรเณเนว อปทาลิตปุพฺพนฺติ อตฺโถ. โลภกฺขนฺธนฺติ โลภราสึ, โลภโกฏฺฐาสํ วา. อิมาหิ โสฬสหิ ปญฺญาหิ สมนฺนาคโตติ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน อรหาเยว วุตฺโต. อุปริ ‘‘เอโก เสกฺขปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต’’ติ (ปฏิ. ม. ๓.๘) วุตฺตตฺตา โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามิโนปิ ลพฺภนฺติเยว.