๒. ปุคฺคลวิเสสนิทฺเทสวณฺณนา
๘. เทฺว ปุคฺคลาติอาทีหิ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺตปุคฺคลวิเสสปฏิปาฏึ ทสฺเสติ. ตตฺถ ปุพฺพโยโคติ อตีตชาตีสุ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺติเหตุภูโต ปุญฺญปโยโค. เตนาติ เตน ปุพฺพโยคการเณน. เอวํ เสเสสุปิ. อติเรโก โหตีติ อติริตฺโต โหติ, อติเรกโยคโต วา ‘‘อติเรโก’’ติ วุตฺโต. อธิโก โหตีติ อคฺโค โหติ. วิเสโส โหตีติ วิสิฏฺโฐ โหติ, วิเสสโยคโต วา วิเสโส. ญาณํ ปภิชฺชตีติ ปฏิสมฺภิทาญาณปฺปเภทํ ปาปุณาติ.
พหุสฺสุโตติ พุทฺธวจนวเสน. เทสนาพหุโลติ ธมฺมเทสนาวเสน. ครูปนิสฺสิโตติ ปญฺญาย อธิกํ ครุํ อุปนิสฺสิโต. วิหารพหุโลติ วิปสฺสนาวิหารพหุโล, ผลสมาปตฺติวิหารพหุโล วา. ปจฺจเวกฺขณาพหุโลติ วิปสฺสนาวิหาเร สติ วิปสฺสนาปจฺจเวกฺขณาพหุโล, ผลสมาปตฺติวิหาเร สติ ผลสมาปตฺติปจฺจเวกฺขณาพหุโล. เสขปฏิสมฺภิทปฺปตฺโตติ เสโข หุตฺวา ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต. เอวํ อเสขปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต. สาวกปารมิปฺปตฺโตติ เอตฺถ มหาปญฺญานํ อคฺคสฺส มหาสาวกสฺส สตฺตสฏฺฐิยา สาวกญาณานํ ปารคมนํ ปารมี, สาวกสฺส ปารมี สาวกปารมี, ตํ สาวกปารมึ ปตฺโตติ สาวกปารมิปฺปตฺโต. สาวกปารมิตาปฺปตฺโตติ วา ปาโฐ. สตฺตสฏฺฐิยา สาวกญาณานํ ปาลโก ปูรโก จ โส มหาสาวโก ปรโม, ตสฺส ปรมสฺส อยํ สตฺตสฏฺฐิเภทา ญาณกิริยา ปรมสฺส ภาโว, กมฺมํ วาติ ปารมี, ตสฺส สาวกสฺส ปารมี สาวกปารมี, ตํ ปตฺโตติ สาวกปารมิปฺปตฺโต. สาวกปารมิปฺปตฺโตติ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถราทิโก โย โกจิ สาวโก. สาวกปารมิปฺปตฺตสาวกโต อติเรกสฺส อญฺญสฺส สาวกสฺส อภาวา เอโก ปจฺเจกสมฺพุทฺโธติ อาห. ปุน ปญฺญาปเภทกุสโลติอาทีหิ วุตฺตตฺถเมว นิคเมตฺวา ทสฺเสสีติ. ญาณกถาย เยภุยฺเยน อเนกานิ ญาณานิ นิทฺทิฏฺฐานิ. ปญฺญากถาย เยภุยฺเยน เอกาปิ ปญฺญา นานาการวเสน นานากตฺวา วุตฺตาติ อยํ วิเสโส.
มหาปญฺญากถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.