สาสนปฏฺฐานวารวณฺณนา
๘๙. เอวํ สพฺพถา นยสมุฏฺฐานํ วิภชิตฺวา อิทานิ สาสนปฏฺฐานํ วิภชนฺโต ยสฺมา สงฺคหวาราทีสุ มูลปเทเหว ปฏฺฐานํ สงฺคเหตฺวา สรูปโต น ทสฺสิตํ, ตสฺมา ยถา มูลปเทหิ ปฏฺฐานํ นิทฺธาเรตพฺพํ, เอวํ ปฏฺฐานโตปิ มูลปทานิ นิทฺธาเรตพฺพานีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อฏฺฐารส มูลปทา กุหึ ทฏฺฐพฺพา? สาสนปฏฺฐาเน’’ติ อาห. มูลปทสาสนปฏฺฐานานญฺหิ อญฺญมญฺญสงฺคโห ปุพฺเพ ทสฺสิโต เอวาติ. อถ สาสนปฏฺฐานนฺติ โก วจนตฺโถ? สาสนสฺส ปฏฺฐานนฺติ สาสนปฏฺฐานํ, สาสนํ เทสนา, ตสฺสา เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปํ เตสํ หิตสุขนิปฺผาทนตฺถํ ปกาเรหิ ฐานํ ปวตฺติ สาสนปฏฺฐานํ. อิธ ปน ตสฺส ตถาภาวทีปนํ ‘‘สาสนปฏฺฐาน’’นฺติ เวทิตพฺพํ. อถ วา สาสนํ อธิสีลสิกฺขาทโย. เตสํ ปวตฺตนุปายภาวโต ปติฏฺฐหนฺติ เอเตหีติ ปฏฺฐานานิ, สํกิเลสาทิธมฺมา. เตสํ ปเวทนโต ตทุปจาเรน สุตฺตานิ ปฏฺฐานานิ. เตสํ ปน สมูหภาวโต อยํ ปกรณปฺปเทโส ปฏฺฐานํ นาม.
อปโร นโย – เกนฏฺเฐน ปฏฺฐานํ? ปฏฺฐิตฏฺเฐน คมนฏฺเฐนาติ อตฺโถ. ‘‘เย เต โคฏฺฐา ปฏฺฐิตคาโว’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๕๖) อาคตฏฺฐานสฺมิญฺหิ เยน ปฏฺฐาเนน เต ‘‘โคฏฺฐา ปฏฺฐิตคาโว’’ติ วุตฺตา, ตํ อตฺถโต คมนํ โหติ. อิติ นาติวิตฺถาริตนเยสุ หารนเยสุ อนิสฺสงฺคคมนสฺส เทสนาญาณสฺส สํกิเลสภาคิยาทิโลกิยาทิเภเทสุ ตทุภยโวมิสฺสกเภเทสุ จ วิตฺถาริตนยลาภโต นิสฺสงฺควเสน ปวตฺตคมนตฺตา เต สํกิเลสภาคิยาทโย โลกิยาทโย จ วิสุํ วิสุํ โวมิสฺสา จ อธิกรณวเสน ปฏฺฐานํ นาม. เตสํ ปกาสนโต อยํ ปกรณปฺปเทโส ปฏฺฐานนฺติ เวทิตพฺพํ.
‘‘สํกิเลสภาคิย’’นฺติอาทีสุ สํกิลิสฺสติ เอเตนาติ สํกิเลโส. สํกิเลสภาเค สํกิเลสโกฏฺฐาเส ปวตฺตํ สํกิเลสภาคิยํ. วาสนา ปุญฺญภาวนา, วาสนาภาเค ปวตฺตํ วาสนาภาคิยํ, วาสนํ ภชาเปตีติ วา วาสนาภาคิยํ. นิพฺพิชฺฌนํ โลภกฺขนฺธาทีนํ ปทาลนํ นิพฺเพโธ. นิพฺเพธภาเค ปวตฺตํ, นิพฺเพธํ ภชาเปตีติ วา นิพฺเพธภาคิยํ. ปรินิฏฺฐิตสิกฺขาธมฺมา อเสกฺขา, อเสกฺขภาเว ปวตฺตํ, อเสกฺเข ภชาเปตีติ วา อเสกฺขภาคิยํ. เตสุ ยตฺถ ตณฺหาทิสํกิเลโส วิภตฺโต, อิทํ สํกิเลสภาคิยํ. ยตฺถ ทานาทิปุญฺญกิริยวตฺถุ วิภตฺตํ, อิทํ วาสนาภาคิยํ. ยตฺถ เสกฺขา สีลกฺขนฺธาทโย วิภตฺตา, อิทํ นิพฺเพธภาคิยํ. ยตฺถ ปน อเสกฺขา สีลกฺขนฺธาทโย วิภตฺตา, อิทํ อเสกฺขภาคิยํ. อิตรานิ เตสํ โวมิสฺสกนยวเสน วุตฺตานิ.
ตานิ ปน ฉ ทุกา จตฺตาโร ติกา เอกํ จตุกฺกํ อปรมฺปิ เอกํ จตุกฺกนฺติ ทฺวาทส โหนฺติ. เตสุ จตฺตาโร ทุกา เทฺว จ ติกา อุทฺธฏา, อิตเร น อุทฺธฏา, อนุทฺธรเณ การณํ นตฺถิ. อิมินา นเยน เตปิ คเหตุํ สกฺกาติ ปาฬิยํ สํขิตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิ วกฺขติ – ‘‘อิมานิ จตฺตาริ สุตฺตานิ, สาธารณานิ กตานิ อฏฺฐ ภวนฺตี’’ติอาทิ. ตตฺถ ยสฺมา กตฺถจิ สุตฺเต ตณฺหาสํกิเลโสว นิทฺทิสียติ, กตฺถจิ ทิฏฺฐิสํกิเลโสว, กตฺถจิ ทุจฺจริตสํกิเลโสว นิทฺทิสียติ, ตสฺมา สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ ติธา วิภชิตฺวา อุทฺทิฏฺฐํ ‘‘ตณฺหาสํกิเลสภาคิยํ สุตฺต’’นฺติอาทินา. ตถา โวทานํ นาม สํกิเลเส สติ โหตีติ โวทานภาคิยํ สุตฺตํ สํกิเลสวิภาเคน ติธาว อุทฺทิฏฺฐํ ‘‘ตณฺหาโวทานภาคิยํ สุตฺต’’นฺติอาทินา. ตํ ปน อตฺถโต วาสนาภาคิยาทิ เอว โหติ. อยญฺจ นโย เกสุจิ โปตฺถเกสุ นตฺถิ.
‘‘ตตฺถ สํกิเลโส ติวิโธ’’ติอาทิ สํกิเลสปฏิปกฺขโต สมถาทินิทฺธารณวเสน วาสนาภาคิยาทิสุตฺตานํ วิสยทสฺสนตฺถํ อารทฺธํ. ตตฺถ ยทิ อาสตฺติ อุปฺปชฺชติ ภเวสูติ ภเวสุ ฉนฺทราคํ ปชหิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ยทิ ภวปตฺถนา อุปฺปชฺชติ. เอวํ สายนฺติ เอวมสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ สมถวิปสฺสนาภาวนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ ภวติ ปุชฺชภวผลนิพฺพตฺตนโต. ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตตีติ ตตฺร ตตฺร ภเว อุปปตฺติยา สํวตฺตติ. อิมานิ จตฺตาริ สุตฺตานีติ อิมานิ สํกิเลสภาคิยาทีนิ จตฺตาริ สุตฺตานิ. สาธารณานิ กตานีติ สํกิเลสภาคิยญฺจ วาสนาภาคิยญฺจ, สํกิเลสภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจ, สํกิเลสภาคิยญฺจ อเสกฺขภาคิยญฺจ, วาสนาภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจาติ เอวํ ปทนฺตรสํโยชนวเสน มิสฺสิตานิ กตานิ. อฏฺฐ ภวนฺตีติ ปุริมานิ จตฺตาริ อิมานิ จตฺตารีติ เอวํ อฏฺฐ ภวนฺติ.
ตานิเยว อฏฺฐ สุตฺตานิ สาธารณานิ กตานิ โสฬส ภวนฺตีติ ตานิเยว ยถาวุตฺตานิ อฏฺฐ สุตฺตานิ วาสนาภาคิยญฺจ อเสกฺขภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจ, อเสกฺขภาคิยญฺจ สํกิเลสภาคิยญฺจ วาสนาภาคิยญฺจ, นิพฺเพธภาคิยญฺจ สํกิเลสภาคิยญฺจ วาสนาภาคิยญฺจ, อเสกฺขภาคิยญฺจ สํกิเลสภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจ, อเสกฺขภาคิยญฺจ วาสนาภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจ, อเสกฺขภาคิยญฺจ สํกิเลสภาคิยญฺจ วาสนาภาคิยญฺจ, นิพฺเพธภาคิยญฺจ อเสกฺขภาคิยญฺจ เนวสํกิเลสภาคิยญฺจ, นวาสนาภาคิยญฺจ นนิพฺเพธภาคิยญฺจ น อเสกฺขภาคิยญฺจาติ เอวํ สาธารณานิ กตานิ ปุริมานิ อฏฺฐ อิมานิ อฏฺฐาติ โสฬส ภวนฺติ. เตสุ จตฺตาโร เอกกา, ฉ ทุกา, จตฺตาโร ติกา, เอโก จตุกฺโก, อปโรปิ เอโก จตุกฺโกติ อยมฺปิ วิภาโค เวทิตพฺโพ. ตตฺถาปิ เทฺว ทุกา, เทฺว ติกา, เทฺว จตุกฺกา จ ปาฬิยํ อนาคตาติ เวทิตพฺพา.
อิทานิ อิมสฺส ปฏฺฐานสฺส สกลสาสนสงฺคหิตภาวํ วิภาเวตุํ ‘‘อิเมหิ โสฬสหิ สุตฺเตหิ ภินฺเนหิ นววิธํ สุตฺตํ ภินฺนํ ภวตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – อิเมหิ สํกิเลสภาคิยาทีหิ โสฬสหิ สุตฺเตหิ ปฏฺฐานนเยน วิภตฺเตหิ สุตฺตเคยฺยาทินววิธํ ปริยตฺติสาสนสงฺขาตํ สุตฺตํ ภินฺนํ โสฬสธา วิภตฺตํ โหติ. อิมินา โสฬสวิเธน ปฏฺฐาเนน อสงฺคหิโต ปริยตฺติสาสนสฺส ปเทโส นตฺถีติ อธิปฺปาโย. กถํ ปน สํกิเลสภาคิยาทิภาโว คเหตพฺโพติ? อาห ‘‘คาถาย คาถา อนุมินิตพฺพา’’ติอาทิ. ตตฺถ คาถาย คาถา อนุมินิตพฺพาติ อยํ คาถา วิย คาถา สํกิเลสภาคิยาติ วา วาสนาภาคิยาติ วา นิพฺเพธภาคิยาติ วา อเสกฺขภาคิยาติ วา อนุมินิตพฺพา, อนุ อนุ มินิตฺวา ตกฺเกตฺวา ชานิตพฺพาติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ คาถาเวยฺยากรณวินิมุตฺตา สพฺพา ปริยตฺติ ‘‘สุตฺเตนา’’ติปเทน สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพา.
๙๐. อิทานิ สํกิเลสภาคิยาทีนิ สุตฺตานิ ยถานิทฺทิฏฺฐานิ อุทาหรณวเสน วิภาเวตุํ ‘‘ตตฺถ กตมํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺต’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ‘‘กามนฺธา ชาลสญฺฉนฺนา’’ติ คาถาย อตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. ยถา อิมสฺส, เอวํ อิโต ปรานมฺปิ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถานํ อุตฺตานปทานญฺจ อตฺถํ น วณฺณยิสฺสาม.
อคติคมนานีติ กายาทีหิ อยุตฺตคมนานิ, อกตฺตพฺพกรณานีติ อตฺโถ. ฉนฺทาติ ฉนฺทเหตุ อิจฺฉาปจฺจยา. อคตึ คจฺฉตีติ อคนฺตพฺพํ คตึ คจฺฉติ, อกตฺตพฺพํ กโรตีติ อตฺโถ. ธมฺมนฺติ สาธูนํ อริยานํ ธมฺมํ. อติวตฺตตีติ อติมทฺทิตฺวา วีติกฺกมติ. นิหียตีติ หายติ. ยโสติ กิตฺติ จ ปริวาโร จ.
‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติ คาถายํ มโนติ ยทิปิ กามาวจรกุสลาทิเภทํ สพฺพมฺปิ จตุภูมกจิตฺตํ มโน, อิมสฺมึ ปน ฐาเน จกฺขุปาลตฺเถรสฺส (ธ. ป. ๑-๒; เถรคา. ๙๕) ปุริมชาติยํ เวชฺชภูตสฺส อุปฺปนฺนวเสน นิยมิยมานํ ปฏิฆสมฺปยุตฺตจิตฺตเมว ลพฺภติ. โส มโน ปุพฺพงฺคโม เอเตสนฺติ มโนปุพฺพงฺคมา, มนสา ปฐมคามินา สมนฺนาคตาติ อตฺโถ. ธมฺมาติ นิสฺสตฺตนิชฺชีวฏฺเฐน ธมฺมา, เต ปน เวทนาทโย ตโย อรูปิโน ขนฺธา. เอเต หิ มโนปุพฺพงฺคมา. กถํ ปเนเตหิ สทฺธึ เอกสฺมึ วตฺถุสฺมึ เอกสฺมิญฺจ อารมฺมเณ เอกกฺขเณ อุปฺปชฺชมาโน มโน ปุพฺพงฺคโม นาม โหตีติ? อุปฺปาทปจฺจยฏฺเฐน. ยถา หิ พหูสุ เอกโต คามฆาตาทิกมฺมานิ กโรนฺเตสุ ‘‘โก เอเตสํ ปุพฺพงฺคโม’’ติ วุตฺเต โย เตสํ ปจฺจโย โหติ, ยํ ยํ นิสฺสาย เต ตํ กมฺมํ กโรนฺติ, โส ทตฺโต วา มิตฺโต วา เตสํ ปุพฺพงฺคโมติ วุจฺจติ, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ. อิติ อุปฺปาทปจฺจยฏฺเฐน มโน ปุพฺพงฺคโม เอเตสนฺติ มโนปุพฺพงฺคมา. น หิ เต มเน อนุปฺปชฺชนฺเต อุปฺปชฺชิตุํ สกฺกุณนฺติ, มโน ปน เอกจฺเจสุ เจตสิเกสุ อนุปฺปชฺชนฺเตสุปิ อุปฺปชฺชติ เอว.
อธิปติวเสน มโน เสฏฺโฐ เอเตสนฺติ มโนเสฏฺฐา. ยถา หิ โจราทีนํ โจรเชฏฺฐกาทโย อธิปติโน เสฏฺฐา, ตถา เตสมฺปิ มโน เสฏฺโฐ. ยถา ปน ทารุอาทีหิ นิปฺผนฺนานิ ภณฺฑานิ ทารุมยาทีนิ นาม โหนฺติ, ตถา เอเตปิ มนโต นิปฺผนฺนตฺตา มโนมยา นาม. ปทุฏฺเฐนาติ อภิชฺฌาทีหิ โทเสหิ ปทุฏฺเฐน ทูสิเตน ภาสติ วา กโรติ วา. โส หิ ภาสนฺโต จตุพฺพิธํ วจีทุจฺจริตเมว ภาสติ, กโรนฺโตปิ ติวิธํ กายทุจฺจริตเมว กโรติ, อภาสนฺโต อกโรนฺโต เตหิ อภิชฺฌาทีหิ ปทุฏฺฐมนตาย ติวิธํ มโนทุจฺจริตํ ปูเรติ. เอวมสฺส ทส อกุสลกมฺมปถา ปาริปูรึ คจฺฉนฺติ. ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวตีติ ตโต ติวิธทุจฺจริตโต ตํ ปุคฺคลํ ทุกฺขํ อเนฺวติ ทุจฺจริตานุภาเวน จตูสุ อปาเยสุ ทุกฺขํ อนุคจฺฉติ. ยถา กึ? จกฺกํว วหโต ปทนฺติ, ยถา นาม สกฏํ วหโต พลีพทฺทสฺส ปทํ ปหรนฺตํ จกฺกํ อนุคจฺฉติ, เอวํ นํ ปุคฺคลํ ทุกฺขมนุคจฺฉตีติ.
‘‘มิทฺธี ยทา โหตี’’ติ คาถายํ มิทฺธีติ ถินมิทฺธาภิภูโต. มหคฺฆโสติ มหาโภชโน อาหรหตฺถกอลํสาฏกตตฺรวฏฺฏกกากมาสกภุตฺตวมิตกานํ อญฺญตโร วิย. นิทฺทายิตาติ สุปนสีโล. สมฺปริวตฺตสายีติ เสยฺยสุขปสฺสสุขานํ อนุยุญฺชนวเสน สมฺปริวตฺตกสยนสีโล. นิวาปปุฏฺโฐติ กุณฺฑกาทินา สูกรภตฺเตน ปุฏฺโฐ. ฆรสูกโร หิ พาลกาลโต ปฏฺฐาย โปสิยมาโน ถูลสรีรกาเล เคหโต พหิ นิกฺขมิตุํ อลภนฺโต เหฏฺฐามญฺจาทีสุ สมฺปริวตฺติตฺวา สมฺปริวตฺติตฺวา อสฺสสนฺโต ปสฺสสนฺโต สยเตว. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยทา ปุริโส มิทฺธี จ โหติ มหคฺฆโส จ, นิวาปปุฏฺโฐ มหาวราโห วิย อญฺเญน อิริยาปเถน ยาเปตุํ อสกฺโกนฺโต นิทฺทาสีโล สํปริวตฺตสายี, ตทา โส ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’’ติ ตีณิ ลกฺขณานิ มนสิ กาตุํ น สกฺโกติ. เตสํ อมนสิการา มนฺทปญฺโญ ปุนปฺปุนํ คพฺภํ อุเปติ, คพฺภวาสโต น ปริมุจฺจตีติ.
‘‘อยสาว มล’’นฺติ คาถายํ อยสาติ อยโต. สมุฏฺฐิตนฺติ ชาตํ. ตตุฏฺฐายาติ ตโต อุฏฺฐหิตฺวา. อติโธนจารินนฺติ โธนา วุจฺจติ จตฺตาโร ปจฺจเย อิทมตฺถิตาย อลเมเตนาติ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชนปญฺญา, ตํ อติกฺกมิตฺวา จรนฺโต อติโธนจารี นาม. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อยโต มลํ สมุฏฺฐาย ยโต ตํ สมุฏฺฐิตํ, ตเมว ขาทติ วินาเสติ, เอวเมวํ จตฺตาโร ปจฺจเย อปฺปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชนฺตํ อติโธนจารินํ สานิ กมฺมานิ อตฺตโน สนฺตาเน อุฏฺฐิตตฺตา อตฺตโน สนฺตกาเนว ตานิ กมฺมานิ ทุคฺคตึ นยนฺตีติ.
‘‘โจโร ยถา’’ติ คาถายํ โจโร ยถา สนฺธิมุเข คหีโตติ ยถา โจโร ฆรสนฺธึ ฉินฺทิตฺวา เคหํ ปวิสนฺโต ฆรสนฺธิมุเข เอว ราชปุริเสหิ คหิโต. สกมฺมุนา หญฺญติ พชฺฌเต จาติ เตน อตฺตนา กตกมฺเมน กสาภิตาฬนาทินา หญฺญติ เจว อทฺทุพนฺธนาทินา พชฺฌติ จ. เอวํ อยํ เปจฺจ ปชา ปรตฺถาติ เอวมฺปิ อยํ ปาปการินี ปชา อิโต จวิตฺวา ปรโลเก. สกมฺมุนา หญฺญติ พชฺฌเต จาติ อตฺตนาว กเตน ปาปกมฺเมน นิรยาทีสุ นานปฺปกาเรหิ กมฺมการณาทีหิ หญฺญติ เจว ปริพชฺฌติ จาติ.
‘‘สุขกามานี’’ติ คาถายํ โย ทณฺเฑน วิหึสตีติ โย ปุคฺคโล ทณฺเฑน วา เลฑฺฑุอาทีหิ วา วิพาธติ. เปจฺจ โส น ลเภ สุขนฺติ โส ปุคฺคโล ปรโลเก มนุสฺสสุขํ วา ทิพฺพสุขํ วา น ลภติ, นิพฺพานสุเข ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ.
คุนฺนํ เจ ตรมานานนฺติ คาวีสุ มโหฆํ ตรนฺตีสุ. ชิมฺหํ คจฺฉติ ปุงฺคโวติ ยทิ ยูถปติ อุสโภ กุฏิลํ คจฺฉติ. สพฺพา ตา ชิมฺหํ คจฺฉนฺตีติ สพฺพาปิ ตา คาวิโย กุฏิลเมว คจฺฉนฺติ. กสฺมา? เนตฺเต ชิมฺหํ คเต สตีติ เนตฺตริ กุฏิลํ คเต สติ, เนตฺตสฺส กุฏิลํ คตตฺตาติ อตฺโถ. โส หิ ตาสํ ปจฺจยิโก อุปทฺทวหโร จ.
‘‘เอวเมว’’นฺติ คาถายํ ยถา เจตํ, เอวเมวํ โย มนุสฺเสสุ ปธานสมฺมโต, ยทิ โส อธมฺมจารี สิยา. เย ตสฺส อนุชีวิโน, สพฺเพปิ อธมฺมิกาว โหนฺติ. สามิสมฺปทา หิ ปกติสมฺปทํ สมฺปาเทติ. ยสฺมา จ เอตเทว, ตสฺมา สพฺพํ รฏฺฐํ ทุกฺขํ เสติ, ราชา เจ โหติ อธมฺมิโก. สุกิจฺฉรูปา วตาติ สุฏฺฐุ กิจฺฉาปนฺนรูปา วต. อุปธีสูติ กามคุณูปธีสุ. รตฺตาติ ราคาภิภูตา. กฏุกนฺติ ทุกฺขํ.
กุกฺกุจฺจชนเกเนว ปตฺตวฏฺฏิปฺปภวสฺส อุปจฺฉินฺนตฺตา ผลุปฺปตฺติ กทลิยา ปราภวาย โหตีติ อาห – ‘‘ผลํ เว กทลึ หนฺตี’’ติ. ตถา ผลปริโยสานตฺตา โอสธีนํ ‘‘ผลํ เวฬุํ ผลํ นฬ’’นฺติ วุตฺตํ. วฬวาย กุจฺฉิสฺมึ คทฺรภสฺส ชาตา อสฺสตรี นาม, สา คพฺภํ คณฺหิตฺวา กาเล สมฺปตฺเต วิชายิตุํ น สกฺโกติ. ปาเทหิ ภูมึ ปหรนฺตี ติฏฺฐติ, อถสฺส จตฺตาโร ปาเท จตูสุ ขาณุเกสุ พนฺธิตฺวา กุจฺฉึ ผาเลตฺวา โปตกํ นีหรนฺติ, สา ตตฺเถว มรติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘คพฺโภ อสฺสตรึ ยถา’’ติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อตฺตโน ผลํ กทลิเวฬุนเฬปิ วินาเสติ, คพฺโภ จ อสฺสตรึ, เอวํ อตฺตโน กมฺมผลภูโต สกฺกาโร อสปฺปุริสํ วินาเสตีติ.
โกธมกฺขครูติ กุชฺฌนลกฺขณํ โกธํ, ปรคุณมกฺขนลกฺขณํ มกฺขญฺจ ครุํ กตฺวา อุทฺธํ กตฺวา อุกฺขิปิตฺวา จรนฺโต. สุเขตฺเตติ สุเขตฺเตปิ. ปูติพีชํวาติ ปูติภาวํ คตํ พีชํ วิย. ฉกณรสาทิปริภาวนสุกฺขาปนสุขสยาทีนิ อกรเณน พีชโทสทุฏฺฐนฺติ อตฺโถ.
๙๑. เจตสาติ อตฺตโน จิตฺเตน. เจโตติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส จิตฺตํ. ปริจฺจาติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา. อิริยตีติ ปวตฺตติ. ยถาภตนฺติ ยถา กิญฺจิ อาหริตฺวา ฐปิตํ.
มากตฺถาติ มา อกตฺถ. น ปมุตฺยตฺถีติ ปโมกฺโข นตฺถิ. อุเปจฺจาปีติ สญฺจิจฺจาปิ, พุทฺธิปุพฺเพนาปีติ อตฺโถ.
‘‘อธมฺเมนา’’ติ วตฺวาปิ ‘‘มุสาวาเทนา’’ติ วจนํ มุสาวาทสฺส มหาสาวชฺชภาวทสฺสนตฺถํ. เตเนวาห – ‘‘เอกํ ธมฺมํ อตีตสฺสา’’ติอาทิ (ธ. ป. ๑๗๖), ตถา ‘‘เอวํ ปริตฺตํ โข, ราหุล, เตสํ สามญฺญํ, เยสํ นตฺถิ สมฺปชานมุสาวาเท ลชฺชา’’ติอาทิ (ม. นิ. ๒.๑๐๘). ตํ กถํ นุ ภวิสฺสตีติ ตํ ธนํ เกน นุ ปกาเรน เตสํ ภวิสฺสติ. อธมฺเมน เตสํ สมฺภตตฺตา เตสุ นจิรฏฺฐิติกํ โหตีติ อตฺโถ. อนฺตรายา สุ ภวิสฺสนฺตีติ อธมฺมิยโวหาราทิโต ราชนฺตรายาทโย ภวิสฺสนฺติ. สูติ นิปาตมตฺตํ. สมฺภตสฺส วินสฺสตีติ อิมสฺส สมฺภตํ สชฺชิตํ วินสฺสติ. สคฺคนฺติ สุคตึ. สา หิ รูปาทีหิ โสภเนหิ อคฺโคติ สคฺโคติ อธิปฺเปตา. เอตฺตาวตาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกานํ อตฺถานํ หานิยา. หตาติ วินฏฺฐา.
วิวฏฺฏเตติ นิวฏฺฏติ. โลภา ขณติ อตฺตานนฺติ โลภเหตุ อปุญฺญานิ กโรนฺโต กายวิสมาทิโยเคน อตฺตานํ ขณติ นาม. มิตฺเตหิ ชีรตีติ มิตฺตภาเวหิ หายติ.
จรนฺตีติ จตูหิ อิริยาปเถหิ อกุสลเมว กโรนฺตา วิจรนฺติ. พาลาติ อิธโลกตฺถํ ปรโลกตฺถญฺจ อชานนฺตา อิธ พาลา นาม. ทุมฺเมธาติ นิปฺปญฺญา. น หิ ปญฺญาย ทุฏฺฐตฺตํ นาม อตฺถิ. อมิตฺเตเนวาติ อมิตฺตภูเตน วิย เวรินา วิย หุตฺวา. กฏุกปฺผลนฺติ ติขิณผลํ, ทุกฺขผลนฺติ อตฺโถ. น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ, ยํ กตฺวา อนุตปฺปตีติ ยํ กมฺมํ นิรยาทีสุ นิพฺพตฺตนสมตฺถํ ทุกฺขุทยํ กตฺวา อนุสฺสริตานุสฺสริตกฺขเณ อนุตปฺปติ อนุโสจติ, ตํ กตํ น สาธุ น สุนฺทรํ น ภทฺทกํ. ยสฺส อสฺสุมุโขติ ยสฺส อสฺสูหิ ตินฺตมุโข โรทนฺโต วิปากํ ปฏิเสวติ อนุโภติ.
ทุกฺกรนฺติ วตฺตปฏิวตฺตปูรณาทิวเสน อาภิสมาจาริกสีลสฺส กาตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ทุกฺกรํ. สมาทานโต ปฏฺฐาย ขณฺฑํ อกตฺวา วิเสสโต อาทิพฺรหฺมจริยกสฺส จริมกจิตฺตํ ปาเปตพฺพตาย ทุตฺติติกฺขํ, สีลสํวราทโย วา อปริกฺขเต กตฺวา สมฺปาเทตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ทุกฺกรํ. อธิวาเสตพฺพานํ ปน ทุสฺสหนโต ขนฺติสํวรํวเสน ทุตฺติติกฺขํ. อพฺยตฺเตนาติ มนฺทปญฺเญน. สามญฺญนฺติ สมณภาโว. ตตฺถาติ ตสฺส สามญฺญสฺส. สมฺพาธาติ ทุนฺนิวตฺถทุปฺปารุตมาตุคามาทิสมฺมทฺทา. ยตฺถาติ สีลสํวราทีนํ ปริพนฺธภูเตสุ สมฺพาธสงฺขาเตสุ วิสภาคารมฺมณาทีสุ. อถ วา ทุกฺกรนฺติปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสตุํ ทุตฺติติกฺขนฺติ วุตฺตํ. ทุตฺติติกฺขนฺติ ทุกฺขมํ ทุรธิวาสิยํ. อพฺยตฺเตนาติ พาเลน. สามญฺญนฺติ สมณธมฺโม. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ ปณฺฑิตา กุลปุตฺตา ทสปิ วสฺสานิ วีสติปิ…เป… สฏฺฐิปิ วสฺสานิ ทนฺเตภิ ทนฺตมาธาย ชิวฺหาย ตาลุํ อาหจฺจ เจตสา จิตฺตํ อภินิคฺคณฺหิตฺวา เอกาสนํ เอกภตฺตํ ปฏิเสวมานา อาปาณโกฏิกํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺตา สามญฺญํ กโรนฺติ, ตํ พาลา อพฺยตฺตา กาตุํ น สกฺโกนฺตีติ. พหูหิ ตตฺถ สมฺพาธาติ ตสฺมึ สามญฺญสงฺขาเต อริยมคฺเค พหู สมฺพาธา, มคฺคาธิคมาย ปฏิปนฺนสฺส พหู ปริสฺสยาติ อตฺโถ.
อปฺปเมยฺยํ ปมินนฺโตติ อปฺปเมยฺยํ ขีณาสวปุคฺคลํ ‘‘เอตฺตกสีโล อยํ เอตฺตกสมาธิ เอตฺตกปญฺโญ’’ติ เอวํ มินนฺโต. โกธ วิทฺวา วิกปฺปเยติ โก อิธ วิทฺวา เมธาวี วิกปฺเปยฺย, ขีณาสโวว ขีณาสวํ มินนฺโต วิกปฺเปยฺยาติ ทีเปติ. นิวุตํ มญฺเญติ โย ปน ปุถุชฺชโน มิเนตุํ อารภติ, ตํ นิวุตํ อวกุชฺชปญฺญํ มญฺญามิ. อกิสฺสวนฺติ กิสฺสวา วุจฺจติ ปญฺญา, นิปฺปญฺญนฺติ อตฺโถ.
กุฐารีติ อตฺตจฺเฉทกฏฺเฐน กุฐาริสทิสี ผรุสวาจา. ฉินฺทตีติ กุสลมูลสงฺขาเต มูเลเยว นิกนฺตติ. วิสํ หลาหลํ อิวาติ หลาหลสงฺขาตํ วิสํ อิว. เอวํ วิรทฺธํ ปาเตตีติ วิรทฺธํ อปรทฺธํ ขลิตปุคฺคลํ เอวํ อปาเยสุ วินิปาเตติ. วาจา ทุพฺภาสิตา ยถาติ ยถา วาจา อริยูปวาทนวเสน ทุพฺภาสิตา.
๙๒. นินฺทิยนฺติ นินฺทนียํ. ตํ วา นินฺทติ โย ปสํสิโยติ โย คุณวิสิฏฺฐตาย ปสํสารโห ปุคฺคโล, ตํ วา โส ปาปิจฺฉตาทีนิ อาโรเปตฺวา ครหติ. วิจินาตีติ อุปจินาติ. กลินฺติ อปราธํ. อยํ กลีติ อยํ อปราโธ. อกฺเขสูติ ชูตกีฬนกฺเขสุ. สพฺพสฺสาปิ สหาปิ อตฺตนาติ สพฺเพน อตฺตโน ธเนนาปิ อตฺตนาปิ สทฺธึ. สุคเตสูติ โสภนคมนตฺตา, สุนฺทรํ ฐานํ คตตฺตา, สมฺมา คตตฺตา, สมฺมา จ คทตฺตา สุคตสงฺขาเตสุ พุทฺธาทีสุ. มนํ ปโทสเยติ โย มนํ ปโทเสยฺย, ตสฺส อยํ มโนปโทโส เอว มหตฺตโร กลีติ วุตฺตํ โหติ. กสฺมา? ยสฺมา สตํ สหสฺสานํ…เป… ปาปกนฺติ. ตตฺถ สตํ สหสฺสานนฺติ นิรพฺพุทคณนาย สตสหสฺสํ. ฉตฺตึสตีติ อปรานิ ฉตฺตึสติ นิรพฺพุทานิ. ปญฺจ จาติ อพฺพุทคณนาย ปญฺจ จ อพฺพุทานิ. ตสฺมา วสฺสคณนาย เอตฺตโก โส กาโล, ยํ กาลํ อริยครหิวาจํ มนญฺจ ปณิธาย ปาปกํ นิรยํ อุเปติ, ตตฺถ ปจฺจตีติ วุตฺตํ โหติ. อิทญฺจ สงฺเขเปน ปทุมนิรเย อายุปฺปมาณํ, วิตฺถาเรน ปน ปรโต อาคมิสฺสติ.
โลภคุเณติ ‘‘คุโณ’’ติ พาเลหิ ทิฏฺฐตฺตา, อเนกกฺขตฺตุํ ปวตฺติตตฺตา จ โลโภเยว โลภคุโณ, ตสฺมึ โลภคุเณ, ตณฺหายาติ อตฺโถ. อนุยุตฺโตติ อนุ อนุ ยุตฺโต. อวทญฺญูติ อวจนญฺญู, พุทฺธานมฺปิ โอวาทสฺส อคฺคหณโต. มจฺฉรีติ ปญฺจวิธมจฺฉริเยน มจฺฉรี. เปสุณิยํ อนุยุตฺโตติ เปสุณิยสฺมึ อนุยุตฺโต อคฺคสาวกานํ เภทเนน. โกกาลิกญฺหิ มียมานํ โอวทนฺเตน อายสฺมตา มหาโมคฺคลฺลาเนน ภาสิตา อิมา คาถาติ. มุขทุคฺคาติ มุขวิสม. วิภูตาติ วิคตภูต อลิกวาทิ. อนริยาติ อสปฺปุริส. ภูนหูติ ภูติหนก อตฺตโน พุทฺธิวินาสก. ปุริสนฺตาติ ปุริสาธม. กลีติ อลกฺขิปุริส. อวชาตกปุตฺตาติ พุทฺธสฺส ภควโต อวชาตปุตฺต. มา พหุภาณิธ เนรยิโกสีติ อิทานิ พหุภาณี มา โหหิ, เนรยิโก อสิ ชาโต. รชมากิรสีติ กิเลสรชํ อตฺตนิ ปกฺขิปสิ. สนฺเตติ สมิตกิเลเส ขีณาสเว. กิพฺพิสการีติ ปาปการิ. ปปตนฺติ นรกํ.
อิทํ สํกิเลสภาคิยนฺติ อิทํ ตณฺหาทีนํ สภาวเภทโต อวตฺถาเภทโต จ อเนกเภทกํ ทสฺเสตุํ อเนเกหิ สุตฺตปเทหิ อุทาหรณวเสน ทสฺสิตํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ปสนฺเนนาติ กมฺมกมฺมผลาทีนิ สทฺทหนฺเตน.
๙๓. อิทฺธนฺติ หตฺถูปคสีสูปคาทิอลงฺกาเรหิ มณิกนกาทีหิ จ สมิทฺธํ. ผีตนฺติ เตลมธุผาณิตาทีหิ จ ธนธญฺญาทีหิ จ วิปุลํ. อากิณฺณมนุสฺสนฺติ นิรนฺตรมนุสฺสํ. สมฺพาธพฺยูหนฺติ พฺยูหา วุจฺจนฺติ อนิพฺพิทฺธรจฺฉาโย. เยสุ ปวิฏฺฐมคฺเคเนว นิคฺคจฺฉนฺติ, เต สมฺพาธา พฺยูหกา เอตฺถาติ สมฺพาธพฺยูหํ. อิมินาปิ ตสฺส นครสฺส ฆนวาสเมว ทีเปติ. ภนฺเตนาติ ทมถํ อนุปคเตน, อิโต จิโต จ ปริพฺภมนฺเตน วา. อปาปกนฺติ อลามกํ. อเวจฺจปฺปสาเทนาติ อจลปฺปสาเทน, สจฺจปฺปฏิเวธโต อาคเตน ปสาเทน.
เปจฺจ โส ลภเตติ โย ภูเต ทณฺเฑน น หึสติ, โส ปุคฺคโล ปรโลเก มนุสฺสภูโต มนุสฺสสุขํ เทวภูโต ทิพฺพสุขํ อุภยํ อติกฺกนฺโต นิพฺพานสุขํ ลภตีติ อตฺโถ.
๙๔. จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ ชนปทจาริกํ คมิสฺสติ. กสฺมา ปน ภควา ชนปทจาริกํ จรตีติ? สตฺตหิ การเณหิ พุทฺธา ภควนฺโต ชนปทจาริกํ จรนฺติ – เทสนฺตรคตานํ เวเนยฺยานํ วินยนตฺตํ, ตตฺร ฐิตานํ อุสฺสุกฺกสมุปฺปาทนํ, ภาวกานํ เอกสฺมึ ฐาเน นิพทฺธวาสปริหรณํ อตฺตโน จ ตตฺถ อนาสงฺคทสฺสนํ, สมฺพุทฺธวสิตฏฺฐานตาย เทสานํ เจติยภาวสมฺปาทนํ, พหูนํ สตฺตานํ ทสฺสนูปสงฺกมนาทีหิ ปุญฺโญฆปฺปสวนํ, อวุฏฺฐิอาทิอุปทฺทวูปสมนญฺจาติ อิเมหิ สตฺตหิ การเณหิ พุทฺธา ภควนฺโต ชนปทจาริกํ จรนฺตีติ เวทิตพฺพํ.
อิสิทตฺตปุราณาติ อิสิทตฺโต จ ปุราโณ จ, เตสุ อิสิทตฺโต สกทาคามี. ปุราโณ โสตาปนฺโน. สาเกเตติ ‘‘สาเกโต’’ติ ลทฺธนาเม อตฺตโน โภคคามเก. มคฺเค ปุริสํ ฐเปสุนฺติ เตสํ กิร คามทฺวาเรน ภควโต คมนมคฺโค, ตสฺมา ‘‘สเจ ภควา อมฺหากํ สุตฺตานํ วา ปมตฺตานํ วา คจฺเฉยฺย, อถ ปสฺสิตุํ น ลเภยฺยามา’’ติ มคฺคมชฺเฌ ปุริสํ ฐเปสุํ. อนุพนฺธึสูติ น ทูรโตว, ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธึสุ. ภควา หิ สกฏมคฺคสฺส มชฺเฌ ชงฺฆมคฺเคน อคมาสิ, อิตเร อุโภสุ ปสฺเสสุ อนุคจฺฉนฺตา อคมํสุ. มคฺคา โอกฺกมฺมาติ พุทฺธา หิ เกนจิ สทฺธึ คจฺฉนฺตาว ปฏิสนฺถารํ กโรนฺติ เกนจิ สทฺธึ ฐิตา เกนจิ สทฺธึ ทิวสภาคมฺปิ นิสินฺนา, ตสฺมา ภควา จินฺเตสิ – ‘‘อิเม มยฺหํ สาสเน วลฺลภา อาคตผลา, อิเมหิ สทฺธึ นิสีทิตฺวา ทิวสภาคํ ปฏิสนฺถารํ กริสฺสามี’’ติ. มคฺคโต โอกฺกมิตฺวา เยนญฺญตรํ รุกฺขมูลํ เตนุปสงฺกมิ. ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทีติ เต กิร ฉตฺตุปาหนกตฺตรทณฺฑปาทพฺภญฺชนเตลานิ เจว อฏฺฐวิธญฺจ ปานกํ สรภปาทปลฺลงฺกญฺจ คาหาเปตฺวา อาคมํสุ. อถ นํ ปลฺลงฺกํ ปญฺญเปตฺวา อทํสุ. สตฺถา ตตฺถ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสีทึสูติ ‘‘ฉตฺตุปาหนาทีนิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส เทถา’’ติ วตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ.
สาวตฺถิยา โกสเลสุ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติอาทิ สพฺพํ มชฺฌิมเทสวเสเนว วุตฺตํ. กสฺมา? นิยตาจิณฺณตฺตา. ภควโต หิ จาริกจรณํ มชฺฌิมเทเสเยว. สเจปิ ปจฺจนฺตเทเส คจฺฉติ, มชฺฌิมเทเสเยว อรุณํ อุฏฺฐาเปตีติ นิยตาจิณฺณํ, ตสฺมา มชฺฌิมเทสวเสเนว วุตฺตํ. กาสีสูติ กาสิรฏฺฐโต. ตถา มคเธสูติ มคธรฏฺฐโต. อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตีติ เอตฺถ น เกวลํ อาสนฺนตฺตา เอว เตสํ โสมนสฺสํ โหติ, อถ โข ‘‘อิทานิ ทานํ ทาตุํ คนฺธมาลาทิปูชํ กาตุํ ธมฺมํ โสตุํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ ลภิสฺสามา’’ติ เนสํ โสมนสฺสํ โหติ.
ตสฺมาติห ถปตโย สมฺพาโธ ฆราวาโสติ ถปตโย ยสฺมา ตุมฺหากํ มยิ ทูรีภูเต อนปฺปกํ โทมนสฺสํ อาสนฺเน อนปฺปกํ โสมนสฺสํ โหติ, ตสฺมาปิ เวทิตพฺพเมตํ ‘‘สมฺพาโธ ฆราวาโส’’ติ. ฆราวาสสฺส หิ โทเสน ตุมฺหากํ เอวํ โหติ. สเจ ปน ฆราวาสํ ปหาย ปพฺพชิตา อสฺสถ, เอวํ โว มยา สทฺธึเยว คจฺฉนฺตานญฺจ อาคจฺฉนฺตานญฺจ ตํ น ภเวยฺยาติ อิมมตฺถํ ทีเปนฺโต เอวมาห. ตตฺถ สกิญฺจนสปลิโพธฏฺเฐน สมฺพาธตา เวทิตพฺพา. มหาฆเร วสนฺตสฺสาปิ หิ สกิญฺจนสปลิโพธฏฺเฐน ฆราวาโส สมฺพาโธว. รโชปโถติ ราคาทิรชานํ อาคมนปโถ, อาคมนฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชาติ ปพฺพชฺชา ปน อกิญฺจนอปลิโพธฏฺเฐน อพฺโภกาโส. จตุรตนิเกปิ หิ คพฺเภ ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ ปลฺลงฺเกน ปลฺลงฺกํ ฆฏฺเฏตฺวา นิสินฺนานมฺปิ อกิญฺจนาปลิโพธฏฺเฐน ปพฺพชฺชา อพฺโภกาโส นาม โหติ. อลญฺจ ปน โว ถปตโย อปฺปมาทายาติ เอวํ สมฺพาธฆราวาเส วสนฺตานํ ตุมฺหากํ อปฺปมาทเมว กาตุํ ยุตฺตนฺติ อตฺโถ.
นาคาติ หตฺถิโน. โอปวยฺหาติ รญฺโญ อาโรหนโยคฺคา. เอกํ ปุรโต เอกํ ปจฺฉโต นิสีทาเปมาติ เต กิร เทฺวปิ ชนา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตา ทฺวีสุ นาเคสุ ตา อิตฺถิโย เอวํ นิสีทาเปตฺวา รญฺโญ นาคํ มชฺเฌ กตฺวา อุโภสุ ปสฺเสสุ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา เอวมาหํสุ. นาโคปิ รกฺขิตพฺโพติ ยถา กิญฺจิ วิเสสิตํ น กโรติ, เอวํ รกฺขิตพฺโพ โหติ. ตาปิ ภคินิโยติ ยถา ปมาทํ นาปชฺชนฺติ, เอวํ รกฺขิตพฺพา โหนฺติ. อตฺตาปีติ สิตกถิตวิกฺเขปิตาทีนิ อกโรนฺเตหิ อตฺตาปิ รกฺขิตพฺโพ โหติ. เอวํ กโรนฺโต หิ ‘‘สามิทุพฺภโก เอโส’’ติ นิคฺคเหตพฺโพ โหติ.
ตสฺมาติห ถปตโยติ ยสฺมา ตุเมฺห ราชา นิจฺจํ ราชภณฺฑํ ปฏิจฺฉาเปติ, ตสฺมาปิ สมฺพาโธ ฆราวาโส รโชปโถ. ยสฺมา ปน ปํสุกูลิกํ ภิกฺขุํ เอวํ ปฏิจฺฉาเปนฺโต นตฺถิ, ตสฺมา อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา, เอวํ สพฺพตฺถาปิ. อลญฺจ โข ถปตโย อปฺปมาทาย, อปฺปมาทเมว กโรถาติ ทสฺเสติ.
มุตฺตจาโคติ วิสฺสฏฺฐจาโค. ปยตปาณีติ อาคตาคตานํ ทานตฺถาย โธตหตฺโถ. โวสคฺครโตติ โวสคฺคสงฺขาเต จาเค รโต. ยาจโยโคติ ยาจิตพฺพยุตฺโต. ‘‘ยาชโยโค’’ติปิ ปาโฐ, ทานยุตฺโตติ อตฺโถ. ทานสํวิภาครโตติ เอเตน อปฺปมตฺตกมฺปิ กิญฺจิ ลภิตฺวา ตโตปิ สํวิภาเค รโต. อปฺปฏิวิภตฺตนฺติ ‘‘อิทํ อมฺหากํ ภวิสฺสติ, อิทํ อยฺยาน’’นฺติ เอวํ อกตวิภาคํ, สพฺพํ ทาตพฺพเมว หุตฺวา ฐิตนฺติ อตฺโถ. อิเมหิ โข ถปตโย จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก โสตาปนฺโน โหตีติ โสตาปนฺโน อิเมหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต โหตีติ อตฺโถ. เอเตน โสตาปนฺเนน อิเมสํ จตุนฺนํ ธมฺมานํ เอกนฺตโต ลพฺภมานตํ ทสฺเสติ.
เอวํ เตสํ ถปตีนํ อิเมหิ จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ ปริยาเยน ทสฺเสตฺวา อิทานิ นิปฺปริยาเยน ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตุเมฺห โข ถปตโย’’ติอาทิ วุตฺตํ.
๙๕. สหสฺสํ กปฺปโกฏิโยติ สหสฺสํ อตฺตภาวา อเหสุนฺติ อตฺโถ. ‘‘อสีติ กปฺปโกฏิโย’’ติปิ ปาโฐ, อสีติอายุกปฺปโกฏิโย อเหสุนฺติ อตฺโถ. กตฺถ ปน เต อเหสุนฺติ? อาห ‘‘เทเว เจว มนุสฺเส จา’’ติ, เทเวสุ เจว มนุสฺเสสุ จาติ อตฺโถ. สํวิรุฬฺหมฺหีติ สมนฺตโต ปลฺลวคฺคหเณน วิรุเฬฺห. อลภึหนฺติ อลภึ อหํ. อชฺช ตึสํ ตโต กปฺปาติ ตโต กปฺปโต อชฺช สมฺปติ อยํ กปฺโป ตึสติโม. ตสฺสา สญฺญาย วาสนาติ ตสฺส พุทฺธคตาย สญฺญาย วาสนโต.
ตณฺหานิฆาตโกติ ตณฺหาย สมุจฺเฉทโก. วฏํสโกติ ปุปฺผมยกณฺณิโก. สพฺพปุปฺเผหิลงฺกโตติ นานาปุปฺเผหิ อลงฺกโต. ลปนนฺตราติ อุตฺตราธโรฏฺฐานํ อนฺตรโต. โอกฺกาติ ปภา. มุทฺธนนฺตรธายถาติ มุทฺธนิ อนฺตรธายถ. กงฺขํ วิตราติ วิมตึ วิโนเทหิ. ยสฺส ตํ สพฺพธมฺเมสุ, สทา ญาณํ ปวตฺตตีติ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ. ยสฺส สพฺพธมฺเมสุ อากงฺขปฺปฏิพทฺธตฺตา สทา ญาณํ ปวตฺตติ. โส สพฺพญฺญู ภควา เถรํ อานนฺทํ เอตทพฺรวีติ สมฺพนฺโธ. ราชา รฏฺเฐ ภวิสฺสตีติ สพฺพสฺมึ รฏฺเฐ ราชา ภวิสฺสติ. จริมนฺติ จริมภวํ. สจฺฉิกตฺวาติ ปจฺจกฺขํ กตฺวา. ธมฺมตนฺติ จตุสจฺจธมฺมํ, ปจฺเจกโพธึ วา.
๙๖. สุวณฺณจฺฉทนํ นาวนฺติ อุโภสุ ปสฺเสสุ สุวณฺณาลงฺกาเรหิ ปฏิมณฺฑิตวเสน ฉาทิตํ สุวณฺณนาวํ. ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, สกฺกสฺส อิติ เม สุตนฺติ ยถา สา เทวตา ปญฺหํ ปุฏฺฐา สกฺกสฺส พฺยากาสิ, เอวํ มยาปิ สุตนฺติ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน อตฺตนา ยถาสุตํ ตํ ภควโต วทติ.
ปํสุถูเปสูติ สรีรธาตุํ อพฺภนฺตเร ฐเปตฺวา ปํสูหิ กตถูเปสุ. เอวญฺหิ เต ภควนฺตํ อุทฺทิสฺสกตา นาม โหนฺติ, เตเนวาห – ‘‘อุทฺทิสฺสกเตสุ ทสพลธราน’’นฺติ.
๙๗. เทวปุตฺตสรีรวณฺณาติ เทวปุตฺตสรีรสทิสวณฺณา. สุภคสณฺฐิตีติ โสภคฺคยุตฺตสณฺฐานา. อุฬารํ วต ตํ อาสีติ ตํ มยา กตํ ปุญฺญํ อุฬารํ วต อโหสิ. ยาหนฺติ ยา อหํ. สตสหสฺสํ กปฺเป, มุทิโต ถูปํ อปูเชสีติ ถูปํ ปูเชตฺวา สตสหสฺสํ อายุกปฺเป อหํ มุทิโตติ อตฺโถ. อนาคนฺตุน วินิปาตนฺติ อปายุปปตฺตึ อนุปคนฺตฺวา. ยํ จกฺขุนฺติ ยํ ปญฺญาจกฺขุํ. ปณิหิตนฺติ ฐปิตํ. วิมุตฺตจิตฺตมฺหีติ วิมุตฺตจิตฺโต อมฺหิ. วิธูตลโตติ วิธูตตณฺหาลโต, สมุจฺฉินฺนตโณฺหติ อตฺโถ.
๙๘. สามากปตฺโถทนมตฺตนฺติ สามากติณานํ นาฬิโกทนมตฺตํ. อขิเลติ ปญฺจนฺนํ เจโตขิลานํ อภาเวน อขิเล. ตสฺมิญฺจ โอกปฺปยิ ธมฺมมุตฺตมนฺติ ตสฺมึ ปจฺเจกพุทฺเธ อุตฺตมธมฺมํ ปจฺเจกโพธึ ‘‘อุตฺตมธมฺเมน นาม อิมสฺมึ ภวิตพฺพ’’นฺติ สทฺทหึ. ‘‘ตสฺมิญฺจ ธมฺเม ปณิเธสึ มานส’’นฺติ อิมินา ปฏิลทฺธธมฺมํ อหมฺปิ สจฺฉิกเรยฺยนฺติ จิตฺตํ ปณิทหึ. ภเว กุทาสุปิ จ มา อเปกฺขวาติ กตฺถจิ ภเว อเปกฺขวา มา ภเวยฺยนฺติ จ ปณิเธสึ มานสนฺติ สมฺพนฺโธ.
กุรูสูติ อุตฺตรกุรูสุ. ทีฆายุเกสูติ เตสํ วสฺสสหสฺสายุกตาย วุตฺตํ. อมเมสูติ อปริคฺคเหสุ. ปาณีสูติ สตฺเตสุ. อหีนคามีสูติ ยถาลทฺธสมฺปตฺตีหิ ยาวตายุกํ อปริหีนสภาเวสุ. ติทโสปปชฺชถาติ ตาวตึโส หุตฺวา อุปปชฺชึ, ติทเส วา ตาวตึสภวเน อุปปชฺชึ. วิสิฏฺฐกายูปคโตติ วิสิฏฺฐกาเยสุ นานาวณฺณกาเยสุ อุปคโต. ยสสฺสิสูติ ปริวารวนฺเตสุ. หิตาหิตาสิหีติ กุสลากุสเล วีติวตฺตีหิ. ปจฺจกฺขํ ขฺวิมนฺติ ปจฺจกฺขํ โข อิมํ วจนนฺติ อธิปฺปาโย.
สกาสีติ โส อกาสิ. พลิมาภิหารีติ ปูชาพลึ อภิหริ. ปติตสฺส เอกนฺติ ตสฺส หตฺถโต เอกปุปฺผํ ปติตํ.
อุปริฏฺฐนฺติ อุปริ เวหาเส ฐิตํ. อริฏฺฐนฺติ อริฏฺฐํ นาม ปจฺเจกสมฺพุทฺธํ. อชฺฌตฺตญฺจ พหิทฺธา จาติ อชฺฌตฺตวิสยา จ พหิทฺธวิสยา จ. เย เม วิชฺชึสูติ เย เม ปุพฺเพ วิชฺชมานา อเหสุํ. ชาติมรณสํสาโร, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโวติ ปุนปฺปุนํ ชายนมียนภูโต สํสาโร ปุนพฺภโวติ จ วุจฺจติ, โส จ ทานิ นตฺถีติ อตฺโถ.
อิทํ วาสนาภาคิยํ สุตฺตนฺติ อิทํ วาสนาภาคปุญฺญวิภาวนานํ นานาสุตฺตปทานํ อุทาหรณวเสน ทสฺสิตํ วาสนาภาคิยํ สุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
๙๙. ‘‘อุทฺธํ อโธ…เป… อปุนพฺภวายา’’ติ อิทํ นิพฺเพธภาคิยํ สุตฺตนฺติ วุตฺตํ โอฆตรณสฺส อริยมคฺคกิจฺจตฺตา. น เจตนา กรณียาติ น จิตฺตํ อุปฺปาเทตพฺพํ. ธมฺมตาติ ธมฺมสภาโว.
๑๐๐. ยทา หเวติ ยสฺมึ หเว กาเล. ปาตุภวนฺตีติ อุปฺปชฺชนฺติ. ธมฺมาติ อนุโลมปจฺจยาการปฏิเวธสาธกา โพธิปกฺขิยธมฺมา. ปาตุภวนฺตีติ วา ปกาเสนฺติ, อภิสมยวเสน ปากฏา โหนฺติ. ธมฺมาติ จตุอริยสจฺจธมฺมา. อาตาโป วุจฺจติ กิเลสสนฺตาปนฏฺเฐน วีริยํ. อาตาปิโนติ สมฺมปฺปธานวีริยวโต. ฌายโตติ อารมฺมณูปนิชฺฌานลกฺขเณน ลกฺขณูปนิชฺฌานลกฺขเณน จ ฌาเนน ฌายนฺตสฺส. พฺราหฺมณสฺสาติ พาหิตปาปสฺส ขีณาสวสฺส. อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพาติ อถสฺส เอวํ ปาตุภูตธมฺมสฺส ยา ตา ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, ผุสตีติ? โน กลฺโล ปโญฺหติ ภควา อโวจา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๑๒) นเยน ‘‘กตมํ นุ โข, ภนฺเต, ชรามรณํ, กสฺส ปนิทํ ชรามรณนฺติ? โน กลฺโล ปโญฺหติ ภควา อโวจา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๓๕) จ นเยน ปจฺจยาการกงฺขา วุตฺตา. ยา จ ปจฺจยาการสฺเสว อปฺปฏิวิทฺธตฺตา ‘‘อโหสึ นุ โข อหมตีตมทฺธาน’’นฺติอาทิกา (ม. นิ. ๑.๑๘; สํ. นิ. ๒.๒๐) โสฬสกงฺขา ‘‘พุทฺเธ กงฺขติ ธมฺเม กงฺขตี’’ติอาทิกา (ธ. ส. ๑๐๐๘) อฏฺฐ จ กงฺขา อาคตา, ตา สพฺพา วปยนฺติ อปคจฺฉนฺติ นิรุชฺฌนฺติ, กสฺมา? ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺมํ, ยสฺมา อวิชฺชาทิเกน เหตุนา สเหตุกํ อิมํ สงฺขาราทึ เกวลํ ทุกฺขกฺขนฺธธมฺมํ ปชานาติ อญฺญาสิ ปฏิวิชฺฌติ.
ยโต ขยํ ปจฺจยานํ อเวทีหิ ยสฺมา ปจฺจยานํ ขยสงฺขาตํ นิพฺพานํ อเวทิ อญฺญาสิ ปฏิวิชฺฌิ, ตสฺมา ยทาสฺส อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส วุตฺตปฺปการา ธมฺมา ปาตุภวนฺติ. อถสฺส ยา นิพฺพานสฺส อวิทิตตฺตา กงฺขา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, สพฺพาปิ ตา กงฺขา วปยนฺตีติ.
อารญฺญนฺติ อารญฺญกํ. อญฺญาตุญฺเฉน ยาเปนฺตนฺติ กุเลสุ อญฺญาโต นิจฺจนโวเยว หุตฺวา อุญฺเฉน ปิณฺฑจริยาย ยาเปนฺตํ. อถ วา อภิลกฺขิเตสุ อิสฺสรชนเคเหสุ กฏุกภณฺฑสมฺภารํ สุคนฺธโภชนํ ปริเยสนฺตสฺส อุญฺฉนํ ญาตุญฺฉนํ นาม, ฆรปฏิปาฏิยา ปน ทฺวาเร ฐิเตน ลทฺธมิสฺสกโภชนํ อญฺญาตุญฺฉนํ นาม. อิทํ อิธ อธิปฺเปตํ. เตน ยาเปนฺตํ. กาเมสุ อนเปกฺขินนฺติ วตฺถุกามกิเลสกาเมสุ นิรเปกฺขํ.
เฉตฺวาติ วธิตฺวา. สุขํ เสตีติ โกธปริฬาเหน อปริทยฺหมานตฺตา สุขํ สยติ. น โสจตีติ โกธวินาเสน วินฏฺฐโทมนสฺสตฺตา น โสจติ. วิสมูลสฺสาติ ทุกฺขวิปากสฺส. มธุรคฺคสฺสาติ ยํ อกฺกุฏฺฐสฺส ปจฺจกฺโกสิตฺวา ปหฏสฺส ปฏิปฺปหริตฺวา สุขํ อุปฺปชฺชติ, ตํ สนฺธาย โส ‘‘มธุรคฺโค’’ติ วุตฺโต. อิมสฺมิญฺหิ ฐาเน ปริโยสานํ ‘‘อคฺค’’นฺติ วุตฺตํ. อริยาติ พุทฺธาทโย.
หเนติ หเนยฺย. อุปฺปติตนฺติ อสมุคฺฆาฏิตํ อวิกฺขมฺภิตุปฺปนฺนวเสน สมุทาจารุปฺปนฺนวเสน สมุทาจรนฺตํ. วิโนทเยติ อตฺตโน สนฺตานโต นีหเรยฺย.
๑๐๑. สตฺติยาติ เทสนาสีสเมตํ, เอกโตธาราทินา สตฺเถนาติ อตฺโถ. โอมฏฺโฐติ ปหโฏ. จตฺตาโร หิ ปหารา โอมฏฺโฐ อุมฺมฏฺโฐ มฏฺโฐ วิมฏฺโฐติ. ตตฺถ อุปริ ฐตฺวา อโธมุขํ ทินฺนปฺปหาโร โอมฏฺโฐ นาม, อโธ ฐตฺวา อุทฺธํ มุขํ ทินฺนปฺปหาโร อุมฺมฏฺโฐ นาม, อคฺคฬสูจิ วิย วินิวิชฺฌิตฺวา กโต มฏฺโฐ นาม, เสโส สพฺโพปิ วิมฏฺโฐ นาม. อิมสฺมึ ปน ฐาเน โอมฏฺโฐ คหิโต. โส หิ สพฺพทารุโณ ทุรุทฺธรณสลฺโล ทุตฺติกิจฺโฉ อนฺโตโทโส อนฺโตปุพฺพโลหิโต จ โหติ. ปุพฺพโลหิตํ อนิกฺขมิตฺวา วณมุขํ ปริโยนนฺธิตฺวา ติฏฺฐติ. ปุพฺพโลหิตํ นีหริตุกาเมหิ มญฺเจน สทฺธึ พนฺธิตฺวา อโธสิโร กาตพฺโพ โหติ, มรณํ วา มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ ปาปุณาติ. ปริพฺพเชติ วิหเรยฺย.
อิมาย คาถาย กึ กถิตํ? ยถา สตฺติยา โอมฏฺฐปุริโส สลฺลุพฺพาหนวณติกิจฺฉนานํ อตฺถาย วีริยํ อารภติ ปโยคํ กโรติ ปรกฺกมติ. ยถา จ ทยฺหมาเน มตฺถเก อาทิตฺตสิโร ตสฺส นิพฺพาปนตฺถาย วีริยํ อารภติ ปโยคํ กโรติ ปรกฺกมติ, เอวเมวํ ภิกฺขุ กามราคปฺปหานาย สโต อปฺปมตฺโต หุตฺวา วิหเรยฺย ภควาติ กเถสิ.
เอวํ เทวตาย กถิเต อถ ภควา จินฺเตสิ – ‘‘อิมาย เทวตาย อุปมา ทฬฺหํ กตฺวา อานีตา, อตฺถํ ปน ปริตฺตกํ คเหตฺวา ฐิตา. ปุนปฺปุนํ กเถนฺตีปิ หิ เอสา กามราคสฺส วิกฺขมฺภนปฺปหานเมว กเถยฺย, ยาว จ กามราโค มคฺเคน น สมุคฺฆาฏิยฺยติ, ตาว อนุพนฺโธว โหตี’’ติ ตเมว อุปมํ คเหตฺวา ปฐมมคฺควเสน เทวตาย วินิวฏฺเฏตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘สตฺติยา วิย โอมฏฺโฐ’’ติ ทุติยคาถมาห. ตสฺสตฺโถ ปุริมนยานุสาเรน เวทิตพฺโพ.
โลกามิสนฺติ กามคุโณ. สนฺติเปกฺโขติ สพฺพสงฺขารูปสมํ นิพฺพานํ อเปกฺขมาโน. ปญฺญวาติ ปญฺญวนฺโต. ปหิตตฺโตติ นิพฺพานํ ปติเปสิตจิตฺโต. วิรโต กามสญฺญายาติ ยาย กายจิ สพฺพโต กามสญฺญาย จตุตฺถมคฺคสมฺปยุตฺตาย สมุจฺเฉทวิรติยา วิรโต. ‘‘วิรตฺโต’’ติปิ ปาโฐ. กามสญฺญายาติ ปน ภุมฺมวจนํ โหติ. สคาถาวคฺเค (สํ. นิ. ๑.๙๖) ‘‘กามสญฺญาสู’’ติ ปาโฐ. จตูหิ มคฺเคหิ ทสนฺนมฺปิ สํโยชนานํ อตีตตฺตา สพฺพสํโยชนาตีโต. จตุตฺถมคฺเคเนว วา อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนาตีโต ตตฺร ตตฺราภินนฺทนโต นนฺทิสงฺขาตาย ตณฺหาย ติณฺณญฺจ ภวานํ ปริกฺขีณตฺตา นนฺทิภวปริกฺขีโณ. โส ตาทิโส ขีณาสโว ภิกฺขุ คมฺภีเร สํสารณฺณเว น สีทติ.
สทฺทหาโนติ เยน ปุพฺพภาเค กายสุจริตาทิเภเทน, อปรภาเค จ สตฺตตฺตึสโพธิปกฺขิยเภเทน ธมฺเมน อรหนฺโต พุทฺธปจฺเจกพุทฺธพุทฺธสาวกา นิพฺพานํ ปตฺตา. ตํ สทฺทหาโน อรหตํ ธมฺมํ นิพฺพานปฺปตฺติยา โลกิยโลกุตฺตรปญฺญํ ลภติ, ตญฺจ โข น สทฺธามตฺตเกเนว. ยสฺมา ปน สทฺธาชาโต อุปสงฺกมติ, อุปสงฺกมนฺโต ปยิรุปาสติ, ปยิรุปาสนฺโต โสตํ โอทหติ, โอทหิตโสโต ธมฺมํ สุณาติ, ตสฺมา อุปสงฺกมนโต ปฏฺฐาย ยาว ธมฺมสฺสวเนน สุสฺสูสํ ลภเต ปญฺญํ.
กึ วุตฺตํ โหติ? ตํ ธมฺมํ สทฺทหิตฺวาปิ อาจริยุปชฺฌาเย กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวาปิ วตฺตกรเณน ปยิรุปาสิตฺวา ยทา ปยิรุปาสนาย อาราธิตจิตฺตา กิญฺจิ วตฺตุกามา โหนฺติ. อถ อธิคตาย โสตุกามตาย โสตํ โอทหิตฺวา สุณนฺโต ลภตีติ เอวํ สุสฺสูสมฺปิ จ สติอวิปฺปวาเสน อปฺปมตฺโต สุภาสิตทุพฺภาสิตญฺญุตาย วิจกฺขโณ เอว ลภติ, น อิตโร. เตนาห – ‘‘อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ’’ติ.
ปติรูปการีติ เทสกาลาทีนิ อหาเปตฺวา โลกิยสฺส โลกุตฺตรสฺส ธมฺมสฺส ปติรูปํ อธิคมูปายํ กโรตีติ ปติรูปการี. ธุรวาติ เจตสิกวีริยวเสน อนิกฺขิตฺตธุโร. อุฏฺฐาตาติ กายิกวีริยวเสน อุฏฺฐานสมฺปนฺโน อสิถิลปรกฺกโม. วินฺทเต ธนนฺติ โลกิยโลกุตฺตรธนํ อธิคจฺฉติ. สจฺเจนาติ วจีสจฺเจน ปรมตฺถสจฺเจน จ. พุทฺธปจฺเจกพุทฺธอริยสาวกา นิพฺพุตึ ปาปุณนฺตา กิตฺติมฺปิ ปาปุณนฺติเยว. ททนฺติ ปเรสํ ยํ กิญฺจิ อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ เทนฺโต มิตฺตานิ คนฺถติ สมฺปาเทติ กโรตีติ อตฺโถ. ทุทฺททํ วา ททนฺโต คนฺถติ, ทานมุเขน จตฺตาริปิ สงฺคหวตฺถูนิ คหิตานีติ เวทิตพฺพานิ. เตหิ มิตฺตานิ กโรนฺติ. อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ, ส เว เปจฺจ น โสจตีติ ยสฺส ปุคฺคลสฺส อิเม สทฺธาทโย ธมฺมา วิชฺชนฺติ, โส อิมสฺมา โลกา ปรํ โลกํ คนฺตฺวา น โสจติ, โสกการณํ ตสฺส นตฺถีติ อตฺโถ.
‘‘ยสฺเสเต จตุโร ธมฺมา, สทฺธสฺส ฆรเมสิโน;
สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค, ส เว เปจฺจ น โสจตี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๙๐) –
คาถํ อวเสสํ กตฺวา อุทาหฏํ. อาฬวกสุตฺเต หิ อิมา คาถา อาฬวเกน ‘‘กถํ สุ ลภเต ปญฺญ’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๘๗) ปุฏฺเฐน ภควตา ภาสิตาติ.
เยน เกนจิ วณฺเณนาติ เยน เกนจิ การเณน, ปกาเรน วา. สํวาโสติ เอกสฺมึ ฐาเน สหวาโส สมาคโม. ตนฺติ ตถา สมาคตํ อนุกมฺปิตพฺพํ ปุริสํ. มนสา เจ ปสนฺเนนาติ กรุณาสมุสฺสาหิเตน ปสาเทน ปสนฺเนน มนสา. น เตน โหติ สํยุตฺโตติ เตน ยถาวุตฺเตน อนุสาสเนน กามจฺฉนฺทาทีนํ สํโยชนวเสน สํยุตฺโต นาม น โหติ. ยานุกมฺปา อนุทฺทยาติ ยา อริยมคฺคสมฺปาปนวเสน กรุณายนา, เมตฺตายนา จาติ อตฺโถ.
๑๐๒. ราโค จ โทโส จาติ ราคโทสา เหฏฺฐา วุตฺตนยาว. กุโตนิทานาติ กึนิทานา กึเหตุกา. ปจฺจตฺตวจนสฺส หิ อยํ โต-อาเทโส, สมาเส จสฺส โลปาภาโว เวทิตพฺโพ. อรตี รตี โลมหํโส กุโตชาติ ยายํ ปนฺเตสุ เสนาสเนสุ, อธิกุสเลสุ จ ธมฺเมสุ อรติ อุกฺกณฺฐิตา, ยา จ ปญฺจสุ กามคุเณสุ รติ อภิรติ อาสตฺติ กีฬนาทิ, โย จ โลมหํสสมุฏฺฐานโต โลมหํสสงฺขาโต จิตฺตุตฺราโส, อิเม ตโย ธมฺมา กุโต ชาตา กุโต นิพฺพตฺตาติ ปุจฺฉา. กุโต สมุฏฺฐายาติ กุโต อุปฺปชฺชิตฺวา. มโนติ กุสลจิตฺตํ. วิตกฺกาติ กามวิตกฺกาทโย. กุมารกา ธงฺกมิโวสชนฺตีติ ยถา กุมารกา กีฬนฺตา กากํ สุตฺเตน ปาเท พนฺธิตฺวา โอสชนฺติ ขิปนฺติ, เอวํ กุสลมนํ อกุสลวิตกฺกา กุโต สมุฏฺฐาย โอสชนฺตีติ ปุจฺฉา.
ราโค จาติ ทุติยคาถา ตสฺสา วิสฺสชฺชนํ. ตตฺถ อิโตติ อตฺตภาวํ สนฺธายาห. อตฺตภาวนิทานา หิ ราคโทสา, อรติ รติ โลมหํสา จ อตฺตภาวโต ชาตา. กามวิตกฺกาทโย อตฺตภาวโต เอว สมุฏฺฐาย กุสลมนํ โอสชนฺติ. เตน ตทญฺญํ ปกติอาทิการณํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห – ‘‘อิโตนิทานา อิโต สมุฏฺฐายา’’ติ. ปุริมคาถาย วุตฺตนเยเนตฺถ สทฺทสิทฺธิ เวทิตพฺพา.
อิทานิ ยฺวายํ ‘‘อิโตนิทานา’’ติอาทีสุ อตฺตภาวนิทานา อตฺตภาวโต ชาตา อตฺตภาวโต สมุฏฺฐายาติ อตฺโถ วุตฺโต, ตํ สาเธนฺโต อาห – ‘‘เสฺนหชา อตฺตสมฺภูตา’’ติ. เอเต หิ ราคาทโย วิตกฺกปริโยสานา ตณฺหาเสฺนเหน ชาตา. ตถา ชายนฺตา จ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธเภเท อตฺตภาวสงฺขาเต อตฺตนิ สมฺภูตา. เตนาห – ‘‘เสฺนหชา อตฺตสมฺภูตา’’ติ. อิทานิ ตทตฺถโชติกํ อุปมํ ทสฺเสติ ‘‘นิโคฺรธสฺเสว ขนฺธชา’’ติ. ตตฺถ ขนฺธชาติ ขนฺเธสุ ชาตา ปาโรหา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา นิโคฺรธสฺส ขนฺธชสงฺขาตา ปาโรหา อาโปรสสงฺขาเต เสฺนเห สติ ชายนฺติ, ชายนฺตา จ ตสฺมึเยว นิโคฺรเธ เตสุ เตสุ สาขปฺปเทเสสุ สมฺภวนฺติ, เอวํ เอเต ราคาทโย อชฺฌตฺตํ ตณฺหาเสฺนเห สติ ชายนฺติ, ชายนฺตา จ ตสฺมึเยว อตฺตภาเว เตสุ เตสุ จกฺขาทิปฺปเทเสสุ อิฏฺฐารมฺมเณสุ สมฺภวนฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เสฺนหชา อตฺตสมฺภูตา’’ติ. ปุถุ วิสตฺตา กาเมสูติ ยสฺมา ราโคปิ ปญฺจกามคุณิกาทิวเสน, โทโสปิ อาฆาตวตฺถุอาทิวเสน อรติอาทโยปิ ตสฺส ตสฺส เภทสฺส วเสนาติ สพฺพถา สพฺเพปิเม กิเลสา ปุถุ อเนกปฺปการา หุตฺวา วตฺถุทฺวารารมฺมณาทิวเสน เตสุ เตสุ กาเมสุ ตถา ตถา วิสตฺตา ลคฺคา สํสิพฺพิตฺวา ฐิตา. กิมิว? มาลุวาว วิตตา วเน ยถา วเน วิตตา มาลุวา เตสุ เตสุ รุกฺขสาขปฺปสาขาทิเภเทสุ วิสตฺตา โหติ ลคฺคา สํสิพฺพิตฺวา ฐิตา, เอวํ เอเต กิเลสา ธมฺมา, ตสฺมา เอตฺถ ปุถุปเภเทสุ วตฺถุกาเมสุ วิสตฺตํ กิเลสคหนํ.
เย นํ ปชานนฺติ ยโตนิทานํ, เต นํ วิโนเทนฺติ สุโณหิ ยกฺข. ตสฺสตฺโถ – เย สตฺตา นํ กิเลสคหนํ ‘‘อิโตนิทานํ เอส อุปฺปชฺชตี’’ติ ชานนฺติ, เต นํ ตณฺหาสิเนหสิเนหิเต อตฺตภาเว อุปฺปชฺชตีติ ญตฺวา ตํ ตณฺหาสิเนหํ อาทีนวานุปสฺสนาทิภาวนาญาณคฺคินา วิโสเสนฺตา วิโนเทนฺติ ปชหนฺติ, เอวํ อมฺหากํ ภาสิตํ สุโณหิ ยกฺขาติ. เต ทุตฺตรํ โอฆมิมํ ตรนฺติ, อติณฺณปุพฺพํ อปุนพฺภวายาติ เย หิ สํกิเลสคหนํ วิโนเทนฺติ, เต เอกนฺเตน มคฺคํ ภาเวนฺติ. น หิ มคฺคภาวนํ วินา กิเลสวิโนทนํ อตฺถิ. เอวํ มคฺคํ ภาเวนฺตา เต ปกติญาเณน ทุตฺตรํ กาโมฆาทึ จตุพฺพิธํ โอฆํ อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา สุปินนฺเตนปิ อติณฺณปุพฺพํ อนติกฺกนฺตปุพฺพํ อปุนพฺภวาย นิพฺพานาย ตรนฺติ.
ทุกฺกรํ ภควาติ เอโก กิร เทวปุตฺโต ปุพฺพโยคาวจโร พหลกิเลสตาย สปฺปโยเคน กิเลเส วิกฺขมฺเภนฺโต สมณธมฺมํ กตฺวา ปุพฺพเหตุมนฺทตาย อริยภูมึ อปฺปตฺวาว กาลํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺโต, โส ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา ทุกฺกรภาวํ อาโรเจนฺโต เอวมาห. ตตฺถ ทุกฺกรนฺติ ทสปิ วสฺสานิ…เป… สฏฺฐิปิ วสฺสานิ เอกนฺตปริสุทฺธสฺส สมณธมฺมสฺส กรณํ นาเมตํ ทุกฺกรํ. เสกฺขาติ สตฺต เสกฺขา. สีลสมาหิตาติ สีเลน สมาหิตา สมุเปตา. ฐิตตฺตาติ ปติฏฺฐิตสภาวา. เอวํ ปุจฺฉิตปญฺหํ วิสฺสชฺชิตฺวา อุปริปญฺหํ สมุฏฺฐาปนตฺถํ ‘‘อนคาริยุเปตสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อนคาริยุเปตสฺสาติ อนคาริยํ นิคฺเคหภาวํ อุปคตสฺส, ปพฺพชิตสฺสาติ อตฺโถ. ตุฏฺฐีติ จตุปจฺจยสนฺโตโส.
ภาวนายาติ จิตฺตวูปสมภาวนาย. เต เฉตฺวา มจฺจุโน ชาลนฺติ เย รตฺตินฺทิวํ อินฺทฺริยูปสเม รตา, เต ทุสฺสมาทหํ จิตฺตํ สมาทหนฺติ. เย สมาหิตจิตฺตา, เต จตุปจฺจยสนฺโตสํ ปูเรนฺตา น กิลมนฺติ. เย สนฺตุฏฺฐา, เต สีลํ ปูเรนฺตา น กิลมนฺติ. เย สีเล ปติฏฺฐิตา สตฺต เสกฺขา, เต อริยา มจฺจุโน ชาลสงฺขาตํ กิเลสชาลํ ฉินฺทิตฺวา คจฺฉนฺติ.
ทุคฺคโมติ สจฺจเมตํ, ภนฺเต, เย อินฺทฺริยูปสเม รตา, เต ทุสฺสมาทหํ จิตฺตํ สมาทหนฺติ. เย สมาหิตจิตฺตา, เต จตุปจฺจยสนฺโตสํ ปูเรนฺตา น กิลมนฺติ. เย สนฺตุฏฺฐา, เต สีลํ ปูเรนฺตา น กิลมนฺติ. เย สีเล ปรมคฺคาหิโน สตฺต เสกฺขา, เต อริยา มจฺจุโน ชาลสงฺขาตํ กิเลสชาลํ ฉินฺทิตฺวา คจฺฉนฺติ. กึ น คมิสฺสนฺติ, อยํ ปน ทุคฺคโม ‘‘ภควา วิสโม มคฺโค’’ติ อาห. ตตฺถ กิญฺจาปิ อริยมคฺโค เนว ทุคฺคโม น วิสโม, ปุพฺพภาคปฏิปทาย ปนสฺส พหู ปริสฺสยา โหนฺติ, ตสฺมา เอวํ วุตฺโต. อวํสิราติ ญาณสิเรน อโธสิรา หุตฺวา ปปตนฺติ. อริยมคฺคํ อาโรหิตุํ อสมตฺถตาย เอว เต มคฺเค ปปตนฺตีติ วุจฺจนฺติ. อริยานํ สโม มคฺโคติ เสฺวว มคฺโค อริยานํ สโม โหติ. วิสเม สมาติ วิสเมปิ สตฺตกาเย สมา เอว.
๑๐๓. อิทญฺหิ ตํ เชตวนนฺติ อนาถปิณฺฑิโก เทวปุตฺโต เชตวนสฺส เจว พุทฺธาทีนญฺจ วณฺณภณนตฺถํ อาคนฺตฺวา เอวมาห. อิสิสงฺฆนิเสวิตนฺติ ภิกฺขุสงฺฆนิเวสิตํ. เอวํ ปฐมคาถาย เชตวนสฺส วณฺณํ กเถตฺวา อิทานิ อริยมคฺคสฺส วณฺณํ กเถนฺโต ‘‘กมฺมํ วิชฺชา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กมฺมนฺติ มคฺคเจตนา. วิชฺชาติ มคฺคปญฺญา. ธมฺโมติ สมาธิ, สมาธิปกฺขิกา วา ธมฺมา. สีลํ ชีวิตมุตฺตมนฺติ สีเล ปติฏฺฐิตสฺส ชีวิตญฺจ อุตฺตมนฺติ ทสฺเสติ. อถ วา วิชฺชาติ ทิฏฺฐิสงฺกปฺปา. ธมฺโมติ วายามสติสมาธโย. สีลนฺติ วาจากมฺมนฺตาชีวา. ชีวิตมุตฺตมนฺติ เอตสฺมึ สีเล ปติฏฺฐิตสฺส ชีวิตํ นาม อุตฺตมนฺติ. ‘‘เอเตน มจฺจา สุชฺฌนฺตี’’ติ เอเตน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน สตฺตา วิสุชฺฌนฺติ.
ตสฺมาติ ยสฺมา มคฺเคน สุชฺฌนฺติ, น โคตฺตธเนหิ, ตสฺมา. โยนิโส วิจิเน ธมฺมนฺติ อุปาเยน โพธิปกฺขิยธมฺมํ วิจิเนยฺย. เอวํ ตตฺถ วิสุชฺฌตีติ เอวํ ตสฺมึ อริยมคฺเค วิสุชฺฌติ. อถ วา โยนิโส วิจิเน ธมฺมนฺติ อุปาเยน อริยสจฺจธมฺมํ วิจิเนยฺย. เอวํ ตตฺถ วิสุชฺฌตีติ เอวํ เตสุ จตูสุ อริยสจฺเจสุ วิสุชฺฌติ. อิทานิ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส วณฺณํ กเถนฺโต ‘‘สาริปุตฺโตวา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สาริปุตฺโตวาติ อวธารณวจนํ, เอเตหิ ปญฺญาทีหิ สาริปุตฺโตว เสยฺโยติ วทติ. อุปสเมนาติ กิเลสวูปสเมน. ปารงฺคโตติ นิพฺพานํ คโต, โย โกจิ นิพฺพานปตฺโต ภิกฺขุ, น ตาทิโส. เอตาวปรโม สิยา, น เถรา อุตฺตริตโร นาม สาวโก อตฺถีติ วทติ.
อตีตนฺติ อตีเต ปญฺจกฺขนฺเธ. นานฺวาคเมยฺยาติ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ นานุคจฺเฉยฺย. นปฺปฏิกงฺเขติ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ น ปตฺเถยฺย. ยทตีตนฺติ อิทเมตฺถ การณวจนํ. ยสฺมา ยํ อตีตํ, ตํ ปหีนํ นิรุทฺธํ อตฺถงฺคตํ, ตสฺมา ตํ นานุคจฺเฉยฺย. ยสฺมา จ ยํ ตตฺถ อนาคตํ, ตํ อปฺปตฺตํ อชาตํ อนิพฺพตฺตํ, ตสฺมา ตมฺปิ น ปตฺเถยฺย. ตตฺถ ตตฺถาติ ปจฺจุปฺปนฺนมฺปิ ธมฺมํ ยตฺถ ยตฺเถว โส อุปฺปนฺโน, ตตฺถ ตตฺเถว นํ อนิจฺจานุปสฺสนาทีหิ สตฺตหิ อนุปสฺสนาหิ วิปสฺสติ, อรญฺญาทีสุ วา ตตฺถ ตตฺถ วิปสฺสติ. อสํหีรํ อสํกุปฺปนฺติ อิทํ วิปสฺสนาปฏิวิปสฺสนาทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. วิปสฺสนา หิ ราคาทีหิ น สํหิรติ น กุปฺปตีติ อสํหีรา อสํกุปฺปา, ตํ อนุพฺรูหเย วฑฺเฒยฺย ปฏิวิปสฺเสยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา นิพฺพานํ ราคาทีหิ น สํหิรติ น กุปฺปตีติ อสํหีรํ อสํกุปฺปํ, ตํ วิทฺวา ปณฺฑิโต ภิกฺขุ อนุพฺรูหเย, ปุนปฺปุนํ ตทารมฺมณํ ผลสมาปตฺตึ อปฺเปนฺโต วฑฺเฒยฺยาติ อตฺโถ.
ตสฺส ปน อนุพฺรูหนสฺส อตฺถาย อชฺเชว กิจฺจมาตปฺปนฺติ กิเลสานํ อาตาปนปริตาปเนน ‘‘อาตปฺป’’นฺติ ลทฺธนามํ วีริยํ อชฺเชว กาตพฺพํ. โก ชญฺญา มรณํ สุเวติ เสฺว ชีวิตํ วา มรณํ วา โก ชานาติ. อชฺเชว ทานํ ทสฺสามิ, สีลํ วา รกฺขิสฺสามิ, อญฺญตรํ วา ปน กุสลํ กริสฺสามิ, ‘‘อชฺช ตาว ปปญฺโจ อตฺถิ, เสฺว วา ปุนทิวเส วา ชานิสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อนุปฺปาเทตฺวา ‘‘อชฺเชว กริสฺสามี’’ติ เอวํ วีริยํ กาตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. มหาเสเนนาติ อหิวิจฺฉิกวิสสตฺถาทีนิ หิ อเนกานิ มรณการณานิ ตสฺส เสนาติ ตาย มหติยา เสนาย วเสน มหาเสเนน เอวรูเปน มจฺจุนา สทฺธึ ‘‘กติปาหํ ตาว อาคเมหิ, ยาวาหํ พุทฺธปูชาทึ อตฺตโน อวสฺสยํ กมฺมํ กโรมี’’ติ เอวํ มิตฺตสนฺถวาการสงฺขาโต วา ‘‘อิทํ สตํ วา สหสฺสํ วา คเหตฺวา กติปาหํ อาคเมหี’’ติ เอวํ ลญฺชานุปฺปทานสงฺขาโต วา ‘‘อิมินา พลราสินา ปฏิพาหิสฺสามี’’ติ เอวํ พลราสิสงฺขาโต วา สงฺคโร นตฺถิ. สงฺคโรติ หิ มิตฺตกรณลญฺชทานพลราสิสงฺกฑฺฒนานํ นามํ, ตสฺมา อยมตฺโถ วุตฺโต. อตนฺทิตนฺติ อนลสํ อุฏฺฐาหกํ. เอวํ ปฏิปนฺนตฺตา ภทฺโท เอกรตฺโต อสฺสาติ ภทฺเทกรตฺโต. อิตีติ เอวํ ปฏิปนฺนํ ปุคฺคลํ ‘‘ภทฺเทกรตฺโต อย’’นฺติ ราคาทิสนฺตตาย สนฺโต พุทฺธมุนิ อาจิกฺขติ.
จกฺขุนา ปญฺญาย จาติ จกฺขุนา จ ปญฺญาย จ. จกฺขุภูตาย วา ปญฺญาย. สติยา ปญฺญาย จาติ สติยา จ ปญฺญาย จ, สติวิสิฏฺฐาย วา ปญฺญาย. กาเยนาติ นามกาเยน.
ทิพฺพจกฺขุ สุวิสุทฺธนฺติ ทิพฺพํ จกฺขุ สุวิสุทฺธํ, ยํ สจฺฉิกโรตีติ อธิปฺปาโย. ปุพฺเพนิวาสาติ ปุริมาสุ ชาตีสุ นิวุตฺถกฺขนฺธา. อิทฺธิวิธาติ อิทฺธิโกฏฺฐาสา. นิโรโธติ นิพฺพานํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
๑๐๔. ยสฺส เสลูปมํ จิตฺตนฺติ เอกฆนํ เสลํ วิย ปกติวาเตหิ โลกธมฺมวาเตหิ อกมฺปนียโต ยสฺส จิตฺตํ เสลูปมํ. เตนาห – ‘‘ฐิตํ นานุปกมฺปตี’’ติ. รชนีเยสูติ ลาภาทีสุ. โกปเนยฺเยติ อลาภาทิเก. กุโต นํ ทุกฺขเมสฺสตีติ ตํ เอวํ ภาวิตจิตฺตํ วีติกฺกนฺตโลกธมฺมํ อุตฺตมปุริสํ โลกธมฺมเหตุกํ ทุกฺขํ นานุคมิสฺสติ.
โย พฺราหฺมโณติ พาหิตปาปธมฺมตาย พฺราหฺมโณ, น ทิฏฺฐมงฺคลิกตาย หุํหุงฺการกสาวาทิปาปธมฺมยุตฺโต หุตฺวา เกวลํ ชาติมตฺเตน พฺราหฺมโณติ ปฏิชานาติ. โส พฺราหฺมโณ พาหิตปาปธมฺมตฺตา หุํหุงฺการปฺปหาเนน นิหุํหุงฺโก. ราคาทิกสาวาภาเวน นิกฺกภาโว. สีลสํวเรน สํยตจิตฺตตาย ยตตฺโต. จตุมคฺคญาณสงฺขาเตหิ เวเทหิ อนฺตํ นิพฺพานํ, เวทานํ วา อนฺตํ คตตฺตา เวทนฺตคู. มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส วุสิตตฺตา วูสิตพฺรหฺมจริโย. ธมฺเมน โส พฺรหฺมวาทํ วเทยฺยาติ โส ‘‘พฺราหฺมโณ อห’’นฺติ เอตํ วาทํ วเทยฺย. ยสฺส สกลโลกสนฺนิวาเส กุหิญฺจิ เอการมฺมเณปิ ราคุสฺสโท โทสุสฺสโท โมหุสฺสโท มานุสฺสโท ทิฏฺฐุสฺสโทติ อิเม อุสฺสทา นตฺถีติ อตฺโถ.
น คาธตีติ น ปติฏฺฐหติ. สุกฺกาติ สุกฺกสงฺขาตา คหา. ยทิ จนฺทิมสูริยาทีนํ ปภา ตตฺถ นตฺถิ, ตโม เอว จ สิยาติ อาสงฺกมาเน สนฺธายาห ‘‘ตโม ตตฺถ น วิชฺชตี’’ติ. ยทา จ อตฺตนาเวทีติอาทีสุ เอวํวิธํ นิพฺพานํ อตฺตปจฺจกฺเขน ญาเณน ยทา วินฺทติ, อถ รูปารูปธมฺมโต สุขทุกฺขโต จ วิปฺปมุตฺโต โหตีติ.
สเกสุ ธมฺเมสูติ สกอตฺตภาวสงฺขาเตสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ. เยภุยฺเยน หิ อชฺฌตฺตํ วิปสฺสนาภินิเวโส โหตีติ. เอตํ ปิสาจนฺติ อชกลาปก, เอตํ ตยา วุตฺตํ ปิสาจํ กิเลสปิสาจญฺจ. ปกฺกุลนฺติ ตยา กตํ อกฺกุลํ ปกฺกุลกรณญฺจ. อติวตฺตตีติ อติกฺกมติ.
นาภินนฺทติ อายนฺตินฺติ ปุราณทุติยิกํ อาคจฺฉนฺตึ อญฺญํ วา น อภินนฺทติ จิตฺเตน น สมฺปฏิจฺฉติ. ตเมว ปกฺกมนฺตึ น โสจติ. สงฺคา สงฺคามชึ มุตฺตนฺติ ปญฺจวิธาปิ สงฺคโต มุตฺตํ สงฺคามชึ ภิกฺขุํ.
พเหฺวตฺถาติ พหุ เอตฺถ นฺหายติ ชโน, น เตน โส สุทฺโธ นาม โหตีติ อธิปฺปาโย.
ชาติพลํ นิเสธนฺติ ชาติพลสฺส นิเสธกํ. สหายา วตาติ สมถวิปสฺสนาภาวนาย สห อยนวเสน สหายา วต. กาเลน กาลํ สปฺปายธมฺมสฺส สวนวเสน จิรรตฺตํ สเมติ สมาคโม เอเตสนฺติ จิรรตฺตสเมติกา. สิถิลมารพฺภาติ สิถิลํ วีริยํ กตฺวา.
๑๐๕. ตตฺร โข, ภิกฺขเว, โก วิเสโสติ สตฺถุ สาวกสฺส จ ปญฺจเสฺวว อุปาทานกฺขนฺเธสุ นิพฺพิทาทโยติ ปุพฺพภาคปฏิปตฺติยํ อนุปาทาวิมุตฺติยญฺจ เหฏฺฐา อุปริ จ วิเสสาภาวํ ทสฺเสติ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘นตฺถิ วิมุตฺติยา นานตฺต’’นฺติ (อ. นิ. ๕.๓๑; กถา. ๓๕๕ อตฺถโต สมานํ). ตตฺถ วิเสสาภาวํ ปจฺจามสติ ‘‘ตตฺร โก วิเสโส’’ติ. อธิปฺปยาโสติ อธิกปโยโค. นานากรณนฺติ จ วิเสโสเยว วุตฺโต.
อยํ โข, ภิกฺขเว, วิเสโสติ ภิกฺขเว, ยทิปิ สาวกสฺส สตฺถุ จ วิมุตฺติยํ วิเสโส นตฺถิ, สยมฺภุญาเณน ปน สวาสนสพฺพกิเลเส เขเปตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา อนุปฺปนฺนสฺส อริยมคฺคสฺส ปรสนฺตาเน อุปฺปาทนาทิสกลสพฺพญฺญุคุณสมาโยโค. อยํ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปญฺญาวิมุตฺตโต วิเสโสติ. ตตฺถ อนุปฺปนฺนสฺสาติ อวตฺตมานสฺส. อริยมคฺคญฺหิ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺโธ อุปฺปาเทสิ. อนฺตรา อญฺโญ สตฺถา อุปฺปาเทตา นาม นาโหสิ, ตสฺมา อยํ ภควา อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา นาม. อสญฺชาตสฺสาติ ตสฺเสว เววจนํ. อนกฺขาตสฺสาติ อกถิตสฺส. มคฺคํ ชานาตีติ มคฺคญฺญู. มคฺคํ วิทิตํ ปากฏํ อกาสีติ มคฺควิทู. มคฺเค จ อมคฺเค จ โกวิโทติ มคฺคโกวิโท. มคฺคานุคาติ มคฺคํ อนุคจฺฉนฺตา. ปจฺฉาสมนฺนาคตาติ อหํ ปฐมํ สมนฺนาคโต, สาวกา ปจฺฉา สมนฺนาคตา.
๑๐๖. ‘‘นีเจ กุเล ปจฺจาชาโต’’ติอาทินา (อ. นิ. ๔.๘๕; ปุ. ป. ๑๖๘) ตเมน ยุตฺโตติ ตโม. กายทุจฺจริตาทีหิ ปุน นิรยตมุปคมนโต ตมปรายโณ. อิติ อุภเยนปิ ขนฺธตโมว กถิโต โหติ. ‘‘อฑฺเฒ กุเล ปจฺจาชาโต’’ติอาทินา (อ. นิ. ๔.๘๕; ปุ. ป. ๑๖๘) โชตินา ยุตฺโตติ โชติ, อาโลกภูโตติ วุตฺตํ โหติ. กายสุจริตาทีหิ ปุน สคฺคูปปตฺติภวูปคมนโต โชติปรายโณ. อิมินา นเยน อิตเรปิ เทฺว เวทิตพฺพา.
น ตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีราติ เอตฺถ ธีราติ พุทฺธาทโย ปณฺฑิตปุริสา. ยํ สงฺขลิกสงฺขาตํ อเยน นิพฺพตฺตํ อายสํ อทฺทุพนฺธนสงฺขาตํ ทารุมยญฺจ ปพฺพชติเณหิ รชฺชุํ กตฺวา กตรชฺชุพนฺธนญฺจ, ตํ อสิอาทีหิ ฉินฺทิตุํ สกฺกุเณยฺยตาย ‘‘ถิร’’นฺติ น วทนฺตีติ อตฺโถ. สารตฺตรตฺตาติ รตฺตา หุตฺวา รตฺตา. พลวราครตฺตาติ อตฺโถ. มณิกุณฺฑเลสูติ มณีสุ จ กุณฺฑเลสุ จ, มณิจิตฺเตสุ วา กุณฺฑเลสุ. เอตํ ทฬฺหนฺติ เย มณิกุณฺฑเลสุ สารตฺตรตฺตา, เตสุ โย ราโค, ยา จ ปุตฺตทาเรสุ อเปกฺขา ตณฺหา, เอตํ กิเลสมยํ พนฺธนํ ปณฺฑิตปุริสา ‘‘ทฬฺห’’นฺติ วทนฺติ.
โอหารินนฺติ อากฑฺฒิตฺวา จตูสุ อปาเยสุ ปาตนโต อวหรติ เหฏฺฐา หรตีติ โอหารินํ. สิถิลนฺติ พนฺธนฏฺฐาเน ฉวิอาทีนิ อโกเปตฺวา พนฺธนภาวมฺปิ อชานาเปตฺวา ชลปถถลปถาทีสุ กมฺมํ กาตุํ เทตีติ สิถิลํ. ทุปฺปมุญฺจนฺติ โลภวเสน หิ เอกวารมฺปิ อุปฺปนฺนํ กิเลสพนฺธนํ ทฏฺฐฏฺฐานโต กจฺฉโป วิย ทุมฺโมจยํ โหตีติ ทุปฺปมุญฺจํ. เอตมฺปิ เฉตฺวานาติ เอตํ ทฬฺหมฺปิ กิเลสพนฺธนํ ญาณขคฺเคน ฉินฺทิตฺวา อนเปกฺขิโน หุตฺวา กามสุขํ ปหาย ปริพฺพชนฺติ ปกฺกมนฺติ ปพฺพชนฺติ จาติ อตฺโถ.
๑๐๗. เจเตตีติ อกุสลเจตนาวเสน เจเตติ. ปกปฺเปตีติ ตเมว อกุสลเจตนํ กายวจีกมฺมภาวํ ปาปนวเสน กปฺเปติ. อนุเสตีติ ราคาทิอนุสโยว สนฺตาเน อปฺปหีนภาเวน อนุเสติ. อารมฺมณเมตํ โหติ วิญฺญาณสฺส ฐิติยาติ ยเทตํ เจตนํ ปกปฺปนํ อนุสยนญฺจ, เอตํ อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส ฐิติยา ปวตฺติยา ปจฺจโย โหตีติ อตฺโถ. อารมฺมเณ สติ ปติฏฺฐา วิญฺญาณสฺส โหตีติ ยถาวุตฺตปจฺจเย สติ อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส กมฺมํ ชวาเปตฺวา ปฏิสนฺธิอากฑฺฒนสมตฺถตาสมฺปาทนโต ปติฏฺฐา โหติ. อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ โหตีติ อายตึ ปุนพฺภวสงฺขาตา วิญฺญาณาทีนํ อภินิพฺพตฺติ โหติ.
‘‘โน เจ, ภิกฺขเว, เจเตตี’’ติอาทินา อกุสลกมฺมเมว ปฏิกฺขิปติ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ, ยทิปิ กทาจิ โยนิโสมนสิการา อกุสลเจตนา นปฺปวตฺตติ, อนุสยา ปน อปฺปหีนาติ, เต กุสลสฺส อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส ปติฏฺฐา โหนฺติ เยวาติ. สติ จ อภิสงฺขารวิญฺญาเณ อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ โหตีติ วตฺตุํ วฏฺฏติเยว. ตติยวาโร วุตฺตปฏิปกฺขนเยน เวทิตพฺโพ.
๑๐๘. ‘‘เนโส, ภิกฺขเว, อริยสฺส วินเย สมุทฺโท’’ติอาทิ ยทิ ทุปฺปูรณฏฺเฐน สํสีทนฏฺเฐน ทุรติกฺกมนฏฺเฐน สาคโร ‘‘สมุทฺโท’’ติ วุจฺเจยฺย, ตโต สตภาเคนปิ สหสฺสภาเคนปิ จกฺขุอาทีเสฺวว อยํ นโย ลพฺภตีติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘จกฺขุ, ภิกฺขเว, ปุริสสฺส สมุทฺโท, ตสฺส รูปมโย เวโค’’ติ, รูเปสุ สตฺตานํ อาวิญฺฉนโต รูปายตนเมว เวโค จกฺขุสฺส เวโคติ อตฺโถ.
โย ตํ รูปมยํ เวคํ สหตีติ โย ภิกฺขุ สห วิสเยน จกฺขุํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต สมฺมสนฺโต ตตฺถ จ นิพฺพินฺทนฺโต วิรชฺชนฺโต ตปฺปฏิพทฺธโต กิเลสชาลโต วิมุจฺจนฺโต อภิภวติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อตริ จกฺขุสมุทฺทนฺติ อยํ ภิกฺขุ จกฺขุสงฺขาตํ สมุทฺทํ ติณฺโณติ วุจฺจติ.
อปโร นโย – จกฺขุ, ภิกฺขเว, อริยสฺส วินเย สมุทฺโทติ ยทิปิ ทุปฺปูรณฏฺเฐน ยทิ วา สมุทนฏฺเฐน สมุทฺโท, จกฺขุเมว สมุทฺโท. ตสฺส หิ ปถวิโต ยาว อกนิฏฺฐพฺรหฺมโลกา นีลาทิอารมฺมณํ สโมสรนฺตํ ปริปุณฺณภาวํ กาตุํ น สกฺโกติ. เอวํ ทุปฺปูรณฏฺเฐนปิ สมุทฺโท. จกฺขุ จ เตสุ เตสุ นีลาทิอารมฺมเณสุ สมุเทติ อสํวุตํ หุตฺวา โอสรมานํ กิเลสุปฺปตฺติยา การณภาเวน สโทสภาเวน คจฺฉตีติ สมุทนฏฺเฐนปิ สมุทฺโท. ตถา จกฺขุํ ตณฺหาโสตาทีนํ อุปฺปตฺติทฺวารตาย เตหิ สนฺตานสฺส สมุทนฏฺเฐน เตมนฏฺเฐน สมุทฺโท. ตสฺส รูปมโย เวโคติ สมุทฺทสฺส อปฺปมาโณ อูมิมโย เวโค วิย ตสฺสาปิ จกฺขุสมุทฺทสฺส สโมสรนฺตสฺส นีลาทิเภทสฺส อารมฺมณสฺส วเสน อปฺปเมยฺโย รูปมโย เวโค เวทิตพฺโพ. โย ตํ รูปมยํ เวคํ สหตีติ โย ตํ จกฺขุสมุทฺเท สโมสรนฺตํ รูปมยํ เวคํ มนาเป รูเป ราคํ, อมนาเป โทสํ, อสมเปกฺขเน โมหนฺติ เอวํ ราคาทิกิเลเส อนุปฺปาเทนฺโต อุเปกฺขกภาเวน สหติ.
สอูมินฺติอาทีสุ กิเลสอูมีหิ สอูมึ. กิเลสวฏฺเฏหิ สาวฏฺฏํ. กิเลสคเหหิ สคหํ. กิเลสรกฺขเสหิ สรกฺขสํ. โกธุปายาสสฺส วา วเสน สอูมึ. กามคุณวเสน สาวฏฺฏํ. มาตุคามวเสน สคหํ สรกฺขสํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อูมิภยนฺติ โข, ภิกฺขเว, โกธุปายาสสฺเสตํ อธิวจนํ (อิติวุ. ๑๐๙; ม. นิ. ๒.๑๖๒; อ. นิ. ๔.๑๒๒). ตถา อาวฏฺฏนฺติ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺเนตํ กามคุณานํ อธิวจนํ (อิติวุ. ๑๐๙; ม. นิ. ๒.๑๖๔; อ. นิ. ๔.๑๒๒). คหรกฺขโสติ โข, ภิกฺขเว, มาตุคามสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (อิติวุ. ๑๐๙). เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย.
สอูมิภยํ ทุตฺตรํ อจฺจตรีติ อนิจฺจตาทิอูมิภเยน สภยํ ทุรติกฺกมํ อติกฺกมิ. โลกนฺตคูติ สํสารโลกสฺส อนฺตํ คโต. ปารคโตติ วุจฺจตีติ นิพฺพานํ คโตติ กถียติ.
พฬิสาติ สตฺตานํ อนตฺถเหตุตาย พฬิสา วิย พฬิสา. อนยายาติ อนตฺถาย. พฺยาพาธายาติ ทุกฺขาย. อิฏฺฐาติ ปริยิฏฺฐา วา อปริยิฏฺฐา วา สุขารมฺมณตาย อิฏฺฐา. กามนียฏฺเฐน กนฺตา. มนสฺส วฑฺฒนฏฺเฐน มนาปา. ปิยสภาวตาย ปิยรูปา. กิเลสกามสหิตตฺตา กามูปสํหิตา. ราคชนนฏฺเฐน จิตฺตสฺส รญฺชนโต รชนียา. ตญฺเจติ ตํ รูปารมฺมณํ, นีลาทิวเสน อเนกเภทภินฺนมฺปิ หิ รูปายตนํ รูปารมฺมณภาเวน จกฺขุวิญฺเญยฺยภาเวน จ เอกวิธตํ นาติวตฺตตีติ ตํสภาวสามญฺญํ คเหตฺวา ‘‘ตญฺเจ’’ติ วุตฺตํ. อภินนฺทตีติ อภินนฺทนภูตาย สปฺปีติกตณฺหาย อภิมุโข นนฺทติ. อภิวทตีติ ‘‘อโห สุขํ, อโห สุข’’นฺติ วทาเปนฺติยา ตณฺหายนวเสน อภิวทติ. อชฺโฌสาย ติฏฺฐตีติ คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา ติฏฺฐติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ คิลิตพฬิโส มารสฺสาติ อยํ, ภิกฺขุ, กิเลสมารสฺส พฬิสภูตํ รูปตณฺหํ คิลิตฺวา ฐิโตติ วุจฺจติ. เสสวาเรสุปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อเภทีติ ภินฺทิ. ปริเภทีติ สพฺพภาเคน ภินฺทิ. เสสํ อุตฺตานเมว.
๑๐๙. อยํ โลโก สนฺตาปชาโตติ อยํ สตฺตโลโก ชาตสนฺตาโป ญาติพฺยสนาทิวเสน อุปฺปนฺนโสกสนฺตาโป จ ราคาทิวเสน อุปฺปนฺนปริฬาหสนฺตาโป จาติ อตฺโถ. ผสฺสปเรโตติ อเนเกหิ ทุกฺขผสฺเสหิ อภิภูโต. โรทํ วทติ อตฺตโตติ ตํ ตํ อตฺตนา ผุฏฺฐํ ทุกฺขํ อภาวิตกายตาย อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘อโห ทุกฺขํ, อีทิสํ ทุกฺขํ มยฺหํ สตฺตุโนปิ มา โหตู’’ติอาทินา วิลปนฺโต วทติ. กสฺมา? เยน เยน หิ มญฺญนฺติ, ตโต ตํ โหติ อญฺญถา, ยสฺมา เอเต สตฺตา เยน เยน ปกาเรน อตฺตโน ทุกฺขสฺส ปฏิการํ มญฺญนฺติ อาสีสนฺติ, ตํ ทุกฺขํ ตโต อญฺเญน ปกาเรน ติกิจฺฉิตพฺพํ โหติ. เยน วา ปกาเรน อตฺตโน วฑฺฒึ มญฺญนฺติ, ตโต อญฺญถา อวฑฺฒิ เอว ปน โหติ. เอวํ อญฺญถาภาวิตํ อิจฺฉาวิฆาตํ เอว ปาปุณาติ. อยํ ภวสตฺโต กามาทิภเวสุ สตฺโต สตฺตโลโก, ตถาปิ ภวเมวาภินนฺทติ, น ตตฺถ นิพฺพินฺทติ. ยทภินนฺทติ ตํ ภยนฺติ ยํ กามาทิภวํ อภินนฺทติ, ตํ ชรามรณาทิอเนกพฺยสนานุพนฺธตฺตา อติวิย ภยานกฏฺเฐน ภยํ. ยสฺส ภายตีติ ยโต ชรามรณาทิโต ภายติ, ตํ ทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต ทุกฺขทุกฺขตาย จ ทุกฺขนฺติ.
ภววิปฺปหานายาติ ภวสฺส ปชหนตฺถาย. โขติ อวธารณตฺเถ นิปาโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอกนฺเตเนว กามาทิภวสฺส สมุทยปฺปหาเนน ปหานตฺถํ อิทํ มยา อธิคตํ มคฺคพฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ.
เอวํ อริยสฺส มคฺคสฺส เอกํเสเนว นิยฺยานิกภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อญฺญมคฺคสฺส นิยฺยานิกภาวํ ปฏิกฺขิปนฺโต ‘‘เย หิ เกจี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ภเวนาติ รูปภเวน วา อรูปภเวน วา. ภวสฺสาติ สํสารสฺส. วิปฺปโมกฺขนฺติ ภวโต วิมุตฺตึ, สํสารสุทฺธินฺติ อตฺโถ. กิญฺจาปิ เต สมณพฺราหฺมณา ตตฺถ นิพฺพานสญฺญิโน, ภวคามิกมฺเมน ปน รูปารูปชฺฌาเนน, ตํนิพฺพตฺเตน จ อุปปตฺติภเวน ภววิสุทฺธึ วทนฺตา ภเวน ภววิปฺปโมกฺขํ วทนฺติ นาม. เตนาห – ‘‘สพฺเพ เต อวิปฺปมุตฺตา ภวสฺมาติ วทามี’’ติ. อถ วา ภเวนาติ ภวทิฏฺฐิยา, ภวติ ติฏฺฐติ สสฺสตนฺติ หิ ปวตฺตนโต สสฺสตทิฏฺฐิ ‘‘ภวทิฏฺฐี’’ติ วุจฺจติ. ภวทิฏฺฐิ เอว อุตฺตรปทโลเปน ‘‘ภโว’’ติ วุตฺตา ภวตณฺหาติอาทีสุ วิย. ภวทิฏฺฐิวเสน หิ อิเธกจฺเจ ภววิเสสํเยว ภววิปฺปโมกฺขํ มญฺญนฺติ. ยถา ตํ พโก พฺรหฺมา อาห – ‘‘อิทํ นิจฺจํ, อิทํ ธุวํ, อิทํ สสฺสตํ, อิทํ อวิปริณามธมฺม’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๕๐๑; สํ. นิ. ๑.๑๗๕). วิภเวนาติ อุจฺเฉททิฏฺฐิยา. วิภวติ วินสฺสติ อุจฺฉิชฺชตีติ หิ ปวตฺตนโต อุจฺเฉททิฏฺฐิ วุตฺตนเยน ‘‘วิภโว’’ติ วุจฺจติ. ภวสฺส นิสฺสรณมาหํสูติ สํสารสุทฺธึ วทึสุ. อุจฺเฉททิฏฺฐิวเสน หิ อิเธกจฺเจ สํสารสุทฺธึ วทนฺติ. ตถา หิ วุตฺตํ –
‘‘ยโต โข, โภ, อยํ อตฺตา รูปี จาตุมหาภูติโก…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. เอตฺตาวตา โข, โภ, อยํ อตฺตา สมฺมา สมุจฺฉินฺโน โหตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๙๑).
อนิสฺสฏาติ อนิกฺขนฺตา. ตตฺถ การณมาห – ‘‘อุปธิญฺหิ ปฏิจฺจ ทุกฺขมิทํ สมฺโภตี’’ติ. ตตฺถ อุปธินฺติ ขนฺธาทิอุปธึ. กึ วุตฺตํ โหติ? ยตฺถ อิเม ทิฏฺฐิคติกา นิพฺพานสญฺญิโน, ตตฺถ ขนฺธูปธิกิเลสูปธิอภิสงฺขารูปธโย อธิคตา ญาตา. กุโต ตสฺส ทุกฺขนิสฺสรณตาติ. ยํ ปน ปรมตฺถโต ทุกฺขนิสฺสรณํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพุปาทานกฺขยา นตฺถิ ทุกฺขสฺส สมฺภโว’’ติ วุตฺตํ.
โลกมิมํ ปสฺสาติ ภควา อตฺตโน จิตฺตํ อาลปติ. ปุถูติ วิสุํ วิสุํ. อวิชฺชาย ปเรตนฺติ โมเหน อภิภูตํ. ภูตนฺติ ขนฺธปญฺจกํ. ภูตรตนฺติ อิตฺถี ปุริเส, ปุริโส อิตฺถิยาติ เอวํ อญฺญมญฺญํ สตฺเตสุ รตํ, ตโต เอว ภวา อปริมุตฺตา. เย หิ เกจิ ภวาติ อิตฺตรขณา วา ทีฆายุกา วา สาตวนฺโต วา อสาตวนฺโต วา ภวา. สพฺพธีติ อุทฺธํ อโธ ติริยนฺติ สพฺพตฺถ. สพฺพตฺถตายาติ สพฺพภาเวน. สพฺเพ เต ภวาติอาทีสุ ‘‘สพฺเพปิ ภวา อนิจฺจา’’ติอาทินา วิปสฺสนาสหิตาย มคฺคปญฺญาย อวิปรีตํ ปสฺสโต ภวตณฺหาปิ ปหียติ นิรุชฺฌติ, วิภวํ อุจฺเฉทมฺปิ นาภินนฺทติ น ปตฺเถติ, ตสฺส สพฺพ ตณฺหานํ อนวเสสโต มคฺเคน นิรุชฺฌนโต นิพฺพานํ นิพฺพุติ โหติ. ตสฺส เอวํ นิพฺพุตสฺส ภิกฺขุโน อนุปาทา กิเลสาภิสงฺขารานํ อนุปาทานโต อคฺคหณโต ปุนพฺภโว น โหติ. เอวํภูเตน จ อภิภูโต ปญฺจวิโธปิ มาโร วิชิโต อสฺส อเนน มาเรน สงฺคาโม, สพฺเพปิ ภเว สมติกฺกนฺโต อิฏฺฐานิฏฺฐาทีสุ ตาทิลกฺขณปฺปตฺโตติ.
อนุโสตคามี อนฺธปุถุชฺชโน ปฏิโสตคามี กลฺยาณปุถุชฺชโน. ฐิตตฺโต เสกฺโข. อิตโร อเสกฺโข.
๑๑๐. อภิชาติโกติ ชาติโย. กณฺหาภิชาติโกติ กเณฺห นีเจ กุเล ชาโต. กณฺหํ ธมฺมํ อภิชายตีติ กาฬกํ ทสวิธํ ทุสฺสีลธมฺมํ ปสวติ กโรติ, โส ตํ อภิชายิตฺวา นิรเย นิพฺพตฺตติ. สุกฺกํ ธมฺมนฺติ ‘‘อหํ ปุพฺเพปิ ปุญฺญานํ อกตตฺตา นีเจ กุเล นิพฺพตฺโต, อิทานิ ปุญฺญํ กริสฺสามี’’ติ ปุญฺญสงฺขาตํ สุกฺกํ ปณฺฑรํ ธมฺมํ อภิชายติ, โส เตน สคฺเค นิพฺพตฺตติ. อกณฺหํ อสุกฺกํ นิพฺพานนฺติ นิพฺพานญฺหิ สเจ กณฺหํ ภเวยฺย, กณฺหวิปากํ ทเทยฺย. สุกฺกํ, สุกฺกวิปากํ ทเทยฺย. ทฺวินฺนมฺปิ อปฺปทานโต ปน ‘‘อกณฺหํ อสุกฺก’’นฺติ วุตฺตํ. นิพฺพานนฺติ เจตฺถ อรหตฺตํ อธิปฺเปตํ. ตญฺหิ กิเลสนิพฺพานนฺเต ชาตตฺตา นิพฺพานํ นาม. ตํ เอส อภิชายติ ปสวติ กโรติ. สุกฺกาภิชาติโกติ สุกฺเก อุจฺเจ กุเล ชาโต. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ‘‘กณฺหํ กณฺหวิปาก’’นฺติอาทิกสฺส กมฺมจตุกฺกสฺส อตฺโถ เหฏฺฐา หารสมฺปาตวาเร วิภตฺโต เอว.
๑๑๑. มานุสตฺตนฺติ มนุสฺสภาวํ, มนุสฺสโยนินฺติ อตฺโถ. เทฺวติ กิจฺจํ อกิจฺจเมว จาติ เทฺว. กิจฺจานิ เตฺวว กตฺตพฺพานิ, น จากิจฺจํ กิญฺจิ กตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. สุกิจฺจนฺติอาทิ ‘‘กิจฺจ’’นฺติ วุตฺตานํ เตสํ สรูปทสฺสนํ.
ปธานานีติ อุตฺตมานิ วิสิฏฺฐานิ. ปุริมสฺมึ ปพฺพชิเตสูติ วิสเย ภุมฺมํ. ทุติเย อธิกรเณ. ตตฺถ นิพฺพานนฺติ อรหตฺตํ อธิปฺเปตํ. กสฺมา ปเนตฺถ อามิสปริจฺจาโค อรหตฺเตน สมธุโร นิทฺทิฏฺโฐติ? ทกฺขิเณยฺเยสุ ทกฺขิณาย มหปฺผลภาวทสฺสนตฺถํ. เยน เยน วา ปน วตฺถุนาติ อุจฺเฉทาทิวตฺถุนา. อชฺโฌสิตาติ ภวตณฺหาทิวเสน อชฺโฌสิตา. ทุติเย เยน เยน วา ปน วตฺถุนาติ อมราวิกฺเขปวตฺถุอาทินา.
อิมินา อสุเภน กมฺมวิปาเกนาติ อสุภสฺส กายทุจฺจริตาทิกมฺมสฺส วิปากตฺตา อสุเภน อสิเวน กมฺมวิปาเกน. อิทํ พาลลกฺขณํ นิพฺพตฺตตีติ ปุริมสฺมึ ภเว ทุจฺจริตสมงฺคิตาย พาโล อยํ ภวตีติ อุปลกฺขณํ ชายติ. อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตนฺติ อิทํ เอวํ ปวตฺตํ สํกิเลสภาคิยํ นาม สุตฺตํ.
อิมินา สุเภนาติ เอตฺถ วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ มหาปุริสลกฺขณนฺติ ปณฺฑิตลกฺขณํ. กิเลสภูมีหีติ กิเลสฏฺฐาเนหิ กิเลสาวตฺถาหิ วา. สานุสยสฺส ปริยุฏฺฐานํ ชายตีติ อปฺปหีนานุสยสฺส ปจฺจยสมาโยเค ราคาทโย ปริยุฏฺฐานวเสน ปวตฺตนฺติ. ปริยุฏฺฐิโต สํยุชฺชตีติ โย ราคาทีหิ ปริยุฏฺฐิตจิตฺโต, โส กามราคาทีหิ สํยุชฺชติ นาม. สํยุชฺชนฺโต อุปาทิยตีติ โย กามราคสํโยชนาทีหิ สํยุตฺโต, โส กามุปาทานาทีนิ อกุสลกมฺมานิ จ อุปาทิยติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว.
๑๑๒. เอวํ โสฬสวิเธน สาสนปฏฺฐานํ นานาสุตฺเตหิ อุทาหรณวเสน วิภชิตฺวา อิทานิ อฏฺฐวีสติวิเธน สาสนปฏฺฐานํ ทสฺเสนฺเตน ยสฺมา อยมฺปิ ปฏฺฐานวิภาโค มูลปเทหิ สงฺคหิโต, น อิมสฺสาปิ เตหิ อสงฺคหิโต ปเทโส อตฺถิ, ตสฺมา มูลปทํ วิภชิตพฺพตญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ กตเม อฏฺฐารส มูลปทา’’ติ ปุจฺฉาย วเสน มูลปทานิ อุทฺธริตฺวา ‘‘โลกิยํ โลกุตฺตร’’นฺติอาทินา นวติกา, ถโว จาติ อฏฺฐวีสติวิธํ สาสนปฏฺฐานํ อุทฺทิฏฺฐํ. ตตฺถ โลกิยนฺติ โลเก นิยุตฺโต, โลเก วา วิทิโต โลกิโย. อิธ ปน โลกิโย อตฺโถ ยสฺมึ สุตฺเต วุตฺโต, ตํ สุตฺตํ โลกิยํ. ตถา โลกุตฺตรํ. ยสฺมึ ปน สุตฺเต ปเทเสน โลกิโย, ปเทเสน โลกุตฺตโร วุตฺโต, ตํ โลกิยญฺจ โลกุตฺตรญฺจ. ยญฺจ สตฺเต อธิฏฺฐาย สตฺตปญฺญตฺติมุเขน เทสิตํ, ตํ สตฺตาธิฏฺฐานํ. ธมฺมวเสเนว เทสิตํ ธมฺมาธิฏฺฐานํ. อุภยวเสน เทสิตํ สตฺตาธิฏฺฐานญฺจ ธมฺมาธิฏฺฐานญฺจ. อิมินา นเยน สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. พุทฺธาทีนํ ปน คุณาภิตฺถวนวเสน ปวตฺตํ สุตฺตํ ถโว นาม.
ตตฺถ สชฺชุขีรนฺติ ตงฺขณํเยว เธนุยา ถเนหิ นิกฺขนฺตํ อพฺภุณฺหขีรํ. มุจฺจตีติ ปริณมติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา เธนุยา ถนโต นิกฺขนฺตํ ขีรํ ตงฺขณํเยว น มุจฺจติ น ปริณมติ น ทธิภาวํ คจฺฉติ, ตกฺกาทิอมฺพิลสมาโยคโต ปน ปรโต กาลนฺตเรน ปกตึ ชหติ ทธิภาวํ ปาปุณาติ, เอวเมวํ ปาปกมฺมมฺปิ กิริยกฺขเณเยว น วิปจฺจติ. ยทิ วิปจฺเจยฺย, นานาคตีนํ สภาวฏฺฐานํ สิยา, น โกจิ ปาปกมฺมํ กาตุํ วิสเหยฺย. ยาว ปน กุสลาภินิพฺพตฺตกฺขนฺธา จรนฺติ, ตาว ตํ เต รกฺขนฺติ, เตสํ เภทา อปาเยสุ นิพฺพตฺตาปนวเสน วิปจฺจติ. วิปจฺจมานญฺจ ฑหนฺตํ พาลมเนฺวติ, กึ วิย? ภสฺมจฺฉนฺโนว ปาวโก. ยถา หิ ฉาริกาย ปฏิจฺฉนฺโน วีตจฺจิตงฺคาโร อกฺกนฺโตปิ ฉาริกาย ปฏิจฺฉนฺนตฺตา น ตาว ฑหติ, ฉาริกํ ปน ตาเปตฺวา จมฺมาทีนิ ฑหนวเสน ยาว มตฺถลุงฺคา ฑหนฺโต คจฺฉติ, เอวเมวํ ปาปกมฺมมฺปิ เยน กตํ, ตํ พาลํ ทุติเย วา ตติเย วา อตฺตภาเว นิรยาทีสุ นิพฺพตฺตํ ฑหนฺตํ อนุคจฺฉตีติ.
ยสฺสินฺทฺริยานีติ ตตฺถายํ สงฺเขปตฺโถ – ยสฺส ภิกฺขุโน เฉเกน สารถินา สุทนฺตา อสฺสา วิย ฉ อินฺทฺริยานิ สมถํ ทนฺตภาวํ นิพฺพิเสวนภาวํ คตานิ, ตสฺส นววิธํ มานํ ปหาย ฐิตตฺตา ปหีนมานสฺส จตุนฺนํ อาสวานํ อภาเวน อนาสวสฺส ตาทิภาเว ฐิตสฺส ตถารูปสฺส เทวาปิ ปิหยนฺติ, มนุสฺสาปิ ทสฺสนญฺจ อาคมนญฺจ ปตฺเถนฺติเยวาติ. อาหาเร สตีติ อาหารปฏิพทฺเธ ฉนฺทราเค อปฺปหีเน สติ.
๑๑๓. สพฺพา ทิสา อนุปริคมฺม เจตสาติ ปริโต ทสปิ ทิสา จิตฺเตน อนุคนฺตฺวา. เนวชฺฌคาติ เนว อธิคจฺเฉยฺย. ปิยตรนฺติ อติสเยน ปิยํ. อตฺตนาติ อตฺตโต. เอวํ ปิโย ปุถุ อตฺตา ปเรสนฺติ เอวํ กสฺสจิปิ อตฺตนา ปิยตรสฺส อนุปลพฺภนวเสน วิสุํ วิสุํ ปเรสํ สตฺตานํ อตฺตา ปิโย. ยสฺมา จ เอตเทว, ตสฺมา น หึเส ปรํ อตฺตกาโม อตฺตโน สุขกาโมติ.
ภูตาติ ชาตา นิพฺพตฺตา. ภวิสฺสนฺตีติ นิพฺพตฺติสฺสนฺติ. ภูตาติ วา ขีณาสวา. เต หิ ปหีนภวตฺตา ภูตา เอว. คมิสฺสนฺตีติ ปรโลกํ คมิสฺสนฺติ. ขีณาสวา ปน อนุปาทิเสสํ นิพฺพานํ.
ปิโย จ โหตีติ สุปริสุทฺธาย สีลสมฺปตฺติยา, สุปริสุทฺธาย จ ทิฏฺฐิสมฺปตฺติยา สมนฺนาคโต ปิโย ปิยายิตพฺโพ โหติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘สีลทสฺสนสมฺปนฺนํ, ธมฺมฏฺฐํ สจฺจวาทินํ;
อตฺตโน กมฺมกุพฺพานํ, ตํ ชโน กุรุเต ปิย’’นฺติ. (ธ. ป. ๒๑๗);
ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุกาตพฺพตาย ครุ. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมวเสน สมฺภาเวตพฺพตาย ภาวนีโย. สีลคุเณน วา ปิยครุอาทิภาวา เวทิตพฺพา. ตถา หิ วุตฺตํ – ‘‘อากงฺเขยฺย เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ‘สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ อสฺสํ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จา’ติ, สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติ (ม. นิ. ๑.๖๕).
วตฺตาติ ‘‘กาเลน วกฺขามี’’ติอาทิปญฺจธมฺเม อตฺตนิ อุปฏฺฐาเปตฺวา สพฺรหฺมจารีนํ อุลฺลุมฺปนภาเว ฐตฺวา วตฺตา. วจนกฺขโมติ สพฺรหฺมจารีหิ เยน เกนจิ วุจฺจมาโน สุพฺพโจ หุตฺวา ปทกฺขิณคฺคาหิตาย เตสํ วจนํ ขมตีติ วจนกฺขโม. วตฺตาติ วา ธมฺมกถาวเสน วจนสีโล. วจนกฺขโมติ ธมฺมํ สํวณฺเณนฺโต ปเรหิ อสํหีโร หุตฺวา เตสํ ปุจฺฉาวจนกฺขมตาย วจนกฺขโม. คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตาติ สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทึ, อญฺญํ วา คมฺภีรกถํ กตฺตา. น จฏฺฐาเน นิโยชโกติ ธมฺมวินยาทึ อธมฺมาวินยาทิวเสน อวตฺวา ธมฺมวินยาทิวเสเนว ทีปนโต น จ อฏฺฐาเน นิโยชโก.
มาตรํ ปิตรํ หนฺตฺวาติ เอตฺถ ‘‘ตณฺหา ชเนติ ปุริส’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๕๕-๕๗) วจนโต ตีสุ ภเวสุ สตฺตานํ ชนนโต ตณฺหา มาตา นาม. ‘‘อหํ อสุกสฺส นาม รญฺโญ, ราชมหามตฺตสฺส วา ปุตฺโต’’ติ ปิตรํ นิสฺสาย อสฺมิมานสฺส อุปฺปชฺชนโต อสฺมิมาโน ปิตา นาม. โลโก วิย ราชานํ ยสฺมา สพฺพทิฏฺฐิคตานิ เทฺว สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิโย ภชนฺติ, ตสฺมา สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิโย เทฺว ขตฺติยา ราชาโน นาม. ทฺวาทสายตนานิ วิตฺถตฏฺเฐน รฏฺฐสทิสตฺตา รฏฺฐํ นาม. อายสาธโก อายุตฺตกปุริโส วิย ตํนิสฺสิโต นนฺทิราโค อนุจโร นาม.
อนีโฆติ นิทฺทุกฺโข. พฺราหฺมโณติ ขีณาสโว. เอเตน หิ ตณฺหาทโย อรหตฺตมคฺคญาณาสินา หตา พาหิตา. ยาตีติ โส พฺราหฺมโณ นิทฺทุกฺโข หุตฺวา ยาตีติ.
กาเยติ กรชกาเย. จิตฺตนฺติ ปาทกชฺฌานจิตฺตํ. สโมทหตีติ ปกฺขิปติ. ยทา ทิสฺสมาเนน กาเยน คนฺตุกาโม โหติ, ตทา กายคติกํ ปาทกชฺฌานจิตฺตํ อธิฏฺฐหตีติ อตฺโถ. จิตฺเตปิ กายํ สโมทหตีติ ยทา สีฆํ คนฺตุกาโม โหติ, ตทา ปาทกชฺฌานจิตฺเต กายํ ปกฺขิปติ, จิตฺตคติกํ กายํ อธิฏฺฐหตีติ อตฺโถ. กาเย สุขสญฺญญฺจ ลหุสญฺญญฺจ โอกฺกมิตฺวาติ ‘‘เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺยา’’ติ วุตฺตนเยน (มหาว. ๘, ๑๓๗; ที. นิ. ๒.๖๖; ม. นิ. ๑.๒๘๒; ๒.๓๓๘; สํ. นิ. ๑.๑๗๒) อิทฺธิมา กาเย สุขสญฺญญฺจ ลหุสญฺญญฺจ โอกฺกมิตฺวา ปเรสํ ทิสฺสมาเนน กาเยน อารามรามเณยฺยกาทีนิ เปกฺขมาโน จิตฺตกฺขเณเนว อิจฺฉิตฏฺฐานํ คจฺฉติ.
๑๑๔. ยํ ตํ โลกุตฺตรํ ญาณนฺติ สพฺพํ โลกํ อุตฺตริตฺวา อภิภวิตฺวา ฐิตตฺตา วุตฺตํ, น ปน โลกุตฺตรภูมิกตฺตา. สพฺพกาเล ปวตฺตตีติ อาวชฺชนปฏิพทฺธวุตฺติตฺตา วุตฺตํ, น สตตํ สมิตํ ปวตฺตตีติ. น หิ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ภควโต สพฺพสฺมึเยว กาเล อุปฺปชฺชตีติ สกฺกา วตฺตุนฺติ.
กิตฺตยิสฺสามิ เต สนฺตินฺติ สพฺพกิเลสวูปสมเหตุตาย สนฺตึ นิพฺพานํ ทสฺเสสฺสามิ. ทิฏฺเฐ ธมฺเมติ ทิฏฺเฐ ทุกฺขาทิธมฺเม, อิมสฺมึ เอว วา อตฺตภาเว. อนีติหนฺติ อิติหาสาติ เอวํ น อิติกิราย ปวตฺตํ, อตฺตปจฺจกฺขนฺติ อตฺโถ. ยํ วิทิตฺวา สโต จรนฺติ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติอาทินา (ธ. ป. ๒๗๗; เถรคา. ๖๗๖; เนตฺติ. ๕) นเยน สโต หุตฺวา จรนฺโต อริยมคฺเคน ยํ สนฺตึ วิทิตฺวา. ตเร โลเก วิสตฺติกนฺติ สงฺขารโลเก วิสปฺปนโต วิสตฺติกสงฺขาตํ ตณฺหํ ตเร ตเรยฺย สมติกฺกเมยฺยาติ อตฺโถ.
ตญฺจาหํ อภินนฺทามีติ ตํ วุตฺตปฺปการํ สนฺติโชตกํ ตุมฺหากํ วจนํ อหํ ปตฺถยามิ, ตํ เอว วา สนฺตึ อุตฺตมํ อภินนฺทามีติ โธตโก วทติ. อุทฺธํ อโธ ติริยญฺจาปิ มชฺเฌติ เอตฺถ อุทฺธนฺติ อนาคตํ อุปริ จ. อโธติ อตีตํ เหฏฺฐา จ. ติริยญฺจาปิ มชฺเฌติ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปริโต จ. เอตํ วิทิตฺวา สงฺโคตีติ เอตํ อนาคตาทึ สงฺคชนนฏฺฐานนฺติ ญตฺวา. ภวาภวายาติ ขุทฺทกานญฺเจว มหนฺตานญฺจ ภวานํ อตฺถาย, สสฺสตุจฺเฉทาย วา.
อริยสจฺจานนฺติ อริยภาวกรานํ สจฺจานํ. อนนุโพธาติ อพุชฺฌเนน อชานเนน. อปฺปฏิเวธาติ อปฺปฏิวิชฺฌเนน. สนฺธาวิตนฺติ ภวโต ภวสฺส คมเนน สนฺธาวิตํ. สํสริตนฺติ ปุนปฺปุนํ คมนวเสน สํสริตํ. มมญฺเจว ตุมฺหากญฺจาติ มยา เจว ตุเมฺหหิ จ. อถ วา สนฺธาวิตํ สํสริตนฺติ สนฺธาวนํ สํสรณํ มมญฺเจว ตุมฺหากญฺจ อโหสีติ อตฺโถ. ภวเนตฺตีติ ภวาภวํ นยนสมตฺถา ตณฺหารชฺชุ. สํสิตนฺติ สํสริตํ. สมูหตาติ สุฏฺฐุ หตา ฉินฺนา อปฺปวตฺติกตา.
สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ ปจฺจเยหิ สงฺขรียนฺตีติ ‘‘สงฺขารา’’ติ ลทฺธนามา ปญฺจกฺขนฺธา. อาทิอนฺตวนฺตโต อนิจฺจนฺติกโต ตาวกาลิกโต ขณปริตฺตโต จ น นิจฺจาติ อนิจฺจา. ยทา ปญฺญาย ปสฺสตีติ ยทา วิปสฺสนาปญฺญาย ปสฺสติ. อถ อิมสฺมึ วฏฺฏทุกฺเข นิพฺพินฺทติ, นิพฺพินฺทนฺโต ทุกฺขปริชานนาทิวเสน สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ. เอส มคฺโค วิสุทฺธิยาติ ยฺวายํ วุตฺตนเยน สจฺจปฺปฏิเวโธ, เอส วิสุทฺธตฺถาย มคฺโค. สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขาติ สพฺเพ สงฺขารา อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนฏฺเฐน ขยฏฺเฐน จ ทุกฺขาติ. เสสํ วุตฺตนยเมว. สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ สพฺเพปิ เตภูมกธมฺมา ปรโต ตุจฺฉโต สุญฺญโต อสารโต อวสวตฺตนโต จ อนตฺตาติ. เสสํ ปุริมสทิสเมว.
เสยฺโยติ วิสิฏฺโฐ อุตฺตโม. สทิโสติ สมาโน. หีโนติ ลามโก. โอมาโนปิ หิ อตฺตโน อวงฺกรณมุเขนปิ สํปคฺคณฺหนวเสเนว ปวตฺตติ. เตน วุตฺตํ ‘‘หีโนหมสฺมี’’ติ. กิมญฺญตฺร ยถาภูตสฺส อทสฺสนาติ สรสปภงฺคุตาย เอกนฺเตเนว อนวฏฺฐิตสภาเวหิ รูปธมฺเมหิ เสยฺยาทิวเสน อตฺตโน อุกฺขิปนสฺส เตสํ ยถาภูตํ อทสฺสนํ อญฺญาณํ วินา กึ อญฺญํ การณํ สิยา, อญฺญํ กิญฺจิ การณํ ตสฺส นตฺถีติ อตฺโถ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย. วุตฺตวิปริยาเยน สุกฺกปกฺโข เวทิตพฺโพ.
๑๑๕. เย อริยสจฺจานิ วิภาวยนฺตีติ ทุกฺขาทีนิ อริยสจฺจานิ ปญฺญาโอภาเสน สจฺจปฺปฏิจฺฉาทกกิเลสนฺธการํ วิธเมตฺวา อตฺตโน ปกาสานิ ปากฏานิ กโรนฺติ. คมฺภีรปญฺเญนาติ อปฺปเมยฺยปญฺญตาย สเทวกสฺสปิ โลกสฺส ญาเณน อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐปญฺเญน สพฺพญฺญุนาติ วุตฺตํ โหติ. สุเทสิตานีติ สงฺเขปวิตฺถาราทีหิ เตหิ เตหิ นเยหิ สุฏฺฐุ เทสิตานิ. กิญฺจาปิ เต โหนฺติ ภุสํ ปมตฺตาติ เต วิภาวิตอริยสจฺจา ปุคฺคลา กามํ เทวรชฺชจกฺกวตฺติรชฺชาทิปมาทฏฺฐานํ อาคมฺม ภุสํ ปมตฺตา โหนฺติ, ตถาปิ โสตาปตฺติมคฺคญาเณน อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรเธน ฐเปตฺวา สตฺต ภเว อนมตคฺเค สํสาเร เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ นามญฺจ รูปญฺจ, เตสํ นิรุทฺธตฺตา น อฏฺฐมํ ภวํ อาทิยนฺติ, สตฺตมภเวเยว ปน วิปสฺสนํ อารภิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณนฺตีติ อตฺโถ.
ยถินฺทขีโลติ เอตฺถ ยถาติ อุปมาวจนํ. อินฺทขีโลติ นครทฺวารถิรกรณตฺถํ อุมฺมารพฺภนฺตเร อฏฺฐ วา ทส วา หตฺเถ ปถวึ ขณิตฺวา อาโกฏิตสฺส สารทารุมยสฺส ถมฺภสฺเสตํ อธิวจนํ. ปถวิสฺสิโต สิยาติ คมฺภีรเนมิตาย อนฺโต ปวิสิตฺวา ภูมินิสฺสิโต สิยา ภเวยฺย. จตุพฺภิ วาเตหีติ จตูหิ ทิสาหิ อาคตวาเตหิ. อสมฺปกมฺปิโยติ กมฺเปตุํ วา จาเลตุํ วา อสกฺกุเณยฺโย. ตถูปมํ…เป… ปสฺสตีติ โย จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ปญฺญาย อชฺโฌคาเหตฺวา ปสฺสติ, ตํ สปฺปุริสํ อุตฺตมปุริสํ ตถา ทสฺสนโต สพฺพติตฺถิยวาทวาเตหิ อสมฺปกมฺปิยตาย ตถูปมํ ยถาวุตฺตอินฺทขีลูปมํ วทามีติ อตฺโถ.
โสตาปตฺติยงฺเคหีติ อริยโสตาปชฺชนสฺส องฺคภูเตหิ. อริยสาวโกติ อริยสฺส พุทฺธสฺส ภควโต สทฺธมฺมสฺสวนนฺเต ชาตตฺตา อริยสาวโก. ขีณนิรโยมฺหีติ ขีณนิรโย อมฺหิ. ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโตติ อิทํ นิรยาทีนํเยว เววจนวเสน วุตฺตํ. นิรยาทโย หิ วฑฺฒิสงฺขาตโต อยโต อเปตตฺตา อปายา. ทุกฺขสฺส คติ ปฏิสรณนฺติ ทุคฺคติโย. ทุกฺกฏการิโน วิวสา เอตฺถ นิปตนฺตีติ วินิปาตา. โสตํ อริยมคฺคํ อาทิโต ปตฺโต อธิคโตติ โสตาปนฺโน. อกุปฺปธมฺมตาย มคฺคผลานํ ปุถุชฺชนภาวสงฺขาเต วิรูเป น นิปตนสภาโวติ อวินิปาตธมฺโม. ตโต เอว ธมฺมนิยาเมน นิยตตาย นิยโต. อุปริมคฺคตฺตยสงฺขาตา สมฺโพธิ อวสฺสํ ปตฺตพฺพตาย อสฺส ปรํ อยนํ คติ ปฏิสรณนฺติ สมฺโพธิปรายโณ.
นิวิฏฺฐาติอาทีนิ ปทานิ อญฺญมญฺญเววจนาเนว. สหธมฺมิยาติ สพฺรหฺมจาริโน. อริยกนฺเตหีติ อริยานํ กนฺเตหิ ปิเยหิ มนาเปหิ. ปญฺจ สีลานิ หิ อริยสาวกานํ กนฺตานิ โหนฺติ, ภวนฺตเรปิ อวิชหนโต. ตานิ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. สพฺโพปิ ปเนตฺถ สํวโร ลพฺภติเยว. โสตาปนฺโนหมสฺมีติ อิทํ เทสนาสีสเมว. สกทาคามิอาทโยปิ ‘‘สกทาคามีหมสฺมี’’ติอาทินา นเยน พฺยากโรนฺติเยว. ยโต สพฺเพสมฺปิ สิกฺขาปทาวิโรเธน ยุตฺตฏฺฐาเน พฺยากรณํ อนุญฺญาตเมวาติ.
ยสฺสินฺทฺริยานีติ ยสฺส อริยปุคฺคลสฺส สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ. สุภาวิตานีติ อริยมคฺคภาวนาวเสน สุฏฺฐุ ภาวิตานิ. อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา จาติ โอรมฺภาคิยานํ อุทฺธมฺภาคิยานญฺจ สํโยชนานํ ปชหนวเสน. เตนาห ‘‘สพฺพโลเก’’ติ. นิพฺพิชฺฌาติ นิพฺพิชฺฌิตฺวา ปฏิวิชฺฌิตฺวา.
ธมฺมปทานีติ ธมฺมโกฏฺฐาสานิ. อนภิชฺฌา ธมฺมปทํ นาม อโลโภ วา อโลภสีเสน อธิคตฌานวิปสฺสนามคฺคผลนิพฺพานานิ วา ทสอสุภวเสน วา อธิคตฌานาทีนิ อนภิชฺฌา ธมฺมปทํ. จตุพฺรหฺมวิหารวเสน อธิคตานิ อพฺยาปาโท ธมฺมปทํ. ทสานุสฺสติอาหาเรปฏิกฺกูลสญฺญาวเสน อธิคตานิ สมฺมาสติ ธมฺมปทํ. ทสกสิณอานาปานวเสน อธิคตานิ สมฺมาสมาธิ ธมฺมปทํ.
ปญฺจ ฉินฺเทติ เหฏฺฐา อปายุปปตฺติสํวตฺตนิกานิ ปญฺจ โอรมฺภาคิยสํโยชนานิ ปาเท พทฺธรชฺชุํ วิย ปุริโส สตฺเถน เหฏฺฐา มคฺคตฺตเยน ฉินฺเทยฺย. ปญฺจ ชเหติ อุปริเทวโลกสมฺปาปกานิ ปญฺจ อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานิ ปุริโส คีวาย พทฺธรชฺชุํ วิย อรหตฺตมคฺเคน ชเหยฺย ฉินฺเทยฺเยวาติ อตฺโถ. ปญฺจ จุตฺตริ ภาวเยติ อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานํ ปหานตฺถาย สทฺธาทีนิ ปญฺจินฺทฺริยานิ อุตฺตริ ภาเวยฺย. ปญฺจ สงฺคาติโคติ เอวํ สนฺเต ปญฺจนฺนํ ราคโทสโมหมานทิฏฺฐิสงฺคานํ อติกฺกมเนน ปญฺจสงฺคาติโค หุตฺวา ภิกฺขุ ‘‘โอฆติณฺโณ’’ติ วุจฺจติ, นิตฺติณฺณจตุโรโฆติ วุจฺจตีติ อตฺโถ.
อนญฺญาตํ อปฺปฏิวิทฺธํ จตุสจฺจธมฺมํ, อมตปทํเยว วา ญสฺสามิ ชานิสฺสามีติ ปฏิปนฺนสฺส ปฐมมคฺคฏฺฐสฺส อินฺทฺริยนฺติ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ. ปฐมมคฺคญาณญฺหิ ตํปุพฺพภาควเสน เอวํ วุตฺตํ. อาชานาติ ปฐมมคฺเคน ญาตมริยาทํ อนติกฺกมิตฺวา ชานาตีติ อญฺโญ, ตสฺส อินฺทฺริยนฺติ อญฺญินฺทฺริยํ, เหฏฺฐา ตีสุ ผเลสุ, อุปริ ตีสุ มคฺเคสุ จ ญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. อญฺญาตาวิโน จตูสุ สจฺเจสุ นิฏฺฐิตกิจฺจสฺส อรหโต อินฺทฺริยนฺติ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ, อคฺคผลญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. อนภิสเมตสฺสาติ อปฺปฏิวิทฺธสฺส. อภิสมยายาติ ปฏิเวธาย.
๑๑๖. พาลลกฺขณานีติ พาลสฺส อุปลกฺขณการณานิ. พาลนิมิตฺตานีติ ‘‘พาโล อย’’นฺติ คเหตุํ นิมิตฺตานิ การณานิ. พาลาปทานานีติ พาลสฺส โปราณานิ วิรุฬฺหานิ กมฺมานิ. ‘‘ทุจฺจินฺติตจินฺตี’’ติอาทีสุ ทุจฺจินฺติตํ อภิชฺฌํ พฺยาปาทํ มิจฺฉาทสฺสนญฺจ จินฺเตตีติ ทุจฺจินฺติตจินฺตี. ทุพฺภาสิตํ มุสาวาทาทึ ภาสตีติ ทุพฺภาสิตภาสี. ทุกฺกฏํ ปาณาติปาตาทิกมฺมํ กโรตีติ ทุกฺกฏกมฺมการี. วุตฺตวิปริยาเยน สุกฺกปกฺโข เวทิตพฺโพ.
ภิยฺโยติ อุปรูปริ. ปกุชฺเฌยฺยุนฺติ วิรุชฺเฌยฺยุํ. ‘‘ปกุปฺเปยฺยุ’’นฺติปิ ปาโฐ. ภุเสนาติ ทเฬฺหน. ทณฺเฑนาติ ทณฺฑทาเนน. ธีโรติ ปณฺฑิโต สปฺปญฺญชาติโก. นิเสธเยติ ปฏิพาเหยฺย. ปุน กิญฺจิ กาตุํ วตฺตุํ วา อสมตฺถํ กเรยฺยาติ อตฺโถ.
ปรนฺติ ปจฺจตฺถิกํ. โย สโต อุปสมฺมตีติ โย สติมา หุตฺวา อุปสมฺมติ, ตสฺส อุปสมํเยวาหํ พาลสฺส ปฏิเสธนํ มญฺญามีติ อตฺโถ.
วชฺชนฺติ โทสํ. ยทา นํ มญฺญตีติ ยสฺมา นํ มญฺญติ. อชฺฌารุหตีติ อชฺโฌตฺถรติ. โคว ภิยฺโย ปลายินนฺติ ยถา โคยูเถ ตาวเทว เทฺว คาโว ยุชฺฌนฺเต โคคโณ โอโลเกนฺโต ติฏฺฐติ ยาว น เอโก ปลายติ, ยทา ปน ปลายติ, อถ ตํ ปลายีนํ สพฺโพ โคคโณ ภิยฺโย อชฺโฌตฺถรติ, เอวํ ทุมฺเมโธ ขมนฺตํ ภิยฺโย อชฺโฌตฺถรตีติ อตฺโถ.
สทตฺถปรมาติ สกตฺถปรมา. ขนฺตฺยา ภิยฺโย น วิชฺชตีติ เตสุ สกตฺถปรเมสุ อตฺเถสุ ขนฺติโต อุตฺตริตโร อญฺโญ อตฺโถ น วิชฺชติ. ตมาหุ ปรมํ ขนฺตินฺติ โย พลวา ติติกฺขติ, ตสฺส ตํ ขนฺตึ ปรมํ อาหุ. พาลพลํ นาม อญฺญาณพลํ. ตํ ยสฺส พลํ, อพลเมว ตํ, น ตํ พลนฺติ อาหุ กเถนฺติ ทีเปนฺติ. ธมฺมคุตฺตสฺสาติ ธมฺเมน รกฺขิตสฺส ธมฺมํ วา รกฺขนฺตสฺส. ปฏิวตฺตาติ ปฏิปฺผริตฺวา วตฺตา, ปฏิปฺปริตฺวา วา ยํ วา ตํ วา วเทยฺยาสิ. ธมฺมฏฺฐํ ปน จาเลตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. ตสฺเสว เตน ปาปิโยติ เตน โกเธน ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ปาปํ โหติ. กตรสฺสาติ? โย กุทฺธํ ปฏิกุชฺฌติ, ตสฺส. ตตฺถ กุทฺธนฺติ สมฺปทาเน อุปโยควจนํ, กุทฺธสฺสาติ อตฺโถ. ติกิจฺฉนฺตานนฺติ เอกวจเน พหุวจนํ, ติกิจฺฉนฺตนฺติ อตฺโถ. ชนา มญฺญนฺตีติ เอวรูปํ อตฺตโน จ ปรสฺส จาติ อุภินฺนํ อตฺถํ ติกิจฺฉนฺตํ นิปฺผาเทนฺตํ ปุคฺคลํ ‘‘พาโล อย’’นฺติ อนฺธพาลปุถุชฺชนา เอวํ มญฺญนฺติ. เย ธมฺมสฺส อโกวิทาติ เย จตุสจฺจธมฺเม อโกวิทา อจฺเฉกา, เต เอวํ มญฺญนฺตีติ อตฺโถ.
๑๑๗. ปตฺตนฺติ อธิคตํ เอตรหิ อนุภุยฺยมานํ กามูปกรณํ ปตฺตพฺพนฺติ ตเทว อนาคเต อธิคนฺตพฺพํ อนุภวิตพฺพํ, อุภยเมตํ รชานุกิณฺณนฺติ ตทุภยมฺปิ ราครชาทีหิ อวกิณฺณํ. อาตุรสฺสาติ ราคาทิกิเลสาตุรสฺส. อนุสิกฺขโตติ กิเลสพหุลปุคฺคเล อนุสิกฺขโต. เย จ สิกฺขาสาราติ เย ยถาสมาทินฺนํ สีลวตาทิสงฺขาตํ สิกฺขํ สารโต คเหตฺวา ฐิตา. เตนาห – ‘‘สีลํ วตํ ชีวิตํ พฺรหฺมจริย’’นฺติ. ตตฺถ ยํ ‘‘น กโรมี’’ติ โอรมติ, ตํ สีลํ. ยํ เวสโภชนกิจฺจจรณาทิ, ตํ วตํ. ชีวิตนฺติ อาชีโว. พฺรหฺมจริยนฺติ เมถุนวิรติ. อุปฏฺฐานสาราติ เอเตสํ สีลาทีนํ อนุฏฺฐานสารา. เอเตหิ เอว สํสารสุทฺธีติ ตานิ สารโต คเหตฺวา ฐิตาติ อตฺโถ.
อิจฺเจเต อุโภ อนฺตาติ อิติ สีลพฺพตปรามาสมุเขน อตฺตกิลมถานุโยโค, กาเมสุ อนวชฺชสญฺญิตามุเขน กามสุขลฺลิกานุโยโค จาติ เอเต อุโภ อนฺตา. เต จ โข ยถากฺกมํ อายตึ ปตฺตพฺเพ, เอตรหิ ปตฺเต จ ราครชาทิโอกิณฺเณ กามคุเณ อลฺลีเนหิ กิเลสาตุรานํ อนุสิกฺขนฺเตหิ, สยญฺจ กิเลสาตุเรเหว ปฏิปชฺชิตพฺพา, ตโต เอว จ เต กฏสิวฑฺฒนา อปราปรํ ชรามรเณหิ สิวถิกาย วฑฺฒนสีลา เอกนฺเตเนว กฏสึ วฑฺเฒนฺติ, สยํ วฑฺฒนฺตา ปเร จ อนฺตทฺวเย สมาทเปนฺตา วฑฺฒาเปนฺติ จาติ อตฺโถ.
อุโภ อนฺเต อนภิญฺญายาติ ยถาวุตฺเต อุโภ อนฺเต อชานิตฺวา. โอลียนฺติ เอเกติ ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติ โอลียนตณฺหาภินิเวสวเสน อวลียนฺติ เอกจฺเจ. อติธาวนฺติ เอเกติ เอกจฺเจ – ‘‘อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ อตฺตา จ โลโก จา’’ติ อติธาวนาภินิเวสวเสน อติกฺกมนฺติ.
น อมญฺญึสุ เตสญฺจ ตณฺหาทิมญฺญนานํ ปหีนตฺตา. ตโต เอว อนุปาทาปรินิพฺพานโต ติวิธมฺปิ วฏฺฏํ เตสํ ปญฺญาปนาย นตฺถีติ.