๑๔. อธิฏฺฐานหารวิภงฺควณฺณนา
๔๖. ตตฺถ กตโม อธิฏฺฐาโน หาโรติ อธิฏฺฐานหารวิภงฺโค. ตตฺถ ตถา ธารยิตพฺพาติ เอกตฺตเวมตฺตตาสงฺขาตสามญฺญวิเสสมตฺตโต ธารยิตพฺพา, น ปน ตตฺถ กิญฺจิ วิกปฺเปตพฺพาติ อธิปฺปาโย. อวิกปฺเปตพฺพตาย การณํ นิทฺเทสวารวณฺณนายํ วุตฺตเมว. ตํ ตํ ผลํ มคฺคติ คเวสตีติ มคฺโค, ตทตฺถิเกหิ มคฺคียติ คเวสียตีติ วา มคฺโค. นิรติยฏฺเฐน นิรสฺสาทฏฺเฐน จ นิรโย. อุทฺธํ อนุคนฺตฺวา ติริยํ อญฺจิตาติ ติรจฺฉานา. ติรจฺฉานาว ติรจฺฉานโยนิ. เปตตาย เปตฺติ, อิโต เปจฺจ คตภาโวติ อตฺโถ. เปตฺติ เอว เปตฺติวิสโย. น สุรนฺติ น ภาสนฺติ น ทิพฺพนฺตีติ อสุรา. อสุรา เอว อสุรโยนิ. ทิพฺเพหิ รูปาทีหิ สุฏฺฐุ อคฺคาติ สคฺคา. มนสฺส อุสฺสนฺนตาย มนุสฺสา. วานํ วุจฺจติ ตณฺหา, ตํ ตตฺถ นตฺถีติ นิพฺพานํ. นิรยํ คจฺฉตีติ นิรยคามี. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อสุรโยนิโยติ อสุรโยนิยา หิโต, อสุรชาตินิพฺพตฺตนโกติ อตฺโถ. สคฺคํ คเมตีติ สคฺคคามิโย. มนุสฺสคามีติ มนุสฺสโลกคามี. ปฏิสงฺขานิโรโธติ ปฏิสงฺขาย ปฏิปกฺขภาวนาย นิโรโธ, ปฏิปกฺเข วา ตถา อปฺปวตฺเต อุปฺปชฺชนารหสฺส ปฏิปกฺขวุตฺติยา อนุปฺปาโท. อปฺปฏิสงฺขานิโรโธติ สงฺขตธมฺมานํ สรสนิโรโธ, ขณิกนิโรโธติ อตฺโถ.
๔๗. รูปนฺติ เอกตฺตตา. ภูตานํ อุปาทายาติ เวมตฺตตา. อุปาทารูปนฺติ เอกตฺตตา. จกฺขายตนํ…เป… กพฬีกาโร อาหาโรติ เวมตฺตตา. ตถา ภูตรูปนฺติ เอกตฺตตา. ปถวีธาตุ …เป… วาโยธาตูติ เวมตฺตตา. ปถวีธาตูติ เอกตฺตตา. วีสติ อาการา เวมตฺตตา. อาโปธาตูติ เอกตฺตตา. ทฺวาทส อาการา เวมตฺตตา. เตโชธาตูติ เอกตฺตตา. จตฺตาโร อาการา เวมตฺตตา. วาโยธาตูติ เอกตฺตตา. ฉ อาการา เวมตฺตตาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทฺวีหิ อากาเรหิ ธาตุโย ปริคฺคณฺหาตี’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ เกสาติ เกสา นาม อุปาทินฺนกสรีรฏฺฐกา กกฺขฬลกฺขณา อิมสฺมึ สรีเร ปาฏิเยกฺโก ปถวีธาตุโกฏฺฐาโส. โลมา นาม…เป… มตฺถลุงฺคํ นาม สรีรฏฺฐกํ กกฺขฬลกฺขณํ อิมสฺมึ สรีเร ปาฏิเยกฺโก โกฏฺฐาโสติ อยํ เวมตฺตตา. อาโปธาตูติอาทิโกฏฺฐาเสสุ ปิตฺตาทีสุ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – เยน จาติ เยน เตโชธาตุนา กุปิเตน. สนฺตปฺปตีติ อยํ กาโย สนฺตปฺปติ เอกาหิกชราทิภาเวน อุสุมชาโต โหติ. เยน จ ชีรียตีติ เยน อยํ กาโย ชรียติ. อินฺทฺริยเวกลฺลตํ พลกฺขยํ วลิตฺตจปลิตาทิญฺจ ปาปุณาติ. เยน จ ปริฑยฺหตีติ เยน กุปิเตน อยํ กาโย ฑยฺหติ, โส จ ปุคฺคโล ‘‘ฑยฺหามิ ฑยฺหามี’’ติ กนฺทนฺโต สตโธตสปฺปิโคสีตจนฺทนาทิเลปนํ ตาลวณฺฏวาตญฺจ ปจฺจาสีสติ. เยน จ อสิตปีตขายิตสายิตํ สมฺมา ปริณามํ คจฺฉตีติ อสิตํ วา โอทนาทิ, ปีตํ วา ปานกาทิ, ขายิตํ วา ปิฏฺฐขชฺชกาทิ, สายิตํ วา อมฺพปกฺกมธุผาณิตาทิ สมฺมา ปริปากํ คจฺฉติ, รสาทิภาเวน วิเวกํ คจฺฉตีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ปุริมา ตโย เตโชธาตู จตุสมุฏฺฐานา. ปจฺฉิโม กมฺมสมุฏฺฐาโนว.
อุทฺธงฺคมา วาตาติ อุคฺคารหิกฺการาทิปวตฺตกา อุทฺธํ อาโรหนวาตา. อโธคมา วาตาติ อุจฺจารปสฺสาวาทินีหรณกา อโธ โอโรหนวาตา. กุจฺฉิสยา วาตาติ อนฺตานํ พหิวาตา. โกฏฺฐาสยา วาตาติ อนฺตานํ อนฺโตวาตา. องฺคมงฺคานุสาริโน วาตาติ ธมนิชาลานุสาเรน สกลสรีเร องฺคมงฺคานิ อนุสฏา สมิญฺชนปสารณาทินิพฺพตฺตกา วาตา. อสฺสาโสติ อนฺโตปวิสนนาสิกวาโต. ปสฺสาโสติ พหินิกฺขมนนาสิกวาโต. เอตฺถ จ ปุริมา สพฺเพ จตุสมุฏฺฐานา. อสฺสาสปสฺสาสา จิตฺตสมุฏฺฐานา เอว. เอวํ เวมตฺตตาทสฺสนวเสน วิภาเคน อุทาหฏา จตสฺโส ธาตุโย ปฏิกฺกูลมนสิการวเสน อุปสํหรนฺโต ‘‘อิเมหิ ทฺวาจตฺตาลีสาย อากาเรหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ น คยฺหูปคนฺติ น คหณโยคฺคํ. สภาวภาวโตติ สภาวลกฺขณโต.
เอวํ ปฏิกฺกูลมนสิการํ ทสฺเสตฺวา ปุน ตตฺถ สมฺมสนจารํ ปาฬิวเสเนว ทสฺเสตุํ ‘‘เตนาห ภควา ยา เจว โข ปนา’’ติอาทิมาห. ตํ สพฺพํ สุวิญฺเญยฺยํ.
๔๘. เอวํ สจฺจมคฺครูปธมฺมวเสน อธิฏฺฐานหารํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อวิชฺชาวิชฺชาทีนมฺปิ วเสน ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อวิชฺชาติ เอกตฺตตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘ทุกฺเข อญฺญาณ’’นฺติอาทีสุ ยสฺมา อวิชฺชา ทุกฺขสจฺจสฺส ยาถาวสรสลกฺขณํ ชานิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทติ ฉาเทตฺวา ปริโยนนฺธิตฺวา ติฏฺฐติ, ตสฺมา ‘‘ทุกฺเข อญฺญาณ’’นฺติ วุจฺจติ. ตถา ยสฺมา ทุกฺขสมุทยสฺส ทุกฺขนิโรธสฺส ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ยาถาวสรสลกฺขณํ ชานิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทติ ฉาเทตฺวา ปริโยนนฺธิตฺวา ติฏฺฐติ, ตสฺมา ‘‘ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย อญฺญาณ’’นฺติ วุจฺจติ. ปุพฺพนฺโต อตีตทฺธภูตา ขนฺธายตนธาตุโย. อปรนฺโต อนาคตทฺธภูตา. ปุพฺพนฺตาปรนฺโต ตทุภยํ. อิทปฺปจฺจยตา สงฺขาราทีนํ การณานิ อวิชฺชาทีนิ. ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ธมฺมา อวิชฺชาทีหิ นิพฺพตฺตา สงฺขาราทิธมฺมา.
ตตฺถายํ อวิชฺชา ยสฺมา อตีตานํ ขนฺธาทีนํ ยาว ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนานํ ธมฺมานํ ยาถาวสรสลกฺขณํ ชานิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทติ ฉาเทตฺวา ปริโยนนฺธิตฺวา ติฏฺฐติ, ตสฺมา ‘‘ปุพฺพนฺเต อญฺญาณํ ยาว ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ อญฺญาณ’’นฺติ วุจฺจติ, เอวายํ อวิชฺชา กิจฺจโต ชาติโตปิ กถิตา. อยญฺหิ อิมานิ อฏฺฐ ฐานานิ ชานิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทตีติ กิจฺจโต กถิตา. อุปฺปชฺชมานาปิ อิเมสุ อฏฺฐสุ ฐาเนสุ อุปฺปชฺชตีติ ชาติโต กถิตา. เอวํ กิจฺจโต ชาติโต จ กถิตาปิ ลกฺขณโต กถิเต เอว สุกถิตา โหตีติ ลกฺขณโต ทสฺเสตุํ ‘‘อญฺญาณ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ ญาณํ อตฺถานตฺถํ การณาการณํ จตุสจฺจธมฺมํ วิทิตํ ปากฏํ กโรติ. อยํ ปน อวิชฺชา อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ วิทิตํ ปากฏํ กาตุํ น เทตีติ ญาณปจฺจนีกโต อญฺญาณํ. ทสฺสนนฺติปิ ปญฺญา, สา หิ ตํ อาการํ ปสฺสติ. อวิชฺชา ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ปสฺสิตุํ น เทตีติ อทสฺสนํ. อภิสมโยติปิ ปญฺญา, สา ตํ อาการํ อภิสเมติ. อวิชฺชา ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ อภิสเมตุํ น เทตีติ อนภิสมโย. อนุโพโธ สมฺโพโธ ปฏิเวโธติปิ ปญฺญา, สา ตํ อาการํ อนุพุชฺฌติ สมฺพุชฺฌติ ปฏิวิชฺฌติ. อวิชฺชา ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ อนุพุชฺฌิตุํ สมฺพุชฺฌิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทตีติ อนนุโพโธ อสมฺโพโธ อปฺปฏิเวโธ. ตถา สลฺลกฺขณํ อุปลกฺขณํ ปจฺจุปลกฺขณํ สมเปกฺขณนฺติปิ ปญฺญา, สา ตํ อาการํ สลฺลกฺขติ อุปลกฺขติ ปจฺจุปลกฺขติ สมํ สมฺมา จ อเปกฺขติ. อวิชฺชา ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ตสฺส ตถา กาตุํ น เทตีติ อสลฺลกฺขณํ อนุปลกฺขณํ อปจฺจุปลกฺขณํ อสมเปกฺขณนฺติ จ วุจฺจติ.
นาสฺส กิญฺจิ ปจฺจกฺขกมฺมํ อตฺถิ, สยญฺจ อปฺปจฺจเวกฺขิตฺวา กตกมฺมนฺติ อปฺปจฺจกฺขกมฺมํ. ทุมฺเมธานํ ภาโว ทุมฺเมชฺฌํ. พาลานํ ภาโว พาลฺยํ. สมฺปชญฺญนฺติ ปญฺญา, สา อตฺถานตฺถํ การณาการณํ จตุสจฺจธมฺมํ สมฺปชานาติ. อวิชฺชา ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ การณํ ปชานิตุํ น เทตีติ อสมฺปชญฺญํ. โมหนวเสน โมโห. ปโมหนวเสน ปโมโห. สมฺโมหนวเสน สมฺโมโห. อวินฺทิยํ วินฺทติ, วินฺทิยํ น วินฺทตีติ อวิชฺชา. วฏฺฏสฺมึ โอหนติ โอตรตีติ อวิชฺโชโฆ. วฏฺฏสฺมึ โยเชตีติ อวิชฺชาโยโค. อปฺปหีนฏฺเฐน เจว ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต จ อวิชฺชานุสโย. มคฺเค ปริยุฏฺฐิตโจรา วิย อทฺธิเก กุสลจิตฺตํ ปริยุฏฺฐาติ วิลุปฺปตีติ อวิชฺชาปริยุฏฺฐานํ. ยถา นครทฺวาเร ปลิฆสงฺขาตาย ลงฺคิยา ปติตาย มนุสฺสานํ นครปฺปเวโส ปจฺฉิชฺชติ, เอวเมว ยสฺส สกฺกายนคเร อยํ ปติตา, ตสฺส นิพฺพานสมฺปาปกํ ญาณคมนํ ปจฺฉิชฺชตีติ อวิชฺชาลงฺคี นาม โหติ. อกุสลญฺจ ตํ มูลญฺจ, อกุสลานํ วา มูลนฺติ อกุสลมูลํ. ตํ ปน น อญฺญํ, อิธาธิปฺเปโต โมโหติ โมโห อกุสลมูลนฺติ อยํ เอกปทิโก อวิชฺชาย อตฺถุทฺธาโร. อยํ เวมตฺตตาติ อยํ อวิชฺชาย เวมตฺตตา.
วิชฺชาติ วินฺทิยํ วินฺทตีติ วิชฺชา, วิชฺฌนฏฺเฐน วิชฺชา, วิทิตกรณฏฺเฐน วิชฺชา. ‘‘ทุกฺเข ญาณ’’นฺติอาทีสุ ทุกฺขสจฺจสฺส ยาถาวสรสลกฺขณํ ชานาติ ปสฺสติ ปฏิวิชฺฌตีติ ทุกฺเข อริยสจฺเจ วิสยภูเต ญาณํ ‘‘ทุกฺเข ญาณ’’นฺติ วุตฺตํ. เอส นโย เสเสสุปิ. ปญฺญาติ ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส ปากฏกรณสงฺขาเตน ปญฺญาปนฏฺเฐน ปญฺญา, เตน เตน วา อนิจฺจาทินา ปกาเรน ธมฺเม ชานาตีติ ปญฺญา. ปชานนากาโร ปชานนา. อนิจฺจาทีนิ วิจินตีติ วิจโย. ปกาเรหิ วิจินตีติ ปวิจโย. จตุสจฺจธมฺเม วิจินตีติ ธมฺมวิจโย. อนิจฺจาทีนํ สลฺลกฺขณวเสน สลฺลกฺขณา. เตสํเยว ปติ ปติ อุปลกฺขณวเสน ปจฺจุปลกฺขณา. ปณฺฑิตภาโว ปณฺฑิจฺจํ. กุสลภาโว โกสลฺลํ. นิปุณภาโว เนปุญฺญํ. อนิจฺจาทีนํ วิภาวนวเสน เวภพฺยา. เตสํเยว จินฺตนวเสน จินฺตา. อนิจฺจาทีนิ อุปปริกฺขตีติ อุปปริกฺขา. ภูรีติ ปถวิยา นามํ, อยมฺปิ สณฺหฏฺเฐน วิตฺถตฏฺเฐน จ ภูรี วิยาติ ภูรี. เตน วุตฺตํ – ‘‘ภูรี วุจฺจติ ปถวี, ตาย ปถวิสมาย วิตฺถตาย ปญฺญาย สมนฺนาคโตติ ภูริปญฺโญ’’ติ (มหานิ. ๒๗). อปิ จ ภูรีติ ปญฺญาเยเวตํ อธิวจนํ. ภูเต อตฺเถ รมตีติ ภูรี.
กิเลเส เมธติ หึสตีติ เมธา, ขิปฺปํ คหณธารณฏฺเฐน วา เมธา. ยสฺสุปฺปชฺชติ, ตํ สตฺตํ หิตปฏิปตฺติยํ สมฺปยุตฺตํ วา ยาถาวลกฺขณปฏิเวเธ ปริเณตีติ ปริณายิกา. อนิจฺจาทิวเสน ธมฺเม วิปสฺสตีติ วิปสฺสนา. สมฺมา ปกาเรหิ อนิจฺจาทีนิ ชานาตีติ สมฺปชญฺญํ. อุปฺปถปฏิปนฺเน สินฺธเว วีถิอาโรปนตฺถํ ปโตโท วิย อุปฺปเถ ธาวนกูฏจิตฺตํ วีถิอาโรปนตฺถํ วิชฺฌตีติ ปโตโท วิยาติ ปโตโท. ทสฺสนลกฺขเณ อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ อินฺทฺริยํ, ปญฺญาสงฺขาตํ อินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ. อวิชฺชาย น กมฺปตีติ ปญฺญาพลํ. กิเลสจฺเฉทนฏฺเฐน ปญฺญาว สตฺถํ ปญฺญาสตฺถํ. อจฺจุคฺคตฏฺเฐน ปญฺญาว ปาสาโท ปญฺญาปาสาโท. อาโลกนฏฺเฐน ปญฺญาว อาโลโก ปญฺญาอาโลโก.
โอภาสนฏฺเฐน ปญฺญาว โอภาโส ปญฺญาโอภาโส. ปชฺโชตนฏฺเฐน ปญฺญาว ปชฺโชโต ปญฺญาปชฺโชโต. รติกรณฏฺเฐน รติทายกฏฺเฐน รติชนกฏฺเฐน จิตฺตีกตฏฺเฐน ทุลฺลภปาตุภาวฏฺเฐน อตุลฏฺเฐน อโนมสตฺตปริโภคฏฺเฐน จ ปญฺญาว รตนํ ปญฺญารตนํ. น เตน สตฺตา มุยฺหนฺติ, สยํ วา อารมฺมเณ น มุยฺหตีติ อโมโห. ธมฺมวิจยปทํ วุตฺตตฺถเมว. กสฺมา ปเนตํ ปุน วุตฺตนฺติ? อโมหสฺส โมหปฏิปกฺขภาวทีปนตฺถํ. เตเนตํ ทีเปติ – ยฺวายํ อโมโห, โส น เกวลํ โมหโต อญฺโญ ธมฺโม, โมหสฺส ปฏิปกฺโข ธมฺมวิจยสงฺขาโต อโมโหว อิธาธิปฺเปโตติ. สมฺมาทิฏฺฐีติ ยาถาวนิยฺยานิกกุสลทิฏฺฐิ. ธมฺมวิจยสงฺขาโต ปสตฺโถ สุนฺทโร วา โพชฺฌงฺโคติ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค. มคฺคงฺคนฺติ อริยมคฺคสฺส องฺคํ การณนฺติ มคฺคงฺคํ. อริยมคฺคสฺส อนฺโตคธตฺตา มคฺคปริยาปนฺนนฺติ.
อสญฺญาสมาปตฺตีติ สญฺญาวิราคภาวนาวเสน ปวตฺติตา อสญฺญภวูปปตฺตินิพฺพตฺตนสมาปตฺติ. อนุปฺปนฺเน หิ พุทฺเธ เอกจฺเจ ติตฺถายตเน ปพฺพชิตฺวา วาโยกสิเณ ปริกมฺมํ กตฺวา จตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานา วุฏฺฐาย สญฺญาย โทสํ ปสฺสนฺติ, สญฺญาย สติ หตฺถจฺเฉทาทิทุกฺขญฺเจว สพฺพภยานิ จ โหนฺติ, ‘‘อลํ อิมาย สญฺญาย, สญฺญาภาโว สนฺโต’’ติ เอวํ สญฺญาย โทสํ ปสฺสิตฺวา สญฺญาวิราควเสน จตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา อปริหีนชฺฌานา กาลํ กตฺวา อสญฺญีสุ นิพฺพตฺตนฺติ. จิตฺตํ เนสํ จุติจิตฺตนิโรเธเนว อิธ นิวตฺตติ, รูปกฺขนฺธมตฺตเมว ตตฺถ นิพฺพตฺตติ.
เต ยถา นาม ชิยาเวคุกฺขิตฺโต สโร ยตฺตโก ชิยาเวโค, ตตฺตกเมว อากาเส คจฺฉติ, เอวเมวํ ฌานเวคุกฺขิตฺตา อุปปชฺชิตฺวา ยตฺตโก ฌานเวโค, ตตฺตกเมว กาลํ ติฏฺฐนฺติ. ฌานเวเค ปน ปริกฺขีเณ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อนฺตรธายติ, อิธ ปฏิสนฺธิสญฺญา อุปฺปชฺชติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อสญฺญภวูปปตฺตินิพฺพตฺตนสมาปตฺตี’’ติ. วิภูตสญฺญาสมาปตฺตีติ วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติ. สา หิ ปฐมารุปฺปวิญฺญาณสฺส ปฐมารุปฺปสญฺญายปิ วิภาวนโต ‘‘วิภูตสญฺญา’’ติ วุจฺจติ. เกจิ ‘‘วิภูตรูปสญฺญา’’ติ ปฐนฺติ, เตสํ มเตน วิภูตรูปสมาปตฺติ นาม เสสารุปฺปสมาปตฺติโย. เสสา สมาปตฺติโย สุวิญฺเญยฺยาว.
เนวเสกฺขนาเสกฺโข ฌายีติ ฌานลาภี ปุถุชฺชโน. อาชานิโย ฌายีติ อรหา, สพฺเพปิ วา อริยปุคฺคลา. อสฺสขลุงฺโก ฌายีติ ขลุงฺกสฺสสทิโส ฌายี. ตถา หิ ขลุงฺโก อสฺโส ทมถํ น อุเปติ อิโต จิโต จ ยถารุจิ ธาวติ, เอวเมวํ โย ปุถุชฺชโน อภิญฺญาลาภี, โส อภิญฺญา อสฺสาเทตฺวา ‘‘อลเมตฺตาวตา, กตเมตฺตาวตา’’ติ อุตฺตริทมถาย อปริสกฺกนฺโต อภิญฺญาจิตฺตวเสน อิโต จิโต จ ธาวติ ปวตฺตติ, โส ‘‘อสฺสขลุงฺโก ฌายี’’ติ วุตฺโต. ทิฏฺฐุตฺตโร ฌายีติ ฌานลาภี ทิฏฺฐิคติโก. ปญฺญุตฺตโร ฌายีติ ลกฺขณูปนิชฺฌาเนน ฌายี, สพฺโพ เอว วา ปญฺญาธิโก ฌายี.
สรโณ สมาธีติ อกุสลจิตฺเตกคฺคตา, สพฺโพปิ วา สาสโว สมาธิ. อรโณ สมาธีติ สพฺโพ กุสลาพฺยากโต สมาธิ, โลกุตฺตโร เอว วา. สเวโร สมาธีติ ปฏิฆจิตฺเตสุ เอกคฺคตา. อเวโร สมาธีติ เมตฺตาเจโตวิมุตฺติ. อนนฺตรทุเกปิ เอเสว นโย. สามิโส สมาธีติ โลกิยสมาธิ. โส หิ อนติกฺกนฺตวฏฺฏามิสโลกามิสตาย สามิโส. นิรามิโส สมาธีติ โลกุตฺตโร สมาธิ. สสงฺขาโร สมาธีติ ทุกฺขาปฏิปโท ทนฺธาภิญฺโญ สุขาปฏิปโท จ ทนฺธาภิญฺโญ. โส หิ สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน จิตฺเตน ปจฺจนีกธมฺเม กิจฺเฉน กสิเรน นิคฺคเหตฺวา อธิคนฺตพฺโพ. อิตโร อสงฺขาโร สมาธิ. เอกํสภาวิโต สมาธีติ สุกฺขวิปสฺสกสฺส สมาธิ. อุภยํสภาวิโต สมาธีติ สมถยานิกสฺส สมาธิ. อุภยโต ภาวิตภาวโน สมาธีติ กายสกฺขิโน อุภโตภาควิมุตฺตสฺส จ สมาธิ. โส หิ อุภยโต ภาเคหิ อุภยโต ภาวิตภาวโน.
อาคาฬฺหปฏิปทาติ กามานํ โอโรหนปฏิปตฺติ, กามสุขานุโยโคติ อตฺโถ. นิชฺฌามปฏิปทาติ กามสฺส นิชฺฌาปนวเสน เขทนวเสน ปวตฺตา ปฏิปตฺติ, อตฺตกิลมถานุโยโคติ อตฺโถ. อกฺขมา ปฏิปทาติอาทีสุ ปธานกรณกาเล สีตาทีนิ อสหนฺตสฺส ปฏิปทา, ตานิ นกฺขมตีติ อกฺขมา. สหนฺตสฺส ปน ตานิ ขมตีติ ขมา. ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๖; อ. นิ. ๔.๑๔; ๖.๕๘) นเยน มิจฺฉาวิตกฺเก สเมตีติ สมา. มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานิ ทเมตีติ ทมา ปฏิปทา.
เอวนฺติ อิมินา วุตฺตนเยน. โย ธมฺโมติ โย โกจิ ชาติอาทิธมฺโม. ยสฺส ธมฺมสฺสาติ ตโต อญฺญสฺส ชราทิธมฺมสฺส. สมานภาโวติ ทุกฺขาทิภาเวน สมานภาโว. เอกตฺตตายาติ สมานตาย ทุกฺขาทิภาวานํ เอกีภาเวน. เอกี ภวตีติ อเนโกปิ ‘‘ทุกฺข’’นฺติอาทินา เอกสทฺทาภิเธยฺยตาย เอกี ภวติ. เอเตน เอกตฺตตาย ลกฺขณมาห. เยน เยน วา ปน วิลกฺขโณติ โย ธมฺโม ยสฺส ธมฺมสฺส เยน เยน ภาเวน วิสทิโส. เตน เตน เวมตฺตํ คจฺฉตีติ เตน เตน ภาเวน โส ธมฺโม ตสฺส ธมฺมสฺส เวมตฺตตํ วิสทิสตฺตํ คจฺฉติ, ทุกฺขภาเวน สมาโนปิ ชาติอาทิโก อภินิพฺพตฺติอาทิภาเวน ชราทิกสฺส วิสิฏฺฐตํ คจฺฉตีติ อตฺโถ. อิมินา เวมตฺตตาย ลกฺขณมาห.
อิทานิ ตาว เอกตฺตเวมตฺตตาวิสเย นิโยเชตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘สุตฺเต วา เวยฺยากรเณ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปุจฺฉิตนฺติ ปุจฺฉาวเสน เทสิตสุตฺตวเสน วุตฺตํ, น ปน อธิฏฺฐานหารสฺส ปุจฺฉาวิสยตาย. เสสํ อุตฺตานเมว.
อธิฏฺฐานหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.