๓. ตติยวคฺควณฺณนา
๑๔๑. ตติยวคฺคสฺส ปฐเม ทิฏฺฐีวิสูกานีติ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตานิ. ตานิ หิ มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา วิสูกฏฺเฐน วิชฺฌนฏฺเฐน วิโลมฏฺเฐน จ วิสูกานิ. เอวํ ทิฏฺฐิยา วิสูกานีติ ทิฏฺฐิวิสูกานิ, ทิฏฺฐิโย เอว วา วิสูกานิ ทิฏฺฐิวิสูกานิ. อุปาติวตฺโตติ ทสฺสนมคฺเคน อติกฺกนฺโต. ปตฺโต นิยามนฺติ อวินิปาตธมฺมตาย สมฺโพธิปรายนตาย จ นิยตภาวํ อธิคโต, สมฺมตฺตนิยามสงฺขาตํ วา ปฐมมคฺคนฺติ. เอตฺตาวตา ปฐมมคฺคกิจฺจนิปฺผตฺติ จ ตสฺส ปฏิลาโภ จ วุตฺโต. อิทานิ ปฏิลทฺธมคฺโคติ อิมินา เสสมคฺคปฏิลาภํ ทสฺเสติ. อุปฺปนฺนญาโณมฺหีติ อุปฺปนฺนปจฺเจกโพธิญาโณ อมฺหิ. เอเตน ผลํ ทสฺเสติ. อนญฺญเนยฺโยติ อญฺเญหิ ‘‘อิทํ สจฺจํ อิทํ สจฺจ’’นฺติ นเนตพฺโพ. เอเตน สยมฺภุตํ ทีเปติ. ปตฺเต วา ปจฺเจกโพธิญาเณ อญฺญเนยฺยตาย อภาวา สยํวสิตํ. สมถวิปสฺสนาย วา ทิฏฺฐิวิสูกานิ อุปาติวตฺโต, อาทิมคฺเคน ปตฺโต นิยามํ, เสเสหิ ปฏิลทฺธมคฺโค, ผลญาเณน อุปฺปนฺนญาโณ, ตํ สพฺพํ อตฺตนาว อธิคโตติ อนญฺญเนยฺโย. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๕๔; อป. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๑๑).
น ปรเนยฺโยติ น อญฺเญหิ เนตพฺโพ. น ปรปฺปตฺติโยติ ปจฺจกฺขธมฺมตฺตา น อญฺเญหิ สทฺทหาเปตพฺโพ. น ปรปฺปจฺจโยติ น อสฺส ปโร ปจฺจโย, น ปรสฺส สทฺธาย วตฺตตีติ น ปรปฺปจฺจโย. น ปรปฏิพทฺธคูติ น อญฺเญสํ ปฏิพทฺธญาณคมโน.
ปฐมํ.
๑๔๒. ทุติเย นิลฺโลลุโปติ อโลลุโป. โย หิ รสตณฺหาภิภูโต โหติ, โส ภุสํ ลุปฺปติ ปุนปฺปุนญฺจ ลุปฺปติ, เตน ‘‘โลลุโป’’ติ วุจฺจติ. ตสฺมา เอส ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห ‘‘นิลฺโลลุโป’’ติ. นิกฺกุโหติ เอตฺถ กิญฺจาปิ ยสฺส ติวิธกุหนวตฺถุ นตฺถิ, โส ‘‘นิกฺกุโห’’ติ วุจฺจติ, อิมิสฺสา ปน คาถาย มนุญฺญโภชนาทีสุ วิมฺหยมนาปชฺชนโต นิกฺกุโหติ อยมธิปฺปาโย. นิปฺปิปาโสติ เอตฺถ ปาตุมิจฺฉา ปิปาสา, ตสฺสา อภาเวน นิปฺปิปาโส, สาทุรสโลเภน โภตฺตุกมฺยตาวิรหิโตติ อตฺโถ. นิมฺมกฺโขติ เอตฺถ ปรคุณวินาสนลกฺขโณ มกฺโข, ตสฺส อภาเวน นิมฺมกฺโข. อตฺตโน คหฏฺฐกาเล สูทสฺส คุณมกฺขนาภาวํ สนฺธาย อาห. นิทฺธนฺตกสาวโมโหติ เอตฺถ ราคาทโย ตโย กายทุจฺจริตาทีนิ จ ตีณีติ ฉ ธมฺมา ยถาสมฺภวํ อปฺปสนฺนฏฺเฐน สกภาวํ วิชหาเปตฺวา ปรภาวํ คณฺหาปนฏฺเฐน กสฏฏฺเฐน จ ‘‘กสาวา’’ติ เวทิตพฺพา. ยถาห –
‘‘ตตฺถ กตเม ตโย กสาวา? ราคกสาโว โทสกสาโว โมหกสาโว, อิเม ตโย กสาวา. ตตฺถ กตเม อปเรปิ ตโย กสาวา? กายกสาโว วจีกสาโว มโนกสาโว’’ติ (วิภ. ๙๒๔).
เตสุ โมหํ ฐเปตฺวา ปญฺจนฺนํ กสาวานํ เตสญฺจ สพฺเพสํ มูลภูตสฺส โมหสฺส นิทฺธนฺตตฺตา นิทฺธนฺตกสาวโมโห, ติณฺณํ เอว วา กายวจีมโนกสาวานํ โมหสฺส จ นิทฺธนฺตตฺตา นิทฺธนฺตกสาวโมโห. อิตเรสุ นิลฺโลลุปตาทีหิ ราคกสาวสฺส, นิมฺมกฺขตาย โทสกสาวสฺส นิทฺธนฺตภาโว สิทฺโธ เอว. นิราสโสติ นิตฺตโณฺห. สพฺพโลเกติ สกลโลเก, ตีสุ ภเวสุ ทฺวาทสสุ วา อายตเนสุ ภววิภวตณฺหาวิรหิโต หุตฺวาติ อตฺโถ. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อถ วา ตโยปิ ปาเท วตฺวา เอโก จเรติ เอโก จริตุํ สกฺกุเณยฺยาติ เอวมฺปิ เอตฺถ สมฺพนฺโธ กาตพฺโพ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๙๖).
ทุติยํ.
๑๔๓. ตติเย อยํ สงฺเขปตฺโถ – ยฺวายํ ทสวตฺถุกาย ปาปทิฏฺฐิยา สมนฺนาคตตฺตา ปาโป. ปเรสมฺปิ อนตฺถํ ทสฺเสตีติ อนตฺถทสฺสี. กายทุจฺจริตาทิมฺหิ จ วิสเม นิวิฏฺโฐ. ตํ อตฺถกาโม กุลปุตฺโต ปาปํ สหายํ ปริวชฺชเยถ, อนตฺถทสฺสึ วิสเม นิวิฏฺฐํ. สยํ น เสเวติ อตฺตโน วเสน ตํ น เสเวยฺย. ยทิ ปน ปรวโส โหติ, กึ สกฺกา กาตุนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปสุตนฺติ ปสฏํ, ทิฏฺฐิวเสน ตตฺถ ตตฺถ ลคฺคนฺติ อตฺโถ. ปมตฺตนฺติ กามคุเณสุ โวสฺสฏฺฐจิตฺตํ, กุสลภาวนารหิตํ วา. ตํ เอวรูปํ น เสเว น ภเช น ปยิรุปาเส, อญฺญทตฺถุ เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโปติ.
นิทฺเทเส สยํ น เสเวยฺยาติ สามํ น อุปสงฺกเมยฺย. สามํ น เสเวยฺยาติ จิตฺเตนปิ น อุปสงฺกเมยฺย. น เสเวยฺยาติ น ภเชยฺย. น นิเสเวยฺยาติ สมีปมฺปิ น คจฺเฉยฺย. น สํเสเวยฺยาติ ทูเร ภเวยฺย. น ปริสํเสเวยฺยาติ ปฏิกฺกเมยฺย.
ตติยํ.
๑๔๔. จตุตฺเถ อยํ สงฺเขปตฺโถ – พหุสฺสุตนฺติ ทุวิโธ พหุสฺสุโต ตีสุ ปิฏเกสุ อตฺถโต นิขิโล ปริยตฺติพหุสฺสุโต จ มคฺคผลวิชฺชาภิญฺญานํ ปฏิวิทฺธตฺตา ปฏิเวธพหุสฺสุโต จ. อาคตาคโม ธมฺมธโร. อุฬาเรหิ ปน กายวจีมโนกมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุฬาโร. ยุตฺตปฏิภาโน จ มุตฺตปฏิภาโน จ ยุตฺตมุตฺตปฏิภาโน จ ปฏิภานวา. ปริยตฺติปริปุจฺฉาธิคมวเสน วา ติธา ปฏิภานวา เวทิตพฺโพ. ยสฺส หิ ปริยตฺติ ปฏิภาติ, โส ปริยตฺติปฏิภานวา. ยสฺส อตฺถญฺจ ญายญฺจ ลกฺขณญฺจ ฐานาฏฺฐานญฺจ ปริปุจฺฉนฺตสฺส ปริปุจฺฉา ปฏิภาติ, โส ปริปุจฺฉาปฏิภานวา. เยน มคฺคาทโย ปฏิวิทฺธา โหนฺติ, โส อธิคมปฏิภานวา. ตํ เอวรูปํ พหุสฺสุตํ ธมฺมธรํ ภเชถ, มิตฺตํ อุฬารํ ปฏิภานวนฺตํ. ตโต ตสฺสานุภาเวน อตฺตตฺถปรตฺถอุภยตฺถเภทโต วา ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถเภทโต วา อเนกปฺปการานิ อญฺญาย อตฺถานิ, ตโต ‘‘อโหสึ นุ โข อหํ อตีตมทฺธาน’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๘; สํ. นิ. ๒.๒๐; มหานิ. ๑๗๔) กงฺขาฏฺฐาเนสุ วิเนยฺย กงฺขํ วิจิกิจฺฉํ วิเนตฺวา วินาเสตฺวา เอวํ กตสพฺพกิจฺโจ เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโปติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๕๘).
จตุตฺถํ.
๑๔๕. ปญฺจเม ขิฑฺฑา จ รติ จ ปุพฺเพ วุตฺตาว. กามสุขนฺติ วตฺถุกามสุขํ. วตฺถุกามาปิ หิ สุขสฺส วิสยาทิภาเวน สุขนฺติ วุจฺจนฺติ. ยถาห – ‘‘อตฺถิ รูปํ สุขํ สุขานุปติต’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๖๐). เอวเมตํ ขิฑฺฑํ รตึ กามสุขญฺจ อิมสฺมึ โอกาสโลเก อนลงฺกริตฺวา อลนฺติ อกตฺวา ‘‘เอตํ ตปฺปก’’นฺติ วา ‘‘สารภูต’’นฺติ วา เอวํ อคฺคเหตฺวา. อนเปกฺขมาโนติ เตน อนลงฺกรเณน อนเปกฺขนสีโล อปิหาลุโก นิตฺตโณฺห. วิภูสฏฺฐานาวิรโต สจฺจวาที เอโก จเรติ. ตตฺถ วิภูสา ทุวิธา อคาริกวิภูสา จ อนคาริกวิภูสา จ. ตตฺถ อคาริกวิภูสา สากฏเวฐนมาลาคนฺธาทิ, อนคาริกวิภูสา จ ปตฺตมณฺฑนาทิ. วิภูสา เอว วิภูสฏฺฐานํ, ตสฺมา วิภูสฏฺฐานา ติวิธายปิ วิรติยา วิรโต. อวิตถวจนโต สจฺจวาทีติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๕๙).
ปญฺจมํ.
๑๔๖. ฉฏฺเฐ ธนานีติ มุตฺตามณิเวฬุริยสงฺขสิลาปวาฬรชตชาตรูปาทีนิ รตนานิ. ธญฺญานีติ สาลิวีหิยวโคธุมกงฺกุวรกกุทฺรูสกปฺปเภทานิ สตฺต เสสาปรณฺณานิ จ. พนฺธวานีติ ญาติพนฺธุ, โคตฺตพนฺธุ, มิตฺตพนฺธุ, สิปฺปพนฺธุวเสน จตุพฺพิธพนฺธเว. ยโถธิกานีติ สกสกโอธิวเสน ฐิตานิเยว. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๐).
ฉฏฺฐํ.
๑๔๗. สตฺตเม สงฺโค เอโสติ อตฺตโน อุปโภคํ นิทฺทิสติ. โส หิ สชฺชนฺติ ตตฺถ ปาณิโน กทฺทเม ปวิฏฺโฐ หตฺถี วิยาติ สงฺโค. ปริตฺตเมตฺถ โสขฺยนฺติ เอตฺถ ปญฺจกามคุณูปโภคกาเล วิปรีตสญฺญาย อุปฺปาเทตพฺพโต กามาวจรธมฺมปริยาปนฺนโต วา ลามกฏฺเฐน โสขฺยํ ปริตฺตํ, วิชฺชุปฺปภาย โอภาสิตนจฺจทสฺสนสุขํ วิย อิตฺตรํ, ตาวกาลิกนฺติ วุตฺตํ โหติ. อปฺปสฺสาโท ทุกฺขเมตฺถ ภิยฺโยติ เอตฺถ จ ยฺวายํ ‘‘ยํ โข, ภิกฺขเว, อิเม ปญฺจ กามคุเณ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ, อยํ กามานํ อสฺสาโท’’ติ วุตฺโต, โส ยมิทํ ‘‘โก จ, ภิกฺขเว, กามานํ อาทีนโว, อิธ, ภิกฺขเว, กุลปุตฺโต เยน สิปฺปฏฺฐาเนน ชีวิกํ กปฺเปติ ยทิ มุทฺทาย ยทิ คณนายา’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๖๒) เอวมาทินา นเยเนตฺถ ทุกฺขํ วุตฺตํ, ตํ อุปนิธาย อปฺโปทกพินฺทุมตฺโต โหติ, อถ โข ทุกฺขเมว ภิยฺโย พหุ, จตูสุ สมุทฺเทสุ อุทกสทิโส โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อปฺปสฺสาโท ทุกฺขเมตฺถ ภิยฺโย’’ติ. คโฬ เอโสติ อสฺสาทํ ทสฺเสตฺวา อากฑฺฒนวเสน พฬิโส วิย เอโส, ยทิทํ ปญฺจ กามคุณา. อิติ ญตฺวา มติมาติ เอวํ ญตฺวา พุทฺธิมา ปณฺฑิโต ปุริโส สพฺพมฺเปตํ ปหาย เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโปติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๑).
สตฺตมํ.
๑๔๘. อฏฺฐมคาถาย ทุติยปาเท ชาลนฺติ สุตฺตมยํ วุจฺจติ. อมฺพูติ อุทกํ, ตตฺถ จรตีติ อมฺพุจารี, มจฺฉสฺเสตํ อธิวจนํ. สลิเล อมฺพุจารี สลิลมฺพุจารี. ตสฺมึ นทีสลิเล ชาลํ เภตฺวา คตอมฺพุจารีวาติ วุตฺตํ โหติ. ตติยปาเท ทฑฺฒนฺติ ทฑฺฒฏฺฐานํ วุจฺจติ. ยถา อคฺคิ ทฑฺฒฏฺฐานํ ปุน น นิวตฺตติ, น ตตฺถ ภิยฺโย อาคจฺฉติ, เอวํ มคฺคญาณคฺคินา ทฑฺฒํ กามคุณฏฺฐานํ อนิวตฺตมาโน, ตตฺถ ภิยฺโย อนาคจฺฉนฺโตติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ.
สํโยชนานีติ ยสฺส สํวิชฺชนฺติ, ตํ ปุคฺคลํ วฏฺฏสฺมึ สํโยเชนฺติ พนฺธนฺตีติ สํโยชนานิ. อิมานิ ปน สํโยชนานิ กิเลสปฏิปาฏิยาปิ อาหริตุํ วฏฺฏติ มคฺคปฏิปาฏิยาปิ. กามราคปฏิฆสํโยชนานิ อนาคามิมคฺเคน ปหียนฺติ, มานสํโยชนํ อรหตฺตมคฺเคน, ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาสา โสตาปตฺติมคฺเคน, ภวราคสํโยชนํ อรหตฺตมคฺเคน, อิสฺสามจฺฉริยานิ โสตาปตฺติมคฺเคน, อวิชฺชา อรหตฺตมคฺเคน. มคฺคปฏิปาฏิยา ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาสอิสฺสามจฺฉริยา โสตาปตฺติมคฺเคน ปหียนฺติ, กามราคปฏิฆา อนาคามิมคฺเคน, มานภวราคอวิชฺชา อรหตฺตมคฺเคนาติ. ภินฺทิตฺวาติ เภทํ ปาเปตฺวา. ปภินฺทิตฺวาติ ฉินฺทํ กตฺวา. ทาลยิตฺวาติ ผาเลตฺวา. ปทาลยิตฺวาติ หีเรตฺวา. สมฺปทาลยิตฺวาติ อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺฒิตํ.
อฏฺฐมํ.
๑๔๙. นวเม โอกฺขิตฺตจกฺขูติ เหฏฺฐาขิตฺตจกฺขุ, สตฺต คีวฏฺฐีนิ ปฏิปาฏิยา ฐเปตฺวา ปริวชฺชนปหาตพฺพทสฺสนตฺถํ ยุคมตฺตํ เปกฺขมาโนติ วุตฺตํ โหติ. น ตุ หนุกฏฺฐินา หทยฏฺฐึ สงฺฆฏฺเฏนฺโต. เอวญฺหิ โอกฺขิตฺตจกฺขุตา น สมณสารูปฺปา โหติ. น จ ปาทโลโลติ เอกสฺส ทุติโย ทฺวินฺนํ ตติโยติ เอวํ คณมชฺฌํ, ปวิสิตุกามตาย กณฺฑูยมานปาโท วิย อภวนฺโต, ทีฆจาริกอนวฏฺฐิตจาริกวิรโต วา. คุตฺตินฺทฺริโยติ ฉสุ อินฺทฺริเยสุ อิธ มนินฺทฺริยสฺส วิสุํ วุตฺตตฺตา วุตฺตาวเสสวเสน โคปิตินฺทฺริโย. รกฺขิตมานสาโนติ มานสํเยว มานสานํ, ตํ รกฺขิตมสฺสาติ รกฺขิตมานสาโน. ยถา กิเลเสติ น วิลุปฺปติ, เอวํ รกฺขิตจิตฺโตติ วุตฺตํ โหติ. อนวสฺสุโตติ อิมาย ปฏิปตฺติยา เตสุ เตสุ อารมฺมเณสุ กิเลสอนฺวาสฺสววิรหิโต. อปริฑยฺหมาโนติ เอวํ อนฺวาสฺสววิรหิตา เอว กิเลสคฺคีหิ อปริฑยฺหมาโน, พหิทฺธา วา อนวสฺสุโต, อชฺฌตฺตํ อปริฑยฺหมาโน. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๓).
จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวาติ การณวเสน ‘‘จกฺขู’’ติ ลทฺธโวหาเรน รูปทสฺสนสมตฺเถน จกฺขุวิญฺญาเณน รูปํ ทิสฺวา. โปราณา ปนาหุ –
‘‘จกฺขุ รูปํ น ปสฺสติ อจิตฺตกตฺตา, จิตฺตํ น ปสฺสติ อจกฺขุกตฺตา, ทฺวารารมฺมณสงฺฆฏฺฏเน ปน ปสาทวตฺถุเกน จิตฺเตน ปสฺสติ. อีทิสี ปเนสา ‘ธนุนา วิชฺฌตี’ติอาทีสุ วิย สสมฺภารกถา นาม โหติ, ตสฺมา จกฺขุวิญฺญาเณน รูปํ ทิสฺวาติ อยเมเวตฺถ อตฺโถ’’ติ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๕; ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๓๕๒).
นิมิตฺตคฺคาหีติ อิตฺถิปุริสนิมิตฺตํ วา สุภนิมิตฺตาทิกํ วา กิเลสวตฺถุภูตํ นิมิตฺตํ ฉนฺทราควเสน คณฺหาติ, ทิฏฺฐมตฺตวเสน น สณฺฐาติ. อนุพฺยญฺชนคฺคาหีติ กิเลสานํ อนุพฺยญฺชนโต ปากฏภาวกรณโต ‘‘อนุพฺยญฺชน’’นฺติ ลทฺธโวหารํ หตฺถปาทหสิตลปิตวิโลกิตาทิเภทํ อาการํ คณฺหาติ.
ยตฺวาธิกรณเมนนฺติอาทิมฺหิ ยํการณา ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยาสํวรสฺส เหตุ. เอตํ ปุคฺคลํ สติกวาเฏน จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ อปิหิตจกฺขุทฺวารํ หุตฺวา วิหรนฺตํ เอเต อภิชฺฌาทโย ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ. ตสฺส สํวราย น ปฏิปชฺชตีติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยสฺส สติกวาเฏน ปิทหนตฺถาย น ปฏิปชฺชติ. เอวํภูโตเยว จ ‘‘น รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ. น จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตี’’ติปิ วุจฺจติ.
ตตฺถ กิญฺจาปิ จกฺขุนฺทฺริเย สํวโร วา อสํวโร วา นตฺถิ. น หิ จกฺขุปสาทํ นิสฺสาย สติ วา มุฏฺฐสฺสจฺจํ วา อุปฺปชฺชติ, อปิ จ ยทา รูปารมฺมณํ จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉติ, ตทา ภวงฺเค ทฺวิกฺขตฺตุํ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺเธ กิริยมโนธาตุ อาวชฺชนกิจฺจํ สาธยมานา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌติ, ตโต จกฺขุวิญฺญาณํ ทสฺสนกิจฺจํ ตโต วิปากมโนธาตุ สมฺปฏิจฺฉนกิจฺจํ ตโต วิปากาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ สนฺตีรณกิจฺจํ ตโต กิริยาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ โวฏฺฐปนกิจฺจํ สาธยมานา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌติ, ตทนนฺตรํ ชวนํ ชวติ. ตตฺราปิ เนว ภวงฺคสมเย, น อาวชฺชนาทีนํ อญฺญตรสมเย สํวโร วา อสํวโร วา อตฺถิ, ชวนกฺขเณ ปน สเจ ทุสฺสีลฺยํ วา มุฏฺฐสฺสจฺจํ วา อญฺญาณํ วา อกฺขนฺติ วา โกสชฺชํ วา อุปฺปชฺชติ, อสํวโร โหติ. เอวํ โหนฺโต ปน โส จกฺขุนฺทฺริเย อสํวโรติ วุจฺจติ. กสฺมา? ยสฺมา ตสฺมึ สติ ทฺวารมฺปิ อคุตฺตํ โหติ ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปิ. ยถา กึ? ยถา นคเร จตูสุ ทฺวาเรสุ อสํวุเตสุ กิญฺจาปิ อนฺโตฆรทฺวารโกฏฺฐกคพฺภาทโย สุสํวุตา, ตถาปิ อนฺโตนคเร สพฺพํ ภณฺฑํ อรกฺขิตํ อโคปิตเมว โหติ. นครทฺวาเรน หิ ปวิสิตฺวา โจรา ยทิจฺฉนฺติ, ตํ หเรยฺยุํ. เอวเมว ชวเน ทุสฺสีลฺยาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ตสฺมึ อสํวเร สติ ทฺวารมฺปิ อคุตฺตํ โหติ ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปีติ.
จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา น นิมิตฺตคฺคาหี โหตีติอาทีสุ น นิมิตฺตคฺคาหี โหตีติ ฉนฺทราควเสน วุตฺตปฺปการํ นิมิตฺตํ น คณฺหาติ. เอวํ เสสปทานิปิ วุตฺตปฏิกฺเขเปน เวทิตพฺพานิ. ยถา จ เหฏฺฐา ‘‘ชวเน ทุสฺสีลฺยาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ตสฺมึ อสํวเร สติ ทฺวารมฺปิ อคุตฺตํ โหติ ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปี’’ติ วุตฺตํ, เอวมิธ ตสฺมึ สีลาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ทฺวารมฺปิ คุตฺตํ โหติ ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปิ. ยถา กึ? ยถา นครทฺวาเรสุ สํวุเตสุ กิญฺจาปิ อนฺโตฆราทโย อสํวุตา โหนฺติ. ตถาปิ อนฺโตนคเร สพฺพํ ภณฺฑํ สุรกฺขิตํ สุโคปิตเมว โหติ. นครทฺวาเรสุ ปิหิเตสุ โจรานํ ปเวโส นตฺถิ. เอวเมว ชวเน สีลาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ทฺวารมฺปิ คุตฺตํ โหติ ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปิ. ตสฺมา ชวนกฺขเณ อุปฺปชฺชมาโนปิ จกฺขุนฺทฺริเย สํวโรติ วุตฺโต (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๓๕๒; วิสุทฺธิ. ๑.๑๕).
อวสฺสุตปริยายญฺจาติ กิเลเสหิ ตินฺตการณญฺจ. อนวสฺสุตปริยายญฺจาติ กิเลเสหิ อตินฺตการณญฺจ.
ปิยรูเป รูเปติ อิฏฺฐชาติเก รูปารมฺมเณ. อปฺปิยรูเป รูเปติ อนิฏฺฐสภาเว รูปารมฺมเณ. พฺยาปชฺชตีติ โทสวเสน ปูติภาวมาปชฺชติ. โอตารนฺติ ฉิทฺทํ อนฺตรํ. อารมฺมณนฺติ ปจฺจยํ.
อธิภํสูติ มทฺทํสุ. น อธิโภสีติ น มทฺทิ. พหลมตฺติกาติ ปุนปฺปุนํ ทานวเสน อุทฺธมายิกา พหลมตฺติกา. อทฺทาวเลปนาติ อสุกฺขมตฺติกทานา. เสสเมตฺถ อุตฺตานํ.
นวมํ.
๑๕๐. ทสเม กาสายวตฺโถ อภินิกฺขมิตฺวาติ อิมสฺส ปาทสฺส เคหา อภินิกฺขมิตฺวา กาสายวตฺโถ หุตฺวาติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. เสสํ วุตฺตนเยเนว สกฺกา ชานิตุนฺติ น วิตฺถาริตนฺติ.
ทสมํ.
ตติยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.