๔. จตุตฺถวคฺควณฺณนา

๑๕๑. จตุตฺถวคฺคสฺส ปฐเม รเสสูติ อมฺพิลมธุรติตฺตกกฏุกโลณิกขาริกกสาวาทิเภเทสุ สายนีเยสุ. เคธํ อกรนฺติ คิทฺธึ อกโรนฺโต, ตณฺหํ อนุปฺปาเทนฺโตติ วุตฺตํ โหติ. อโลโลติ ‘‘อิทํ สายิสฺสามิ, อิทํ สายิสฺสามี’’ติ เอวํ รสวิเสเสสุ อนากุโล. อนญฺญโปสีติ โปเสตพฺพกสทฺธิวิหาริกาทิวิรหิโต, กายสนฺธารณมตฺเตน สนฺตุฏฺโฐติ วุตฺตํ โหติ. ยถา วา ปุพฺเพ อุยฺยาเน รเสสุ เคธกรณโลโล หุตฺวา อญฺญโปสี อาสึ, เอวํ อหุตฺวา ยาย ตณฺหาย โลโล หุตฺวา รเสสุ เคธํ กโรติ, ตํ ตณฺหํ หิตฺวา อายตึ ตณฺหามูลกสฺส อญฺญสฺส อตฺตภาวสฺส อนิพฺพตฺตเนน อนญฺญโปสีติ ทสฺเสติ. อถ วา อตฺถภญฺชนกฏฺเฐน กิเลสา ‘‘อญฺเญ’’ติ วุจฺจนฺติ, เตสํ อโปสเนน อนญฺญโปสีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. สปทานจารีติ อโวกฺกมฺมจารี อนุปุพฺพจารี, ฆรปฏิปาฏึ อฉฑฺเฑตฺวา อฑฺฒกุลญฺจ ทลิทฺทกุลญฺจ นิรนฺตรํ ปิณฺฑาย ปวิสมาโนติ อตฺโถ. กุเล กุเล อปฺปฏิพทฺธจิตฺโตติ ขตฺติยกุลาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ กิเลสวเสน อลคฺคจิตฺโต, จนฺทูปโม นิจฺจนวโก หุตฺวาติ อตฺโถ. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๕; อป. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๒๑).

ปฐมํ.

๑๕๒. ทุติเย อาวรณานีติ นีวรณาเนว, ตานิ อตฺถโต อุรคสุตฺเต (สุ. นิ. ๑ อาทโย) วุตฺตานิ. ตานิ ปน ยสฺมา อพฺภาทโย วิย จนฺทํ สูริยํ วา เจโต อาวรนฺติ, ตสฺมา ‘‘อาวรณานิ เจตโส’’ติ วุตฺตานิ. ตานิ อุปจาเรน วา อปฺปนาย วา ปหาย. อุปกฺกิเลเสติ อุปคมฺม จิตฺตํ วิพาเธนฺเต อกุสเล ธมฺเม, วตฺโถปมาทีสุ (ม. นิ. ๑.๗๐ อาทโย) วุตฺเต อภิชฺฌาทโย วา. พฺยปนุชฺชาติ ปนุทิตฺวา วินาเสตฺวา, วิปสฺสนามคฺเคน ปชหิตฺวาติ อตฺโถ. สพฺเพติ อนวเสเส. เอวํ สมถวิปสฺสนาสมฺปนฺโน ปฐมมคฺเคน ทิฏฺฐินิสฺสยสฺส ปหีนตฺตา อนิสฺสิโต. เสสมคฺเคหิ เฉตฺวา เตธาตุกคตํ สิเนหโทสํ, ตณฺหาราคนฺติ วุตฺตํ โหติ. สิเนโห เอว หิ คุณปฏิปกฺขโต สิเนหโทโสติ วุตฺโต. เสสํ วุตฺตนยเมว (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๖).

ทุติยํ.

๑๕๓. ตติเย วิปิฏฺฐิกตฺวานาติ ปิฏฺฐิโต กตฺวา, ฉฑฺเฑตฺวา ชหิตฺวาติ อตฺโถ. สุขํ ทุขญฺจาติ กายิกํ สาตาสาตํ. โสมนสฺสโทมนสฺสนฺติ เจตสิกํ สาตาสาตํ. อุเปกฺขนฺติ จตุตฺถชฺฌานุเปกฺขํ. สมถนฺติ จตุตฺถชฺฌานสมถเมว. วิสุทฺธนฺติ ปญฺจนีวรณวิตกฺกวิจารปีติสุขสงฺขาเตหิ นวหิ ปจฺจนีกธมฺเมหิ วิมุตฺตตฺตา อติสุทฺธํ, นิทฺธนฺตสุวณฺณมิว วิคตูปกฺกิเลสนฺติ อตฺโถ.

อยํ ปน โยชนา – วิปิฏฺฐิกตฺวาน สุขํ ทุกฺขญฺจ ปุพฺเพว, ปฐมชฺฌานูปจารภูมิยํเยว ทุกฺขํ, ตติยชฺฌานูปจารภูมิยญฺจ สุขนฺติ อธิปฺปาโย. ปุน อาทิโต วุตฺตํ จ-การํ ปรโต เนตฺวา ‘‘โสมนสฺสํ โทมนสฺสญฺจ วิปิฏฺฐิกตฺวาน ปุพฺเพวา’’ติ อธิกาโร. เตน โสมนสฺสํ จตุตฺถชฺฌานูปจาเร, โทมนสฺสญฺจ ทุติยชฺฌานูปจาเรเยวาติ ทีเปติ. เอตานิ หิ เอเตสํ ปริยายโต ปหานฏฺฐานานิ. นิปฺปริยายโต ปน ทุกฺขสฺส ปฐมชฺฌานํ, โทมนสฺสสฺส ทุติยชฺฌานํ, สุขสฺส ตติยชฺฌานํ, โสมนสฺสสฺส จตุตฺถชฺฌานํ ปหานฏฺฐานํ. ยถาห – ‘‘ปฐมชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ เอตฺถุปฺปนฺนํ ทุกฺขินฺทฺริยํ อปริเสสํ นิรุชฺฌตี’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๕.๕๑๐). ตํ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน คเหตพฺพํ. ปรโต ปุพฺเพวาติ ตีสุ ปฐมชฺฌานทีสุ ทุกฺขโทมนสฺสสุขานิ วิปิฏฺฐิกตฺวา เอตฺเถว จ จตุตฺถชฺฌาเน โสมนสฺสํ วิปิฏฺฐิกตฺวา อิมาย ปฏิปทาย ลทฺธานุเปกฺขํ สมถํ วิสุทฺธํ เอโก จเร อิติ. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๗; อป. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๒๓).

ตติยํ.

๑๕๔. จตุตฺเถ อารทฺธํ วีริยํ อสฺสาติ อารทฺธวิริโย. เอเตน อตฺตโน วีริยารมฺภํ อาทิวีริยํ ทสฺเสติ. ปรมตฺโถ วุจฺจติ นิพฺพานํ, ตตฺถ ปตฺติยา ปรมตฺถปตฺติยา. เอเตน วีริยารมฺเภน ปตฺตพฺพผลํ ทสฺเสติ. อลีนจิตฺโตติ เอเตน วีริยุปตฺถมฺภานํ จิตฺตเจตสิกานํ อลีนตํ ทสฺเสติ. อกุสีตวุตฺตีติ เอเตน ฐานาสนจงฺกมาทีสุ กายสฺส อนวสีทนํ. ทฬฺหนิกฺกโมติ เอเตน ‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จา’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๘๔; สํ. นิ. ๒.๒๒; อ. นิ. ๒.๕; มหานิ. ๑๙๖) เอวํ ปวตฺตํ ปทหนวีริยํ ทสฺเสติ. ยํ ตํ อนุปุพฺพสิกฺขาทีสุ ปทหนฺโต ‘‘กาเยน เจว ปรมตฺถสจฺจํ สจฺฉิกโรติ, ปญฺญาย จ นํ อติวิชฺฌ ปสฺสตี’’ติ วุจฺจติ. อถ วา เอเตน มคฺคสมฺปยุตฺตวีริยํ ทสฺเสติ. ตญฺหิ ทฬฺหญฺจ ภาวนาปาริปูริคตตฺตา, นิกฺกโม จ สพฺพโส ปฏิปกฺขา นิกฺขนฺตตฺตา, ตสฺมา ตํสมงฺคีปุคฺคโลปิ ทโฬฺห นิกฺกโม อสฺสาติ ‘‘ทฬฺหนิกฺกโม’’ติ วุจฺจติ. ถามพลูปปนฺโนติ มคฺคกฺขเณ กายถาเมน ญาณพเลน จ อุปปนฺโน. อถ วา ถามภูเตน พเลน อุปปนฺโนติ ถามพลูปปนฺโน, ถิรญาณพลูปปนฺโนติ วุตฺตํ โหติ. เอเตน ตสฺส วีริยสฺส วิปสฺสนาญาณสมฺปโยคํ ทีเปนฺโต โยนิโส ปทหนภาวํ สาเธติ. ปุพฺพภาคมชฺฌิมอุกฺกฏฺฐวีริยวเสน วา ตโยปิ ปาทา โยเชตพฺพา. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๘).

จตุตฺถํ.

๑๕๕. ปญฺจเม ปฏิสลฺลานนฺติ เตหิ เตหิ สตฺตสงฺขาเรหิ ปฏินิวตฺติตฺวา สลฺลีนํ, เอกตฺตเสวิตา เอกีภาโว กายวิเวโกติ อตฺโถ. ฌานนฺติ ปจฺจนีกฌาปนโต อารมฺมณลกฺขณูปนิชฺฌานโต จ จิตฺตวิเวโก วุจฺจติ. ตตฺถ อฏฺฐ สมาปตฺติโย นีวรณาทิปจฺจนีกฌาปนโต กสิณาทิอารมฺมณูปนิชฺฌานโต จ ‘‘ฌาน’’นฺติ วุจฺจติ. วิปสฺสนามคฺคผลานิ สตฺตสญฺญาทิปจฺจนีกฌาปนโต ลกฺขณูปนิชฺฌานโต จ ‘‘ฌาน’’นฺติ วุจฺจติ. อิธ ปน อารมฺมณูปนิชฺฌานเมว อธิปฺเปตํ. เอวเมตํ ปฏิสลฺลานญฺจ ฌานญฺจ อริญฺจมาโนติ อชหมาโน อนิสฺสชฺชมาโน. ธมฺเมสูติ วิปสฺสนุปเคสุ ปญฺจกฺขนฺธาทิธมฺเมสุ. นิจฺจนฺติ สตตํ สมิตํ อพฺโพกิณฺณํ. อนุธมฺมจารีติ เต ธมฺเม อารพฺภ ปวตฺตมาเนน อนุคตํ วิปสฺสนาธมฺมํ จรมาโน. อถ วา ธมฺเมสูติ เอตฺถ ธมฺมาติ นว โลกุตฺตรธมฺมา, เตสํ ธมฺมานํ อนุโลโม ธมฺโมติ อนุธมฺโม, วิปสฺสนาเยตํ อธิวจนํ. ตตฺถ ‘‘ธมฺมานํ นิจฺจํ อนุธมฺมจารี’’ติ วตฺตพฺเพ คาถาพนฺธสุขตฺถํ วิภตฺติพฺยตฺตเยน ‘‘ธมฺเมสู’’ติ วุตฺตํ สิยา. อาทีนวํ สมฺมสิตา ภเวสูติ ตาย อนุธมฺมจาริตาสงฺขาตาย วิปสฺสนาย อนิจฺจาการาทิโทสํ ตีสุ ภเวสุ สมนุปสฺสนฺโต เอวํ อิมาย กายวิเวกจิตฺตวิเวกํ อริญฺจมาโน สิขาปฺปตฺตวิปสฺสนาสงฺขาตาย ปฏิปทาย อธิคโตติ วตฺตพฺโพ เอโก จเรติ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๙; อป. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๒๕).

ปญฺจมํ.

๑๕๖. ฉฏฺเฐ ตณฺหกฺขยนฺติ นิพฺพานํ, เอวํ ทิฏฺฐาทีนวาย ตณฺหาย เอว อปฺปวตฺตึ. อปฺปมตฺโตติ สาตจฺจการี. อเนฬมูโคติ อลาลามุโข. อถ วา อเนโฬ จ อมูโค จ, ปณฺฑิโต พฺยตฺโตติ วุตฺตํ โหติ. หิตสุขสมฺปาปกํ สุตมสฺส อตฺถีติ สุตวา, อาคมสมฺปนฺโนติ วุตฺตํ โหติ. สตีมาติ จิรกตาทีนํ อนุสฺสริตา. สงฺขาตธมฺโมติ ธมฺมูปปริกฺขาย ปริญฺญาตธมฺโม. นิยโตติ อริยมคฺเคน นิยามํ ปตฺโต. ปธานวาติ สมฺมปฺปธานวีริยสมฺปนฺโน. อุปฺปฏิปาฏิยา เอส ปาโฐ โยเชตพฺโพ. เอวเมเตหิ อปฺปมาทาทีหิ สมนฺนาคโต นิยามสมฺปาปเกน ปธาเนน ปธานวา, เตน ปธาเนน ปตฺตนิยามตฺตา นิยโต, ตโต อรหตฺตปฺปตฺติยา สงฺขาตธมฺโม. อรหา หิ ปุน สงฺขาตพฺพาภาวโต ‘‘สงฺขาตธมฺโม’’ติ วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘เย จ สงฺขาตธมฺมาเส, เย จ เสกฺขา ปุถู อิธา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๓๑; สุ. นิ. ๑๐๔๔; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉา ๖๓, อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๗; เนตฺติ. ๑๔; เปฏโก. ๔๕). เสสํ วุตฺตนยเมวาติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗๐).

ฉฏฺฐํ.

๑๕๗. สตฺตเม สีโหติ จตฺตาโร สีหา – ติณสีโห, ปณฺฑุสีโห, กาฬสีโห, เกสรสีโหติ. เตสํ เกสรสีโห อคฺคมกฺขายติ, เอโส อิธ อธิปฺเปโต. วาโต ปุรตฺถิมาทิวเสน อเนกวิโธ. ปทุมํ รตฺตเสตาทิวเสน. เตสุ โย โกจิ วาโต ยํ กิญฺจิ ปทุมํ วฏฺฏติเยว. ตตฺถ ยสฺมา สนฺตาโส อตฺตสิเนเหน โหติ, อตฺตสิเนโห จ ตณฺหาเลโป, โสปิ ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺเตน วา ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺเตน วา โลเภน โหติ, โสปิ จ ตณฺหาเยว. สชฺชนํ ปน ตตฺถ อุปปริกฺขาวิรหิตสฺส โมเหน โหติ, โมโห จ อวิชฺชา. ตตฺถ สมเถน ตณฺหาย ปหานํ โหติ, วิปสฺสนาย อวิชฺชาย. ตสฺมา สมเถน อตฺตสิเนหํ ปหาย สีโห วิย สทฺเทสุ อนิจฺจทุกฺขาทีสุอสนฺตสนฺโต, วิปสฺสนาย โมหํ ปหาย วาโตว ชาลมฺหิ ขนฺธายตนาทีสุ อสชฺชมาโน, สมเถเนว โลภํ, โลภสมฺปยุตฺตํ เอว ทิฏฺฐิญฺจ ปหาย, ปทุมํว โตเยน สพฺพภวโภคโลเภน อลิปฺปมาโน.

เอตฺถ จ สมถสฺส สีลํ ปทฏฺฐานํ, สมโถ สมาธิ, วิปสฺสนา ปญฺญาติ เอวํ เตสุ ทฺวีสุ ธมฺเมสุ สิทฺเธสุ ตโยปิ ขนฺธา สิทฺธา โหนฺติ. ตตฺถ สีลกฺขนฺเธน สุรโต โหติ, โส สีโหว สทฺเธสุ อาฆาตวตฺถูสุ อกุชฺฌิตุกามตาย น สนฺตสติ, ปญฺญากฺขนฺเธน ปฏิวิทฺธสภาโว วาโตว ชาลมฺหิ ขนฺธาทิธมฺมเภเท น สชฺชติ, สมาธิกฺขนฺเธน วีตราโค ปทุมํว โตเยน ราเคน น ลิปฺปติ. เอวํ สมถวิปสฺสนาหิ สีลสมาธิปญฺญากฺขนฺเธหิ จ ยถาสมฺภวํ อวิชฺชาตณฺหานํ, ติณฺณญฺจ อกุสลมูลานํ ปหานวเสน อสนฺตสนฺโต อสชฺชมาโน อลิปฺปมาโน จ เวทิตพฺโพ. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗๑; อป. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๒๗).

สตฺตมํ.

๑๕๘. อฏฺฐเม สหนา จ หนนา จ สีฆชวตฺตา จ สีโห. เกสรสีโหว อิธ อธิปฺเปโต. ทาฐา พลมสฺส อตฺถีติ ทาฐพลี. ปสยฺห อภิภุยฺยาติ อุภยํ จารีสทฺเทน สห โยเชตพฺพํ ปสยฺหจารี อภิภุยฺยจารีติ. ตตฺถ ปสยฺห นิคฺคยฺห ปวาเหตฺวา จรเณน ปสยฺหจารี. อภิภวิตฺวา สนฺตาเสตฺวา วสีกตฺวา จรเณน อภิภุยฺหจารี. สฺวายํ กายพเลน ปสยฺหจารี, เตชสา อภิภุยฺยจารี. ตตฺถ สเจ โกจิ วเทยฺย ‘‘กึ ปสยฺห อภิภุยฺยจารี’’ติ. ตโต มิคานนฺติ สามิวจนํ อุปโยคตฺเถ กตฺวา ‘‘มิเค ปสยฺห อภิภุยฺยจารี’’ติ ปฏิวตฺตพฺพํ. ปนฺตานีติ ทูรานิ. เสนาสนานีติ วสนฏฺฐานานิ. เสสํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว สกฺกา ชานิตุนฺติ น วิตฺถาริตํ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗๒).

อฏฺฐมํ.

๑๕๙. นวเม ‘‘สพฺเพ สตฺตา สุขิตา ภวนฺตู’’ติอาทินา นเยน หิตสุขูปนยนกามตา เมตฺตา. ‘‘อโห วต อิมมฺหา ทุกฺขา วิมุจฺเจยฺยุ’’นฺติอาทินา นเยน อหิตทุกฺขาปนยนกามตา กรุณา. ‘‘โมทนฺติ วต โภนฺโต สตฺตา, โมทนฺติ สาธุ สุฏฺฐู’’ติอาทินา นเยน หิตสุขาวิปฺปโยคกามตา มุทิตา. ‘‘ปญฺญายิสฺสนฺติ สเกน กมฺเมนา’’ติ สุขทุกฺเขสุ อชฺฌุเปกฺขนตา อุเปกฺขา. คาถาพนฺธสุขตฺถํ ปน อุปฺปฏิปาฏิยา เมตฺตํ วตฺวา อุเปกฺขา วุตฺตา, มุทิตา จ ปจฺฉา. วิมุตฺตินฺติ จตสฺโสปิ หิ วิมุตฺตี. เอตา อตฺตโน ปจฺจนีกธมฺเมหิ วิมุตฺตตฺตา วิมุตฺติโย. เตน วุตฺตํ – ‘‘เมตฺตํ อุเปกฺขํ กรุณํ วิมุตฺตึ, อาเสวมาโน มุทิตญฺจ กาเล’’ติ.

ตตฺถ อาเสวมาโนติ ติสฺโส ติกจตุกฺกชฺฌานวเสน ภาวยมาโน, อุเปกฺขํ จตุตฺถชฺฌานวเสน ภาวยมาโน. กาเลติ เมตฺตํ อาเสวิตฺวา ตโต วุฏฺฐาย กรุณํ, ตโต วุฏฺฐาย มุทิตํ, ตโต อิตรโต วา นิปฺปีติกชฺฌานโต วุฏฺฐาย อุเปกฺขํ อาเสวมาโนว ‘‘กาเล อาเสวมาโน’’ติ วุจฺจติ, อาเสวิตุํ ผาสุกาเล วา. สพฺเพน โลเกน อวิรุชฺฌมาโนติ ทสสุ ทิสาสุ สพฺเพน สตฺตโลเกน อวิรุชฺฌมาโน. เมตฺตาทีนญฺหิ ภาวิตตฺตา สตฺตา อปฺปฏิกฺกูลา โหนฺติ, สตฺเตสุปิ วิโรธภูโต ปฏิโฆ วูปสมฺมติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สพฺเพน โลเกน อวิรุชฺฌมาโน’’ติ. เสสํ วุตฺตสทิสเมวาติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗๓).

นวมํ.

๑๖๐. ทสเม สํโยชนานีติ ทส สํโยชนานิ, ตานิ จ เตน เตน มคฺเคน สนฺทาลยิตฺวาน. อสนฺตสํ ชีวิตสงฺขยมฺหีติ ชีวิตสงฺขโย วุจฺจติ จุติจิตฺตสฺส ปริเภโท, ตสฺมิญฺจ ชีวิตสงฺขเย ชีวิตนิกนฺติยา ปหีนตฺตา อสนฺตสนฺติ. เอตฺตาวตา สอุปาทิเสสนิพฺพานธาตุํ อตฺตโน ทสฺเสตฺวา คาถาปริโยสาเน อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายีติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗๔).

ทสมํ.

๑๖๑. เอกาทสเม ภชนฺตีติ สรีเรน อลฺลียิตฺวา ปยิรุปาสนฺติ. เสวนฺตีติ อญฺชลิกมฺมาทีหิ กึการปฏิสฺสาวิตาย จ ปริจรนฺติ. การณํ อตฺโถ เอเตสนฺติ การณตฺถา, ภชนาย เสวนาย จ นาญฺญํ การณมตฺถิ, อตฺโถ เอว เตสํ การณํ, อตฺถเหตุ เสวนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. นิกฺการณา ทุลฺลภา อชฺช มิตฺตาติ ‘‘อิโต กิญฺจิ ลจฺฉามา’’ติ เอวํ อตฺตปฏิลาภการเณน นิกฺการณา, เกวลํ –

‘‘อุปกาโร จ โย มิตฺโต, สุเข ทุกฺเข จ โย สขา;

อตฺถกฺขายี จ โย มิตฺโต, โย จ มิตฺตานุกมฺปโก’’ติ. (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗๕; อป. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๓๑; ที. นิ. ๓.๒๖๕) –

เอวํ วุตฺเตน อริเยน มิตฺตภาเวน สมนฺนาคตา ทุลฺลภา อชฺช มิตฺตา. อตฺตนิ ฐิตา เอเตสํ ปญฺญา, อตฺตานํเยว โอโลเกนฺติ, น อญฺญนฺติ อตฺตฏฺฐปญฺญา. ‘‘ทิฏฺฐตฺถปญฺญา’’ติ อยมฺปิ กิร โปราณปาโฐ. สมฺปติ ทิฏฺเฐเยว อตฺเถ เอเตสํ ปญฺญา, อายตึ น เปกฺขนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. อสุจีติ อสุจินา อนริเยน กายวจีมโนกมฺเมน สมนฺนาคตาติ. เสสํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ยํ อนฺตรนฺตรา อติวิตฺถารภเยน น วุตฺตํ, ตํ สพฺพํ ปาฐานุสาเรเนว เวทิตพฺพํ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗๕; อป. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๓๑). เอกาทสมํ.

จตุตฺถวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สทฺธมฺมปฺปชฺโชติกาย จูฬนิทฺเทส-อฏฺฐกถาย

ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิคมนกถา

โย โส สุคตปุตฺตานํ, อธิปติภูเตน หิตรตินา;

เถเรน ถิรคุณวตา, สุวิภตฺโต มหานิทฺเทโส.

ตสฺสตฺถวณฺณนา ยา, ปุพฺพฏฺฐกถานยํ ตถา;

ยุตฺตึ นิสฺสาย มยารทฺธา, นิฏฺฐานมุปคตา เอสา.

ยํ ปุรํ ปุรุตฺตมํ, อนุราธปุรวฺหยํ;

โย ตสฺส ทกฺขิเณ ภาเค, มหาวิหาโร ปติฏฺฐิโต.

โย ตสฺส ติลโก ภูโต, มหาถูโป สิลุจฺจโย;

ยํ ตสฺส ปจฺฉิเม ภาเค, เลโข กถิกสญฺญิโต.

กิตฺติเสโนติ นาเมน, สชีโว ราชสมฺมโต;

สุจิจาริตฺตสมฺปนฺโน, เลโข กุสลกมฺมิโก.

สีตจฺฉายตรุเปตํ, สลิลาสยสมฺปทํ;

จารุปาการสญฺจิตํ, ปริเวณมการยิ.

อุปเสโน มหาเถโร, มหาปริเวณวาสิโย;

ตสฺสาทาสิ ปริเวณํ, เลโข กุสลกมฺมิโก.

วสนฺเตเนตฺถ เถเรน, ถิรสีเลน ตาทินา;

อุปเสนวฺหเยน สา, กตา สทฺธมฺมโชติกา.

รญฺโญ สิรินิวาสสฺส, สิริสงฺฆสฺส โพธิโน;

ฉพฺพีสติมฺหิ วสฺสมฺหิ, นิฏฺฐิตา นิทฺเทสวณฺณนา.

สมยํ อนุโลเมนฺตี, เถรานํ เถรวํสทีปานํ;

นิฏฺฐํ คตา ยถายํ, อฏฺฐกถา โลกหิตชนนี.

สทฺธมฺมํ อนุโลเมนฺตา, อตฺตหิตํ ปรหิตญฺจ สาเธนฺตา;

นิฏฺฐํ คจฺฉนฺตุ ตถา, มโนรถา สพฺพสตฺตานํ.

สทฺธมฺมปฺปชฺโชติกาย, อฏฺฐกถาเยตฺถ คณิตกุสเลหิ;

คณิตา ตุ ภาณวารา, เญยฺยาติเรกจตฺตาริสา.

อานุฏฺฐุเภน อสฺสา, ฉนฺโท พทฺเธน คณิยมานา ตุ;

อติเรกทสสหสฺส-สงฺขา คาถาติ วิญฺเญยฺยา.

สาสนจิรฏฺฐิตตฺถํ, โลกหิตตฺถญฺจ สาทเรน มยา;

ปุญฺญํ อิมํ รจยตา, ยํ ปตฺตมนปฺปกํ วิปุลํ.

ปุญฺเญน เตน โลโก, สทฺธมฺมรสายนํ ทสพลสฺส;

อุปภุญฺชิตฺวา วิมลํ, ปปฺโปตุ สุขํ สุเขเนวาติ.

สทฺธมฺมปฺปชฺโชติกา นาม

จูฬนิทฺเทส-อฏฺฐกถา นิฏฺฐิตา.