ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา

๑. ปฐมวคฺควณฺณนา

๑๒๑. อิโต ปรํ ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนาย โอกาโส อนุปฺปตฺโต. ตตฺถ ‘‘สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑ’’นฺติ อิโต ปรํ อติเรกปทมตฺตเมว วณฺณยิสฺสาม. ตตฺถ สพฺเพสูติ อนวเสเสสุ. ภูเตสูติ สตฺเตสุ. เอตฺถ ภูเตสูติ กิญฺจาปิ ภูตสทฺโท ‘‘ภูตสฺมึ ปาจิตฺติย’’นฺติ เอวมาทีสุ (ปาจิ. ๖๙) วิชฺชมาเน, ‘‘ภูตมิทํ, สาริปุตฺต, สมนุปสฺสสี’’ติ เอวมาทีสุ ขนฺธปญฺจเก, ‘‘จตฺตาโร โข, ภิกฺขุ, มหาภูตา เหตู’’ติ เอวมาทีสุ (ม. นิ. ๓.๘๖) จตุพฺพิเธ ปถวีธาตฺวาทิรูเป, ‘‘โย จ กาลฆโส ภูโต’’ติ เอวมาทีสุ (ชา. ๑.๒.๑๙๐) ขีณาสเว, ‘‘สพฺเพว นิกฺขิปิสฺสนฺติ, ภูตา โลเก สมุสฺสย’’นฺติ เอวมาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๒๐) สพฺพสตฺเต, ‘‘ภูตคามปาตพฺยตายา’’ติ เอวมาทีสุ (ปาจิ. ๙๐) รุกฺขาทิเก, ‘‘ภูตํ ภูตโต ปชานาตี’’ติ เอวมาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓) จาตุมหาราชิกานํ เหฏฺฐา สตฺตนิกายํ อุปาทาย วตฺตติ. อิธ ปน อวิเสสโต ปถวีปพฺพตาทีสุ ชาตา สตฺตา ภูตาติ เวทิตพฺพา. เตสุ ภูเตสุ. นิธายาติ นิกฺขิปิตฺวา.

ทณฺฑนฺติ กายวจีมโนทณฺฑํ, กายทุจฺจริตาทีนเมตํ อธิวจนํ. กายทุจฺจริตญฺหิ ทณฺฑยตีติ ทณฺโฑ, พาเธติ อนยพฺยสนํ ปาเปตีติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ วจีทุจฺจริตญฺจ มโนทุจฺจริตญฺจ. ปหรณทณฺโฑ เอว วา ทณฺโฑ, ตํ นิธายาติปิ วุตฺตํ โหติ. อวิเหฐยนฺติ อวิเหฐยนฺโต. อญฺญตรมฺปีติ ยํ กิญฺจิ เอกมฺปิ. เตสมฺปีติ เตสํ สพฺพภูตานํ. น ปุตฺตมิจฺเฉยฺยาติ อตฺรโช เขตฺตโช ทินฺนโก อนฺเตวาสิโกติ อิเมสุ จตูสุ ปุตฺเตสุ ยํ กิญฺจิ ปุตฺตํ น อิจฺเฉยฺย. กุโต สหายนฺติ สหายํ ปน อิจฺเฉยฺยาติ กุโต เอว เอตํ.

เอโกติ ปพฺพชฺชาสงฺขาเตน เอโก, อทุติยฏฺเฐน เอโก, ตณฺหาปหานฏฺเฐน เอโก, เอกนฺตวิคตกิเลโสติ เอโก, เอโก ปจฺเจกสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ เอโก. สมณสหสฺสสฺสปิ หิ มชฺเฌ วตฺตมาโน คิหิสญฺโญชนสฺส ฉินฺนตฺตา เอโก, เอวํ ปพฺพชฺชาสงฺขาเตน เอโก. เอโก ติฏฺฐติ, เอโก คจฺฉติ, เอโก นิสีทติ, เอโก เสยฺยํ กปฺเปติ, เอโก อิริยติ วตฺตตีติ เอโก. เอวํ อทุติยฏฺเฐน เอโก.

‘‘ตณฺหาทุติโย ปุริโส, ทีฆมทฺธาน สํสรํ;

อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ, สํสารํ นาติวตฺตติ.

‘‘เอวมาทีนวํ ญตฺวา, ตณฺหํ ทุกฺขสฺส สมฺภวํ;

วีตตโณฺห อนาทาโน, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ. (อิติวุ. ๑๕, ๑๐๕; มหานิ. ๑๙๑; จูฬนิ. ปารายนานุคีติคาถานิทฺเทส ๑๐๗) –

เอวํ ตณฺหาปหานฏฺเฐน เอโก. สพฺพกิเลสาสฺส ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมาติ เอวํ เอกนฺตวิคตกิเลโสติ เอโก. อนาจริยโก หุตฺวา สยมฺภู สามญฺเญว ปจฺเจกสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ เอวํ เอโก ปจฺเจกสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ เอโก.

จเรติ ยา อิมา อฏฺฐ จริยาโย. เสยฺยถิทํ – ยา ปณิธิสมฺปนฺนานํ จตูสุ อิริยาปเถสุ อิริยาปถจริยา, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารานํ อชฺฌตฺติกายตเนสุ อายตนจริยา, อปฺปมาทวิหารีนํ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สติจริยา, อธิจิตฺตมนุยุตฺตานํ จตูสุ ฌาเนสุ สมาธิจริยา, พุทฺธิสมฺปนฺนานํ จตูสุ อริยสจฺเจสุ ญาณจริยา, สมฺมา ปฏิปนฺนานํ จตูสุ อริยมคฺเคสุ มคฺคจริยา, อธิคตผลานํ จตูสุ สามญฺญผเลสุ ปฏิปตฺติจริยา, ติณฺณํ พุทฺธานํ สพฺพสตฺเตสุ โลกตฺถจริยา, ตตฺถ ปเทสโต ปจฺเจกพุทฺธสาวกานนฺติ. ยถาห – ‘‘จริยาติ อฏฺฐ จริยาโย ยา อิริยาปถจริยา’’ติ (จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๑; ปฏิ. ม. ๑.๑๙๗; ๓.๒๘) วิตฺถาโร. ตาหิ จริยาหิ สมนฺนาคโต ภเวยฺยาติ อตฺโถ. อถ วา ยา อิมา ‘‘อธิมุจฺจนฺโต สทฺธาย จรติ, ปคฺคณฺหนฺโต วีริเยน จรติ, อุปฏฺฐหนฺโต สติยา จรติ, อวิกฺขิตฺโต สมาธินา จรติ, ปชานนฺโต ปญฺญาย จรติ, วิชานนฺโต วิญฺญาเณน จรติ, เอวํ ปฏิปนฺนสฺส กุสลา ธมฺมา อายาเปนฺตีติ อายตนจริยาย จรติ, เอวํ ปฏิปนฺโน วิเสสมธิคจฺฉตีติ วิเสสจริยาย จรตี’’ติ (จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๑; ปฏิ. ม. ๑.๑๙๗; ๓.๒๙) เอวํ อปราปิ อฏฺฐ จริยา วุตฺตา. ตาหิ สมนฺนาคโต ภเวยฺยาติ อตฺโถ. ขคฺควิสาณกปฺโปติ ขคฺควิสาโณ นาม ขคฺคมิคสิงฺคํ.

กปฺป -สทฺโท ปนายํ อภิสทฺทหนโวหารกาลปญฺญตฺติจฺเฉทวิกปฺปเลสสมนฺตภาวสทิสาทิอเนกตฺโถ. ตถา หิสฺส ‘‘โอกปฺปนียเมตํ โภโต โคตมสฺส. ยถา ตํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติ เอวมาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) อภิสทฺทหนตฺโถ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ สมณกปฺเปหิ ผลํ ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ เอวมาทีสุ (จูฬว. ๒๕๐) โวหาโร. ‘‘เยน สุทํ นิจฺจกปฺปํ วิหรามี’’ติ เอวมาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) กาโล. ‘‘อิจฺจายสฺมา กปฺโป’’ติ เอวมาทีสุ (สุ. นิ. ๑๐๙๘; จูฬนิ. กปฺปมาณวปุจฺฉา ๑๑๗, กปฺปมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๖๑) ปญฺญตฺติ. ‘‘อลงฺกโต กปฺปิตเกสมสฺสู’’ติ เอวมาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๑๓๖๘) เฉทนํ. ‘‘กปฺปติ ทฺวงฺคุลกปฺโป’’ติ เอวมาทีสุ (จูฬว. ๔๔๖) วิกปฺโป. ‘‘อตฺถิ กปฺโป นิปชฺชิตุ’’นฺติ เอวมาทีสุ (อ. นิ. ๘.๘๐) เลโส. ‘‘เกวลกปฺปํ เวฬุวนํ โอภาเสตฺวา’’ติ เอวมาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๙๔) สมนฺตภาโว. ‘‘สตฺถุกปฺเปน วต กิร, โภ, สาวเกน สทฺธึ มนฺตยมานา น ชานิมฺหา’’ติ เอวมาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๖๐) สทิโส, ปฏิภาโคติ อตฺโถ. อิธ ปนสฺส สทิโส ปฏิภาโคติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ, ขคฺควิสาณสทิโสติ วุตฺตํ โหติ. อยํ ตาเวตฺถ ปทโต อตฺถวณฺณนา.

อธิปฺปายานุสนฺธิโต ปน เอวํ เวทิตพฺโพ – ยฺวายํ วุตฺตปฺปกาโร ทณฺโฑ ภูเตสุ ปวตฺติยมาโน อหิโต โหติ, ตํ เตสุ อปฺปวตฺติยมาเนสุ ตปฺปฏิปกฺขภูตาย เมตฺตาย หิตูปสํหาเรน จ สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ, นิหิตทณฺฑตฺตา เอว จ ยถา อนิหิตทณฺฑา สตฺตา ภูตานิ ทณฺเฑน วา สตฺเถน วา ปาณินา วา เลฑฺฑุนา วา วิเหเฐนฺติ, ตถา อวิเหฐยํ, อญฺญตรมฺปิ เตสํ อิมํ เมตฺตากมฺมฏฺฐานมาคมฺม ยเทว ตตฺถ เวทนาคตํ สญฺญาสงฺขารวิญฺญาณคตํ ตญฺจ ตทนุสาเรเนว ตทญฺญญฺจ สงฺขารคตํ วิปสฺสิตฺวา อิมํ ปจฺเจกโพธึ อธิคโตมฺหี’’ติ อยํ ตาว อธิปฺปาโย.

อยํ ปน อนุสนฺธิ – เอวํ วุตฺเต เต อมจฺจา อาหํสุ – ‘‘อิทานิ, ภนฺเต, กุหึ คจฺฉถา’’ติ? ตโต เตน ‘‘ปุพฺพปจฺเจกสมฺพุทฺธา กตฺถ วสนฺตี’’ติ อาวชฺเชตฺวา ญตฺวา ‘‘คนฺธมาทนปพฺพเต’’ติ วุตฺเต ปุนาหํสุ – ‘‘อเมฺห ทานิ, ภนฺเต, ปชหถ, น อิจฺฉถา’’ติ. อถ ปจฺเจกพุทฺโธ อาห – ‘‘น ปุตฺตมิจฺเฉยฺยา’’ติ สพฺพํ. ตตฺรายํ อธิปฺปาโย – อหํ อิทานิ อตฺรชาทีสุ ยํ กิญฺจิ ปุตฺตมฺปิ น อิจฺเฉยฺยํ, กุโต ปน ตุมฺหาทิสํ สหายํ. ตสฺมา ตุเมฺหสุปิ โย มยา สทฺธึ คนฺตุกาโม มาทิโส วา โหตุํ อิจฺฉติ, โส เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป. อถ วา เตหิ ‘‘อเมฺห ทานิ, ภนฺเต, ปชหถ, น อิจฺฉถา’’ติ วุตฺเต โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ ‘‘น ปุตฺตมิจฺเฉยฺย, กุโต สหาย’’นฺติ วตฺวา อตฺตโน ยถาวุตฺเตนฏฺเฐน เอกจริยาย คุณํ ทิสฺวา ปมุทิโต ปีติโสมนสฺสชาโต อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๕).

ตตฺถ ตสาติ วิปาสกิริยา. ถาวราติ ขีณาสวา. ภยเภรวาติ ขุทฺทานุขุทฺทกา จิตฺตุตฺราสา. นิธายาติ ฉฑฺเฑตฺวา. นิทหิตฺวาติ ฐเปตฺวา. โอโรปยิตฺวาติ อโธกริตฺวา. สโมโรปยิตฺวาติ อโธคตํ วิสฺสชฺเชตฺวา. นิกฺขิปิตฺวาติ ตโต อปเนตฺวา. ปฏิปฺปสฺสมฺภิตฺวาติ สนฺนิสีทาเปตฺวา.

อาลปนนฺติ อาทิโต ลปนํ. สลฺลปนนฺติ สมฺมา ลปนํ. อุลฺลปนนฺติ อุทฺธํ กตฺวา ลปนํ. สมุลฺลปนนฺติ ปุนปฺปุนํ อุทฺธํ กตฺวา ลปนํ.

อิริยาปถจริยาติ อิริยาปถานํ จริยา, ปวตฺตนนฺติ อตฺโถ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อายตนจริยา ปน อายตเนสุ สติสมฺปชญฺญานํ จริยา. ปตฺตีติ ผลานิ. ตานิ หิ ปาปุณียนฺตีติ ‘‘ปตฺตี’’ติ วุตฺตานิ. สตฺตโลกสฺส ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกา อตฺถา โลกตฺถาติ อยํ วิเสโส.

อิทานิ ตาสํ จริยานํ ภูมึ ทสฺเสนฺโต ‘‘จตูสุ อิริยาปเถสู’’ติอาทิมาห. สติปฏฺฐาเนสูติ อารมฺมณสติปฏฺฐาเนสุปิ วุจฺจมาเนสุ สติโต อนญฺญานิ, โวหารวเสน ปน อญฺญานิ วิย กตฺวา วุตฺตํ. อริยสจฺเจสูติ ปุพฺพภาเค โลกิยสจฺจญาเณน วิสุํ วิสุํ สจฺจปริคฺคหวเสน วุตฺตํ. อริยมคฺเคสุ สามญฺญผเลสูติ จ โวหารวเสเนว วุตฺตํ. ปเทสโตติ โลกตฺถจริยาย เอกเทเส. นิปฺปเทสโต หิ โลกตฺถจริยํ พุทฺธา เอว กโรนฺติ. ปุน ตา เอว จริยาโย การกปุคฺคลวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘ปณิธิสมฺปนฺนาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปณิธิสมฺปนฺนา นาม อิริยาปถานํ สนฺตตฺตา อิริยาปถาว ฐิติยา สมฺปนฺนา อกมฺปิตอิริยาปถา ภิกฺขุภาวานุรูเปน สนฺเตน อิริยาปเถน สมฺปนฺนา.

อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารานนฺติ จกฺขาทีสุ ฉสุ อินฺทฺริเยสุ อตฺตโน อตฺตโน วิสเย ปวตฺตํ เอเกกทฺวารวเสน คุตฺตํ ทฺวารํ เอเตสนฺติ คุตฺตทฺวารา, เตสํ คุตฺตทฺวารานํ. ทฺวารนฺติ เจตฺถ อุปฺปตฺติทฺวารวเสน จกฺขาทโย เอว. อปฺปมาทวิหารีนนฺติ สีลาทีสุ อปฺปมาทวิหารวตํ. อธิจิตฺตมนุยุตฺตานนฺติ วิปสฺสนาย ปาทกภาเวน อธิจิตฺตสงฺขาตํ สมาธึ อนุยุตฺตานํ. พุทฺธิสมฺปนฺนานนฺติ นามรูปววตฺถานํ อาทึ กตฺวา ยาว โคตฺรภุ, ตาว ปวตฺเตน ญาเณน สมฺปนฺนานํ. สมฺมา ปฏิปนฺนานนฺติ จตุมคฺคกฺขเณ. อธิคตผลานนฺติ จตุผลกฺขเณ. ตถาคตานนฺติ ตถา อาคตานํ. อรหนฺตานนฺติ ทูรกิเลสานํ. สมฺมาสมฺพุทฺธานนฺติ สมฺมา สามญฺจ สพฺพธมฺมพุทฺธานํ. อิเมสํ ปทานํ อตฺโถ เหฏฺฐา ปกาสิโต เอว.

ปเทสโต ปจฺเจกพุทฺธานนฺติ ปจฺเจกสมฺพุทฺธานํ เอกเทสโต. สาวกานนฺติ สาวกานมฺปิ เอกเทสโต. อธิมุจฺจนฺโตติ อธิโมกฺขํ กโรนฺโต. สทฺธาย จรตีติ สทฺธาวเสน ปวตฺตติ. ปคฺคณฺหนฺโตติ จตุสมฺมปฺปธานวีริเยน ปทหนฺโต. อุปฏฺฐเปนฺโตติ สติยา อารมฺมณํ อุปฏฺฐเปนฺโต. อวิกฺเขปํ กโรนฺโตติ สมาธิวเสน วิกฺเขปํ อกโรนฺโต. ปชานนฺโตติ จตุสจฺจชานนปญฺญาย ปกาเรน ชานนฺโต. วิชานนฺโตติ อินฺทฺริยสมฺปยุตฺตชวนปุพฺพงฺคเมน อาวชฺชนวิญฺญาเณน อารมฺมณํ วิชานนฺโต. วิญฺญาณจริยายาติ อาวชฺชนวิญฺญาณจริยาวเสน. เอวํ ปฏิปนฺนสฺสาติ สหาวชฺชนาย อินฺทฺริยจริยาย ปฏิปนฺนสฺส. กุสลา ธมฺมา อายาเปนฺตีติ สมถวิปสฺสนาวเสน ปวตฺตา กุสลา ธมฺมา ภุสํ ยาเปนฺติ, ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. อายตนจริยายาติ กุสลานํ ธมฺมานํ ภุสํ ยตนจริยาย, ปวตฺตนจริยายาติ วุตฺตํ โหติ. วิเสสมธิคจฺฉตีติ วิกฺขมฺภนตทงฺคสมุจฺเฉทปฏิปฺปสฺสทฺธิวเสน วิเสสํ อธิคจฺฉติ.

ทสฺสนจริยา จ สมฺมาทิฏฺฐิยาติอาทีสุ สมฺมา ปสฺสติ, สมฺมา วา ตาย ปสฺสนฺติ, ปสฏฺฐา สุนฺทรา วา ทิฏฺฐีติ สมฺมาทิฏฺฐิ, ตสฺสา สมฺมาทิฏฺฐิยา นิพฺพานปจฺจกฺขกรเณน ทสฺสนจริยา. สมฺมา สงฺกปฺเปติ, สมฺมา วา เตน สงฺกปฺเปนฺติ, ปสฏฺโฐ สุนฺทโร วา สงฺกปฺโปติ สมฺมาสงฺกปฺโป. ตสฺส อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อภินิโรปนจริยา. สมฺมา วทติ, สมฺมา วา ตาย วทนฺติ, ปสฏฺฐา สุนฺทรา วา วาจาติ สมฺมาวาจา, มิจฺฉาวาจาวิรติยา เอตํ นามํ. ตสฺสา จตุพฺพิธวจีสํวรปริคฺคหจริยา. สมฺมา กโรติ, สมฺมา วา เตน กโรนฺติ, ปสฏฺฐํ สุนฺทรํ วา กมฺมนฺติ สมฺมากมฺมํ, สมฺมากมฺมเมว สมฺมากมฺมนฺโต, มิจฺฉากมฺมนฺตวิรติยา เอตํ นามํ. ตสฺส ติวิธกายสํวรสมุฏฺฐานจริยา. สมฺมา อาชีวติ, สมฺมา วา เตน อาชีวนฺติ, ปสฏฺโฐ สุนฺทโร วา อาชีโวติ สมฺมาอาชีโว, มิจฺฉาอาชีววิรติยา เอตํ นามํ. ตสฺส โวทานจริยา ปริสุทฺธจริยา. สมฺมา วายมติ, สมฺมา วา เตน วายมนฺติ, ปสฏฺโฐ สุนฺทโร วา วายาโมติ สมฺมาวายาโม, ตสฺส ปคฺคหจริยา. สมฺมา สรติ, สมฺมา วา ตาย สรนฺติ, ปสฏฺฐา สุนฺทรา วา สตีติ สมฺมาสติ, ตสฺสา อุปฏฺฐานจริยา. สมฺมา สมาธิยติ, สมฺมา วา เตน สมาธิยนฺติ, ปสฏฺโฐ สุนฺทโร วา สมาธีติ สมฺมาสมาธิ, ตสฺส อวิกฺเขปจริยา.

ตกฺกปฺโปติ เตน กปฺโป, เอวรูโปติ อตฺโถ. ตสฺสทิโสติ เตน สทิโส, ‘‘ตสฺสทิโก’’ติ วา ปาโฐ. ตปฺปฏิภาโคติ เตน ปฏิภาโค ตปฺปฏิภาโค, เอทิโสติ อตฺโถ. สาทุรสํ อติกฺกนฺตํ โลณํ อติโลณํ. โลณกปฺโปติ โลณสทิโสติ วุจฺจติ. อติติตฺตกนฺติ อติกฺกนฺตติตฺตกํ, ปุจิมนฺทาทิกปฺโป ติตฺตกสทิโสติ วุจฺจติ. อติมธุรนฺติ ขีรปายาสาทิกํ. หิมกปฺโปติ หิโมทกสทิโส. สตฺถุกปฺโปติ สตฺถุนา พุทฺเธน สทิโส. เอวเมวาติ โอปมฺมสมฺปฏิปาทนํ.

ตตฺรายํ เอตสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส สงฺเขเปน วิปสฺสนาอาจิกฺขนวิธึ ทสฺเสตฺวา คมิสฺสาม. ตตฺถ นามรูปปริคฺคหํ กาตุกาโม ปจฺเจกโพธิสตฺโต รูปารูปอฏฺฐสมาปตฺตีสุ ยํ กิญฺจิ ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย วิตกฺกาทีนิ ฌานงฺคานิ จ ตํสมฺปยุตฺเต จ ผสฺสาทโย ธมฺเม ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานวเสน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘สพฺพมฺเปตํ อารมฺมณาภิมุขํ นมนโต นมนฏฺเฐน นาม’’นฺติ ววตฺถเปติ. ตโต ตสฺส ปจฺจยํ ปริเยสนฺโต ‘‘หทยวตฺถุํ นิสฺสาย ปวตฺตตี’’ติ ปสฺสติ. ปุน วตฺถุสฺส ปจฺจยภูตานิ จ อุปาทารูปานิ จ ปสฺสิตฺวา ‘‘อิทํ สพฺพํ รุปฺปนโต รูป’’นฺติ ปริคฺคณฺหาติ. ปุน ตทุภยํ ‘‘นมนลกฺขณํ นามํ, รุปฺปนลกฺขณํ รูป’’นฺติ เอวํ สงฺเขปโต นามรูปํ ววตฺถเปติ. สมถยานิกวเสเนตํ วุตฺตํ. วิปสฺสนายานิโก ปน จตุธาตุววตฺถานมุเขน ภูตุปาทายรูปานิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘สพฺพมฺเปตํ รุปฺปนโต รูป’’นฺติ ปสฺสติ. ตโต เอวํ ปริจฺฉินฺนรูปสฺส จกฺขาทีนิ นิสฺสาย ปวตฺตมานา อรูปธมฺมา อาปาถมาคจฺฉนฺติ. ตโต สพฺเพปิ เต อรูปธมฺเม นมนลกฺขเณน เอกโต กตฺวา ‘‘อิทํ นาม’’นฺติ ปสฺสติ, โส ‘‘อิทํ นามํ, อิทํ รูป’’นฺติ เทฺวธา ววตฺถเปติ. เอวํ ววตฺถเปตฺวา ‘‘นามรูปโต อุทฺธํ อญฺโญ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา เทโว วา พฺรหฺมา วา นตฺถี’’ติ ปสฺสติ.

ยถา หิ องฺคสมฺภารา, โหติ สทฺโท รโถ อิติ;

เอวํ ขนฺเธสุ สนฺเตสุ, โหติ ‘‘สตฺโต’’ติ สมฺมุติ. (สํ. นิ. ๑.๑๗๑; มิ. ป. ๒.๑.๑; กถา. ๒๓๓);

เอวเมว ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ สนฺเตสุ ‘‘สตฺโต ปุคฺคโล’’ติ โวหารมตฺตํ โหตีติ เอวมาทินา นเยน นามรูปานํ ยาถาวทสฺสนสงฺขาเตน ทิฏฺฐิวิสุทฺธิภูเตน ญาเณน นามรูปํ ปริคฺคเหตฺวา ปุน ตสฺส ปจฺจยมฺปิ ปริคฺคณฺหนฺโต วุตฺตนเยน นามรูปํ ปริคฺคเหตฺวา ‘‘โก นุ โข อิมสฺส เหตู’’ติ ปริเยสนฺโต อเหตุวาทวิสมเหตุวาเทสุ โทสํ ทิสฺวา โรคํ ทิสฺวา ตสฺส นิทานํ สมุฏฺฐานมฺปิ ปริเยสนฺโต เวชฺโช วิย ตสฺส เหตุญฺจ ปจฺจยญฺจ ปริเยสนฺโต อวิชฺชา ตณฺหา อุปาทานํ กมฺมนฺติ อิเม จตฺตาโร ธมฺเม นามรูปสฺส อุปฺปาทปจฺจยตฺตา ‘‘เหตู’’ติ. อาหารํ อุปตฺถมฺภนปจฺจยตฺตา ‘‘ปจฺจโย’’ติ จ ปสฺสติ. อิมสฺส หิ กายสฺส อวิชฺชาทโย ตโย ธมฺมา มาตา วิย ทารกสฺส อุปนิสฺสยา โหนฺติ, กมฺมํ ปิตา วิย ปุตฺตสฺส ชนกํ, อาหาโร ธาติ วิย ทารกสฺส สนฺธารโกติ. เอวํ รูปกายสฺส ปจฺจยปริคฺคหํ กตฺวา ปุน ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๔.๖๐; กถา. ๔๖๕) นเยน นามกายสฺสปิ ปจฺจยํ ปริคฺคณฺหาติ, เอวํ ปริคฺคณฺหนฺโต ‘‘อตีตานาคตาปิ ธมฺมา เอวเมว วตฺตนฺตี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กโรติ.

ตสฺส ยา สา ปุพฺพนฺตํ อารพฺภ ‘‘อโหสึ นุ โข อหํ อตีตมทฺธานํ, น นุ โข อโหสึ, กึ นุ โข, กถํ นุ โข, กึ หุตฺวา กึ อโหสึ นุ โข อหํ อตีตมทฺธาน’’นฺติ ปญฺจวิธา วิจิกิจฺฉา วุตฺตา.

ยาปิ อปรนฺตํ อารพฺภ ‘‘ภวิสฺสามิ นุ โข อหํ อนาคตมทฺธานํ, น นุ โข ภวิสฺสามิ, กึ นุ โข ภวิสฺสามิ, กถํ นุ โข ภวิสฺสามิ, กึ หุตฺวา กึ ภวิสฺสามิ นุ โข อหํ อนาคตมทฺธาน’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๑๘; สํ. นิ. ๒.๒๐) ปญฺจวิธา วิจิกิจฺฉา วุตฺตา.

ยาปิ เอตรหิ วา ปน ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานํ อารพฺภ กถํกถี โหติ ‘‘อหํ นุ โขสฺมิ, โน นุ โขสฺมิ, กึ นุ โขสฺมิ, กถํ นุ โขสฺมิ, อยํ นุ โข สตฺโต กุโต อาคโต, โส กุหึ คามี ภวิสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๘; สํ. นิ. ๒.๒๐) ฉพฺพิธา วิจิกิจฺฉา วุตฺตา, สา สพฺพาปิ ปหิยฺยติ. เอวํ ปจฺจยปริคฺคหเณน ตีสุ อทฺธาสุ กงฺขํ วิตริตฺวา ฐิตํ ญาณํ ‘‘กงฺขาวิตรณวิสุทฺธี’’ติปิ ‘‘ธมฺมฏฺฐิติญาณ’’นฺติปิ ‘‘ยถาภูตญาณ’’นฺติปิ ‘‘สมฺมาทสฺสน’’นฺติปิ วุจฺจติ.

เอตฺถ ปน ติสฺโส หิ โลกิยปริญฺญา ญาตปริญฺญา ตีรณปริญฺญา ปหานปริญฺญาติ. ตตฺถ ‘‘รุปฺปนลกฺขณํ รูปํ, เวทยิตลกฺขณา เวทนา’’ติ เอวํ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ ปจฺจตฺตลกฺขณสลฺลกฺขณวเสน ปวตฺตา ปญฺญา ญาตปริญฺญา นาม. ‘‘รูปํ อนิจฺจํ, เวทนา อนิจฺจา’’ติอาทินา ปน นเยน เตสํเยว ธมฺมานํ สามญฺญลกฺขณํ อาโรเปตฺวา ปวตฺตา ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาปญฺญา ตีรณปริญฺญา นาม. เตสุ เอว ปน ธมฺเมสุ นิจฺจสญฺญาทิปชหนวเสน ปวตฺตา ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาว ปญฺญา ปหานปริญฺญา นาม.

ตตฺถ สงฺขารปริจฺเฉทโต ปฏฺฐาย ยาว ปจฺจยปริคฺคหา ญาตปริญฺญาย ภูมิ. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร ธมฺมานํ ปจฺจตฺตลกฺขณปฏิเวธสฺเสว อาธิปจฺจํ โหติ. กลาปสมฺมสนโต ปฏฺฐาย ยาว อุทยพฺพยานุปสฺสนา ตีรณปริญฺญาย ภูมิ. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร สามญฺญลกฺขณปฏิเวธสฺเสว อาธิปจฺจํ โหติ. ภงฺคานุปสฺสนโต ปฏฺฐาย อุปริ ปหานปริญฺญาย ภูมิ. ตโต จ ปฏฺฐาย หิ อนิจฺจโต อนุปสฺสนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหติ, ทุกฺขโต อนุปสฺสนฺโต สุขสญฺญํ, อนตฺตโต อนุปสฺสนฺโต อตฺตสญฺญํ, นิพฺพินฺทนฺโต นนฺทึ, วิรชฺชนฺโต ราคํ, นิโรเธนฺโต สมุทยํ, ปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาทานํ ปชหตีติ เอวํ นิจฺจสญฺญาทิปหานสาธิกานํ สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนานํ อาธิปจฺจํ. อิติ อิมาสุ ตีสุ ปริญฺญาสุ สงฺขารปริจฺเฉทสฺส เจว ปจฺจยปริคฺคหสฺส จ สาธิตตฺตา อิมินา โยคินา ญาตปริญฺญาว อธิคตา.

ปุน ‘‘ยํ กิญฺจิ รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา…เป… ยํ ทูเร สนฺติเก วา, สพฺพํ รูปํ หุตฺวา อภาวโต อนิจฺจํ, อุทยพฺพยปฏิปีฬิตตฺตา ทุกฺขํ, อวสวตฺติตฺตา อนตฺตา. ยา กาจิ เวทนา… สญฺญา… เย เกจิ สงฺขารา … ยํ กิญฺจิ วิญฺญาณํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา โอฬาริกํ วา สุขุมํ วา หีนํ วา ปณีตํ วา ยํ ทูเร สนฺติเก วา, สพฺพํ วิญฺญาณํ หุตฺวา อภาวโต อนิจฺจํ, อุทยพฺพยปฏิปีฬิตตฺตา ทุกฺขํ, อวสวตฺติตฺตา อนตฺตา’’ติ เอวมาทินา (สํ. นิ. ๓.๔๘; ปฏิ. ม. ๑.๔๘) นเยน กลาปสมฺมสนํ กโรติ. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา’’ติ.

เอวํ สงฺขาเร อนิจฺจทุกฺขานตฺตวเสน กลาปสมฺมสนํ กตฺวา ปุน สงฺขารานํ อุทยพฺพยเมว ปสฺสติ. กถํ? ‘‘อวิชฺชาสมุทยา รูปสมุทโย, ตณฺหากมฺมอาหารสมุทยา รูปสมุทโย’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐). เอวํ รูปกฺขนฺธสฺส ปจฺจยายตฺตตาทสฺสเนน รูปกฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสติ, นิพฺพตฺติลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ รูปกฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสติ. เอวํ ปญฺจหากาเรหิ รูปกฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสติ. ‘‘อวิชฺชานิโรธา รูปนิโรโธ, ตณฺหากมฺมอาหารนิโรธา รูปนิโรโธ’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) ปจฺจยนิโรธทสฺสเนน รูปกฺขนฺธสฺส วยํ ปสฺสติ, วิปริณามลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ รูปกฺขนฺธสฺส วยํ ปสฺสตีติ เอวํ ปญฺจหากาเรหิ รูปกฺขนฺธสฺส วยํ ปสฺสติ.

ตถา ‘‘อวิชฺชาสมุทยา เวทนาสมุทโย, ตณฺหากมฺมผสฺสสมุทยา เวทนาสมุทโย’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) ปจฺจยายตฺตตาทสฺสเนน เวทนากฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสติ, นิพฺพตฺติลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ เวทนากฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสติ. ‘‘อวิชฺชานิโรธา เวทนานิโรโธ, ตณฺหากมฺมผสฺสนิโรธา เวทนานิโรโธ’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) ปจฺจยนิโรธทสฺสเนน เวทนากฺขนฺธสฺส วยํ ปสฺสติ, วิปริณามลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ เวทนากฺขนฺธสฺส วยํ ปสฺสติ. เอวํ สญฺญากฺขนฺธาทีสุปิ.

อยํ ปน วิเสโส – วิญฺญาณกฺขนฺธสฺส ผสฺสฏฺฐาเน ‘‘นามรูปสมุทยา, นามรูปนิโรธา’’ติ โยเชตพฺพํ. เอวํ เอเกกสฺมึ ขนฺเธ ปจฺจยสมุทยวเสน จ นิพฺพตฺติลกฺขณวเสน จ ปจฺจยนิโรธวเสน จ วิปริณามลกฺขณวเสน จ อุทยพฺพยทสฺสเนน จ ทส ทส กตฺวา ปญฺญาส ลกฺขณานิ วุตฺตานิ. เตสํ วเสน ‘‘เอวมฺปิ รูปสฺส อุทโย, เอวมฺปิ รูปสฺส วโย’’ติ ปจฺจยโต เจว ขณโต จ วิตฺถาเรน มนสิการํ กโรติ.

ตสฺเสวํ กโรโต ‘‘อิติ กิร อิเม ธมฺมา อหุตฺวา สมฺโภนฺติ, หุตฺวา ปฏิเวนฺตี’’ติ ญาณํ วิสทํ โหติ. ‘‘เอวํ กิร อิเม ธมฺมา อนุปฺปนฺนา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา นิรุชฺฌนฺตี’’ติ นิจฺจนวา หุตฺวา สงฺขารา อุปฏฺฐหนฺติ. น เกวลญฺจ นิจฺจนวา, สูริยุคฺคมเน อุสฺสาวพินฺทุ วิย อุทกพุพฺพุโฬ วิย อุทเก ทณฺฑราชิ วิย อารคฺเค สาสโป วิย วิชฺชุปฺปาโท วิย จ ปริตฺตฏฺฐายิโน, มายามรีจิสุปินาลาตจกฺกคนฺธพฺพนครเผณกทลิอาทโย วิย อสารา นิสฺสารา วิย หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ. เอตฺตาวตา จ ปน อเนน ‘‘วยธมฺมเมว อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺนญฺจ วยํ อุเปตี’’ติ อิมินา อากาเรน สมฺมสนปญฺญาย ลกฺขณานิ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิตํ อุทยพฺพยานุปสฺสนํ นาม ปฐมํ ตรุณวิปสฺสนาญาณํ อธิคตํ โหติ. ยสฺสาธิคมา ‘‘อารทฺธวิปสฺสโก’’ติ สงฺขํ คจฺฉติ.

อถสฺส อารทฺธวิปสฺสกสฺส กุลปุตฺตสฺส โอภาโส ญาณํ ปีติ ปสฺสทฺธิ สุขํ อธิโมกฺโข ปคฺคโห อุปฏฺฐานํ อุเปกฺขา นิกนฺตีติ ทส วิปสฺสนุปกฺกิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ. เอตฺถ โอภาโส นาม วิปสฺสนกฺขเณ ญาณสฺส พลวตฺตา โลหิตํ สนฺนิสีทติ, เตน จ จิตฺโตภาโส นิพฺพตฺตติ. ตํ ทิสฺวา อกุสโล โยคี ‘‘มคฺโค เม ปตฺโต’’ติ ตเมว โอภาสํ อสฺสาเทติ. ญาณมฺปิ วิปสฺสนาญาณเมว. ตํ สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส สุทฺธํ ปสนฺนํ หุตฺวา ปวตฺตติ. ตํ ทิสฺวา ปุพฺเพ วิย ‘‘มคฺโค’’ติ อสฺสาเทติ. ปีติปิ วิปสฺสนาปีติ เอว. ตสฺส หิ ตสฺมึ ขเณ ปญฺจวิธา ปีติ อุปฺปชฺชติ. ปสฺสทฺธีติ วิปสฺสนาปสฺสทฺธิ. ตสฺมึ สมเย เนว กายจิตฺตานํ ทรโถ, น คารวํ, น กกฺขฬตา, น อกมฺมญฺญตา, น เคลญฺญตา, น วงฺกตา โหติ. สุขมฺปิ วิปสฺสนาสุขเมว. ตสฺส กิร ตสฺมึ สมเย สกลสรีรํ อภิสนฺทยมานํ อติปณีตํ สุขํ อุปฺปชฺชติ.

อธิโมกฺโข นาม วิปสฺสนกฺขเณ ปวตฺตา สทฺธา. ตสฺมิญฺหิ ขเณ จิตฺตเจตสิกานํ อติวิย ปสาทภูตา พลวตี สทฺธา อุปฺปชฺชติ. ปคฺคโห นาม วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตํ วีริยํ. ตสฺมิญฺหิ ขเณ อสิถิลํ อนจฺจารทฺธํ สุปคฺคหิตํ วีริยํ อุปฺปชฺชติ. อุปฏฺฐานนฺติ วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา สติ. ตสฺมิญฺหิ ขเณ สุปฏฺฐิตา สติ อุปฺปชฺชติ. อุเปกฺขา ทุวิธา วิปสฺสนาวชฺชนวเสน. ตสฺมิญฺหิ ขเณ สพฺพสงฺขารคหเณ มชฺฌตฺตภูตํ วิปสฺสนุเปกฺขาสงฺขาตํ ญาณํ พลวนฺตํ หุตฺวา อุปฺปชฺชติ มโนทฺวาราวชฺชนุเปกฺขา จ. สา จ ตํ ตํ ฐานํ อาวชฺชนฺตสฺส สูรา ติขิณา หุตฺวา วหติ. นิกนฺตีติ วิปสฺสนานิกนฺติ. โอภาสาทีสุ หิ อาลยํ กุรุมานา สุขุมา สนฺตาการา นิกนฺติ อุปฺปชฺชติ. เอตฺถ โอภาสาทโย กิเลสวตฺถุตาย ‘‘อุปกฺกิเลสา’’ติ วุตฺตา น อกุสลตฺตา. นิกนฺติ ปน อุปกฺกิเลโส เจว กิเลสวตฺถุ จ.

ปณฺฑิโต ปน ภิกฺขุ โอภาสาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ วิกฺเขปํ อคจฺฉนฺโต ‘‘โอภาสาทโย ธมฺมา น มคฺโค, อุปกฺกิเลสวิมุตฺตํ ปน วีถิปฏิปนฺนํ วิปสฺสนาญาณํ มคฺโค’’ติ มคฺคญฺจ อมคฺคญฺจ ววตฺถเปติ. ตสฺเสวํ ‘‘อยํ มคฺโค, อยํ น มคฺโค’’ติ ญตฺวา ฐิตํ ญาณํ มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ วุจฺจติ. อิโต ปฏฺฐาย อฏฺฐนฺนํ วิปสฺสนาญาณานํ วเสน สิขาปตฺตวิปสฺสนาญาณํ นวมญฺจ สจฺจานุโลมิกํ ญาณนฺติ อยํ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิ นาม โหติ. อุทยพฺพยานุปสฺสนาญาณํ ภงฺคานุปสฺสนาญาณํ ภยตุปฏฺฐานญาณํ อาทีนวานุปสฺสนาญาณํ นิพฺพิทานุปสฺสนาญาณํ มุญฺจิตุกมฺยตาญาณํ ปฏิสงฺขานุปสฺสนาญาณํ สงฺขารุเปกฺขาญาณนฺติ อิมานิ อฏฺฐ ญาณานิ นาม. นวมํ สจฺจานุโลมิกํ ญาณนฺติ อนุโลมสฺเสตํ นามํ.

ตสฺมา ตํ สมฺปาเทตุกาเมน อุปกฺกิเลสวิมุตฺตํ อุทยพฺพยญาณํ อาทึกตฺวา เอเตสุ ญาเณสุ โยโค กรณีโย. อุทยพฺพยํ ปสฺสนฺตสฺส หิ อนิจฺจลกฺขณํ ยถาภูตํ อุปฏฺฐาติ, อุทยพฺพยปฏิปีฬนํ ปสฺสโต ทุกฺขลกฺขณญฺจ, ‘‘ทุกฺขเมว หิ สมฺโภติ, ทุกฺขํ ติฏฺฐติ เวติ จา’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๗๑; กถา. ๒๓๓) ปสฺสโต อนตฺตลกฺขณญฺจ.

เอตฺถ จ อนิจฺจํ อนิจฺจลกฺขณํ ทุกฺขํ ทุกฺขลกฺขณํ อนตฺตา อนตฺตลกฺขณนฺติ อยํ วิภาโค เวทิตพฺโพ. ตตฺถ อนิจฺจนฺติ ขนฺธปญฺจกํ. กสฺมา? อุปฺปาทวยญฺญถตฺตภาวา, หุตฺวา อภาวโต วา. อญฺญถตฺตํ นาม ชรา. อุปฺปาทวยญฺญถตฺตํ อนิจฺจลกฺขณํ, หุตฺวา อภาวสงฺขาโต วา อาการวิกาโร. ‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺข’’นฺติ วจนโต ตเทว ขนฺธปญฺจกํ ทุกฺขํ. กสฺมา? อภิณฺหํ ปฏิปีฬนโต. อภิณฺหํ ปฏิปีฬนากาโร ทุกฺขลกฺขณํ. ‘‘ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕-๑๖) วจนโต ตเทว ขนฺธปญฺจกํ อนตฺตา. กสฺมา? อวสวตฺตนโต. อวสวตฺตนากาโร อนตฺตลกฺขณํ. อิมานิ ตีณิปิ ลกฺขณานิ อุทยพฺพยํ ปสฺสนฺตสฺเสว อารมฺมณานิ โหนฺติ.

ปุนปิ โส รูปารูปธมฺเม ‘‘เอวํ อนิจฺจา’’ติอาทินา วิปสฺสติ, ตสฺส สงฺขารา ลหุํ ลหุํ อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ, ตโต อุปฺปาทํ วา ฐิตึ วา ปวตฺตํ วา นิมิตฺตํ วา อารมฺมณํ อกตฺวา เตสํ ขยวยนิโรเธ เอว สติ สนฺติฏฺฐติ, อิทํ ภงฺคญาณํ นาม. อิมสฺส อุปฺปาทโต ปฏฺฐาย อยํ โยคี ‘‘ยถา อิเม สงฺขารา ภิชฺชนฺติ นิรุชฺฌนฺติ, เอวํ อตีเตปิ สงฺขารคตํ ภิชฺชิ, อนาคเตปิ ภิชฺชิสฺสตี’’ติ นิโรธเมว ปสฺสนฺโต ติฏฺฐติ. ตสฺส ภงฺคานุปสฺสนาญาณํ อาเสวนฺตสฺส พหุลีกโรนฺตสฺส สพฺพภวโยนิ คติฏฺฐิติ สตฺตาวาเสสุ ปเภทกา สงฺขารา ชลิตองฺคารกาสุอาทโย วิย มหาภยํ หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ. เอตํ ภยตุปฏฺฐานญาณํ นาม.

ตสฺส ตํ ภยตุปฏฺฐานญาณํ อาเสวนฺตสฺส สพฺเพ ภวาทโย อาทิตฺตองฺคารํ วิย สมุสฺสิตขคฺโค วิย ปจฺจตฺถิโก อปฺปฏิสรณา สาทีนวา หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ. อิทํ อาทีนวานุปสฺสนาญาณํ นาม. ตสฺส เอวํ สงฺขาเร อาทีนวโต ปสฺสนฺตสฺส ภวาทีสุปิ สงฺขารานํ อาทีนวตฺตา สงฺขาเรสุ อุกฺกณฺฐนา อนภิรติ อุปฺปชฺชติ, อิทํ นิพฺพิทานุปสฺสนาญาณํ นาม.

สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทนฺตสฺส อุกฺกณฺฐนฺตสฺส ตสฺมา สงฺขารคตา มุญฺจิตุกามตา นิสฺสริตุกามตา โหติ. อิทํ มุญฺจิตุกมฺยตาญาณํ นาม. ปุน ตสฺมา สงฺขารคตา มุญฺจิตุํ ปน เต เอว สงฺขาเร ปฏิสงฺขานุปสฺสนาญาเณน ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา ตีรณํ ปฏิสงฺขานุปสฺสนาญาณํ นาม.

โส เอวํ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สงฺขาเร ปริคฺคณฺหนฺโต เตสุ อนตฺตลกฺขณสฺส สุทิฏฺฐตฺตา ‘‘อตฺตา’’ติ วา ‘‘อตฺตนิย’’นฺติ วา อคณฺหนฺโต สงฺขาเรสุ ภยญฺจ นนฺทิญฺจ ปหาย สงฺขาเรสุ อุทาสีโน โหติ มชฺฌตฺโต, ‘‘อห’’นฺติ วา ‘‘มม’’นฺติ วา น คณฺหาติ, ตีสุ ภเวสุ อุเปกฺขโก, อิทํ สงฺขารุเปกฺขาญาณํ นาม.

ตํ ปเนส เจ สนฺติปทํ นิพฺพานํ สนฺตโต ปสฺสติ, สพฺพสงฺขารปวตฺตํ วิสฺสชฺเชตฺวา นิพฺพานนินฺนํ ปกฺขนฺทํ โหติ. โน เจ นิพฺพานํ สนฺตโต ปสฺสติ, ปุนปฺปุนํ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ วา ‘‘ทุกฺข’’นฺติ วา ‘‘อนตฺตา’’ติ วา ติวิธานุปสฺสนาวเสน สงฺขารารมฺมณเมว หุตฺวา ปวตฺตติ. เอวํ ติฏฺฐมานญฺจ เอตํ ติวิธวิโมกฺขมุขภาวํ อาปชฺชิตฺวา ติฏฺฐติ. ติสฺโส หิ อนุปสฺสนา ‘‘ตีณิ วิโมกฺขมุขานี’’ติ วุจฺจนฺติ. เอวํ อนิจฺจโต มนสิกโรนฺโต อธิโมกฺขพหุโล อนิมิตฺตํ วิโมกฺขํ ปฏิลภติ, ทุกฺขโต มนสิกโรนฺโต ปสฺสทฺธิพหุโล อปฺปณิหิตํ วิโมกฺขํ ปฏิลภติ, อนตฺตโต มนสิกโรนฺโต เวทพหุโล สุญฺญตํ วิโมกฺขํ ปฏิลภติ.

เอตฺถ จ อนิมิตฺโต วิโมกฺโขติ อนิมิตฺตากาเรน นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺโต อริยมคฺโค. โส หิ อนิมิตฺตาย ธาตุยา อุปฺปนฺนตฺตา อนิมิตฺโต, กิเลเสหิ จ วิมุตฺตตฺตา วิโมกฺโข. เอเตเนว นเยน อปฺปณิหิตากาเรน นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺโต อปฺปณิหิโต, สุญฺญตากาเรน นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺโต สุญฺญโตติ เวทิตพฺโพ.

เอวํ อธิคตสงฺขารุเปกฺขสฺส กุลปุตฺตสฺส วิปสฺสนา สิขาปฺปตฺตา โหติ. วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาติ เอตเทว. อสฺส ตํ สงฺขารุเปกฺขาญาณํ อาเสวนฺตสฺส ติกฺขตรา สงฺขารุเปกฺขา อุปฺปชฺชติ. ตสฺส ‘‘อิทานิ มคฺโค อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ สงฺขาเร ‘‘อนิจฺจา’’ติ วา ‘‘ทุกฺขา’’ติ วา ‘‘อนตฺตา’’ติ วา สมฺมสิตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ, ภวงฺคานนฺตรํ สงฺขารุเปกฺขาย กถิตนเยเนว อนิจฺจาทิอากาเรน มนสิกริตฺวา อุปฺปชฺชติ มโนทฺวาราวชฺชนํ, ตเถว มนสิกโรโต ปฐมํ ชวนจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ยํ ปริกมฺมนฺติ วุจฺจติ, ตทนนฺตรํ ตเทว ทุติยชวนจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ยํ อุปจารนฺติ วุจฺจติ, ตทนนฺตรมฺปิ ตเทว อุปฺปชฺชติ ตติยํ ชวนจิตฺตํ. ยํ อนุโลมนฺติ วุจฺจติ, อิทํ เตสํ ปาฏิเอกฺกํ นาม.

อวิเสเสน ปน ติวิธมฺเปตํ ‘‘อาเสวน’’นฺติปิ ‘‘ปริกมฺม’’นฺติปิ ‘‘อุปจาร’’นฺติปิ ‘‘อนุโลม’’นฺติปิ วุจฺจติ. อิทํ ปน อนุโลมญาณํ สงฺขารารมฺมณาย วุฏฺฐานคามินิยา วิปสฺสนาย ปริโยสานํ โหติ, นิปฺปริยาเยน ปน โคตฺรภุญาณเมว วิปสฺสนาย ปริโยสานนฺติ วุจฺจติ. ตโต ปรํ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กุรุมานํ ปุถุชฺชนโคตฺตํ อติกฺกมมานํ อริยโคตฺตํ โอกฺกมมานํ นิพฺพานารมฺมเณ ปฐมสมนฺนาหารภูตํ อปุนราวฏฺฏกํ โคตฺรภุญาณํ อุปฺปชฺชติ. อิทํ ปน ญาณํ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิญฺจ ญาณทสฺสนวิสุทฺธิญฺจ น ภชติ. อนฺตรา อพฺโพหาริกเมว โหติ. วิปสฺสนาโสเต ปติตตฺตา ‘‘ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธี’’ติ วา ‘‘วิปสฺสนา’’ติ วา สงฺขํ คจฺฉติ. นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา โคตฺรภุญาเณ นิรุทฺเธ เตน ทินฺนสญฺญาย นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา ทิฏฺฐิสํโยชนํ สีลพฺพตปรามาสสํโยชนํ วิจิกิจฺฉาสํโยชนนฺติ ตีณิ สํโยชนานิ วิทฺธํเสนฺโต โสตาปตฺติมคฺโค อุปฺปชฺชติ, ตทนนฺตรํ ตสฺเสว วิปากภูตานิ เทฺว ตีณิ วา ผลจิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ อนนฺตรวิปากตฺตา โลกุตฺตรกุสลานํ, ผลปริโยสาเน ปนสฺส อุปฺปนฺนภวงฺคํ วิจฺฉินฺทิตฺวา ปจฺจเวกฺขณตฺถาย มโนทฺวาราวชฺชนํ อุปฺปชฺชติ. โส หิ ‘‘อิมินา วตาหํ มคฺเคน อาคโต’’ติ มคฺคํ ปจฺจเวกฺขติ. ตโต ‘‘เม อยํ อานิสํโส ลทฺโธ’’ติ ผลํ ปจฺจเวกฺขติ. ตโต ‘‘อิเม นาม กิเลสา ปหีนา’’ติ ปหีนกิเลเส ปจฺจเวกฺขติ. ตโต ‘‘อิเม นาม กิเลสา อวสิฏฺฐา’’ติ อุปริมคฺคตฺตยวชฺฌกิเลเส ปจฺจเวกฺขติ. อวสาเน จ ‘‘อยํ ธมฺโม มยา ปฏิวิทฺโธ’’ติ อมตํ นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขติ. อิติ โสตาปนฺนสฺส อริยสาวกสฺส ปญฺจ ปจฺจเวกฺขณานิ โหนฺติ. ตถา สกทาคามิอนาคามิผลาวสาเน. อรหตฺตผลาวสาเน อวสิฏฺฐกิเลสปจฺจเวกฺขณํ นาม นตฺถิ. เอวํ สพฺพานิปิ เอกูนวีสติปจฺจเวกฺขณานิ โหนฺติ.

เอวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา โส โยคาวจโร ตสฺมึเยว อาสเน นิสินฺโน วุตฺตนเยน วิปสฺสิตฺวา กามราคพฺยาปาทานํ ตนุภาวํ กโรนฺโต ทุติยมคฺคํ ปาปุณาติ, ตทนนฺตรํ วุตฺตนเยเนว ผลญฺจ. ตโต วุตฺตนเยน วิปสฺสิตฺวา กามราคพฺยาปาทานํ อนวเสสปฺปหานํ กโรนฺโต ตติยมคฺคํ ปาปุณาติ, วุตฺตนเยน ผลญฺจ. ตโต ตสฺมึเยวาสเน วุตฺตนเยน วิปสฺสิตฺวา รูปราคารูปราคมานุทฺธจฺจาวิชฺชานํ อนวเสสปฺปหานํ กโรนฺโต จตุตฺถมคฺคํ ปาปุณาติ, วุตฺตนเยน ผลญฺจ. เอตฺตาวตา เจส โหติ อรหา มหาขีณาสโว ปจฺเจกพุทฺโธ. อิติ อิเมสุ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณํ ญาณทสฺสนวิสุทฺธิ นาม.

เอตฺตาวตา ‘‘สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ อวิเหฐยํ อญฺญตรมฺปิ เตส’’นฺติ เอเตน ปาติโมกฺขสํวราทิสีลสฺส วุตฺตตฺตา สีลวิสุทฺธิ. ‘‘น ปุตฺตมิจฺเฉยฺย กุโต สหาย’’นฺติ เอเตน ปฏิฆานุนยวิวชฺชนวเสน เมตฺตาทีนํ วุตฺตตฺตา จิตฺตวิสุทฺธิ. ‘‘เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ อิมินา ปน นามรูปปริคฺคหาทีนํ วุตฺตตฺตา ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิ มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิ ญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ สตฺต วิสุทฺธิโย วุตฺตา โหนฺติ. อยเมตฺถ มุขมตฺตนิทสฺสนํ, วิตฺถารํ ปน อิจฺฉนฺเตน วิสุทฺธิมคฺคํ (วิสุทฺธิ. ๒.๖๖๒, ๖๗๘, ๖๙๒, ๗๓๗, ๘๐๖ อาทโย) โอโลเกตฺวา คเหตพฺพํ. เอตฺตาวตา เจโส ปจฺเจกพุทฺโธ –

‘‘จาตุทฺทิโส อปฺปฏิโฆ จ โหติ, สนฺตุสฺสมาโน อิตรีตเรน;

ปริสฺสยานํ สหิตา อฉมฺภี, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ. (สุ. นิ. ๔๒; จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๘) –

ปสํสิยาทิภาวํ อาปชฺชิตฺวา คนฺธมาทนปพฺพตํ อุปโสภยมาโน วิหาสินฺติ เอวํ สพฺพตฺถ.

ปฐมคาถานิทฺเทสวณฺณนา.

๑๒๒. ทุติเย สํสคฺคชาตสฺสาติ ชาตสํสคฺคสฺส. ตตฺถ ทสฺสนสวนกายสมุลฺลปนสมฺโภควเสน ปญฺจวิโธ สํสคฺโค. ตตฺถ อญฺญมญฺญํ ทิสฺวา จกฺขุวิญฺญาณวีถิวเสน อุปฺปนฺนราโค ทสฺสนสํสคฺโค นาม. ตตฺถ สีหฬทีเป กาฬทีฆวาปีคาเม ปิณฺฑาย จรนฺตํ กลฺยาณวิหารวาสึ ทหรภิกฺขุํ ทิสฺวา ปฏิพทฺธจิตฺตา เกนจิ อุปาเยน ตํ อลภิตฺวา กาลกตา กุฏุมฺพิยธีตา ตสฺสา นิวาสนโจฬกฺขณฺฑํ ทิสฺวา ‘‘เอวรูปาย วตฺถธารินิยา นาม สทฺธึ สํวาสํ นาลตฺถ’’นฺติ หทยํ ผาเลตฺวา กาลกโต โส เอว จ ทหโร นิทสฺสนํ.

ปเรหิ ปน กถิยมานํ รูปาทิสมฺปตฺตึ อตฺตนา วา หสิตลปิตคีตสทฺทํ สุตฺวา โสตวิญฺญาณวีถิวเสน อุปฺปนฺโน ราโค สวนสํสคฺโค นาม. ตตฺราปิ คิริคามวาสีกมฺมารธีตาย ปญฺจหิ กุมารีหิ สทฺธึ ปทุมสฺสรํ คนฺตฺวา นฺหายิตฺวา มาลํ สีเส อาโรเปตฺวา อุจฺจาสทฺเทน คายนฺติยา อากาเสน คจฺฉนฺโต สทฺทํ สุตฺวา กามราเคน ฌานา ปริหายิตฺวา อนยพฺยสนํ ปตฺโต ปญฺจคฺคฬเลณวาสี ติสฺสทหโร นิทสฺสนํ.

อญฺญมญฺญํ องฺคปรามสเนน อุปฺปนฺนราโค กายสํสคฺโค นาม. ธมฺมคายนทหรภิกฺขุ เจตฺถ นิทสฺสนํ. มหาวิหาเร กิร ทหรภิกฺขุ ธมฺมํ ภาสติ, ตตฺถ มหาชเน อาคเต ราชาปิ อคมาสิ สทฺธึ อนฺเตปุเรน. ตโต ราชธีตาย ตสฺส รูปญฺจ สทฺทญฺจ อาคมฺม พลวราโค อุปฺปนฺโน ตสฺส จ ทหรสฺสาปิ. ตํ ทิสฺวา ราชา สลฺลกฺเขตฺวา สาณิปากาเรน ปริกฺขิปาเปสิ, เต อญฺญมญฺญํ ปรามสิตฺวา อาลิงฺคิสุ. ปุน สาณิปาการํ อปเนตฺวา ปสฺสนฺตา เทฺวปิ กาลกเตเยว อทฺทสํสูติ.

อญฺญมญฺญํ อาลปนสมุลฺลปเน อุปฺปนฺนราโค ปน สมุลฺลปนสํสคฺโค นาม. ภิกฺขุภิกฺขุนีหิ สทฺธึ ปริโภคกรเณ อุปฺปนฺนราโค สมฺโภคสํสคฺโค นาม. ทฺวีสุปิ จ เอเตสุ มริจวฏฺฏิวิหาเร ภิกฺขุ จ ภิกฺขุนี จ นิทสฺสนํ. มริจวฏฺฏิมหาวิหารมเห กิร ทุฏฺฐคามณิ อภยมหาราชา มหาทานํ ปฏิยาเทตฺวา อุภโตสงฺฆํ ปริวิสติ. ตตฺถ อุณฺหยาคุยา ทินฺนาย สงฺฆนวกสามเณรี อนาธารกสฺส สตฺตวสฺสิกสงฺฆนวกสามเณรสฺส ทนฺตวลยํ ทตฺวา สมุลฺลาปํ อกาสิ, เต อุโภปิ อุปสมฺปชฺชิตฺวา สฏฺฐิวสฺสา หุตฺวา ปรตีรํ คตา อญฺญมญฺญํ สมุลฺลาเปน ปุพฺพสญฺญํ ปฏิลภิตฺวา ตาวเทว ชาตสิเนหา สิกฺขาปทานิ วีติกฺกมิตฺวา ปาราชิกา อเหสุนฺติ.

เอวํ ปญฺจวิเธ สํสคฺเค เยน เกนจิ สํสคฺเคน ชาตสํสคฺคสฺส ภวนฺติ เสฺนหา, ปุริมราคปจฺจยา พลวราโค อุปฺปชฺชติ. ตโต เสฺนหนฺวยํ ทุกฺขมิทํ ปโหตีติ ตเมว เสฺนหํ อนุคจฺฉนฺตํ สนฺทิฏฺฐิกสมฺปรายิกโสกปริเทวาทินานปฺปการกํ ทุกฺขมิทํ ปโหติ นิพฺพตฺตติ ภวติ ชายติ. อปเร ปน ‘‘อารมฺมเณ จิตฺตโวสคฺโค สํสคฺโค’’ติ ภณนฺติ. ตโต เสฺนโห เสฺนหทุกฺขนฺติ.

เอวมตฺถปฺปเภทํ อิมํ อฑฺฒคาถํ วตฺวา โส ปจฺเจกพุทฺโธ อาห – ‘‘สฺวาหํ ยมิทํ เสฺนหนฺวยํ โสกาทิทุกฺขํ ปโหติ, ตสฺส ทุกฺขสฺส มูลํ ขนนฺโต ปจฺเจกสมฺโพธึ อธิคโต’’ติ. เอวํ วุตฺเต เต อมจฺจา อาหํสุ – ‘‘อเมฺหหิ ทานิ, ภนฺเต, กึ กตฺตพฺพ’’นฺติ? ตโต โส อาห – ‘‘ตุเมฺห วา อญฺเญ วา โย อิมมฺหา ทุกฺขา มุจฺจิตุกาโม, โส สพฺโพปิ อาทีนวํ เสฺนหชํ เปกฺขมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโปติ. เอตฺถ จ ยํ ตํ ‘‘เสฺนหนฺวยํ ทุกฺขมิทํ ปโหตี’’ติ วุตฺตํ, ตเทว สนฺธาย ‘‘อาทีนวํ เสฺนหชํ เปกฺขมาโน’’ติ อิทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อถ วา ยถาวุตฺเตน สํสคฺเคน สํสคฺคชาตสฺส ภวนฺติ เสฺนหา, เสฺนหนฺวยํ ทุกฺขมิทํ ปโหติ, เอวํ ยถาภูตํ อาทีนวํ เสฺนหชํ เปกฺขมาโน อหํ อธิคโตติ เอวมฺปิ อภิสมฺพนฺธิตฺวา จตุตฺถปาโท ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว อุทานวเสน วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. ตโต ปรํ สพฺพํ ปุริมคาถาย วุตฺตสทิสเมวาติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๖).

นิทฺเทเส อนุปฺปาเทตีติ รูปสฺมึ อนุพฺยญฺชนํ ทิสฺวา อลฺลียติ. อนุพนฺธตีติ รูปสฺมึ เสฺนหวเสน พนฺธติ. ภวนฺตีติ โหนฺติ. ชายนฺตีติ อุปฺปชฺชนฺติ. นิพฺพตฺตนฺตีติ วตฺตนฺติ. ปาตุภวนฺตีติ ปากฏา โหนฺติ. สมฺภวนฺติ สญฺชายนฺติ อภินิพฺพตฺตนฺตีติ ตีณิ อุปสคฺเคน วฑฺฒิตานิ. อิโต ปรํ อฏฺฐกวคฺเค (มหานิ. ๑ อาทโย) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

ทุติยคาถานิทฺเทสวณฺณนา.

๑๒๓. ตติเย เมตฺตายนวเสน มิตฺตา. สุหทภาเวน สุหชฺชา. เกจิ หิ เอกนฺตหิตกามตาย มิตฺตาว โหนฺติ, น สุหชฺชา. เกจิ คมนาคมนฏฺฐานนิสชฺชาสมุลฺลาปาทีสุ หทยสุขชนเนน สุหชฺชาว โหนฺติ, น มิตฺตา. เกจิ ตทุภยวเสน สุหชฺชา เจว มิตฺตา จ. เต ทุวิธา โหนฺติ อคาริยา จ อนคาริยา จ. ตตฺถ อคาริยา ติวิธา โหนฺติ อุปการา สมานสุขทุกฺขา อนุกมฺปกาติ. อนคาริยา วิเสเสน อตฺถกฺขายิโน. เอวํ เต จตูหิ จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตา โหนฺติ.

ยถาห –

‘‘จตูหิ โข, คหปติปุตฺต, ฐาเนหิ อุปกาโร มิตฺโต สุหโท เวทิตพฺโพ. ปมตฺตํ รกฺขติ, ปมตฺตสฺส สาปเตยฺยํ รกฺขติ, ภีตสฺส สรณํ โหติ, อุปฺปนฺเนสุ กิจฺจกรณีเยสุ ตทฺทิคุณํ โภคํ อนุปฺปเทติ (ที. นิ. ๓.๒๖๑).

ตถา –

‘‘จตูหิ โข, คหปติปุตฺต, ฐาเนหิ สมานสุขทุกฺโข มิตฺโต สุหโท เวทิตพฺโพ. คุยฺหมสฺส อาจิกฺขติ, คุยฺหมสฺส ปริคูหติ, อาปทาสุ น วิชหติ, ชีวิตมฺปิสฺส อตฺถาย ปริจฺจตฺตํ โหติ (ที. นิ. ๓.๒๖๒).

ตถา –

‘‘จตูหิ โข, คหปติปุตฺต, ฐาเนหิ อนุกมฺปโก มิตฺโต สุหโท เวทิตพฺโพ. อภเวนสฺส น นนฺทติ, ภเวนสฺส นนฺทติ, อวณฺณํ ภณมานํ นิวาเรติ, วณฺณํ ภณมานํ ปสํสติ (ที. นิ. ๓.๒๖๔).

ตถา –

‘‘จตูหิ โข, คหปติปุตฺต, ฐาเนหิ อตฺถกฺขายี มิตฺโต สุหโท เวทิตพฺโพ. ปาปา นิวาเรติ, กลฺยาเณ นิเวเสติ, อสฺสุตํ สาเวติ, สคฺคสฺส มคฺคํ อาจิกฺขตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๒๖๓).

เตสุ อิธ อคาริยา อธิปฺเปตา, อตฺถโต ปน สพฺเพปิ ยุชฺชนฺติ. เต มิตฺเต สุหชฺเช. อนุกมฺปมาโนติ อนุทยมาโน, เตสํ สุขํ อุปสํหริตุกาโม ทุกฺขํ อปหริตุกาโม.

หาเปติ อตฺถนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถวเสน ติวิธํ, ตถา อตฺตตฺถปรตฺถอุภยตฺถวเสนาปิ ติวิธํ อตฺถํ ลทฺธวินาสเนน อลทฺธานุปฺปาทเนนาติ ทฺวิธาปิ หาเปติ วินาเสติ. ปฏิพทฺธจิตฺโตติ ‘‘อหํ อิมํ วินา น ชีวามิ, เอโส เม คติ, เอโส เม ปรายณ’’นฺติ เอวํ อตฺตานํ นีเจ ฐาเน ฐเปนฺโตปิ ปฏิพทฺธจิตฺโต โหติ. ‘‘อิเม มํ วินา น ชีวนฺติ, อหํ เตสํ คติ, อหํ เตสํ ปรายณ’’นฺติ เอวํ อตฺตานํ อุจฺเจ ฐาเน ฐเปนฺโตปิ ปฏิพทฺธจิตฺโต โหติ. อิธ ปน เอวํ ปฏิพทฺธจิตฺโต อธิปฺเปโต.

เอตํ ภยนฺติ เอตํ อตฺถหาปนภยํ, อตฺตโน สมาปตฺติหานึ สนฺธาย ภณติ. สนฺถเวติ ติวิโธ สนฺถโว ตณฺหาทิฏฺฐิมิตฺตสนฺถววเสน. ตตฺถ อฏฺฐสตปฺปเภทาปิ ตณฺหา ตณฺหาสนฺถโว, ทฺวาสฏฺฐิปฺปเภทาปิ ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิสนฺถโว, ปฏิพทฺธจิตฺตตาย มิตฺตานุกมฺปนา มิตฺตสนฺถโว. โส อิธ อธิปฺเปโต. เตน หิสฺส สมาปตฺติ ปริหีนา. เตนาห – ‘‘เอตํ ภยํ สนฺถเว เปกฺขมาโน’’ติ. เสสํ ปุพฺพสทิสเมวาติ เวทิตพฺพํ. นิทฺเทเส วตฺตพฺพํ นตฺถิ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๗; อป. อฏฺฐ. ๑.๑.๙๓-๙๔).

ตติยคาถานิทฺเทสวณฺณนา.

๑๒๔. จตุตฺเถ วํโสติ เวฬุ. วิสาโลติ วิตฺถิณฺโณ. ว-กาโร อวธารณตฺโถ, เอวกาโร วา อยํ. สนฺธิวเสเนตฺถ เอ-กาโร นฏฺโฐ. ตสฺส ปรปเทน สมฺพนฺโธ, ตํ ปจฺฉา โยเชสฺสาม. ยถาติ ปฏิภาเค. วิสตฺโตติ ลคฺโค ชฏิโต สํสิพฺพิโต. ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จาติ ปุตฺตธีตุภริยาสุ. ยา อเปกฺขาติ ยา ตณฺหา โย เสฺนโห. วํสกฺกฬีโรว อสชฺชมาโนติ วํสกฬีโร วิย อลคฺคมาโน. กึ วุตฺตํ โหติ? ยถา วํโส วิสาโล วิสตฺโต เอว โหติ, ปุตฺเตสุ จ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา, สาปิ เอวํ ตานิ วตฺถูนิ สํสิพฺพิตฺวา ฐิตตฺตา วิสตฺตา เอว. สฺวาหํ ตาย อเปกฺขาย อเปกฺขวา วิสาโล วํโส วิย วิสตฺโตติ เอวํ อเปกฺขาย อาทีนวํ ทิสฺวา ตํ อเปกฺขํ มคฺคญาเณน ฉินฺทนฺโต อยํ วํสกฬีโรว รูปาทีสุ วา ทิฏฺฐาทีสุ วา ลาภาทีสุ วา กามภวาทีสุ วา ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน อสชฺชมาโน ปจฺเจกสมฺโพธึ อธิคโตติ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ. อิมายปิ นิทฺเทเส อติเรกํ นตฺถิ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๘).

จตุตฺถคาถานิทฺเทสวณฺณนา.

๑๒๕. ปญฺจเม มิโคติ สพฺเพสํ อารญฺญิกจตุปฺปทานํ เอว เอตํ อธิวจนํ. อิธ ปน ปสทมิโค อธิปฺเปโต. อรญฺญมฺหีติ คามญฺจ คามูปจารญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสํ อรญฺญํ, อิธ ปน อุยฺยานํ อธิปฺเปตํ, ตสฺมา ‘‘อุยฺยานมฺหี’’ติ วุตฺตํ โหติ. ยถาติ ปฏิภาเค. อพทฺโธติ รชฺชุพนฺธนาทีสุ เยน เกนจิ อพทฺโธ. เอเตน วิสฺสฏฺฐจริยํ ทีเปติ. เยนิจฺฉกํ คจฺฉติ โคจรายาติ เยน ทิสาภาเคน คนฺตุํ อิจฺฉติ, เตน โคจรตฺถํ คจฺฉติ. ตสฺมา ตตฺถ ยตฺตกํ อิจฺฉติ คนฺตุํ, ตตฺตกํ คจฺฉติ. ยํ อิจฺฉติ ขาทิตุํ, ตํ ขาทตีติ ทีเปติ. วิญฺญู นโรติ ปณฺฑิตปุริโส. เสริตนฺติ สจฺฉนฺทวุตฺติตํ อปรายตฺตภาวํ. เปกฺขมาโนติ ปญฺญาจกฺขุนา โอโลกยมาโน. อถ วา ธมฺมเสริตํ ปุคฺคลเสริตญฺจ. โลกุตฺตรธมฺมา หิ กิเลสวสํ อคมนโต เสริโน เตหิ สมนฺนาคตา ปุคฺคลา จ, เตสํ ภาวนิทฺเทโส เสริตํ เปกฺขมาโนติ. กึ วุตฺตํ โหติ? มิโค อรญฺญมฺหิ ยถา อพทฺโธ, เยนิจฺฉกํ คจฺฉติ โคจราย. กทา นุ โข อหมฺปิ ตณฺหาพนฺธนํ ฉินฺทิตฺวา เอวํ คจฺเฉยฺยนฺติ อิติ เม ตุเมฺหหิ อิโต จิโต จ ปริวาเรตฺวา ฐิเตหิ พทฺธสฺส เยนิจฺฉกํ คนฺตุํ อลภนฺตสฺส ตสฺมึ เยนิจฺฉกคมนาภาเว อาทีนวํ เยนิจฺฉกคมเน อานิสํสํ ทิสฺวา อนุกฺกเมน สมถวิปสฺสนาปาริปูรึ อคมึ. ตโต ปจฺเจกโพธึ อธิคโตมฺหิ. ตสฺมา อญฺโญปิ วิญฺญู นโร เสริตํ เปกฺขมาโน, เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโปติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๙ อาทโย).

ปญฺจมคาถานิทฺเทสวณฺณนา.

๑๒๖. ฉฏฺเฐ อยํ ปิณฺฑตฺโถ – สหายมชฺเฌ ฐิตสฺส ทิวาเสยฺยสงฺขาเต วาเส จ มหาอุปฏฺฐานสงฺขาเต ฐาเน จ อุยฺยานคมนสงฺขาเต คมเน จ ชนปทจาริกสงฺขาตาย จาริกาย จ ‘‘อิทํ เม สุณ, อิทํ เม เทหี’’ติอาทินา นเยน ตถา ตถา อามนฺตนา โหติ, ตสฺมา อหํ ตตฺถ ตตฺถ นิพฺพิชฺชิตฺวา ยายํ อริยชนเสวิตา อเนกานิสํสา เอกนฺตสุขา, เอวํ สนฺเตปิ โลภาภิภูเตหิ สพฺพกาปุริเสหิ อนภิชฺฌิตา อปตฺถิตา ปพฺพชฺชา, ตํ อนภิชฺฌิตํ ปเรสํ อวสวตฺตเนน ภพฺพปุคฺคลวเสเนว จ เสริตํ เปกฺขมาโน วิปสฺสนํ อารภิตฺวา อนุกฺกเมน ปจฺเจกสมฺโพธึ อธิคโตติ. เสสํ วุตฺตนยเมว (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๙-๔๒).

ฉฏฺฐคาถานิทฺเทสวณฺณนา.

๑๒๗. สตฺตเม ขิฑฺฑาติ กีฬนา. สา ทุวิธา โหติ กายิกา จ วาจสิกา จ. ตตฺถ กายิกา นาม หตฺถีหิปิ กีฬนฺติ, อสฺเสหิปิ รเถหิปิ ธนูหิปิ ถรูหิปีติ เอวมาทิ. วาจสิกา นาม คีตํ สิโลกภณนํ มุขเภริกนฺติ เอวมาทิ. รตีติ ปญฺจกามคุณรติ. วิปุลนฺติ ยาว อฏฺฐิมิญฺชํ อาหจฺจ ฐาเนน สกลตฺตภาวพฺยาปกํ. เสสํ ปากฏเมว. อนุสนฺธิโยชนาปิ เจตฺถ สํสคฺคคาถาย วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๑).

สตฺตมคาถานิทฺเทสวณฺณนา.

๑๒๘. อฏฺฐเม จาตุทฺทิโสติ จตูสุ ทิสาสุ ยถาสุขวิหารี, ‘‘เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๕๕๖; ๓.๓๐๘; อ. นิ. ๔.๑๒๕; วิภ. ๖๔๓; จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๘) วา นเยน พฺรหฺมวิหารภาวนาผริตา จตสฺโส ทิสา อสฺส สนฺตีติปิ จาตุทฺทิโส. ตาสุ ทิสาสุ กตฺถจิ สตฺเต วา สงฺขาเร วา ภเยน น ปฏิหญฺญตีติ อปฺปฏิโฆ. สนฺตุสฺสมาโนติ ทฺวาทสวิธสฺส สนฺโตสสฺส วเสน สนฺตุสฺสโก. อิตรีตเรนาติ อุจฺจาวเจน ปจฺจเยน. ปริสฺสยานํ สหิตา อฉมฺภีติ เอตฺถ ปริสฺสยนฺติ กายจิตฺตานิ, ปริหาเปนฺติ วา เตสํ สมฺปตฺตึ, ตานิ วา ปฏิจฺจ สยนฺตีติ ปริสฺสยา, พาหิรานํ สีหพฺยคฺฆาทีนํ อพฺภนฺตรานญฺจ กามจฺฉนฺทาทีนํ กายจิตฺตุปทฺทวานํ เอตํ อธิวจนํ. เต ปริสฺสเย อธิวาสนขนฺติยา จ วีริยาทีหิ จ ธมฺเมหิ สหตีติ ปริสฺสยานํ สหิตา. ถทฺธภาวกรภยาภาเวน อฉมฺภี. กึ วุตฺตํ โหติ? ยถา เต จตฺตาโร สมณา, เอวํ อิตรีตเรน ปจฺจเยน สนฺตุสฺสมาโน เอตฺถ ปฏิปตฺติปทฏฺฐาเน สนฺโตเส ฐิโต จตูสุ ทิสาสุ เมตฺตาทิภาวนาย จาตุทฺทิโส, สตฺตสงฺขาเรสุ ปฏิหนนกรภยาภาเวน อปฺปฏิโฆ จ โหติ. โส จาตุทฺทิสตฺตา วุตฺตปฺปการานํ ปริสฺสยานํ สหิตา, อปฺปฏิฆตฺตา อฉมฺภี จ โหตีติ เอตํ ปฏิปตฺติคุณํ ทิสฺวา โยนิโส ปฏิปชฺชิตฺวา ปจฺเจกสมฺโพธึ อธิคโตมฺหีติ.

อถ วา เต สมณา วิย สนฺตุสฺสมาโน อิตรีตเรน วุตฺตนเยเนว จาตุทฺทิโส โหตีติ ญตฺวา เอวํ จาตุทฺทิสภาวํ ปตฺถยนฺโต โยนิโส ปฏิปชฺชิตฺวา อธิคโตมฺหิ. ตสฺมา อญฺโญปิ อีทิสํ ฐานํ ปตฺถยมาโน จาตุทฺทิสตาย ปริสฺสยานํ สหิตา อปฺปฏิฆตาย จ อฉมฺภี หุตฺวา เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโปติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๒).

นิทฺเทเส เมตฺตาติ อตฺถโต ตาว มิชฺชตีติ เมตฺตา, สิเนหตีติ อตฺโถ. มิตฺเต วา ภวา, มิตฺตสฺส วา เอสา ปวตฺตีติปิ เมตฺตา. เมตฺตาสหคเตนาติ เมตฺตาย สมนฺนาคเตน. เจตสาติ จิตฺเตน. เอกํ ทิสนฺติ เอกิสฺสา ทิสาย ปฐมปริคฺคหิตํ สตฺตํ อุปาทาย เอกํ ทิสํ ปริยาปนฺนสตฺตผรณวเสน วุตฺตํ. ผริตฺวาติ ผุสิตฺวา อารมฺมณํ กตฺวา. วิหรตีติ พฺรหฺมวิหาราธิฏฺฐิตํ อิริยาปถวิหารํ ปวตฺเตติ. ตถา ทุติยนฺติ ยถา ปุรตฺถิมาทีสุ ทิสาสุ ยํ กิญฺจิ เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตเถว ตทนนฺตรํ ทุติยํ ตติยํ จตุตฺถญฺจาติ อตฺโถ.

อิติ อุทฺธนฺติ เอเตเนว จ นเยน อุปริมํ ทิสนฺติ วุตฺตํ โหติ. อโธ ติริยนฺติ อโธทิสมฺปิ ติริยํ ทิสมฺปิ เอวเมว. ตตฺถ จ อโธติ เหฏฺฐา. ติริยนฺติ อนุทิสา. เอวํ สพฺพทิสาสุ อสฺสมณฺฑเล อสฺสมิว เมตฺตาสหคตํ จิตฺตํ สาเรติปิ ปจฺจาสาเรติปีติ. เอตฺตาวตา เอกเมกํ ทิสํ ปริคฺคเหตฺวา โอธิโส เมตฺตาผรณํ ทสฺสิตํ. สพฺพธีติอาทิ ปน อโนธิโส ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตตฺถ สพฺพธีติ สพฺพตฺถ. สพฺพตฺตตายาติ สพฺเพสุ หีนมชฺฌิมอุกฺกฏฺฐมิตฺตสปตฺตมชฺฌตฺตานิปฺปเภเทสุ อตฺตตาย, ‘‘อยํ ปรสตฺโต’’ติ วิภาคํ อกตฺวา อตฺตสมตายาติ วุตฺตํ โหติ.

อถ วา สพฺพตฺตตายาติ สพฺเพน จิตฺตภาเวน, อีสกมฺปิ พหิ อวิกฺขิปมาโนติ วุตฺตํ โหติ. สพฺพาวนฺตนฺติ สพฺพสตฺตวนฺตํ, สพฺพสตฺตยุตฺตนฺติ อตฺโถ. โลกนฺติ สตฺตโลกํ. วิปุเลนาติ เอวมาทิปริยายทสฺสนโต ปเนตฺถ ปุน ‘‘เมตฺตาสหคเตนา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา วา เอตฺถ โอธิโส ผรเณ วิย ปุน ตถา-สทฺโท อิติ-สทฺโท วา น วุตฺโต, ตสฺมา ปุน ‘‘เมตฺตาสหคเตน เจตสา’’ติ วุตฺตํ. นิคมนวเสน วา เอตํ วุตฺตํ. วิปุเลนาติ เอตฺถ จ ผรณวเสน วิปุลตา ทฏฺฐพฺพา. ภูมิวเสน ปน ตํ มหคฺคตํ. ปคุณวเสน อปฺปมาณสตฺตารมฺมณวเสน จ อปฺปมาณํ. พฺยาปาทปจฺจตฺถิกปฺปหาเนน อเวรํ. โทมนสฺสปฺปหาเนน อพฺยาปชฺชํ. นิทฺทุกฺขนฺติ วุตฺตํ โหติ (วิสุทฺธิ. ๑.๒๕๔). กรุณา เหฏฺฐา วุตฺตตฺถาเยว. โมทนฺติ ตาย ตํสมงฺคิโน, สยํ วา โมทติ, โมทนมตฺตเมว วา สาติ มุทิตา. ‘‘อเวรา โหนฺตู’’ติอาทิพฺยาปาทปฺปหาเนน มชฺฌตฺตภาวูปคมเนน จ อุเปกฺขตีติ อุเปกฺขา.

ลกฺขณาทิโต ปเนตฺถ หิตาการปฺปวตฺติลกฺขณา เมตฺตา, หิตูปสํหารรสา, อาฆาตวินยปจฺจุปฏฺฐานา, สตฺตานํ มนาปภาวทสฺสนปทฏฺฐานา. พฺยาปาทูปสโม เอติสฺสา สมฺปตฺติ, สิเนหสมฺภโว วิปตฺติ. ทุกฺขาปนยนาการปฺปวตฺติลกฺขณา กรุณา, ปรทุกฺขาสหนรสา, อวิหึสาปจฺจุปฏฺฐานา, ทุกฺขาภิภูตานํ อนาถภาวทสฺสนปทฏฺฐานา. วิหึสูปสโม ตสฺสา สมฺปตฺติ, โสกสมฺภโว วิปตฺติ. ปโมทลกฺขณา มุทิตา, อนิสฺสายนรสา, อรติวิฆาตปจฺจุปฏฺฐานา, สตฺตานํ สมฺปตฺติทสฺสนปทฏฺฐานา. อรติวูปสโม ตสฺสา สมฺปตฺติ, ปหานสมฺภโว วิปตฺติ. สตฺเตสุ มชฺฌตฺตาการปฺปวตฺติลกฺขณา อุเปกฺขา, สตฺเตสุ สมภาวทสฺสนรสา, ปฏิฆานุนยวูปสมปจฺจุปฏฺฐานา, ‘‘กมฺมสฺสกา สตฺตา, เต กสฺส รุจิยา สุขิตา วา ภวิสฺสนฺติ, ทุกฺขโต วา มุจฺจิสฺสนฺติ, ปตฺตสมฺปตฺติโต วา น ปริหายิสฺสนฺตี’’ติ เอวํ ปวตฺตกมฺมสฺสกตาทสฺสนปทฏฺฐานา. ปฏิฆานุนยวูปสโม ตสฺสา สมฺปตฺติ, เคหสฺสิตาย อญฺญาณุเปกฺขาย สมฺภโว วิปตฺติ.

ตตฺถ สนฺตุฏฺโฐ โหตีติ ปจฺจยสนฺโตสวเสน สนฺตุฏฺโฐ โหติ. อิตรีตเรน จีวเรนาติ น ถูลสุขุมลูขปณีตถิรชิณฺณานํ เยน เกนจิ จีวเรน, อถ โข ยถาลทฺธานํ อิตรีตเรน เยน เกนจิ สนฺตุฏฺโฐ โหตีติ อตฺโถ. จีวรสฺมิญฺหิ ตโย สนฺโตสา – ยถาลาภสนฺโตโส, ยถาพลสนฺโตโส, ยถาสารุปฺปสนฺโตโสติ. ปิณฺฑปาตาทีสุปิ เอเสว นโย. อิติ อิเม ตโย สนฺโตเส สนฺธาย ‘‘สนฺตุฏฺโฐ โหติ อิตรีตเรน จีวเรน. ยถาลทฺธาทีสุ เยน เกนจิ จีวเรน สนฺตุฏฺโฐ โหตี’’ติ วุตฺตํ.

เอตฺถ จ จีวรํ ชานิตพฺพํ, จีวรเขตฺตํ ชานิตพฺพํ, ปํสุกูลํ ชานิตพฺพํ, จีวรสนฺโตโส ชานิตพฺโพ, จีวรปฏิสํยุตฺตานิ ธุตงฺคานิ ชานิตพฺพานิ. ตตฺถ จีวรํ ชานิตพฺพนฺติ โขมาทีนิ ฉ จีวรานิ ทุกูลาทีนิ ฉ อนุโลมจีวรานิปิ ชานิตพฺพานิ. อิมานิ ทฺวาทส กปฺปิยจีวรานิ. กุสจีรํ วากจีรํ ผลกจีรํ เกสกมฺพลํ วาฬกมฺพลํ โปตฺถโก จมฺมํ อุลูกปกฺขํ รุกฺขทุสฺสํ ลตาทุสฺสํ เอรกทุสฺสํ กทลิทุสฺสํ เวฬุทุสฺสนฺติ เอวมาทีนิ ปน อกปฺปิยจีวรานิ.

จีวรเขตฺตนฺติ ‘‘สงฺฆโต วา คณโต วา ญาติโต วา มิตฺตโต วา อตฺตโน วา ธเนน ปํสุกูลํ วา’’ติ เอวํ อุปฺปชฺชนโต ฉ เขตฺตานิ, อฏฺฐนฺนญฺจ มาติกานํ วเสน อฏฺฐ เขตฺตานิ ชานิตพฺพานิ.

ปํสุกูลนฺติ โสสานิกํ ปาปณิกํ รถิยํ สงฺการกูฏํ โสตฺถิยํ สินานํ ติตฺถํ คตปจฺจาคตํ อคฺคิฑฑฺฒํ โคขายิตํ อุปจิกาขายิตํ อุนฺทูรขายิตํ อนฺตจฺฉินฺนํ ทสจฺฉินฺนํ ธชาหฏํ ถูปํ สมณจีวรํ สามุทฺทิยํ อาภิเสกิยํ ปนฺถิกํ วาตาหฏํ อิทฺธิมยํ เทวทตฺติยนฺติ เตวีสติ ปํสุกูลานิ เวทิตพฺพานิ. เอตฺถ จ โสตฺถิยนฺติ คพฺภมลหรณํ. คตปจฺจาคตนฺติ มตกสรีรํ ปารุปิตฺวา สุสานํ เนตฺวา อานีตจีวรํ. ธชาหฏนฺติ ธชํ อุสฺสาเปตฺวา ตโต อานีตํ. ถูปนฺติ วมฺมิเก ปูชิตจีวรํ. สามุทฺทิยนฺติ สมุทฺทวีจีหิ ถลํ ปาปิตํ. ปนฺถิกนฺติ ปนฺถํ คจฺฉนฺเตหิ โจรภเยน ปาสาเณหิ โกฏฺเฏตฺวา ปารุตจีวรํ. อิทฺธิมยนฺติ เอหิภิกฺขุจีวรํ. เสสํ ปากฏเมว.

จีวรสนฺโตโสติ วีสติ จีวรสนฺโตสา – จีวเร วิตกฺกสนฺโตโส คมนสนฺโตโส ปริเยสนสนฺโตโส ปฏิลาภสนฺโตโส มตฺตปฏิคฺคหณสนฺโตโส โลลุปฺปวิวชฺชนสนฺโตโส ยถาลาภสนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส ยถาสารุปฺปสนฺโตโส อุทกสนฺโตโส โธวนสนฺโตโส กรณสนฺโตโส ปริมาณสนฺโตโส สุตฺตสนฺโตโส สิพฺพนสนฺโตโส รชนสนฺโตโส กปฺปสนฺโตโส ปริโภคสนฺโตโส สนฺนิธิปริวชฺชนสนฺโตโส วิสฺสชฺชนสนฺโตโสติ. ตตฺถ สาทกภิกฺขุโน เตมาสํ นิพทฺธวาสํ วสิตฺวา เอกมาสมตฺตํ วิตกฺกิตุํ วฏฺฏติ. โส หิ ปวาเรตฺวา จีวรมาเส จีวรํ กโรติ. ปํสุกูลิโก อทฺธมาเสเนว กโรติ. อิทํ มาสทฺธมาสมตฺตํ วิตกฺกนํ วิตกฺกสนฺโตโส. จีวรตฺถาย คจฺฉนฺตสฺส ปน ‘‘กตฺถ ลภิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา กมฺมฏฺฐานสีเสเนว คมนํ คมนสนฺโตโส นาม. ปริเยสนฺตสฺส ปน เยน วา เตน วา สทฺธึ อปริเยสิตฺวา ลชฺชึ เปสลภิกฺขุํ คเหตฺวา ปริเยสนํ ปริเยสนสนฺโตโส นาม. เอวํ ปริเยสนฺตสฺส อาหริยมานํ จีวรํ ทูรโตว ทิสฺวา ‘‘เอตํ มนาปํ ภวิสฺสติ, เอตํ อมนาป’’นฺติ เอวํ อวิตกฺเกตฺวา ถูลสุขุมาทีสุ ยถาลทฺเธเนว สนฺตุสฺสนํ ปฏิลาภสนฺโตโส นาม. เอวํ ลทฺธํ คณฺหนฺตสฺสาปิ ‘‘เอตฺตกํ ทุปฏฺฏสฺส ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ เอกปฏฺฏสฺสา’’ติ อตฺตโน ปโหนกมตฺเตเนว สนฺตุสฺสนํ มตฺตปฏิคฺคหณสนฺโตโส นาม. จีวรํ ปริเยสนฺตสฺส ปน ‘‘อสุกสฺส ฆรทฺวาเร มนาปํ ลภิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา ทฺวารปฏิปาฏิยา จรณํ โลลุปฺปวิวชฺชนสนฺโตโส นาม.

ลูขปณีเตสุ เยน เกนจิ ยาเปตุํ สกฺโกนฺตสฺส ยถาลทฺเธเนว ยาปนํ ยถาลาภสนฺโตโส นาม. อตฺตโน ถามํ ชานิตฺวา เยน ยาเปตุํ สกฺโกติ, เตน ยาปนํ ยถาพลสนฺโตโส นาม. มนาปํ อญฺญสฺส ทตฺวา อตฺตนา เยน เกนจิ ยาปนํ ยถาสารุปฺปสนฺโตโส นาม. ‘‘กตฺถ อุทกํ มนาปํ, กตฺถ อมนาป’’นฺติ อวิจาเรตฺวา เยน เกนจิ โธวนุปเคน อุทเกน โธวนํ อุทกสนฺโตโส นาม. ตถา ปณฺฑุมตฺติกเครุกปูติปณฺณรสกิลิฏฺฐานิ ปน อุทกานิ วชฺเชตุํ วฏฺฏติ. โธวนฺตสฺส ปน มุคฺคราทีหิ อปหริตฺวา หตฺเถหิ มทฺทิตฺวา โธวนํ โธวนสนฺโตโส นาม. ตถา อสุชฺฌนฺตํ ปณฺณานิ ปกฺขิปิตฺวา ตาปิตอุทเกนาปิ โธวิตุํ วฏฺฏติ. เอวํ โธวิตฺวา กโรนฺตสฺส ‘‘อิทํ ถูลํ, อิทํ สุขุม’’นฺติ อโกเปตฺวา ปโหนกนีหาเรเนว กรณํ กรณสนฺโตโส นาม. ติมณฺฑลปฏิจฺฉาทนมตฺตสฺเสว กรณํ ปริมาณสนฺโตโส นาม. จีวรกรณตฺถาย ปน ‘‘มนาปํ สุตฺตํ ปริเยสิสฺสามี’’ติ อวิจาเรตฺวา รถิกาทีสุ วา เทวฏฺฐาเน วา อาหริตฺวา ปาทมูเล วา ฐปิตํ ยํ กิญฺจิเทว สุตฺตํ คเหตฺวา กรณํ สุตฺตสนฺโตโส นาม.

กุสิพนฺธนกาเล ปน องฺคุลิมตฺเต สตฺตวาเร น วิชฺฌิตพฺพํ. เอวํ กโรนฺตสฺส หิ โย ภิกฺขุ สหาโย น โหติ, ตสฺส วตฺตเภโทปิ นตฺถิ. ติวงฺคุลมตฺเต ปน สตฺตวาเร วิชฺฌิตพฺพํ. เอวํ กโรนฺตสฺส มคฺคปฏิปนฺเนนาปิ สหาเยน ภวิตพฺพํ. โย น โหติ, ตสฺส วตฺตเภโท. อยํ สิพฺพนสนฺโตโส นาม. รชนฺเตน ปน กาฬกจฺฉกาทีนิ ปริเยสนฺเตน น รชิตพฺพํ, โสมวกฺกลาทีสุ ยํ ลภติ, เตน รชิตพฺพํ. อลภนฺเตน ปน มนุสฺเสหิ อรญฺเญ วากํ คเหตฺวา ฉฑฺฑิตรชนํ วา ภิกฺขูหิ ปจิตฺวา ฉฑฺฑิตกสฏํ วา คเหตฺวา รชิตพฺพํ. อยํ รชนสนฺโตโส นาม. นีลกทฺทมกาฬสาเมสุ ยํ กิญฺจิ คเหตฺวา หตฺถิปิฏฺเฐ นิสินฺนสฺส ปญฺญายมานกปฺปกรณํ กปฺปสนฺโตโส นาม.

หิริโกปีนปฏิจฺฉาทนมตฺตวเสน ปริภุญฺชนํ ปริโภคสนฺโตโส นาม. ทุสฺสํ ปน ลภิตฺวา สุตฺตํ วา สูจึ วา การกํ วา อลภนฺเตน ฐเปตุํ วฏฺฏติ, ลภนฺเตน น วฏฺฏติ. กตมฺปิ เจ อนฺเตวาสิกาทีนํ ทาตุกาโม โหติ, เต จ อสนฺนิหิตา, ยาว อาคมนา ฐเปตุํ วฏฺฏติ, อาคตมตฺเตสุ เตสุ ทาตพฺพํ. ทาตุํ อสกฺโกนฺเตน อธิฏฺฐาตพฺพํ. อญฺญสฺมึ จีวเร สติ ปจฺจตฺถรณมฺปิ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏติ. อนธิฏฺฐิตเมว หิ สนฺนิธิ โหติ. อธิฏฺฐิตํ น โหตีติ มหาสีวตฺเถโร อาห. อยํ สนฺนิธิปริวชฺชนสนฺโตโส นาม. วิสฺสชฺเชนฺเตน ปน มุขํ โอโลเกตฺวา น ทาตพฺพํ, สารณียธมฺเม ฐตฺวาว วิสฺสชฺเชตพฺพนฺติ อยํ วิสฺสชฺชนสนฺโตโส นาม.

จีวรปฏิสํยุตฺตานิ ธุตงฺคานิ นาม ปํสุกูลิกงฺคญฺเจว เตจีวริกงฺคญฺจ. อิติ จีวรสนฺโตสมหาอริยวํสํ ปูรยมาโน ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ อิมานิ เทฺว ธุตงฺคานิ โคเปติ, อิมานิ โคเปนฺโต จีวรสนฺโตสมหาอริยวํสวเสน สนฺตุฏฺโฐ โหติ.

วณฺณวาทีติ เอโก สนฺตุฏฺโฐ โหติ, สนฺโตสสฺส วณฺณํ น กเถติ. เอโก น สนฺตุฏฺโฐ โหติ, สนฺโตสสฺส วณฺณํ กเถติ. เอโก เนว สนฺตุฏฺโฐ โหติ, น สนฺโตสสฺส วณฺณํ กเถติ. เอโก สนฺตุฏฺโฐ จ โหติ, สนฺโตสสฺส จ วณฺณํ กเถติ. ตถารูโป โส ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิตรีตรจีวรสนฺตุฏฺฐิยา จ วณฺณวาที’’ติ วุตฺตํ.

อเนสนนฺติ ทูเตยฺยปหิณคมนานุโยคปฺปเภทํ นานปฺปการํ อเนสนํ. อปฺปติรูปนฺติ อยุตฺตํ. อลทฺธา จาติ อลภิตฺวา. ยถา เอกจฺโจ ‘‘กถํ นุ โข จีวรํ ลภิสฺสามี’’ติ ปุญฺญวนฺเตหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ เอกโต หุตฺวา โกหญฺญํ กโรนฺโต อุตฺตสติ ปริตสฺสติ, ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ เอวํ อลทฺธา จ จีวรํ น ปริตสฺสติ. ลทฺธา จาติ ธมฺเมน สเมน ลภิตฺวา. อธิคโตติ วิคตโลภคิทฺโธ. อมุจฺฉิโตติ อธิมตฺตตณฺหาย มุจฺฉนํ อนาปนฺโน. อนชฺฌาปนฺโนติ ตณฺหาย อโนตฺถโฏ อปริโยนทฺโธ. อาทีนวทสฺสาวีติ อเนสนาปตฺติยญฺจ คธิตปริโภเค จ อาทีนวํ ปสฺสมาโน. นิสฺสรณปญฺโญติ ‘‘ยาวเทว สีตสฺส ปฏิฆาตายา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘) วุตฺตํ นิสฺสรณเมว ปชานนฺโต.

อิตรีตรจีวรสนฺตุฏฺฐิยาติ เยน เกนจิ จีวเรน สนฺตุฏฺฐิยา. เนวตฺตานุกฺกํเสตีติ ยถา ปนิเธกจฺโจ ‘‘อหํ ปํสุกูลิโก, มยา อุปสมฺปทมาเฬเยว ปํสุกูลิกงฺคํ คหิตํ, โก มยา สทิโส อตฺถี’’ติ อตฺตุกฺกํสนํ กโรติ. เอวํ โส อตฺตุกฺกํสนํ น กโรติ. น ปรํ วมฺเภตีติ ‘‘อิเม ปนญฺเญ ภิกฺขู น ปํสุกูลิกาติ วา ปํสุกูลิกมตฺตมฺปิ เอเตสํ นตฺถี’’ติ วา เอวํ ปรํ น วมฺเภติ. โย หิ ตตฺถ ทกฺโขติ โย ตสฺมึ จีวรสนฺโตเส วณฺณวาที. ตาสุ วา ทกฺโข เฉโก พฺยตฺโต. อนลโสติ สาตจฺจกิริยาย อาลสิยวิรหิโต. สมฺปชาโน ปติสฺสโตติ สมฺปชานปญฺญาย เจว สติยา จ ยุตฺโต. อริยวํเส ฐิโตติ อริยวํเส ปติฏฺฐิโต.

อิตรีตเรน ปิณฺฑปาเตนาติ เยน เกนจิ ปิณฺฑปาเตน. เอตฺถปิ ปิณฺฑปาโต ชานิตพฺโพ, ปิณฺฑปาตเขตฺตํ ชานิตพฺพํ, ปิณฺฑปาตสนฺโตโส ชานิตพฺโพ, ปิณฺฑปาตปฏิสํยุตฺตํ ธุตงฺคํ ชานิตพฺพํ. ตตฺถ ปิณฺฑปาโตติ โอทโน กุมฺมาโส สตฺตุ มจฺโฉ มํสํ ขีรํ ทธิ สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ ยาคุ ขาทนียํ สายนียํ เลหนียนฺติ โสฬส ปิณฺฑปาตา.

ปิณฺฑปาตเขตฺตนฺติ สงฺฆภตฺตํ อุทฺเทสภตฺตํ นิมนฺตนํ สลากภตฺตํ ปกฺขิกํ อุโปสถิกํ ปาฏิปทิกํ อาคนฺตุกภตฺตํ คมิกภตฺตํ คิลานภตฺตํ คิลานุปฏฺฐากภตฺตํ ธุรภตฺตํ กุฏิภตฺตํ วารภตฺตํ วิหารภตฺตนฺติ ปนฺนรส ปิณฺฑปาตเขตฺตานิ.

ปิณฺฑปาตสนฺโตโสติ ปิณฺฑปาเต วิตกฺกสนฺโตโส คมนสนฺโตโส ปริเยสนสนฺโตโส ปฏิลาภสนฺโตโส ปฏิคฺคหณสนฺโตโส มตฺตปฏิคฺคหณสนฺโตโส โลลุปฺปวิวชฺชนสนฺโตโส ยถาลาภสนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส ยถาสารุปฺปสนฺโตโส อุปการสนฺโตโส ปริมาณสนฺโตโส ปริโภคสนฺโตโส สนฺนิธิปริวชฺชนสนฺโตโส วิสฺสชฺชนสนฺโตโสติ ปนฺนรส สนฺโตสา. ตตฺถ สาทโก ภิกฺขุ มุขํ โธวิตฺวา วิตกฺเกติ. ปิณฺฑปาติเกน ปน คเณน สทฺธึ จรตา สายํ เถรุปฏฺฐานกาเล ‘‘เสฺว กตฺถ ปิณฺฑาย จริสฺสามา’’ติ ‘‘อสุกคาเม, ภนฺเต’’ติ เอตฺตกํ จินฺเตตฺวา ตโต ปฏฺฐาย น วิตกฺเกตพฺพํ. เอกจาริเกน วิตกฺกมาฬเก ฐตฺวา วิตกฺเกตพฺพํ. ตโต ปฏฺฐาย วิตกฺเกนฺโต ปน อริยวํสา จุโต โหติ ปริพาหิโร. อยํ วิตกฺกสนฺโตโส นาม. ปิณฺฑาย ปวิสนฺเตน ปน ‘‘กุหึ ลภิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา กมฺมฏฺฐานสีเสน คนฺตพฺพํ. อยํ คมนสนฺโตโส นาม. ปริเยสนฺเตน ยํ วา ตํ วา อคฺคเหตฺวา ลชฺชึ เปสลเมว คเหตฺวา ปริเยสิตพฺพํ. อยํ ปริเยสนสนฺโตโส นาม. ทูรโตว อาหริยมานํ ทิสฺวา ‘‘เอตํ มนาปํ, เอตํ อมนาป’’นฺติ จิตฺตํ น อุปฺปาเทตพฺพํ. อยํ ปฏิลาภสนฺโตโส นาม. ‘‘อิทํ มนาปํ คณฺหิสฺสามิ, อิทํ อมนาปํ น คณฺหิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา ยํ กิญฺจิ ยาปนมตฺตํ คเหตพฺพเมว. อยํ ปฏิคฺคหณสนฺโตโส นาม.

เอตฺถ ปน เทยฺยธมฺโม พหุ, ทายโก อปฺปํ ทาตุกาโม, อปฺปํ คเหตพฺพํ. เทยฺยธมฺโม พหุ, ทายโกปิ พหุทาตุกาโม, ปมาเณเนว คเหตพฺพํ. เทยฺยธมฺโมปิ น พหุ, ทายโกปิ อปฺปํ ทาตุกาโม, อปฺปํ คเหตพฺพํ. เทยฺยธมฺโม น พหุ, ทายโก ปน พหุทาตุกาโม, ปมาเณน คเหตพฺพํ. ปฏิคฺคหณสฺมิญฺหิ มตฺตํ อชานนฺโต มนุสฺสานํ ปสาทํ มกฺเขติ, สทฺธาเทยฺยํ วินิปาเตติ, สาสนํ น กโรติ. วิชาตมาตุยาปิสฺส จิตฺตํ คเหตุํ น สกฺโกติ. อิติ มตฺตํ ชานิตฺวาว ปฏิคฺคเหตพฺพนฺติ อยํ มตฺตปฏิคฺคหณสนฺโตโส นาม. อฑฺฒกุลานิเยว อคนฺตฺวา ทฺวารปฏิปาฏิยา คนฺตพฺพํ. อยํ โลลุปฺปวิวชฺชนสนฺโตโส นาม. ยถาลาภสนฺโตสาทโย จีวเร วุตฺตนยา เอว.

ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา ‘‘สมณธมฺมํ อนุปาเลสฺสามี’’ติ เอวํ อุปการํ ญตฺวา ปริภุญฺชนํ อุปการสนฺโตโส นาม. ปตฺตํ ปูเรตฺวา อานีตํ น ปฏิคฺคเหตพฺพํ. อนุปสมฺปนฺเน สติ เตน คาหาเปตพฺพํ, อสติ อาหราเปตฺวา ปฏิคฺคหณปริมาณมตฺตํ คเหตพฺพํ. อยํ ปริมาณสนฺโตโส นาม. ชิฆจฺฉาย ปฏิวิโนทนํ ‘‘น อิทเมตฺถ นิสฺสรณ’’นฺติ เอวํ ปริภุญฺชนํ ปริโภคสนฺโตโส นาม. นิทหิตฺวา น ปริภุญฺชิตพฺพํ. อยํ สนฺนิธิปริวชฺชนสนฺโตโส นาม. มุขํ อโนโลเกตฺวา สารณียธมฺเม ฐิเตน วิสฺสชฺเชตพฺพํ. อยํ วิสฺสชฺชนสนฺโตโส นาม.

ปิณฺฑปาตปฏิสํยุตฺตานิ ปน ปญฺจ ธุตงฺคานิ ปิณฺฑปาติกงฺคํ สปทานจาริกงฺคํ เอกาสนิกงฺคํ ปตฺตปิณฺฑิกงฺคํ ขลุปจฺฉาภตฺติกงฺคนฺติ. อิติ ปิณฺฑปาตสนฺโตสมหาอริยวํสํ ปูรยมาโน ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ อิมานิ ปญฺจ ธุตงฺคานิ โคเปติ, อิมานิ โคเปนฺโต ปิณฺฑปาตสนฺโตสมหาอริยวํสวเสน สนฺตุฏฺโฐ โหติ. วณฺณวาทีติอาทีนิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ.

เสนาสนานีติ อิธ เสนาสนํ ชานิตพฺพํ, เสนาสนเขตฺตํ ชานิตพฺพํ, เสนาสนสนฺโตโส ชานิตพฺโพ, เสนาสนปฏิสํยุตฺตธุตงฺคํ ชานิตพฺพํ. ตตฺถ เสนาสนนฺติ มญฺโจ ปีฐํ ภิสิ พิมฺโพหนํ วิหาโร อฑฺฒโยโค ปาสาโท หมฺมิยํ คุหา เลณํ อฏฺโฏ มาโฬ เวฬุคุมฺโพ รุกฺขมูลํ ยตฺถ วา ปน ภิกฺขู ปฏิกฺกมนฺตีติ อิมานิ ปนฺนรส เสนาสนานิ.

เสนาสนเขตฺตนฺติ สงฺฆโต วา คณโต วา ญาติโต วา มิตฺตโต วา อตฺตโน วา ธเนน ปํสุกูลํ วาติ ฉ เขตฺตานิ.

เสนาสนสนฺโตโสติ เสนาสเน วิตกฺกสนฺโตสาทโย ปนฺนรส สนฺโตสา. เต ปิณฺฑปาเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. เสนาสนปฏิสํยุตฺตานิ ปน ปญฺจ ธุตงฺคานิ อารญฺญิกงฺคํ รุกฺขมูลิกงฺคํ อพฺโภกาสิกงฺคํ โสสานิกงฺคํ ยถาสนฺถติกงฺคนฺติ. อิติ เสนาสนสนฺโตสํ มหาอริยวํสํ ปูรยมาโน ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ อิมานิ ปญฺจ ธุตงฺคานิ โคเปติ, อิมานิ โคเปนฺโต เสนาสนสนฺโตสมหาอริยวํสวเสน สนฺตุฏฺโฐ โหติ.

อิติ อายสฺมา ธมฺมเสนาปติ สาริปุตฺตตฺเถโร ปถวึ ปตฺถรมาโน วิย สาครกุจฺฉึ ปูรยมาโน วิย อากาสํ วิตฺถารยมาโน วิย จ ปฐมํ จีวรสนฺโตสํ อริยวํสํ กเถตฺวา จนฺทํ อุฏฺฐาเปนฺโต วิย สูริยํ อุลฺลงฺเฆนฺโต วิย จ ทุติยปิณฺฑปาตสนฺโตสํ กเถตฺวา สิเนรุํ อุกฺขิเปนฺโต วิย ตติยํ เสนาสนสนฺโตสํ อริยวํสํ กเถตฺวา อิทานิ คิลานปจฺจยสนฺโตสํ อริยวํสํ กเถตุํ ‘‘สนฺตุฏฺโฐ โหติ อิตรีตเรน คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรนา’’ติอาทิมาห. ตํ ปิณฺฑปาตคติกเมว. ตตฺถ ยถาลาภยถาพลยถาสารุปฺปสนฺโตเสเนว สนฺตุสฺสิตพฺพํ. ภาวนารามอริยวํโส ปน อิธ อนาคโต, เนสชฺชิกงฺคํ ภาวนารามอริยวํสํ ภชติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๐๙; อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๒๘). วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ปญฺจ เสนาสเน วุตฺตา, ปญฺจ อาหารนิสฺสิตา;

เอโก วีริยสํยุตฺโต, เทฺว จ จีวรนิสฺสิตา’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๐๙; อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๒๘);

โปราเณ อคฺคญฺเญ อริยวํเส ฐิโตติ เอตฺถ โปราเณติ น อธุนุปฺปตฺติเก. อคฺคญฺเญติ อคฺเคหิ ชานิตพฺเพ. อริยวํเสติ อริยานํ วํเส. ยถา หิ ขตฺติยวํโส พฺราหฺมณวํโส เวสฺสวํโส สุทฺทวํโส สมณวํโส กุลวํโส ราชวํโส, เอวมยมฺปิ อฏฺฐโม อริยวํโส, อริยตนฺติ อริยปเวณิ นาม โหติ. โส โข ปนายํ วํโส อิเมสํ วํสานํ มูลคนฺธาทีนํ กาลานุสาริคนฺธาทโย วิย อคฺคมกฺขายติ. เก ปน เต อริยา, เยสํ เอโส วํโสติ? อริยา วุจฺจนฺติ พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ ตถาคตสาวกา จ, เอเตสํ อริยานํ วํโสติ อริยวํโส. อิโต ปุพฺเพ หิ สตสหสฺสกปฺปาธิกานํ จตุนฺนํ อสงฺเขฺยยฺยานํ มตฺถเก ตณฺหงฺกโร เมธงฺกโร สรณงฺกโร ทีปงฺกโรติ จตฺตาโร พุทฺธา อุปฺปนฺนา, เต อริยา, เตสํ อริยานํ วํโสติ อริยวํโส. เตสํ พุทฺธานํ ปรินิพฺพานโต อปรภาเค อสงฺเขฺยยฺยํ อติกฺกมิตฺวา โกณฺฑญฺโญ นาม พุทฺโธ อุปฺปนฺโน…เป… อิมสฺมึ กปฺเป กกุสนฺโธ โกณาคมโน กสฺสโป อมฺหากํ ภควา โคตโมติ จตฺตาโร พุทฺธา อุปฺปนฺนา, เตสํ อริยานํ วํโสติ อริยวํโส. อปิ จ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ สพฺพพุทฺธปจฺเจกพุทฺธพุทฺธสาวกานํ อริยานํ วํโสติ อริยวํโส, ตสฺมึ อริยวํเส (อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๒๘). ฐิโตติ ปติฏฺฐิโต. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

อฏฺฐมคาถานิทฺเทสวณฺณนา.

๑๒๙. นวเม อยํ โยชนา – ทุสฺสงฺคหา ปพฺพชิตาปิ เอเก, เย อสนฺโตสาภิภูตา, ตถาวิธา เอว จ อโถ คหฏฺฐา ฆรมาวสนฺตา. เอตมหํ ทุสฺสงฺคหภาวํ ชิคุจฺฉนฺโต วิปสฺสนํ อารภิตฺวา ปจฺเจกโพธึ อธิคโตมฺหีติ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ.

นิทฺเทเส อนสฺสวาติ วจนํ อสฺสวนกา. อวจนกราติ ทุพฺพจา. ปฏิโลมวุตฺติโนติ ปจฺจนีกํ กถนสีลา, ปฏิมลฺลา หุตฺวา ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. อญฺเญเนว มุขํ กโรนฺตีติ โอวาททายเก ทิสฺวา มุขํ ปริวตฺเตตฺวา อญฺญํ ทิสาภาคํ โอโลเกนฺติ. อพฺยาวโฏ หุตฺวาติ อวาวโฏ หุตฺวา. อนเปกฺโข หุตฺวาติ อนลฺลีโน หุตฺวา.

นวมคาถานิทฺเทสวณฺณนา.

๑๓๐. ทสเม โอโรปยิตฺวาติ อปเนตฺวา. คิหิพฺยญฺชนานีติ เกสมสฺสุโอทาตวตฺถาลงฺการมาลาคนฺธวิเลปนอิตฺถิปุตฺตทาสิทาสาทีนิ. เอตานิ คิหิภาวํ พฺยญฺชยนฺติ, ตสฺมา ‘‘คิหิพฺยญฺชนานี’’ติ วุจฺจนฺติ. สญฺฉินฺนปตฺโตติ ปติตปตฺโต. เฉตฺวานาติ มคฺคญาเณน ฉินฺทิตฺวา. วีโรติ มคฺควีริยสมนฺนาคโต. คิหิพนฺธนานีติ กามพนฺธนานิ. กามา หิ คิหีนํ พนฺธนานิ. อยํ ตาว ปทตฺโถ.

อยํ ปน อธิปฺปาโย – ‘‘อโห วตาหมฺปิ โอโรปยิตฺวา คิหิพฺยญฺชนานิ สญฺฉินฺนปตฺโต ยถา โกวิฬาโร ภเวยฺย’’นฺติ เอวญฺหิ จินฺตยมาโน วิปสฺสนํ อารภิตฺวา ปจฺเจกโพธึ อธิคโตมฺหีติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๔). เสสํ ปุริมนเยเนว ชานิตพฺพํ.

นิทฺเทเส สาราสนญฺจาติ สารํ อาสนํ. ฉินฺนานีติ คฬิตานิ. สญฺฉินฺนานีติ นิปณฺณานิ. ปติตานีติ วณฺฏโต มุตฺตานิ. ปริปติตานีติ ภูมิยํ ปติตานิ.

ทสมคาถานิทฺเทสวณฺณนา.

ปฐมวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ทุติยวคฺควณฺณนา

๑๓๑-๒. ทุติยวคฺคสฺส ปฐมทฺวเย นิปกนฺติ ปกตินิปุณํ ปณฺฑิตํ กสิณปริกมฺมาทีสุ กุสลํ. สาธุวิหารินฺติ อปฺปนาวิหาเรน วา อุปจาเรน วา สมนฺนาคตํ. ธีรนฺติ ธิติสมฺปนฺนํ. ตตฺถ นิปกตฺเตน ธิติสมฺปทา วุตฺตา. อิธ ปน ธิติสมฺปนฺนเมวาติ อตฺโถ. ธิติ นาม อสิถิลปรกฺกมตา, ‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จา’’ติ (ม. นิ. ๒.๑๘๔; อ. นิ. ๒.๕; มหานิ. ๑๙๖) เอวํ ปวตฺตวีริยสฺเสตํ อธิวจนํ. อปิ จ ธิกฺกตปาโปติปิ ธีโร. ราชาว รฏฺฐํ วิชิตํ ปหายาติ ยถา ปฏิราชา ‘‘วิชิตํ รฏฺฐํ อนตฺถาวห’’นฺติ ญตฺวา รชฺชํ ปหาย เอโก จรติ เอวํ พาลสหายํ ปหาย เอโก จเร. อถ วา ราชาว รฏฺฐนฺติ ยถา สุตโสโม ราชา วิชิตํ รฏฺฐํ ปหาย เอโก จริ, ยถา จ มหาชนโก เอวํ เอโกว จเรติ อยมฺปิ เอตสฺสตฺโถ. เสสํ วุตฺตานุสาเรน สกฺกา ชานิตุนฺติ น วิตฺถาริตํ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๕-๔๖). นิทฺเทเส วตฺตพฺพํ นตฺถิ.

ปฐมทฺวยํ.

๑๓๓. ตติยคาถา ปทตฺถโต อุตฺตานา เอว. เกวลญฺจ ปน สหายสมฺปทนฺติ เอตฺถ อเสกฺเขหิ สีลาทิกฺขนฺเธหิ สมฺปนฺนา สหายา เอว ‘‘สหายสมฺปทา’’ติ เวทิตพฺพา. อยํ ปเนตฺถ โยชนา – ยา อยํ วุตฺตา สหายสมฺปทา, ตํ สหายสมฺปทํ อทฺธา ปสํสาม, เอกํเสเนว โถเมมาติ วุตฺตํ โหติ. กถํ? เสฏฺฐา สมาเสวิตพฺพา สหายาติ. กสฺมา? อตฺตโน สีลาทีหิ เสฏฺเฐ เสวมานสฺส สีลาทโย ธมฺมา อนุปฺปนฺนา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ ปาปุณนฺติ. สเม เสวมานสฺส อญฺญมญฺญสมธารเณน กุกฺกุจฺจวิโนทเนน จ ลทฺธา น ปริหายนฺติ. เอเต ปน สหายเก เสฏฺเฐ จ สเม จ อลทฺธา กุหนาทิมิจฺฉาชีวํ วชฺเชตฺวา ธมฺเมน สเมน อุปฺปนฺนํ โภชนํ ภุญฺชนฺโต ตตฺถ จ ปฏิฆานุนยํ อนุปฺปาเทนฺโต อนวชฺชโภชี หุตฺวา อตฺถกาโม กุลปุตฺโต เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป. อหมฺปิ หิ เอวํ จรนฺโต อิมํ สมฺปตฺตึ อธิคโตมฺหีติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๗). นิทฺเทโส วุตฺตนโย เอว.

ตติยํ.

๑๓๔. จตุตฺเถ ทิสฺวาติ โอโลเกตฺวา. สุวณฺณสฺสาติ กญฺจนสฺส. ‘‘วลยานี’’ติ ปาฐเสโส. สาวเสสปาโฐ หิ อยํ อตฺโถ. ปภสฺสรานีติ ปภาสนสีลานิ, ชุติมนฺตานีติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ อุตฺตานปทตฺถเมว. อยํ ปน โยชนา – ทิสฺวา ภุชสฺมึ สุวณฺณสฺส วลยานิ ‘‘คณวาเส สติ สงฺฆฏฺฏนา, เอกวาเส สติ อฆฏฺฏนา’’ติ เอวํ จินฺเตนฺโต วิปสฺสนํ อารภิตฺวา ปจฺเจกโพธึ อธิคโตมฺหีติ. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๘). นูปุรานีติ วลยานิ. ‘‘นิยุรา’’ติ เกจิ วทนฺติ. ฆฏฺเฏนฺตีติ อญฺญมญฺญํ หนนฺติ.

จตุตฺถํ.

๑๓๕. ปญฺจมคาถา ปทตฺถโต อุตฺตานา เอว. อยํ ปน เอตฺถ อธิปฺปาโย – ยฺวายํ เอเตน ทุตีเยน กุมาเรน สีตุณฺหาทีนิ นิเวเทนฺเตน สหวาเสน ตํ สญฺญาเปนฺตสฺส มม วาจาภิลาโป, ตสฺมึ สิเนหวเสน อภิสชฺชนา วา ชาตา. สเจ อหํ อิมํ น ปริจฺจชามิ, ตโต อายติมฺปิ ตเถว เหสฺสติ. ยถา อิทานิ, เอวํ ทุตีเยน สห มมสฺส, วาจาภิลาโป อภิสชฺชนา วา. อุภยมฺปิ เจตํ อนฺตรายกรํ วิเสสาธิคมสฺสาติ เอตํ ภยํ อายตึ เปกฺขมาโน ตํ ฉฑฺเฑตฺวา โยนิโส ปฏิปชฺชิตฺวา ปจฺเจกโพธึ อธิคโตมฺหีติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๙). เสสํ วุตฺตนยเมว.

ปญฺจมํ.

๑๓๖. ฉฏฺเฐ กามาติ เทฺว กามา วตฺถุกามา จ กิเลสกามา จ. ตตฺถ วตฺถุกามา มนาปิยา รูปาทโย ธมฺมา, กิเลสกามา ฉนฺทาทโย สพฺเพปิ ราคปฺปเภทา. อิธ ปน วตฺถุกามา อธิปฺเปตา. รูปาทิอเนกปฺปกาเรน จิตฺรา. โลกสฺสาทวเสน มธุรา. พาลปุถุชฺชนานํ มนํ รเมนฺตีติ มโนรมา. วิรูปรูเปนาติ วิรูเปน รูเปน, อเนกวิเธน สภาเวนาติ วุตฺตํ โหติ. เต หิ รูปาทิวเสน จิตฺรา, รูปาทีสุปิ นีลาทิวเสน วิวิธรูปา. เอวํ เตน วิรูปรูเปน ตถา ตถา อสฺสาทํ ทสฺเสตฺวา มเถนฺติ จิตฺตํ, ปพฺพชฺชาย อภิรมิตุํ น เทนฺตีติ. เสสเมตฺถ ปากฏเมว. นิคมนมฺปิ ทฺวีหิ ตีหิ วา ปเทหิ โยเชตฺวา ปุริมคาถาสุ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๕๐).

กามคุณาติ กามยิตพฺพฏฺเฐน กามา. พนฺธนฏฺเฐน คุณา. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อหตานํ วตฺถานํ ทิคุณํ สงฺฆาฏิ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๘) เอตฺถ ปฏลฏฺโฐ คุณฏฺโฐ. ‘‘อจฺเจนฺติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย, วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๔) เอตฺถ ราสฏฺโฐ คุณฏฺโฐ. ‘‘สตคุณา ทกฺขิณา ปาฏิกงฺขิตพฺพา’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๗๙) เอตฺถ อานิสํสฏฺโฐ คุณฏฺโฐ. ‘‘อนฺตํ อนฺตคุณํ (ที. นิ. ๒.๓๗๗; ม. นิ. ๑.๑๑๐; ขุ. ปา. ๓.ทฺวตฺตึสาการ), กยิรา มาลาคุเณ พหู’’ติ เอตฺถ พนฺธนฏฺโฐ คุณฏฺโฐ. อิธาปิ เอเสว อธิปฺเปโต, เตน วุตฺตํ – ‘‘พนฺธนฏฺเฐน คุณา’’ติ. จกฺขุวิญฺเญยฺยาติ จกฺขุวิญฺญาเณน ปสฺสิตพฺพา. เอเตนุปาเยน โสตวิญฺเญยฺยาทีสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิฏฺฐาติ ปริยิฏฺฐา วา โหนฺตุ, มา วา, อิฏฺฐารมฺมณภูตาติ อตฺโถ. กนฺตาติ กามนียา. มนาปาติ มนวฑฺฒนกา. ปิยรูปาติ ปิยชาติกา. กามูปสํหิตาติ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชมาเนน กาเมน อุปสํหิตา. รชนียาติ รชฺชนิยา, ราคุปฺปตฺติการณภูตาติ อตฺโถ.

ยทิ มุทฺทายาติอาทีสุ มุทฺทาติ องฺคุลิปพฺเพสุ สญฺญํ ฐเปตฺวา หตฺถมุทฺทา. คณนาติ อจฺฉิทฺทคณนา. สงฺขานนฺติ ปิณฺฑคณนา. ยาย เขตฺตํ โอโลเกตฺวา ‘‘อิธ เอตฺตกา วีหี ภวิสฺสนฺติ’’, รุกฺขํ โอโลเกตฺวา ‘‘อิธ เอตฺตกานิ ผลานิ ภวิสฺสนฺติ’’, อากาสํ โอโลเกตฺวา ‘‘อิเม อากาเส สกุณา เอตฺตกา นาม ภวิสฺสนฺตี’’ติ ชานนฺติ. กสีติ กสิกมฺมํ. วณิชฺชาติ ชงฺฆวณิชฺชถลวณิชฺชาทิวณิปฺปโถ. โครกฺขนฺติ อตฺตโน วา ปเรสํ วา คาโว รกฺขิตฺวา ปญฺจโครสวิกฺกเยน ชีวนกมฺมํ. อิสฺสตฺโถ วุจฺจติ อาวุธํ คเหตฺวา อุปฏฺฐานกมฺมํ. ราชโปริสนฺติ วินา อาวุเธน ราชกมฺมํ กตฺวา ราชุปฏฺฐานํ. สิปฺปญฺญตรนฺติ คหิตาวเสสหตฺถิอสฺสสิปฺปาทิ.

สีตสฺส ปุรกฺขโตติ ลกฺขํ วิย สรสฺส สีตสฺส ปุรโต ฐิโต, สีเตน พาธิยมาโนติ อตฺโถ. อุเณฺหปิ เอเสว นโย. ฑํสาทีสุ ฑํสาติ ปิงฺคลมกฺขิกา. มกสาติ สพฺพมกฺขิกา. สรีสปาติ เย เกจิ สริตฺวา คจฺฉนฺติ. ริสฺสมาโนติ ปีฬิยมาโน รุปฺปมาโน ฆฏฺฏิยมาโน. มียมาโนติ มรมาโน. อยํ, ภิกฺขเวติ ภิกฺขเว, อยํ มุทฺทาทีหิ ชีวิกกปฺปนํ อาคมฺม สีตาทิปจฺจโย อาพาโธ. กามานํ อาทีนโวติ กาเมสุ อุปทฺทโว, อุปสคฺโคติ อตฺโถ. สนฺทิฏฺฐิโกติ ปจฺจกฺโข สามํ ปสฺสิตพฺโพ. ทุกฺขกฺขนฺโธติ ทุกฺขราสิ. กามเหตูติอาทีสุ ปจฺจยฏฺเฐน กามา อสฺส เหตูติ กามเหตุ. มูลฏฺเฐน กามา นิทานมสฺสาติ กามนิทาโน. ลิงฺควิปลฺลาเสน ปน ‘‘กามนิทาน’’นฺติ วุตฺโต. การณฏฺเฐน กามา อธิกรณํ อสฺสาติ กามาธิกรโณ. ลิงฺควิปลฺลาเสเนว ปน ‘‘กามาธิกรณ’’นฺติ วุตฺโต. กามานเมว เหตูติ อิทํ นิยมวจนํ กามปจฺจยา อุปฺปชฺชติเยวาติ อตฺโถ.

อุฏฺฐหโตติ อาชีวสมุฏฺฐาปกวีริเยน อุฏฺฐหนฺตสฺส. ฆฏโตติ ตํ วีริยํ ปุพฺเพนาปรํ ฆเฏนฺตสฺส. วายมโตติ วายามํ ปรกฺกมํ ปโยคํ กโรนฺตสฺส. นาภินิปฺผชฺชนฺตีติ น นิปฺผชฺชนฺติ, หตฺถํ นาภิรุหนฺติ. โสจตีติ จิตฺเต อุปฺปนฺนพลวโสเกน โสจติ. กิลมตีติ กาเย อุปฺปนฺนทุกฺเขน กิลมติ. ปริเทวตีติ วาจาย ปริเทวติ. อุรตฺตาฬินฺติ อุรํ ตาเฬตฺวา. กนฺทตีติ โรทติ. สมฺโมหํ อาปชฺชตีติ วิสญฺญี วิย สมฺมูโฬฺห โหติ. โมฆนฺติ ตุจฺฉํ. อผโลติ นิปฺผโล.

อารกฺขาธิกรณนฺติ อารกฺขการณา. กินฺติ เมติ เกน นุ โข เม อุปาเยน. ยมฺปิ เมติ ยมฺปิ มยฺหํ กสิกมฺมาทีนิ กตฺวา อุปฺปาทิตํ ธนํ อโหสิ. ตมฺปิ โน นตฺถีติ ตมฺปิ อมฺหากํ อิทานิ นตฺถิ.

ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, กามเหตูติอาทินาปิ การณํ ทสฺเสตฺวาว อาทีนวํ ทีเปติ. ตตฺถ กามเหตูติ กามปจฺจยา ราชาโนปิ ราชูหิ วิวทนฺตีติ อตฺโถ. กามนิทานนฺติ ภาวนปุํสกํ, กาเม นิทานํ กตฺวา วิวทนฺตีติ อตฺโถ. กามาธิกรณนฺติปิ ภาวนปุํสกเมว, กาเม อธิกรณํ กตฺวา วิวทนฺตีติ อตฺโถ. กามานเมว เหตูติ คามนิคมเสนาปติปุโรหิตฏฺฐานนฺตราทีนํ กามานํเยว เหตุ วิวทนฺตีติ อตฺโถ. อุปกฺกมนฺตีติ ปหรนฺติ.

อสิจมฺมนฺติ อสิญฺเจว เขฏกผลกาทีนิ จ.

ธนุกลาปํ สนฺนยฺหิตฺวาติ ธนุํ คเหตฺวา สรกลาปํ สนฺนยฺหิตฺวา. อุภโตพฺยูฬฺหนฺติ อุภโตราสิภูตํ. ปกฺขนฺทนฺตีติ ปวิสนฺติ. อุสูสูติ กณฺเฑสุ. วิชฺโชตลนฺเตสูติ ปริวตฺตมาเนสุ. เต ตตฺถาติ เต ตสฺมึ สงฺคาเม.

อทฺทาวเลปนา อุปการิโยติ เจตฺถ มนุสฺสา ปาการปาทํ อสฺสขุรสณฺฐาเนน อิฏฺฐกาหิ จินิตฺวา อุปริ สุธาย ลิมฺปนฺติ. เอวํ กตปาการปาทา ‘‘อุปการิโย’’ติ วุจฺจนฺติ. ตา ตินฺเตน กลเลน สิตฺตา อทฺทาวเลปนา นาม โหนฺติ. ปกฺขนฺทนฺตีติ ตาสํ เหฏฺฐา ติขิณอยสูลรุกฺขสูลาทีหิ วิชฺฌิยมานา ปาการสฺส ปิจฺฉิลฺลภาเวน อาโรหิตุํ อสกฺโกนฺตาปิ อุปธาวนฺติเยว. ฉกณกายาติ กุถิตโคมเยน. อภิวคฺเคนาติ สตทนฺเตน. ตํ อฏฺฐทนฺตากาเรน กตฺวา ‘‘นครทฺวารํ ภินฺทิตฺวา ปวิสิสฺสามา’’ติ อาคเต อุปริทฺวาเร ฐิตา ตสฺส พนฺธนโยตฺตานิ ฉินฺทิตฺวา เตน อภิวคฺเคน โอมทฺทนฺติ.

สนฺธิมฺปิ ฉินฺทนฺตีติ ฆรสนฺธิมฺปิ. นิลฺโลปนฺติ คาเม ปหริตฺวา มหาวิโลปํ กโรนฺติ. เอกาคาริกนฺติ ปณฺณาสมตฺตาปิ สฏฺฐิมตฺตาปิ ปริวาเรตฺวา ชีวคฺคาหํ คเหตฺวา ธนํ อาหราเปนฺติ. ปริปนฺเถปิ ติฏฺฐนฺตีติ ปนฺถทูหนกมฺมํ กโรนฺติ. อฑฺฒทณฺฑเกหีติ มุคฺคเรหิ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๖๙). เสสํ วุตฺตตฺถเมว.

ฉฏฺฐํ.

๑๓๗. สตฺตเม เอตีติ อีติ, อาคนฺตุกานํ อกุสลภาคิยานํ พฺยสนเหตูนํ เอตํ อธิวจนํ. ตสฺมา กามคุณาปิ เอเต อเนกพฺยสนาวหฏฺเฐน ทฬฺหสนฺนิปาตฏฺเฐน จ อีติ. คณฺโฑปิ อสุจึ ปคฺฆรติ, อุทฺธุมาตปริปกฺกปริภินฺโน โหติ. ตสฺมา เอเต กิเลสา อสุจิปคฺฆรณโต อุปฺปาทชราภงฺเคหิ อุทฺธุมาตปริปกฺกปริภินฺนภาวโต จ คณฺโฑ. อุปทฺทวตีติ อุปทฺทโว, อนตฺถํ ชเนนฺโต อภิภวติ อชฺโฌตฺถรตีติ อตฺโถ, ราคคณฺฑาทีนเมตํ อธิวจนํ. ตสฺมา กามคุณาเปเต อวิทิตนิพฺพานตฺถาวหเหตุตาย สพฺพุปทฺทววตฺถุตาย จ อุปทฺทโว. ยสฺมา ปเนเต กิเลสาตุรภาวํ ชเนนฺตา สีลสงฺขาตมาโรคฺยํ โลลุปฺปํ วา อุปฺปาเทนฺตา ปากติกเมว อาโรคฺยํ วิลุมฺปนฺติ, ตสฺมา อิมินา อาโรคฺยวิลุมฺปนฏฺเฐน โรโค. อพฺภนฺตรมนุปวิฏฺฐฏฺเฐน ปน อนฺโตตุทนฏฺเฐน ทุนฺนีหรณียฏฺเฐน จ สลฺลํ. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกภยาวหนโต ภยํ. เมตนฺติ เอตํ เสสเมตฺถ ปากฏเมว. นิคมนมฺปิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๕๑).

กามราครตฺตายนฺติ กามราเคน รตฺโต อยํ. ฉนฺทราควินิพทฺโธติ ฉนฺทราเคน เสฺนเหน พทฺโธ. ทิฏฺฐธมฺมิกาปิ คพฺภาติ อิมสฺมึ อตฺตภาเว วตฺตมานสฬายตนคพฺภา. สมฺปรายิกาปิ คพฺภาติ ปรโลเกปิ สฬายตนคพฺภา. น ปริมุจฺจตีติ ปริมุจฺจิตุํ น สกฺโกติ. โอติณฺโณ สาตรูเปนาติ มธุรสภาเวน ราเคน โอติณฺโณ โอคาหิโต. ปลิปถนฺติ กามกลลมคฺคํ. ทุคฺคนฺติ ทุคฺคมํ.

สตฺตมํ.

๑๓๘. อฏฺฐเม สีตํ ทุพฺพิธํ อพฺภนฺตรธาตุกฺโขภปจฺจยญฺจ พาหิรธาตุกฺโขภปจฺจยญฺจ. ตถา อุณฺหํ. ตตฺถ ฑํสาติ ปิงฺคลมกฺขิกา. สรีสเปติ เย เกจิ ทีฆชาติกา สริตฺวา คจฺฉนฺติ. เสสํ ปากฏเมว. นิคมนมฺปิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

อฏฺฐมํ.